อาบน้ำลดต้นขา

November 29th, 2009 by womenblogs

อาบน้ำ ลดต้นขา ขาใหญ่ ออกกำลังกาย

 

       สาวคนไหนชอบนอนแช่อ่าง คงสุขสบายหาใดเหมือนจริงไหม แต่รู้บ้างไหมแทนที่ว่าจะมัวนอนแช่อ่างเฉยๆ การอาบน้ำในอ่างยังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเป็นไปอย่างถูกขั้นตอน โดยตอนแรกจะเป็นท่าลดต้นขาก่อนเลยนะคะ แต่ก่อนอื่นต้องเตรียมน้ำในอุณหภูมิที่พอเหมาะก่อน ควรเป็นน้ำอุ่นประมาณ 40 องศากำลังดี

:: Step 1 ::
งอขาในท่านั่งเอนกายเล็กน้อย ดันฝ่าเท้าขึ้น


:: Step 2 ::
งอขาในท่านั่งเอนกายเล็กน้อยในท่าเดิม เหยียดฝ่าเท้าลง ทำ 2 Step นี้ซ้ำกันอย่างละ 5 ครั้ง

:: Step 3 ::
นั่งกางแขน งอศอกเข้าหาลำตัว จับไว้ที่หัวเข่า ดันเข่าเข้า

:: Step 4 ::
นั่งกางแขน งอศอกเข้าหาลำตัว จับไว้ที่หัวเข่า แยกเข่าออก ทำ 2 Step นี้ซ้ำกันอย่างละ 5 ครั้ง
ท่านี้นอกจากจะช่วยผ่อนคลายต้นขาแล้ว ยังช่วยให้ฝ่าเท้าผ่อนคลายด้วย
แต่อย่างไรก็ตามนะคะ ควรจะทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอื่นๆ ด้วยนะคะ
women.mthai

ต้นแขน กระชับ โชว์ได้อย่างมั่นใจ

November 29th, 2009 by womenblogs

ต้นแขน

     ผ่านมามักแนะนำแต่ท่าบริหารหน้าท้องและต้นขา ถึงจะเป็นบริเวณที่สร้างความหนักอกหนักใจให้กับสาวๆ ก็เถอะ แต่  “ต้นแขน”  ก็เป็นบริเวณที่ห้ามหลงลืมนะคะ สาว ๆ หลายท่านอยากสวมเสื้อแขนกุด แต่อดกังวลกับกล้ามเนื้อต้นแขนที่ห้อยย้อยไม่ได้  วันนี้เราเลยหยิบ  3 ท่าบริหารง่าย ๆ ที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อต้นแขนของคุณกลับมากระชับ เพื่อจะได้สวมเสื้อแขนกุดโชว์ต้นแขนได้อย่างมั่นใจ

     หากบริหารอย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากจะลดการห้อยย้อยแกว่งไกวของต้นแขน ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วยค่ะ

     + ท่ายืดกล้ามเนื้อต้นแขน

A.
นอนราบกับพื้น มือขวาถือดัมเบลล์ขนาดเหมาะมือ เหยียดแขนขวาตั้งตรง ใช้มือซ้ายยืดแขนขวาไว้ให้มั่นคง
B. พันเฉพาะปลายแขนขวาลงช้า ๆ (ช่วงต้นแขนตั้งแต่หัวไหล่ถึงข้อศอกอยู่ในแนวเดิม) โดยวาดมือไปยังหัวไหล่ซ้าย จากนั้นยืดแขนขึ้นสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 1-3 ชุด ชุดละ 8-12 ครั้ง แล้วสลับทำที่แขนอีกข้าง

     + ท่าต้นแขนเอียงลาด

A.
นั่งบริเวณขอบเก้าอี้ มือจับขอบเก้าอี้ไว้โดยให้ช่วงมือห่างเท่าความกว้างของหัวไหล่ หันนิ้วมือไปทางด้านหน้า จากนั้นเลื่อนสะโพกโดยก้าวเท้าไป ข้างหน้าให้พ้นจากที่นั่ง กระทั่งเข่างอตั้งฉากกับพื้น 90 องศา
B. ลดระดับสะโพกลงซึ่งจะทำให้หัวไหล่ลดระดับลงด้วย ท่านี้จะทำให้ต้นแขนเอียงลาดและข้อศอกชี้ไปทางด้านหลัง จากนั้นกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 1-3 ชุด ชุดละ 8-12 ครั้ง

     + ท่าวิดพื้น

A.
คุกเข่าโดยเหยียดแขนตรงตั้งฉากกับพื้น หัวเข่าอยู่ในแนวเดียวกับสะโพก และเกร็งหน้าท้องไว้
B. ลดระดับหน้าอกลงสู่พื้นโดยให้ข้อศอกแนบลำตัวไว้ตลอดเวลา ค้างไว้ชั่วครู่ จากนั้นกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 1-3 ชุด ชุดละ 8-12 ครั้ง

     ลองนำไปปฏิบัติกันดูนะคะ แต่ต้องกระซิบให้ทราบสักนิดว่าถึงจะบริหารให้กระชับยังไง โดยธรรมชาติแล้วกล้ามเนื้อหลังต้นแขนจะแกว่งเล็กน้อยเวลาที่คุณเคลื่อนไหวแขนไปมา จึงไม่ต้องวิตกกังวลนะคะ

women.mthai

อาบน้ำลดต้นขา

November 8th, 2009 by womenblogs

อาบน้ำ ลดต้นขา ขาใหญ่ ออกกำลังกาย

 

       สาวคนไหนชอบนอนแช่อ่าง คงสุขสบายหาใดเหมือนจริงไหม แต่รู้บ้างไหมแทนที่ว่าจะมัวนอนแช่อ่างเฉยๆ การอาบน้ำในอ่างยังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเป็นไปอย่างถูกขั้นตอน โดยตอนแรกจะเป็นท่าลดต้นขาก่อนเลยนะคะ แต่ก่อนอื่นต้องเตรียมน้ำในอุณหภูมิที่พอเหมาะก่อน ควรเป็นน้ำอุ่นประมาณ 40 องศากำลังดี

:: Step 1 ::
งอขาในท่านั่งเอนกายเล็กน้อย ดันฝ่าเท้าขึ้น


:: Step 2 ::
งอขาในท่านั่งเอนกายเล็กน้อยในท่าเดิม เหยียดฝ่าเท้าลง ทำ 2 Step นี้ซ้ำกันอย่างละ 5 ครั้ง

:: Step 3 ::
นั่งกางแขน งอศอกเข้าหาลำตัว จับไว้ที่หัวเข่า ดันเข่าเข้า

:: Step 4 ::
นั่งกางแขน งอศอกเข้าหาลำตัว จับไว้ที่หัวเข่า แยกเข่าออก ทำ 2 Step นี้ซ้ำกันอย่างละ 5 ครั้ง
ท่านี้นอกจากจะช่วยผ่อนคลายต้นขาแล้ว ยังช่วยให้ฝ่าเท้าผ่อนคลายด้วย
แต่อย่างไรก็ตามนะคะ ควรจะทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอื่นๆ ด้วยนะคะ

women.mthai 

ก้นกระชับ สวย ด้วย 3 ขั้นตอน

October 14th, 2009 by womenblogs

บั้นท้าย สะโพก

 

 


     อย่าคิดว่านี่เป็นแค่เรื่องของผู้หญิงเท่านั้น แต่นี่เป็นเรื่องสำหรับทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย เพราะไม่ว่าจะเป็นเธอหรือเขา ต่างก็ชอบแอบมองบั้นท้ายที่เนื้อแน่นของคุณอยู่เช่นกัน

    

 

เราจึงมีวิธีง่าย ๆ ในการเพิ่มความกระชับให้กับบั้นท้าย ในระหว่างการใช้ชีวิตปกติของคุณในแต่ละวัน

  1. ให้ตั้งลำตัวตรงด้วยเข่าทั้งสองข้าง วางแขนสองข้างปล่อยสบายอยู่ข้างลำตัว ปลายนิ้วแตะไว้ที่ต้นขา

  2. หายใจเข้าให้ลึก ค่อย ๆ เอนตัวไปด้านหลัง ให้รักษาตำแหน่งของหลัง ลำตัวและต้นขาทั้งสองข้างให้เหยียดเป็นแนวเส้นตรง พยายามเกร็งกล้ามเนื้อตั้งแต่ช่วงต้นขา ไปจนถึงกล้ามเนื้อก้นให้ตึงเท่าที่จะทำได้ ยิ่งสามารถทำให้ตึงมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้เอนลำตัวไปด้านหลังได้มากยิ่งขึ้นตามที่ต้องการ

  3. หยุดค้างไว้ 5-10 วินาที แล้วปล่อยลมหายใจออก และเอนตัวขึ้นมาเพื่อยิ่งขึ้นกลับไปสู่ท่าเริ่มต้น เริ่มจากวันละ 5 ครั้งในสัปดาห์แรก แล้วเพิ่มเป็นวันละ 10 ครั้งในสัปดาห์ที่ 2 และ 3 หลังจากนั้นค่อยเพิ่มเป็นวันละ 15 ครั้ง ในสัปดาห์ที่ 4 และ 5 ก็จะสามารถสังเกตเห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของบั้นท้ายที่จะกระชับขึ้น

women.mthai
 

 

 

วิธีชะลอการแก่ของผิว

September 21st, 2009 by womenblogs

การชะลอการแก่ของผิว

การแก่เกิดขึ้นในวินาทีแรกของการมีชีวิต เซลจะเริ่มเสื่อมและตายลง และมีวิธี ชะลอ แก่ ผิว  ความสวยความงาม การแทนที่ด้วยเซลใหม่ เซลบางชนิดมีอายุสั้นมากเช่น เซลเม็ดเลือดแดงมีอายุเพียง เจ็ดวัน เซลผิวหนังมีอายุประมาณ หนึ่งเดือน เซลล์เนื้อเยื่อ และพังผืดมีอายุประมาณ สิบห้าปี มีเซลเพียงสองชนิดเท่านั้นที่มีอายุเท่ากับอายุจริงของเรา คือเซลสมอง และเลนส์ตา แล้วทำไมเราจึงดูแก่ขึ้นได้ หากเซลผิวหนัง และเนื้อเยื่อมีการสร้างทดแทนอยู่ตลอดเวลา

เหตุผลที่สำคัญคือ เซลที่สร้างใหม่ทดแทน จะมีการทำงานที่ลดน้อยลง หรือเปลี่ยนแปลงไป อย่างช้าๆ ตัวอย่างเช่น เซลไฟโบรไชท์ ที่สร้างเส้นใยคลอราเจน จะสร้างคลอราเจนใหม่แทนที่ของเดิม ในอัตราลดลงประมาณ 1 % ต่อปี เราจึงมีผิวหนังแท้ และเส้นใยพังผืด ซึ่งเป็นสิ่งที่ ทำให้ผิวดูเต่งตึง กระชับ ลดน้อยลง เมื่อการสูญเสียมากถึงระดับหนึ่ง เช่นเสียไป เกินสามสิบเปอร์เซ็นต์ เมื่ออายุมากกว่าสามสิบปี เราจะเริ่มเห็น ผิวหนังในหลายตำแหน่ง จึงเริ่มหย่อนคล้อยไปตามแรงดึงดูดของโลก

ซึ่งทำหน้าที่เหมือนฟิล์มกรองแสง อัลตร้าไวโอเลท และสารแปลกปลอม และมลพิษทั้งหลาย หลังจากเวลาผ่านไป จะเห็นการเปลี่ยนแปลง เกิดการบางตัว ผิวแห้งแตก มีรอยด่างดำ เกิดรอยย่นเล็กๆ และมีการขยายตัวของเส้นเลือดฝอย เกิดติ่งเนื้อ หรือเนื้องอก แม้กระทั่งมะเร็งผิวหนัง  การเปลี่ยนแปลงนี้จะเห็นได้มากบริเวณที่ถูกแสงแดด และ คนผิวสีขาว จะมีการเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าสีผิวเข้ม การเปลี่ยนแปลงนี้ เป็นผลจากการเกิดอนุมูลอิสระ ทำให้เกิดการเสื่อมลงของเซลแทบทุกชนิด

การลดการเกิดอนุมูลอิสระ ที่สำคัญ คือ

1.หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดจัด หากจำเป็นต้องออกแดด ควรสรวมหมวกปีกกว้าง หรือกางร่ม หากออกกำลังกลางแดด ควรใช้ครีมกันแดด ที่สามสารถกรองได้ทั้ง อัลตร้าไวโอเลท เอ (มีค่า PPD มากกว่า +++) และอัลตร้าไวโอเลท บี (ค่า SPF, Sun protecting factorมากกว่า มากกว่า 30) ต้องทาประมาณ สามสิบนาทีก่อนออกแดด และ ทาปริมาณที่เหมาะสม (บีบยา ประมาณ สองกรัม หรือหนึ่งข้อนิ้วชี้ ต่อแก้มหนึ่งข้าง)

2.ลดการแห้งแตกของผิว ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบ ด้วยการใช้ สบู่อ่อน หรือครีมอาบน้ำ และทา โลชั่นลดความแห้งหลังอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอ

3. งดบุหรี่ และหลีกเลี่ยงสถานที่มีควันบุหรี่สูง

4. หลีกเลี่ยงบริเวณที่มี ควันรถยนต์ และมลพิษสูง เช่น ริมถนน ที่จราจรหนาแน่น

5. ลดอาหารที่มีอนุมูลอิสระสูง เช่นน้ำมันที่ใช้ทอดซ้ำ

6.การรับประทานอาหารที่มีสารจับอนุมูลอิสระ ที่สำคัญคือ ไวตามินซีธรรมชาติ ในผลไม้และผักสีเขียว เช่น ฝรั่ง แอปเปิล ผักสลัด ฯลฯ ให้เพียง พอ และสม่ำเสมอ ไวตามินซี จะทำงานได้ดีร่วมกับไวตามินอี ซึ่งมีในไข่ เนื้อสัตว์ จึงควรรับประทานอาหารให้สมดุลทุกหมู่ ไวตามินซีถูกทำลายได้เร็วด้วยความร้อน จึงควรเลือกรับประทานเฉพาะผลไม้สด น้ำผลไม้ที่คั้นสด และผักสด

7. ลดความเครียด จากปัญหาต่างๆ ฝึกจิตให้สงบ เช่นการฝึกสมาธิ เล่นกีฬา หรือมีงานอดิเรกที่ผ่อนคลายทำ อย่างสม่ำเสมอ

8.การใช้เวชภัณฑ์ ลดอนุมูลอิสระ เช่น การกินไวตามินซี ไวตามินอี สารบางชนิด เช่น โคเอนไซย์คิวเทน ฯลฯ เป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายสูง จึงเหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลเร็วอย่างชัดเจน เวชภัณฑ์ที่อ้างว่าชะลอความแก่ได้นั้นมีมาก แต่มีการศึกษายืนยันว่ามีประโยชน์มีไม่มาก บางชนิด มีการกล่าวอ้างเกินจริง เช่น การรับประทานยาที่มีคลอราเจน โดยหวัวว่าจะไปทดแทนคลอราเจนที่ลดลง โดยหารู้ไม่ว่า กระบวนการย่อยสลายในระบบทางเดินอาหาร จะย่อยสลายคลอราเจนที่กินเข้าไปเป็นกรดอะมิโน ก่อนจะส่งไปทางกระแสเลือดเพื่อสร้างคลอราเจน การกินคลอราเจนจึงไม่ได้มีผลต่างจากการกินโปรตีนเช่น เนื้อสัตว์ ไข่ขาว นมถั่วเหลือง ฯลฯ

9. การทาเวชสำอาง ที่มีสารลดอนุมูลอิสระ เข่น ไวตามินซี หรือสารกระตุ้นการเจริญของเซลล์ เช่น อนุพันธ์ ไวตามินเอ (Retinoic acid) เป็นวิธีที่สิ้นเปลือง และ ควรได้รับการแนะนำจากแพทย์ เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงอาการแทรกซ้อน

การลดการสะสมไขมัน ได้แก่

1.การรับประทานอาหาร ให้ได้พลังงานเหมาะสมสำหรับ แต่ละวัย อายุมากขึ้นความต้องการพลังงานจะลดลง และการกระจายพลังงานให้เหมาะสมในแต่ละวัน อาหารเช้า เป็นมื้อสำคัญ ควรได้พลังงาน ประมาณ 40% มื้อกลางวัน 40% และ มื้อเย็น 20% คนส่วนใหญ่จะรับประทานอาหาร สวนกับความต้องการพลังงานในแต่ละช่วง การรับประทานอาหารมื้อเย็นมากเกินไป ทำให้เกิดการสะสมของไขมันทำให้อ้วน และมีปัญหาสารพัดตามมา

2. ลดการรับประทานไขมันจากพืช และน้ำมันพืชที่มีไขมันอิ่มตัวสูงเช่นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันรำ

3. เพิ่มปริมาณอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ข้างกล้อง ผัก ผลไม้ที่ไม่หวานจัด

4. ลดอาหารประเภท แป้งและ น้ำตาลลง เช่น ขนมหวาน เครื่องดื่มหรือ ชากาแฟผสมน้ำตาล

5. การออกกำลังกาย อย่างน้อย สามสิบนาทีสัปดาห์ละสามครั้ง

สำหรับการแก้ไขปัญหา จากความแก่ เช่น รอยย่น ความหย่อนยานของผิว ไขมันสะสม และสีผิวผิดปกติ ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ด้านเวชสำอางในปัจจุบัน สามารถทำให้ เราดูอ่อนวัยลงได้ โดยไม่ยุ่งยากและสิ้นเปลืองเกินไปจะได้กล่าวถึง เป็นเรื่องๆไปตอนต่อๆไป

women.mthai

น้ำตาล….ตัวทำลายผิว

September 19th, 2009 by womenblogs

น้ำตาล….ตัวทำลายผิว

Sugar Free

ถ้าคุณคิดว่าการทาครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดปกป้องผิวของคุณได้ ขอบอกเลยค่ะว่าคุณคิดผิด เพราะล่าสุดได้มีการวิจัยของแบรนด์เครื่องสำอางดังหลายแบรนด์ออกมาว่า น้ำตาล ถือเป็นตัวทำลายผิวของเราได้ด้วยเช่นกัน

ของหวาน ขนมหวาน สตอเบอรืรี่ ครีม ขนม อาหาร น้ำตาลเป็นตัวทำลายโครงสร้างอีลาสตินและคอลลาเจนจริงหรือเปล่า

น้ำตาลเป็นแค่ปัจจัยหนึ่งในการทำลายอีลาสตินและคอลลาเจนในผิวเท่านั้น ผิวของคนเรามีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำลายผิวอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นอายุ สิ่งแวดล้อม หรือแม้กระทั่งอาหาร ก็สามารถเป็นสาเหตุของการทำลายโครงสร้างอีลาสตินและคอลลาเจน โดยสังเกตได้จากคนที่เป็นโรคเบาหวาน จะมีสภาพผิวที่ค่อนข้างกร้านกว่าคนทั่วไป และริ้วรอยที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ชัดมาก เนื่องจากเอนไซม์และน้ำตาลได้เข้าไปทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว


น้ำตาลจะเข้าไปทำลายผิวตั้งแต่เมื่อไร

จริงๆ น้ำตาลจะเข้าไปทำลายผิวตั้งแต่วัยเด็กแล้ว แต่ด้วยกลไกลการทำงานของผิวในวัยเด็กจะถูกทดแทนทันทีหลังจากถูกทำลาย มีกระบวนการซ่อมแซมที่ดีกว่าผิวของผู้ใหญ่

ผิวที่ถูกน้ำตาลทำลายโครงสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน จะมีลักษณะอย่างไร

น้ำตาลจะเข้าไปจับคอลลาเจนให้เกิดการแข็งตัว พอแข็งตัวก็จะแตกและเปราะหักง่าย หลังจากอีลาสตินและคอลลาเจนเปราะหักแล้ว ผิวตรงนั้นก็จะเกิดการยุบตัวลง ลักษณะจะเหมือนที่นอนสปริงที่เกิดการหัก เมื่อนอนตรงนั้นก็จะเกิดการยุบตัว ผิวของเราก็เช่นกัน เมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย ผิวบริเวณนั้นก็จะยุบตัวทันที เมื่อเกิดการยวบตัวลง ถ้ามองจากภายนอก บริเวณนั้นจะเกิดเป็นริ้วรอย และริ้วรอยจะตื้นหรือลึกก็ขึ้นอยู่กับผิวของเราโดนทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินมากน้อยแค่ไหน


เราจำเป็นต้องควบคุมน้ำตาลมากน้อยแค่ไหน

การควบคุมน้ำตาลจะช่วยในระดับหนึ่งเท่านั้นสำหรับการป้องกันเรื่องริ้วรอย แต่ไม่ได้แปลว่าคุณจะบริโภคน้ำตาลไม่ได้เลย เนื่องจากร่างกายของเรายังต้องการพลังงานจากน้ำตาลเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างพลังงาน เมื่อเราทานข้าว ขนมปัง ก็มีกลูโคส ซึ่งกลูโคสก็จะกลับมาในรูปพลังงานให้เรามีแรง แต่ถ้ารู้สึกกลัว ก็แค่บริโภคให้พอเหมาะกับความต้องการ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นเกราะป้องกัน เพราะการออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญเป็นผลให้ปริมาณน้ำตาลในร่างกายลดน้อยลง

หันมาบริโภคน้ำตาลเทียมแทนจะช่วยได้หรือเปล่า

การบริโภคน้ำตาลเทียมไม่ได้ช่วยอะไร เพราะถ้าทุกคนยังทานอาหารที่มีส่วนผสมของแป้งอยู่ ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง ข้าว หรือแม้กระทั่งเส้นก๋วยเตี๋ยว ล้วนแต่ทำมาจากแป้ง ซึ่งกระบวนการย่อยอาหารจำพวกแป้งจะทำหน้าที่เปลี่ยนแป้งให้เป็นกลูโคส กลูโคสถือเป็นหน่วยย่อยเล็กที่สุดของแป้งหรือของน้ำตาลที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่พอมีกลูโคสมากเกินไปในร่างกายและไม่ได้เผาผลาญออกมา กลูโคสก็จะไปจับกับคอลลาเจนและอีลาสติน สุดท้ายก็จะส่งผลต่อผิวได้ในที่สุด

การออกกำลังกายจะช่วยได้หรือเปล่า

การออกกำลังกายถือเป็นเรื่องดีที่สุดในการดูแลสุขภาพ ยิ่งบริโภคน้ำตาลมากไปเท่าไหร่ควรมีการเผาผลาญโดยการออกกำลังกายมากขึ้นตามด้วย ระยะเวลาในการออกกำลังกายที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ เริ่มตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป เพราะช่วงระยะเวลา 15-20 นาทีแรก ร่างกายจะใช้พลังงานจากน้ำตาลก่อน หลังจากนั้นจะใช้จากไขมัน ถือว่าการออกกำลังกายเป็นทางออกที่ดีที่สุดของการปกป้องผิวจากน้ำตาล

women.mthai

ลดต้นขาสู่ขาเรียวสวย

September 19th, 2009 by womenblogs

ลดต้นขาสู่ขาเรียวสวย

ขา เรียวขา ต้นขา

ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของขาเรียวสวย เสน่ห์แห่งสรีระอีกส่วนที่ใครๆ ก็ต้องการ ขาจะเรียวสวยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่ลักษณะโครงสร้างของร่างกาย การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อดู firm อยู่เสมอหรือไม่ หญิงใดได้ฉายา ขาใหญ่ย่อมมิเป็นที่ถูกใจอย่างยิ่งยวด มาเริ่มบริหารต้นขากันด้วยท่าต่างๆ ที่คุณสามารถบริหารเองได้ที่บ้านกันดีกว่า

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจสรีระของต้นขา ซึ่งประกอบไปด้วย ต้นขาด้านหน้าเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่มีส่วนในการใช้เดิน ต้นขาด้านข้างเป็นเนื้อ และต้นขาด้านหลังเป็นแหล่งสะสมของไขมัน การที่จะลดต้นขาให้ firm และได้สัดส่วนเรียวงามขึ้นควรจะบริหารทั้ง ส่วนเท่าๆ กัน นอกจากผลที่ได้กับต้นขาแล้ว คุณยังจะได้รับผลข้างเคียงต่อหน้าท้องที่จะลดตามไปด้วยในตัว

ก่อนที่จะเข้าสู่ท่าการบริหารต้นขาคุณจะต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในการ warm up ร่างกายทุกครั้ง เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ

หั ว ใ จ สำ คั ญ ข อ ง ก า ร อ อ ก กำ ลั ง ก า ย

Warm up เพื่อเตรียมความพร้อม ให้ระบบร่างกายทุกส่วนได้เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ เพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกายให้ค่อยๆ สูงขึ้น จนทำให้โลหิตหมุนเวียนทั่วร่างกาย ออกซิเจนไหลเวียนดี ร่างกายจึงพร้อมออกกำลังกายอย่างปลอดภัย การ Warm upสามารถใช้ความร้อนช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นก็ได้ เช่น อบไอน้ำ เซาว์น่า ระยะเวลาในการบริหารทั่วไปประมาณ 10 นาที

Stretching บริหารเพื่อยืดเอ็น กล้ามเนื้อให้ยืดหยุ่นก่อนที่จะออกกำลังกายได้นานๆ สามารถป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อเอ็น และข้อในขณะออกกำลังได้ถึง80 % ระยะเวลาในการ Stretching ที่พอเหมาะควรจะไม่มากหรือน้อยเกินไป เช่นถ้าwarm up 10 นาที ควร Stretching 5 นาที หรือสลับเวลากันก็ได้

Warm down สำหรับคนทั่วไปเพื่อให้หัวใจเต้นช้าลงหลังจากการออกกำลังกาย มาอยู่ที่ระดับปกติ คือประมาณ 120 ครั้ง/นาที ส่วนผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี การWarm down สามารถทำได้โดยการเดินช้าๆ เพื่อให้ระดับหัวใจเต้นช้าลงมาที่ระดับ100 ครั้ง / นาที

เ ท ค นิ ค แ ล ะ ท่ า บ ริ ห า ร ต้ น ข า

บางท่าของการบริหารต้นขาแต่ละส่วนมีให้เลือก ท่า คุณสามารถเลือกท่าที่คุณถนัดได้ หรือจะบริหารทุกท่าเลยก็ได้

บริหารต้นขาด้านหน้า 1
1. นอนหงายราบลงบนพื้น สอดมือทั้งสองข้างรองไว้ที่ก้น งอเข่าซ้ายเข้าหาอก แล้วเหยียดขาขวาตรงขึ้นข้างบนอย่างช้าๆ
2. เมื่อเหยียดขาขวาได้สุดแล้ว ให้นิ่ง และหายใจตามปกติ
3. ให้รู้สึกได้ถึงความตึงที่ต้นขาด้านหน้า และด้านหลังของลำขาทั้งหมด
4. กลับสู่ท่าเริ่มต้นใหม่ โดยให้เข่าขวางอเข้าหาหน้าอก แล้วเหยียดขาซ้ายตรงขึ้นข้างบนบ้าง ทำสลับกันเช่นนี้ ให้ได้ข้างละ 10-15 ครั้ง (เซ็ท)
5. ควรปฏิบัติ เซ็ท / วัน 3-5 วัน / สัปดาห์

บริหารต้นขาด้านหลัง 1
1. นอนคว่ำหน้าลงบนหลังมือทั้งสองข้าง โดยมีเบาะรองพื้น
2. กดสะโพกให้แนบติดพื้น ขณะเดียวกันก็เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องเอาไว้
3. ค่อยๆ งอขาขวาเข้าหาก้นอย่างช้าๆ โดยต้นขาด้านหน้ายังแนบติดกับพื้นเบาะ
4. นิ่งสักครู่ก่อนที่จะลดเท้าลงเหมือนเดิม จะรู้สึกได้กับกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังในขณะปลายเท้างอเข้าใกล้กัน
5. สลับขาข้างซ้ายในทำนองเดียวกัน ทำเช่นนี้ให้ได้ข้างละ 10-15 ครั้ง (เซ็ท)
6. ควรปฏิบัติ เซ็ท/วัน 3-5 วัน /สัปดาห์

ข้อแนะนำควรควบคุมจังหวะในการบริหารให้สม่ำเสมอ ร่างกายส่วนบนต้องนิ่ง ยกขาขึ้นในแนวตรง ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง กดสะโพกแนบพื้นอยู่เสมอ

บริหารต้นขาด้านนอก 1
1. นอนตะแคงเอียงข้างซ้าย(หรือขวาก็ได้ตามแต่จะถนัด)ลงบนเบาะ ร่างกายอยู่ในแนวเส้นตรง หนุนศีรษะด้วยฝ่ามือด้านซ้าย โดยต้นแขนวางราบยันพื้นไว้
2. มือขวาวางอยู่บนพื้นด้านหน้า เพื่อช่วยพยุงน้ำหนักตัว ขาซ้ายงอเล็กน้อย
3. สะโพกตรง เกร็งกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องไว้
4. ค่อยๆ ยกขาขวาขึ้นอย่างช้าๆ โดยไม่ต้องเกร็งหัวเข่า
5. เมื่อยกได้สูงสุดแล้วให้นิ่งไว้สักครู่ จากนั้นค่อยๆ ลดขาลง แล้วหยุดอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย
6. จะรู้สึกได้ถึงความตึงของต้นขาด้านนอกขณะที่ยกขาขึ้น
7. สลับขาข้างซ้ายในทำนองเดียวกัน ทำเช่นนี้ให้ได้ข้างละ 10-15 ครั้ง (เซ็ท)
8. ควรปฏิบัติ ชุด / วัน 3-5 วัน / สัปดาห์

บริหารต้นขาด้านใน 1
1. นอนตะแคงข้างซ้ายบนเบาะ หนุนศีรษะด้วยฝ่ามือด้านซ้าย โดยต้นแขนวางราบยันพื้นไว้
2. งอเข่าขวาชี้ตรงมาด้านหน้า ท่อนล่างทำมุมฉากกับต้นขา โดยวางเข่าขวาบนพื้น หรือยกพ้นพื้นเล็กน้อย
3. ขาซ้ายเหยียดตรง พยายามดึงกล้ามเนื้อจากเท้าขึ้นตามแนวของต้นขา
4. ยกขาซ้ายขึ้นสูงให้เป็นแนวเส้นตรง แล้วลดลง
5. จะรู้สึกได้กับความตึงของต้นขาด้านใน ขณะที่ยกขาขึ้นจากพื้น
6. สลับขาข้างซ็ายในทำนองเดียวกัน ทำเช่นนี้ให้ได้ข้างละ 10-15 ครั้ง ( เซ็ท)
7. ควรปฏิบัติ เซ็ท / วัน 3-5 ครั้ง / สัปดาห์

women.mthai

5 นาทียามบ่าย Break ออกกำลังกาย ง่ายๆ ในออฟฟิศ

September 14th, 2009 by womenblogs

5 นาทียามบ่าย Break ออกกำลังกาย ง่ายๆ ในออฟฟิศ


คุณเป็นคนหนึ่งใช่มั้ยที่ตื่นเช้ามาทำงาน กว่าจะถึงบ้านก็หมดแรง เรื่องออกกำลังกายไม่ต้องพูดถึง จะมีเวลาได้อย่างไร ตอนอยู่ที่ทำงานก็จดจ่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทั้งเมื่อย ทั้งล้า ปวดหลัง เมื่อยแขน เมื่อยขา
เอาเป็นว่า ถ้าวันนี้รู้สึกสมองแล่นช้า ลองมา Restart ร่างกายด้วยท่าออกกำลังกายง่ายๆ ที่ทำได้ในออฟฟิศ ไม่เสียเวลา แค่ 5 นาที ก็ลดความเมื่อยล้า ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้อย่างดี
เริ่มจากการวอร์มร่างกายโดย…

ออกกำลังกาย
มือและแขน กำมือและเกร็งแขนให้แน่นจนรู้สึกเกร็งมากที่สุด เกร็งไว้ 10 นาที แล้วค่อย ๆ คลายออก ถ้าคุณมีปัญหาปวดมือ เมื่อยนิ้ว ให้บีบนวดตามมือและแขนให้ทั่ว นวดขึ้นลงตั้งแต่ข้อศอกถึงนิ้วมือ ทำสลับทั้งสองข้าง แล้วนวดนิ้วมือจากโคนไปปลายนิ้วทุกนิ้ว นวดเสร็จ ก็บีบปลายนิ้วทุกนิ้ว สบายมือขึ้นเยอะเชียวค่ะ

จากนั้นบริหารแขนด้วยการนั่งตัวตรง ยกแขนสองข้างขึ้นตรงๆ ประสานนิ้วมือ  แล้วพลิกมือคว่ำหงาย 10 ครั้ง ยืดตัวสูดลมหายใจ ปล่อยมือ แล้วยืดแขนทั้งสองข้างไปข้างหน้า ท่าบริหารนี้ช่วยลดความเมื่อยขบที่แขนค่ะ
ใบหน้า ย่นหน้าผาก คิ้ว ตา และจมูกให้มากที่สุด ค้างไว้สักครูหนึ่ง แล้วค่อยคลายออก จากนั้นเหยียดริมฝีปากออกไปให้มากที่สุด พร้อมทั้งให้กดลิ้นที่เพดานปากให้แน่นที่สุด คุณจะรู้สึกตึงบริเวณลำคอ ริมฝีปาก ขากรรไกร ลิ้น เกร็งไว้ 10 วินาที แล้วจึงค่อยผ่อนคลาย
คอ บริหารคอ โดยนั่งในท่าที่ถูกต้อง ยืดคอให้ตรง อย่าเกร็งหัวไหล่ เอียงหูด้านขวาเข้าหาหัวไหล่ขวา
รักษาระดับหัวไหล่ทั้งสองข้างให้เท่ากัน ยกมือขวาขึ้นแตะที่หูข้างซ้ายและค่อยๆ กดลงเบาๆ ในช่วงนี้จะเป็นการยึดกล้ามเนื้อช่วงศีรษะ ทำซ้ำเช่นเดิมโดยสลับข้างซ้ายแทน

ใบหู เริ่มจากนั่งสบายๆ แตะปลายนิ้วทั้งสองข้างที่ใบหู เคลื่อนนิ้วไปยังส่วนบนของหูจากนั้นบีบนวดและคลี่รอยพับ ของใบหูทั้งสองข้างออก ค่อยๆ เคลื่อนนิ้วลงมานวดบริเวณอื่นๆ ของใบหู ดึงเบาๆ เมื่อถึงติ่งหู ดึงลง ทำซ้ำกัน 2 ครั้ง วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นการได้ยิน และทำให้ความเข้าใจดีขึ้น เพราะเป็นการคลายเส้นประสาทบริเวณใบหูที่เชื่อมสมอง
หน้าอก นั่งหลังตรงบนเก้าอี้ มองไปข้างหน้า ผสานมือจับกันไว้ด้านหลัง ดึงแผ่นหลังบริเวณหัวไหล่เข้าหากัน ค้างไว้ 10-30 วินาที
หลังและไหล่ หายใจเข้าลึก ๆ และกลั้นหายใจไว้สักครู่ คุณจะรู้สึกคลายความตึงเครียดได้   ส่วนใครที่มีอาการปวดหลังเป็นประจำ ให้นั่งตัวตรง ประสานนิ้วมือไว้ตรงท้ายทอย แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พร้อมแอ่นอกผ่อนลมหายใจออกช้าๆ กลับมาในท่าเดิม
หน้าท้องและก้น แขม่วท้อง ทำท้องให้แฟบมากที่สุด เกร็งไว้สักครู่แล้วค่อยผ่อนคลาย ทีนี้ให้ท้องพองออกมากที่สุด  เกร็งไว้สักครูแล้วค่อยผ่อนคลาย ส่วนท่าบริหารบริเวณก้นให้ใช้วิธีขมิบก้นแล้วคลาย
ขา นั่งนานๆ ควรลุกขึ้นยืนบ้าง เลือกเก้าอี้เหมาะๆ วางมือบนพนักเก้าอี้ที่อยู่นิ่งไม่วิ่งไถลไปด้วยลูกล้อแสนลื่น แล้วยืนหลังตรง ย่อเข่าและตัวช้าๆ ค่อยๆ ยืดขึ้น ทำซ้ำ หลายครั้ง หายใจเข้าออกตามจังหวะย่อและยืดตัว หรือเพิ่มการเขย่งปลายเท้าขึ้นลงตามไปด้วย จะช่วยคลายความตึงไปทั้งขาค่ะ
เท้า กดปลายเท้าทั้งสองข้างลงกับพื้นให้มากที่สุด คุณจะรู้สึกตึงบริเวณกล้ามเนื้อน่อง เกร็งไว้สักครู่แล้วจึงค่อยผ่อนคลาย
ตลอดทั้งตัว   ระหว่างทำงาน ควรลุกจากโต๊ะไปดื่มน้ำเข้าห้องน้ำบ้าง เพราะการเดินจะช่วยคลายความอ่อนล้า  ยิ่งเดินสุขภาพยิ่งดี เดินไปแผนกอื่นบ้าง แทนที่จะยกหูโทรศัพท์หรือส่งเมล์สั่งงานตลอดเวลา เดินรอบตึกออฟฟิศหากสถานที่อำนวย วันหนึ่งถ้าเดินได้ถึงหมื่นก้าวจะยอดเยี่ยมที่สุด

บริหารร่างกายครบทุกกระบวนท่าตามนี้แล้ว ลองหาน้ำเปล่า หรือชาเย็นๆ สักแก้ววางไว้ใกล้ๆ  จิบทีละน้อย ช่วยให้ร่างกายและจิตใจ ตื่นตัวตลอดเวลา สมองเปิดว่าง รับข้อมูลได้ดี เพราะน้ำช่วยปรับสารเคมีที่สำคัญในสมองและระบบประสาท …เอาละคะเพื่อสุขภาพที่ดี ชีวิตการงานที่สดใส สละเวลาพัก Break ออกกำลังกายวันละ 5 นาที เริ่มต้นวันนี้เลย

women.mthai

ชีวจิต เพื่อผิวใสไร้สิว

September 11th, 2009 by womenblogs

ชีวจิต เพื่อผิวใสไร้สิว

ชีวจิต ผลไม้

ชีวจิตอาหาร

เกร็ดสุขภาพฉบับนี้เรามี เคล็ดลับดีๆ กับการรักษาสิวด้วยตัวคุณเองใน

แบบชีวจิตมาฝากกันค่ะ

1. ปรับอาหารการกินด้วยสูตรชีวจิต ให้ถูกต้อง
• ไม่ควร รับประทานแป้งข้าวและของหวานที่ทำจากน้ำตาลทรายขาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งช็อกโกแลต รวมทั้งอาหารประเภทมันๆ และของ ทอดทั้งหลาย
• ควร หันมารับประทานผักและผลไม้ให้มาก เพราะมีวิตามินซี วิตามินอี เบตาแคโรทีน แร่ธาตุโครเมียม และคลอโรฟิลล์ เพื่อช่วยปรับ สมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย และเลือกรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท อาหารทะเล เป็น ต้น เพื่อช่วยลดการอักเสบและการติดเชื้อของสิว นอกจากนี้ยังทำให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น ด้วยการสร้างเนื้อเยื่อใหม่แทนเซลล์ผิวหนังที่เสีย ไป

2. ใช้ดีท็อกซ์ช่วยกำจัดท็อกซิน เพราะการเป็นสิว ย่อมแสดงว่าร่างกายในช่วงนั้นมีเจ้าท็อกซินหรือพิษเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้น การทำดีท็อกซ์ ตามหลักชีวจิต เพื่อช่วยขจัดพิษในร่างกาย หลังจากทำดีท็อกซ์เสร็จ ก็เข้าห้องอบไอน้ำหรือ ซาวน่า เพื่อขับพิษออกทางผิวหนังได้อีกทางหนึ่ง ค่ะ

3. ดื่มน้ำสมุนไพรที่ไม่มีน้ำตาล เช่น ลูกใต้ใบ มะตูม หรืออื่นๆ ตามตำราชีวจิต เพราะน้ำจะเป็นตัวพาของเสียสิ่งสกปรกออกไป และจะได้ ประโยชน์จากสมุนไพรแต่ละชนิดอีกด้วย

4. ออกกำลังกายจนเหงื่อออก ช่วยให้เลือดหมุนเวียนดี และทำให้ต่อมไขมันเปิดและพาหัวสิวให้ละลายง่าย ไม่เกิดสิว แต่ที่สำคัญ อย่าลืม ล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งหลังการออกกำลังกาย

5. ทำจิตใจให้สงบ มีอารมณ์สดชื่นแจ่มใส ความผ่อนคลายนี้จะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง รวมทั้งทำให้เม็ดเลือดขาวใน ร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

women.mthai

โยคะ ลดอาการปวดประจำเดือน

September 11th, 2009 by womenblogs

โยคะ ลดอาการปวดประจำเดือน

วันนี้แสนเสน่ห์มีท่าโยะคะมาแนะนำ

สำหรับสาวๆที่มักจะปวดท้องประจำเดือน

อยู่เสมอๆ ท่าโยคะก็แสนง๊าย ง่ายๆ

สาว women.mthai.com ทำตามกันได้อยู่แล้ว

โยคะ

โยคะ

ใครทำโยคะแล้วได้ผลดีอย่าลืมมาบอกต่อกันล่ะ

เคล็ดลับง่ายๆที่สาวๆควรรู้นะจ๊ะ

ขอบคุณเนื้อหาจาก Gossipstar

women.mthai

« Previous Entries