ช้อปปิ้งไอเดีย @ Centerpoint Indy in Town

November 3rd, 2009 by womenblogs

Centerpoint Indy in Town

     วันนี้  women.mthai  จะพาไปดู แหล่งช้อปปิ้งของคนวัยมันส์ ที่นี่เลยค่ะ เซ็นเตอร์พ้อยท์ อินดี้ อินทาวน์ ที่นี่ เป็นที่ที่ให้น้องๆ นักเรียน นักศึกษาได้มาปล่อยของที่สร้างจากไอเดียเก๋ๆ ของพวกเค้า โดยจัดพื้นที่หน้าลานกว้างห้างเซ็นทรัลเวิลด์  มี Indy Shop (อินดี้ช็อป) กว่า 100 ร้านค้าให้เราได้มีเลือกช้อปกัน ของที่นำมาขายก็จะมีทั้งของ Hand Made (แฮนด์เมด) ที่น้องๆ นักเรียน นักศึกษา ทำกันเอง และก็มีของมือสอง ของน้องๆ เค้าด้วยนะคะ ที่น่าสนใจคือ มี Indy Show (อินดี้โชว์) วงดนตรีอินดี้สุดจี๊ดที่มาเรียกสีสันและบรรยากาศความคึกคักอีกด้วย อ้อ…ลืมบอกไปว่า Indy in Town มีที่ชั้น 7 บนห้าง เซ็นทรัลเวิลด์ ด้วยนะคะ แต่วันนี้  women.mthai  เก็บภาพบรรยากาศหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ มาฝากกันค่ะ

women.mthai

 

Jikkaroo By Hara Shop @ Central World

October 11th, 2009 by womenblogs


Jikkaroo By Hara Shop @ Central World

Jikkaroo By Hara Shop @ Central World

ฮาร่า เปิดร้านใหม่ฉลองเทศกาลปีใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “Jikkaroo By Hara”

ตั้งอยู่ที่ ชั้น 7 ในบริเวณ Centerpoint @ Central World (ฝั่งอีเซตัน)

Jikkaroo By Hara Shop @ Central World
     

     ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นแห่งใหม่ในใจกลางกรุงเทพ ร้านตั้งอยู่ในโซน Catwalk ที่รวมสินค้าแฟชั่น กางเกงในคอลเลคชั่นที่นำมาเปิดตัวที่ร้านก็มีหลายแบบเอาใจตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงคนทำงาน 

    
Jikkaroo By Hara ยังคงเน้นสีผ้าและวิธีการซักที่แปลกใหม่แต่ยังคงสวมใส่สบาย ในคอลลเลคชั่นปลายปีนี้ยังคงเน้นกางเกงขาเดฟ ขาตรง และขาม้าเล็กๆ ที่เรียกว่ารุ่น mini flare อีกด้วย

 

Jikkaroo By Hara Shop @ Central World

 women.mthai

Promod ฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2009

October 11th, 2009 by womenblogs

photo
photo
photo
photo
photo
photo
photo
photo
photo
photo
Next Image
Promod, ช้อปปิ้ง, เสื้อผ้า, เทรนด์, แฟชั่น
Promod, ช้อปปิ้ง, เสื้อผ้า, เทรนด์, แฟชั่น
Promod, ช้อปปิ้ง, เสื้อผ้า, เทรนด์, แฟชั่น
Promod, ช้อปปิ้ง, เสื้อผ้า, เทรนด์, แฟชั่น
Promod, ช้อปปิ้ง, เสื้อผ้า, เทรนด์, แฟชั่น
Promod, ช้อปปิ้ง, เสื้อผ้า, เทรนด์, แฟชั่น
Promod, ช้อปปิ้ง, เสื้อผ้า, เทรนด์, แฟชั่น
Promod, ช้อปปิ้ง, เสื้อผ้า, เทรนด์, แฟชั่น
Promod, ช้อปปิ้ง, เสื้อผ้า, เทรนด์, แฟชั่น
Promod, ช้อปปิ้ง, เสื้อผ้า, เทรนด์, แฟชั่น

Promod ฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2009

 

อัพเดท เทรนด์ แฟชั่น ต้อนรับ ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว 2009 กับ Promod
เน้นโทนสีเข้มขึ้น เพิ่มความพริ้วไหวในตัวผ้า

 

+ 80 (City)
     เสื้อโอเวอร์ไซส์เนื้อผ้าพริ้วลื่น ใส่กับเล๊กกิ้ง เสื้อไหล่ตก เสื้อทรงกลม และเสื้อทรงปีกค้างคาว ลายพิมพ์ใหญ่ ๆ และลายสีตัดกันแบบเรขาคณิต โทนสีจะเป็นสีดำใสกับชมพูเข้ม ม่วง และน้ำเงินอมเขียว

+ Jacket Attitude (City)
     เสื้อแจ๊คเก็ตสูทแบบผู้ชายเป็นเสื้อผ้าชิ้นสำคัญที่ต้องมีไว้ในตู้เสื้อผ้า เล่นลายกราฟฟิคใส่กับเสื้อเชิร์ตขาวหรือเสื้อสีสดสำหรับลุ๊คสาวทำงาน และใส่กับเสื้อท่อนบนที่มีระบาย
สำหรับลุ๊คที่ดูสบาย ๆ ชุดเดรสสั้นเข้ารูปสีดำและแจ็คเก็ตแนวชาแนลจะกลับมาฮิตอีกครั้ง โทนสีหลักคือสีดำ ใส่กับสีขาวลายกราฟฟิค และสีน้ำเงินอมเขียว

+ Glam Rock (Leisure)
     เป็นลุคแบบกรันจ์ร์อค ที่ถูกแปลงให้ดูมีเสน่ห์และมีความเป็นผู้หญิง จับคู่เล๊กกิ้งกับเสื้อท่อนบนที่ดูสะดุดตาด้วยเลื่อม ลายพ่นสเปรย์บนผนัง ลายสาดสี ลายหน้าคน เสื้อแจ็ก
เก็ตแบบนักซิ่งมอเตอร์ไซค์เป็นชิ้นเด่นที่ขาดไม่ได้ โทนสีหลักคือสีดำและเทาหลายเฉดไปจนถึงสีขาว แต้มด้วยโทนสีเงินเมทัลลิก

+ Soft Seduction (City)
     เป็นลุคที่ดูผู้หญิงสุด ๆ ด้วยเนื้อผ้าที่บางเบา ละเอียดอ่อน มีชุดเดรสกระจุ๋มกระจิ๋มเป็นชุดเด่น ที่ดูสวยน่ารักด้วยผ้าระบาย ผ้าลูกไม้ ลวดลายพับแบบโอริกามิ เสื้อผ้าบางชิ้น
เมื่อใส่กับแจ๊กเก็ตดำจะดูหรูมาก ผ้าถักไหมพรมเนื้อหนาใส่กับเนื้อผ้าบางเบาให้อารมณ์ขัดแย้งอย่างลงตัว โทนสีที่ใช้คือขาวหม่นหรือชมพูหม่นใส่กับดำหรือเทา บางครั้งก็แซมด้วยสีเขียวมรกต

+ Tundra (City)
     การเดินทางไปสู่ดินแดนตะวันออก ที่ขรุขระกันดาร เสื้อผ้าอบอุ่นหลายชั้น กางเกงทรงท่อนบนโคร่งแต่ปลายแคบ และกระโปรงแนวโฟล์กใส่กับเสื้อหรือชุดเดรสเนื้อผ้าโปร่ง
บางเบาพิมพ์ลายแบบ พื้นเมือง ขนเฟอร์สังเคราะห์และสีทองหม่น ช่วยเสริมลุ๊คให้ดูสมบูรณ์ โทนสีหลักคือน้ำตาลเทา น้ำเงิน แดงหม่น และดำ

women.mthai


5 ข้อ ควรระวัง ในการ ช้อปปิ้ง ออนไลน์

October 11th, 2009 by womenblogs

5 ข้อ ควรระวัง ในการ ช้อปปิ้ง ออนไลน์ 

 

 

  
 ช้อปปิ้ง ออนไลน์

 

 

 

     ในยุคนี้ คนไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ กับ อินเทอร์เน็ต มากขึ้นและสามารถอำนวยความสะดวกสบายให้กับท่านได้ คนไทยส่วนใหญ่จึงนิยมซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น แต่เมื่อมีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสียด้วยเช่นกัน

 

     เชื่อหรือไม่ว่า “คนไทย” ได้ชื่อว่ามีพฤติกรรมซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์มากที่สุดในโลก ซึ่งจากข้อมูลของเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ชื่อดัง “อีเบย์” ระบุว่าคนไทย มีดีเอ็นเอการช้อปปิ้งอยู่ในตัว โดยจะเห็นได้จากอัตราการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านอีเบย์สูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากคนฮอ่งกง และสหรัฐอเมริกา

 

      ทว่า การซื้อสินค้าออนไลน์ ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัว นักช้อปเองก็จำเป็นต้องใส่ใจและระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยไว้ให้มาก เพราะแม้ว่าการช้อปปิ้งออนไลน์ จะดีในแง่สะดวกรวดเร็ว และประหยัดเวลา

 
      แต่ผู้ใช้หลายคนก็ยังไม่ตระหนักถุงภัยร้ายที่จะตามมากับการซื้อสินค้าออนไลน์ ดังนั้นจึงขอเสนอข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ให้นักช้อปออนไลน์ไว้ 5 ประการเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการช้อปปิ้งออนไลน์ ดังต่อไปนี้

 

  1. ตรวจสอบระบบผ่าน เพราะถึงแม้จะมีรูปกุญแจปรากฏที่ด้านล่างของบราวเซอร์ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย สำหรับการเข้าหน้าเว็บไซต์ที่ต้องใส่ชื่อ ข้อมูลส่วนตัว รวมทั้งข้อมูลบัตรเครดิตของคุณ ขอให้แน่ใจว่า URL Address ในหน้านั้นต้องทำผ่านหรือเป็น Address ที่ขึ้นต้นด้วย https เท่านั้น

         ในกรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์นั้นๆ ท่านสามารถดับเบิลคลิ๊กที่ไอคอนรูปกุญแจที่ด้านล่างของเบราเซอร์เพื่อเพื่อดูว่าเว็บนั้นๆ มีรายละเอียดเกี่ยวกับประกาศนียบัตรทางด้านความปลอดภัย (Security Certificate) หรือไม่และประกาศนียบัตรนั้นเป็นของเว็บไซต์นั้นจริงหรือเปล่า

 

  2. ไม่ใช้บัตรเดบิต ในการซื้อของผ่านทางออนไลน์ การใช้บัตรเครดิตจะมีข้อได้เปรียบกว่าการใช้บัตรแดบิตโดยที่เจ้าของบัตร สามารถร้องเรียนกับทางธนาคารเจ้าของบัตรได้ในกรณีที่พบรายการผิดปกติในใบ แจ้งยอดประจำเดือนนั้น และสามารถจัดการกับรายการผิดปกตินั้น ก่อนการการำธุรกรรมใดๆ ก็ตาม จะเป็นการหักเงินจากบัญชีทันทีซึ่งการร้องเรียนกับธนาคารเจ้าของบัตรในกรณี ที่มีการพบรายการผิดปกติจะทำได้ยากกว่า

 

  3. อย่าคลิก Link ที่มากับอีเมล เพราะอีกเมลที่ดูเหมือนว่าจะส่งมาจากร้านค้าออนไลน์ ในช่วงใกล้เทศกาลสำคัญ หรือจากการทำโปรโมชั่นต่างๆ ท่านอาจได้รับอีเมลมากมายที่ชักชวนให้จับจ่ายซื้อของผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ท่านอาจได้รับอีเมลมากมายที่ชวนให้จับจ่ายซื้อของผ่านเว็บไซต์ต่างๆ แต่สิ่งที่สำคัญคือท่านจะทราบได้อย่างไรว่า อีเมลนั้นส่งมาจากร้านค้าที่มีตัวตนจริง หรือเป็นอีเมลปลอมกันแน่

      ดังนั้น หากท่านต้องการเข้าเว็บไซต์จาก link ที่แนบมากับอีเมลขอแนะนำให้เปิดบราวเซอร์ขึ้นมาใหม่ และเอา URL Address นั้นมพิมพ์ที่ชิ่งใส่ URL ด้วยตนเอง แต่ในกรณีที่ URL Address ยาวมาก และท่านไม่มีเวลา อาจใช้วิธีพิมพ์โดเมนเนมของเว็บไซต์นั้น และคลิกที่ link ที่ท่านต้องการจะเข้าจากหน้า Home ของเว็บไซต์นั้นๆ แทน

 

  4. อย่าไว้ใจอะไรง่ายๆ ถ้าท่านเริ่มไม่ไว้ใจเว็บไซต์นั้นๆ ที่เข้าไปเยี่ยมชมหรือเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลกับข้อเสนอที่ให้มา ให้เปลี่ยนไปเข้าเว็บอื่นแทนจะดีกว่า เพราะท่านอาจจะถูกหลอกกับข้อเสนอที่ดีเกินความเป็นจริงหรือโดนเว็บนั้นแอบทำมิดีมิร้าย เช่น แอบเอามัลแวร์ (Malware) มาลงกับเครื่องของท่านผ่านทางบราวเซอร์ โดยทีทท่านไม่รู้ตัวก็เป็นได้

 

  5. ระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลที่ว่า โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับการจ่ายเงิน โดยปกติข้อมูลที่เกี่ยวกับการจ่ายเงิน โดยปกติข้อมูลที่เว็บไซต์ช้อปปิ้งทั่วไปต้องการจากท่าน ก็จะเป็นแค่ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ที่จะจัดส่งใบแจ้งหนี้ หมายเลขบัตรเครดิต วันหมดอายุของบัตร และโค้ด CCV2 ด้านหลังบัตร นอกจากนี้ บางเว็บไซต์อาจต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เช่น อีเมลแอดเดรส หรือเบอร์โทรศัพท์ของท่าน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการการจัดส่งของ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ท่านจะให้ข้อมูลดังกล่าวควรตรวจสอบในเงื่อนไขว่าเว็บไซต์นั้นจะเก็บข้อมูลส่วนตัวของท่านเป็นความลับหรือไม่

      นอกจากข้อมูลต่างๆ เหล่านี้แล้ว ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องให้ข้อมูลอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นรหัสส่วนตัวของบัตร (PIN) หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพราะเว็บไซต์ที่ทำธุรกิจอย่างถุกต้อง จะไม่ถามข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ หากท่านพบเว็บไซต์ต่างๆ ที่ถามข้อมูลเกินพอดีเหล่านี้ ให้หยุดการทำธุรกรรมกับเว็บไซต์นั้นทันที และแจ้งธนาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับทราบ

women.mthai

แต่งตัวคิกขุ @ Kit-bit-s เชียงใหม่

October 11th, 2009 by womenblogs

 

แต่งตัวคิกขุ @ Kit-bit-s เชียงใหม่

Kit-bit-s เชียงใหม่

 

 


     พูดกันจนเบื่อเรื่องเศรษฐกิจตกสะเก็ด แต่ก็เป็นประเด็นฮอตไม่เลิก สำหรับคนทำธุรกิจ ยิ่งธุรกิจเสื้อผ้าเล็กๆ (แต่น่ารัก)
จะว่ายทวนกระแสเชี่ยวกราดนี้ได้ยังไง? สามใบเถาเจ้าของร้าน Kit-bit-s กับเสื้อผ้าสตรีทแวร์กุ๊กกิ๊กคิกขุ ร้านดังของเชียงใหม่ เปิดใจให้ฟังถึงการทำธุรกิจในช่วงนี้

     แม้จะเปิดตัวมาได้เพียง 3 ปี แต่แบรนด์น่ารักแบรนด์นี้ก็มีแฟนคลับมากขึ้นเรื่อยๆ และเพิ่งขยับขยายเปิดสาขาสองบนถนนนิมมานเหมินทร์ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา กุง - วันดี โพธิสง่า น้องคนกลางผู้ดูแลสาขาใหม่อัพเดทให้ฟังว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาถึงสงกรานต์คนมาเที่ยวเยอะเหมือนเดิม แต่คนซื้อน้อยลง หรือถ้าซื้อก็จะเลือกซื้อของชิ้นเล็กชิ้นน้อยในร้านแทน ลูกค้าขาจรลดลงเยอะ แต่ขาประจำยังแน่นหนาเหมือนเดิม ซึ่งแน่นอนว่าได้รับผลกระทบมาจากสภาพเศรษฐกิจตอนนี้

     “เราก็มีการปรับตัวนะ อย่างตอนนี้ก็จะมีเสื้อรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ผ้าดีเหมือนเดิมเพียงแต่เป็นของในประเทศแทน หรือเลือกผ้าสีพื้นมาทำมากขึ้นเพื่อให้ต้นทุนถูกลง จากแต่เดิมที่เราจะใช้แต่ผ้าอิมพอร์ตจากญี่ปุ่น ลายน่ารักๆ เราก็ลดลงมาแทนที่จะใช้ผ้าระดับบนสุดก็ลดลงมาหน่อย แล้วก็หันมาเพิ่มลูกเล่นในการตัดเย็บอย่างตีเกล็ด ทำระบายเยอะขึ้น เน้นดีเทลมากขึ้น”

Kit-bit-s เชียงใหม่

 

 


     ปกติที่ร้านจะสั่งตัดเสื้อผ้าใหม่อาทิตย์ละ 20 ตัว เฉลี่ยวางขาย 100 ตัวต่อเดือน แต่ละแบบจะมีการเย็บเพียง 5 ตัว ทางร้านเก็บไว้ 1 ตัว เท่ากับว่ามีขายแบบละ 4 ตัวเท่านั้น นอกจากที่ขายดิบขายดีจริงๆ จึงจะมีการรีเมค ยอดขายต่อเดือนในแต่ละสาขาอยู่ที่ประมาณ1 แสน หรือมากกว่านั้นในช่วงเทศกาล ซึ่งทุกวันนี้ทางร้านก็ยังคงยอดขายระดับเดิมไว้ได้ เพียงแต่ในหน้าเทศกาลก็อาจจะไม่ได้ยอกเท่าเดิม

     “ร้านเราก็ยังไม่ถึงกับแย่ เพราะคนที่ชอบแนวนี้ หรือลูกค้าประจำก็ยังมาอยู่ แล้วส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในวัยเริ่มทำงานถึงอายุสัก 30 เขาก็มีกำลังซื้อ แต่จริงๆ ที่ร้านเรามีเด็กๆ มากรี๊ดเยอะนะ ดูแล้วชอบแต่เขาก็ยังไม่มีกำลังซื้อพอ”

     เห็นเสื้อผ้าหน้าตาคิกขุแบบนี้ แต่สามพี่น้องก็ทำงานกันเป็นระบบกว่าจะได้ออกมาแต่ละตัว โดยแบ่งหน้าที่กันคร่าวๆ คือ ถ้าเป็นงานออกแบบทั้งหมดจะช่วยกันคิด นอกเหนือไปจากนี้กุงจะรับหน้าที่ดูแลร้านสาขา 2 ทุกวันไม่มีวันหยุด พร้อมทั้งอัพเดทและตอบคำถามในบล็อก (http://kit-bit-s.blogspot.com) อันเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่พวกเธอใช้สื่อสารกับลูกค้า ส่วน ฮุ้ง-วาสนา กิตติกุล พี่สาวคนโตรับหน้าที่ดูแลร้านสาขาแรก ประสานงานกับช่างตัดเสื้อและดูแลการซื้อขายใน www.kitbits.etsy.com

อันเป็นเวบขายของแฮนด์เมดที่เพิ่งชิมลางวางขายไปได้ไม่นาน และ เล็ก - วารี โพธิสง่า น้องคนสุดท้องที่รับหน้าที่ดูแลร้านในวันเสาร์ - อาทิตย์และคุยเรื่องแบบกับช่างแพทเทิร์น
 women.mthai

รองเท้าแตะ พวงองุ่น

October 11th, 2009 by womenblogs


รองเท้าแตะ พวงองุ่น

    
     รองเท้าแตะ
พวงองุ่น
  เทรนด์ใหม่ของสาวเกาหลี  ที่สาวกแฟชั่นเกาหลีห้ามพลาดเด็ดขาด  ตอนนี้กำลังอินมากๆ  เห็นสาวๆ วง Girls’ Generation ใส่กันทุกคน เลยอยากใส่แอ๊บน่ารักบ้างจัง อิอิ…   แต่แอบได้ยินมาว่า ราคาก็ไม่ใช่น้อยๆ นะคะ  ประมาณ 1,200 บาท  โอ้… นี่แค่ รองเท้าแตะ นะเนี่ย…  สาวๆ สู้ราคาไหวมั้ยเอ่ย…

 รองเท้าแตะ พวงองุ่น

รองเท้าแตะ พวงองุ่น

รองเท้าแตะ พวงองุ่น

รองเท้าแตะ พวงองุ่น

รองเท้าแตะ พวงองุ่น

รองเท้าแตะ พวงองุ่น

รองเท้าแตะ พวงองุ่น

รองเท้าแตะ พวงองุ่น

รองเท้าแตะ พวงองุ่น

รองเท้าแตะ พวงองุ่น

รองเท้าแตะ พวงองุ่น

รองเท้าแตะ พวงองุ่น
 women.mthai

วิกผม แฟชั่น มาแรง!!

October 11th, 2009 by womenblogs


วิกผม แฟชั่น มาแรง!!
สวย - หล่อ แบบสั่งได้

วิกผม

วิกผมสั้น ระดับคาง

 

 

 

 

 


     แฟชั่นบิ๊กอายยังไม่ทันจางหาย แฟชั่นล็อตใหม่ที่มาแรงโดนใจวัยโจ๋ในชั่วโมงนี้คงต้องยกให้  ”วิกผม”  อย่าเพิ่งแปลกใจว่าทำไมแค่  “วิกผม”  ธรรมดา จะกลายมาเป็นแฟชั่นฮิตได้ แต่วิกผมที่ว่านี้มีหลากหลายทรง หลากหลายแบบ ที่วัยรุ่นบ้านเราจับจองเป็นเครื่องประดับอีกชิ้นในร่างกายแล้ว

    

 

หน้าม้า ทรงบ๊อบ สไลด์ปาดหน้าสไตล์ญี่ปุ่น สไตล์เกาหลี เรียกได้ว่าแต่ละทรงสามารถเนรมิตให้วัยรุ่น วัยโจ๋ สวย หล่อได้เพียงชั่วพริบตา

วิกผม

วิกผมยาว แบบดัดลอนใหญ่


    

 

“โฟน”  วันวิสา เชื้อเหล่าวานิช อายุ 28 ปี เจ้าของร้านสวีทตี้วิกผม บอกว่า เปิดร้านมาเกือบ 1 ปี คนไทยซื้อวิกผมเยอะมาก จากวันละ 1-2 วิก มาเป็น 7-8 วิกต่อวัน ถือว่าขายดีมาก และที่ทำกิจการขายวิกผม เพราะส่วนตัวชอบเปลี่ยนทรงผมด้วย แต่ไม่อยากให้ผมตัวเองเสีย ถ้าตัดก็เสียดายผมอีก จึงซื้อวิกมาใส่ รู้สึกสะดวกสบายมาก จึงลองมาเปิดร้านของตัวเอง ทำให้รู้ว่าวิกผมขายดีมากๆ

วิกผม

วิกผมสั้น ระดับคอ


    

 

ส่วนเหตุผลที่วิกผมแฟชั่นขายดีนั้น “โฟน” บอกว่า แฟชั่นเป็นสิ่งที่ไม่ตายตัว ยิ่งมีมากเท่าไร คนก็ยิ่งบริโภคมากเท่านั้น และวิกผมเป็นอีกทางเลือกของคนที่รักผม เสียดายผม แต่อยากทำผมเหมือนแฟชั่นที่กำลังฮิตๆ กัน บางคนอยากทำสีผม แต่ไม่รู้ว่าทำสีอะไรแล้วเข้ากับหน้าตัวเอง รวมทั้งไม่อยากให้ผมตัวเองเสีย ไม่อยากตัดผม ไม่อยากเสียเวลา จึงซื้อวิกผมมาใส่ เพราะสะดวกมีให้เลือกหลายทรง

วิกผม

วิกผมยาวตรง แบบหน้าม้าตรง


    

 

ส่วนคอลเลคชั่นวิกผมนั้น “โฟน” บอกด้วยว่า วิกผมมีกว่า 100 แบบ มีหลายทรงหลายแบบ ทั้งแบบผมสั้นประบ่า ผมบ๊อบสั้น หน้าม้าปาดข้าง ผมตรงยาวระดับอก หรือยาวงุ้ม ผมดัดลอนเล็ก ลอนใหญ่ และแบบสีต่างๆ อย่างเด็กนักเรียนผู้ชายอายุ 16-21 ปี ก็ซื้อวิกผมกันมากขึ้น เพราะตอนเรียนต้องตัดผมเกรียนเวลาแต่งตัวรู้สึกว่าไม่เข้ากัน จึงนิยมวิกผมทรงเกาหลี ผมปาด สไลด์ ส่วนผู้หญิงชอบผมแบบลุคเกาหลี ผมพองๆเหมือนตุ๊กตา ส่วน การเลือกวิกผมนั้น ต้องดูสีผิวตัวเองด้วย ถ้าผิวขาวอมชมพูสามารถสวมวิกผมได้ทุกสี ถ้าผิวขาวอมเหลืองให้ดูที่สีตา เลือกสีให้เข้ากับตา

วิกผม

วิกผมยาวตรง แบบหน้าม้าปาด


    

 

“คนไทยชอบซื้อผมลอนใหญ่มากที่สุด โดยเฉพาะวัย 30 ขึ้นไป เพราะอยากทำสี อยากดัด แต่ไม่กล้าทำ กลัวผมเสีย แต่ถ้าวิกผมในร้านยังไม่โดนใจก็สามารถสั่งทำได้ โดยระบุรายละเอียดของสีผม ทรงผมให้ชัดเจนเพื่อให้มั่นใจเวลาสวมใส่ การดูแลรักษา ห้ามไดร ห้ามหนีบ แต่วิกผมดัด สามารถใช้เครื่องดัดได้ หรือใส่มูส เจลแต่งผมได้ ส่วนอายุของวิกผม ถ้าใส่ทุกวันจะอยู่ได้ 2 เดือน ถ้าใส่อาทิตย์ละ 3-4 วันจะอยู่ได้ถึง 6 เดือน สามารถสังเกตได้จากเส้นผมจะหยิก เริ่มพันกัน นั่นคือหมดอายุแล้ว” โฟนอธิบาย

 women.mthai

น่ารักน่าใช้ตามสไตล์ ฐัชยา ยรรยง

October 11th, 2009 by womenblogs

 

น่ารักน่าใช้ตามสไตล์  ฐัชยา ยรรยง

ฐัชยา ยรรยง

     ใครๆ ก็สะดุดตารอยยิ้มกับคาแร็กเตอร์สดใส ของสาวน้อยวัย 19 สาวน้อยผู้มากความสามารถ น้ำฝน-รัฐยา ยรรยง ที่เพิ่งก้าวเข้าไปเป็นนิสิตใหม่หมาดๆ ของรั้วจุฬาฯ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เธอเป็นอนาคตลูกไม้ใต้ต้นของคุณแม่นักธุรกิจหญิงเก่ง วรพรรณ ยรรยง  นักบริหารการตลาดแห่งบริษัท แบลคมอร์ส จำกัด (ประเทศไทย) ในเวลาว่างจากการทุ่มเทให้การเรียนด้านบัญชี เธอจึงมีงานอดิเรกคือ พักผ่อน เล่นกีฬา และช้อปปิ้ง แต่เคล็ดลับการช้อปของเธอไม่ได้อยู่ที่ของแบรนด์หรูอย่างเดียวเสมอไป หากแต่สาวน้อยรู้จักซื้อ รู้จักคิด รู้จักใช้ ตามสไตล์ของตัวเอง

01 สร้อยคอรูปดาว
     เป็นสร้อยคอที่ใส่ติดตัวเป็นประจำค่ะ เส้นนี้  คุณแม่ซื้อให้ ที่จริงแล้วจะใส่เข้ากับต่างหูคู่หนึ่งเป็นประจำ แบบจะคล้ายๆ กัน แล้วสร้อยเส้นนี้ก็จะสามารถใส่ได้หลายโอกาส ทำให้เราดูดีกว่าไปใส่คอสตูมจิวเวลรี่ที่บางทีอาจจะซื้อมาแพง แต่ก็จะใส่ได้มีกี่ครั้งเพราะแฟชั่นจะเปลี่ยนไปเร็ว น้ำฝนคิดว่าซื้อและเลือกใช้ในสิ่งที่คุ้มค่าดีกว่า

02 นาฬิกาสีเลมอน
     นาฬิกาเรือนนี้ของ Baby G ค่ะ สีสันสวยมาก แบบสปอร์ต มีกลไกหลายอย่าง จับเวลาก็ได้ ใช้แล้วคุ้ม อีกอย่างคือจะเป็นแบรนด์ที่ชอบ แล้วคิดว่าใส่ได้บ่อยด้วยก็เลยตัดสินใจเลือกเรือนนี้

03 เสื้อโปโล-เสื้อยืด
     เสื้อผ้าใส่สบายๆ ตามสไตล์วัยรุ่น แต่การจะใส่อะไรเราก็ควรเลือกให้ตรงกับโอกาสด้วยวันว่าง ไปเดินเล่นกับเพื่อน ปกติจะ
ว่าเราจะไปไหนค่ะ อย่างเสื้อโปโลตัวนี้ก็เป็นเสื้อเลข 9 รายได้ส่วนหนึ่งเขาจะนำไปเป็นการกุศลถวายแด่ในหลวงด้วย เอาไว้ใส่เวลาใส่คู่กับกระโปรง และสีที่ชอบก็คือ ดำ ชมพู ส้มค่ะ

04 อาหารเสริมช่วยสุขภาพ
     เป็นคนที่ใส่ใจเรื่องของสุขภาพและเรื่องของผิวพรรณมากค่ะ สำหรับ Blackmores Radiance Marine Q10 ขวดนี้กินเป็นประจำทุกวันค่ะ คุณแม่ ให้มากินอีกเช่นกัน น้ำฝนว่ากินแล้วก็ช่วยในเรื่องทำให้สุขภาพแข็งแรง อย่างเราอ่านหนังสือเรียนดึก เครียด นอนดึก ก็จะทำให้ผิวเราดูสดใส หน้าไม่หมองด้วยค่ะ

05 ครีมคู่กาย
     น้ำฝนจะติดกลิ่นหอมๆ ของครีมบำรุงผิวหลอดนี้มาก Honey Do, Body Drink Lotion 
ของวิคตอเรีย ซีเคร็ท รู้สึกชอบที่กลิ่นซึ่งออกแนวเหมือนแคนตาลูป พอได้สัมผัสหรือดมทีไรจะรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ก็เลยต้องพกใส่กระเป๋าติดตัวไว้ตลอดเวลา

06 ชาเขียวปั่น
     เป็นเครื่องดื่มที่ชอบดื่มค่ะหวาน หอม เย็น และรสชาติก็อร่อย เวลาไปเดินเล่นที่พารากอน กับเพื่อนๆ ก็จะแวะไปที่ร้านนี้ Chaho ดื่มชาเขียวก็จะดีต่อสุขภาพมากกว่ากาแฟด้วยนะคะ

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

     น้ำฝนจะไม่ยึดติดกับสินค้าแบรนด์เนมอย่างเดียว ปกติก่อนตัดสินใจซื้อก็ต้องดูที่ดีไซน์ คุณภาพของสินค้า และก็ราคาด้วย ของที่ชอบซื้อส่วนใหญ่เป็นพวก กระเป๋า รองเท้า และเสื้อผ้า สถานที่แหล่งช้อปส่วนใหญ่ก็ไปได้หมดค่ะ เช่น สยามสแควร์ สยามพารากอน จตุจักร และแพลทตินั่ม ก็ยังไปได้ ฝนคิดว่าแบรนด์ดีก็ส่วนหนึ่ง แต่สำคัญอยู่ที่การรู้จักเลือกของเรามากกว่า

ตุ๊กตาบลายธ์ ของเล่นวินเทจ

October 11th, 2009 by womenblogs


ตุ๊กตาบลายธ์ ของเล่นวินเทจ
Blythe The Mini-Me Collection

     ใครที่เคยดูหนังรางวัลอารมณ์ขันเรื่อง Emily คงนึกออกถึงภาพของสาวน้อยผู้เกิดมาพร้อมกับการสร้างความสุขให้คนรอบข้าง ได้นำตุ๊กตาที่เคยถูกวางจนมอสเกาะในสวน ไม้ปัดทำความสะอาด แล้วเอามันไปถ่ายรูปในสถานที่ต่างๆ เหมือนมันได้ฟื้นคืนชีพ จะว่าไปแล้ว Blythe เองก็มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่มาด้วย วิธีการนี้เช่นกัน ก่อนที่มันจะเป็นที่รักใคร่และมีสนนราคาสูงเป็นจำนวนหลายหมื่น หรือถึงแสนบาทในบางรุ่น มันเคยถูกกลัว ถูกรังเกียจ และหลับไปหลายสิบปีทีเดียว และนี่คือเรื่องราวของสาวสวยหัวโตตาใหญ่ที่ใครๆ กำลังคลั่งไคล้ หลายคนเรียกมันว่า Mini-Me คือ ‘ฉันในแบบย่อมๆ’ ทำไม และอะไรคือสายสัมพันธ์นั้น ค้นหาได้จากเรื่องราวที่เรานำเสนอ

What When Where Why

She’s Born …  Blythe ไบลธ์ หรือ บลายธ์ คือ ตุ๊กตาวินเทจ ที่ออกแบบขึ้นในปี 1972 โดย Kenner โรงงานผลิตของเล่นที่ต้องการสร้างตุ๊กตาที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากตุ๊กตาแบบอื่นๆ เธอจึงมีดวงตากลมโตที่สามารถเปลี่ยนได้ 4 สีทั้ง เขียว ชมพู ส้ม และน้ำเงิน เพียงแค่ดึงห่วงที่อยู่หลังศีรษะ แต่มันกลับทำให้เด็กหวาดกลัว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Blythe ไม่เป็นที่นิยมจนมีเหตุให้ต้องปิดตัวลงหลังจากที่ออกวางขายในตลาดได้แค่เพียง 1 ปีเท่านั้น

     ต่อมา หลังจากที่เพื่อนสนิทของ Gina Garan (โปรดิวเซอร์สาวชาวอเมริกัน) ได้มอบตุ๊กตา Blythe เป็นของขวัญให้ เธอก็ตกหลุมรักมันเข้าอย่างจัง Gina เริ่มพามันเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เกือบทุกมุมโลก ขณะเดียวกัน เธอก็เริ่มฝึกถ่ายภาพ โดยมี Blythe บันทึกการเดินทางกว่า 100 รูป และเมื่อมันถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือรวมภาพ ชื่อ ‘This is Blythe’ รวมถึงหนังสือ Firecracker Alternative Book แค่ยอดขายหนังสือก็ปาเข้าไปถึง 100,000 เล่มในปี 2001 นั่นทำให้นิทรรศการแสดงภาพถ่ายของเธอได้รับการยอมรับและโด่งดังไปทั่วโลก ภายใต้ชื่อ Gina’s Gallery แต่แม้กระนั้น ปรากฏการณ์นี้ก็ทำได้เพียงกระตุ้นให้ Blythe ที่หลับสนิทแค่กะพริบดวงตาเท่านั้น จนในปีเดียวกันนั้น Hasbro ผู้สืบทอดกิจการจาก Kenner ได้มอบลิขสิทธิ์การผลิตตุ๊กตาให้กับบริษัท Takara ประเทศญี่ปุ่น Blythe ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่น จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา TV ให้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Parco นั่นแหละ Blythe จึงกลับมามีชีวิตอย่างยิ่งใหญ่เพียงชั่วข้ามคืนด้วยกระแสยอดนิยม พร้อมกันนี้ Takara ได้รับหน้าที่แปลงโฉม Blythe ให้ดูโดดเด่นขึ้นด้วยขนาดตัว 11 นิ้ว พร้อมกับชื่อใหม่ว่า ‘Neo Blythes’ และนับแต่นั้นมา ก็มีคอลเลกชั่นต่างๆ ของ Neo Blythes เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Blythe ตัวแรก ‘Parco Limited Edition’ (1,000 ตัว) ที่ขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ตามมาด้วยคอลเลกชั่นอื่นๆ รวมถึง Miss Anniversary Blythe ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นพิเศษที่ทำขึ้นเพื่อเป็นการฉลองวันเกิดครบรอบ 1 ปีของ Neo Blythes พร้อมเซอร์ไพรส์เหล่านักสะสมตุ๊กตาทั้งหลายด้วยการเปิดตัว Blythe บอดี้ใหม่นามว่า ‘Petite Blythe’ ที่เล็กกะทัดรัดเพียง 4 1/2 นิ้ว แม้ว่าจะมีสีตาให้เลือกเพียงสีเดียว แต่มันสามารถขยับเปลือกตาขึ้น-ลงได้พร้อมๆ กับการดัดส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เหมือนการเคลื่อนไหวของมนุษย์ ปิดท้ายด้วยการเปิดตัว ‘Blythe Belle’ ตุ๊กตาพีวีซีที่จำลองและย่อส่วนขนาดของ Blythe ให้เหลือเพียงแค่ 3 นิ้ว

     ทุกวันนี้ Blythe ได้รับความนิยมถึงขีดสุดโดยเฉพาะในเมืองไทย เซเลบริตี้หลายคน และกลุ่มสาวไฮโซต่างก็มีมันในครอบครองจนเป็นกระแสให้คนทั่วไปได้รู้จัก สนใจ และมีมันในครอบครอง

 

+Qconceptstore ชั้น 3 สยามพารากอน
     Official Blythe Shop ของสาวชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต ที่หลบแสงไฟโชกโชนจากละคร มาเปิดร้านเอาใจนักสะสมตุ๊กตา Blythe ตกแต่งในสไตล์วิลเทจ ภายในร้านมีตุ๊กตา Blythe รุ่น Limited Edition และรุ่นอื่นๆ  อีกมากมาย รวมถึง Accessories for Blythe และ Stationery ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสมุดโน้ต, สมุดภาพ, การ์ด ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดีๆ ให้กับสมาชิกได้ร่วมสนุกอีกมากมายตลอดปี โทร. 0-2610-9540


+88 ซอยสุขุมวิท 49 ข้างโรงพยาบาล ฟัน คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-2260-5050
     นิตติ้งคาเฟ่แห่งแรกของเมืองไทย นอกจากจะมีไหมพรมคุณภาพดีหลากสีหลายแบบ นำเข้าจากประเทศชั้นนำด้านไหมพรม มาให้เลือกกว่า 5,000 แบบ ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมพลคนรักการถักทั้ง Kniting และ Crochet แถมทางร้านยังคอยให้คำแนะนำในการเลือกซื้อไหมพรม อุปกรณ์ รวมถึงการสอนถักนิตติ้ง ตั้งแต่ระดับเบื้องต้นไปจนถึงขั้นสูงโดยอาจารย์ชาวญี่ปุ่นผู้เชี่ยวชาญ แน่นอนว่าชุดสวยของ Blythe ก็เป็นหนึ่งในการเรียนการสอน ที่สำคัญคุณสามารถถักชุดได้ทั้งวันไม่มีเบื่อด้วยบริการมากมายทั้งศูนย์อาหาร และ Handmade Shopping ในบรรยากาศวินเทจสีขาว

women.mthai

จิมมี่ ชู เต็มที่กับชีวิตแบบพั๊งค์ๆ

October 11th, 2009 by womenblogs

 

จิมมี่ ชู เต็มที่กับชีวิตแบบพั๊งค์ๆ

jimmy-choo จิมมี่-ชู

 

     ซีซั่นนี้ จิมมี่ ชู ขอกระโดดเข้าสู่ยุคเริ่มต้นของพั้งค์  ในช่วงเวลาที่  Siouxsie Sioux  และ  Debbie Harry  นักร้องอังกฤษกำลังมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมพั้งค์เป็นอย่างมาก พวกเขาทำให้ยุคสมัยของ anarchic spirit เปลี่ยนสู่ลุคใหม่ ในอารมณ์ luxury ด้วยสตั๊ด, การตรึงด้วยหมุด, เสื้อโค้ทที่มีชายหลังยาว, เสือดาว, ตาข่าย และหนังงูเงามัน ซึ่งให้ลุคที่ขัดแย้งกัน ในคอลล็กชั่นที่ sexual มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยของที่จะทำให้พวก exhibitionist แปลกใจ

 

พร้อมนำเทคนิคการใช้ชิ้นส่วนมาประกบคู่ที่ยอดเยี่ยม ให้ความรู้สึกถึงพลังที่เอ่อล้นของพั้งค์ ทุกๆปัจจัยตั้งแต่ลายละเอียดปลีกย่อยอย่าง ชิ้นส่วนที่ทำด้วยโลหะและลายพิมพ์ ล้วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน

     สไตล์แห่งพั้งค์ นั้นเหมาะสำหรับสวมใส่ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน อย่างกระเป๋าใบใหญ่เนื้อที่มากเช่น ODETTE ที่มีสายหนังแบบหนาโอบกอดอยู่และมีเหล็กทรงวงแหวนเป็นที่ยึดสายทำให้ดูทันสมัยเก๋ไก๋ในแบบของ Bondage chic มาพร้อมกับรองเท้า KARINA ที่เป็นตาข่ายดำขอบหนังลูกวัวตกแต่งด้วยมุด ให้ความรู้สึกถึงการผูกมัดรวมเป็นส่วนหนึ่งกับเท้าเมื่อสวมใส่

     BLYTHE กระเป๋าหนังลูกวัวที่มีดับเบิลซิป ประดับด้วยหัวเข็มขัดบัคเคิลและสายหนังสตั๊ด สไตล์ที่โดดเด่นนี้เข้าคู่กับรองเท้า JAZZ สีชมพูลายเสือดาวที่มีสายหนังแก้วคาดด้านหน้าเท้าได้อย่างลงตัว

jimmy-choo จิมมี่-ชู
   

กระเป๋าคลัตช์  สไตล์คลาสสิคอย่าง TUBE ที่โด่งดัง ถูกนำเสนอในหนังแบบใหม่ เช่น หนังแก้วลายเสือดาว ที่มาในสีแหลือง สีชมพู และสีน้ำตาล กระเป๋าสไตล์ RAMONA ซึ่งเป็นหนึ่งในแบบที่ได้รับความชื่นชอบมากที่สุดของ Jimmy Choo นั้นได้ถูกดัดแปลงโดยการเพิ่มสตั๊ดทรงพีระมิด ในขณะที่ Mary Jane ได้ทำให้รองเท้าสไตล์ KIERAN ดูโดดเด่นขึ้นด้วยหัวที่แหลมปรี๊ด

jimmy-choo จิมมี่-ชู

    

 

ลายพิมพ์หนังสัตว์ และสไตล์หลักอย่างพั้งค์นั้นอยู่ในทุกดีไซน์ของคอลเล็กชั่น ตั้งแต่ลายม้าลายและลายเสือในสีฟ้าที่มีชีวิตชีวา สีชมพูบานเย็น สีแหลือง และสีคลาสสิคอย่างดำและขาว SKY กระเป๋าสะพาย slouchy ทรงเสียวพระจันทร์ที่ตกแต่งด้วยมุดทรงกลมและมุดรูปดาวกระจัดกระจายตามหน้ากระเป๋า สายหนังที่หลากหลายและรองเท้าที่มีซิปที่ส้นสไตล์กราฟฟิกอย่าง KEENAN รองเท้าแพลทฟอร์มมาพร้อมกับสายหนังงูสีแดง เรียกได้ว่าคอลเล็กชั่นนี้ให้ความรู้สึกของค่ำคืนที่สนุกสนานยาวนานไม่มีที่สิ้นสุด

women.mthai

« Previous Entries