วิธี ปฏิบัติ ก่อนซื้อ อาหาร นอกบ้าน

November 24th, 2009 by womenblogs

 ใครที่ต้องซื้ออาหารนอกบ้านเป็นประจำ วันนี้ เดลินิวส์ออนไลน์ มีวิธีสังเกตุเลือกอาหารคุณภาพมาฝาก…

 

 

  - อ่านฉลากก่อนซื้อ ดูคุณค่าของสารอาหารในฉลากโภชนาการ ชื่ออาหาร ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต วันเดือนปีที่หมดอายุ และต้องมีเครื่องหมาย อย.

  - สังเกตภาชนะบรรจุ ต้องอยู่ในลักษณะที่ดีและสะอาด เช่น เครื่องดื่มอยู่ในภาชนะที่ปิดสนิท กระป๋องอยู่ในสภาพดี ไม่บุบ

  - สังเกตลักษณะของอาหาร สี กลิ่น และรส ต้องไม่มีความผิดปกติจากธรรมชาติ หรือเปลี่ยนแปลงจากลักษณะเดิม เช่น กลิ่นหืนหรือเหม็นเปรี้ยว หรือสีสันฉูดฉาด ควรเลือกซื้ออาหารที่ใช้สีจากธรรมชาติ

  - สังเกตความสะอาด ขั้นตอนการเตรียมอาหาร สถานที่เตรียมอาหาร การล้าง การปรุง และความสะอาดของผู้ขาย

women.mthai

4 อาหาร ที่ทำให้หน้าท้องแบนราบ

October 14th, 2009 by womenblogs

หน้าท้อง เอว

 

      แคลอรี่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะทำให้หน้าท้องเพิ่มหรือลด แต่อาหารบางอย่างดูจะมีผลต่อไขมันกลางลำตัวของเรามากกว่า

     เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เชี่ยวชาญจากการศึกษาแบบต่อเนื่องของ Framingham Nutrition รายงานว่า ผู้หญิงที่กินน้อยลงไปเกือบ 400 แคลอรี่ ต่อวัน แต่เลือกอาหารที่มีสารอาหารน้อย มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นสองเท่าครึ่งในการมีหน้าท้องใหญ่ขึ้น เมื่อเทียบกับคนที่กินมากกว่าแต่กินอาหารที่ดีกว่า คุณจึงไม่จำเป็นต้องอดอาหาร เพียงแต่ต้องรู้จักเลือกอาหารให้มากขึ้น
เพื่อปราบหน้าท้องให้อยู่ในที่ในทาง นั่นก็คือ 4 อาหาร ต่อไปนี้ 

    1. ผักและผลไม้ ผู้หญิงลดขนาดเอวได้ด้วยการแทนที่อาหารที่เป็นแป้งขัดขาวและน้ำตาลด้วย คาร์โบไฮเดรตจากผักและผลไม้โดยเฉพาะที่มีสีส้ม นี่เป็นการรีวิวจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน นอกเหนือจากเส้นใยอาหารที่ทำให้คุณรู้สึกอิ่มยาวนานกว่า นักวิจัยยังคาดว่าแอนตี้ออกซิแดนท์ อย่างเช่น วิตามินซีและเบต้าแคโรทีนคือสิ่งที่ช่วยกำจัดไขมันหน้าท้องออกไปได้

    2. โปรตีน การกินโปรตีนมากขึ้นทำให้คุณอิ่มและเพิ่มพลังงานซึ่งนำไปสู่การลดน้ำหนักโดย รวม และสำหรับคนที่อายุมากกว่า 40 จะช่วยลดไขมันหน้าท้องได้เป็นพิเศษ นี่เป็นผลการค้นพบของวิทยาลัยสกิดมอร์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน

           แต่งานวิจัยชี้ว่าการกินโปรตีนในปริมาณสูง ๆ อาจทำให้ไตทำงานหนัก เพราะอาจทำให้เกิดการสูญเสียแคลเซียมได้ ควรตั้งเป้ารับแคลอรี 25 % จากโปรตีน (ถ้าคุณกินวันละ 2,000 แคลอรี่ นั่นก็คือ 500 แคลอรี่ จากโปรตีน) และเลือกโปรตีนแบบไร้ไขมัน อย่างเช่น โยเกิร์ตไขมันต่ำ นมไร้ไขมัน ปลาและสัตว์ปีกไร้หนัง ถั่วเป็นแหล่งที่ดีอีกอย่างหนึ่งแต่อาจมีแคลอรี่ค่อนข้างสูง

    3. เซเลเนียม นี่เป็นแร่ธาตุที่ช่วยต่อสู้มะเร็ง และเชื่อมโยงกับไขมันหน้าท้อง จากการสำรวจคนอเมริกันมากกว่า 8,000 คน คนที่มีระดับเซเลเนียมและแอนตี้ออกซิแดนท์อื่น ๆ ในเลือดน้อยกว่า จะมีรอบเอวที่ใหญ่กว่า เซเลเนียมพบในอาหารหลายชนิด แต่มันอาจยากที่จะรู้ว่าคุณได้รับปริมาณครบตามที่แนะนำหรือเปล่า (55 ไมโครกรัม) เพื่อให้ได้ปริมาณตามต้องการ ลองกินวิตามินเสริมหรือกินอาหารให้หลากหลาย

    4. ไขมันที่ดี การวิจัยชิ้นหนึ่งของสเปนชี้ให้เห็นว่า มันง่ายกว่าที่จะรักษาความผอมเพรียวด้วยการกินไขมันแบบไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (เช่น น้ำมันมะกอก) และโอเมก้า-3 (ส่วนใหญ่พบในปลา แต่ก็มีในเมล็ดต้นแฟลกซ์ น้ำมันวอลนัตและเต้าหู้) ในขณะที่ไขมันเมก้า-6 (มีมากในซีเรียลน้ำมันข้าวโพด และไข่ ) เป็นเหตุให้ไขมันหน้าท้องเพิ่มพูน แต่ไขมันที่ควรกำจัดโดยสิ้นเชิงก็คือ ไขมันทรานส์ที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร

          ในการศึกษาของมหาวิทยาลัยเวกฟอเรสต์ ลิงที่กินอาหารแบบที่คนอเมริกาทั่วไปกินเป็นเวลา 6 ปี มีน้ำหนักมากขึ้นเทียบเท่ากับน้ำหนักมนุษย์ 10 ปอนด์ ถ้าไขมันที่พวกมันกินคือ ไขมันทรานส์อย่างเดียว เทียบกับพวกที่กินไขมันที่เพิ่มขึ้น 30% นั้นจะเพิ่มขึ้นในส่วนของหน้าท้องด้วย
women.mthai

3 สูตรไดเอทสุดฮิพของสาวญี่ปุ่น

October 14th, 2009 by womenblogs

กล้วย

 

        ปกติอาหารญี่ปุ่นก็ขึ้นชื่อเรื่องไขมันน้อยอยู่แล้ว แต่สาวปลาดิบก็ยังยอมรับว่าวิธีไดเอทนี้จะช่วยลดความอ้วนได้เร็วกว่าแค่กินอาหารประจำชาติอย่างเดียว

 
   1. ไดเอทด้วยกะหล่ำปลี
วิธีลดน้ำหนักสูตรนี้กำลังเทรนดี้อย่างแรงในหมู่สาวอวบของญี่ปุ่น แถมยังมีคนเอาไปออกรายการทีวีบ่อยๆ ที่สาวๆ นิยมเพราะมันทำง่าย ไม่ต้องลงทุนหนักๆ ปลอดภัยเพราะคิดค้นโดยนายแพทย์และยังเห็นผลเร็ว

        How It Work กะหล่ำปลีที่ใช้ต้องเป็นกะหล่ำสดๆ ลงทุนไม่กี่บาท 1 หัวใหญ่ เอามาตัดแบ่งเป็น 4 ซีก แล้วทานที่ละ 1 ซีก กับน้ำสลัดไขมันต่ำก่อนมื้ออาหารทุกมื้อ กะหล่ำปลีเป็นผักที่มีส้นใยอาหารสูงมาก เมื่อกินเข้าไปจะทำให้หนักท้อง แทบไม่ต้องทานข้าวตามก็อิ่มได้ ช่วยให้กินน้อยลงโดยปริยาย ถ้าทนทำติดต่อกันได้จะไม่ผอมคงไม่ได้แล้วล่ะ


 

   2. ไดเอทด้วยแครอทและอกไก่
สูตรนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบไดเอท เพราะกินเท่าไรก็ได้ โดยไม่รู้สึกว่ากำลังจำกัดอาหารอยู่ แครอทมีไฟเบอร์ทำให้อิ่มท้อง ส่วนเนื้อบริเวณอกไก่ก็แทบจะไม่มีไขมันเลย ขออย่างเดียวอย่ากินติดหนังเท่านั้น

        How It Work เปลี่ยนมื้อเย็นของทุกๆ วันเป็นแครอทกับอกไก่ย่างแทน โดยใช้แครอทมื้อละ 1-2 หัว จะกินสดๆ หรือเอาไปต้มก่อนก็ได้ ส่วนอกไก่เป็นเมนูส่วนตัวของคุณ จะปรุงรสไหน หมักซอส หมักเกลือ ต้ม ย่าง อบ เชิญตามชอบ

 
   3. ไดเอทด้วยกล้วยหอมกับน้ำเปล่า
นี่ก็สูตรยอดฮิต เพราะทำง่ายได้ผลเร็ว และกล้วยหอมยังเป็นผลไม้มากคุณค่า เหมาะสำหรับสาวๆ ทุกวัย

        How It Work เลิกกินมื้อเช้าตามใจปากอย่างที่เคยทำ แล้วหันมากินกล้วยหอม 2-3 ผลกับน้ำเปล่าหลายๆ แก้วแทนเมื่อเส้นใยในกล้วยหอมเจอกับน้ำเปล่า มันจะไปขยายตัวในท้องคุณ และช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ให้สะอาด สลายไขมันที่อุดตันอยู่ในเส้นเลือดออกมาจากนั้นก่อนเข้านอน 4 ชั่วโมง จะพยายามไม่กินอะไรอีกเลยยกเว้นกล้วยหอมกับน้ำเท่านั้น และระหว่างวันถ้าหิวแทนที่จะคว้าขนมนมเนยเข้าปากเหมือนเคย ก็พึ่งกล้วยหอมนี่แหละ

women.mthai

5 วิธีไดเอ็ต ที่แย่ที่สุด

October 7th, 2009 by womenblogs

5 วิธีไดเอ็ต ที่แย่ที่สุด

 

ไดเอ็ต อาหาร

 

  สาว ๆ ที่หาวิธีลดความอ้วนอยู่ล่ะก็ อย่าได้ลองทำตามวิธีต่อไปนี้เลยนะคะ เพราะวิธีต่อไปนี้ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เป็นวิธีไดเอ็ตที่ไม่ดีเอาเสียเลย

    1.ไดเอ็ตด้วยการกินอาหารแค่บางประเภท

      เช่น ซุปกระหล่ำปลี หรือ องุ่น แต่จะกินสักกี่ถ้วยถึงจะพอต่อความต้องการของร่างกาย เพราะ คนเราต้องการสารอาหารหลากหลายประเภทถ้ากินอาหารประเภทนี้ซ้ำ ๆ อาจจะช่วยลดน้ำหนักได้ในระยะเวลาสั้น ๆ แต่คุณก็จะกลายเป็นโรคขาดสารอาหารไปในทันที

    2. ไดเอ็ตดีท็อกซ์

      เชื่อกันว่าเป็นการล้างสารพิษออกจากร่างกาย จริงแล้วเปล่าเลย มันกลับเป็นวิธีที่ดูโง่ที่สุดและไม่มีผลทางวิทยาศาสตร์ที่วิเคราะห์แล้วว่าดี จริง ๆ แล้วอวัยวะในร่างกายของเราดีอยู่แล้วมีระบบฟอกกรองของเสียของร่างกาย เช่น ตับและปอด โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีดีท็อกซ์ในการล้างสารพิษ ฉะนัน ปล่อยให้มันเป็นไปตามกระบวนการทำงานของร่างกายดีกว่า


 

 

    3.ไดเอ็ตด้วยอาหารหรือยามหัศจรรย์
  
      ลืมไปได้เลยว่าจะมีอาหารหรือยาชนิดไหนสามารถช่วยลดความอ้วนของคุณได้ในระยะเวลายาว โดยที่กินแล้วไม่มีผลกระทบข้างเคียง คุณอาจจะกินวิตามินเสริมไปกับการลดน้ำหนักได้ แต่แนะนำว่ารับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะดีกว่า


 

 

 

    4.ไดเอ็ตที่ต้องอด

       กลายเป็นค่านิยมสำหรับสำหรับผู้ที่อยากลดน้ำหนักไปแล้ว แต่ไม่ได้เกิดประโยชน์เลย เพราะถ้าคุณกินอาหารไม่เพียงพอก็จะกลายเป็นโรคขาดสารอาหาร ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายและเมื่อคุณเลิกอดอาหารกลับมาทานปกติระบบเผาผลาญก็จะแปรปรวนจนเกิดโยโย่เอฟเฟ็กต์และกลับมาอ้วนอีก

     5.ไดเอ็ตที่ฟังดูดีเกินกว่าจะเป็นจริง

       ถ้ามันฟังดูดีจนเกินไปจนไม่น่าทำได้จริง มันก็คงเป็นเช่นนั้น แผนการไดเอ็ตที่อ้างถึง “ความลับ” บางอย่างที่ตรงข้ามกับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือมันก็อาจเป็นความลับที่เป็นไปไม่ได้ก็ได้
women.mthai

อาหารที่ช่วยเผาพลาญไขมัน

October 7th, 2009 by womenblogs

อาหารที่ช่วยเผาพลาญไขมัน

 

กิน กินอาหาร

 

   สารอาหารบางสิ่งที่ช่วยเผาพลาญไขมันอาจช่วยทำให้เราผอมได้ แต่บางอย่างก็ยังไม่สามารถบอกได้อย่างแท้จริงว่า มีสรรพคุณต่อร่างกายอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น

       หน่อไม้ฝรั่ง กรดแอสพาราจีนในหน่อไม้ช่วยทำให้ผอมได้ แต่กรดเหล่านี้เพียงช่วยขับน้ำออกเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผาพลาญไขมัน 

       สาหร่ายและชาสาหร่าย ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับกรดแอสพาราจีน คือขับน้ำและของเสียออกจากร่างกาย ส่วนการเผาพลาญไขมันนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า สามารถเผาพลาญได้จริงหรือไม่ 

       พริก ในพริกมีสารรสเผ็ดร้อนที่ชื่อแคปไซซิน ช่วยเพิ่มความร้อนในร่างกาย “เพลิงร้อน” ตัวนี้สามารถช่วยเผาพลาญไขมัน ฉะนั้นถ้าใครกินเผ็ดได้ ก็เหยาะพริกป่นลงไปหน่อย หรือรับประทานพริกสดที่ซอยบางๆ ร่วมกับอาหารด้วยก็ดี 

       กาแฟ กาเฟอีนช่วยกระตุ้นเอ็นไซม์ซึ่งมีหน้าที่เผาพลาญไขมัน ดังนั้น เราควรจะดื่มกาแฟเป็นประจำ แต่ไม่ควรดื่มมาก แค่มื้อเช้าดื่มหนึ่งแก้ว หลังอาหารเที่ยงดื่มอีกหนึ่งแก้ว ก็พอแล้ว 

       ไวน์แดง หากดื่มในปริมาณน้อย สารบางอย่างในไวน์แดง ก็อาจจะช่วยขัดขวางการดูดซึมไขมันได้บ้าง อย่างไรก็ดีไม่ควรดื่มมากเกินไป เพราะไวน์แค่ครึ่งแก้วสามารถให้พลังงานได้ถึง 72 แคลอรี่ 

       ชาเขียว จากการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยไฟร์บวร์ก ประเทศเยอรมนี ยืนยันว่าการดื่มชาเขียวเป็นประจำในปริมาณวันละสี่แก้ว สามารถช่วยกระตุ้นการเผาพลาญไขมันได้ และดีต่อสุขภาพอีกด้วย

women.mthai

อาหารของเส้นผม

September 24th, 2009 by womenblogs

 เส้นผม ผม ผมยาว อาหารผม
 
 
อาหารของเส้นผม  
 
 
การดูแลเส้นผมนอกจากใช้ครีมนานาชนิดแล้ว ยังไม่เพียงพอ ถ้าอยากให้ผมมีสุขภาพดีก็ต้องบำรุงด้วยอาหารของเส้นผม วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน…

เส้นผมที่มีความแข็งแรง  ไม่หลุดร่วงง่าย  มีน้ำหนัก  มีความเงางาม  สามารถเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อคุณให้อาหารของผมอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ
 
อาหารของเส้นผมคือ  ซิลิคอน  ไอโอดีน  กำมะถัน  เหล็ก  แมงกานีส
 
แร่ธาตุสำคัญเหล่านี้มีอยู่ในแหล่งอาหารดังต่อไปนี้  อาหารทะเล  สาหร่ายทะเล  กุ้งแห้ง  หอยต่าง ๆ น้ำมันตับปลา  กระเทียม  หอมหัวใหญ่  หอมแดง  สับปะรด  สตรอเบอร์รี่  แอปเปิ้ล  แตงกวา  กะหล่ำปลี  หน่อไม้ฝรั่ง  ผักกาดหอม  หัวไช้เท้า  เป็นต้น

รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมหันมาดูแลรักษาเส้นผม โดยการให้อาหารเส้นผมกันดีกว่า.

 

 

women.mthai

อาหารทำลายกระดูก

September 24th, 2009 by womenblogs

 
อาหารดื่ม กาแฟ น้ำอัดลม ขนม เครื่องดื่ม สุขภาพ
 
 
 
อาหารทำลายกระดูก
  
วันนี้เกร็ดความรู้มีอาหารที่ทำลายกระดูกมาฝากกัน…


1. ดื่มกาแฟมากกว่าวันละ 2 ถ้วย จากงานวิจัยจากกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริการะบุว่า กาแฟแค่ 2 ถ้วย ก็มากพอที่จะทำให้กระดูกเปราะบางได้ เนื่องจาก คาเฟอีนในกาแฟจะทำให้ร่างกายขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ

 

2. น้ำอัดลม ทำให้เกิดภาวะกระดูกหักง่าย โดยผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำจะมีโอกาสเกิดกระดูกพรุนมากกว่า ผู้ที่ไม่ดื่ม 3-4 เท่า

 

ผู้หญิงที่มีอายุเกิน  30  ปีแล้วความหนาแน่นของกระดูก นอกจากจะไม่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังเริ่มลดลงด้วย หากช่วงก่อนหน้านี้ไม่ได้บำรุงกระดูกให้แข็งแรงเต็มที่ ก็อาจทำให้กระดูกเปราะบางและแตกหักได้ง่าย โดยเฉพาะกระดูกบริเวณสะโพกซึ่งจะเจ็บปวดและทรมานมาก

 

ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน กระดูกจะบางลงราว ๆ 2 เปอร์เซ็นต์ทุก 1 ปี ในขณะที่การกินแคลเซียมเมื่ออายุมากขึ้น ไม่ได้ช่วยความเพิ่มความหนาแน่นให้กับกระดูกแต่อย่างใด เพียงแต่ช่วยชะลอการสูญเสียปริมาตรของกระดูกลง

 

รู้อย่างนี้แล้ว มาดูแลกระดูกกันดีกว่า เพราะจะได้มีกระดูกที่แข็งแรงและไม่เปราะง่าย.

 women.mthai

เทรนด์ฮอต อาหารเพื่อสุขภาพ

September 24th, 2009 by womenblogs

 

เทรนด์ฮอต อาหารเพื่อสุขภาพ

 

เทรนด์ ฮอต อาหาร สุขภาพ ธัญพืช

 

โรคอ้วน!!! ทำให้คนตื่นตัวหันมาสนใจเรื่องการกินอยู่มากขึ้นและเป็นกระแสที่ยังแรงข้ามปี เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพเลยมาแรงตั้งแต่ต้นปี!!

เอ่ยถึงอาหารแนวสุขภาพ ก็ต้องนึกถึง “ธัญพืช” เป็นลำดับต้นๆ โดยเฉพาะ ธัญพืชเต็มเมล็ด หรือเรียกสั้นๆ ว่า โฮลเกรน ซึ่งเป็นธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี หรือขัดสีน้อยที่สุด โดยยังคงมีส่วนประกอบ ทั้งเยื่อหุ้มเมล็ด, เนื้อเมล็ด และจมูกข้าว ครบถ้วนแบบนี้มีคุณค่าทางโภชนาการสุดๆ เพราะโฮลเกรน เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่อุดมไปด้วยเส้น ใยอาหาร, วิตามิน, แร่ธาตุ และไฟโตนิวเตรียนท์ หรือสารต่อต้านอนุมูลอิสระ

การกินโฮลเกรนจึงส่งผลดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ “สง่า ดามาพงษ์” นักโภชนาการ ประจำกระทรวงสาธารณสุข ชี้ให้เห็นว่า โรคอ้วนและโรคข้างเคียง ซึ่งไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ, หลอดเลือด, ความดัน, เบาหวาน มีคนเป็นเพิ่มมากขึ้นทั้งในประเทศตะวันตกและตะวันออก การใส่ใจเรื่องอาหารการกินจึงเป็นเรื่องสำคัญ

 

เทรนด์ ฮอต อาหาร สุขภาพ ธัญพืช

 

อาหารแนวสุขภาพอย่าง “ธัญพืชเต็มเมล็ด” หาได้ไม่ยากใกล้ตัวที่สุดและดีที่สุดคือ “ข้าวกล้อง” นั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีข้าวโอ๊ต, ข้าวบาร์เล่ย์, ซีเรียล,ขนมปัง และพาสต้า ที่ทำมาจากโฮลเกรน แบบไทยๆก็มีลูกเดือยและข้าวโพด

ส่วนหนุ่มสาวที่รักสวยรักงาม ถ้ากินอาหารแนวนี้จะได้ถึงสองเด้ง!!! คือนอกจากสุขภาพจะฟิตเปรี๊ยะแล้วยังได้ “หุ่น” อีกต่างหาก ใครที่ใช้วิธีลดความอ้วนแบบอดมื้อกินมื้อ ขอบอกว่า “เอาต์” แล้วจ้า

อาหาร สุขภาพ ธัญพืชอยากสวยสดหุ่นดีต้องกินอาหารทุกมื้อ โดยเฉพาะ มื้อเช้า ซึ่งเป็นมื้อสำคัญที่สุด ควรเลือกกินอาหารประเภทโฮลเกรน เพราะจะทำให้อยู่ท้อง ไม่รู้สึกโหย และพลังงานจะกระจายไปจนถึงมื้อเที่ยง พอถึงช่วงกลางวัน แค่ก๋วยเตี๋ยวสักชาม หรือข้าวราดแกงอร่อยๆ ก็อิ่มสบายท้องแล้ว จากนั้นเมื่อถึงมื้อเย็น ค่อยหาอะไรทานเบาๆ อย่างสลัด, ซุป หรือปลาย่าง จะช่วยให้หลับสบายไม่อึดอัดท้อง ส่วนเด็กๆกินอาหารประเภทนี้ ก็จะช่วยเสริมสร้างสมาธิ เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ ทำให้ห่างจาก “โรคอ้วน” แน่นอน

“ยู อาร์ วอท ยู อีท” กินอย่างไรก็ได้รับอย่างนั้น ถ้าเลือกกินสิ่งที่อุดมไปด้วยโภชนาการอาหารก็จะเป็นยามหัศจรรย์ได้เช่นกัน!!!

women.mthai

อาหาร เพิ่มพลังรัก

September 24th, 2009 by womenblogs

 

 

อาหาร เพิ่มพลังรัก

 

 

อาหาร เพิ่มพลังรัก กล้วย เชอร์รี่ หอย ผัก ผลไม้ เชอรี่, สตรอเบอร์รี่ ราสเบอรี่ มะเขือเทศ กล้วย องุ่น แอปริคอต แอปเปิ้ล มะม่วง มะละกอ พีช มะพร้าว ลูกแพร์ หอยนางรม เป๋าฮื้อ หอยเชลล์ กุ้ง ล็อบสเตอร์ ปลาน้ำลึก ปลาค็อด ปลาแซลมอน ช็อกโกแลต  แอลกอฮอล์ กาแฟ สูบบุหรี่

 

 

      เป็นที่ร่ำลือกันมานานหลายต่อหลายศตวรรษถึงความมหัศจรรย์ของอาหารเพิ่มพลังรัก หรืออีโรติก ฟู้ด ที่แม้แต่นักรักระบือโลกอย่าง คาสโนวา ยังยอมรับว่า ก่อนลงมือเผด็จศึกทุกครั้ง ต้องปรนเปรอคู่รักด้วย “หอยนางรม” เพื่อจุดไฟรักให้ลุกโชนไร้ขีดจำกัด!! ขณะที่ในวัฒนธรรมของชาวกรีกกับชาวโรมัน นิยมเพิ่มพลังรักให้ปึ๋งปั๋งๆด้วยผลไม้แนวอีโรติก เช่นเดียวกับนักล่าอาณานิคมสเปน ที่เผยแพร่ชื่อเสียงของ “อะโว-คาโด” ให้เลื่องลือไปทั่วโลก ในฐานะ ยาโด๊ปปลุกพลังเซ็กซ์!!

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่า คุณค่าในอาหารมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความรัก และเซ็กซ์ไลฟ์ ยิ่งทานอาหารดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพเท่าไหร่ ก็จะยิ่งดึ๋งดั๋งแฮปปี้กับเรื่องบนเตียงมากขึ้นเท่านั้น เพราะในอาหารหลายๆชนิดมีส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์รักให้คุกรุ่น แถมยังช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศได้อย่างอัศจรรย์

 

 

อาหาร เพิ่มพลังรัก กล้วย เชอร์รี่ หอย ผัก ผลไม้ เชอรี่, สตรอเบอร์รี่ ราสเบอรี่ มะเขือเทศ กล้วย องุ่น แอปริคอต แอปเปิ้ล มะม่วง มะละกอ พีช มะพร้าว ลูกแพร์ หอยนางรม เป๋าฮื้อ หอยเชลล์ กุ้ง ล็อบสเตอร์ ปลาน้ำลึก ปลาค็อด ปลาแซลมอน ช็อกโกแลต  แอลกอฮอล์ กาแฟ สูบบุหรี่  อาหาร เพิ่มพลังรัก กล้วย เชอร์รี่ หอย ผัก ผลไม้ เชอรี่, สตรอเบอร์รี่ ราสเบอรี่ มะเขือเทศ กล้วย องุ่น แอปริคอต แอปเปิ้ล มะม่วง มะละกอ พีช มะพร้าว ลูกแพร์ หอยนางรม เป๋าฮื้อ หอยเชลล์ กุ้ง ล็อบสเตอร์ ปลาน้ำลึก ปลาค็อด ปลาแซลมอน ช็อกโกแลต  แอลกอฮอล์ กาแฟ สูบบุหรี่

 

 

     กูร์เมต์ เลิฟ อันดับหนึ่ง ขอยกให้ ผักและผลไม้ ปลอดสารเคมี เพราะช่วยทำให้อวัยวะทุกส่วนของร่างกายแข็งแรง และฟิตปั๋ง พร้อมสำหรับการเมคเลิฟอย่างเต็มที่!! โดยเฉพาะประเภทที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระ ดีทั้งต่อสุขภาพและชีวิตรักร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็น เชอรี่, สตรอเบอร์รี่, ราสเบอรี่, มะเขือเทศ, กล้วย, องุ่น, แอปริคอต, แอปเปิ้ล, มะม่วง, มะละกอ, พีช, มะพร้าว และลูกแพร์ เช่นเดียวกับพืชผักที่มีรูปทรงยาว อาทิ แอสปารากัส, แครอท, เซเลรี่, ข้าวโพด, แตงกวาและมะเขือม่วง ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ นอกจากนี้ ยังมีพืชผักตระกูลอื่นๆที่ปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศให้คึกคักไม่มีหงอย ที่คุ้นเคยกันดีได้แก่ กระเทียม, หอมใหญ่, เมล็ดพริกไทย, พาร์สลีย์, ถั่วเหลือง, ผักโขม และเห็ดทรัฟเฟิล

 

 

อาหาร เพิ่มพลังรัก กล้วย เชอร์รี่ หอย ผัก ผลไม้ เชอรี่, สตรอเบอร์รี่ ราสเบอรี่ มะเขือเทศ กล้วย องุ่น แอปริคอต แอปเปิ้ล มะม่วง มะละกอ พีช มะพร้าว ลูกแพร์ หอยนางรม เป๋าฮื้อ หอยเชลล์ กุ้ง ล็อบสเตอร์ ปลาน้ำลึก ปลาค็อด ปลาแซลมอน ช็อกโกแลต  แอลกอฮอล์ กาแฟ สูบบุหรี่

 

 

     อีโรติก ฟู้ด กระตุ้นพลังรักให้สูบฉีด ยังรวมถึง อาหารทะเลที่มีเปลือก ซึ่งอุดมไปด้วยสังกะสี แร่ธาตุสำคัญใช้ในการสร้างฮอร์โมนเพศ มีอาทิ หอยนางรม, เป๋าฮื้อ, หอยเชลล์, กุ้ง, ล็อบสเตอร์ และปลาน้ำลึก เช่น ปลาค็อด, ปลาแซลมอน และฮาลิบัต ซึ่งบำรุงร่างกายและสมอง ตลอดจนกระตุ้นเลิฟ พาวเวอร์

 

เนื้อสัตว์ไขมันต่ำและย่อยง่าย เช่น เนื้อไก่ และไก่งวง ก็เป็นโปรตีนดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และส่งผลดีต่อเซ็กซ์ไลฟ์ด้วย เช่นเดียวกับโปรตีนจากถั่ว, เมล็ดพืช (โดยเฉพาะเมล็ดฟักทอง) และธัญพืช ที่เป็นแหล่งรวมโปรตีนชั้นเลิศ ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพได้อย่างน่าทึ่ง!!

 

 

อาหาร เพิ่มพลังรัก กล้วย เชอร์รี่ หอย ผัก ผลไม้ เชอรี่, สตรอเบอร์รี่ ราสเบอรี่ มะเขือเทศ กล้วย องุ่น แอปริคอต แอปเปิ้ล มะม่วง มะละกอ พีช มะพร้าว ลูกแพร์ หอยนางรม เป๋าฮื้อ หอยเชลล์ กุ้ง ล็อบสเตอร์ ปลาน้ำลึก ปลาค็อด ปลาแซลมอน ช็อกโกแลต  แอลกอฮอล์ กาแฟ สูบบุหรี่

 

 

     อย่างไรก็ดี อาหารที่ทำให้เซ็กซ์เสื่อม ก็น่าศึกษาไว้เป็นข้อมูลเช่นกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการตกม้าตายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์!! ประเภทที่จัดอยู่ในข่ายต้องห้ามได้แก่ อาหารรสหวานจัด, เค็มจัด, อาหารมันจัด, อาหารที่มีส่วนประกอบของครีมซอส, อาหารสำเร็จรูป รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์, กาแฟ และสูบบุหรี่อย่างหนัก ล้วนแต่เป็นตัวการทำลายอารมณ์รัก

ยกเว้น ดาร์ก ช็อกโกแลต ที่ดู เหมือนจะริช และอ้วน แต่อันที่จริงเป็นหนึ่งในกูร์เมต์ เลิฟที่กระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟิน, ช่วยผ่อนคลายความ เครียด แถมยังจุดประกายรักให้ลุกพรึบในเวลารวดเร็ว มีติดตู้เย็นไว้สักกล่องสองกล่อง รับรองไม่ผิดหวัง!!

ที่มาจาก ไทยรัฐ

women.mthai

อะโวคาโด , ผลไม้ , สุขภาพ

September 23rd, 2009 by womenblogs

โยเกิร์ต อาหาร สุขภาพ

 

โยเกิร์ตระงับกลิ่นปาก

 

 

ใครทราบบ้างว่าโยเกิร์ตสามารถระงับกลิ่นปากได้ วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเรื่องนี้มาฝาก…

คุณ เคนอิชิ โฮโจ และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยสึรูมิ ในเมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการวิจัยพบว่า แบคทีเรียที่อยู่ในโยเกิร์ต โดยเฉพาะแบคทีเรียชนิด Streptococcus thermophilus และ Lactobacillus bulgaricus อาจมีผลต่อแบคทีเรียที่ เป็นเหตุให้เกิดกลิ่นเหม็นในปากได้

จากการทดลองพบว่า การกินโยเกิร์ตเป็นประจำทุกวัน วันละ 6 ออนซ์ (ประมาณ 1 ถ้วย) จะช่วยลดปริมาณสารที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในปาก อย่างเช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์

นอกจากนี้ ผู้ที่ชอบกินโยเกิร์ตนั้น มักจะมีปริมาณคราบแบคทีเรียบนผิวฟัน (plaque) และอาการของโรคเหงือกอักเสบน้อยกว่าคนทั่วไป

ถ้าไม่อยากปากเหม็น โยเกิร์ตช่วยได้!

 women.mthai

« Previous Entries