June 3rd, 2009 by womenblogs
ยาคุมธรรมดาก็สามารถใช้เป็น ยาคุมฉุกเฉินได้
ยา คุมแบบธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นแบบแผง 21 เม็ดหรือ 28 เม็ด ที่มีชนิดและปริมาณของฮอร์โมนตรงตามสูตรของยาคุมฉุกเฉิน สามารถนำมาใช้กินเป็นยาคุมในเวลาฉุกเฉินได้ ตารางที่แสดงในหน้าต่อไปจะบอกให้รู้ว่ามียาคุมที่ขายในประเทศ ไทยยี่ห้อใดบ้างที่สามารถนำมาใช้ในกรณี ฉุกเฉินได้ ข้อควรระวัง ในการกินยาแต่ละยี่ห้อ ก็คือการกินแต่ละครั้งจะมีจำนวน เม็ดยา ที่ต้องกินมากน้อยต่างกัน ไปตามปริมาณของฮอร์โมนที่มีอยู่ในตัวยาแต่ละยี่ห้อ และในการ กินแต่ละครั้งจะต้องกินยี่ห้อเดียวกันเท่านั้น |
|
|
เครดิต women.sanook
June 3rd, 2009 by womenblogs
อาการข้างเคียง
จาก การศึกษาวิจัยพบว่าหลังจากกินยาคุมฉุกเฉินเข้าไปแล้ว ผู้หญิง 1 ใน 2 คนจะมีอาการคลื่นไส้ และผู้หญิง 1 ใน 5 คนจะอาเจียน หากกินยาพร้อมกับกินอาหารตามเข้าไปด้วยก็จะช่วยลดอาการคลื่นไส้ลงได้บ้าง แต่ถ้าอาเจียนในช่วง 2 ชั่วโมงแรกหลังจากการกินยาเม็ดแรกก็อาจจะต้องกินเม็ดแรกซ้ำอีกครั้ง
หลังการกินยานี้แล้ว ประจำเดือนควรจะมาภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่ถ้าประจำเดือนไม่มาภายในเวลาดังกล่าวและมีอาการต่อไปนี้คือ
- ปวดท้อง
- เจ็บหน้าอก ไอ หรือหายใจขัด
- ปวดหัวมาก วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย มึนงง
- มองเห็นไม่ชัดเจน
- ปวดน่องหรือโคนขาอย่างหนัก
ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเป็นอาการบ่งชี้ถึงการตั้งครรภ์ หรืออาการแทรกซ้อนที่จำเป็นต้องให้แพทย์วินิจฉัย |
|
June 3rd, 2009 by womenblogs
ยาคุมฉุกเฉินป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างไร?
การ ออกฤทธิ์ของยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินนั้นมีลักษณะเดียวกัน กับยาเม็ดคุมกำเนิดแบบธรรมดา จากการศึกษาเชิงสถิติพบว่ายาคุมฉุกเฉินมีการทำงานหลายอย่างพร้อมๆกัน อาทิเช่น ขัดขวางการตกไข่ , ทำ ให้การตกไข่ช้าลงกว่าเดิม , ขัดขวางการปฏิสนธิโดยสร้างเมือกขึ้นในท่อ นำไข่ ทำให้อสุจิและไข่เคลื่อนที่เข้าหากันลำบากขึ้น , ขัดขวางการฝังตัว ของไข่ที่ได้รับการผสมแล้ว เป็นต้น กลไกการทำงานหลายทางนี้ทำให้ยา คุมฉุกเฉินมีประสิทธิภาพในการ ป้องกันการตั้งครรภ์ค่อนข้างสูงถ้าใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินจริงๆเท่านั้น |
|
|
เครดิต women.sanook
June 3rd, 2009 by womenblogs
ยาคุมฉุกเฉิน : ปลอดภัยหรือเป็นอันตราย?
สถาบัน สูตินรีแพทย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (American College of Obstetrics and Gynecology-ACOG) ได้ทำการศึกษาวิจัยผลกระ ทบข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยาคุมฉุกเฉิน พบว่าการใช้ยาคุมฉุกเฉินอย่างถูกวิธีและใช้เฉพาะใน กรณีฉุกเฉิน จริงๆนั้นไม่ก่อให้เกิดผลกระทบข้างเคียงใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้
นอก จากนี้ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ยังได้บรร จุยาคุมฉุกเฉินไว้ในบัญชียาในปี พ.ศ. 2539 ด้วย สำหรับผู้ที่มีประ วัติเป็นโรคลมชัก , โรคหัวใจ , โลหิตแข็งตัว หรือโรคที่เกี่ยวเนื่องกับ เส้นเลือดหัวใจ อาจจะต้องปรึกษาแพทย์เสียก่อน หรืออาจจะใช้ยาคุม ฉุกเฉินชนิดฮอร์โมนเดี่ยว ซึ่งจะปลอดภัยกว่าชนิดฮอร์โมนผสม อย่าง ไรก็ตาม ประมาณ 20 ปีที่มีการผลิตยานี้ขึ้นมาใช้ ยังไม่พบว่ามีรายงานการเสียชีวิตหรืออาการแทรกซ้อนร้ายแรงที่เกิด ขึ้นจากการใช้ยาคุมฉุกเฉิน
เครดิต women.sanook
June 3rd, 2009 by womenblogs
ใน ทางการแพทย์ถือว่าการตั้งครรภ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อไข่ที่ได้รับการผสมมีการฝัง ตัวที่มดลูกอย่างสมบูรณ์แล้ว ซึ่งกระบวนการฝังตัวนี้จะเริ่มต้นหลังจากเกิดการผสมระหว่างไข่กับ อสุจิแล้วประมาณ 5 วัน และจะใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์จึงจะฝังตัว เสร็จสมบูรณ์ ตัวยาในยาคุม ฉุกเฉินจะไร้ประสิทธิภาพไปในทัน ทีที่กระบวนการฝังตัวเกิดขึ้น จึงไม่สามารถทำให้เกิดการแท้งได้อย่าง เด็ดขาด |
|
|
เครดิต women.sanook
June 3rd, 2009 by womenblogs
ถ้ากินยาคุมฉุกเฉินแล้วแต่ยัง ตั้งครรภ์ เด็กในครรภ์จะพิการ หรือไม่?
การ กินยาคุมฉุกเฉินในกรณีฉุกเฉินจริงๆ (ซึ่งไม่น่าจะเป็นกรณีที่เกิด ขึ้นบ่อยๆในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งๆ) ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ทารกมีความ พิการแต่กำเนิด ไม่ว่าจะเป็นในกรณีที่ผู้หญิงกินยาโดยไม่รู้ตัวว่ากำลัง ตั้งครรภ์อยู่ หรือกินยานี้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์แต่ไม่ได้ผลก็ตาม เพราะมีการศึกษาพบว่าการกินยาคุมในขณะที่กำลังตั้งครรภ์อยู่นั้นไม่ได้เพิ่ม ความเสี่ยงต่อความพิการของทารกที่จะคลอดออกมา
ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์อยู่เป็นประจำการกินยาคุมแบบธรรมดา จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีกว่ายาคุมฉุกเฉิน |
|
|
เครดิต women.sanook
June 3rd, 2009 by womenblogs
ถุงยางอนามัยกับยาคุมฉุกเฉิน: อย่างไหนดีกว่ากัน?
ถุง ยางเป็นทางเลือกที่ช่วยป้องกันทั้งการตั้งครรภ์และการติดโรคติด ต่อทางเพศสัมพันธ์ไปพร้อมๆกัน ในขณะที่ยาคุมฉุกเฉินเพียงแค่ช่วยลดโอกาสในการตั้งครรภ์เฉพาะ กรณีฉุกเฉินเท่านั้น ไม่สามารถป้องกันการติดโรคได้
ถ้าคุณรู้ล่วง หน้าว่าจะมีเพศสัมพันธ์ ถุงยางอนามัยย่อมเป็นทางเลือก ที่ดีกว่าแน่นอน ยาคุมฉุกเฉินเป็นเพียง ทางออกสำรอง เป็นเพียงทางเลือกสุดท้าย ของการป้องกันการตั้งครรภ์เท่านั้น
ยิ่งคุณมีเพศสัมพันธ์เป็นประจำ การใช้ถุงยางจะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีกว่าการกินยาคุมฉุกเฉิน แถมยังช่วยป้องกันโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆได้อีกด้วย
ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์อยู่เป็นประจำการกินยาคุมแบบธรรมดา จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีกว่ายาคุมฉุกเฉิน
เครดิต women.sanook
June 3rd, 2009 by womenblogs
มีผู้หญิงจำนวนมากเท่าไรที่ใช้ยาคุมฉุกเฉิน?
| พบ ว่าอัตราการใช้ยาคุมฉุกเฉินมีสูงมากในประเทศที่มีการจำหน่าย ยาในรูปแบบที่ง่ายต่อการใช้ มีปริมาณฮอร์โมนต่อเม็ดที่สะดวกต่อการกิน และมีใบกำกับยาที่ถูกต้องชัดเจนสำหรับทั้งหมอและผู้ที่ต้องการใช้ ซึ่ง มักเป็นประเทศในแถบยุโรป
ใน ขณะที่ผู้หญิงที่อยู่ในประเทศพัฒนาแล้วอย่างเช่นสหรัฐอเมริกา มัก จะเคยได้ยินข้อมูลเรื่อง “ยาคุมหลังร่วมเพศ” มาบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะ ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าการคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินคืออะไร และมีวิธีการ ใช้ที่ถูกต้องอย่างไร
ในปี พ.ศ. 2537 มีการสำรวจในสหรัฐอเมริกา โดยมูลนิธิตระกูลเฮนรี่ เจ ไคเซอร์ (Henry J. Kaiser Family Foundation) พบว่ามีผู้หญิงอเมริกัน เพียง 1 % โดยประมาณเท่านั้นที่เคยใช้ยาคุมฉุกเฉิน และมีสูติแพทย์เพียง 1 ใน 4 ที่สั่งยานี้ให้คนไข้ ขณะนี้หลายหน่วยงานในประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังรณรงค์ให้ผู้บริโภคมีความรู้เรื่องยาคุมฉุกเฉิน รวมทั้งรณรงค์ให้ร้าน ขายยาสามารถจำหน่ายยาคุมฉุกเฉินได้โดยไม่ต้อง มีใบสั่งยาจากแพทย์ด้วย สำหรับประเทศกำลังพัฒนานั้น ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสันนิษฐานว่าระดับความ รู้และอัตราการใช้ยาคุมฉุกเฉินน่าจะอยู่ในระดับต่ำมาก
อย่า ลืมว่า ยาคุมฉุกเฉินช่วยลดโอกาสในการตั้งครรภ์เท่านั้น ไม่ได้ช่วย ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ใดๆเลย สิ่งที่จะช่วยป้องกันการติดโรค จากการมีเพศสัมพันธ์ที่ดีที่สุดคือ ถุงยางอนามัย ซึ่งการใช้ถุงยางเปรียบ เสมือนใช้กระสุนนัดเดียวยิงนกได้สองตัวเพราะ สามารถป้องกันการตั้งครรภ์และป้องกันการติดโรคได้ในขณะเดียวกัน |
|
|
เครดิต women.sanook