10 นิสัยสวย ๆ ของผู้หญิงผิวดี

November 8th, 2009 by womenblogs

สาวเกาหลี สาวสวย

 

          “นิสัยอย่างนี้ก็สวยสิ” เพื่อน ๆ ทักคุณอย่างนี้หรือเปล่า ตอบไปเลยเรื่องสวยสู้ค่ะ ผู้หญิงสวยจะมีนิสัยคล้าย ๆ กัน 10 ข้อ เป็นนิสัยพื้นฐานสาวผิวสวยเป็นกันทุกคน มาดูว่าคุณมีนิสัยผิวสวยกี่ข้อ กี่คะแนน สวยเต็ม 10 หรือเปล่า หรือจัดเป็นพวกเกือบสวย

 

     1. นิสัยล้างหน้า

      ผู้หญิงผิวสวย ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน สำคัญมากนะ หลังล้างหน้า ผิวต้องใสนุ่ม ๆ ถ้าแห้งตึงละก็ แพงแค่ไหนก็บอกบ๊ายบายโยนลงขยะ สมัยเพิ่งแตกเนื้อสาวผิวเริ่มแตกมัน ใช้เจลล้างหน้า พอเป็นสาวเต็มตัว ผิวแห้งขึ้นเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสำหรับผิวแห้ง ประเภทครีมที่ล้างออกด้วยน้ำ ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นขึ้น

      พวกเกือบสวย ชอบผิวแห้งตึงดั่งหนังหน้ากลองหลังล้างหน้า คิดว่านั่นเป็นอาการของผิวสะอาด แต่นั่นเป็นอาการที่ชี้ว่าคุณกำลังใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรไม่เหมาะกับสภาพผิว

 

     2. ล้างเมคอัพ

      ผู้หญิงผิวสวย พระอาทิตย์อาจเคยตกทางทิศตะวันออก แต่นี่ไม่เคยหลับทั้งเมคอัพ ไม่ต้องการมีญาติเป็นสิวหัวดำหัวขาว แม้การล้างเมคอัพก่อนนอน อาจไม่ใช่ยันต์กันสิว 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าไม่ล้างออกเลย ภาวะสิวจะยากเยียวยา

      พวกเกือบสวย ถ้าคืนนั้นไม่หัวลาดินแดนซ์หนักไป ก็ล้างนะ

 

     3. เป็นสาวรักสายลมแสงแดดแค่ไหน

      ผู้หญิงผิวสวย พอ ๆ กันนางสาวไทยรักเด็ก แต่ไม่เคยเปลือยผิวโกรกแดดโกรกลมนะ ลงครีมกันแดดค่า SPF 15 ทุกวัน ถือคติคล้าย ๆ ใส่ถุงห่างเอดส์อะไรอย่างนั้น

 

      พวกเกือบสวย ครีมกันแดด! มีไว้ใส่ถุงผ้าโปร่งเดินห้อยไปห้อยมาตามหาด ขวดสีสด เด่นดี แต่ไม่ค่อยได้ใช้

 

     4. ดูดบุหรี่กับจูบ… ชอบอะไร

      ผู้หญิงผิวสวย ดูดบุหรี่…ยี้! ผิวคล้ำฟันเหลืองหมด วันไหนนั่งใกล้ผู้ชายสูบบุหรี่ กลับมาถึงบ้านยังต้องควานหาครีมอุดมด้วยวิตามินอีและซี มาทาแทบไม่ทัน ครีมพวกนี้ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและควันบุหรี่ได้จริง ๆ นะ

      พวกเกือบสวย เวลากรอกใบสมัครงานบอกไม่สูบนะ สถานภาพก็ยังโสด ตรงนี้ความลับนะจะบอกให้

 

     5. ชอบดื่มแอลกอฮอล์ไหม

      ผู้หญิงผิวสวย อย่างมากก็เบียร์หรือไวน์แก้วเดียว ผู้หญิงสวยขนาดนี้ ไม่เมาก็อันตรายอยู่แล้ว เมาบ่อย ๆ แอลกอฮอล์จะไปขยายเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ ให้แตก ผิวเสีย

      พวกเกือบสวย ไม่เคยจำได้เลยเมื่อคืนดื่มไปกี่แก้ว

 

     6. ชอบขัดผิวหรือเปล่า

      ผู้หญิงผิวสวย ชอบ ทำเป็นประจำ

      พวกเกือบสวย ก็ขี้เกียจน่ะ พื้นห้องน้ำ ก็ไม่เคยขัด

 

     7. เครียดจัดเกือบจุดไฟเผาออฟฟิศบ่อย

      ผู้หญิงผิวสวย เป็นคนมองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน ดูการเมืองเป็นตลกคาเฟ่ เครียดมากถึงขนาดนั้นไม่เคย

      พวกเกือบสวย บ่อยค่ะ มีนายไอคิวต่ำ ความคาดหวังสูง สิวจึงมักเห่อบ่อย

 

     8. ชอบดื่มน้ำสะอาด

      ผู้หญิงผิวสวย อย่างน้อย 8 แก้ว นิสัยผู้หญิงผิวสวยผิวใสก็งี้

      พวกเกือบสวย ดื่มน้ำเปล่า ๆ เหรอ ชีวิตไม่ว่างเปล่าขนาดนั้น ต้องเครื่องดื่มอัดลม อัดแก๊สและอัดสีอย่างเบา ๆ ก็กาแฟแก่ ๆ

 

     9. เห็นสิวขึ้น 1 เม็ดบวมเปง

      ผู้หญิงผิวสวย สิวทุกเม็ดคือเขตห้ามแตะ เขตปลอดการบีบ แทะ แกะเด็ดขาด เป็นมาก ๆ หาหมอ!

      พวกเกือบสวย ชอบค่ะ เวลาหนองสิวพุ่งเป็นลำไปแปะหน้ากระจก

 

     10. นิสัยการทาน

      ผู้หญิงผิวสวย ศีล 5 อาจตกไปบ้าง แต่เรื่องกินครบหมู่ทุกมื้อ ผักผลไม้ชอบมาก นี่คิดจะหาแฟนเป็นกระต่ายมานอนแทะผักกินกัน

      พวกเกือบสวย ชีวิตไม่เคยขาดปัจจัยที่ห้านะ แต่จะให้กินอนามัยครบ 5 หมู่ นอนอนามัย เที่ยวอนามัย ไม่ใช่วิสัย

 

          ใน 10 ข้อ ถ้าคุณคิดนิสัยพวกเกือบสวยถึง 5 ข้อ ก็ปฏิวัติตัวเองได้แล้ว

women.mthai

หน้าหนาว … กับ 20 สิ่งต้องทำ!!

November 6th, 2009 by womenblogs


    
     เตรียมผิวหน้าและผิวกายให้พร้อมสวยรับลมหนาวที่กำลังจะมาถึงกันเถอะ

  1. เมื่ออากาศหนาวมาเยือน ความชื้นในอากาศจะลดลง ร่างกายจึงดึงน้ำมาใช้มากขึ้น ทำให้ผิวหนังเกิดอาการแห้งหรือแตกเป็นขุยได้ง่าย สิ่งแรกที่ต้องทำคือการดื่มน้ำเปล่า (ไม่เย็น) ให้เยอะขึ้น เพราะร่างกายจะดูดซึมน้ำเปล่าเข้าสู่เซลล์ได้รวดเร็วกว่าน้ำชนิดอื่น

  2. หากผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่ใช้อยู่มีเนื้อบางเบาเหมาะสำหรับอากาศร้อน ขอให้เก็บเข้าตู้เย็นไปก่อน แล้วยอมลงทุนเพิ่มอีกหน่อย ซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเนื้อเข้มข้นหรือที่เป็น Oil Base มาใช้ พอหน้าหนาวผ่านไปค่อยหยิบของเดิมกลับมาใช้จะเวิร์คกว่า

  3. ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าชนิดเซรั่มหรือเอสเซ้นซ์มาบำรุงผิวก่อนทามอยส์เจอไรเซอร์ นอกจากเนื้อบางเบาซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้ง่ายแล้ว ยังช่วยเร่งการฟื้นฟูผิวให้ดีขึ้นด้วย

  4. นวดหน้าอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพื่อช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนโลหิตและน้ำมันใต้ผิวตามธรรมชาติให้หล่อเลี้ยงผิวดีขึ้น

  5. ถ้าปกติแล้วขัดผิวกายสัปดาห์ละครั้ง ขอให้ยืดเวลาออกเป็น 2 – 3 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อเก็บกักความชุ่มชื้นใต้ผิวไว้ และเลือกผลิตภัณฑ์สครับที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว โดยสังเกตง่ายๆ ว่าหลังใช้ผิวจะไม่แห้งตึง แต่ถ้ามีอาการผิวแตกเป็นขุย ขอให้หลีกเลี่ยงการขัดผิวไปก่อนจะดีกว่า

  6. ถึงแม้อากาศจะหนาวแค่ไหน ก็ต้องข่มใจไว้ ไม่อาบน้ำที่ร้อนจัด (เกิน 34 องศาเซลเซียส) เพราะไขมันที่เคลือบตามผิวหนังจะถูกล้างออกไปได้มากกว่าปกติ

  7. หลังอาบน้ำหรือล้างหน้า ใช้ผ้าขนหนูซับเบาๆ ไม่จำเป็นต้องให้แห้งสนิท ลูบไล้ผลิตภัณฑ์บำรุงแล้วปล่อยให้ซึมซาบเข้าสู่ผิว

  8. ถ้าไม่ชอบทาครีมเพราะรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ หลังอาบน้ำให้รีบชโลมออยล์ทั่วเรือนร่าง แล้วซับตัวด้วยผ้าขน หนูเบาๆ

  9. หากอยากผ่อนคลาย แช่ตัวในน้ำอุ่น ให้แช่ได้ไม่เกิน 10 นาที แล้วอย่าลืมหยดออยล์หรือครีมน้ำนมลงในอ่างน้ำด้วย

  10. เคล็ดลับฟื้นฟูผิวแห้งเป็นขุยเบื้องต้น ให้นำผ้าขนหนูหรือผ้าสำลีชุบนมรสจืดเย็นๆ มาวางบนผิวหนังส่วนที่แห้งหรือระคายเคือง ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก กรดแล็กติกในนมจะลอกเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออก และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง

women.mthai

อาบน้ำร้อน หรือ อาบน้ำเย็น ดีกว่ากัน?

November 3rd, 2009 by womenblogs

 

อาบน้ำ

     อาบน้ำ เป็นกิจวัตรที่แสนจะผูกพันกับผู้คนมาตั้งแต่เกิด หลายคนอาจจะให้เวลากับการอาบน้ำนานนับชั่วโมง ขณะที่บางคนใช้เวลาเพียงแค่วิ่งผ่านน้ำ ไม่ว่าจะอย่างไร หลังอาบน้ำ ทุกคนก็จะได้ความสะอาด ฉ่ำชื่นกันทุกที

    

 

นอกจากวัตถุประสงค์เพื่อชำระล้างคราบไคลจากร่างกายแล้ว ปัจจุบันมีคนนำการอาบน้ำเข้ามาเป็นการผ่อนคลาย บำบัดเครียด ช่วยทำให้กระปรี้กระเปร่าได้ โดยจะใช้เป็นฝักบัว หรือแช่อ่างก็ไม่ต่างกัน เพราะสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่อุปกรณ์ แต่อยู่ที่ อุณหภูมิของน้ำ ที่ความร้อน-เย็นล้วนมีผลต่อร่างกายทั้งสิ้น

ใน Be Magazine บอกไว้ว่า

     น้ำร้อน สำหรับการอาบน้ำนั้น อุณหภูมิจะอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส ขึ้นไป อุณหภูมิระดับนี้จะทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น จึงเหมาะกับใช้กระตุ้นอาการขี้เกียจ แต่ไม่ควรจะอาบนานเกินไป เพราะหลอดเลือดขยายตัวจนทำให้ผิวแห้ง มีผื่นขึ้น ผิวเหี่ยว ร้ายไปกว่านั้น อาจทำให้เลือดคั่ง ประสาทอ่อนล้า กระวนกระวาย ง่วงเหงา ซึมเซา ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้มีความดันผิดปกติ 
ถ้าเป็น  น้ำอุ่น  อุณหภูมิจะอยู่ที่ 27-37 องศาเซลเซียส ระดับนี้จะช่วยกระตุ้นประสาทอัตโนมัติ ทำให้ร่างกาย จิตใจสบาย ลดเครียด ลดไข้ได้  น้ำเย็น  อุณหภูมิจะ ต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส  ความเย็นจะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อ ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า ผิวเต่งตึง รูขุมขนกระชับ ระหว่างอาบน้ำถ้าใช้มือตบเบาๆ ไปทั่วร่างกาย จะช่วยกระตุ้นผิวและผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้

     วิธีการอาบน้ำ นั้น ให้เริ่มไล่จากปลายเท้าไปถึงกลาง ลำตัว เพื่อปรับอุณหภูมิ แล้วจึงเริ่มอาบน้ำ ถ้าใช้ฝักบัว ควรเปิด น้ำแรง ๆ แล้วฉีดไปทั่วตัวช่วยในการผ่อนคลาย

     ส่วน การแช่น้ำอุ่น นั้น ควรแช่ราว 10 นาที แล้วค่อยลุกขึ้นมาขัดตัว อาบน้ำ สระผม แปรงฟัน แล้ว ลงไป แช่ใหม่อีกครั้ง จะช่วย ยืดเส้นสายในร่างกาย สบายตัว ผิวสวย ลดอาการมือเท้าเย็น บวม เส้นเลือดขอดช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดไขมันได้ แต่อย่าใช้น้ำที่ร้อนเกินไป และอย่าแช่นานเกินไป อาจทำให้ผิวเปื่อยลอกได้

     ส่วน เวลาอาบน้ำที่ดีที่สุด นั้น ถ้าออกกำลังกาย ก็หลังไปแล้วไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง และไม่ควรจะอาบน้ำหลังรับประทานอาหารทันที เพราะอาจทำให้อาหารไม่ย่อย ทางที่ดี ควรอาบก่อน หรือหลังอาหารไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง นี่แหละศิลปะของการอาบน้ำ

women.mthai

อยากรู้มั้ย! ผิวของคุณเป็นแบบไหน

October 14th, 2009 by womenblogs

ผิวพรรณ ผิวหน้า สภาพผิว บำรุงผิว

       ก่อนที่จะเริ่มดูแลรักษาผิวพรรณให้ดูมีสุขภาพดี สิ่งแรกก็คือ ทำความรู้จักกับสภาพผิวของตัวเองก่อน เพราะจะได้บำรุงผิวได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น คำตอบหาได้ง่ายๆ แค่บอกว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ เมื่ออ่านแบบทดสอบข้างล่างนี้

      1. ผิวของคุณแลดูหมองคล้ำหรือบางทีก็แห้งเป็นสะเก็ด

      2. ผิวของคุณดูมันวาว เวลาจับจะรู้สึกลื่นๆ

      3. บางครั้งก็รู้สึกคันที่ผิว บางทีก็รู้สึกตึง

      4. เวลาส่องกระจกทำไมรูขุมขนมันกว้าง แถมยังมีจุดดำสิวอุดตันและมีสิวปกติด้วย

      5. ผิวเกิดอาการง่าย ถ้าใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสม ของแอลกอฮอล์ สารเคมี น้ำหอม และสีสังเคราะห์ 

      6. มีคนชมว่า ผิวดี ดูมีน้ำมีนวล พอเอามือกด ๆ ก็จะเด้งกลับมาอย่างเป็นธรรมชาติ

      7. บริเวณหน้าผาก จมูก หรือคางจะรู้สึกมัน แต่ถ้าเป็นผิวบริเวณรอบๆ แก้ม ตา และปาก กลับดูปกติหรือไม่ก็แห้งไปเลย

    ถ้าคุณเห็นด้วยกับข้อ 1 หรือ 3 แสดงว่า เป็นคนผิวแห้งเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว โดยดื่มน้ำสะอาดเยอะ ๆ และใช้ครีมที่มีส่วนผสมของน้ำและน้ำมันเพื่อช่วยให้ผิวของคุณชุ่มชื้น ดูมีน้ำมีนวล และไม่แห้งกร้าน

    ถ้าคุณเห็นด้วยกับข้อ 2 หรือ 4 แสดงว่า เป็นคนผิวมันผิวแบบนี้จะแลดูอ่อนเยาว์และอ่อนนุ่มอยู่ตลอดเวลา แต่อย่าเพิ่งดีใจมากไป เพราะถ้าหากคุณไม่ดูแลรักษาผิวเป็นอย่างดีแล้ว สิวอาจถามหาคุณได้ง่าย ๆ วิธีบำรุงผิวควรทำการอบไอน้ำผิวด้วยทรีเมนต์อโรมา หรือจะหาโอกาส มาสก์หน้าด้วยดิน (Clay Mask) ก็ได้

    ถ้าคุณเห็นด้วยกับข้อ 5 แสดงว่า เป็นคนผิวแพ้ง่ายคุณควรใช้ผลิตภัณฑ์และทรีตเมนต์ที่สกัดมาจากธรรมชาติหรือมีความอ่อนโยนมาก ๆ

    ถ้าคุณเห็นด้วยกับข้อ 6 แสดงว่า เป็นคนผิวธรรมดาเพียงแค่ทำความสะอาดผิวเป็นประจำ โดยใช้โทเนอร์ มอยส์เจอไรเซอร์ และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มาจากธรรมชาติก็เพียงพอ

    ถ้าคุณเห็นด้วยกับข้อ 7 แสดงว่า เป็นคนผิวผสมนอกจากการบำรุงผิวเป็นประจำทุกวันแล้ว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ก็มีความสำคัญเหมือนกัน ทริคง่าย ๆ ก็คือ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับแต่ละส่วนของใบหน้า และไม่ต้องแปลกใจไปหากตัวเองจะมีมอยส์เจอไรเซอร์ที่แตกต่างกัน 2-3 ชนิดสำหรับการดูแลผิวหน้าในครั้งเดียว

women.mthai

8 เคล็ดลับ ความงามแบบไทย

October 14th, 2009 by womenblogs

ผิวพรรณ ความงาม 

     สมุนไพรหรือผักผลไม้ที่หาได้ง่ายๆ ในบ้านเราล้วนมีสรรพคุณในทางยา ซึ่งไม่เพียงแต่การกินจะช่วยให้สุขภาพร่างกายดีแล้ว คุณยังสามารถนำมาใช้กับร่างกายภายนอกได้ด้วย และนี่คือสารพันสูตรความงามแบบไทยๆ ที่เรารวบรวมมาให้คุณ 

  ว่านหางจระเข้ คุณค่าของว่านหางจระเข้มีมากมายในเรื่องของความงาม ว่านหางจระเข้ช่วยให้ผิวพรรณผุดผ่อง ขจัดสิว และลบรอยจุดด่างดำ เราสามารถใช้ว่านหางจระเข้เพื่อบำรุงผิวได้โดยตรง โดยใช้แต่เมือกวุ้นสีขาวใสที่อยู่ภายใน แต่ก่อนใช้ควรทดสอบก่อนว่าจะเกิดอาการแพ้หรือไม่ โดยใช้น้ำจากวุ้นสีขาวของว่านหางจระเข้ ทาบริเวณโคนหูแล้วทิ้งไว้สักครู่ ถ้าไม่เกิดเป็นผื่นแดง ก็สามารถใช้ได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ว่านหางจระเข้ทาบริเวณหัวสิว เพื่อให้สิวแห้งเร็ว และว่านหางจระเข้ยังช่วยลดความมันของผิวหน้าได้โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึงอีกด้วย

  แตงกวา มีเอนไซม์ Cryssin ซึ่งทำให้ผิวหนังที่หยาบกร้านหลุดออกไป และช่วยเผยผิวใหม่ที่อ่อนนุ่มโดยคุณสามารถใช้แตงกวาสดฝานเป็นชิ้นบางๆ แล้ววางบนใบหน้าที่ล้างสะอาดได้โดยตรง เพื่อช่วยสมานผิว

  มะขามเปียก มีฤทธิ์ที่เป็นกรดอ่อนๆ จึงช่วยขจัดสิ่งสกปรกจากผิวหนังได้ดี ลองใช้มะขามเปียกผสมน้ำอุ่น และนมสดให้เข้ากันดี แล้วพอกบริเวณผิวหนังโดยเฉพาะผิวที่หยาบกร้าน เช่น ตาตุ่ม ข้อศอก หรือบริเวณที่ผิวกร้านดำ เช่น รักแร้ ขาหนีบ จะทำให้รอยดำลดลงได้

  กล้วยน้ำว้า ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ ลองใช้กล้วยน้ำว้า 1 ลูก ผลผสมกับน้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ ปั่นรวมกันให้เป็นครีมข้น แล้วใช้ทาทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

  ทุเรียน ช่วยลดปัญหาสิว ลองใช้เนื้อทุเรียนแบบที่สุกพอห่าม หันเป็นชิ้นเล็กๆ 3-5 ช้อนโต๊ะ แล้วปั่นรวมกับดินสอพอง 1 แล้วใช้ทาทั่วผิวหน้า (เว้นรอบดวงตาและปาก) หรือบริเวณที่เป็นสิว ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด กำมะถันในทุเรียนจะช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้น

  มะม่วงสุก แก้ปัญหาฝ้าและสิว วิธีการก็คือ ใช้เนื้อมะม่วงสุก 1 ผล ผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ และดินสอพอง 1 ช้อนโต๊ะ ปั่นรวมกันจนเป็นส่วนผสมข้นๆ ใช้ทาทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

  ขมิ้นสด มีสาร Curmin และมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราหลายชนิด ช่วยบำรุงผิวหน้าให้สดใสอ่อนวัย และช่วยให้สิวยุบเร็ว ลองใช้ขมิ้นสดเล็กน้อยมาปั่นรวมกับดินสอพองและน้ำมะนาวหนึ่งผล จนเป็นส่วนผสมข้นๆ มาให้ทั่วในหน้าที่สะอาด ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

  ใบบัวบก ช่วยลดเลือนรอยย่นบนใบหน้า วิธีการก็คือใช้ใบบัวบกสดๆ หั่นฝอยประมาณ ? ถ้วยตวงเติมน้ำต้มสุกนิดหน่อย แล้วนำไปปั่นให้เป็นน้ำข้นๆ กรองเอาแต่น้ำ แล้วใช้สำลีชุบทาทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดจะช่วยบำรุงผิวหน้าให้เต่งตึงไร้ริ้วรอย เพราะใบบัวบกมีสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินให้ทำงานได้ดีขึ้น
women.mthai

อัพเดท เครื่องสำอางค์

October 7th, 2009 by womenblogs


อัพเดท เครื่องสำอางค์
หวาน เซ็กซี่ ดีที่สุด

 

ฝนตกกระหน่ำบ่อยๆ ในช่วงนี้ สาวๆ อาจจะต้องเจอปัญหาแต่งหน้าออกจากบ้านไม่ทันไรเดี๋ยวฝนก็จะมาพาเมกอัพสวยๆ ให้ได้เลอะเทอะ อดสวยกันพอดีและถ้าเลือกเครื่องสำอางชนิดดีๆ แล้วยังไม่พอ แพ็คเกจจิ้งหวานๆ ที่เลือกใช้ก็บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความเป็นตัวตนของหญิงสาวได้เหมือนกัน

5 วิธีสวยสู้ฝนแบบสาว wp

1 บอกลาอายแชโดว์ที่ลบเลือน ถ้าอยากให้อายแชโดว์ชนิดผงหรือชนิดฝุ่นที่คุณใช้อยู่สามารถ ทนน้ำฝน ทนเหงื่อของคุณได้ละก็ลองแต่งแต้มเปลือกตา แบบเปียกดูบ้างสิ โดยใช้พู่กันจุ่มน้ำนิดหนึ่ง ไล้สีฝุ่นให้ทั่วปลายพู่กัน แล้วแตะพู่กันที่มือเล็กน้อย จึงค่อยทาสีอายแชโดว์บนเปลือกตาลุคที่ดู ธรรมชาติในหน้าฝน ใช้สีโทนน้ำตาลอ่อนไล้ทั่วเปลือกตาเน้นน้ำหนักสีที่บริเวณกระบอกตาและใช้น้ำตาลเข้มไล้แค่หางตาเล็กน้อยจะได้รูปตาสวยชัดเจนขึ้น
 

recommend
อายแชโดว์แบบฝุ่นที่ให้สัมผัสของเนื้ออายแชโดว์  3 แบบ ที่แตกต่างไล่น้ำหนักสีที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวทุกมุมของดวงตา  Majolica Majorca  Majolook(Illuminator)ราคา 590 บาท

2 ขนตางอนเด้งทั้งวัน บางครั้งมาสคาร่าที่เราซื้อมาก็ไม่ได้เป็นวอเตอร์ปรู๊ฟอย่างใจเราต้องการเลยว่ามั้ยคะ ตอนซื้ออยากให้ลองดู (ถ้าที่เคาน์เตอร์มีให้ดูเนื้อมาสคาร่าได้)ว่าเป็นมาสคาร่าชนิดกันน้ำ ปัดแล้วรู้สึกว่าน้ำหนักเบากับขนตาเราด้วย เวลาปัดอย่างน้อยต้อง 5 ครั้งขึ้นไป ถึงจะได้ขนตาแบบเซ็กซี่ ส่วนตอนดัดขนตาให้ใช้ที่ดัดแบบไฟฟ้า หนีบเบาๆ (ที่ดัดแบบปกติถ้าคนดัดไม่เป็นก็จะยากอีกล่ะ) แค่นี้ขนตาของคุณก็จะงอนเด้งไปทั้งวัน

recommend
มาสคาร่าซี่หวีรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ปัดง่าย เม็ดสีดำสนิท ช่วยให้ขนตาแผ่ตัวหนา แต่ว่าใช้แล้วรู้สึกเบาเหมือนขนนก  Super Black Volume Up Mascara 1,250 บาท ANNA SUI 

3  สวยแรกแย้ม ด้วยแก้มสีธรรมชาติ แก้มของแต่ละคนมีโครงหน้าที่ไม่เหมือนกัน บางคนแก้มยุ้ยอาจจะเห็นพวงแก้มง่ายหน่อยในการเกลี่ย ถ้าเป็นบลัชแบบฝุ่นเวลาทาแก้มให้ใช้พู่กันใหญ่เกลี่ยสีบลัชออน แล้วไล้บริเวณโหนกแก้มขึ้นไปถึงช่วงแนวกกหู หรือถ้าเป็น แบบครีมอาจจะใช้นิ้วนางแตะครีมแล้วแต้ม และเกลี่ยด้วยการแตะเบาๆ ให้สีบลัชออนกระจายทั่วผิว แบบนี้ง่ายและดูกลมกลืนดี

recommend
พวงแก้มสีชมพูอมส้มบ่มแดดลุคนี้เหมือนสาวสุขภาพดียังไงยังงั้น Creamy Cheek Color in Untamed   ราคา 1,050 บาท ตลับนี้มีกระจกในตัว พกพาสะดวก ของ Smashbox

 

 

4 หอมฟุ้งด้วยกลิ่นสดชื่น  อาจจะเป็นเพราะว่าหน้าฝนทำให้เสื้อผ้าของคุณมีกลิ่นอับเพราะความเปียกชื้นของฝน ป้องกันไว้ก่อนด้วยทุกเช้าไม่ควรลืมฉีดพรมน้ำหอมกลิ่นที่คุณชอบก่อนออกจากบ้านทุกครั้งตามจุดชีพจรสำคัญ เช่น ซอกคอหนังแนวหู ข้อมือทั้งสองข้าง และที่บริเวณเนินอกเล็กน้อย เน้นแนวกลิ่นที่ติดทนนานหน่อย จะได้หอมมั่นใจตลอดทั้งวัน

recommend
นอกจากขวดจะมีสีชมพูสวยน่าใช้แล้ว ยังให้กลิ่นสดชื่นของดอกส้มกับมะลิอ่อนๆ นิดๆ น้ำหอม Fuel for Life for Femme 75 ml. ราคา 2,400 บาท Diesel


5  หน้าสวยด้วยสีปาก  ดินสอเขียนขอบปากอาจจะช่วยให้ลิปสติกที่ทายังดูสดสวยนั่นก็จริง แต่เคล็ดลับการทาลิปสติกที่ทำให้หน้าแลดูสดใสนั้น เลือกสีส้มอมชมพูแดงนิดๆ ระบายทั่วริมฝีปาก จากนั้นใช้ลิปกลอสสีใกล้เคียงกันทาทับอีกครั้ง สีลิปสติกจะได้ติดทนกว่าการไม่ทาลิปกลอสซะเลย หรือถ้าไม่มีดินสอเขียนขอบปาก ใช้ครีมรองพื้นหรือคอนซีล-เลอร์ทาบนริมฝีปากบางๆ ก่อนทาลิปสติกก็ช่วยให้สีลิปสติกติดทนเหมือนกัน

recommend
ลิปสติกโทนสีแดงชมพูสดเหมือนทับทิม อัญมณีล้ำค่าของไทยเรา และมาพร้อมกับการบำรุงเรียวปากเพราะมีมอยส์เจอร์มากมายและกันแดดในระดับ SPF15 Moisture Extreme Ruby Crushราคา 229 บาท Maybelline 

     ฮิตมากเลยกับแฟชั่นขนตาเด้งๆ หลังจากที่เคยลองขนตาปลอมกันมาแล้วหลายแบบหลายสไตล์ คราวนี้ลองมาใช้แพขนตายาวสีเข้ม ที่กลายเป็นเครื่องรางนำโชคแห่งดวงตา สลับสีฟ้า ชมพู เขียวอ่อน และ เหลือง แหม! สวยครบทุกสีแบบนี้ก็เสริมโหงวเฮ้งได้อีกนะเนี่ย วิธีใช้ก็ง่ายแค่ตัดความยาวที่ต้องการแล้วติด หรืออาจจะติดเฉพาะตรงหางตาก็จะดูเปรี้ยวไปอีกแบบ 950 บาท จาก ชู อูเอมูระ 

สำหรับใครที่มีผิวธรรมดา ผิวแพ้ง่าย หรือแม้แต่สาวที่ชอบทำหน้าเครียดขึงอยู่บ่อยๆ  บำรุงผิวหน้าด้วยครีมเนื้อบางเบาตัวนี้ ‘อิทางเซอลอง เจนเทิล เรเดียนซ์ อิมัลชั่น’ ลดความแห้งกร้านทำให้ผิวรู้สึกชุ่มชื้นขึ้น พร้อมเติมออกซิเจนให้ผิวด้วย Lupin Flower หลังล้างหน้าแล้ว ใช้ทาบางๆ ทั่วผิวหน้า แต่ถ้ารู้สึกตึงๆ ผิวอาจจะใช้คู่กับครีมบำรุงตัวอื่น หรือจะใช้ทาบางๆ หลังการแต่งหน้าก็ได้ 1,460 บาท จาก NUXE Paris

women.mthai

หน้าเด้งด้วยฟองเบียร์

September 20th, 2009 by womenblogs

หน้าเด้งด้วย ฟองเบียร์

สาวๆ ที่อยากให้ใบหน้ามีสีเลือดฝาดล่ะก็ “ยิ้มหวาน” มีวิธีมาฝากนะ ก่อนอื่นต้องไปหาเบียร์มาก่อนนะจ๊ะ ประมาณ 1/2 ถ้วยเล็ก น้ำผึ้งแท้ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วก็ไข่ไก่ 1 ฟอง


จากนั้นก็นำส่วนผสมทั้งหมดมาปั่นให้เป็นเนื้อครีมที่เนียนละเอียด แล้วก็นำเจ้าเนื้อครีมจากฟองเบียร์สดนั่นแหละ มาพอกหน้าที่สะอาดของเราซะ พอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที ค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือจะใช้โฟมล้างหน้าที่ใช้เป็นประจำก็ได้ ทำอาทิตย์ละครั้ง ผิวหน้าก็จะกลับมาเต่งตึง และสดใสเปล่งปลั่งอย่าบอกใครเชียว

women.mthai

5 ไลฟ์สไตล์ของผิวใสสุขภาพดี

September 19th, 2009 by womenblogs

5 ไลฟ์สไตล์ของผิวใสสุขภาพดี
กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ

สิ่งที่ทำเฉพาะกิจ ย่อมไม่มีประสิทธิผลเท่าสิ่งที่ทำเป็นประจำ ดังนั้น การดูแลความสวยงามและสุขภาพผิวที่ดี จึงควรต้องทำในทุกวันอย่างสม่ำเสมอ และนี่คือ 5 ไลฟ์สไตล์สะดวกสบายที่ WP นำมาฝากค่ะ ถ้าปฏิบัติได้เป็นกิจวัตร รับรองว่าผิวของคุณจะใส เปล่งประกายออร่าได้ยิ่งกว่าเซรั่มทรีตเมนต์หลอดละสามหมื่นแน่นอน อ่านแล้วทำเลย

1. กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ

กินอาหารอุดมวิตามินเอ เช่น นมสด ผลิตภัณฑ์จากนม ตับ ฟักทอง แครอท ผักบุ้ง ตำลึง อาหารพวกนี้นอกจากจะช่วยทำให้ผิวสวยแล้ว ยังช่วยซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อในร่างกายอีกด้วย

กินอาหารอุดมด้วยวิตามินซี เช่น ผักผลไม้ทั้งหลาย วิตามินซีในผักผลไม้จะช่วยทำให้ผิวหนังยืดหยุ่น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

กินอาหารอุดมด้วยวิตามินอี เช่น จมูกข้าวสาลี ธัญพืชต่างๆ วิตามินอีจะช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน ป้องกันแผลเป็น

กินน้ำมันปลา ซึ่งมีกรดไขมันโอเมก้า-3 จะช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูมีสุขภาพดี ดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร หรือ 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว

กินวิตามินเอ ซึ่งดีต่อสุขภาพของผิวหนังและการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายและสายตา ถ้าขาดวิตามินเอ ผิวหนังจะแข็ง และเป็นเกล็ดฝอยไปอุดต่อมน้ำมัน และต่อมเหงื่อ วิตามินเอที่ควรกินมีอยู่ 2 ชนิด คือ แคโรทีนซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย พบอยู่ในอาหารที่มีสีส้มสดและสีเหลือง ได้แก่ แครอท มะเขือเทศ และผักใบเขียว อีกชนิดคือ เรตินอล มีอยู่ในน้ำมันตับปลา ไข่ นม และเนย

กินธาตุสังกะสี ปกติในผิวหนังมีปริมาณธาตุสังกะสีค่อนข้างสูง แต่เมื่อร่างกายเจริญเติบโตเข้าวัยหนุ่มสาวก็ยิ่งต้องการธาตุสังกะสีมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การกินอาหารที่มีสังกะสีป็นประจำจึงช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน การซ่อมแซมเนื้อเยื้อ และเสริมสมดุลการทำงานในระบบฮอร์โมนต่างๆ ของร่างกายได้ครบถ้วน ควรกินอาหารที่มีโปรตีน เช่น หอยนางรม เนื้อวัว ตับวัว ขาไก่

กินอาหารที่มีกากใย เช่น ข้าวกล้อง เมล็ดธัญพืช ผักและผลไม้ก็ช่วยให้การขับถ่ายดี ลดน้ำตาลในเลือดอันเป็นสาเหตุของสารพัดโรค ลดปริมาณอาหารที่มีไขมันสูง ลดอาหารที่มีรสเค็มจัด และพยายามดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยที่สุด เพราะอาหารเหล่านี้จะเพิ่มความดันของเลือดให้สูงเกินปกติ อันจะส่งผลต่อระบบสมดุลผิว

2.ทำอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่เสมอ

ถ้าอารมณ์หงุดหงิด โกรธง่าย จะทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดไม่ดี ท้องอืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ไม่อยากอาหาร ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จึงส่งผลให้สุขภาพผิวแย่ไปด้วย

3.พักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ 8-10 ชม. ช่วยให้ผิวได้รับการซ่อมแซมในระหว่างหลับอย่างเต็มที่ การพักผ่อนยังรวมถึงการผ่อนคลายในรูปแบบต่างๆ ด้วย เช่น การเล่นโยคะ บริหารร่างกาย นั่งสมาธิ อ่านหนังสือ

4.ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม จะช่วยให้โลหิตนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้ดีขึ้น ช่วยขับถ่ายพิษหรือของเสียออกจากร่างกายทางเหงื่อ ผิวพรรณจึงดูสดใส เปล่งปลั่ง และมีเลือดฝาด เพื่อผิวและสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ควรหาเวลาออกกำลังให้สม่ำเสมอทุกวัน อย่างน้อยวันละ 20 นาที

5.ดูแลความสะอาดของผิวพรรณ

การอาบน้ำอุ่นอุณหภูมิพอเหมาะ (ประมาณ 38 องศาเซลเซียส) จะช่วยทำความสะอาดผิวหนังได้ดีมาก และยังกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ไม่ควรอาบน้ำอุ่นจัดเป็นเวลานานเกินไป เพราะอาจทำให้อ่อนเพลียได้ง่าย สำหรับสบู่ที่ใช้ทำความสะอาดผิวควรมีค่า pH5 หรือน้อยกว่านั้น และควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำชนิดโฟม เพราะทั้งสบู่ที่มีฤทธิ์แรงและโฟมจะทำลายไขมันตามธรรมชาติที่เคลือบอยู่บนผิว ทำให้ผิวแห้ง หลังอาบน้ำยังควรต้องทาครีมบำรุงผิวให้ทั่วตัว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว

women.mthai

อาหารบำรุงรอบเดือน

September 19th, 2009 by womenblogs

อาหารบำรุงรอบเดือน

อาหาร ปลาแซลมอน ผักใบเขียว

ประจำเดือนที่มาตามปกติแสดงถึงความสมบูรณ์ของสตรีวัยเจริญพันธุ์ และเป็นการถ่ายเทเลือดเสียซึ่งเกิดจากการสลายตัวของเยื่อบุมดลูกและสร้างเยื่อบุมดลูกใหม่หมุนเวียน ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นปกติ

food อาหาร เมล็ด ถั่ว แต่ละเดือนที่ผู้หญิงต้องเสียเลือดเป็นจำนวนมากจากการมีรอบเดือน ร่างกายจะสูญเสียวิตามินและเกลือแร่อย่างแคลเซียม ธาตุเหล็ก และสังกะสีด้วย ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียกว่าปกติ หรือมีอาการปวดศีรษะ นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร อารมณ์เศร้าซึม โดยเฉพาะผู้หญิงที่สุขภาพไม่แข็งแรง ขาดการออกกำลังกาย หากมัวแต่อดอาหาร รักษาหุ่น อาจทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็น และเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง ร่างกายจะซูบซีด ผิวพรรณไม่มีเลือดฝาด

ในช่วงมีรอบเดือน การรับประทานอาหารที่สมดุลต่อร่างกายจะช่วยป้องกันอาการต่าง ๆ ได้โดยเน้นที่อาหารบำรุงเลือด เช่นเครื่องในสัตว์ ไข่แดง ถั่วเมล็ดแห้ง และผักใบสีเขียวจัด เช่น คะน้า กวางตุ้ง สาหร่าย เป็นต้น ซึ่งให้ธาตุเหล็ก วิตามินบี 6, บี 12, บีรวม และกรดโฟลิก ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างเลือดสูง

สำหรับสตรีที่ประจำเดือนมาน้อยหรือมากผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมี ความผิดปกติ ในร่างกาย เช่น ต่อมไทรอยด์ทำงานไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อร้ายที่มดลูกก็ได้

รู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่าลืมหันมาดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ^_^

women.mthai

โกจิเบอร์รี่ สุดยอดผลไม้ชะลอความแก่

September 14th, 2009 by womenblogs

โกจิเบอร์รี่
สุดยอดผลไม้ชะลอความแก่

โกจิเบอร์รี่

เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า ทําไมดาวจรัสฟ้าแห่งวงการมายาฮอลลีวู้ดหลายๆ คนถึงไม่ยอม แก่ลงเลย ไม่ว่าจะเจอสักกี่ปีก็เหมือนหยุดอายุผิวให้คงอ่อนเยาว์ กระจ่างใสได้ตลอดเวลา เคล็ดลับของพวกเธออยู่ที่ผลไม้สีแดงลูกเล็กๆ อย่าง “ผลโกจิเบอร์รี่” ที่เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋ว เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าของ “สารแอนติออกซิแดนท์”

“ผลโกจิเบอร์รี่” เป็นผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ที่มีถิ่นฐานอยู่ในแถบเทือกเขาหิมาลัย จึงไม่ใช่เรื่อง แปลกหากคุณไม่เคยได้ยินชื่อของโกจิเบอร์รี่มาก่อน เพราะถึงแม้ว่าผลไม้ดังกล่าวจะเป็นยาโบราณที่สําคัญ ที่ใช้ในประเทศเอเชียมาหลายชั่วอายุคนก็ตาม แต่ความลับด้านประโยชน์ทางโภชนาการของผลดังกล่าวยังคงเป็นความลับที่ชาวโลกส่วนมากยังไม่ทราบ

ย้อนไป 4,000 ปี ก่อนคริสตกาล นักสมุน-ไพรชาวหิมาลายันได้ค้นพบความลับที่มีค่ามากที่สุดคือผลโกจิเบอร์รี่ท้องถิ่น ซึ่งต่อมาได้รับการถ่ายทอดสู่นักปรุงยาชาวจีน ทิเบต และอินเดีย จากการค้นคว้าและวิจัยของ Dr. Earl Mindell ค้นพบว่าผลโกจิเบอร์รี่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสารแอนติออกซิแดนท์ในปริมาณมากถึง 25,300 (ในขณะที่ลูกพรุนซึ่งมีสารแอนติ-ออกซิแดนท์เป็นลําดับที่ 2 มีเพียง 5,700 ORAC เท่านั้น) โดยสารออกซิแดนท์ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่อแก่ตัวลงเป็นสาเหตุสําคัญของความแก่ก่อนวัยอันควร

“ผลโกจิเบอร์รี่” แต่ละลูกประกอบด้วยกรดอะมิโน 19 ชนิด ธาตุอาหาร 21 ชนิด มีโปรตีนมากกว่าโฮลวีท มีสารแอนติออกซิแดนท์คาโรทินอยด์อีกจํานวนมาก รวมทั้งวิตามินซีที่มีระดับสูงกว่าผลส้ม ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโกจิเบอร์รี่ ซึ่งเอนไซด์ของผู้หญิงไทยที่พบว่าผิวอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนปรารถนาติดอันดับต้นๆ และร้อยละ 85 ของผู้หญิงเชื่อว่าปัญหาผิวสามารถชะลอและ ป้องกันได้

women.mthai

« Previous Entries