อยากลดน้ำหนัก ต้องยามเช้า

November 11th, 2009 by womenblogs

ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน เช้า

 

 

            อยากลดน้ำหนัก ต้องยามเช้า เวลาเช้าคือเวลาแห่งการลดน้ำหนักที่ดีที่สุด และได้ผลทันใจที่สุด ทุกๆ เช้าหลังจากตื่นนอนแล้ว

 

            คุณควรจัดเวลาสัก 30-40 นาทีสำหรับการออกกำลังกายตามที่ถนัดและเหมาะสมกับคุณ เช่นอาจจะเป็นการว่ายน้ำ แอโรบิค วิ่ง หรืออื่นๆ โดยที่จะต้องทำขณะท้องยังว่างหลังตื่นนอน อย่าขี้โกงตัวเองด้วยการรองท้องก่อนก็แล้วกัน การออกกำลังกายในยามเช้านั้นจะทำให้ไขมันถูกเผาผลาญได้ดีที่สุด ซึ่งก็หมายความว่าคุณลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วและไม่ทำให้เสียสุขภาพแน่นอน

women.mthai

ซุบร้อนๆ ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

November 3rd, 2009 by womenblogs

soup ซุป อาหาร

 

            ลองเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยซุปใสร้อนๆ สักถ้วย จะช่วยสกัดกั้นปริมาณการกินอาหารมื้อนั้นให้ลดลงจากเดิมได้ จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเพนซิลเวเนียบอกว่า ผู้หญิงที่ทานซุปร้อนๆ ก่อนอาหารจานหลักอาหารกลางวันจะกินอาหารลดลงถึง 100 แคลอรี่ เมื่อเทียบกับอาหารจานหลักปกติ นั่นก็คือ อาหารที่มีปริมาณน้ำมากๆ จะทำให้กินได้น้อยลง บางคนอาจใช้วิธีดื่มน้ำเยอะๆ แทนก็ได้แต่จะได้ผลไม่มเท่ากับทานซุปเพราะมีทั้งน้ำและเนื้อผสมกัน (ตามประสาคนชอบกิน)

women.mthai

3 สูตรไดเอทสุดฮิพของสาวญี่ปุ่น

October 14th, 2009 by womenblogs

กล้วย

 

        ปกติอาหารญี่ปุ่นก็ขึ้นชื่อเรื่องไขมันน้อยอยู่แล้ว แต่สาวปลาดิบก็ยังยอมรับว่าวิธีไดเอทนี้จะช่วยลดความอ้วนได้เร็วกว่าแค่กินอาหารประจำชาติอย่างเดียว

 
   1. ไดเอทด้วยกะหล่ำปลี
วิธีลดน้ำหนักสูตรนี้กำลังเทรนดี้อย่างแรงในหมู่สาวอวบของญี่ปุ่น แถมยังมีคนเอาไปออกรายการทีวีบ่อยๆ ที่สาวๆ นิยมเพราะมันทำง่าย ไม่ต้องลงทุนหนักๆ ปลอดภัยเพราะคิดค้นโดยนายแพทย์และยังเห็นผลเร็ว

        How It Work กะหล่ำปลีที่ใช้ต้องเป็นกะหล่ำสดๆ ลงทุนไม่กี่บาท 1 หัวใหญ่ เอามาตัดแบ่งเป็น 4 ซีก แล้วทานที่ละ 1 ซีก กับน้ำสลัดไขมันต่ำก่อนมื้ออาหารทุกมื้อ กะหล่ำปลีเป็นผักที่มีส้นใยอาหารสูงมาก เมื่อกินเข้าไปจะทำให้หนักท้อง แทบไม่ต้องทานข้าวตามก็อิ่มได้ ช่วยให้กินน้อยลงโดยปริยาย ถ้าทนทำติดต่อกันได้จะไม่ผอมคงไม่ได้แล้วล่ะ


 

   2. ไดเอทด้วยแครอทและอกไก่
สูตรนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบไดเอท เพราะกินเท่าไรก็ได้ โดยไม่รู้สึกว่ากำลังจำกัดอาหารอยู่ แครอทมีไฟเบอร์ทำให้อิ่มท้อง ส่วนเนื้อบริเวณอกไก่ก็แทบจะไม่มีไขมันเลย ขออย่างเดียวอย่ากินติดหนังเท่านั้น

        How It Work เปลี่ยนมื้อเย็นของทุกๆ วันเป็นแครอทกับอกไก่ย่างแทน โดยใช้แครอทมื้อละ 1-2 หัว จะกินสดๆ หรือเอาไปต้มก่อนก็ได้ ส่วนอกไก่เป็นเมนูส่วนตัวของคุณ จะปรุงรสไหน หมักซอส หมักเกลือ ต้ม ย่าง อบ เชิญตามชอบ

 
   3. ไดเอทด้วยกล้วยหอมกับน้ำเปล่า
นี่ก็สูตรยอดฮิต เพราะทำง่ายได้ผลเร็ว และกล้วยหอมยังเป็นผลไม้มากคุณค่า เหมาะสำหรับสาวๆ ทุกวัย

        How It Work เลิกกินมื้อเช้าตามใจปากอย่างที่เคยทำ แล้วหันมากินกล้วยหอม 2-3 ผลกับน้ำเปล่าหลายๆ แก้วแทนเมื่อเส้นใยในกล้วยหอมเจอกับน้ำเปล่า มันจะไปขยายตัวในท้องคุณ และช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ให้สะอาด สลายไขมันที่อุดตันอยู่ในเส้นเลือดออกมาจากนั้นก่อนเข้านอน 4 ชั่วโมง จะพยายามไม่กินอะไรอีกเลยยกเว้นกล้วยหอมกับน้ำเท่านั้น และระหว่างวันถ้าหิวแทนที่จะคว้าขนมนมเนยเข้าปากเหมือนเคย ก็พึ่งกล้วยหอมนี่แหละ

women.mthai

1 นาทีเพื่อการลดน้ำหนัก

September 23rd, 2009 by womenblogs

ขนม เค้ก cake  ของหวาน อาหาร

 

1 นาทีเพื่อการลดน้ำหนัก

สิ่งเดียวที่คุณต้องการก็คือเวลาหนึ่งนาที เพื่อเริ่มการกำจัดน้ำหนักส่วนเกิน และต่อไปนี้คือกลยุทธ์แสนง่ายดาย ในการตัดลดแคลอรี่และเผาผลาญไขมันอย่างได้ผล ซึ่งใช้เวลาเพียง 60 วินาที หรือน้อยกว่านั้น

         1. เจือจางน้ำผลไม้ ผสมน้ำผลไม้ที่คุณโปรดปราน (ครึ่งหนึ่งของปริมาณที่คุณเคยดื่ม) กับน้ำเปล่าหรือน้ำแร่แบบมีฟอง คุณสามารถตัดลดแคลอรี่ลงไปได้อย่างน้อย 85 แคลอรี่ ต่อแก้ว ซึ่งหมายถึง 2 กิโลในหนึ่งปี

         2. เคี้ยวหมากฝรั่ง งานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ ค้นพบว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งไร้น้ำตาลตลอดทั้งวันเพิ่มอัตราการผลาญได้ราว 20 % ที่สามารถช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าปีละ 10 ปอนด์

         3. จิบชาเขียวก่อนออกไปเดิน คาเฟอีนช่วยปลดปล่อยกรดไขมันของคุณ จึงเผาผลาญไขมันได้ง่ายกว่า และโพลีฟีนอล (ที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์) ในชาเขียวก็ดูจะทำงานร่วมกับคาเฟอีนในการเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่ (ถ้าคุณความดันโลหิตสูง อย่าใช้เคล็ดลับนี้)

         4. หลอกต่อมรับรส การจิบยาแก้ไอรสเมนธอลหรือยูคาลิปตัสจะช่วยระงับอาการอยากอาหารได้อย่างชะงัดในทันที

         5. เพิ่มรสชาติเผ็ดร้อน การเติมพริกลงในอาหารจะทำให้คุณทานอาหารช้าลง และพริกยังช่วยเพิ่มการผลาญพลังงานอีกด้วย

         6. อย่าอยู่เฉย การขยับแข้งขยับขาหรืออยู่ไม่สุขตลอดเวลาจะช่วยคุณเผาผลาญแคลอรี่มากขึ้น ซึ่งอาจมากถึงวันละ 700 แคลอรี่เลยล่ะ

         7. เช่าหนังผีมาดู คุณมีความอยากอาหารน้อยลงเวลาที่กลัว แต่จะกินมากขึ้นถ้าโกรธหรือมีความสุข

         8. มองตัวเอง งานวิจัยบอกว่า การมองตัวเองในขณะกินอาหาร อาจทำให้คุณกินน้อยลงได้ 22-32 เปอร์เซ็นต์

         9. วิดพื้น ก่อนที่คุณจะเปิดถ้วยไอศกรีม วางมันลงก่อนแล้วก็ทำท่าวิดพื้นซัก 10 ครั้ง การทำกิจกรรมทางกายบางอย่างจะทำให้คุณสำนึกถึงเป้าหมายของคุณขึ้นมาได้

         10. ดมกลิ่น เวลาที่อยากกินขนมเค้กหรือคุกกี้หอมกรุ่นพวกนั้นเหลือเกิน ลองทำแบบนี้ดู สูดกลิ่นมันสัก 30 วินาที ก่อนกิน มันจะเป็นการตอบสนองต่อความอยากที่จะช่วยให้คุณหยุดกินได้แค่คุกกี้ชิ้นเดียว

         11. กินปลา ปลาที่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น ทูน่า แม็กครีล และแซลมอน อาจช่วยคุณลดน้ำหนักได้ด้วยการเผาผลาญไขมันให้ดีขึ้น คนที่น้ำหนักเกิน ซึ่งกินอาหารแคลอรี่ต่ำที่มีปลาด้วยทุกวัน ลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่ไม่ได้กินปลาเลยราว 20 %

 women.mthai

กิน ‘กล้วย’ ก็สวยได้?

September 20th, 2009 by womenblogs

กิน ‘กล้วย’ ก็สวยได้?


: อยู่ดีๆ กล้วยก็ขายหมดเกลี้ยงในญี่ปุ่น… ก็จะให้มีขายได้ยังไง ในเมื่อสาวๆ (และหนุ่มๆ) แห่กันไปซื้อกล้วยมากิน ‘ลดความอ้วน’ กันซะงั้น

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ :   เคย์โกะ อาคาอิ กำลังรู้สึกเซ็ง เพราะนักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 21 ปีคนนี้ กำลังวางแผนที่จะรับประทานกล้วยเพื่อลดน้ำหนัก แต่ก็ไม่สามารถเริ่มได้ เพราะไม่มี ‘กล้วย’ ให้เธอลอง

“ฉันพยายามไปดูตามร้านโอเค สโตร์ ซุปเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้านฉันทุกวัน อันที่จริง ฉันก็เพิ่งไปมาเอง แต่ไม่มีกล้วยเหลืออยู่บนชั้นเลย และมันก็เป็นอย่างนั้นมาได้สักเดือนหนึ่งแล้ว” สาวสวยเล่าให้ฟัง

อาคาอิ ไม่เคยหนักเกิน 45 กิโลกรัมมาก่อน และเธอก็ผอมมากขนาดที่สามารถใส่กระโปรงยี่ห้อซาร่าขนาด XS แล้วก็ยังหลวม อันที่จริง เธอไม่ควรจะลดความอ้วนเลยด้วย แต่เด็กสาวชาวญี่ปุ่นทุกคนดูจะชื่นชอบไปกับเทรนด์การลดความอ้วนทุกชนิดที่มาใหม่ ดังนั้นเมื่อ อาคาอิ ได้รับรู้เรื่องของนักแสดงชื่อดังคนหนึ่ง ที่สามารถลดน้ำหนักได้ 11.7 กิโลกรัม จากสูตรการรับประทานกล้วยในมื้อเช้า เธอจึงนึกอยากลองบ้าง และความขาดแคลนกล้วย ตามร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้านเธอ และในอีกหลายแห่ง ก็เป็นประจักษ์พยานได้ดีถึงแฟชั่นใหม่ ของอาหารลดความอ้วน ที่กำลังได้รับความนิยมทั่วญี่ปุ่นอยู่ในขณะนี้

ช่วยด้วย!  กล้วยขาดตลาด

“ร้านใหญ่ๆ ไม่มีกล้วยขายตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว แม้แต่ร้าน อิโต โยคาโดะ (ซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่) ก็ยังยังขายหมดก่อนบ่ายสาม” โทโมยูกิ โฮริยูจิ ตัวแทนฝ่ายขายจาก โตเกียว เซย์กะ โบเอกิ บริษัทขายผักและผลไม้บอกเล่าสถานการณ์กล้วยขาดตลาดให้ฟัง

ส่วน ฮิโรมิ โอตากิ แห่งบริษัท โดเล่ เจแปน ซึ่งเป็นผู้นำเข้ากล้วยรายใหญ่ของญี่ปุ่น บอกว่า ความนิยมครั้งนี้มาจากเมนูลดอาหารที่ชื่อว่า ‘สูตรการรับประทานกล้วยในมื้อเช้า’  เนื่องจากปกติแล้ว กล้วยขายไม่ดีเท่าไหร่ในฤดูร้อน ถ้าเทียบกับแตงโมหรือผลไม้ฉ่ำน้ำประเภทอื่น แต่ช่วงฤดูร้อน 4 เดือนที่ผ่านมา อันเป็นฤดูที่อากาศร้อนมาก กล้วยกลับขายดีเป็นประวัติการณ์ เฉพาะของ โดเล่ เองต้องเพิ่มการนำเข้ากล้วยถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแม้แต่ผู้ผลิตเองก็ยังไม่สามารถปลูกกล้วยได้ทันกับความต้องการ

“มันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินเลยทีเดียว” โอตากิเล่าเสริมว่า ที่ผ่านมา โดเล่ ญี่ปุ่นนำเข้ากล้วย 90 เปอร์เซนต์จากฟิลิปปินส์มาตลอด 40 ปี “แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับเราและมันยากที่จะจัดการ”

หลักการของ ‘สูตรการรับประทานกล้วยในมื้อเช้า’ นั้นไม่ยุ่งยาก เริ่มจากการรับประทานกล้วย 1 ผล (หรือมากเท่าที่คุณต้องการ) พร้อมกับน้ำในอุณหภูมิห้องสำหรับมื้อเช้า จากนั้นก็รับประทานอะไรก็ได้ในมื้อกลางวันและมื้อเย็น (แต่ต้องก่อนสองทุ่ม) อาจจะเพิ่มอาหารว่างตอนบ่ายสาม แต่ต้องงดของหวานหลังมื้ออาหารโดยเด็ดขาด พร้อมทั้งเข้านอนก่อนเที่ยงคืน

สุมิโกะ วาตานาเบ เภสัชกรจากโอซาก้าเป็นคนคิดสูตรอาหารลดความอ้วนอันเรียบง่ายนี้ขึ้นมา เพื่อช่วยเพิ่มการเผาผลาญอาหารให้กับ ฮิโตชิ วาตานาเบ สามีผู้มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน สืบเนื่องมาจากคอร์สนี้ทำให้ วาตานาเบ้ ลดน้ำหนักลงได้ถึง 16.6 กิโลกรัม เขาจึงได้แนะนำสูตรอาหารนี้ลงบน mixi ซึ่งเป็นชุมชนออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

เดือนมีนาคมหลังจากนั้น หนังสือ ‘สูตรการรับประทานกล้วยในมื้อเช้า’ จึงได้รับการตีพิมพ์และจำหน่ายไปกว่า 730,000 เล่ม อีกทั้งยังได้รับการแปลเป็นภาษาเกาหลีและไต้หวัน โดยได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีกเมื่อรายการทีวี ดรีม เพรส-ชา ได้ออนแอร์วันที่ 19 กันยายน นำเสนอเรื่องราวของ คูมิโกะ โมริ นักร้องโอเปร่าเจ้าของน้ำหนักตัวร่วมร้อยกิโลกรัมที่สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 7 กิโลกรัม ในเวลาแค่ 6 อาทิตย์ จากสูตรอาหารนี้ และหลังจากที่รายการทีวีได้แพร่ภาพออกไป ปรากฏการณ์กล้วยขาดตลาดก็ได้เกิดขึ้น

“กล้วยหมดจากชั้นวางขายทันทีและมียอดขายเพิ่มขึ้นเจ็ดสิบถึงแปดสิบเปอร์เซนต์ภายในอาทิตย์เดียว เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว” ทาเคชิ โอซากิ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของไลฟ์ คอร์เปอร์เรชั่น ที่มีซุปเปอร์มาร์เก็ตจำนวน 201 สาขาทั่วประเทศบอก

ศาสตราจารย์ มาซาฮิโกะ โอคาดะ แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์ นิงาตะ กล่าวถึงปรากฏการณ์กล้วยที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ว่า ร่างกายของคนเราต้องการสารอาหารหลักอยู่ 3 อย่าง คือ คาร์โบไฮเดรต ไขมันและโปรตีน

“หลักการที่สำคัญคือ การสร้างความสมดุลระหว่างสารอาหารสามชนิดนี้ และจำนวนแคเลอรี่ที่เรานำเข้าสู่ร่างกายในแต่ละวัน เมื่อคุณเข้าใจหลักการเหล่านี้ คุณก็ไม่จำเป็นที่จะทำตามแฟชั่น ในการลดความอ้วนแบบใด ไม่ว่าจะเป็นหัวบุกหรือกล้วย” แต่ก็แน่นอนว่า คำแนะนำเหล่านี้มักจะไม่ค่อยผ่านไปถึงหูผู้บริโภคเท่าใดนัก

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์บอกว่า ญี่ปุ่นนำเข้ากล้วยจำนวน 970,000 ตันในปี 2007 ส่วนใหญ่มาจากไต้หวันและฟิลิปปินส์ “ปกติแล้ว การปลูกกล้วยจะใช้เวลาสิบถึงสิบห้าเดือนกว่าจะได้ผลผลิต จึงไม่ได้เรื่องง่ายที่จะปลูกให้ทันกับความต้องการที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน” โอตากิ แห่งโดเล่ บอก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ โดเล่ ญี่ปุ่นต้องพยายามติดต่อเจรจากับ บริษัทโดเล่ สาขาต่างๆ ในหลายประเทศ ส่งผลให้ราคากล้วยสูงขึ้นกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ อันเนื่องมาจากการขาดตลาดในครั้งนี้

ใครๆ ก็ (ลอง) กินกล้วย

โยโกะ ทาคาฮาชิ แม่บ้านชาวโตเกียวบอกว่า โทชิอากิ สามีของเธอได้เริ่มสูตรอาหารนี้เมื่อต้นฤดูร้อน หลังจากที่ได้อ่านโฆษณาเกี่ยวกับสูตรรับประทานกล้วยในมื้อเช้า ซึ่งทำให้เขาลดน้ำหนักได้ 3 กิโลกรัม “สามีของฉันไม่เคยทานมื้อเช้ามาก่อน แต่ตอนนี้ เขาทานกล้วยวันละ 1 ลูกตอนเช้าทุกวัน ซึ่งมันก็สะดวกและง่ายดี”

ส่วน ยานางิฮาระ (เผยแต่นามสกุล) ครูสอนภาษาวัย 40 ปีบอกว่า เธอเองก็ได้ลองสูตรอาหารนี้มาเป็นระยะเวลา 1 เดือนและน้ำหนักลดลงไป 2 กิโลกรัม แต่เธอไม่คิดว่าเป็นเพราะสูตรอาหารนี้

“ฉันทดลองสูตรลดความอ้วนมาแล้วหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นคุกกี้ถั่วเหลือง หรือชาลดน้ำหนัก แต่ไม่มีสูตรไหนได้ผลเลย ฉันมักจะลดได้ประมาณ 2 กิโลกรัมจากสูตรอาหารเหล่านี้ แต่แล้วน้ำหนักก็จะกลับมาเท่าเดิมอย่างรวดเร็ว มันอาจจะดูน่าทึ่งที่คูมิโกะ โมริ ลดน้ำหนักได้ถึง 7 กิโลกรัม แต่มันก็คงเป็นเรื่องง่ายสำหรับเธอที่จะลดน้ำหนักเท่านี้ เพราะว่าเธอเป็นคนน้ำหนักมากอยู่แล้ว”

ทั้งนี้ กล้วยไม่ใช่สูตรอาหารลดความอ้วนอันแรก ที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น ในช่วงยุค 70 ชาวญี่ปุ่นนิยมลดความอ้วนด้วยชาอู่หลงและหัวบุก ยุค 80 นิยมสูตรอาหารเด็กคือ กล้วยและไข่ต้ม ยุค 90 เป็น แอปเปิ้ล วุ้นกะทิ โก้โก้ และพริกหยวก ในช่วงทศวรรษนี้ก็คือ จิ๊กโฉ่ว น้ำแครอท นมถั่วเหลือง คินาโกะ (แป้งถั่วเหลืองย่า) ส่วนเมื่อปลายปีที่แล้วคือ นัตโตะ (ถั่วหมัก) ที่ขายหมดเกลี้ยงตามห้างสรรพสินค้า

women.mthai

กินอาหารไทยยังไงไม่ให้ตุ้ยนุ้ย

September 20th, 2009 by womenblogs

กินอาหารไทยยังไงไม่ให้ตุ้ยนุ้ย

ห้าม ผอม ลดความอ้วน  เครียด น้ำหนัก

ผัดไทยกุ้งสด
หลายๆ คนอาจจะร้องยี้ แต่ก็ใช่ว่าเมนูนี้จะแย่ไปเสียหมดนะ เพราะผัดไทยมีส่วนประกอบของน้ำมันถั่วเหลืองอยู่ ซึ่งมีคุณค่าของสารอาหารเพียบ เพราะเป็นไขมันเชิงเดี่ยวชนิดไม่อิ่มตัวเหมือนๆ กับที่เราเจอในน้ำมันมะกอกนั่นแหละค่ะ ทีนี้ สาวๆ เฮลตี้ก็สบายใจกันได้แล้วจ้า

ผัดซีอิ๊ว
อาหารจานด่วนที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ประกอบไปด้วยก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ผักคะน้าไข่กระเทียม,ซีอิ๊ว และน้ำตาลอีกเล็กน้อย เทคนิคในการกินเพื่อสุขภาพให้กินผักคะน้าเยอะๆ (หมดจานได้ยิ่งดีนะคะ) เพราะมีทั้งวิตามินบีวิตามินซีแคลเซียมฟอสฟอรัส และเบต้าแคโรทีน ช่วยบํารุงสายตาและผิวพรรณ แถมยังช่วยป้องกันมะเร็งได้อีกด้วยค่ะ


ผัดกะเพรา
เมนูจานนี้ประกอบไปด้วยพริกเห็ดหัวหอมกระเทียม และใบกะเพรา ซึ่งพริกจะช่วยลดความดันโลหิตได้เพราะทําให้หลอดเลือดอ่อนตัว และยังช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง ป้องกันโรคหัวใจ และหลอดลมอักเสบได้อีกด้วยนะ ส่วนกระเทียมและเห็ดช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และใบกะเพราก็มีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยป้องกันโรคมะเร็งและหัวใจขาดเลือด แถมยังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบํารุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงอีกด้วยค่ะ

แกงมัสมั่น
เมนูจานนี้งดได้ยิ่งดีนะคะ เพราะมีทั้งกะทิมันฝรั่ง และถั่ว อีกทั้งยังราดบนข้าวสวยอีก จาน จึงไม่น่าแปลกใจที่จานนี้มีแคลอรีสูงมาก แต่ก็มีรสชาติที่หวานมันอร่อย หากสาวๆ คนไหนอดใจไม่ไหวจริงๆ ก็ควรชิมนิดๆ ให้รู้รสก็พอแล้วค่ะ
women.mthai

น้ำตาล….ตัวทำลายผิว

September 19th, 2009 by womenblogs

น้ำตาล….ตัวทำลายผิว

Sugar Free

ถ้าคุณคิดว่าการทาครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดปกป้องผิวของคุณได้ ขอบอกเลยค่ะว่าคุณคิดผิด เพราะล่าสุดได้มีการวิจัยของแบรนด์เครื่องสำอางดังหลายแบรนด์ออกมาว่า น้ำตาล ถือเป็นตัวทำลายผิวของเราได้ด้วยเช่นกัน

ของหวาน ขนมหวาน สตอเบอรืรี่ ครีม ขนม อาหาร น้ำตาลเป็นตัวทำลายโครงสร้างอีลาสตินและคอลลาเจนจริงหรือเปล่า

น้ำตาลเป็นแค่ปัจจัยหนึ่งในการทำลายอีลาสตินและคอลลาเจนในผิวเท่านั้น ผิวของคนเรามีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำลายผิวอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นอายุ สิ่งแวดล้อม หรือแม้กระทั่งอาหาร ก็สามารถเป็นสาเหตุของการทำลายโครงสร้างอีลาสตินและคอลลาเจน โดยสังเกตได้จากคนที่เป็นโรคเบาหวาน จะมีสภาพผิวที่ค่อนข้างกร้านกว่าคนทั่วไป และริ้วรอยที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ชัดมาก เนื่องจากเอนไซม์และน้ำตาลได้เข้าไปทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว


น้ำตาลจะเข้าไปทำลายผิวตั้งแต่เมื่อไร

จริงๆ น้ำตาลจะเข้าไปทำลายผิวตั้งแต่วัยเด็กแล้ว แต่ด้วยกลไกลการทำงานของผิวในวัยเด็กจะถูกทดแทนทันทีหลังจากถูกทำลาย มีกระบวนการซ่อมแซมที่ดีกว่าผิวของผู้ใหญ่

ผิวที่ถูกน้ำตาลทำลายโครงสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน จะมีลักษณะอย่างไร

น้ำตาลจะเข้าไปจับคอลลาเจนให้เกิดการแข็งตัว พอแข็งตัวก็จะแตกและเปราะหักง่าย หลังจากอีลาสตินและคอลลาเจนเปราะหักแล้ว ผิวตรงนั้นก็จะเกิดการยุบตัวลง ลักษณะจะเหมือนที่นอนสปริงที่เกิดการหัก เมื่อนอนตรงนั้นก็จะเกิดการยุบตัว ผิวของเราก็เช่นกัน เมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย ผิวบริเวณนั้นก็จะยุบตัวทันที เมื่อเกิดการยวบตัวลง ถ้ามองจากภายนอก บริเวณนั้นจะเกิดเป็นริ้วรอย และริ้วรอยจะตื้นหรือลึกก็ขึ้นอยู่กับผิวของเราโดนทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินมากน้อยแค่ไหน


เราจำเป็นต้องควบคุมน้ำตาลมากน้อยแค่ไหน

การควบคุมน้ำตาลจะช่วยในระดับหนึ่งเท่านั้นสำหรับการป้องกันเรื่องริ้วรอย แต่ไม่ได้แปลว่าคุณจะบริโภคน้ำตาลไม่ได้เลย เนื่องจากร่างกายของเรายังต้องการพลังงานจากน้ำตาลเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างพลังงาน เมื่อเราทานข้าว ขนมปัง ก็มีกลูโคส ซึ่งกลูโคสก็จะกลับมาในรูปพลังงานให้เรามีแรง แต่ถ้ารู้สึกกลัว ก็แค่บริโภคให้พอเหมาะกับความต้องการ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นเกราะป้องกัน เพราะการออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญเป็นผลให้ปริมาณน้ำตาลในร่างกายลดน้อยลง

หันมาบริโภคน้ำตาลเทียมแทนจะช่วยได้หรือเปล่า

การบริโภคน้ำตาลเทียมไม่ได้ช่วยอะไร เพราะถ้าทุกคนยังทานอาหารที่มีส่วนผสมของแป้งอยู่ ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง ข้าว หรือแม้กระทั่งเส้นก๋วยเตี๋ยว ล้วนแต่ทำมาจากแป้ง ซึ่งกระบวนการย่อยอาหารจำพวกแป้งจะทำหน้าที่เปลี่ยนแป้งให้เป็นกลูโคส กลูโคสถือเป็นหน่วยย่อยเล็กที่สุดของแป้งหรือของน้ำตาลที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่พอมีกลูโคสมากเกินไปในร่างกายและไม่ได้เผาผลาญออกมา กลูโคสก็จะไปจับกับคอลลาเจนและอีลาสติน สุดท้ายก็จะส่งผลต่อผิวได้ในที่สุด

การออกกำลังกายจะช่วยได้หรือเปล่า

การออกกำลังกายถือเป็นเรื่องดีที่สุดในการดูแลสุขภาพ ยิ่งบริโภคน้ำตาลมากไปเท่าไหร่ควรมีการเผาผลาญโดยการออกกำลังกายมากขึ้นตามด้วย ระยะเวลาในการออกกำลังกายที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ เริ่มตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป เพราะช่วงระยะเวลา 15-20 นาทีแรก ร่างกายจะใช้พลังงานจากน้ำตาลก่อน หลังจากนั้นจะใช้จากไขมัน ถือว่าการออกกำลังกายเป็นทางออกที่ดีที่สุดของการปกป้องผิวจากน้ำตาล

women.mthai

อาหารแบบนี้…ช่วยลดความอ้วน

September 19th, 2009 by womenblogs

อาหาร อาหารญี่ปุ่น ซูชิ ปลาดิบ ข้าวปั้น

อาหารแบบนี้…ช่วยลดความอ้วน

วิธีลดไขมันในอาหาร เพื่อลดความอ้วนได้แก่…

ลดอาหารทอด... น้ำมันในอาหารทอดจะซึมเข้าไปในเนื้ออาหาร ทำให้ดูมีไขมันต่ำกว่าจริง คนที่ต้องการลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนไม่ควรกินอาหารทอดเกินวันละ 2-3 ช้อนกินข้าว หรือไม่กินเลยยิ่งดี


กินอาหารประเภทต้ม นึ่ง ผักน้ำพริก และสลัดแทน ถ้ากินสลัดควรเลือกน้ำสลัดที่มีไขมันและน้ำตาลต่ำ ผักน้ำพริก (ถ้าไม่มีพืชหัว เช่น ฟักทอง ถั่ว ฯลฯ) ให้กำลังงานประมาณ 20 แคลอรี (น้ำพริก ช้อนกินข้าว) เท่านั้น การกินข้าวกล้องกับผักน้ำพริกเป็นสูตรลดความอ้วนง่ายๆ ที่อิ่มนาน และมีคุณค่าทางอาหารสูง


เลี่ยงก๋วยเตี๋ยวแห้ง... ก๋วยเตี๋ยวแห้งมักจะต้องคลุกเส้นกับน้ำมันหมู เพื่อให้คล่องคอ(เวลากลืน) การกินก๋วยเตี๋ยวแห้งมีส่วนทำให้ได้รับน้ำมันจากสัตว์ ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวสูงเพิ่มขึ้นมาก ถ้ากินก๋วยเตี๋ยวน้ำแทนจะลดกำลังงาน(แคลอรี)ไปได้มาก เนื่องจากก๋วยเตี๋ยวน้ำใช้น้ำหล่อลื่นแทนน้ำมันหมู


เลี่ยงก๋วยเตี๋ยวผัด เช่น ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ฯลฯ… การผัดหรือทอดทำให้น้ำมันซึมเข้าไปภายใน กลายเป็น “น้ำมันล่องหน” และเสี่ยงต่อการกินมากเกิน


งดแกงกะทิ... กะทิมีไขมันมะพร้าว ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวสูงมาก


งดนมไขมันเต็มส่วน (whole milk)… คนที่มีอายุ ปีขึ้นไปควรงดนมไขมันเต็มส่วน ดื่มนมไม่มีไขมัน (nonfat) หรือนมไขมันต่ำ (low fat) แทน


ไม่กินเมล็ดพืช เช่น ทานตะวัน ฯลฯ มากเกินวันละ กำมือเล็ก หรือที่ดีกว่านั้นคือ ไม่เกินสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง



วิธีเพิ่มอาหารกำลังงานต่ำ เพื่อลดความอ้วนได้แก่

กินผักแบบ “ผักครึ่งหนึ่ง-อย่างอื่นครึ่งหนึ่ง” หรือเพิ่มผักเป็น ใน ของอาหารทั้งหมด เพื่อให้ได้แร่ธาตุ วิตะมินเพิ่มขึ้น อิ่มมากขึ้น หิวน้อยลง


กินข้าวกล้อง หรือข้าวโอ๊ตแทนข้าวขาว กินขนมปังโฮลวีท(สีรำ)แทนขนมปังขาว และไม่กินแป้งมากเกิน ถ้าไม่ชอบข้าวกล้องจริงๆ อาจใช้จมูกข้าวสาลี (
wheat germ) หรือรำข้าวเติมไปในข้าวขาว เพื่อเพิ่มเส้นใย(ไฟเบอร์)


นำถั่วเหลือง
(คุณค่าโปรตีนสูงมาก) หรือถั่วแดงหลวง(เส้นใยหรือไฟเบอร์สูงมาก)มาแช่น้ำ ต้ม เก็บใส่ตู้เย็นไว้ นำมาเสริมโปรตีน และลดโปรตีนจากเนื้อสัตว์อย่างน้อย 50% เช่น ซื้อกับข้าวมา ตักเนื้อออก ใส่ถั่วไปแทนอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ฯลฯ


กินผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น ฝรั่ง ส้ม ฯลฯ ไม่มากเกิน และงดหรือลดผลไม้หวานจัด เช่น ทุเรียน ฯลฯ


กินน้ำผักได้ น้ำผักที่ช่วยให้อิ่มได้นานคือ น้ำมะเขือเทศ น้ำผักหัว (
root vegetables) เช่น ฟักทอง ฯลฯ มีน้ำตาลและแป้งค่อนข้างมาก พวกนี้ควรกินแต่น้อย กินเนื้อผักจะได้เส้นใย(ไฟเบอร์)ครบส่วนมากกว่าน้ำผัก

ไม่ควรกินน้ำผลไม้มากเกิน เนื่องจากน้ำผลไม้มีน้ำตาลสูงมาก

งด-ลด-ละ-เลิกขนม น้ำตาล น้ำหวาน การใช้น้ำตาลเทียมแทนน้ำตาล หรือการดื่มเครื่องดื่มที่ใช้น้ำตาลเทียมมีส่วนช่วยลดกำลังงาน หรือแคลอรีจากเครื่องดื่มลงได้


ถ้าดื่มกาแฟ
กาแฟชงเองมีแคลอรีต่ำกว่ากาแฟสด หรือกาแฟที่ร้านค้าชงมา


งด-ลด-ละ-เลิกเหล้า เบียร์ ไวน์
(แอลกอฮอล์) เนื่องจากแอลกอฮอล์ให้กำลังงานสูง มีน้ำตาลปนอยู่ และทำให้ขาดสติ… กินมากไป เลยอ้วนเลย
women.mthai

ดูดไขมัน… ความสวยคู่ความเสี่ยง

September 19th, 2009 by womenblogs

ดูดไขมัน… ความสวยคู่ความเสี่ยง

ดูดไขมัน ความสวยความงาม อ้วน ลดความอ้วน หุ่นดี

ถึงการดูดไขมันจะเนรมิตให้คุณพ้นจากสภาพสาวอวบมาเป็นสาวผอมแห้งแรงน้อยได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่ในความเร็วและง่ายนั้น รู้ไหมว่ามันพกความเสี่ยงมาให้เราได้ลุ้นระทึกมากขนาดไหน

ถ้าได้หมอที่ไม่ชำนาญ ผิวคุณอาจจะเป็นลูกคลื่นน่าเกลียด เพราะหมอเขาดูดไม่ทั่ว ทำให้มีก้อนไขมันบางส่วนหลงเหลืออยู่ใต้ผิวหนัง คุณอาจจะดูน่าเกลียดกว่าตอนอ้วนๆ ซะอีกนะ


ผิวของคุณจะดูคล้ำลง เพราะหลังจากดูดไขมันไปแล้ว เซลล์ผิวหนังจะผลิตเม็ดสีมากขึ้น


หลังจากดูดไปแล้วผิวหนังบริเวณนั้นอาจจะชาต่อไปอีกหลายวัน ถ้าระหว่างที่ผ่าตัดหมอเขาเกิดทำพลาดไปถูกเส้นประสาทเข้า


อันตรายถึงตายมีได้ทุกเมื่อ เช่น เสียเลือดมากเกินไป เพราะเส้นเลือดแตกระหว่างการผ่าตัดหรือหลอดดูดไขมันไปทิ่มถูกปอด ตับ ไต ..นี่ล่ะสวยประหารของแท้

women.mthai

วิธีไดเอตเมื่อกินเกินพิกัด

September 14th, 2009 by womenblogs

วิธีไดเอตเมื่อกินเกินพิกัด

อาหาร เกาหลี บิมบิมบับ

สาว ๆ มักปรารถนาการมีหุ่นสวย หลายคนจึงระมัดระวังการรับประทานอาหารเป็นพิเศษ แต่หากในคืนปาร์ตี้ที่เผลอทานเยอะจนเกินพิกัดก็ไม่ต้องกังวล เพราะครั้งนี้เรามีวิธี เผาผลาญ ไขมันมาฝาก

1. ดื่มน้ำส้มคั้นสด
มีวิตามินที่ช่วยดูดซึมสารอาหารที่สำคัญ หากรับประทานเป็นผล จะมีเส้นใยธรรมชาติ ช่วยคุมน้ำหนักได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะจะทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว

2. ทานอาหารจำพวกธัญพืช (ชนิดไขมันต่ำ)
อาจทานตอนเช้า (หากไม่มีเวลาทานข้าว) ธัญพืชเหล่านี้ อุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ระบบจะย่อยช้า ๆ เข้าสู่ร่างกาย ทำให้รู้สึกอิ่มท้องนาน

3. เคลื่อนไหวร่างกาย หลังเลิกงาน
อาจเรียกเหงื่อด้วยการเดินเล่น หรือวิ่ง หากมีเวลาอาจเล่นกีฬาที่ชอบสักครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง (การเคลื่อนไหวเร็ว ๆ จะเผาผลาญได้ 140 แคลอรีในครึ่งชั่วโมง)

4. เคี้ยวอาหารช้า ๆ
เพราะการทานเร็ว จะทำให้ทานมากเกินอัตราโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารหลัง โมงเย็น หรือช่วงเวลากลางคืน

5. ทานผัก-ผลไม้
เพราะผักจะให้พลังงานน้อย แต่ให้สารอาหารมาก ส่วนผลไม้ เลือกทานที่ให้พลังงานต่ำ เช่น ฝรั่ง มะม่วง ชมพู่ แตงโม แคนตาลูป เลี่ยงผลไม้หวานจัด ให้พลังงานสูง

เคล็ดลับง่ายๆ แบบนี้จะช่วยคุณสาว ๆ กำจัดไขมันส่วนเกินได้ และหากปฏิบัติได้เป็นประจำ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก (แม้ในคืนปาร์ตี้)

women.mthai

« Previous Entries