น้องสาวเรา ยังสบายดีอยู่มั้ย?

October 18th, 2009 by womenblogs

 

 

 

       ใครว่าผู้หญิงไม่มีจุดยุทธศาสตร์ที่ต้องดูแลเหมือนหนุ่มๆ ขอเถียงสุดใจขาดดิ้นเลย สาวๆ เค้าก็มีเหมือนกันจ๊ะ ถ้าไม่ดูแลให้ดีก็อาจทำให้น้องเจ็บตัวกันได้ง่ายๆ บางลีลา บางจังหวะ อาจทำร้ายส่วนสำคัญนี้อย่างที่คุณไม่รู้ตัว ก็บริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมนั้นเป็นจุดรวมของเส้นประสาทที่ไวต่อความรู้สึกจำนวนมาก บางครั้งอาจจะรู้สึกเจ็บขึ้นมาได้ง่ายๆ และเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ อย่างที่เราคาดไม่ถึงเชียวล่ะ

 

     การใส่สเตย์ ชุดชั้นใน หรือกางเกงยีนส์คับติ้ว


เรื่องการแต่งตัวก่อนเลย สาวๆ รู้มั้ย การใส่สเตย์ ชุดชั้นใน หรือกางเกงยีนส์คับติ้ว สุดแสนจะรัดจนน้องแทบหายใจไม่ออก สาวๆ เลิกซะทีเถอะในการทรมานน้องด้วยวิธีนี้น่ะ

 

 

     การไม่ค่อยเปลี่ยนผ้าอนามัยในเวลามีรอบเดือน


ในหนึ่งวัน สาวๆ ควรจะเปลี่ยนผ้าอนามัย 3-4 ชั่วโมง/ครั้ง ไม่ใช่วันละครั้งสองครั้งนะ ถ้าไม่เช่นนั้นผลที่ตามมาอาจใหญ่หลวงกว่าที่คิดไว้ก็ได้ นั่นก็คือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ หรือการก่อเกิดเชื้อโรคต่างๆ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนล่ะ

 

 

     การนั่งในอิริยาบถเดิมนานๆ


สาวๆ ที่ต้องนั่งในอิริยาบถเดิมนานๆ สาวออฟฟิศที่ต้องทำงานติดเก้าอี้อยู่เกือบทั้งวัน ความเปลี่ยนอิริยาบถบ้างก็ดีนะ ลุกขึ้นมาเดินเหินซะบ้าง ยืดเส้นยืดสายซะหน่อย เพื่อสุขภาพของน้องคุณ และยังเป็นการผ่อนคลายในการทำงานอีกด้วย

 

 

     การที่จะเล่นกีฬาที่โลดโผนต่างๆ


ผู้หญิงอย่างเราๆ การที่จะเล่นกีฬาที่โลดโผนต่างๆ เช่น ขี่ม้า ยิมนาสติก หรือกสนเดินขึ้นบันได ก็ควรต้องระวังให้ดีๆ นะจ๊ะ อาจพลาดพลั้ง เจ็บจุดยุทธศาสตร์และอับอายเสียสวยเชียวล่ะ

 

 

     การนิยมสักที่ตรงส่วนนี้


แฟชั่นสมัยนี้ก็ยิ่งล้ำ เจาะได้แม้กระทั่ง… อย่างที่บอก บางคนนิยมสักที่ตรงส่วนนี้ ให้ระวังหน่อยก็ดีนะ เพราะเป็นบริเวณที่เจ็บที่สุดของร่างกายเลยล่ะ ก็มันเป็นจุดศูนย์รวมเส้นประสาทนี่ อย่าเห็นเป็นเรื่องท้าทายหรือความสวยงามเพียงชั่วครู่ คิดก่อนทำก็แล้วกัน สงสารน้องเค้าหน่อย  อิอิ

 

 

         เห็นมั้ยล่ะว่า อวัยวะส่วนนี้บอบบางกว่าที่เราคิดไว้มาก ควรระมัดระวัง และดูแลส่วนนี้ให้ดีๆ อวัยวะทุกส่วนในร่างกายต่างมีความสำคัญทั้งนั้น จะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไปก็ไม่ได้ ยิ่งถ้าเป็นส่วนนี้…แค่คิดก็หนาวววว…แล้ว

women.mthai

ผิวสวยด้วยวิธีแสนง่าย

October 14th, 2009 by womenblogs

ผิวสวยด้วยวิธีแสนง่าย

 

skin ผิวคุณคงได้ยินได้ฟังกันมาบ่อยๆ แล้วว่า การดื่มน้ำให้พอเพียงในแต่ละวันจะช่วยให้ผิวดูสวยขึ้น แต่เรื่องที่ได้ยินนั้นเป็นจริงเหรอ?


รายการทีวีในอเมริกาจึงทำการพิสูจน์กับฝาแฝดสองคน โดยให้คนแรกดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และให้คนที่สองดื่มในปริมาณเพียงครึ่งเดียว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผลที่ออกมานั้นผิวพรรณของฝาแฝดคนแรกนั้นดูเปล่งปลั่งสดใสกว่าจนเห็นได้ชัด และนี่คือข้อมูลดีๆ ที่คุณควรรู้

 

 

 

  •   วิธีคำนวณหาปริมาณที่คุณควรต้องดื่มในแต่ละวันคือ นำน้ำหนักตัวมาหารสอง ผลที่ออกมาคือปริมาณน้ำในหน่วยออนซ์ที่คุณต้องดื่มในแต่ละวัน (1 ออนซ์มีค่าเท่ากับ 30 มิลลิลิตร)

 

  •   ตรวจดูว่าร่างกายของคุณกำลังขาดน้ำอยู่หรือเปล่า โดยคนผิวขาวมักจะแสดงอาการขาดน้ำด้วยการมีริ้วรอยบนผิวหนังเกิดขึ้น ในขณะที่คนผิวคล้ำก็มักจะมีรอยด่างเกิดขึ้น

 

  •   ถ้าคุณผิวไม่สวยเพราะดื่มน้ำน้อยก็ไม่ต้องตกใจ เพราะถ้าคุณเริ่มดื่มในปริมาณที่เหมาะสมซะตั้งแต่วันนี้ คุณก็จะมองเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

women.mthai

 

” การดัดผม”กับการดูแล “ผมดัด”

October 7th, 2009 by womenblogs

การดัดผม”กับการดูแล “ผมดัด”

 

เทรนด์ดัดผมยังแรงไม่หยุด ยิ่งในยุคนี้การจะมีผมลอนเป็นเรื่องง่ายมาก หาซื้อที่ม้วนผมไฟฟ้าติดบ้านไว้สักอัน มีแกนให้เลือกหลายขนาดลองซื้อมาทดลองดูก่อนดัดจริงว่าลอนขนาดไหนจะเหมาะกับหน้าตัวเอง 

   รู้ก่อนดัด

      1. อย่างแรกที่สาวๆ ต้องคำนึงคือเช็คสภาพเส้นผมว่าแข็งแรงพอที่จะดัดได้หรือเปล่า ก่อนดัดสัก 2-3 สัปดาห์ ควรบำรุงผมอย่างเต็มที่ จะหมักผมด้วยทรีตเม้นท์ หรือเลือกหมักแบบวิธีธรรมชาติก็ตามใจค่ะ ยิ่งหลังดัดอย่าลืมบำรุงให้มากกว่าเดิมล่ะ

      2. พอเวลาล่วงเลยไปผมจะมีการงอกขึ้นใหม่ จะช้าจะเร็วขึ้นอยู่กับแต่ละคน คอยสังเกตดูว่าจะต้องดัดเพิ่มหรือเปล่า แต่อย่าดัดซ้ำสองในเวลาที่ใกล้เคียงกันเด็ดขาด นั่นคือการทำร้ายเส้นผมอย่างแสนสาหัส เลือกดัดเฉพาะส่วนที่งอกใหม่ หรือ่วาจะปล่อยให้ตรงส่วนบนแล้วหยิกส่วนปลายแบบนี้ก็เก๋ไปอีกแบบนะคะ

      3. สำหรับสาวผมดัดที่อยากทำสีให้ทิ้งระยะห่างสัก 2 สัปดาห์ ทิ้งช่วงให้เส้นผมแข็งแรงกว่านี้ แล้วค่อยทำสีตาม ถ้าตัดสินใจทำเลยแทนที่ผมจะสวยอาจจะกลายเป็นฟางข้าวโดยไม่รู้ตัว

 

ทรงผม แบบผม ผม ดูแล ผมดัด

 

   ดัดอย่างไรให้ลอนสวย

      1. การดัดผมตั้งแต่โคนผมจะช่วยให้ผมดูหนาขึ้น ยิ่งสาวผมสั้น ถ้าดัดตรงนี้จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน

      2. การดัดจนหยิกมากเป็นเกลียวเหมาะกับสาวผมยาว เพราะจะทำให้ลอนดูโดดเด่นมีวอลุ่มมากขึ้น

      3. การดัดผมเฉพาะส่วน เช่น บริเวณหน้าผากหรือด้านข้างจะทำให้ลุคส์ดูเด่นชัดขึ้น หรือจะดัดแค่ปลายผมแล้วตัดหน้าม้า แค่นี้ก็ชนะเลิศ

      4. ดัดผมโดยใช้ขนาดของโรลต่างๆ กัน จะทำให้เส้นผมที่ถูกดัดมีขนาดต่างๆ กันและสุมทับกันดูกิ๊บเก๋แปลกตาดี

      5. ผมดัดอาจจะทำให้ลุคส์คุณดูเดิมๆ ถ้าวันไหนอยากเปลี่ยนเป็นสาวหวานก็แค่รวบผมแล้วมัดข้าง หาโบว์เก๋ๆ หรือกิ๊บหวานๆ มาติดสักตัวรับรองหวานแน่ หรือถ้าอยากแอ๊บแบ๊วก็แค่รวบตึงแล้วมัดจุก แค่นี้ก็ลดอายุได้แล้วค่ะ

 

 

 

ทรงผม แบบผม ผม ดูแล ผมดัด

   ดูแลผมดัด

      1. ไม่สระผมภายใน48 ชั่วโมงแรกหลังการดัดหมาดๆ ถ้าเลยเวลาแล้วให้เลือกใช้แชมพูและครีมนวดสูตรเฉพาะผมดัดเท่านั้น

      2. หวีผมด้วยหวีซี่ห่าง ไม่ควรใช้แปรงแปรงผมเด็ดขาด ใช้แค่นิ้วมือช่วยจัดแต่งทรงให้เข้าที่เข้าทางก็พอแล้ว

      3. หลังสระผมควรซับให้แห้ง เพราะความเปียกสามารถทำให้เส้นผมยืดตัวได้ และหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับการดัดผม ปล่อยให้เส้นผมแห้งเองจะดีกว่าค่ะ

      4. เลือกใช้เซรั่มลดความพองฟู หรือใช้ผลิตภัณฑ์ตกแต่งเส้นผมแบบ Super Hold ประเภทแว็กซ์ หรือโลชั่นลูบผมช่วยให้อยู่ทรงและจัดลอนได้ง่าย

      5. ใช้ไดร์เป่าผมให้เสยไปข้างหลัง แล้วใช้นิ้วมือเสยผมจนผมหยิกเริ่มคลายลอน ใช้น้ำมันใส่ผมหรือแฮร์โค้ทชโลมเบาๆ จะได้ผมทรงใหม่เป็นลอนสวยไม่หยิก หลังจากนั้นใช้สเปรย์เพิ่มวอลุ่มเส้นผมทับอีกครั้ง

      6. ผมที่ดัดลอนใหญ่จะจัดทรงยาก ใช้มูสชโลมผมที่เปียกหมาดๆ แสกผมแล้วแบ่งผมเป็นช่อ ม้วนโรลขนาดใหญ่ทิ้งไว้ให้แห้ง ใช้นิ้วจัดแต่งทรงตามชอบ ถ้าอยากเปรี้ยวจี๊ดแนะนำให้แสกข้างจะช่วยให้ลุคส์ดูเซ็กซี่ขึ้น

 

 

  ดัดแล้วต้องเจอ

       ผมที่ดัดไม่เกิน 2 เดือน เส้นผมในส่วนโคนที่งอกขึ้นมาใหม่ก็จะมีลักษณะตามธรรมชาติของเส้นผมเดิมปรากฏออกมา อย่างคนเอเชียที่มีเส้นผมเหยียดยาวไม่มีอาการโค้งงอ ผมที่งอกมาใหม่จะตรง การดัดผมเพิ่มจึงจำเป็นอย่างยิ่ง การดัดซ้ำต้องพยายามหาวิธีป้องกันไม่ให้น้ำยาที่ใช้ทั้งขั้นตอนแรกและขั้นตอนสุดท้ายไปออกฤทธิ์ในที่ที่ไม่ต้องการให้ทำ ซึ่งช่างทำผมที่มีประสบการณ์สูงจะจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ยากค่ะ

 

 

ที่มาจาก spicy

 

 

 

 

women.mthai 

สาเหตุของอาการผมร่วง

September 24th, 2009 by womenblogs

 

ผม เส้นผม หนังศีรษะ ผมร่วง  ผม

 

สาเหตุของอาการผมร่วง

 

 

ใครที่มีอาการผมร่วงบ่อย ๆ โดยที่ไม่ทราบสาเหตุ วันนี้เกร็ดความรู้มีสาเหตุของอาการผมร่วงมาฝากกัน…

       1. การใช้เครื่องสำอางและการดูแลผมไม่ถูกวิธี

 เช่น การใช้สารเคมีกับเส้นผมมากเกินไป ทั้งการย้อมผม โกรกผม กัดสีผม ยืดผม หรือดัดผม ซึ่งจะทำให้เส้นผมอ่อนแอและแตกหักง่าย นอกจากนี้การรวบผมให้ตึงแน่นตลอดเวลา เช่น การผูกหางม้า หรือผมเปีย ก็อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เส้นผมหลุดร่วงได้ง่ายเช่นกัน

      2. การแปรงผมที่บ่อยจนเกินไป

ก็สามารถทำลายเส้นผมให้แตกหักได้ โดยเฉพาะเมื่อผมเปียก ซึ่งจะเปราะบางกว่าเวลาที่ผมแห้ง ดังนั้น การเช็ดถูเส้นผมแรง ๆ ด้วยผ้าขนหนู หรือแปรงผมขณะผมเปียกจึงสามารถทำลายสุขภาพเส้นผมได้ง่ายมากขึ้น

     3. ผมร่วงจากพันธุกรรม

นับเป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุด และสามารถมีอาการผมร่วงได้ตั้งแต่วัยรุ่น ทั้งยังรักษาให้หายขาดได้ยาก จึงควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด


     4. ผมร่วงจากความเครียด

มักจะร่วงเป็นหย่อม ๆ แต่เมื่อหายเครียดแล้วก็สามารถหายไปได้เอง

     5. ผมร่วงจากความเจ็บป่วยและโรคบางชนิด

 เช่น โรคไทรอยด์ หรือการขาดสารอาหารบางประเภท โดยเฉพาะโปรตีน และธาตุเหล็ก ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม

     6. ผมร่วงจากการใช้ยาบางชนิด

เช่น ยารักษาโรคไขข้อ ยารักษาอาการซึมเศร้า ยาสำหรับโรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง ยาคุมกำเนิดบางชนิด รวมถึงได้รับวิตามินเอมากเกินกว่าความจำเป็นของร่างกายด้วย

     7. ผมร่วงจากเชื้อรา

ซึ่งจะทำให้หนังศีรษะเป็นขุยลอก อักเสบจนเส้นผมหลุดร่วง และยังเป็นอาการที่สามารถติดต่อได้ง่าย จึงต้องรีบทำการรักษาให้หายขาดอย่างทันท่วงที
women.mthai 

10 วิธีการมีผมสีสดใสเป็นประกายเงางาม

August 13th, 2009 by womenblogs


10 วิธีการมีผมสีสดใสเป็นประกายเงางาม

ผม สีผม เส้นผม ทำสี ผมสวย ผมเสีย ป้องกัน ปกป้อง ดูแล

คุณรู้ไหมการมีเส้นผม ที่เป็นประกายและเงางามนั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากเราหมั่นดูแลเส้นผมด้วยวิธีเหล่านี้ ไม่ว่าคุณจะมีผมเสียจากการทำสี หรือจากสาเหตุต่างๆ ลองทำตามทั้ง 10 วิธีนี้แล้วคุณจะมีผมที่กลับมาสวยเป็นประกายดั่งเดิม

1 ปกป้องด้วยน้ำดื่ม

ก่อน การว่ายน้ำทุกครั้ง คุณควรทำเส้นผมของคุณให้เปียกด้วยด้วยน้ำสะอาดเสียก่อน เพราะในสระน้ำมีคลอรีนอยู่มากมาย ซึ่งคลอรีนเป็นตัวการที่ทำให้ผมเสีย การทำให้ผมเปียกก่อนเล่นน้ำจะเป็นการช่วยเจือจางสารเคมีที่อยู่ในน้ำไม่ให้ มาจับตัวบนเส้นผมได้ง่ายๆ เมื่อเล่นน้ำเสร็จคุณต้องรีบล้างเส้นผมให้สะอาดทันที แล้วจึงสระผมได้ตามปกติ


2 ระวังแดด

อย่า ปล่อยให้เส้นผมโดนแดดโดยตรง เพราะแสงแดดจะทำร้ายสีผมของคุณ เพราะฉะนั้นก่อนออกจากบ้าน คุณควรสวมหมวก หรือผ้าพันศีรษะ เพื่อป้องกันเส้นผมไม่ให้ถูกทำร้าย การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสาสรกันแดด เช่น ลีฟออน ก็จะช่วยป้องกันไม่หใส้นผมแห้งหือมีสีที่ซีดจาง


3 ใช้แชมพูพิเศษ

กา รูสระผมแรงๆ อาจทำให้สีผมหลุดลอก และทำลายความชุ่มชื้นบนเส้นผมได้ ควรสระผมเบาๆด้วยแชมพูที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับผมทำสี ลองใช้ Sunsilk Colour Shine System ซึ่งจะช่วยคืนความชุ่มชื้นและเป็นเงางามให้กับเส้นผมทำสีได้

4 บำรุงผมเป็นพิเศษ

ครีม บำรุงผมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับผมทำสี เพราะนอกจากจะช่วยบำรุงเส้นผมที่ถูกทำลายจากสารเคมีในผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม แล้ว ยังช่วยคืนความชุ่มชื้นให้เส้นผมนุ่มลื่นขึ้น ช่วยขับให้สีผมเปล่งประกายเงางาม และดูมีชีวิตชีวาขึ้น ลองใช้ครีมบำรุงผมของ Sunsilk Colour Shine System

5 อย่าใช้แปรง

ใน ทำนองเดียวกันก็อย่าใช้แปรงๆผมในขณะที่เส้นผมเปียก เพราะอาจทำให้เส้นผมหักขาดและสีผมหลุดลอกได้ ควรใช้หวีซี่ที่มีฟันซี่ห่างๆ ค่อยๆสางเส้นผมที่พันกันออกอย่างนุ่มนวล(อย่าใช้หวีกระชากเส้นผมที่พันกัน เด็ดขาด)

6 อย่าเผาเส้นผม

อย่า ใช้ไดร์เป่าผม(และอุปกรณ์ที่ใช้ความร้อนในการแต่งผมอื่นๆ)นานเกินไป เพราะอย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ความร้อนคือตัวการร้ายที่ทำให้เส้นผมแห้ง และอาจทำให้สีผมซีดจางลง ทางที่ดีก็ใช้ไดร์เป่าผมแบบรวกๆ จนเส้นผมเกือบแห้งสนิท(อย่าให้ถึงกับแห้งสนิท) การทิ้งความชื้นเอาไว้นิดหน่อย จะช่วยป้องกันไม่ให้เส้นผมเกิดไฟฟ้าสถิตได้

7 เลือกสีให้เหมาะ

ถ้า คุณไม่อยากแต่งเติมสีผมบ่อยๆ เพราะโคนผมโชว์สีผมจริงออกมา ก็เลือกสีผมอย่าให้อ่อนกว่าสีผมจริงเกินสามเฉดสี หรือถ้าจะให้ดีก็เลือกสีผมที่มีสีเข้ากว่าสีผมตามธรรมชาติของคุณแทน และถ้าคุณเป็นสาวที่ชื่นชอบเส้นผมสีแดงเป็นพิเศษ ก็จำไว้ด้วยว่าสีแดงเป็นสีที่จืดจางได้เร็วกว่าสีผมอื่นๆ ฉะนั้นถ้าคุณเลือกสีผมสีนี้ ก็ต้องทำใจไว้ด้วยว่า คุณอาจต้องแต่งเติมสผมบ่อยๆ

8 ไม่โพกศรีษะ

อย่า ใช้ผ้าขนหนูโพกศรีษะเวลาที่เส้นผมเปียก เพราะจะเป็นการเพิ่มความเสียดสีให้เส้นผมพันกันมากขึ้น และอาจสร้างความเสียหายให้กับเส้นผมทำสีที่เปราะบางในขณะเปียกได้ แทนที่จะทำอย่างนั้น ก็ใช้ผ้าขนหนูซับเบาๆให้แห้งจะดีกว่า

9 เติมน้ำมัน

ถ้า เส้นผมของคุณแห้งเพราะขาดน้ำมันหล่อเลี้ยงบนหนังศรีษะ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากแสงแดด ความเครียด และกระบวนการทางเคมี(อย่างเช่นการเปลี่ยนสีผมหรือการดัดผม) ก็ลองนวดน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันอัลมอนด์ลงบนหนังศรีษะ ทิ้งไว้ 10 นาทีก่อนสระผม วิธีนี้จะช่วยให้เส้นผมยังดเป็นเงางามหลังสระผม ซึงก็หมายความว่า สีผมของคุณก็ยังสวยสดใสอยู่เหมือนกัน นอกจากนี ้การแปรงผมเป็นประจำก็จะช่วยกระตุ้นหนังศรีษะให้ผลิตน้ำมันออกมาอย่างสม่ำ เสมอด้วย

10 เบามือหน่อย

การ ใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมไม่ว่าจะเป็นมูสครีม ขี้ผึ้ง เจล หรือสเปรย์ในปริมาณที่มากเกินไป ไม่เพียงแต่ทำให้เส้นผมขาดความพริ้วไหวเท่านั้น แต่ยังทำให้สีผมของคุณดูไม่มีชีวิตชีวาด้วย ฉะนั้นใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมเท่าที่จำเป็นจะดีกว่า


Cosmopolitan Magazine Febuary, 2007

เครดิต  women.mthai

การดูแลเส้นผมสำหรับผมทำสี

August 11th, 2009 by womenblogs

การดูแลเส้นผมสำหรับผมทำสี

ในปี 2550 เป็นการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอเหมือนอย่างทุกปี ทุกท่านคงมีความกระตือรือร้นในการสร้างความสดใสมีชีวิตชีวาด้วยการเพิ่มเติมสีสัน ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าให้กับตัวเอง เช่น การเพิ่มสีผมหลากหลายต่างมิติหรือการแซมไฮไลต์ให้สอดคล้องกับการแต่งหน้า เพื่อให้เข้ากับบุคลิกของเครื่องแต่งกาย รวมไปถึงเครื่องประดับต่างๆ ด้วย เพื่อความลงตัวทั้งหมดจึงกล่าวได้ว่า เป็น (Total Look)แต่ทั้งหมดดังที่กล่าวมา ความเด่นชัดอยู่ที่สีและทรงผมซึ่งมีอิทธิพลมากกับสีผิว ดวงตาและใบหน้า รวมทั้งสุขภาพเส้นผมซึ่งบ่งบอกถึงความพิถีพิถันของการถนอมดูแลอย่างมืออาชีพ

สำหรับท่านที่เคยทำสีผมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นสีธรรมชาติหรือ สีที่ให้ประกายหลากหลาย ทั้งสีอ่อนและเข้มดัวยการเพิ่มมิติไฮไลต์ลงบนสีผมที่เคยทำมาก่อน อาจจะเป็นช่อเล็ก ช่อใหญ่ ตามความหนาบางของเส้นผมเพื่อสร้างมิติความแตกต่าง ซึ่งจะช่วยเน้นทั้งวอลลุ่มและ ความโดดเด่นของทรงผมให้สวยขึ้นทันที ข้อแนะนำของการสร้างมิติหรือไฮไลต์ควรเน้นทำบริเวณที่ต้องการความโดดเด่น เช่น ผมด้านหน้าที่เป๋หรือปัด ถ้าต้องการดูเซ็กซี่ทั้งผมเรียบตรงหรือผมดัด  เน้นไฮไลต์ตามความยาวของเส้นผมหรือ เฉพาะส่วนปลายผม(ขนนก) และดัวยการเน้นไฮไลต์หรือ สีผมต่างระดับและตัดกันเช่นนี้ความสำคัญคือเส้นผมดังกล่าวจึงเป็นปัจจัยที่ต้องเน้นผลิตภัณฑ์ซึ่งมีสารซึ่งมีสารบำรุงที่ล่ำลึก เช่น Cationic(Polymer)และ (Nutriceride)

ส่วนประกอบของสารบำรุงซาราไมด์ และนูทรีเซอร์ไรด์ ช่วยเพิ่มควมกระจ่างใส ประกายเงางามและนุ่มลื่น ผสมผสานกับการปกป้อง Antioxidant Vitamin E: ต่อต้านอนุมูลอิสระ   UV Filter ปกป้องแสงแดดMagnesium ช่วยทำให้มีชีวิตชีวา แข็งแรง ขั้นตอนการดูแล ทำความสะอาดด้วย Lumino Contrast Shampoo ทำความสะอาดเส้นผมที่ทำไฮไลต์อย่างอ่อนโยน ช่วยทำให้เส้นผมนุ่มพลิ้วสลวย สดใสเงางาม การบำรุงขั้นตอนสุดท้ายก่อนเป่าไดร์เพื่อเสริมโครงสร้างผมให้แข็งแรงพร้อมปกป้องให้ความเงางาม นุ่นสลวยและเปล่งประกายของสีผมให้กระจ่างใสสะท้อนความเงางามเด่นชัดเป็นวิธีการง่ายๆ ในการบำรุงรักษาสำหรับผมทำสี อย่างไรก็ตามในเมื่อคุณดูแลตัวเองแล้วก็อย่าลืมดูแลเส้นผมให้มีสุขภาพดีด้วยนะคะ

ขอขอบคุณ

นิตยสาร Hair&Beauty Volume 5 No.48/2007
คอลัมน์  Professional Section
By: อาจารย์ศิริพร ตั้งเมตตาจิตกุล
หน้า 140

เครดิต  women.mthai

ตะลุยหน้าฝนไม่ต้องกังวลผมเสีย

August 11th, 2009 by womenblogs

ตะลุยหน้าฝนไม่ต้องกังวลผมเสีย


ม้ช ่วงนี้จะเป็นช่วงคิวทองของหน้าฝนที่ทยอยถ่ายเทจำนวนเม็ดฝนลงมาอย่างกระหน่ำ แต่ถือว่าเป็นข่าวดีของผู้คนที่กำลังรอคอยน้ำฝนอย่างใจจดใจจ่อ ในทางกลับกันน้ำฝนกลับกลายเป็นศัตรูหัวใจของคุณผู้หญิงที่รัก “ผม” ทั้งหลาย

เพรา หน้าฝนใครก็รู้ว่าเสี่ยงต่อการเปียกน้ำฝนอย่างแรง ยิ่งถ้าวันไหนฝนเกิดตกแบบไม่ทันตั้งตัวเราก็อาจจะเปียกแบบไม่ทันตั้งใจได้ ง่าย ๆ และส่วนแรกที่ต้องเปียกก็คงหนีไม่พ้นเรือนผมของเรานี่เอง อย่าประมาทเชียวนะคะ เพราะแม้ว่าจะกางร่มอย่างดี สวมเสื้อกันฝน แอบหลบข้างทาง โมเมขอคนที่ยืนข้างๆ เพื่อเข้าร่มกันฝนของเขาไปด้วยคน หรือสารพัดวิธีอื่นก็อาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่เจ้าตัวปัญหาอย่างละอองฝนเล็กพริกขี้หนูที่สาดกระเซ็นเข้ามาโดนเส้นผมสุด หวงแบบนิด ๆ หน่อย ๆ นี่แหละจะทำให้เราต้องสระผมถี่ขึ้นกว่าเก่าซึ่งไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน

การ สระผมบ่อย ๆ นอกจากจะทำให้ผมแห้งแล้วยังต้องบำรุงแบบต่อเนื่องอีกต่างหาก ที่สำคัญน้ำฝนสมัยนี้ก็ไม่ใช่จะบริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์เสมอไปเสียเมื่อไร ดังนั้น ให้จำไว้อย่างเดียวว่าถ้าโดนฝนเมื่อไหร่กลับถึงบ้านต้องสระผมแบบด่วนจี๋ เพราะ babi ก็เป็นคนที่กลัวผมเสียมาก ๆ เลยร้อนใจรีบค้นหาสูตรป้องกันเส้นผมไว้ก่อน เพื่อคุณสาว ๆ ที่รักผมทุกคนจะได้เลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพเส้นผมที่เชื่อแน่ว่าไม่เหมือนกัน เอาล่ะ มาเริ่มกันเลยนะคะ

สูตรแรกตกเป็นของสาวผมมัน
วิธีทำแสนง่ายแค่นำว่านหางจระเข้มาฝานเปลือกออก นำเนื้อเจลที่เป็นวุ้นใส ๆ ไปปั่น หรือใช้ช้อนยีให้ละเอียดกะให้ได้สักประมาณ 1 ถ้วยตวง จากนั้นค่อยนำส่วนผสมที่ได้ไปสระผมตามปกตินะคะ

สาวผู้โชคดีรายต่อไปคือสาวผมแห้ง
ให้นำผลไม้เพื่อสุขภาพอย่างอะโวคาโด 1 ผล มาปอกเปลือกและบดให้ละเอียดผสมกับกะทิจนเป็นเนื้อเดียวแล้วนำมาทาให้ทั่ว ศีรษะ ใช้หวี่ห่าง ๆ แปรงผมให้เป็นระเบียบแล้วทิ้งไว้ 15 นาที ค่อยล้างออกให้สะอาดนะคะ

ผู้โชคดีอันดับสามได้แก่สาวผมขาดน้ำหนัก
วิธีการง่ายกว่าเพื่อน แค่ใช้น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง มาผสมกับน้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง และน้ำมัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มานวดเส้นผมและหนังศีรษะขณะที่เปียกให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดค่ะ

สาวคนสุดท้ายก็คือ babi และสาว ๆ ทุกคนที่มีผมจัดทรงยาก
ให้เตรียมครีมนวดผม น้ำผึ้ง และน้ำมันอัลมอนด์อย่างละ 1/2 ถ้วยตวง มาปั่นให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว แล้วนำส่วนผสมที่ได้มานวดเส้นผมให้ทั่ว โดยทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด


Tip:
เวลาสระผมให้นวดศีรษะไปด้วยจะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนโลหิตที่หนังศีรษะและทำให้น้ำมันตามธรรมชาติไปหล่อเลี้ยงเส้นผมได้ดีขึ้น

ลองนำไปทำดูนะคะ หน้าฝนนี้เราจะได้มีผมนุ่มสลวย ไม่แห้ง ไม่เสีย แถมไม่อายสายตาคนอื่นด้วย


ขอขอบคุณ

นิตยสาร Star Fashion Vol.181
คอลัมน์: Health Corner
หน้าที่  157
เรื่อง: ฺBabi

เครดิต  women.mthai

ดูแลตัวเองในที่ทำงานได้ ง่ายนิดเดียว

June 17th, 2009 by womenblogs

ดูแลตัวเองในที่ทำงานได้ ง่ายนิดเดียว

ผ่อนคลาย สุขภาพ ทำงาน

รับรอง ว่าไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เสียเวลา ลองดูวิธีง่ายๆ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ที่สำคัญว่าถ้าลองได้ทำเป็นประจำแล้ว จะทำให้คุณถอยห่างจากโรคออฟฟิศซินโดรมไปเลย

ผ่อนคลาย สุขภาพ ทำงาน

พิมพ์เอกสารให้เจ้านายทั้งวันจนมือหงิก ปวดข้อแทบเคล็ด

● ลูกโยโย่ช่วยคุณได้ เพียงแค่เล่นโยโย่ในช่วงพักเบรก ก็สามารถช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณมือและข้อมือได้แล้วแถมยังแก้เครียดได้อีกด้วย

ใช้เวลาประมาณ 1 นาที

เดินใส่ส้นสูงทั้งวันจนเมื่อยขาและปวดน่องไปหมด

ท่าที่ 1
● ถอดรองเท้า นั่งหลังตรง แยกขาออกพอประมาณ ค่อยๆ จิกปลายเท้าขึ้น - ลงกับพื้น ทำซ้ำ 5 - 10 ครั้ง

ท่าที่ 2
● ถอดรองเท้า เหยียดขาออกไปข้างหน้าให้ตึง วางส้นเท้ากับพื้น ชันส้นเท้าขึ้นทำมุมฉากกับพื้นเท่าที่ทำได้ (กล้ามเนื้อขาจะเกร็งโดยอัตโนมัติ) แล้วค่อยๆ แยกเท้าออกทำมุม 45 องศา
● หันปลายเท้าเข้าหากันจนหัวแม่เท้าทั้งสองข้างแตะชิดกัน ค้างไว้ 3 - 4 วินาที
ทำซ้ำได้ตามต้องการ

ทั้งสองท่าใช้เวลาประมาณ 5-7 นาที

หลัง ขดหลังแข็งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมงจนปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณช่วง ท้ายทอย บ่า และหัวไหล่ไปตามๆ กัน ใช้วิธีผ่อนคลายกล้ามเนื้อด้วยท่าโยคะอย่างง่าย

ท่าที่ 1 ผ่อนคลายต้นคอ
● เอียงคอสลับไปมาช้าๆ ทั้งซ้าย - ขวา ขึ้น - ลง และหมุนไหล่ไปด้านหน้า - หลัง ทำซ้ำประมาณ 5 ครั้ง

ท่าที่ 2 ผ่อนคลายบ่า หัวไหล่ และกล้ามเนื้อหลังส่วนบน

*อุปกรณ์: แถบผ้ายาวประมาณ 1 เมตร*
● นั่งหลังตรง ถือแถบผ้ายืดออกเท่ากับความกว้างของช่วงไหล่ชูแขนขึ้นเหนือศีรษะให้สุด
● หายใจเข้า ค่อยๆ ยืดแขนข้ามศีรษะไปข้างหลังจนรู้สึกว่าแขนตึง แล้วค้างไว้ผ่อนลมหายใจออก ทำซ้ำประมาณ 10 - 15 ครั้งหรือจนกว่าจะรู้สึกว่ากล้ามเนื้อค่อยๆ ผ่อนคลาย

ทั้งสองท่าใช้เวลาประมาณ 5-7 นาที

Tips:
- ควรเลือกเก้าอี้สำนักงานที่มีพนักพิงสามารถปรับระดับความโค้งตามหลังได้ เพราะมีผลการวิจัยออกมาแล้วว่าเก้าอี้ในลักษณะนี้จะช่วยให้กระดูกสันหลัง อยู่ในลักษณะที่เหมาะสมขณะนั่งทำงานและควรหลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้างนานๆ
- แม้งานจะรัดตัว แต่ควรลุกขึ้นเดินทุกๆ 30 นาทีเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ปรับอิริยาบถ แทนที่จะนั่งในท่าเดิมๆ ติดต่อกันนานหลายชั่วโมง จนเป็นสาเหตุให้กล้ามเนื้อบางส่วนตึงเครียด

มีพรีเซ้นต์งานเช้า ไหนจะต้องเคลียร์งานส่งเจ้านายอีก เครียดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

● ถ้าหลีกเลี่ยงงานหนักๆ หรือความเครียดไม่ได้จริงๆ เบรกความเครียดไว้พักหนึ่ง
แล้วนั่งสูดลมหายใจลึกๆ จิบชาเปปเปอร์มินต์ที่มีสรรพคุณช่วยลดความเครียด ลด
อาการปวดศีรษะ ผ่อนคลายเส้นประสาท ช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้น แล้วค่อยลุกมาสู้งานต่อดีกว่า

ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที

Tip: ความ เครียดที่สั่งสมในแต่ละวันอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนออฟฟิศหลายคนตกอยู่ ในกลุ่มที่เสี่ยงที่จะเป็นโรคเส้นเลือดตีบและความดันโลหิตสูงอีกด้วย ดังนั้นควรเพิ่มการรับประทานผักและผลไม้ในแต่ละมื้ออาหารด้วย โดยเฉพาะผลไม้ที่มีเปลือกสีน้ำตาล เช่น องุ่นดำ องุ่นม่วง ซึ่งมีสารแทนนินที่ช่วยบำรุงหลอดเลือดให้แข็งแรง

ไม่อยากเป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจตีบก่อนวัยอันควร แต่ไม่มีเวลาไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสหลังเลิกงาน

● เพียงแค่ขยับเขยื้อนร่างกายบ้างระหว่างวัน ประมาณ 20 - 30 นาทีติดต่อกัน เช่น เดินไปส่งแฟกซ์ เดินเร็วไปถ่ายเอกสาร หรือวิ่งขึ้น - ลงบันได ก็ช่วยให้ห่างไกลจากอาการหลอดเลือดหัวใจตีบได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ผ่อนคลายอารมณ์เครียดๆ ได้บ้าง อย่ามัวจับเจ่านั่งทำงานอยู่แต่ที่โต๊ะเลยสาวๆ

ใช้สายตามาก ทั้งงานเอกสาร ดูแลบัญชีตัวเลข หรือนั่งหน้าคอมพ์จนตาพร่ามัว

● ผ่อนคลายและยืดกล้ามเนื้อตาโดยการโฟกัสสายตาไปยังจุดใดจุดหนึ่งที่ไกลพอ สมควร หยุดค้างไว้ประมาณ 20 วินาที กลอกลูกตาไปมาตามเข็มนาฬิกา ทั้งขวา - ซ้ายและจากบน - ล่าง ทำซ้ำ 2 - 4 ครั้ง
● ประคบตาด้วยสองมือของเราเอง โดยการถูมือเข้าด้วยกันจนกระทั่งฝ่ามืออุ่น ปิดตาและนาบฝ่ามือลงบนตาทั้งสองข้าง หายใจเข้า - ออกประมาณ 10 ครั้ง แล้วเปิดมือออก ถ้าการถูมือให้อุ่นยังไม่ทันใจ แนะนำให้ใช้ผ้าสะอาดจุ่มลงในน้ำอุ่นแล้วนำมานาบลงบนเปลือกตาที่หลับสนิททั้ง สองข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาทีแทนได้

ทั้งสองท่าใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที

มัวแต่เครียดเรื่องงานจนหน้าตาหงิกงอ ไม่สดใส

● บริหารหน้ากันสักหน่อย เพียงแค่หาเวลาเหมาะเจาะ ทางสะดวก มองตัวเองในกระจก ยิ้มให้กว้างที่สุด เลิกคิ้วทั้งสองข้างขึ้นทำซ้ำได้ตามต้องการ จะช่วยให้รู้สึกอารมณ์ดีขึ้น
● ท่านี้ก็ต้องอาศัยทางสะดวกอีกเช่นกัน เริ่มจากยิ้มกว้าง อ้าปาก เม้มปากบน กระดกลิ้นขึ้นและเกร็งค้างไว้ พร้อมกับแตะปลายนิ้วชี้ - นางตรงเหนือโหนกแก้มขึ้นไป ค่อยๆ ดึงผิวหนังส่วนกระบอกตาล่างลงมาเบาๆ ระหว่างนั้นให้ค่อยๆ หรี่ตาลงจนเกือบปิดสนิทเกร็งค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นลืมตาขึ้นและหรี่ตาซ้ำอีกประมาณ 10 ครั้ง ช่วยลดการบวมของถุงใต้ตาได้

ใช้เวลาท่าละประมาณ 2-3 นาที

เครดิต  women.sanook

ดูแลหุ่นให้สวยเพรียว ตามหลักบล็อค แอนด์ เบิร์น

June 10th, 2009 by womenblogs

ดูแลหุ่นให้สวยเพรียว ตามหลักบล็อค แอนด์ เบิร์น

ปัจจุบันปัญหาความอ้วน เป็นภัยคุกคามระดับโลก ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อชีวิต ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา เช่น เข่าเสื่อม , ไขมันในเลือดสูง , เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก , เบาหวาน จนถึงโรคมะเร็ง โดยมีอัตราคนอ้วนเพิ่มขึ้นทุกปี ในไทยมีประชากรคนอ้วนเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 3

รูปร่าง body

ฉะนั้น การลดน้ำหนักให้เหมาะสมจึงสำคัญมาก ด้วยวิธีสกัดกั้นสาเหตุของความอ้วน ได้แก่ แป้ง น้ำตาล และไขมัน และปรับกระบวนการเผาผลาญของร่างกายในระบบบล็อคแอนด์เบิร์น ตามแบบฉบับของ อาวียองซ์ สลิมม์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากแบรนด์อาวียองซ์ แบรนด์ความงามระดับพรีเมี่ยม ภายใต้การบริหารของยูนิลีเวอร์ นำโดย นางสุชาดา ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการ ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งได้จัดการเปิดตัวอย่างมีสีสันและสาระ โดยมี ภก.ดร.พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมผลิตภัณฑ์อาวียองซ์ มาให้ความรู้เรื่องการลดน้ำหนักด้วยระบบบล็อคแอนด์เบิร์น พร้อมด้วย อ.รุ่งเรือง คลองบางลอ ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมน้ำหนักและดูแลรูปร่าง มาพูดเกี่ยวกับการรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับ 9 รูปร่าง อีกทั้งแฟชั่นโชว์ของเหล่าผู้ประสพความสำเร็จในการลดน้ำหนัก และพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ลดน้ำหนักสารพัดวิธีกับ ญาณี จงวิสุทธิ์ ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์

ภก.ดร.พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมผลิตภัณฑ์อาวียองซ์ ให้ความรู้เรื่องระบบบล็อคแอนด์เบิร์นว่า “อาวียองซ์ สลิมม์ ถูก คิดค้นมาเพื่อตอกย้ำความเป็น Beauty Solution ของ อาวียองซ์ ให้ผู้รับประทานได้หุ่นสวย สุขภาพดี และสามารถเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เคยรับประทานอย่างไร เคยออกกำลังกายอย่างไร ก็ปฏิบัติเช่นเดิม อาวียองซ์ สลิมม์ เป็นระบบบล็อคแอนด์เบิร์น คือ สกัดกั้นไขมัน และน้ำตาล ด้วย อาวียองซ์ สลิมม์ แฟ็ทท์-บล็อค (aviance Slym Fatt-Bloc) ก่อนอาหาร 30 นาที , สกัดกั้นแป้ง ตั้งแต่เริ่มเคี้ยว ด้วย อาวียองซ์ สลิมม์ คาโบ-บล็อค (aviance Slym Carbo-Bloc) ก่อนอาหารทันที และ อาวียองซ์ สลิมม์ แฟทท์-เบิร์น (aviance Slym Fatt-Burnn) เร่งเผาผลาญไขมันเก่า รับประทานหลังอาหาร โดยทุกท่านจะได้เข้าโปรแกรมวิเคราะห์รูปร่างของตนเอง ก่อนรับประทานอาวียองซ์ สลิมม์ เพื่อความเหมาะสม โดยอาวียองซ์ได้จำแนกรูปร่างตามเปอร์เซ็นต์ไขมันและกล้ามเนื้อทั้งสิ้น 9 แบบ ”

รูปร่าง body

อ.รุ่งเรือง คลองบางลอ ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมน้ำหนักแลดูแลรูปร่าง เจ้าของพ็อคเก็ตบุ๊ค กินอย่างที่ชอบก็ผอมได้ กล่าวเสริมถึงการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับรูปร่างทั้ง 9 แบบว่า “รูปร่างต่างกัน รับประทานอาหารต่างกัน ได้แก่

1.ผอม (Thin) มี ไขมันสะสมน้อย แต่อาจแฝงด้วยภาวะคอเลสเตอรอลสูง หรือไขมันสะสมเมื่ออายุเพิ่มขึ้นได้ ควรทานให้ครบ 5 หมู่ และแบ่งมื้ออาหารเป็น 4-5 มื้อ เพื่อเพิ่มการดูดซึมสารอาหารเพียงพอต่อวัน เน้นอาหารที่ย่อยง่ายและพลังงานสูง แต่ไขมันปานกลาง เช่น ข้าวกล้องผสมข้าวขาว เนื้อปลา

2.ผอมและมีกล้ามเนื้อ (Thin and Muscular) ระบบเผาผลาญสูง แต่ดูดซึมน้อย ไม่เหลือเป็นไขมันสะสม ควรเน้นโปรตีนจากเนื้อปลาหรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ธัญพืชต่างๆ และกระตุ้นการดูดซึมสารอาหาร ด้วย จมูกข้าว ผลไม้รสเปรี้ยว อย่างส้ม แอปเปิ้ลเขียว เป็นต้น

3.มีกล้ามเนื้อมาก (Very Muscular) ร่างกายมีมัดกล้ามเนื้อมาก มีไขมันเหลือสะสมน้อยมาก ควรทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เช่น โปรตีนจากเนื้อปลา เนื้อไก่ไม่ติดหนัง สันในหมูและเนื้อวัว ไข่ ควรมีผักผลไม้ทุกมื้อ ช่วยในการดูดซึมสารอาหาร และนมไขมันต่ำไฮแคลเซียม เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ

4.มาตรฐาน (Standard) การ รักษาให้รูปร่างให้คงที่ ต้องรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ มีความหลากหลาย ไม่ทานซ้ำๆ เพื่อลดการสะสมของสารตกค้าง เลือกทานข้าวที่ผ่านการขัดสีน้อย เช่น ข้าวกล้องหรือขนมปังโฮลวีท นอนหลับอย่างเพียงพออย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง เพราะการนอนน้อยมีผลให้ฮอร์โมนเลปตินลดต่ำลง ซึ่งมีส่วนในการควบคุมความอยากอาหาร และน้ำหนักตัว ผลคือทำให้รู้สึกหิวมากขึ้น

5.มาตรฐานและมีกล้ามเนื้อ (Standard Muscular) มีมวลกล้ามเนื้อสูง เผาผลาญคาร์โบไฮเดรตได้หมด ไม่เก็บสะสมเป็นไขมัน ควรทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ธัญพืช ข้าวซ้อมมือ หรืออาหารที่เสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อ เช่น ปลา ไก่ไม่ติดหนัง ควรทานหมูสันในหรือเนื้อสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือมังสวิรัติสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

6.ออกกำลังกายน้อย (Under Exercise) ระบบเผาผลาญต่ำ ถึงจะทานอาหารน้อยแต่ก็ยังมีการสะสมของไขมันตามส่วนต่างๆ โดยเฉพาะหน้าท้อง สะโพก และต้นขา ควรทานอาหารไขมันต่ำ แต่มีโปรตีนสูงในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เช่น ธัญพืช ถั่วเมล็ดแห้ง เต้าหู้ ไก่ไม่ติดหนัง ปลา ไข่ และนมไขมันต่ำเป็นประจำทุกเช้า คนลักษณะนี้มีโอกาสอ้วนได้ง่าย จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารอาหารไขมันสูง

7.อ้วนซ่อนรูป (Hidden Obese) ระดับ การเผาผลาญต่ำกว่าปกติ เกิดเซลลูไลท์หรืออ้วนง่าย ควรรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท โปรตีนจากเต้าหู้ หรือเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ ระหว่างวันให้ทานถั่วเป็นอาหารว่าง ไม่เกิน 20 เม็ด/วัน (ยกเว้นเม็ดมะม่วงหิมพานต์ไม่ควรทาน) เพื่อกระตุ้นร่างกายให้มีการเผาผลาญมากขึ้น เลี่ยงอาหารรสเค็มและหวานจัด ที่ทำให้เกิดการบวมน้ำ

8.อ้วน (Obese) ระดับ การเผาผลาญสูงในช่วงเช้า และค่อยๆ ลดต่ำลงในช่วงเย็น ควรทานอาหารไขมันต่ำ เช่น เนื้อไก่ไม่ติดหนัง เนื้อปลา เต้าหู้ น้ำพริกผักลวก ก๋วยเตี๋ยวน้ำ แกงจืด แกงส้ม ต้มยำ ยำต่างๆ ส่วนผลไม้เน้นที่มีน้ำเยอะไม่หวานมาก และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการทานอาหารเช้าทุกวัน และลดปริมาณอาหารแต่ละมื้อลง อาจดื่มน้ำก่อนและเคี้ยวให้ช้าลง 9.อ้วนร่างใหญ่ (Solidly Built) อ้วนมาตั้งแต่เด็ก โตขึ้นจึงมีโครงร่างใหญ่ ในขณะที่การเผาผลาญต่ำ ควรทานอาหารที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ ประเภทธัญพืช ถั่ว ผักที่มีสีเข้ม เช่น บล็อกโคลี่ กะหล่ำปลีม่วง บีทรูท คะน้า ผักโขม แครอท หรือพืชตระกูลเบอร์รี่ เช่น ราสเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ อาหารเส้นใยสูง เช่น ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท เส้นบุก โปรตีนจากเนื้อสัตว์ไขมันต่ำและย่อยง่าย ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ทานอาหารทีละน้อยๆ แต่บ่อยครั้งขึ้น” ก่อนชมแฟชั่นโชว์จากเหล่าผู้ประสพความสำเร็จในการลดน้ำหนัก

ญาณี จงวิสุทธิ์

หลังจากนั้นยังได้รับเกียรติจาก ญาณี จงวิสุทธิ์ มาเล่าสู่กันฟังเรื่องผู้มีประสบการณ์ลดน้ำหนักและวิธีดูแลรูปร่างไว้ว่า “ไม่ เคยรู้สึกว่าตัวเองอ้วนมาก่อน เพราะเป็นคนสูง จนมาเห็นตัวเองในภาพยนตร์ จากนั้นจึงตั้งใจเต็มที่ด้วยเป้าหมายชัดเจนและเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งการรับ ประทาน และออกกำลังกาย แต่ในปัจจุบันนี้มีผลิตภัณฑ์ดีๆ ช่วยให้การลดน้ำหนักง่ายขึ้นมาก ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ยังสามารถรับประทานได้เหมือนเดิม โดยที่ร่างกายไม่ทรุดโทรม น่าจะเป็นอีกทางเลือกของคนอยากผอม สวย สุขภาพดีค่ะ”

นอกจากนี้ เพื่อเสริมสร้างกระแสให้คนรักรูปร่างและสุขภาพที่ดีมากขึ้น อาวียองซ์ ยังได้จัดการแข่งขันลดน้ำหนัก อาวียองซ์ สลิมม์ ชาแลนจ์ ชิงรางวัลเงินสดสูงสุด 200,000 บาท โดยผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่ อาวียองซ์ช็อป ทุกสาขา ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 17 มิถุนายนศกนี้

เครดิต  women.sanook

เคล็ดลับ ดูแลเล็บให้น่ามอง

June 9th, 2009 by womenblogs

เคล็ดลับ ดูแลเล็บให้น่ามอง

ทราบหรือไม่ว่าการดูแลเล็บควรทำอย่างไร วันนี้มีเคล็ดลับการดูแลเล็บให้น่ามองมาฝาก…

เล็บสวยเล็บสวย

- การล้างทำความสะอาดเล็บ ควรล้างมือและเล็บด้วยน้ำสบู่อุ่น ๆ ใช้แปรงนุ่ม ๆ ขัดตามซอกเล็บเบา ๆ และล้างออกด้วยน้ำสะอาด ชโลมด้วยครีมบำรุง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับมือและเล็บ

- การตัดเล็บมือที่ถูกต้อง ควรตัดให้มีความโค้งมนไปตามนิ้วมือ ส่วนเล็บเท้านั้น พยายามตัดให้เป็นเส้นตรงมากที่สุดเพื่อลดการสะสมของความสกปรกตามซอกเล็บและ โอกาสเกิดเล็บขบ ไม่ควรตัดสั้นจนชิดเนื้อมากเกินไป และไม่ควรใช้วัสดุใด ๆ แงะงัดขอบเล็บ จมูกเล็บ เพราะอาจเกิดบาดแผลและการอักเสบได้

- เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการตัดเล็บ คือหลังจากอาบน้ำ หรือล้างจาน เพราะเล็บจะมีความอ่อนนุ่ม ทำให้ง่ายต่อการตัดแต่ง แต่ถ้าหากไม่รอหลังอาบน้ำให้แช่เล็บในน้ำอุ่น สัก 5 นาทีก่อนตัดเล็บ

- ตะไบเล็บให้สวย ถ้าหากใช้ตะไบเล็บที่ทำจากเหล็ก ควรตะไบเล็บไปในทิศทางเดียว ไม่ควรถูกลับไปกลับมา เพราะจะทำให้เล็บเป็นเสี้ยนคมหรือฉีก แต่ถ้าใช้ตะไบเล็บที่ทำจากเซรามิคสามารถตะไบสวนทางกันได้ นอกจากนี้ การตะไบเล็บควรตะไบจากขอบเล็บเข้าหาปลายเล็บเสมอ

- การขูดผิวเล็บเป็น อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวทำให้เล็บเงางามขึ้น ผิวเล็บเรียบ และดูมีสุขภาพดีขึ้น โดยใช้อุปกรณ์ขูดลอกหน้าเล็บ ดันจากปลายเล็บเข้าหาโคนเล็บ หลังจากนั้น ใช้แผ่นขัดเล็บ ซึ่งคล้ายกระดาษทราย ขัดหน้าเล็บเบา ๆ เพื่อให้ผิวหน้าเล็บเรียบสม่ำเสมอ แล้วใช้แผ่นขัดทำความสะอาดเล็บ ถูเบา ๆ เพื่อให้ฝุ่นและเศษเล็บที่มองไม่เห็นหลุดออกไป จากนั้นใช้แผ่นขัดเงาซึ่งมีเจลาตินเคลือบอยู่ ขัดถูบนหน้าเล็บเบา ๆ ก็จะได้เล็บที่เงางามดูมีสุขภาพดี การขัดเงาเล็บแต่ละครั้งจะอยู่ได้ประมาณ 2 สัปดาห์

- สีที่ใช้ในการทาเล็บ ควรเป็นสีทา เล็บที่มีคุณภาพ และช่วยถนอมเล็บด้วย ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทาเล็บชนิดแห้งเร็วที่มีส่วนผสมของ อะซิโตน เพราะจะดึงความชุ่มชื้นไปจากเล็บ ทำให้เล็บแห้งและลอกหลุดได้ง่าย

- ก่อนทาเล็บทุกครั้ง ควรใช้น้ำยาเคลือบเล็บชนิดใสทาก่อนที่จะลงสี จะช่วยไม่ให้เล็บเสียความชุ่มชื่น และลดการสัมผัสกับสีทาเล็บโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เล็บเหลืองได้ง่าย หลังจากนั้นเคลือบทับด้วยน้ำยาชนิดใสอีกครั้ง ก็จะช่วยให้สีทาเล็บติดทนนานยิ่งขึ้น

- การเปลี่ยนสีเล็บบ่อย ๆ มากกว่า หนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ทำให้ต้องล้างเล็บมากขึ้น และน้ำยาล้างทำความสะอาดเล็บ จะเป็นตัวกัดหน้าเล็บให้กร่อน เป็นหลุมเป็นขุยได้ นอกจากนี้ควรมีเวลาให้เล็บได้ว่างเว้นจากการทาสี เพราะนอกจากเล็บจะได้พักหรือฟื้นสภาพที่เสียไปแล้ว ยังเป็นโอกาสให้ได้สังเกตความผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเล็บ

- การต่อเล็บ หรือ การตกแต่งประดับเล็บ ควรทำโดยผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ และต้องใช้อุปกรณ์ที่สะอาด และมีคุณภาพ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดการแพ้หรือการสะสมของเชื้อโรค หากชื่นชอบการต่อเล็บและตกแต่งเล็บด้วยเครื่องประดับ ต้องหมั่นสังเกตดูว่า เล็บเกิดมีจุดดำ หรือเปลี่ยนสี หรือผิดรูปหรือเปล่า

รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมหันมาดูแลรักษาเล็บให้น่ามองกันดีกว่า.

เครดิต  women.sanook