แพทย์ไทยคิดค้นงานวิจัยนวัตกรรมเสริมจมูก ใหม่

June 18th, 2009 by womenblogs

แพทย์ไทยคิดค้นงานวิจัยนวัตกรรมเสริมจมูก ใหม่

วง การศัลยกรรมความงามตื่นตัว แพทย์ไทยคิดค้นงานวิจัยนวัตกรรมใหม่ ด้วยการปลูกย้ายไขมันบริเวณใต้สะดือ ไปเสริมจมูกของหญิงสาวให้โด่งเป็นธรรมชาติ แก้ปัญหาซิลิโคนทะลุที่สร้างความเจ็บปวดและทรมาน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมเสริมจมูก, ไขมันใต้สะดือ, ซิลิโคน, ศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย ว่า การ เสริมจมูกด้วยการปลูกย้ายไขมัน เป็นนวัตกรรมเสริมความงามล่าสุด ที่ตนคิดค้นและพัฒนาขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำศัลยกรรมจมูกด้วยซิลิโคน พบบ่อยที่สุดคือเมื่อทำไปสักระยะ ซิลิโคนจะทะลุสร้างความเจ็บปวดทรมานให้แก่คนไข้เป็นอย่างมาก จึงเริ่มคิดค้นหาวัสดุทดแทนซิลิโคน โดยใช้เวลากว่า 5 ปี ในที่สุดจึงมาลงตัวที่การใช้ไขมันในร่างกายมนุษย์ ด้วยการเจาะเปิดผิวหนังบริเวณสะดือ กว้างประมาณ 1 ซม. แล้วนำไขมันที่มีลักษณะเป็นก้อนมันมีน้ำเหลือง เป็นเซลส์ที่มีชีวิต ประมาณ 4-5 ซีซี มาใช้เสริมใส่เข้าไปในจมูกตามรูปทรงต่างๆ ที่ต้องการ

นพ.ชลธิศเปิดเผยต่อไปว่า ขั้น ตอนการเสริมจมูก ใช้วิธีเจาะเป็นช่องเข้าไปในจมูก ใส่ไขมันจากสะดือเข้าไปปลูกใหม่ที่จมูก เลือดบริเวณจมูกจะหล่อเลี้ยงไขมัน จนเป็นส่วนหนึ่งของจมูก เนื่องจากเป็นเซลส์มีชีวิตยังไม่ตาย กรรมวิธีดังกล่าวไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาเพียง 20 นาที ต้องรีบผ่าตัดอย่างรวดเร็วและรอบคอบ เพื่อลดอาการบอบช้ำของร่างกาย โดยขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์เป็นหลัก คนไข้สามารถกลับบ้านได้ทันทีเมื่อผ่าตัดเสร็จและใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

เซลส์ เนื้อบริเวณสะดือจึงสมานเป็นเนื้อเดียวกับสันจมูก การทำศัลยกรรมด้วยวิธีดังกล่าว ไม่มีผลกระทบและผลข้างเคียงใดๆ เนื่องจากไขมันไม่ใช่สารแปลกปลอม หรือวัสดุสังเคราะห์ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย อีกทั้งยังทำให้รูปทรงของจมูกสวยงามดูเป็นธรรมชาติ มีความยืดหยุ่นสูงด้วย เท่าที่ทราบขณะนี้มีการเสริมจมูกด้วยวิธีดังกล่าวที่โรง พยาบาลจุฬาฯ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลพญาไท 3 สนนราคาครั้งละ 2-3 หมื่นบาท มีศิลปินดาราหลายคนถึงกับถอดซิลิโคนที่เคยเสริมจมูกออก เปลี่ยนเป็นใช้วิธีเสริมจมูกแบบนี้เข้าไปแทน

นพ.ชลธิศเผย อีกว่า ที่ผ่านมาวงการศัลยกรรมจมูก มีการนำกระดูกอ่อน จากบริเวณใบหู หรือซี่โครงมาใช้จนแพร่หลาย เนื่องจากเป็นวัสดุที่หาง่าย แต่กลับไม่เป็นที่นิยมมากนัก เพราะมีความยุ่งยากซับซ้อนมากกว่า ขณะที่วัสดุที่นิยมนำมาใช้อย่างกว้างขวางในปัจจุบันคือซิลิโคนที่มีความหลาก หลาย แต่ละชนิดให้คุณสมบัติแตกต่างกัน อาทิ ซิลิโคนแบบแข็ง ต้นทุนต่ำ ข้อดีคือตัดแต่งรูปทรงได้ง่ายแต่เมื่อใช้กับร่างกาย ก็ส่งผลให้ทะลุได้ง่ายและมีปัญหาต่อเนื่องตามมา

ซิลิโคนแบบอ่อน มีความยืดหยุ่นสูง แต่ตัดแต่งรูปทรงได้ยาก ส่วนซิลิโคนที่ให้ประสิทธิภาพดีในงานศัลยกรรมคือ ซิลิโคนที่มีความแข็งปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูงดูเป็นธรรมชาติ จัดแต่งรูปทรงได้ง่าย ซิลิโคนประเภทนี้จึงเป็นที่นิยมต่อการทำศัลยกรรม อย่างไรก็ตาม วิธีเสริมจมูกด้วยการปลูกย้ายไขมัน ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในวงกว้าง แต่นับเป็นความก้าวหน้าของวงการแพทย์ ช่วยจุดประกายแนวคิดใหม่วงการศัลยกรรม ตลอดจนกระตุ้นให้แพทย์เร่งพัฒนาผลงานให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาประเทศต่อ ไป

ด้าน น.ส.อรุณี พงศ์ภัณฑารักษ์ อายุ 41 ปี เจ้าของร้านเสื้อผ้า ย่านสยาม ซึ่งผ่านการเสริมจมูกด้วยวิธีปลูกย้ายไขมัน กล่าวว่า เดิมเป็นคนไม่มีดั้งทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ อยากเสริมจมูกมานานแล้ว แต่ไม่กล้าเพราะกลัวเรื่องซิลิโคนทะลุ แต่เมื่อทราบว่ามีวิธีปลูกย้ายไขมันเสริมจมูก จึงตัดสินใจทำทันที ตอนที่ไปทำไม่รู้สึกเจ็บ ใช้เวลาทำแค่ 20 นาทีก็กลับบ้านได้ หลังกลับมาบ้านก็ดูแลความสะอาดแผลระยะหนึ่งเท่านั้น และไม่มีผลข้างเคียง สามารถบีบ หรือขยี้จมูกได้โดยไม่รู้สึกเจ็บ มีความรู้สึกเหมือนเป็นธรรมชาติมาก

เครดิต  women.sanook

นวัตกรรม”เลเซอร์” กับการดูแลผิวพรรณ

June 6th, 2009 by womenblogs

นวัตกรรม”เลเซอร์” กับการดูแลผิวพรรณ
“เทคโนโลยีความงาม” เป็น ศาสตร์ที่ก้าวหน้าและทันสมัยไม่แพ้เทคโนโลยีอื่นๆ เพราะคิดค้นเครื่องไม้เครื่องมือใหม่ขึ้นมาใช้อย่างต่อเนื่อง รุดหน้ารวดเร็ว โดยมีเป้าหมายเพื่อตอบสนองผู้หญิงทุกคนที่ต้องการมีผิวพรรณสวยสดใสไร้ริ้ว รอย

ก่อนหน้านี้ หลายคนคงเคยรู้จักเทคโนโลยีการดูแลผิวด้วยนวัตกรรมหลายรูปแบบ รวมถึงเทคโนโลยียอดนิยม “เทอร์มาคูล” (ไอพีแอล)

ล่าสุด มีการพัฒนาไอพีแอล ยุคที่ 4 ซึ่งเรียกว่า “OPT” รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีที่เรียกว่า “CO2 with Coolscan” ซึ่งเป็นนวัตกรรมการใช้เลเซอร์เพื่อความงามยุคใหม่ ที่ทางผู้พัฒนาอ้างว่าไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง

ระหว่างงานประชุมสัมมนาเชิงวิชาการหัวข้อ “Lumenis Aesthetic Medicine” ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ได้มีการแนะนำเทคโนโลยีเลเซอร์ทั้ง 2 ชนิด ซึ่งดร.เอเลียต เอฟ แบทเทิล แพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์จากสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในคณะวิทยากร

ดร.เอเลียต อธิบลายถึง 2 เทคโนโลยีใหม่ดังกล่าวว่า คิดค้นโดยบริษัทลูมีนิส (Lumenis) มีข้อดีกว่าไอพีแอลแบบเดิม

เพราะ “OPT” จะ มีระบบควบคุมการปล่อยพลังงานในหนึ่งรอบ ออกเป็นครั้งย่อยๆ 2-3 ครั้ง โดยเครื่องจะช่วยคำนวณและปล่อยพลังงานออกมาเองอย่างต่อเนื่องแม่นยำ ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษาและมีความปลอดภัยสูง สามารถลดการเกิดผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยไอพีแอลแบบเดิม โดยมีตัวคูลลิ่งช่วยให้ความเย็น และมีฟิลเตอร์กรองแสง 7 ชั้น

ดัง นั้น ผู้ที่มีสีผิวเข้ม ผิวคล้ำ หรือผิวดำ ซึ่งมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ง่ายจากการทำเลเซอร์จะมีความปลอดภัย เมื่อใช้เทคโนโลยี OPT ซึ่งนับว่าบริษัทลูมีนิสเป็นรายแรกที่คิดค้นเทคโนโลยีนี้ โดยได้มีการทำการวิจัยมาแล้วที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

เทคโนโลยี “OPT” ใช้ ในการทำให้ผิวหน้าโดยรวมดีขึ้น เช่น ผิวเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนเล็กลง ริ้วรอยลดลง รวมทั้งรักษาความผิดปกติของเม็ดสี เช่น กระ ฝ้า จุดด่างดำ และใช้กำจัดเส้นเลือด ที่ขึ้นบริเวณหน้า หรือขา และพยังใช้ในการกำจัดขนถาวรได้ด้วย

นอกจากนี้ การทำงานของเครื่องยังประกอบไปด้วยคอมพิวเตอร์และโปรแกรม ช่วยในการเก็บข้อมูลและประมวลผลคนไข้ได้มากถึง 3,000 คน ทำให้ประมวลผลและติดตามการรักษาคนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนเทคโนโลยี “CO2 with Coolscan” ของบริษัทลูมีนิส ดร.เอเลียต กล่าวว่า ใช้หลักการของ “CO2 Laser” ร่วมกับระบบ “สแกนเนอร์ที่” ช่วย ในการปล่อยพลังงานเลเซอร์ออกมาเป็นจุดเล็กๆ อย่างแม่นยำ รวมทั้งลำดับการปล่อยพลังงานก็เป็นแบบสุ่ม และมีการเว้นช่องว่างของการปล่อยพลังงาน ไม่เรียงเป็นแถวตามลำดับเหมือนเครื่องมือ CO2 แบบเดิม

ทำ ให้ผิวฟื้นตัวได้เร็ว ใช้เวลาพักเพียงไม่กี่วัน โอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงจึงลดลง ใช้เวลารักษาเพียง 20 นาที ด้านผลข้างเคียงของการทำมีน้อยมาก บางรายอาจจะมีอาการแสบร้อนหลังทำ แต่ก็จะหายได้เองใน 2-3 ชั่วโมง

บริษัทลูมีนิส สหรัฐฯ เป็นผู้นำผลิตสินค้ากลุ่มเลเซอร์ความงามและเลเซอร์ผ่าตัด ก่อตั้งมา 41 ปี

สำหรับในประเทศไทย มีบริษัทวีนัสเทคโนโลยี่ จำกัด เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเลเซอร์ลูมีนิสเพียงผู้เดียว พร้อมเปิดให้บริการตามโรงพยาบาลและคลินิกผิวพรรณชั้นนำทั่วประเทศ

เครดิต women.sanook

นวัตกรรมล่าสุดเพื่อผิวสวย

June 6th, 2009 by womenblogs

นวัตกรรมล่าสุดเพื่อผิวสวย

พูด ถึงเรื่องความงามเห็นทีว่าจะมีเรื่องตื่นเต้นมาเล่าให้ฟังกันไม่รู้จบค่ะ อย่างล่าสุดนี้ได้ยินข่าวเกี่ยวกับวิวัฒนาการใหม่ล่ามาแรงของเลเซอร์ตัว หนึ่ง ซึ่งจะช่วยย้อนคืนความสดใสอ่อนเยาว์ให้กับผิวได้แบบเห็นผลทันใจ เลเซอร์ที่ว่านี้มีชื่อว่า Fraxel ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อ แก้ปัญหาจุดด่างดำและริ้วรอยแห่งวัย รวมถึงผิวพรรณที่ถูกทำลายจากแสงแดดโดยเฉพาะ ตอนนี้กำลังฮิตมากๆ ในอเมริกาเพราะเป็นวิธีที่มีผลข้างเคียงน้อย แต่เห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน รวดเร็ว มีความปลอดภัยสูง ใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกาย และยังผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอเมริกาแล้วด้วยค่ะ

คน ไข้ที่รับการรักษาส่วนมากจะรู้สึกขึ้นได้เลยค่ะว่าผิวหน้าดีขึ้น ดูอ่อนเยาว์ สดใสขึ้น เนื่องมาจากว่าหลักการทำงานของเลเซอร์ตัวนี้ก็คือ ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออก และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่ดูเรียบเนียนขึ้น อ่อนเยาว์ขึ้น และยังช่วยขจัดเซลล์เม็ดสี ทำให้ผิวที่หมองๆ หรือมีจุดด่างดำดูใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เหมือนกับที่ยุคหนึ่งเราฮิตไปทำเบบี้เฟซกันนั่นล่ะค่ะ หลังทำเบบี้เฟซหน้าจะขาวใสขึ้นมาทันที การรักษาด้วยเลเซอร์ตัวนี้ก็เหมือนกัน แต่ที่บอกว่าดีกว่าก็เพราะว่าเจ้าเลเซอร์ Fraxel มันไม่เผาผิวค่ะ ไม่เหมือนกับการลอกหน้าแบบเก่าที่จะเผาผิวเราเพื่อผลัดผิวเก่าออก และก็ให้ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ ทำให้มีแผลหรือเป็นสะเก็ดชัดเจน ต้องพักฟื้นอยู่กับบ้าน และต้องหลบแดด ซึ่งการลอกหน้าแบบเก่านั้นมีข้อเสียตรงที่ว่าถ้าหลบแดดไม่ดี ก็อาจจะกลายเป็นการกระตุ้นให้ผิวใหม่ที่ขึ้นมานั้นดำและคล้ำมากกว่าเดิมได้ อีก ในขณะที่เลเซอร์ตัวนี้ค่อยๆ ทำให้ผิวขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การลอกหน้าออกทีเดียวทั้งหมดเหมือนการทำเบบี้เฟซ

นี่ถือเป็น ข้อดีอย่างมากที่ทำให้เลเซอร์ตัวนี้ได้รับความนิยม เพราะว่าคนที่มีปัญหาเรื่องฝ้า กระ จุดด่างดำนั้นต้องรักษาด้วยเลเซอร์เพียงอย่างเดียว และเลเซอร์ส่วนมากมักจะเผาผิว จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีแผลและต้องพักอยู่กับบ้าน คนที่มีปัญหาเรื่องนี้ส่วนมากจึงเบื่อและไม่ค่อยสะดวกที่จะไปเลเซอร์กัน บ่อยๆ ทำให้ปัญหาเรื่องฝ้า กระ และจุดด่างดำไม่ดีขึ้นเสียที เนื่องจากการรักษาต้องมีความต่อเนื่องและไม่ควรทิ้งระยะเวลานาน เพราะอาจทำให้จุดด่างดำที่ว่านั้นกลับขึ้นมาอีกได้

แต่คนที่ทำเล เซอร์ Fraxel จะไม่รู้สึกอย่างนั้นอีกต่อไป เพราะสามารถกลับไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ และก็แทบดูไม่ออกเลยว่าไปลอกหน้ามา เนื่องจากว่าหลักการทำงานของเลเซอร์นั้น คือการยิงพลังงานที่มีขนาดเล็กจิ๋วจำนวนหลายๆ จุดลงไปบนชั้นผิว ทำให้ผิวไม่เกิดแผลขนาดกว้างเหมือนเลเซอร์แบบเก่า หลังการทำเลเซอร์ผิวอาจจะเป็นสีชมพูหรือบวมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และหลังจากนั้นก็จะมีสีเข้มขึ้นอีกนิดหน่อยเหมือนกับคนไปอาบแดดมา แต่ประมาณ 10-14 วันหลังการรักษา เซลล์ผิวเก่าจะค่อยๆ ถูกผลัดออก โดยอาจะเป็นสะเก็ดเล็กๆ หรือเป็นขุย แล้วหลังจากนั้นผิวใหม่ก็จะเผยความงามให้เห็นอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

ผู้ ที่เหมาะกับการรักษาด้วยเลเซอร์ตัวนี้ อันดับแรกคือคนที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยเล็กๆ เช่น รอยตีนกา รอยย่นมุมปาก หรือรอยย่นใต้ตา ริ้วรอยบนใบหน้าที่เกิดจากแสงแดด รูขุมขนใหญ่ เลเซอร์ Fraxel จะรักษาปัญหาพวกนี้ได้ดีมาก เพราะริ้วรอยจะจางลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อรักษาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เรื่องจุดด่างดำก็เช่นกัน คนที่หน้าโดนแดดบ่อยๆ หรือมีปัญหาความหมองคล้ำ เริ่มมีฝ้า หรือกระเล็กๆ ให้เห็น ก็จะรักษาด้วยเลเซอร์ตัวนี้ได้ผลดี

แต่อย่างที่หมอเคยย้ำ นะคะว่าปัญหาเรื่องฝ้าหรือกระลึกๆ นั้นคงจะไม่ได้หายขาด เพียงแต่การรักษาด้วยเลเซอร์จะช่วยให้ฝ้าหรือกระจางลงได้ แต่ต้องดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องและต้องหลบแดดให้ดี เพราะแดดคือตัวการที่ทำให้เกิดฝ้าและกระถาวรนั่นเอง นอกจากนี้คนที่เหมาะกับการรักษาด้วยเลเซอร์ตัวนี้ก็คือคนที่ไม่ค่อยมีเวลา คนที่งานยุ่งๆ ต้องพบปะผู้คนอยู่ตลอด หยุดงานไม่ได้ แต่ก็ยังอยากดูแลผิวพรรณ เลเซอร์ตัวนี้เหมาะมากที่จะช่วยแก้ปัญหาความงามไปพร้อมๆ กับตอบสนองเรื่องเวลาอันแสนรัดตัวค่ะ

หลังการรักษาสามารถแต่งหน้า ได้ตามปกติทุกอย่าง เพียงแต่อาจจะต้องแนะนำให้หลบแดดสักหน่อย และทาครีมกันแดดบริเวณที่ผิวทำเลเซอร์เพื่อปกป้องผิวใหม่จากแสงแดดไว้ก็จะดี มากค่ะ เลือกค่า SPF ประมาณ 30 กำลังดี เพราะเมื่อผิวใหม่เผยขึ้นมา เราก็จะได้ผิวที่สวยใสสมบูรณ์แบบอย่างที่ต้องการไงค่ะ

แต่ขอกระซิบดังๆ สำหรับคนกลัวเครื่องมือนะคะว่า ตอนนี้มีวัตกรรมใหม่ล่าสุดจริงๆ เป็น Tri-Fusion(TF) ที่ เหมาะมากสำหรับผู้ที่อยากไร้ริ้วรอยและหน้าใสแบบไร้เข็ม เพราะเครื่องมือตัวนี้อาศัยหลักการผลักสารอาหารและยาให้เซลผิวโดยไม่ต้องใช้ เข็ม ด้วยการผสานพลัง 3 รูปแบบ โดยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช่วยให้มีการเปิดเซลผิวแบบชั่วคราว เพื่อให้สารอาหารหรือยาซึมผ่านได้อย่างล้ำลึก พร้อมด้วยแสง L E D( แอล อี ดี ) แสงสีแดงที่ช่วยกระตุ้นการทำงานในเซลระดับไมโตครอนเดรีย เป็นเหมือนรหัสแสงที่เข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลให้มีการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินเพิ่มมากขึ้นจากต้นทาง และตบท้ายด้วยเสียงอัลตราโซนิค คลื่นเสียงช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดและระบบการขนถ่ายในเซลได้เป็นอย่าง ดี ช่วยให้มีสภาพพร้อมในการรับสารอาหารและยาได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้การผลักยา วิตามินบำรุง ไวท์เทนนิ่ง คอลลาเจน พาเซนตร้าฯลฯ เข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าสารตัวนั้นจะมีไอออนหรือโมเลกุลใหญ่ก็สามารถซึมผ่านได้เพิ่มมากขึ้น และนี่คือวัตกรรมล่าสุดชนิดใหม่หมาดๆ แบบไม่ใช้เข็ม ไม่เจ็บ ไม่แดง ไม่แสบ ทางเลือกใหม่สำหรับคนอยากสวยแต่กลัวเข็มค่ะ

เครดิต  women.sanook