เทคนิคเขียนอายไลเนอร์ อาวุธประจำกายของสาวๆ

November 9th, 2009 by womenblogs

เทคนิค เขียน อายไลเนอร์ แต่งหน้า

 

 นักวาดอายไลเนอร์มือใหม่ ก็สวยเริดได้ด้วยทริคสุดง่าย


    ใช้แบบดินสอ เพราะเขียนง่าย-ลบง่าย
    เขียนชิดแนวขนตา ชั้นตาเล็กเขียนเส้นบาง ชั้นตาหนาเขียนเส้นหนาขึ้น ถ้าชั้นตาหลบใน ให้เขียนเส้นหนาพอที่ลืมตาขึ้นมาแล้วมองเห็น
    ใช้อายแชโดว์สีเดียวกันไล้ทับ เส้นที่ใช้ดินสอเขียนไว้แล้วกดเบาๆ อายไลเนอร์จะติดทนนานตลอดวัน
   เปรี้ยวได้อีก ด้วยอายไลเนอร์ชนิดเจลหรือลิควิด ซึ่งให้เส้นคมเด่นชัดกว่า ถ้ายังไม่มั่นใจในฝีมือ ใช้แบบดินสอเขียนโครงแล้วค่อยใช้เจลหรือลิควิดระบายทับ

 

 

เทคนิค เขียน อายไลเนอร์ แต่งหน้า

 

เทคนิค เขียน อายไลเนอร์ แต่งหน้า

 

 shape-thai.com

 

เลือกสีบลัชออนให้เข้าสีผิวหน้า

October 14th, 2009 by womenblogs

 

บลัชออน

 

             ถ้าพูดถึง บลัชออน หลายๆคนอาจจะคุ้นหูกันเพราะเคยได้ยินเรียกขานมาอย่างนั้น แต่ในทางเทคนิคแล้ว เขาเรียกกันว่าบลัชเชอร์ ซึ่งมาจากคำว่า บลับ (blush) อันแปลว่าอาการหน้าแดงแก้มแดงเพราะเลือดสาวฉีดขึ้นหน้าด้วยความอายขวยเขิน

แต่เดิมนั้นบลัชยังถูกใช้เป็นเทคนิคในการแต่งหน้าให้ได้รูป ดูมีโหนกแก้ม สันแก้ม ซึ่งผลที่ได้กลับดูไม่เป็นธรรมชาตินัก ที่จริงก็ควรใช้บลัชตรงตามความหมายเดิมดีกว่า นั่นคือการมอบแก้มระเรื่อเป็นสาวอ่อนวัยสุขภาพดี

เวลาเลือกสีบลัช จงจำแนกให้ออกว่า สีพีชกับสีชมพูต่างกันอย่างไร เพราะสีเหล่านี้จะช่วยเน้นโทนสีผิวตามธรรมชาติของคุณและอย่าตัดสินสีจากบลัชใต้ตลับ หรือกะบะตัวอย่าง ให้ลองแต่งที่พวงแก้มหรือเนียนแก้มของคุณให้เห็นจะๆไปเลย

 

 ข้อแนะนำในการเลือกสีบลัชเชอร์ให้เข้าสีผิวหน้า 


 ผมสีอ่อน

: (สีน้ำตาล)/ ผิวสีอ่อน (ขาวเหลือหรือขาวอมชมพู) ใช้บลัชสีชมพูอ่อน 
 ผมสีอ่อน/ผิวสีเข้ม : ใช้บลัชสีชมพูอมน้ำตาลเหลือง (Tawny Pink) 
 ผมสีเข้า(สีดำ) / ผิวสีอ่อน : ใช้บลัชสีชมพูกุหลาบ 
 ผมสีเข้ม /ผิวสีเข้ม : ใช้บลัชสีชมพูอมน้ำตาล 
 ถ้าคุณทำสีผมเป็นสีแดง สีส้ม น้ำตาลอมส้ม แต่ผิวสีอ่อน : ใช้บลัชสีพีชอ่อน 
 ถ้าคุณทำสีผมเป็นสีแดง สีส้ม น้ำตาลอมส้ม แต่ผิวสีเข้ม : ใช้บลัชสีพีชเข้ม 
 ผมสีเข้ม /ผิวเดิมสีอ่อน แต่ไปอาบแดดจนเป็นสีทอง : ใช้บลัชสีน้ำตาลเข้ม 

women.mthai

5 เทคนิคทำผม สำหรับสาวผมประบ่า

October 8th, 2009 by womenblogs

5 เทคนิคทำผม สำหรับสาวผมประบ่า

 

 

 

 

    1.หากใครที่เบื่อผมตรงลองดัดผมลอนอ่อนๆและทำสีผมให้ใบหน้าดูสว่างขึ้น

 

 วิธีนี้ถือว่าสวยอินเทรนด์ได้เลยทีเดียว แถมยังง่ายต่อการเซ็ตผม

 

และยังเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในกรจัดแต่งทรงอีกด้วย

 

 

 

    2.ผมประดับประบ่าที่มีความยาวสามารถมัดรวบได้แล้ว

 

หากคุณอยากเพิ่มความสดใสในวันหยุดโดยรวบหางม้าแบบเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง

 

และหาริบบิ้นสีสวยหรือยางรัดผมน่ารักๆมามัดรวบ

 

ขอบอกว่าทรงนี้ก็สามารถออกงานได้เหมือนกันนะคะ

 

 

 

 

    3.หากคุณเบื่อความยาวเดิมๆลองตัดให้สั้นขึ้นเล็กน้อยให้เป็นทรงบ๊อปพอดีคอ

 

หรือจะปล่อยให้ยาวแล้วดัดปลายผมแบบ Bang And Fringe

 

 

 

 

    4.อาจมีลูกเล่นหรือสร้างจุดเด่นบนใบหน้าด้วยการตัดผมหน้าม้า

 

จะเป็นหน้าม้าแบบหนาที่ตัดตรงๆ

 

หรือเป็นหน้าม้าปัดสไลด์บางๆ แต่แอบกระซิบถึงสาวที่ชอบไว้ผมบ๊อปว่า

 

ควรให้ความสำคัญกับน้ำหนักผมและความเงางามของเส้นผมด้วยนะคะ

 

 

 

    5.สำหรับสาวที่มีผมบาง ควรสไลด์ผมให้เป็นชั้นศีรรษะจะได้ดูทุยขึ้น

 

 แต่ถ้าจะให้ดีแนะนำให้ดัดผมเพื่อเพิ่มปริมาณผมจะดีกว่าค่ะ

 

และใช้ผลิตภัณฑ์แต่งทรงผมที่มีเนื้อบางเบา แต่ให้ประสิทธิภาพในการเพิ่มวอลลุ่มผมให้ดูหนามากขึ้น

 

ที่มาจาก นิตยสาร womenplus

 

No.40 1-16 September 2009

women.mthai

เทคนิค กินง่ายๆ แต่ก็ยังผอมได้

September 20th, 2009 by womenblogs

เทคนิค กินง่ายๆ แต่ก็ยังผอมได้

แซนวิช

สาว ๆ ไม่ค่อยจะมีเวลามานั่งเลือกอาหารเพื่อสุขภาพกันเท่าไร บางทีงานก็เยอะกิ๊กก็แยะ รีบๆ เข้าเราก็ต้องคว้าอะไรใกล้มือนี่ล่ะมาประทังชีวิตกันไปก่อน แต่ไม่ต้องกลัว ถึงจะกินแบบง่ายๆ ก็ยังคุมแคลอรีได้ด้วย

มื้อเช้า
มื้อเช้าของสายไทยเรามีสองแบบ ถ้าไม่กินข้าวแกงก็ไม่กินเลย แต่ที่จริงเราสามารถทำอาหารเช้าที่เร็วและดีกินเองได้ที่บ้าน เช่น น้ำส้มสักแก้ว กับขนมปังโฮลวีต 2-3 แผ่น นอกจากจะหนักท้องแล้ว คุณค่าอาหารที่ได้เทียบเท่ากับข้าวทั้งจานเลยทีเดียว

มื้อสาย
ช่วงสายเป็นมื้อที่ไม่ควรจะกินอะไรหนักๆ เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมง เราก็ต้องกินมื้อเที่ยงอีกแล้ว ของจุบจิบรองท้องที่คนไทยเราฮิตติดปากกันนักหนามักจะเป็นพวกลูกชิ้นปิ้ง ผลไม้ดอง ซึ่งแคลอรีสูงลิ่ว วิธีเลี่ยงง่ายๆ คือให้คุณหาซีเรียลบาร์ติดโต๊ะไว้กินรองท้องเวลาหิว

มื้อเที่ยง
มื้อนี้ล่ะตัวร้ายสำหรับสาวทำงาน เพราะเวลาพักมีน้อย หลายคนจึงหาทางออกด้วยการฝากกระเพาะไว้กับฟาสท์ฟู้ดจำพวกแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งเป็นวัตถุต้องห้ามสำหรับลำไส้ของสาวๆ ที่กำลังไดเอท แต่ยังโชคดีที่เราไม่จำเป็นต้องกินแต่แฮมเบอร์เกอร์ เพราะในร้านแฮมเบอร์เกอร์ก็ยังมีเมนูอื่น เช่น สลัดหรือแซนวิชปลา แซนด์วิชจากขนมปังโฮลวีต

ระหว่างวัน
เวลาง่วงๆ ซึมๆ เครื่องดื่มแก้ง่วงที่เรามักจะนึกถึงก็คือกาแฟ ยิ่งถ้าเป็นลาเต้แก้วโตๆ ใส่เพียบแถมมีวิปครีมปะหน้า คู่กับคุ้กกี้อีก 2-3 ชิ้น สาวๆ ยิ่งกินกันจนลืมสะกดคำว่าอ้วนไปเลย… เลิกค่ะ… เพราะสามารถอร่อยคล้ายๆ อย่างนั้นได้ในแคลอรี่ที่ต่ำกว่าด้วยชาร้อนกับคุ้กกี้ธัญพืช ช่วยแก้ง่วงได้พอๆ กันแต่แคลอรี่ต่างกันฟ้ากับเหว



มื้อดึก

นี่คือมื้อที่อันตรายกับความสเลนเดอร์มากที่สุด เพราะมีเวลาให้ชิมนั่นชิมนี่ได้เหลือเฟือ แต่กินเข้าไปไม่เท่าไรก็ได้เวลานอนซะแล้ว ถ้าคุณเกิดหิวขึ้นมากลางดึก ขอแนะนำเป็นนมแบบไขมันต่ำอุ่นๆ สักแก้ว จะช่วยให้หลับสบายขึ้น แถมยังมีไขมันแค่ 3 กรัมเท่านั้น ดีกว่าต้มมาม่าใส่ใข่กันเป็นกองเลย

women.mthai

7 ขั้นตอน ตรวจภายใน ด้วยตัวเอง

September 19th, 2009 by womenblogs

7 ขั้นตอน ตรวจภายใน ด้วยตัวเอง

ตรวจภายใน

วันนี้เรามีเทคนิคการตรวจภายในช่องคลอดเบื้องต้นด้วยวิธีง่ายๆ และสะดวก แต่จะช่วยให้คุณรู้และรักษาอาการผิดปกติบริเวณจุดซ่อนเร้นของคุณได้อย่างทันท่วงที ถ้าพบ!

1. ล้างมือให้สะอาดก่อนเริ่มตรวจ จากนั้นจัดท่าของตัวเองว่าจะนั่งหรือนอนอย่างไรให้เห็นอวัยวะเพศของตัวเองได้ดีที่สุด อาจจะนอนชันเข่าหลังพิงฝาโดยใช้หมอนหนุนหลัง หรือนั่งยองๆ นั่งคุกเข่า ท่าใดท่าหนึ่งก็ได้ที่คิดว่าสะดวกที่สุด

2. หากระจกที่สามารถใช้ถือดูอวัยวะเพศของคุณมา 1 บาน

3. ให้ใช้มือข้างที่ถนัดแยกแคมใหญ่ทั้งสองข้างออกจากกันแล้วมองและคลำดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ เช่น ก้อน ตุ้มแข็ง ตุ้มน้ำ แผล รอย บวม หรือมีบริเวณที่สีเปลี่ยนไป คล้ำมากหรือแดงมากหรือไม่

4. จากนั้นใช้นิ้วแยกแคมเล็กออกจากกันตรวจหาความผิดปกติต่างๆ แบบเดียวกับขั้นตอนที่ 3 แล้วตรวจดูที่บริเวณรูเปิดท่อปัสสาวะว่ามีอาการบวมแดงหรือเปล่า และใช้มือดึงรั้งผิวหนังที่คลุมบริเวณคลิตอริสขึ้นไป เพื่อตรวจดูว่ามีแผลหรือไม่

5. ใช้นิ้วมือสองนิ้วสอดเข้าไปในช่องคลอดแล้วกดแยกหนังช่องคลอดออกจากกัน สังเกตตกขาวในช่องคลอด ถ้าเป็นสีขาวขุ่น เป็นมูกเหนียวหรือมูกใส มีกลิ่นคราวเล็กน้อย แสดงว่าเป็นตกขาวปกติ แต่ถ้ามีลักษณะคล้ายคราบนมที่เด็กแหวะออกมา และมีอาการคันด้วย แสดงว่าอาจมีเชื้อราหรือเชื้อพยาธิในช่องคลอด ถึงเวลาที่ต้องไปพึ่งคุณหมอสูติฯ แล้วล่ะ

6. ใช้นิ้วมือคลำบริเวณส่วนล่างของแคมใหญ่ทั้งสอง โดยให้นิ้วมือหนึ่งอยู่ในช่องคลอด และอีกนิ้วหนึ่งอยู่ที่ส่วนล่างของแคมใหญ่ ดูว่ามีก้อนคล้ายถุงน้ำบริเวณนั้นหรือเปล่า เพราะเป็นตำแหน่งของต่อมที่สร้างมูกออกมาช่วยหล่อลื่นในช่องคลอด ซึ่งท่อที่ปล่อยมูกนี้มักเจอปัญหาอุดตันได้บ่อย ถ้าคลำได้เป็นก้อนนิ่มๆ ล่ะก็อย่าปล่อยทิ้งไว้นานจะทำให้อักเสบเป็นหนองได้

7. สุดท้ายตรวจบริเวณฝีเย็บและรูทวารว่ามีก้อนเนื้อที่เรียกว่า ริดสีดวงทวาร หรือเปล่า ถ้ามีก็รีบปรึกษาหมอว่าจะมีวิธีรักษาอย่างไร ไม่อย่างนั้นจะลำบากเวลาขับถ่าย

women.mthai

ลดต้นขาสู่ขาเรียวสวย

September 19th, 2009 by womenblogs

ลดต้นขาสู่ขาเรียวสวย

ขา เรียวขา ต้นขา

ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของขาเรียวสวย เสน่ห์แห่งสรีระอีกส่วนที่ใครๆ ก็ต้องการ ขาจะเรียวสวยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่ลักษณะโครงสร้างของร่างกาย การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อดู firm อยู่เสมอหรือไม่ หญิงใดได้ฉายา ขาใหญ่ย่อมมิเป็นที่ถูกใจอย่างยิ่งยวด มาเริ่มบริหารต้นขากันด้วยท่าต่างๆ ที่คุณสามารถบริหารเองได้ที่บ้านกันดีกว่า

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจสรีระของต้นขา ซึ่งประกอบไปด้วย ต้นขาด้านหน้าเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่มีส่วนในการใช้เดิน ต้นขาด้านข้างเป็นเนื้อ และต้นขาด้านหลังเป็นแหล่งสะสมของไขมัน การที่จะลดต้นขาให้ firm และได้สัดส่วนเรียวงามขึ้นควรจะบริหารทั้ง ส่วนเท่าๆ กัน นอกจากผลที่ได้กับต้นขาแล้ว คุณยังจะได้รับผลข้างเคียงต่อหน้าท้องที่จะลดตามไปด้วยในตัว

ก่อนที่จะเข้าสู่ท่าการบริหารต้นขาคุณจะต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในการ warm up ร่างกายทุกครั้ง เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ

หั ว ใ จ สำ คั ญ ข อ ง ก า ร อ อ ก กำ ลั ง ก า ย

Warm up เพื่อเตรียมความพร้อม ให้ระบบร่างกายทุกส่วนได้เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ เพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกายให้ค่อยๆ สูงขึ้น จนทำให้โลหิตหมุนเวียนทั่วร่างกาย ออกซิเจนไหลเวียนดี ร่างกายจึงพร้อมออกกำลังกายอย่างปลอดภัย การ Warm upสามารถใช้ความร้อนช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นก็ได้ เช่น อบไอน้ำ เซาว์น่า ระยะเวลาในการบริหารทั่วไปประมาณ 10 นาที

Stretching บริหารเพื่อยืดเอ็น กล้ามเนื้อให้ยืดหยุ่นก่อนที่จะออกกำลังกายได้นานๆ สามารถป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อเอ็น และข้อในขณะออกกำลังได้ถึง80 % ระยะเวลาในการ Stretching ที่พอเหมาะควรจะไม่มากหรือน้อยเกินไป เช่นถ้าwarm up 10 นาที ควร Stretching 5 นาที หรือสลับเวลากันก็ได้

Warm down สำหรับคนทั่วไปเพื่อให้หัวใจเต้นช้าลงหลังจากการออกกำลังกาย มาอยู่ที่ระดับปกติ คือประมาณ 120 ครั้ง/นาที ส่วนผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี การWarm down สามารถทำได้โดยการเดินช้าๆ เพื่อให้ระดับหัวใจเต้นช้าลงมาที่ระดับ100 ครั้ง / นาที

เ ท ค นิ ค แ ล ะ ท่ า บ ริ ห า ร ต้ น ข า

บางท่าของการบริหารต้นขาแต่ละส่วนมีให้เลือก ท่า คุณสามารถเลือกท่าที่คุณถนัดได้ หรือจะบริหารทุกท่าเลยก็ได้

บริหารต้นขาด้านหน้า 1
1. นอนหงายราบลงบนพื้น สอดมือทั้งสองข้างรองไว้ที่ก้น งอเข่าซ้ายเข้าหาอก แล้วเหยียดขาขวาตรงขึ้นข้างบนอย่างช้าๆ
2. เมื่อเหยียดขาขวาได้สุดแล้ว ให้นิ่ง และหายใจตามปกติ
3. ให้รู้สึกได้ถึงความตึงที่ต้นขาด้านหน้า และด้านหลังของลำขาทั้งหมด
4. กลับสู่ท่าเริ่มต้นใหม่ โดยให้เข่าขวางอเข้าหาหน้าอก แล้วเหยียดขาซ้ายตรงขึ้นข้างบนบ้าง ทำสลับกันเช่นนี้ ให้ได้ข้างละ 10-15 ครั้ง (เซ็ท)
5. ควรปฏิบัติ เซ็ท / วัน 3-5 วัน / สัปดาห์

บริหารต้นขาด้านหลัง 1
1. นอนคว่ำหน้าลงบนหลังมือทั้งสองข้าง โดยมีเบาะรองพื้น
2. กดสะโพกให้แนบติดพื้น ขณะเดียวกันก็เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องเอาไว้
3. ค่อยๆ งอขาขวาเข้าหาก้นอย่างช้าๆ โดยต้นขาด้านหน้ายังแนบติดกับพื้นเบาะ
4. นิ่งสักครู่ก่อนที่จะลดเท้าลงเหมือนเดิม จะรู้สึกได้กับกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังในขณะปลายเท้างอเข้าใกล้กัน
5. สลับขาข้างซ้ายในทำนองเดียวกัน ทำเช่นนี้ให้ได้ข้างละ 10-15 ครั้ง (เซ็ท)
6. ควรปฏิบัติ เซ็ท/วัน 3-5 วัน /สัปดาห์

ข้อแนะนำควรควบคุมจังหวะในการบริหารให้สม่ำเสมอ ร่างกายส่วนบนต้องนิ่ง ยกขาขึ้นในแนวตรง ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง กดสะโพกแนบพื้นอยู่เสมอ

บริหารต้นขาด้านนอก 1
1. นอนตะแคงเอียงข้างซ้าย(หรือขวาก็ได้ตามแต่จะถนัด)ลงบนเบาะ ร่างกายอยู่ในแนวเส้นตรง หนุนศีรษะด้วยฝ่ามือด้านซ้าย โดยต้นแขนวางราบยันพื้นไว้
2. มือขวาวางอยู่บนพื้นด้านหน้า เพื่อช่วยพยุงน้ำหนักตัว ขาซ้ายงอเล็กน้อย
3. สะโพกตรง เกร็งกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องไว้
4. ค่อยๆ ยกขาขวาขึ้นอย่างช้าๆ โดยไม่ต้องเกร็งหัวเข่า
5. เมื่อยกได้สูงสุดแล้วให้นิ่งไว้สักครู่ จากนั้นค่อยๆ ลดขาลง แล้วหยุดอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย
6. จะรู้สึกได้ถึงความตึงของต้นขาด้านนอกขณะที่ยกขาขึ้น
7. สลับขาข้างซ้ายในทำนองเดียวกัน ทำเช่นนี้ให้ได้ข้างละ 10-15 ครั้ง (เซ็ท)
8. ควรปฏิบัติ ชุด / วัน 3-5 วัน / สัปดาห์

บริหารต้นขาด้านใน 1
1. นอนตะแคงข้างซ้ายบนเบาะ หนุนศีรษะด้วยฝ่ามือด้านซ้าย โดยต้นแขนวางราบยันพื้นไว้
2. งอเข่าขวาชี้ตรงมาด้านหน้า ท่อนล่างทำมุมฉากกับต้นขา โดยวางเข่าขวาบนพื้น หรือยกพ้นพื้นเล็กน้อย
3. ขาซ้ายเหยียดตรง พยายามดึงกล้ามเนื้อจากเท้าขึ้นตามแนวของต้นขา
4. ยกขาซ้ายขึ้นสูงให้เป็นแนวเส้นตรง แล้วลดลง
5. จะรู้สึกได้กับความตึงของต้นขาด้านใน ขณะที่ยกขาขึ้นจากพื้น
6. สลับขาข้างซ็ายในทำนองเดียวกัน ทำเช่นนี้ให้ได้ข้างละ 10-15 ครั้ง ( เซ็ท)
7. ควรปฏิบัติ เซ็ท / วัน 3-5 ครั้ง / สัปดาห์

women.mthai

เทคนิคเก็บตกผิวเสีย หลังไดเอ็ต

September 1st, 2009 by womenblogs

ผิวสวย หลัง

 

      ผิวหนังแบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ ซึ่งมีเส้นใยอีลาสติน คอลลาเจน ที่ช่วยเพิ่มความยืดหนุ่นและความกระชับให้แก่ผิว และชั้นสุดท้ายคือชั้นใต้ผิวหนังซึ่งมีไขมันเป็นส่วนประกอบอยู่ เมื่อมีน้ำหนักตัวมากขึ้น เซลล์ไขมันในชั้นใต้ผิวหนังจะยืดขยาย ทำให้เส้นใยอีลาสตินในชั้นหนังแท้ต้องขยายตาม และหากอ้วนนานเส้นใยอีลาสตินก็จะยืดตัวถาวร ส่วนคอลลาเจนจะเรียงตัวผิดปกติจากเดิมทำให้เกิดรอยแตกลาย ด้วยเหตุนี้หากคุณลดน้ำหนักมากๆ ในระยะเวลาอันสั้น คือ เกินกว่า 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ อาจทำให้เกิดผิวหย่อนคล้อยเพราะผิวที่เคยยืดขยายหดตัวอย่างรวดเร็ว

   หลังลดน้ำหนักผิวของคุณจะหย่อนคล้อยมากน้อยเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวที่ลดลงและอายุด้วย ในกรณีที่คุณยังอายุน้อยและลดน้ำหนักตัวมาก ผิวของคุณอาจหย่อนคล้อย แต่จะน้อยกว่าและฟื้นฟูสภาพผิวได้เร็วกว่าคนที่อายุมาก เพราะอายุที่มากขึ้นเป็นตัวแปรของปริมาณเส้นใยอีลาสตินและคอลลาเจนของผิวหนังที่น้อยลงเรื่อยๆ

 

 

ผอมแบบไม่ทำร้ายผิว

   ปัจจุบันมีวิธีการลดความอ้วนที่นิยมทำและส่งผลเสียต่อผิว เช่น กินยาลดความอ้วน การอดอาหาร และการตบสลายไขมัน การอดอาหารทำให้ระบบร่างกายเสียสมดุล เพราะไปลดปริมาณน้ำตาลในเลือดลง ส่วนการตบสลายไขมันที่ใช้ครีมและความร้อนจะมีผลต่อปริมาณน้ำในผิว ทำให้ผิวแห้ง เหี่ยว และในความเป็นจริงไขมันอยู่ลึกมาก การตบสลายไขมันนั้นนอกจากจะไม่สามารถกำจัดไขมันได้แล้ว ยังส่งผลให้ผิวชั้นหนังแท้และหนังกำพร้าช้ำอีกด้วย

   การลดความอ้วนที่ไม่ส่งผลเสียต่อผิวนั้นน้ำหนักตัวจะต้องลดลงไม่เกิน 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ และลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี คือ ลดน้ำหนักโดยการเผาผลาญไขมันในชั้นผิวหนัง ไม่ใช่การลดน้ำหรืออาหารซึ่งอย่างหลังจะกระทบต่อปริมาณน้ำตาลภายในเลือดด้วย

   วิธีการลดน้ำหนักที่ดีที่สุด คือ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ งดแป้ง ไขมัน และออกกำลังกายร่วมด้วย โดยเฉพาะแอโรบิก วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เพราะการออกกำลังกายเหล่านี้ช่วยให้เผาผลาญไขมันใต้ผิวหนังทั่วร่างกาย ส่วนการออกกำลังกายเฉพาะส่วนนั้นจะไปช่วยเผาผลาญไขมันในกล้ามเนื้อ

 

 

วิธีแก้ “หย่อน ยาน ย้วย”

   การฟื้นฟูผิวให้กลับกระชับดังเดิมจะได้ผลแค่ไหนขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่คุณปล่อยให้ผิวเสียด้วย ตัวอย่างเช่น ผิวเปลือกส้มหรือเซลลูไลท์ที่เกิดจากการหดตัวอย่างรวดเร็วของผิวหนัง หากทิ้งไว้นานเกินไปก็อาจหมดสิทธิ์รักษา ถ้าเป็นระยะเริ่มต้น แก้ได้ง่ายๆ ด้วยการออกกำลังกายประเภทแอโรบิก เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญไขมันใต้ผิวหนัง และเลือกรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี อี โคเอนไซม์คิวเทน และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง ดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้นมีความยืดหยุ่นดีขึ้น ช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดี และลดปัญหาเซลลูไลท์ได้

   หากผิวยากจะฟื้นฟูและทำแล้วไม่เห็นผลอาจต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่รักษาได้ลึกถึงชั้นไขมัน โดยใช้ความร้อนไปจัดการก้อนไขมันให้แตกตัว เช่น ทำเลเซอร์ การใช้คลื่นความถี่วิทยุแบบขั้วเดียว ส่วนการทำคาร์บ็อกซี่จะช่วยในเรื่องเซลลูไลต์ โดยคาร์บอนไดออกไซด์ที่เข้าไปใต้ผิวหนังจะจับตัวกับน้ำเกิดเป็นกรดคาร์บอนิกที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดเซลลูไลต์ แต่ต้องทำหลายครั้งจึงจะเห็นผล

   นอกจากการกินอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบำรุงผิวแล้ว อาจจะหยิบจับผลไม้ใกล้มือ อย่าง ส้มเขียวหวานและองุ่น มาเพิ่มความกระชับให้ผิว ติดตามอ่านสูตรกระชับผิวด้วยผลไม้ได้ในเล่มค่ะ

women.mthai

เทคนิคการแต่งหน้า 3 สไตล์

August 26th, 2009 by womenblogs

เทคนิคการแต่งหน้า 3 สไตล์

แต่งหน้าให้สวยใช่ว่าจะยากเกินความสามารถ เพียงแค่ต้องรู้เทคนิคเท่านั้น ฉบับนี้เราขอแนะนำเทคนิคง่ายๆที่สาวๆทุกคนแต่งตามได้แน่นอน

เครดิต  women.mthai

แต่งหน้า เทคนิค Eyeliner Cheek  Lips Tips Concealer Foundation

Casual Pop

Eyes
* เพิ่ม ประกายให้ดวงตาสว่างสดใสด้วยการไล้อายแชโดว์สีส้มอมทองทั่วเปลือกตา (หากอยากให้ดูมีมิติขึ้นให้ไล้อายแชโดว์น้ำตาลประกายมุกที่ชั้นพับตาด้วย)

* ใช้พู่กันแต้มอายแชโดว์สีชมพูทาจากบริเวณหางตามาจนถึงกึ่งกลางตา แล้วเกลี่ยให้สีฟุ้งขึ้นด้านบน

* ปิดท้ายด้วยอายแชโดว์สีส้มอมทองไล้บริเวณหัวตาบนและล่าง

Ettusais: Eye Color C (720.-)

Eyeliner
ดวงตาจะดูเด่นและกลมโตยิ่งขึ้น เมื่อใช้ดินสอสีน้ำตาลเขียนให้ชิดขอบตาบนมากที่สุด (ส่วนขอบตาล่างจะเขียนหรือไม่ก็ได้)


Ettusais: Pencil Eyeliner # Brown (480.-)

แต่งหน้า เทคนิค Eyeliner Cheek  Lips Tips Concealer Foundation

Cheek
ยิ้มหวานๆแล้วปัดบลัชออนสีพีชลงบนโหนกแก้ม จะดูเปล่งปลั่งเหมือนสาวสุขภาพดี

Ettusais: Cheek Color # PK2 (400.-)

Lips
ทาลิปสติกสีพลัมให้ทั่วริมฝีปาก แล้วเติมความวาวด้วยลิปกลอสสีเบสประกายมุกบริเวณกึ่งกลางริมฝีปาก


Ettusais: Lip Color N # PK4 (780.-) , Lip Gloss (720.-)

Tips: อย่าลืมพกเมคอัพไปเติมระหว่างวันด้วย เพราะน้ำมันตามธรรมชาติบนใบหน้าจะทำให้เมคอัพจางลง

แต่งหน้า เทคนิค Eyeliner Cheek  Lips Tips Concealer Foundation

Nudy Mode

Concealer
ปก ปิดตาหมีแพนด้า ด้วยการแต้มคอนซีลเลอร์สีสว่างกว่าผิว 1 เฉดสีที่ใต้ตา แล้วใช้นิ้วนางค่อยๆกดเบาๆจนสีเรียบเสมอกัน ห้ามใช้นิ้วปาดเด็ดขาด เพราะจะเป็นคราบไม่น่าดู

IPSA: White Protect - C Creative Concealer SPF 25 PA++ (1,500.-)

Foundation
แต้มรองพื้นชนิดน้ำ 5 จุดให้ทั่วใบหน้า แล้วใช้มือเกลี่ยรองพื้นจากกึ่งกลางหน้าออกไปทางกรอบใบหน้าจนเนียนเรียบเสมอกัน


IPSA: Skin Beauty Foundation # C2 (1,950.-)

แต่งหน้า เทคนิค Eyeliner Cheek  Lips Tips Concealer Foundation

Eyes
* ผิวหน้าเนียนสว่างใสแล้วก็ไม่จำเป็นต้องแต่งอะไรมากมาย เพียงไล้อายแชโดว์สีน้ำตาลเบาๆให้ทั่วเปลือกตา (เน้นบริเวณกระบอกตาเป็นพิเศษ)

* ใช้อายแชโดว์สีชมพูอ่อนๆแต้มหัวตาและโหนกคิ้วเพื่อสร้างแสงเงา

* เขียนขอบตาบนด้วยอายไลเนอร์สีดำ แล้วปัดมาสคาร่าทั้งขนตาบนและล่าง


IPSA: Skin Beauty Dual Eye Color  # H01 (850.-), Skin Beauty Super Fine Eye Liner # Black (650.-)

Cheek & Lips
* ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีชมพู อย่าลืมเคาะสีออกจากแปรงเล็กน้อยบนหลังมือก่อนปัด เพื่อไม่ให้สีเข้มเกินไป

* ควรเลือกลิปสติกผสมเอสเซ้นส์ ออยล์ สีชมพูอมส้มเข้ากับสีแก้ม


IPSA: Skin Beauty Face Color # H553, Skin Beauty Essence Lip Stick # H852 (1,220.-)


Tips: การเลือกสีรองพื้นควรเลือกเฉดสีที่ใกล้เคียงกับผิวมา 2 - 3 สี ลองกับผิวบริเวณขากรรไกร จะได้สีที่ค่อนข้างตรงกับผิวจริงที่สุด

แต่งหน้า เทคนิค Eyeliner Cheek  Lips Tips Concealer Foundation

Party Chic

Eyes
ไล้อายแชโดว์สีทองให้ทั่วเปลือกตา แล้วเพิ่มความระยิบระยับด้วยอายแชโดว์แบบฝุ่นสีน้ำตาลทองปัดบริเวณชั้นพับตา

Make Up Store: Microshadow # Savana (600.-), Eyedust # Golden Mane (600.-)

Eyeliner
ใช้อายไลเนอร์สีฟ้าเขียนขอบตาล่างเส้นใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย เพื่อให้เห็นสีชัดเจน


Make Up Store: Eyepencil # Secret Agent (600.-)

แต่งหน้า เทคนิค Eyeliner Cheek  Lips Tips Concealer Foundation

Lips
ใช้ดินสอสีชมพูมุกเขียนขอบปากให้ทั่ว ก่อนใช้ลิปสติกเนื้อสีใกล้เคียงกันทาทับอีกที เพื่อให้ได้รูปปากที่คมและสีสันติดทนนาน

Make Up Store: Lippencil # Forbidden Kiss (600.-), Lipstick # Delight (725.-)

Body
ไปงานปาร์ตี้อย่าลืมใช้โลชั่นผสมกลิตเตอร์เพิ่มความสว่างที่บริเวณเนินอก แขนด้านนอก และแผ่นหลัง จะได้ดูเซ็กซี่ยิ่งขึ้น

Make Up Store: Body Lotion Shimmer (990.-)

Tips: ไม่ จำเป็นต้องเขียนอายไลเนอร์สีดำหรือน้ำตาลเสมอไป ลองเปลี่ยนเป็นสีสันสดใสอย่างสีฟ้าหรือชมพูบ้างก็ได้ ถ้าไม่ค่อยมั่นใจอาจเริ่มจากเส้นบางๆก่อน

Column: Beauty U Can Touch No.592 (1 OCT 2007)

ขอบคุณที่มาจาก นิตยสารสุดสัปดาห์

เทคนิคเก็บตกผิวเสีย หลังไดเอ็ต

August 26th, 2009 by womenblogs

เทคนิคเก็บตกผิวเสีย หลังไดเอ็ต

ผิวสวย หลัง

ผิวหนังแบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ ซึ่งมีเส้นใยอีลาสติน คอลลาเจน ที่ช่วยเพิ่มความยืดหนุ่นและความกระชับให้แก่ผิว และชั้นสุดท้ายคือชั้นใต้ผิวหนังซึ่งมีไขมันเป็นส่วนประกอบอยู่ เมื่อมีน้ำหนักตัวมากขึ้น เซลล์ไขมันในชั้นใต้ผิวหนังจะยืดขยาย ทำให้เส้นใยอีลาสตินในชั้นหนังแท้ต้องขยายตาม และหากอ้วนนานเส้นใยอีลาสตินก็จะยืดตัวถาวร ส่วนคอลลาเจนจะเรียงตัวผิดปกติจากเดิมทำให้เกิดรอยแตกลาย ด้วยเหตุนี้หากคุณลดน้ำหนักมากๆ ในระยะเวลาอันสั้น คือ เกินกว่า 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ อาจทำให้เกิดผิวหย่อนคล้อยเพราะผิวที่เคยยืดขยายหดตัวอย่างรวดเร็ว

หลังลดน้ำหนักผิวของคุณจะหย่อนคล้อยมากน้อยเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ตัวที่ลดลงและอายุด้วย ในกรณีที่คุณยังอายุน้อยและลดน้ำหนักตัวมาก ผิวของคุณอาจหย่อนคล้อย แต่จะน้อยกว่าและฟื้นฟูสภาพผิวได้เร็วกว่าคนที่อายุมาก เพราะอายุที่มากขึ้นเป็นตัวแปรของปริมาณเส้นใยอีลาสตินและคอลลาเจนของผิว หนังที่น้อยลงเรื่อยๆ

ผอมแบบไม่ทำร้ายผิว

ปัจจุบันมีวิธีการลดความอ้วนที่นิยมทำและส่งผลเสียต่อผิว เช่น กินยาลดความอ้วน การอดอาหาร และการตบสลายไขมัน การอดอาหารทำให้ระบบร่างกายเสียสมดุล เพราะไปลดปริมาณน้ำตาลในเลือดลง ส่วนการตบสลายไขมันที่ใช้ครีมและความร้อนจะมีผลต่อปริมาณน้ำในผิว ทำให้ผิวแห้ง เหี่ยว และในความเป็นจริงไขมันอยู่ลึกมาก การตบสลายไขมันนั้นนอกจากจะไม่สามารถกำจัดไขมันได้แล้ว ยังส่งผลให้ผิวชั้นหนังแท้และหนังกำพร้าช้ำอีกด้วย

การลดความอ้วนที่ไม่ส่งผลเสียต่อผิวนั้นน้ำหนักตัวจะต้องลดลงไม่เกิน 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ และลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี คือ ลดน้ำหนักโดยการเผาผลาญไขมันในชั้นผิวหนัง ไม่ใช่การลดน้ำหรืออาหารซึ่งอย่างหลังจะกระทบต่อปริมาณน้ำตาลภายในเลือดด้วย

วิธีการลดน้ำหนักที่ดีที่สุด คือ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ งดแป้ง ไขมัน และออกกำลังกายร่วมด้วย โดยเฉพาะแอโรบิก วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เพราะการออกกำลังกายเหล่านี้ช่วยให้เผาผลาญไขมันใต้ผิวหนังทั่วร่างกาย ส่วนการออกกำลังกายเฉพาะส่วนนั้นจะไปช่วยเผาผลาญไขมันในกล้ามเนื้อ

วิธีแก้ “หย่อน ยาน ย้วย”

การฟื้นฟูผิวให้กลับกระชับดังเดิมจะได้ผลแค่ไหนขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่คุณ ปล่อยให้ผิวเสียด้วย ตัวอย่างเช่น ผิวเปลือกส้มหรือเซลลูไลท์ที่เกิดจากการหดตัวอย่างรวดเร็วของผิวหนัง หากทิ้งไว้นานเกินไปก็อาจหมดสิทธิ์รักษา ถ้าเป็นระยะเริ่มต้น แก้ได้ง่ายๆ ด้วยการออกกำลังกายประเภทแอโรบิก เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญไขมันใต้ผิวหนัง และเลือกรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี อี โคเอนไซม์คิวเทน และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง ดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้นมีความยืดหยุ่นดีขึ้น ช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดี และลดปัญหาเซลลูไลท์ได้

หากผิวยากจะฟื้นฟูและทำแล้วไม่เห็นผลอาจต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ รักษาได้ลึกถึงชั้นไขมัน โดยใช้ความร้อนไปจัดการก้อนไขมันให้แตกตัว เช่น ทำเลเซอร์ การใช้คลื่นความถี่วิทยุแบบขั้วเดียว ส่วนการทำคาร์บ็อกซี่จะช่วยในเรื่องเซลลูไลต์ โดยคาร์บอนไดออกไซด์ที่เข้าไปใต้ผิวหนังจะจับตัวกับน้ำเกิดเป็นกรดคาร์บอนิ กที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดเซลลูไลต์ แต่ต้องทำหลายครั้งจึงจะเห็นผล

นอกจากการกินอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบำรุงผิวแล้ว อาจจะหยิบจับผลไม้ใกล้มือ อย่าง ส้มเขียวหวานและองุ่น มาเพิ่มความกระชับให้ผิว ติดตามอ่านสูตรกระชับผิวด้วยผลไม้ได้ในเล่มค่ะ

อ่านเพิ่มเติมในคอลัมน์ Beauty นิตยสาร Health & Cuisine

ปีที่ : 9 ฉบับที่ : 102 เดือน : กรกฎาคม 2552

เครดิต  women.mthai

สีผมเสริมเสน่ห์ สไตล์ดารา

August 11th, 2009 by womenblogs

สีผมเสริมเสน่ห์ สไตล์ดารา

วุ้นเส้น

ทำสีผม ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้สีผิว

หลายครั้งที่การทำสีผมสีที่ชอบหรือที่กำลังนิยมอาจไม่เหมาะกับคุณ ลองนำเทคนิคการเลือกสีผมจากสีผิวไปใช้ รับรองว่าจะได้สีผมที่ทั้งสวยและเสริมใบหน้าให้ดูเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น

ผิวขาวอมชมพู สาวผิวสีนี้ดูมีสุขภาพดี สีผมที่เหมาะกับคุณคือ เฉดสีบลอนด์ ควรเลือกสีบลอนด์ประกายหม่น หรือโทนน้ำตาลทอง และทองแดงประกายน้ำตาล แล้วเสริมด้วยการทำไฮไลต์โทนอ่อนกว่าหนึ่งระดับเพื่อช่วยให้ผิวดูไม่ซีดเกิน ไป

ผิวขาวอมเหลือง สีผิวนี้ทำให้ใบหน้าดูซีดเซียวหรือเหนื่อยล้าไม่สดใส จึงควรเลือกทำสีผมโทนสีแดง เช่น ประกายม่วงเหลือบแดง น้ำตาลแดงประกายม่วง หรือแดงเข้มประกายแดง

ผิวสองสีหรือสีน้ำผึ้ง เหมาะกับผมโทนสีทอง เช่น สีส้ม น้ำตาลทองเคลือบประกายทอง สีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีเนื้อ หรือทำไฮไลต์สีน้ำตาลอ่อนไล่ระดับ เพื่อช่วยให้ใบหน้าดูสว่างขึ้น

ผิวสีแทน ผิวคล้ำหรือผิวสีเข้ม เหมาะกับผมสีน้ำตาลแก่ น้ำตาลช็อกโกแลต สีมอคค่า และควรเพิ่มประกายทองแดง หรือเพิ่มมิติด้วยไฮไลต์ไล่ระดับ เพื่อขับให้สีผิวไม่ดูคล้ำจนเกินไป

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก

มาแอบดูดาราเค้าทำสีผมกันดีกว่า

ว่าสีไหนจะโดนใจสุดๆ

แป้ง อรจิรากาละแม พัชรศรี

กิ๊ปซี่ Girly berryเบลล์ Girly berry  เกิร์ลลี่ เบอร์รี่

กิ๊ปซ่า girly berry เกิร์ลลี่ เบอร์รี่แนนนี่ girly berry เกิร์ลลี่ เบอร์รี่

เกรซ กาญจน์เกล้า

เจนนี่เจนนี่

พีคลูกตาล

สีผมเสริมเสน่ห์ สไตล์ดารา

วุ้นเส้น

ทำสีผม ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้สีผิว

หลายครั้งที่การทำสีผมสีที่ชอบหรือที่กำลังนิยมอาจไม่เหมาะกับคุณ ลองนำเทคนิคการเลือกสีผมจากสีผิวไปใช้ รับรองว่าจะได้สีผมที่ทั้งสวยและเสริมใบหน้าให้ดูเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น

ผิวขาวอมชมพู สาวผิวสีนี้ดูมีสุขภาพดี สีผมที่เหมาะกับคุณคือ เฉดสีบลอนด์ ควรเลือกสีบลอนด์ประกายหม่น หรือโทนน้ำตาลทอง และทองแดงประกายน้ำตาล แล้วเสริมด้วยการทำไฮไลต์โทนอ่อนกว่าหนึ่งระดับเพื่อช่วยให้ผิวดูไม่ซีดเกิน ไป

ผิวขาวอมเหลือง สีผิวนี้ทำให้ใบหน้าดูซีดเซียวหรือเหนื่อยล้าไม่สดใส จึงควรเลือกทำสีผมโทนสีแดง เช่น ประกายม่วงเหลือบแดง น้ำตาลแดงประกายม่วง หรือแดงเข้มประกายแดง

ผิวสองสีหรือสีน้ำผึ้ง เหมาะกับผมโทนสีทอง เช่น สีส้ม น้ำตาลทองเคลือบประกายทอง สีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีเนื้อ หรือทำไฮไลต์สีน้ำตาลอ่อนไล่ระดับ เพื่อช่วยให้ใบหน้าดูสว่างขึ้น

ผิวสีแทน ผิวคล้ำหรือผิวสีเข้ม เหมาะกับผมสีน้ำตาลแก่ น้ำตาลช็อกโกแลต สีมอคค่า และควรเพิ่มประกายทองแดง หรือเพิ่มมิติด้วยไฮไลต์ไล่ระดับ เพื่อขับให้สีผิวไม่ดูคล้ำจนเกินไป

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก

มาแอบดูดาราเค้าทำสีผมกันดีกว่า

ว่าสีไหนจะโดนใจสุดๆ

แป้ง อรจิรากาละแม พัชรศรี

กิ๊ปซี่ Girly berryเบลล์ Girly berry  เกิร์ลลี่ เบอร์รี่

กิ๊ปซ่า girly berry เกิร์ลลี่ เบอร์รี่แนนนี่ girly berry เกิร์ลลี่ เบอร์รี่

เกรซ กาญจน์เกล้า

เจนนี่เจนนี่

พีคลูกตาล

เครดิต women.mthai

« Previous Entries