เตรียม ผิวสวย รับ ลมหนาว

November 29th, 2009 by womenblogs

ผิวสวย

      สาวๆที่กำลังกังวลเรื่อง “ผิวแห้ง” ในช่วงหน้าหนาว วันนี้เรามีเคล็ด (ไม่) ลับ  มาแนะนำให้สาวๆ เตรียมผิวให้สวยรับลม หนาวอย่างมั่นใจ  ด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้
1.พออากาศเริ่มหนาว สิ่งแรกที่ต้องหลีกเลี่ยง คือการอาบน้ำอุ่น เพราะเป็นสาเหตุของผิวแห้ง แต่ถ้าทนไม่ได้หลังอาบน้ำเสร็จให้เช็ดตัวไม่ต้องแห้งมากแล้วทาครีมบำรุงทันที
2.หาผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับผิวแห้งโดยเฉพาะ ที่มีเนื้อครีมมีลักษณะเข้มข้นหรือที่เป็น Oil Base มาใช้ เพื่อให้ผิวชุ่มชื่นยิ่งขึ้น ส่วนครีมที่ใช้ในช่วงหน้าร้อนให้เก็บไว้ก่อนคะ
3.แต่สำหรับคนที่ชอบขัดผิวเป็นประจำ ควรขัด2-3สัปดาห์ เพื่อไม่ให้ผิวแห้งเป็นขุย  ถ้าชอบมากจริงๆแนะนำให้ผ่อนคลายด้วยการแช่ตัวในน้ำอุ่น ประมาณ 10 นาที  แล้วอย่าลืมหยดออยล์หรือครีมน้ำนมลงในอ่างน้ำด้วย

4.เคล็ดลับฟื้นฟูผิวแห้งเป็นขุยเบื้องต้น ให้นำผ้าขนหนูหรือสำลีชุบนมรสจืดเย็นๆ มาวางบนผิวหนังส่วนที่แห้ง ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก กรดแล็กติกในนมจะลอกเซลล์ผิวหนังที่ตายออก และเติมความชุ่มชื่นให้ผิวหนังแทน    

          
5.ในระหว่างวันให้ใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีด บริเวณผิวหน้าหรือส่วนที่ต้องการ จะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นมากยิ่งขึ้น  

                    
6.ควรดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่ควรดื่มครั้งละหลายๆแก้วในทีเดียว เพราะช่วงหน้าหนาวผิวเราจะต้องการน้ำในร่างกายมากและต้องกินอาหารที่ประกอบด้วยวิตามินเอ บี และซีให้มากๆ ซึ่งจะช่วยได้มากทีเดียวwomen.mthai

การดูแลผิวหน้าหนาว

November 18th, 2009 by womenblogs


การดูแลผิวหน้าหนาว
(ดาราเดลี่)

          ลมหนาวแรกกําลังพัดมาให้เย็นชื่นใจ แสนสบายตัว แต่อย่ามัวปล่อยตัวไปกับอากาศเย็น ๆ เพราะผิวพรรณที่เคยดูแลมาตลอดอาจเสียไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับแสงแดดตัวร้ายที่ยังแฝงตัวอยู่กับลมหนาวตลอดเวลา งานนี้ “นพ.วัชรพงศ์ ชูศรี” แพทย์ประจําโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้ให้คําแนะนําเรื่องการปกป้องผิวจากแสงแดดในหน้าหนาวให้สาว ๆ ได้อวดผิวสวยตลอด

          “การดูแลผิวหน้าหนาวนี้ นอกจากการดูแลผิวให้ชุ่มชื้นแล้ว จะต้องไม่ละเลยการปกป้องผิวจากแสงแดดเช่นเดิม ข้อเท็จจริงแล้วแสงแดดนั้นให้ทั้งคุณและโทษ ข้อดีคือ ให้ความอบอุ่นกับร่างกาย ช่วยในการมองเห็น ช่วยในการสังเคราะห์วิตามินดี แต่ควรเป็นเป็นแสงแดดอ่อน ๆ ในช่วงเช้า หากถูกแดดจัดหรือผิว สะสมแดดเป็นเวลานานโดยขาดการป้องกัน ก็จะให้ข้อเสียคือ ผิวไหม้ แดง เกิดกระ ฝ้า ริ้วรอย แก่ก่อนวัย หรือร้ายแรงถึงขั้นเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง”

          การป้องกันผิวจากแสงแดดง่าย ๆ คือการใช้ผลิต ภัณฑ์กันแดดที่ปกป้องทั้งรังสียูวีเอ และยูวีบี, ดูค่า SPF (Sun Protection Factor) หรือค่าที่บ่งบอกการป้องกันแดดได้ จํานวนกี่เท่าของผิวปกติ ควรเลือกที่สูงพอเหมาะกับการใช้ชีวิตและกิจกรรม เช่น ทํางานออฟฟิศ ไม่ค่อยถูกแดด เลือกประมาณ SPF 15-20

          ส่วนนักกีฬาที่เล่นกลางแจ้ง เลือกประ มาณ SPF 30-50 นอกจากนี้ยังควรมีคุณสมบัติในการกันน้ำ กันเหงื่อ หรือปราศจากน้ำหอมสําหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย ภายในผลิตภัณฑ์กัน แดดมักมีส่วนประกอบพวกสารอินทรีย์ เช่น ซิงค์ หากมีมากเกินไปก็จะทําให้ใบหน้าขาววอก และสารอนินทรีย์ เช่น น้ำมัน ซึ่งจะเคลือบอยู่บนผิว มันมากเกินไปก็อาจทําให้เกิดผื่นแพ้ เสี่ยงต่อการเกิดสิว

          แต่สมัยนี้มีหลายเนื้อให้เลือกทั้งแบบครีม แบบโลชั่น หรือแบบฟลูอิด ซึ่งมีน้ำมันน้อยกว่า มีความบางเบากว่า ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ นอกจากนี้ บางตัวยังมีผสมพวกวิตามินอี โปรวิตามิน บี 5 อโลเวรา ที่ช่วยบํารุงผิวพร้อมปกป้องรังสียูวีไปในตัว เพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้นมากกว่าการป้องกันแสงแดด จึงควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดให้เป็นนิสัย และหลีกเลี่ยงแสงแดดช่วงแดดจัด และปกป้องด้วยวิธีอื่นช่วย เช่น สวมใส่เสื้อผ้ามิดชิด, กางร่ม, ใส่หมวก, ใส่แว่นตากันแดด เป็นต้น

          ปกป้องผิวให้ห่างไกลจากแสงแดดและรังสียูวีกันให้เป็นนิสัย เพื่อสุขภาพผิวที่ดี ไม่แก่ก่อนวัย

วิธีขัดผิวแบบแห้ง

November 8th, 2009 by womenblogs

ขัดผิว ผิว

 

         ใครที่ชอบขัดผิวเป็นประจำ วันนี้มีวิธีขัดผิวแบบแห้งมาแนะนำ…

 

            การขัดผิวกายสามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีหนึ่งที่ง่ายและสามารถทำได้เองที่บ้าน คือ การขัดผิวแบบแห้ง จะใช้อุปกรณ์เพียงอย่างเดียว คือ แปรงขัดตัวที่มีขนอ่อนนุ่ม หรืออาจจะเลือกใช้ใยบวบอ่อน การขัดผิวแบบแห้งนอกจากจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายออกไปแล้ว ยังเป็นการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดสู่ผิวหนัง เพิ่มการขับของเสียออกจากผิว นอกจากนี้การขัดผิวอย่างเบาๆ ยังทำให้ผ่อนคลายด้วย

            ขั้นตอนการขัดผิวแบบแห้ง เริ่มจากแปรงผิวเบา ๆ เป็นวงกลมจากเท้าไล่ขึ้นมาจนถึงต้นขาด้านบน เมื่อขัดขาทั้งสองข้างเสร็จ ให้ย้ายไปขัดที่แขนโดยแปรงจากปลายนิ้วจนถึงไหล่ สุดท้ายเอื้อมไปขัดที่หลัง หากไม่ถึงควรใช้แปรงขัดที่มีด้าม จะสะดวกยิ่งขึ้น ขัดไล่จากหลังมาด้านหน้าจนทั่วลำตัว เมื่อขัดทั่วลำตัวแล้วให้อาบน้ำตามปกติ แต่ถ้าอยากให้ผิวนุ่มยิ่งขึ้น แนะนำว่าควรผสมน้ำมันหอมระเหยลงไปด้วย

 

women.mthai

เตรียม ผิวสวย รับ ลมหนาว

November 6th, 2009 by womenblogs

ผิวสวย

      สาวๆที่กำลังกังวลเรื่อง”ผิวแห้ง”ในช่วงหน้าหนาว วันนี้เรามีเคล็ด (ไม่) รับ  มาแนะนำให้สาวๆเตรียมผิวให้สวยรับลม หนาวอย่างมั่นใจ  ด้วยเทคนิคง่ายๆที่ใครก็ทำได้
1.พออากาศเริ่มหนาว สิ่งแรกที่ต้องหลีกเลี่ยง คือการอาบน้ำอุ่น เพราะเป็นสาเหตุของผิวแห้ง แต่ถ้าทนไม่ได้หลังอาบน้ำเสร็จให้เช็ดตัวไม่ต้องแห้งมากแล้วทาครีมบำรุงทันที
2.หาผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับผิวแห้งโดยเฉพาะ ที่มีเนื้อครีมมีลักษณะเข้มข้นหรือที่เป็น Oil Base มาใช้ เพื่อให้ผิวชุ่มชื่นยิ่งขึ้น ส่วนครีมที่ใช้ในช่วงหน้าร้อนให้เก็บไว้ก่อนคะ
3.แต่สำหรับคนที่ชอบขัดผิวเป็นประจำ ควรขัด2-3สัปดาห์ เพื่อไม่ให้ผิวแห้งเป็นขุย  ถ้าชอบมากจริงๆแนะนำให้ผ่อนคลายด้วยการแช่ตัวในน้ำอุ่น ประมาณ 10 นาที  แล้วอย่าลืมหยดออยล์หรือครีมน้ำนมลงในอ่างน้ำด้วย

4.เคล็ดลับฟื้นฟูผิวแห้งเป็นขุยเบื้องต้น ให้นำผ้าขนหนูหรือสำลีชุบนมรสจืดเย็นๆ มาวางบนผิวหนังส่วนที่แห้ง ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก กรดแล็กติกในนมจะลอกเซลล์ผิวหนังที่ตายออก และเติมความชุ่มชื่นให้ผิวหนังแทน    

          
5.ในระหว่างวันให้ใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีด บริเวณผิวหน้าหรือส่วนที่ต้องการ จะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นมากยิ่งขึ้น  

                    
6.ควรดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่ควรดื่มครั้งละหลายๆแก้วในทีเดียว เพราะช่วงหน้าหนาวผิวเราจะต้องการน้ำในร่างกายมากและต้องกินอาหารที่ประกอบด้วยวิตามินเอ บี และซีให้มากๆ ซึ่งจะช่วยได้มากทีเดียว

women.mthai

ผิวสวยด้วยวิธีแสนง่าย

October 14th, 2009 by womenblogs

ผิวสวยด้วยวิธีแสนง่าย

 

skin ผิวคุณคงได้ยินได้ฟังกันมาบ่อยๆ แล้วว่า การดื่มน้ำให้พอเพียงในแต่ละวันจะช่วยให้ผิวดูสวยขึ้น แต่เรื่องที่ได้ยินนั้นเป็นจริงเหรอ?


รายการทีวีในอเมริกาจึงทำการพิสูจน์กับฝาแฝดสองคน โดยให้คนแรกดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และให้คนที่สองดื่มในปริมาณเพียงครึ่งเดียว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผลที่ออกมานั้นผิวพรรณของฝาแฝดคนแรกนั้นดูเปล่งปลั่งสดใสกว่าจนเห็นได้ชัด และนี่คือข้อมูลดีๆ ที่คุณควรรู้

 

 

 

  •   วิธีคำนวณหาปริมาณที่คุณควรต้องดื่มในแต่ละวันคือ นำน้ำหนักตัวมาหารสอง ผลที่ออกมาคือปริมาณน้ำในหน่วยออนซ์ที่คุณต้องดื่มในแต่ละวัน (1 ออนซ์มีค่าเท่ากับ 30 มิลลิลิตร)

 

  •   ตรวจดูว่าร่างกายของคุณกำลังขาดน้ำอยู่หรือเปล่า โดยคนผิวขาวมักจะแสดงอาการขาดน้ำด้วยการมีริ้วรอยบนผิวหนังเกิดขึ้น ในขณะที่คนผิวคล้ำก็มักจะมีรอยด่างเกิดขึ้น

 

  •   ถ้าคุณผิวไม่สวยเพราะดื่มน้ำน้อยก็ไม่ต้องตกใจ เพราะถ้าคุณเริ่มดื่มในปริมาณที่เหมาะสมซะตั้งแต่วันนี้ คุณก็จะมองเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

women.mthai

 

ปรนนิบัติผิวและเส้นผมหลังจบปาร์ตี้

September 24th, 2009 by womenblogs

ลูกตาล ดารา 

 

 ปรนนิบัติผิวและเส้นผมหลังจบปาร์ตี้

 

      ในช่วงวันหยุด สาวๆ รวมทั้งหนุ่มๆ ด้วย คงร่วมปาร์ตี้หลากหลายกันอย่างสนุกสนาน จนลืมดูแลตัวเองกันไปบ้างใช่ไหมค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลเพราะ Beauty tips with KIMMY วันนี้มีคำแนะนำดีๆ จาก โอเรียนทอล พริ้นเซส ในดูแลผิวหน้า ผิวกาย และเส้นผม หลังงานปาร์ตี้ มาฝาก

ผิวหน้า – เติมความชุ่มชื่นให้กับผิวอย่างเร่งด่วน โดยเริ่มจากการดื่มอุ่นผสมน้ำมะนาว 1 แก้ว และอาหารมื้อแรกของวันใหม่ ควรเสริมด้วยแตงกวาที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ช่วยเติมน้ำหล่อเลี้ยงให้กับผิวและชดเชยความชื้นที่สูญเสียไป และอย่าลืมปรนนิบัตรผิวด้วยการทำทรีทเม้นท์ฟื้นฟูสภาพผิว

เส้นผม – ทำควาสะอาดผมทันทีด้วยแชมพูและครีมนวดผมที่มีส่วนผสมของโปรตีน เพื่อช่วยเคลือบถนอมเส้นผม หลังจากล้างคราบฟองแล้ว ควรล้างเส้นผมในน้ำสุดท้ายด้วยน้ำเย็นผสมน้ำมะนาว จะช่วยถนอมเกล็ดผมให้เรียบเนียน

ผิวกาย – ควรได้รับการปรนนิบัติเพื่อผ่อนคลาย พร้อมชดเชยความชุ่มชื้นสมดุลผิวที่สูญเสีย ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานผักผลไม้ประเภทฟักทอง แครอท มะเขือเทศ และงา เพราะอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ที่ช่วยให้เนื้อเยื่อแข็งแรงสุขภาพดี และควรให้ผิวได้พักผ่อนด้วยการสครับผิว เพื่อขจัดรากเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ พร้อมอวดผิวใหม่ที่อ่อนเยาว์ สดใส เปี่ยมชีวิตชีวา

ได้รู้ไอเดียๆ ดี ในการปรนนิบัติผิว และเส้นผม กันไปแล้ว ไม่ว่าจะปาร์ตี้อีกสักกี่ครั้ง รับรองได้ว่า ผิวหน้า เส้นผม และผิวกาย ของคุณทุกคน ยังคงสวยและสดใสทุกงานแน่นอนค่ะ

women.mthai

วิธีชะลอการแก่ของผิว

September 21st, 2009 by womenblogs

การชะลอการแก่ของผิว

การแก่เกิดขึ้นในวินาทีแรกของการมีชีวิต เซลจะเริ่มเสื่อมและตายลง และมีวิธี ชะลอ แก่ ผิว  ความสวยความงาม การแทนที่ด้วยเซลใหม่ เซลบางชนิดมีอายุสั้นมากเช่น เซลเม็ดเลือดแดงมีอายุเพียง เจ็ดวัน เซลผิวหนังมีอายุประมาณ หนึ่งเดือน เซลล์เนื้อเยื่อ และพังผืดมีอายุประมาณ สิบห้าปี มีเซลเพียงสองชนิดเท่านั้นที่มีอายุเท่ากับอายุจริงของเรา คือเซลสมอง และเลนส์ตา แล้วทำไมเราจึงดูแก่ขึ้นได้ หากเซลผิวหนัง และเนื้อเยื่อมีการสร้างทดแทนอยู่ตลอดเวลา

เหตุผลที่สำคัญคือ เซลที่สร้างใหม่ทดแทน จะมีการทำงานที่ลดน้อยลง หรือเปลี่ยนแปลงไป อย่างช้าๆ ตัวอย่างเช่น เซลไฟโบรไชท์ ที่สร้างเส้นใยคลอราเจน จะสร้างคลอราเจนใหม่แทนที่ของเดิม ในอัตราลดลงประมาณ 1 % ต่อปี เราจึงมีผิวหนังแท้ และเส้นใยพังผืด ซึ่งเป็นสิ่งที่ ทำให้ผิวดูเต่งตึง กระชับ ลดน้อยลง เมื่อการสูญเสียมากถึงระดับหนึ่ง เช่นเสียไป เกินสามสิบเปอร์เซ็นต์ เมื่ออายุมากกว่าสามสิบปี เราจะเริ่มเห็น ผิวหนังในหลายตำแหน่ง จึงเริ่มหย่อนคล้อยไปตามแรงดึงดูดของโลก

ซึ่งทำหน้าที่เหมือนฟิล์มกรองแสง อัลตร้าไวโอเลท และสารแปลกปลอม และมลพิษทั้งหลาย หลังจากเวลาผ่านไป จะเห็นการเปลี่ยนแปลง เกิดการบางตัว ผิวแห้งแตก มีรอยด่างดำ เกิดรอยย่นเล็กๆ และมีการขยายตัวของเส้นเลือดฝอย เกิดติ่งเนื้อ หรือเนื้องอก แม้กระทั่งมะเร็งผิวหนัง  การเปลี่ยนแปลงนี้จะเห็นได้มากบริเวณที่ถูกแสงแดด และ คนผิวสีขาว จะมีการเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าสีผิวเข้ม การเปลี่ยนแปลงนี้ เป็นผลจากการเกิดอนุมูลอิสระ ทำให้เกิดการเสื่อมลงของเซลแทบทุกชนิด

การลดการเกิดอนุมูลอิสระ ที่สำคัญ คือ

1.หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดจัด หากจำเป็นต้องออกแดด ควรสรวมหมวกปีกกว้าง หรือกางร่ม หากออกกำลังกลางแดด ควรใช้ครีมกันแดด ที่สามสารถกรองได้ทั้ง อัลตร้าไวโอเลท เอ (มีค่า PPD มากกว่า +++) และอัลตร้าไวโอเลท บี (ค่า SPF, Sun protecting factorมากกว่า มากกว่า 30) ต้องทาประมาณ สามสิบนาทีก่อนออกแดด และ ทาปริมาณที่เหมาะสม (บีบยา ประมาณ สองกรัม หรือหนึ่งข้อนิ้วชี้ ต่อแก้มหนึ่งข้าง)

2.ลดการแห้งแตกของผิว ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบ ด้วยการใช้ สบู่อ่อน หรือครีมอาบน้ำ และทา โลชั่นลดความแห้งหลังอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอ

3. งดบุหรี่ และหลีกเลี่ยงสถานที่มีควันบุหรี่สูง

4. หลีกเลี่ยงบริเวณที่มี ควันรถยนต์ และมลพิษสูง เช่น ริมถนน ที่จราจรหนาแน่น

5. ลดอาหารที่มีอนุมูลอิสระสูง เช่นน้ำมันที่ใช้ทอดซ้ำ

6.การรับประทานอาหารที่มีสารจับอนุมูลอิสระ ที่สำคัญคือ ไวตามินซีธรรมชาติ ในผลไม้และผักสีเขียว เช่น ฝรั่ง แอปเปิล ผักสลัด ฯลฯ ให้เพียง พอ และสม่ำเสมอ ไวตามินซี จะทำงานได้ดีร่วมกับไวตามินอี ซึ่งมีในไข่ เนื้อสัตว์ จึงควรรับประทานอาหารให้สมดุลทุกหมู่ ไวตามินซีถูกทำลายได้เร็วด้วยความร้อน จึงควรเลือกรับประทานเฉพาะผลไม้สด น้ำผลไม้ที่คั้นสด และผักสด

7. ลดความเครียด จากปัญหาต่างๆ ฝึกจิตให้สงบ เช่นการฝึกสมาธิ เล่นกีฬา หรือมีงานอดิเรกที่ผ่อนคลายทำ อย่างสม่ำเสมอ

8.การใช้เวชภัณฑ์ ลดอนุมูลอิสระ เช่น การกินไวตามินซี ไวตามินอี สารบางชนิด เช่น โคเอนไซย์คิวเทน ฯลฯ เป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายสูง จึงเหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลเร็วอย่างชัดเจน เวชภัณฑ์ที่อ้างว่าชะลอความแก่ได้นั้นมีมาก แต่มีการศึกษายืนยันว่ามีประโยชน์มีไม่มาก บางชนิด มีการกล่าวอ้างเกินจริง เช่น การรับประทานยาที่มีคลอราเจน โดยหวัวว่าจะไปทดแทนคลอราเจนที่ลดลง โดยหารู้ไม่ว่า กระบวนการย่อยสลายในระบบทางเดินอาหาร จะย่อยสลายคลอราเจนที่กินเข้าไปเป็นกรดอะมิโน ก่อนจะส่งไปทางกระแสเลือดเพื่อสร้างคลอราเจน การกินคลอราเจนจึงไม่ได้มีผลต่างจากการกินโปรตีนเช่น เนื้อสัตว์ ไข่ขาว นมถั่วเหลือง ฯลฯ

9. การทาเวชสำอาง ที่มีสารลดอนุมูลอิสระ เข่น ไวตามินซี หรือสารกระตุ้นการเจริญของเซลล์ เช่น อนุพันธ์ ไวตามินเอ (Retinoic acid) เป็นวิธีที่สิ้นเปลือง และ ควรได้รับการแนะนำจากแพทย์ เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงอาการแทรกซ้อน

การลดการสะสมไขมัน ได้แก่

1.การรับประทานอาหาร ให้ได้พลังงานเหมาะสมสำหรับ แต่ละวัย อายุมากขึ้นความต้องการพลังงานจะลดลง และการกระจายพลังงานให้เหมาะสมในแต่ละวัน อาหารเช้า เป็นมื้อสำคัญ ควรได้พลังงาน ประมาณ 40% มื้อกลางวัน 40% และ มื้อเย็น 20% คนส่วนใหญ่จะรับประทานอาหาร สวนกับความต้องการพลังงานในแต่ละช่วง การรับประทานอาหารมื้อเย็นมากเกินไป ทำให้เกิดการสะสมของไขมันทำให้อ้วน และมีปัญหาสารพัดตามมา

2. ลดการรับประทานไขมันจากพืช และน้ำมันพืชที่มีไขมันอิ่มตัวสูงเช่นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันรำ

3. เพิ่มปริมาณอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ข้างกล้อง ผัก ผลไม้ที่ไม่หวานจัด

4. ลดอาหารประเภท แป้งและ น้ำตาลลง เช่น ขนมหวาน เครื่องดื่มหรือ ชากาแฟผสมน้ำตาล

5. การออกกำลังกาย อย่างน้อย สามสิบนาทีสัปดาห์ละสามครั้ง

สำหรับการแก้ไขปัญหา จากความแก่ เช่น รอยย่น ความหย่อนยานของผิว ไขมันสะสม และสีผิวผิดปกติ ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ด้านเวชสำอางในปัจจุบัน สามารถทำให้ เราดูอ่อนวัยลงได้ โดยไม่ยุ่งยากและสิ้นเปลืองเกินไปจะได้กล่าวถึง เป็นเรื่องๆไปตอนต่อๆไป

women.mthai

น้ำตาล….ตัวทำลายผิว

September 19th, 2009 by womenblogs

น้ำตาล….ตัวทำลายผิว

Sugar Free

ถ้าคุณคิดว่าการทาครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดปกป้องผิวของคุณได้ ขอบอกเลยค่ะว่าคุณคิดผิด เพราะล่าสุดได้มีการวิจัยของแบรนด์เครื่องสำอางดังหลายแบรนด์ออกมาว่า น้ำตาล ถือเป็นตัวทำลายผิวของเราได้ด้วยเช่นกัน

ของหวาน ขนมหวาน สตอเบอรืรี่ ครีม ขนม อาหาร น้ำตาลเป็นตัวทำลายโครงสร้างอีลาสตินและคอลลาเจนจริงหรือเปล่า

น้ำตาลเป็นแค่ปัจจัยหนึ่งในการทำลายอีลาสตินและคอลลาเจนในผิวเท่านั้น ผิวของคนเรามีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำลายผิวอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นอายุ สิ่งแวดล้อม หรือแม้กระทั่งอาหาร ก็สามารถเป็นสาเหตุของการทำลายโครงสร้างอีลาสตินและคอลลาเจน โดยสังเกตได้จากคนที่เป็นโรคเบาหวาน จะมีสภาพผิวที่ค่อนข้างกร้านกว่าคนทั่วไป และริ้วรอยที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ชัดมาก เนื่องจากเอนไซม์และน้ำตาลได้เข้าไปทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว


น้ำตาลจะเข้าไปทำลายผิวตั้งแต่เมื่อไร

จริงๆ น้ำตาลจะเข้าไปทำลายผิวตั้งแต่วัยเด็กแล้ว แต่ด้วยกลไกลการทำงานของผิวในวัยเด็กจะถูกทดแทนทันทีหลังจากถูกทำลาย มีกระบวนการซ่อมแซมที่ดีกว่าผิวของผู้ใหญ่

ผิวที่ถูกน้ำตาลทำลายโครงสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน จะมีลักษณะอย่างไร

น้ำตาลจะเข้าไปจับคอลลาเจนให้เกิดการแข็งตัว พอแข็งตัวก็จะแตกและเปราะหักง่าย หลังจากอีลาสตินและคอลลาเจนเปราะหักแล้ว ผิวตรงนั้นก็จะเกิดการยุบตัวลง ลักษณะจะเหมือนที่นอนสปริงที่เกิดการหัก เมื่อนอนตรงนั้นก็จะเกิดการยุบตัว ผิวของเราก็เช่นกัน เมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย ผิวบริเวณนั้นก็จะยุบตัวทันที เมื่อเกิดการยวบตัวลง ถ้ามองจากภายนอก บริเวณนั้นจะเกิดเป็นริ้วรอย และริ้วรอยจะตื้นหรือลึกก็ขึ้นอยู่กับผิวของเราโดนทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินมากน้อยแค่ไหน


เราจำเป็นต้องควบคุมน้ำตาลมากน้อยแค่ไหน

การควบคุมน้ำตาลจะช่วยในระดับหนึ่งเท่านั้นสำหรับการป้องกันเรื่องริ้วรอย แต่ไม่ได้แปลว่าคุณจะบริโภคน้ำตาลไม่ได้เลย เนื่องจากร่างกายของเรายังต้องการพลังงานจากน้ำตาลเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างพลังงาน เมื่อเราทานข้าว ขนมปัง ก็มีกลูโคส ซึ่งกลูโคสก็จะกลับมาในรูปพลังงานให้เรามีแรง แต่ถ้ารู้สึกกลัว ก็แค่บริโภคให้พอเหมาะกับความต้องการ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นเกราะป้องกัน เพราะการออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญเป็นผลให้ปริมาณน้ำตาลในร่างกายลดน้อยลง

หันมาบริโภคน้ำตาลเทียมแทนจะช่วยได้หรือเปล่า

การบริโภคน้ำตาลเทียมไม่ได้ช่วยอะไร เพราะถ้าทุกคนยังทานอาหารที่มีส่วนผสมของแป้งอยู่ ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง ข้าว หรือแม้กระทั่งเส้นก๋วยเตี๋ยว ล้วนแต่ทำมาจากแป้ง ซึ่งกระบวนการย่อยอาหารจำพวกแป้งจะทำหน้าที่เปลี่ยนแป้งให้เป็นกลูโคส กลูโคสถือเป็นหน่วยย่อยเล็กที่สุดของแป้งหรือของน้ำตาลที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่พอมีกลูโคสมากเกินไปในร่างกายและไม่ได้เผาผลาญออกมา กลูโคสก็จะไปจับกับคอลลาเจนและอีลาสติน สุดท้ายก็จะส่งผลต่อผิวได้ในที่สุด

การออกกำลังกายจะช่วยได้หรือเปล่า

การออกกำลังกายถือเป็นเรื่องดีที่สุดในการดูแลสุขภาพ ยิ่งบริโภคน้ำตาลมากไปเท่าไหร่ควรมีการเผาผลาญโดยการออกกำลังกายมากขึ้นตามด้วย ระยะเวลาในการออกกำลังกายที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ เริ่มตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป เพราะช่วงระยะเวลา 15-20 นาทีแรก ร่างกายจะใช้พลังงานจากน้ำตาลก่อน หลังจากนั้นจะใช้จากไขมัน ถือว่าการออกกำลังกายเป็นทางออกที่ดีที่สุดของการปกป้องผิวจากน้ำตาล

women.mthai

ดูดไขมัน… ความสวยคู่ความเสี่ยง

September 19th, 2009 by womenblogs

ดูดไขมัน… ความสวยคู่ความเสี่ยง

ดูดไขมัน ความสวยความงาม อ้วน ลดความอ้วน หุ่นดี

ถึงการดูดไขมันจะเนรมิตให้คุณพ้นจากสภาพสาวอวบมาเป็นสาวผอมแห้งแรงน้อยได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่ในความเร็วและง่ายนั้น รู้ไหมว่ามันพกความเสี่ยงมาให้เราได้ลุ้นระทึกมากขนาดไหน

ถ้าได้หมอที่ไม่ชำนาญ ผิวคุณอาจจะเป็นลูกคลื่นน่าเกลียด เพราะหมอเขาดูดไม่ทั่ว ทำให้มีก้อนไขมันบางส่วนหลงเหลืออยู่ใต้ผิวหนัง คุณอาจจะดูน่าเกลียดกว่าตอนอ้วนๆ ซะอีกนะ


ผิวของคุณจะดูคล้ำลง เพราะหลังจากดูดไขมันไปแล้ว เซลล์ผิวหนังจะผลิตเม็ดสีมากขึ้น


หลังจากดูดไปแล้วผิวหนังบริเวณนั้นอาจจะชาต่อไปอีกหลายวัน ถ้าระหว่างที่ผ่าตัดหมอเขาเกิดทำพลาดไปถูกเส้นประสาทเข้า


อันตรายถึงตายมีได้ทุกเมื่อ เช่น เสียเลือดมากเกินไป เพราะเส้นเลือดแตกระหว่างการผ่าตัดหรือหลอดดูดไขมันไปทิ่มถูกปอด ตับ ไต ..นี่ล่ะสวยประหารของแท้

women.mthai

เลือกมอยส์เจอร์ไรเซอร์อย่างไรให้เหมาะกับผิว

September 1st, 2009 by womenblogs

สาวญี่ปุ่น 

   รู้จักมอยส์เจอร์ไรเซอร์
        มอยส์เจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) คือ สารทาภายนอกที่สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังได้ อาจมีอยู่หลายรูป เช่น ครีม โลชั่น ขี้ผึ้ง เป็นต้น ส่วนประกอบของมอยส์เจอร์ไรเซอร์มีดังนี้

     1. สารปิดกั้นไม่ให้น้ำซึมผ่าน (Occlusive) ออกฤทธิ์โดยปิดกั้นไม่ให้น้ำซึมผ่าน เมื่อทาลงบนผิวหนังจะกระจายตัวออกคลุมผิวหนังเป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ กันไม่ให้น้ำภายในผิวหนังซึมออกสู่ภายนอก ทำหน้าที่คล้ายเกราะอ่อนป้องกันสารเคมีไม่ให้ระคายผิวหนัง แต่ถ้าล้างหรือฟอกผิวหนังบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือดีเทอร์เจน หรือการถู เช็ดกับผ้าจะทำให้มอยส์เจอร์ไรเซอร์หลุดออกจากผิวหนัง อาจต้องทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ซ้ำหลายครั้งต่อวัน ตามสภาพการดำเนินชีวิตประจำวัน สารกลุ่มนี้ได้แก่ petrolatum, lanolin, dimethicone เป็นต้น

     2. สารที่ช่วยดูดซับน้ำ (Humectant) มอยส์เจอร์ไรเซอร์กลุ่มนี้เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนังโดยการจับน้ำในผิวหนังไว้ไม่ให้ระเหยไป สารกลุ่มนี้ได้แก่ latic acid, polyol, mucopolysaccharide, urea, glycerol, เป็นต้น สารกลุ่มนี้เมื่อทาบนผิวหนัง อาจระคายผิวหนังได้ ทำให้รู้สึกยิบ ๆ จึงควรระมัดระวังโดยเฉพาะผิวหนังที่มีการอักเสบอยู่

     3. สารออกฤทธิ์ชนิดอื่นๆ ซึ่งผสมในมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อให้มีคุณสมบัติอื่นเพิ่มมากขึ้นจากการให้ความชุ่มชื้นเพียงอย่างเดียว ที่นิยมได้แก่ สารกันแดด สารกลุ่มAHA ซึ่งช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกให้เร็วขึ้น สารที่ช่วยให้ผิวขาวขึ้น เช่น วิตามิน C, E, Niacinamide เป็นต้น

        มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ดีควรมีคุณสมบัติ คือ สามารถลดการสูญเสียน้ำจากผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวชุ่มชื้นเรียบเนียนขึ้น ดูดซึมเร็ว ออกฤทธิ์ทันที และอยู่ได้นานบนผิวหนังโดยไม่ต้องทาซ้ำหลายครั้ง ไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง และมีราคาไม่แพง

women.mthai

 

« Previous Entries