ที่สุดคู่รัก’วาเลนไทน์’ เปิดหมดใจ’นุ่น-ต๊อด’
October 13th, 2009 by womenblogs
|
ที่สุดคู่รัก’วาเลนไทน์’ เปิดหมดใจ’นุ่น-ต๊อด’
|
women.mthai
- No Comments »
- Posted in Single
October 13th, 2009 by womenblogs
|
ที่สุดคู่รัก’วาเลนไทน์’ เปิดหมดใจ’นุ่น-ต๊อด’
|
women.mthai
October 13th, 2009 by womenblogs
วิธีแสดงความรัก
ใครที่ต้องการแสดงความรักกับคู่รัก แต่ไม่รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวยังไง
วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีแสดงความรักมาแนะนำ….
คนที่ชอบแสดงออกด้วยการกอดหรือสัมผัสตัวบ่อย ๆ เป็นคนที่หัวสมัยใหม่ กล้าแสดงออก มีความมั่นใจในตัวเองเวลารักใครก็เดินไปบอกเลยว่ารัก โดยไม่กังวลว่าอีกฝ่ายจะรับรักหรือเปล่า เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี ออกจะเอาแต่ใจตัวเล็กน้อย
คนที่ชอบแสดงออกด้วยการกอดหรือสัมผัสตัวบ่อย ๆ เป็นคนที่หัวสมัยใหม่ กล้าแสดงออก มีความมั่นใจในตัวเองเวลารักใครก็เดินไปบอกเลยว่ารัก โดยไม่กังวลว่าอีกฝ่ายจะรับรักหรือเปล่า เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี ออกจะเอาแต่ใจตัวเล็กน้อย
2.ซื้อสิ่งของให้บ่อยๆ
ไม่ว่าจะถูกหรือแพงก็จะซื้อให้ เป็นคนที่เวลารักใครจะสามารถยกทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตให้เขาได้ จึงไม่แปลกที่เวลาเห็นอะไรน่ารัก ๆ จะคิดถึงเขาเสมอ เป็นคนให้ความสำคัญกับคนรอบข้าง ไม่ชอบอยู่ในที่ ๆ คนเยอะ
3.โทรไปหาไม่ขาด
คุณเป็นคนขี้เหงามาก แม้ภายนอกดูเข้มแข็ง แต่ภายในแอบอ่อนไหวมากทีเดียว เวลามีความรักจะทุ่มเทให้อย่างมากมายมหาศาล แถมเป็นคนคิดมาก ละเอียดอ่อนกับชีวิต บางทีก็ไปทางจู้จี้จุกจิกไปหน่อย
4.ชอบพูดให้กำลังใจและห่วงใย
คุณเป็นคนมีจิตใจดี หวังดีต่อคนอื่นเสมอ มีบุคลิกของคนอบอุ่นเป็นผู้ใหญ่ใจดี เป็นคนให้ความสำคัญกับเรื่องของจิตใจ เพราะคุณไม่เคยมองปัญหาของเพื่อนเป็นเรื่องไร้สาระ แต่จะช่วยคิดแก้ปัญหาจนหัวหมุน
5.ชวนไปไหนมาไหนด้วยตลอด
คุณเป็นคนขี้เบื่อ ไม่ชอบหยุดนิ่ง ออกจะไฮเปอร์เล็กน้อย มีบุคลิกคล่องแคล่ว ทำอะไรรวดเร็ว และมักให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกับคนอื่นมาก เรียกว่าเป็นคนสังคมคนหนึ่ง คุณเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี เพื่อนเยอะ แต่ต้องระวังมีคนแอบอิจฉาด้วย
6.แอบทำสิ่งดี ๆ ให้
คุณเป็นคนที่มีจิตใจดีถึงดีมาก เป็นผู้ให้ มีโลกส่วนตัว มองโลกในแง่ดี เป็นคนที่มีความสุขง่ายและอ่อนโยนน่าเข้าใกล้มาก แม้หลายครั้งคุณจะทำสิ่งดี ๆให้คนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ คุณมีรัศมีความสุขบางอย่างที่ดึงดูดคนดี ๆ เข้าหาตัว และทำให้ทุก ๆ คนรักได้
7.หาเรื่องเก๋ ๆ มาเซอร์ไพร์สเสมอ
คุณเป็นคนมีเสน่ห์ เป็นนักวางแผนชั้นเยี่ยม ฉลาดทันคน เป็นคนที่เพื่อนๆ นึกถึงเสมอ เวลามีโครงการไปทำอะไรที่ไหนบางทีคุณอาจจะดูแปลก ๆ เข้าใจยาก แต่เพื่อน ๆ ก็พร้อมใจกันรัก เพราะคุณเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับมิตรภาพ และเป็นคนน่ารักคนหนึ่งเลย
8.ส่งจดหมายหรือส่งข้อความไปหาเป็นประจำ
คุณเป็นคนขี้อาย ขี้กลัว และคิดมาก คิดเยอะ ไม่มีความมั่นใจในตัวเองเท่าไร แต่เป็นคนจิตใจดี ใส่ใจกับความผูกพันมากทีเดียว เป็นคนรักสงบ ไม่ชอบการต่อสู้แย่งชิง ไม่ค่อยทะเยอทะยาน
9.ไม่แสดงออกชัดเจน
คุณเป็นคนลึกลับ เข้าใจยากและขี้กลัว แม้สิ่งที่แสดงออกมาดูเหมือนเป็นคนมั่นใจ แต่ลึก ๆ แล้วเป็นคนอ่อนไหวไม่ต่างจากคนอื่น คุณเป็นคนเงียบ ๆ คิดเยอะ ไม่ค่อยแสดงออก ยกเว้นไม่ไหวจิง ๆ คุณจะหลุดคำพูดที่ทำให้คนรอบข้างอึ้งอยู่บ่อย ๆ คุณเป็นคนฉลาดทันคน ชอบการแข่งขัน มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบการผูกมัดอะไรกับใคร แต่ก็อ่อนไหวกับความรักง่าย ๆ เหมือนกัน
women.mthai
October 13th, 2009 by womenblogs
My Travellers โย่ง-ก้อย
กับผลงานล่าสุดที่มาจากการเดินทางแห่งความสัมพันธ์
บางคนกล่าวไว้ว่าชีวิตคือการเดินทาง อีกบางคนบอกว่า การเดินทางก็คือการใช้ชีวิตอย่างหนึ่ง สำหรับคู่รักคู่นี้ “วลัยลักษณ์ มุสิกโปฏก (ก้อย แซทเทอร์เดย์ เซโกะ) กับ อนุสรณ์ มณีเทศ (โย่ง อาร์มแชร์) ความสัมพันธ์ของเขาและเธอก็เปรียบได้กับการเดินทาง และเป็นการเดินทางอีกนั่นแหละ ที่พวกเขาเลือกใช้สิ่งนี้เพื่อนพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกัน
เมื่อปีกลาย ก้อยและโย่งเดินทางไปฝรั่งเศสกับเยอรมันร่วมกับเพื่อนสนิทกลุ่มเล็กๆ เพื่อค้นหาหลายๆ สิ่ง ทั้งความทรงจำดีๆ ทั้งการเรียนรู้กันและกันในมิติที่ต่างออกไป และการเดินทางไกลครั้งนี้ยังเป็นการเดินทางเพื่อการงานอีกด้วย
ต่อไปนี้คือเรื่องราวของเขาและเธอ กับการเดินทางที่หมายถึงความสัมพันธ์ การเดินทางที่หมายถึงชีวิต และการเดินทางที่หมายถึงการเดินทางจริงๆ
FEBRUARY 2003
ก้อย-โย่ง คือคู่รักนักร้องที่เป็นที่รู้จักคุ้นหน้าตากันดี และเขากับเธอก็ยืนยันหนักแน่นในความสัมพันธ์มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการออกงานด้วยกัน การถ่ายแบบคู่กันในนิตยสาร การร้องเพลงพิเศษคู่กัน หรือกระทั่งการมีเพลงมอบให้กันในอัลบั้มก็ยังเคยมาแล้ว
ย้อนกลับไปราว 6 ปีก่อน โย่ง-นักร้องนำหนุ่มของวงดนตรีบอสซาโนวาป๊อป ชื่อ อาร์มแชร์ ได้พบกับ ก้อย-นักร้องนำสาวจากวงดนตรีป๊อปร็อกเท่ๆ ชื่อ แซทเทอร์เดย์ เซโกะ ในการถ่ายปกนิตยสารฉบับหนึ่งซึ่งเป็นการรวมนักร้องหลายๆ คนมาขึ้นปกด้วยกัน วันนั้นก้อยเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียวจึงโดดเด่นกว่าใครๆ พวกเขาพูดคุยกันเรื่องสัพเพเหระ และพบว่าทั้งเขาและเธอพูดคุยกันเรื่องเพลงได้อย่างถูกคอ
“ช่วงแรกๆ เราก็พูดเรื่องวงดนตรี พูดเรื่องคอนเสิร์ต ก็ชวนกันไปดูคอนเสิร์ต มีอัลบั้มมาแลกเปลี่ยนกันฟัง ก็เป็นข้ออ้างที่จะได้เจอกันน่ะค่ะ มันเป็นข้ออ้างที่ดีนะ” ก้อยเล่าย้อนอดีตแล้วหัวเราะเขิน
แม้จะเป็นคนที่ชอบฟังเพลงเอามากๆ เหมือนกัน แต่ลงไปในรายละเอียดแล้วก็ต่างกันอยู่บ้าง ก้อยชอบฟังเพลงที่มีอารมณ์เก่าๆ อย่างพวกฟังก์หรือโซล ส่วนโย่งนั้นชอบฟังบริตป๊อปและสวีดิชป๊อปเป็นหลัก
“ตอนแรกผมจะไม่ค่อยชอบ Jamiroqual เท่าไหร่ แต่ก้อยเขาชอบเปิดให้ฟังครับจนผมรู้สึกว่า เออ จริงๆ ผมก็ชอบเพลงแนวนี้เพียงแต่ว่าไม่ได้ศึกษามาก่อน คือมันก็มีความไพเราะอยู่นะ” โย่งเล่าถึงการผสมผสานความชอบในเรื่องเพลงระหว่าเขากับเธอ
“คือก้อยเปิดให้ฟังครั้งหนึ่ง ทีนี้พอได้ยินอีกเขาก็จะชอบถามว่า วงนี้วงอะไรนะ ก็เหมือนกับว่ายังจำไม่ได้ แต่ว่าชอบเพลงนี้ แล้วก็เหมือนกันเลยค่ะ อย่างโย่งก็เปิดเพลงเราก็จำไม่ได้ซักทีว่าวงอะไร ก็เลยทำให้มีเรื่องคุยกันไปเรื่อยๆ สนุกดี” ก้อยยังยิ้มเขิน
จุดเริ่มต้นในการเดินทางแห่งความสัมพันธ์ของโย่งกับก้อยเป็นไปง่ายๆ อย่างนี้…
FEBRUARY 2008
ช่วงต้นปี 2551 จุดเริ่มต้นการเดินทางไกลไปปารีสและดุสเซลดอร์ฟของโย่งกับก้อยก็เริ่มต้นขึ้น
มันเริ่มจากตอนที่โย่งได้คุยกับ อธิษว์ ศรสงคราม หรือ อ้วน อาร์มแชร์ เพื่อนร่วมวงของโย่งที่ไปเรียนต่อด้านศิลปะที่เยอรมันอยู่เกือบ 3 ปี แล้ว เกิดการชักชวนให้มาเยี่ยมเยือนกัน แล้วโครงการไปเยี่ยมเพื่อนก็ขยายออกไปเมื่ออ้วนออกความคิดเห็นเพิ่มเติม
“ถ้าจะมาเยอรมัน ก็น่าจะแวะที่ปารีสด้วย นายจะต้องชอบ”
อ้วนยืนยันว่าปารีสเป็นเมืองที่มีมนตร์เสน่ห์ที่จะทำให้คนที่หลงใหลศิลปะอย่างโย่งและก้อยหลงใหล และมันจะต้องเป็นประสบการณ์ดีๆ ที่ทั้งคู่ลืมไม่ลง โย่งและก้อยจึงไม่ลังเลที่จะวางแผนการเดินทางไกลครั้งนี้ขึ้นคร่าวๆ โดยครั้งแรกนั้นทั้งคู่คิดเพียงจะไปกับเพื่อนที่เป็นช่างภาพอีกสองคนเพื่อถ่ายภาพสวยๆ เก็บไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป จากการที่มีคนมักจะถามโย่งและก้อยบ่อยๆ ว่าเมื่อไหร่จะทำอัลบั้มด้วยกัน ทั้งคู่จึงได้ไอเดียให้โปรเจกต์นี้ขยับขยายกลายเป็นการทำเพลง ทำหนังสือ และทำภาพเคลื่อนไหว รวมขายเป็นบ็อกซ์เซต เพื่อให้ภาพและเพลงประกอบกันเป็นชิ้นส่วนสมบูรณ์ โดยพวกเขาค้นพบคำสำคัญคำหนึ่งที่เป็นดั่งหัวใจของงานนี้
คำคำนั้นคือคำว่า “เพื่อน”
และโปรเจกต์นี้ใช้ชื่อว่า My Travellers
เป็นยังไงคะ ชักเริ่มสนุกไปกับเรื่องราวความสัมพันธ์ของพวกเค้าแล้วใช่มั้ยล่ะ… ใครที่อารมณ์ค้าง อยากจะอ่านต่อว่า เรื่องราวต่อไปจะเป็นยังไง และก่อนจะมาเป็น My Travellers ของโย่ง-ก้อย มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง… (ขอบอกว่า อ่านแล้วอินไปเลย… อิจฉาๆ …) ก็ลองไปหานิตยสาร happening มาอ่านต่อกันได้นะคะ แถมในเล่มยังมีคอลัมน์น่าสนใจอีกมากมายด้วย
women.mthai
October 13th, 2009 by womenblogs
หลากหลายวิธี แสดงความรักให้กับคนรัก
สิ่งที่เราทำตามปกติ เพื่อที่จะแสดงความรักไปให้กับคนรักในแต่ละวัน มักจะเป็นเรื่องอย่างเช่น ส่งเมสเซจหากันวันละครั้ง หรือซื้อขนมที่อีกฝ่ายหนึ่งชอบ เอาไปฝากเมื่อเจอกัน ซึ่งจริงๆ แล้ว คงจะสนุกมากกว่า ถ้าได้ทำอะไรที่มีระดับขึ้นไปอีกสักหน่อย เช่น ทำสิ่งง่ายๆ ด้วยการตั้งใจฟังคนรัก เมื่อคนรักกำลังพูด.. วางแผนไปเที่ยวด้วยกันในวันหยุด หรือช่วยจัดการธุระของอีกฝ่ายให้เสร็จเรียบร้อย…
เมื่อเราเปิดใจกว้างขึ้นอีกสักนิด ก็จะพบว่า การแสดงออกถึงความรัก และการใส่ใจดูแลความรัก เป็นเรื่องง่ายๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวเรา หากคุณยังคิดไม่ออก ว่าพอจะมีวิธีทำได้อย่างไรบ้าง ถ้าเป็นเช่นนั้น ลองไปดูตัวอย่างกันเลย
เขียนโน้ตหวานๆ ว่า ‘ฉันรักคุณนะ’ วางไว้ในบ้านของคนรัก อาจจะเป็น ในห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำ ในรถยนต์ หรือจะเป็นเก้าอี้ในสนามหญ้าหน้าบ้าน ตัวที่หวานใจของคุณชอบนักพักผ่อนอยู่บ่อยๆ ก็ได้
โอบกอดคนรัก แบบไม่ให้ทันตั้งตัว (ทำเซอร์ไพรซ์)… สิ่งนี้จะเป็น สิ่งที่ช่วยกระชับสายสัมพันธ์ระหว่างคุณทั้งสอง และยิ่งกอดแน่นมากเท่าไหร่ ความรู้สึกอบอุ่น และความรู้สึกห่วงใย ก็จะยิ่งเพิ่มระดับมากขึ้นเท่านั้น
พูดคุยแลกเปลี่ยน รายละเอียดการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เพราะจะช่วยให้เข้าใจในตัวตนของแต่ละฝ่าย และมีความซื่อสัตย์ต่อกัน เพิ่มมากขึ้นไปอีก (อ่านบทความ ความรัก ชีวิต สังคม ที่
มอบของขวัญ พิเศษให้กับคนรัก แบบง่ายๆ เช่น จัดเวลาของคุณ เพื่อเอาเวลาที่เหลือไปจัดการธุระให้แก่กันและกัน ผู้ชายอาจจะช่วยหาซื้อหนังสือ ที่เธอต้องการเอาไปใช้ในการทำงาน ส่วนผู้หญิง ก็ซื้อน้ำยาขัดรถ เอาไว้ให้เขา ขัดรถให้เงาวั๊บ (แล้วหลังจากนั้นก็ไปขับรถเล่นกัน)
วางแผนไปเที่ยว หรือทำอาหารรับประทานกันเองในวันหยุด
ตั้งใจฟัง เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งกำลังพูด (สำคัญมาก เพราะเป็นพื้นฐานในการสร้างความสุขให้เกิดขึ้นพร้อมๆ กันทั้งสองฝ่าย)
ยิ้มเข้าไว้ บ่อยๆ เพื่อช่วยเตือนสติตัวเอง เวลาเกิดปัญหา จะได้ลดการระเบิดอารมณ์ใส่กัน
ลองพูดคำว่า ‘ฉันรักเธอ’ ที่เป็นภาษาของชาติอื่นๆ กัน เช่น
ภาษาฝรั่งเศส พูดว่า เฌอแตม (Je t’aime)
ภาษาญี่ปุ่น พูดว่า คิมิ โอ ไอ ชิเตรุ (Kimi o ai shiteru)
ภาษาจีน พูดว่า หว่อ อ้าย หนี่ (Wo ai ni)
ภาษาเกาหลี พูดว่า โน รุย สะรัง เฮ (No-rui sarang hae)
และภาษาเพื่อนบ้านของเรา อย่างเขมร พูดว่า บอง สรัน โอน (Bon sro Iahn oon)
ท้ายที่สุด คงไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวไปสำหรับทุกๆ คน ใครชอบแบบไหน ลองเอาไปปรับใช้กัน หรือใครมีไอเดีย อะไรใหม่ๆ ก็เอามาแลกเปลี่ยนกันบ้างนะจ๊ะ ขอให้ทุกคนโชคดีในความรักจ้า
ขอบคุณที่มาบทความจาก www.naddate.com
ชอบเค้าจัง!! จะทำยังไงให้เค้าหันมาสนใจคุณในชั่วข้ามคืน
อยากรู้เคล็ดลับ พิมพ์ M ส่งไป 4825353 หรือ กด *48253530013 แล้วโทรออก
รับบริการสูตรรักพิชิตใจ รับรองใจแข็งขนาดไหน เจอสูตรนี้เข้าไป…ใจอ่อนชัวร์!!
women.mthai
October 13th, 2009 by womenblogs
ปีเตอร์ - โอซา แวง
รักแท้แค่ไหน ไว้ใจเรื่องสำคัญ

รักษาสัมพันธภาพและโรแมนติก
ถ้ามีใครที่ผมเรียกว่า ‘แฟน’ ก็ควรเป็นคนที่ผมอยู่ด้วยแล้วพอใจ มีความสุข ก็ไม่จำเป็นจะต้องมีคนอื่นอีกทำไม”
คู่หวานที่เพอร์เฟกต์ทั้งหน้าตา ฝ่ายชายก็หล่อ ฝ่ายหญิงก็สวยเซ็กซี่ ทั้งความสามารถที่กินกันไม่ลง ใครๆ พากันอิจฉาเขาและเธอ ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ร็อกเกอร์หนุ่มลูกครึ่ง เดนมาร์กผู้มีรอยยิ้มกระชากใจสาวๆ กับ โอซา แวง นักแสดง นางแบบระดับอินเตอร์ เชื้อสายจีน-สวีดิชสุดเซ็กซี่
ปีเตอร์ - โอซา แวง ทั้งคู่คบหากันมานานกว่า 3 ปี และดูท่าเป็นคู่รักที่น่ารักสำหรับแวดวงบันเทิง ซึ่งแน่นอนว่าวงการนี้ มีแต่ข่าวแต่ข่าวรักๆ เลิกๆ รีเทิร์นไปมาไม่รู้จักจบของหลายต่อหลายคู่พวกเขาทำอย่างไรถึงไม่ต้องอยู่ในวงจรนั้น?

“ฉันคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของงาน ไม่ได้คิดว่าเป็นปัญหา ดีซะอีกที่มีคนให้ความสนใจ ถ้าเกิดวันใดที่คุณไม่มีข่าวคราวบ้างก็เท่ากับว่าคุณจบแล้วกับเส้นทางบันเทิง”
“ถ้าไม่มีข่าวนี่สิผมว่ามีมอด (หัวเราะ) เป็นเรื่องธรรมดาเหมือนอะไรที่คู่กันอยู่แล้ว”

เรียกว่าไม่กลัว “เป็น” ข่าวกะใครเขาเลยนะทั้งคู่นี่ และเมื่อทั้งสองตกลงปลงใจลองใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกันแล้ว ไหนจะการงานที่แสนยุ่งของหนุ่มสาวก็มักจะแย่งช่วงเวลาสวีตไปเสียหมด ไหนจะเป็นเรื่องของการปรับตัวเข้าหากันอีก แต่…นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา
“ผมคิดว่าเรื่องการปรับตัวเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเรียนรู้ เมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นแฟนหรือว่ากับใคร คู่เราโชคดีที่ไม่ต้องปรับตัวเข้าหากันมาก เพราะนิสัยเราคล้ายกัน หลายอย่างสิ่งที่โอซาชอบ อย่างไปฟิตเนสหรือสปาก็เป็นสิ่งที่ผมชอบ หรือกิจกรรมที่ผู้ชายคนอื่นเบื่ออย่างช็อปปิ้งผมก็ไปกับเขาได้ ผมเป็นผู้ชายที่ไม่เหมือนชาวบ้านไง”

“พอมีปีเตอร์เข้ามารู้สึกชีวิตเต็มมากขึ้น เมื่อก่อนเป็นคนไฮเปอร์ แต่พอมาอยู่กับปีเตอร์รู้สึกสบายๆ รู้จักชีวิตที่ผ่อนคลาย ใจเย็นลง”
“ผมคิดว่าสำหรับการรักษารีเลชันชิปที่สำคัญคือ ต้องมีเวลาให้แก่กัน ถ้ามีน้อยก็ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วมีความชาชินเกิดขึ้น ยิ่งถ้าไม่ทำอะไรที่พิเศษให้กันบ้าง ความรู้สึกมันก็เริ่มลดลงได้เหมือนกัน”
“เชื่อใจกันเป็นหลัก ต้องแบ่งว่าแต่ละคนก็ต้องมีสเปซของตัวเอง มีช่องว่าง มีระยะห่างซึ่งกันและกัน หลังจากนั้นก็คือความเชื่อใจกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากของคนที่ทำงานในวงการบันเทิง ถ้าปีเตอร์ไปทำงานกับดาราผู้หญิงคนไหนสวยๆ แล้วฉันไม่เชื่อใจก็เหมือนกับว่าฉันติงต๊องแล้ว (หัวเราะ)”
“ระหว่างผมกับโอซาเราเริ่มเป็นแฟนกันก็ไม่ได้มีการปิดบัง คือไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ใครถามก็บอกตามตรง พอไม่มีอะไรปิดบังก็ทำให้สถานการณ์คลายเครียดขึ้นเยอะ ไม่ต้องคอยหลบซ่อน ไม่ต้องกลัวใครเห็น ซึ่งผมไม่ชอบทำแบบนั้นอยู่แล้ว ผมก็อยากให้ชีวิตปกติ คือทำอะไรก็ทำไป ใครจะรู้ ใครจะเห็น ไม่มีอะไรต้องปิด สบายใจดี” นักร้องหนุ่มชี้แจงชัดเจน
ปีเตอร์ยังบอกติดตลกว่า “มีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปครับ เมื่อก่อนแฟนคลับขอถ่ายรูปคู่กับเตอร์คนเดียว พอตอนนี้พี่ปีเตอร์ขอถ่ายรูปกับโอซาหน่อยสิ ผมเลยกลายเป็นตากล้องไปซะงั้น (หัวเราะ)”

…เป็นคู่รักอีกคู่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศดีๆ สีชมพูเรื่อๆ เมื่อเราได้พูดคุย และเสียงหัวเราะดูเหมือนจะไม่สามารถเงียบไปได้เลยในทุกบทสนทนาระหว่างเรา


ปีเตอร์ - โอซา แวง

ปีเตอร์ - โอซา แวง

ปีเตอร์ - โอซา แวง
women.mthai
October 13th, 2009 by womenblogs
เหตุผลที่คนเรา นอกใจ
จากผลสำรวจคู่ที่นอกใจ นักวิจัยพบว่า… ปัจจุบันนี้จำนวนผู้หญิงนอกใจมีมากพอๆ กับผู้ชาย ฉะนั้นเลิกคิดซะทีว่า “ผู้หญิงไม่ทำหรอก!” ซึ่งผลวิจัยบอกสาเหตุที่ผู้ชายและผู้หญิงนอกใจคู่ของตัวไว้ดังนี้ค่ะ (รู้แล้วจะได้ป้องกันซะแต่เนิ่นๆ)
เหตุผลรองลงมาที่คนนอกใจคู่ (ทั้งผู้ชายและผู้หญิง)
1. สันดาน
2. ความเคยชิน
3. โอกาส
4. ความเชื่อ
5. ชดเชยสิ่งที่ขาดในชีวิตแต่งงาน/ในวัยเด็ก
6. แก้เผ็ดคู่สมรส
7. เบื่อ
8. เมียขี้บ่นสุดยอด
สันดาน
ฉันเคยเขียนถึงคนประเภทนี้ไปแล้วหลายครั้ง คือพวก serial cheater-นอกใจต่อเนื่อง (เรียกว่านอกใจเป็นสันดานน่ะเอง) พวกนี้จะเป็นผู้ชายประเภท woman hater-มีจิตใต้สำนึกเกลียดผู้หญิงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงทำร้ายจิตใจผู้หญิงไปเรื่อยๆ ไม่หยุดยั้ง ซึ่งหมายถึงว่าถึงเขาจะได้พบเจอผู้หญิงแสนดีต่อเขาขนาดไหน ผู้ชายแบบนี้ก็จะเนรคุณ ทรยศ หักหลัง และทำร้ายจิตใจเธอได้ตลอดเวลา โดยเป็นการกระทำแบบให้เธอรับรู้ด้วย ไม่ว่าจะทำเหมือนถูกเธอจับได้ หรือให้เธอรู้ว่าเขานอกใจแบบซึ่งหน้าเลยก็ตาม
เพราะโดยธรรมชาติพวกนอกใจแล้ว มักจะไม่ยอมถูกจับได้ง่ายๆ ถ้าถูกจับได้ก็จะกะล่อนโกหกเอาตัวรอดไปเรื่อยๆ จนวันสิ้นโลก แต่พวกนอกใจต่อเนื่องเพราะเกลียดผู้หญิง มักจะเผลอทิ้งร่องรอยไว้ให้เธอรู้ จะเป็นลืมมือถือทิ้งไว้ให้เธอเช็คข้อความ เผลอทิ้งเสื้อที่มีรอยกลิ่นน้ำหอมหรือลิปสติกของหญิงอื่นให้แฟนค้นเจอ เป็นต้น เนื่องจากเมื่อเขาทรยศแล้วเธอจับได้ เธอจะเจ็บปวดเสียใจปางตาย อันเป็นความมุ่งหวังตั้งใจของเขา ในระดับจิตใต้สำนึกตั้งแต่แรกที่เกลียดเพศหญิง และอยากลงโทษเธอ
เช่นเดียวกับผู้หญิงที่เป็น man hater-เกลียดผู้ชาย เธอมุ่งทำร้ายผู้ชายทางอ้อม เพราะจิตใต้สำนึกของเธอเกลียดเพศชายและอยากแก้แค้นนั่นเอง
เบื้องหลังผู้ชายนอกใจเป็นสันดาน มักมาจากปมรัก/เกลียดแม่ และผู้หญิงนอกใจแฟนซ้ำซากมาจากปมรัก/เกลียดพ่อ (love/hate relationships)
คนพวกนี้มักมีความสัมพันธ์ผิดประหลาดกับแม่หรือพ่อของตัวเอง เช่น แม่ไม่รัก แม่ไปมีแฟนใหม่มีลูกใหม่แล้วทอดทิ้งเขา หรือแม่ที่ติดเขาแจมากและกรอกหูเขาเช้าเย็นว่า “ในโลกนี้ไม่มีผู้หญิงคนไหนจริงใจกับลูกเท่าแม่ แม่คนเดียวเท่านั้นที่รักลูกมากที่สุด ผู้หญิงคนอื่นมีแต่หลอกลวงลูกแม่” ผู้หญิงที่ถูกตัวแทนพ่อทำร้าย เช่น พ่อเลี้ยงข่มขืน หรือถูกแฟนคนแรกที่เธอรักมากหลอกลวง ก็มาจากปม love/hate relationships เช่นกัน
ผู้ชายแบบนี้ ผู้หญิงไม่ควรเข้าใกล้ ควรหนีห่างไปให้ไกลที่สุด และผู้หญิงแบบนี้ก็ไม่ใช่ damaged souls-ดวงวิญญาณถูกทำร้าย ที่ผู้ชายแบบคุณจะเข้าไปกอบกู้ได้ พวกเขาป่วย ป่วยหนักมาก อย่าเข้าไปยุ่งเป็นดีที่สุด
ความเคยชิน
กรณีความเคยชินนั้น เกิดจากการเคยนอกใจแฟนคนอื่นๆ มาแล้วได้ผล ไม่มีผู้หญิงคนไหนยอมเลิกกับเขาสักที (อาจเพราะเขาหล่อรวยออพชั่นครบ หรือเซ็กซ์เก่งเข้าขั้นเทพก็ได้ เลยตัดใจไม่ลง) ก็เลยเกิดการบ่มเพาะเป็น ความเคยชิน เหมือนเด็กที่ถูกพ่อแม่ตามใจจนเสียเด็กนั่นเอง ความที่เคยเรียกร้องทุกอย่างได้จนเคยตัว ทำให้ติดนิสัยแบบนี้ไปเรื่อยๆ เลิกไม่ได้ซะที
ผู้หญิงมากมายหลงเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่สาว ลบลายคาสโนว่าได้ ขอบอกว่าคุณกำลังคิดผิด เพราะชีวิตของคุณมีค่ามากเกินกว่าจะมาเสียเวลาดัดนิสัยเด็กสปอยล์
ความเคยชินนี้ยังเกิดจากการที่เขา โตมากับการเห็นพ่อนอกใจแม่ เห็นพี่ชายนอกใจเมีย เห็น father figure หรือตัวแทนพ่อ ที่อยู่ร่วมครอบครัวภายในบ้าน นอกใจผู้หญิงของตัวเอง จนเป็นความเคยชินว่าการทำแบบนี้มันไม่ผิด ถูกต้อง ลูกผู้ชายสมควรทำ
เรื่องที่น่าแปลกใจสุดๆ คือ เด็กๆ ที่โตมากับปัญหาพ่อแม่ติดเหล้า ต่อให้พวกเขาเกลียดเหล้าแค่ไหน เมื่อโตขึ้นเขามักจะติดเหล้าไปด้วย เช่นเดียวกันกับเด็กผู้ชายที่โตมากับการเกลียดที่พ่อนอกใจแม่ เมื่อโตขึ้นเขาอดไม่ได้ที่จะ repeat circle หรือทำซ้ำวงจรอุบาทว์แบบเดิมๆ กับผู้หญิงของเขาแบบเดียวกับที่พ่อเคยทำกับแม่และเขาไม่ชอบเอามากๆ นั่นเอง
นักจิตวิทยาตอบคำถามนี้ไว้ว่า เป็นเพราะเด็กน้อยคนนั้นมีความเชื่อฝังในจิตใต้สำนึกว่า “พ่อแม่ที่มีความสำคัญต่อเราเป็นอย่างไร เราในฐานะลูก มักอดไม่ได้ที่จะเดินตามรอยนั้น” อันเนื่องมาแต่ความเคยชินตัวนี้นี่เองค่ะ
เพราะฉะนั้น ถ้าเพื่อนสาวของฉันเจอผู้ชายที่พ่อมีเมียน้อยยุ่บยั่บเยอะบ้านไปหมด ให้ทำใจไว้ก่อนว่าเขาอาจจะตกหลุมเดียวกับพ่อก็ได้เพราะความเคยชิน ยกเว้นว่าเขาจะมีจิตวิญญาณภายในสูงพอที่จะก้าวพ้นปมในใจข้อนี้ ไม่ยอมเดินตามรอยพ่อ ซึ่งผู้ชายแบบนี้ก็มีค่ะ เขาเหมือนปลาว่ายทวนน้ำ แต่…ดวงวิญญาณที่อ่อนแอเป็นปลาว่ายตามน้ำมีเยอะกว่า ขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนสาวของฉันจะมีเซ้นส์เฉียบคมขนาดไหนจนแยกแยะออกได้ว่าผู้ชายที่เราเจอเป็นปลายว่ายทวนน้ำหรือว่ายตามน้ำ
โอกาส
ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าโอกาสเป็นใจมีผลมากต่อการทำการนอกใจ บางคนได้แต่คิด แต่โอกาสไม่ให้ก็ทำไม่ได้ โอกาสนั้นได้แก่ การทำงานท่ามกลางเพศตรงข้ามหน้าตาดีๆ มากมายเป็นนิจสิน หน้าที่การงานให้ต้องเดินทางไกลหูไกลตาคู่ชีวิตบ่อยๆ อาชีพทำให้ต้องเลี้ยงเอ็นเตอร์เทนลูกค้าเกือบทุกคืน ที่บ้านมีพี่เลี้ยงเด็กหรือคนใช้ผู้หญิงแหล่มๆ อยู่ร่วมบ้านตลอดเวลา
ผู้หญิงหลายคนแก้ปัญหานี้ด้วยการประกาศก้องว่า “ตัดโอกาสที่เขาจะนอกใจได้ซะก็หมดเรื่อง” ด้วยการปิดกั้นไม่ให้เขาคบเพื่อน ตัดโอกาสไม่ให้เขาไปนอกลู่นอกทางได้ด้วยการบังคับให้แฟนอยู่กับเราแจตลอดเวลา หรือคุมประพฤติเขาแบบเข้มงวดสุดชีวิตยิ่งกว่าคุก foxriver ในซีรีส์นักโทษแหกคุก prison break ซะอีกแน่
ทว่า…ขนาดในซีรีส์ พระเอกสุดหล่อยังแหกคุกออกมาได้เลย คิดดู ฉันใดฉันนั้น ผู้เชี่ยวชาญก็ย้ำว่า โอกาสเป็นใจเป็นแค่ตัวจุดชนวนให้เรื่องมันเกิดเท่านั้น ไม่ใช่ปัจจัยหลักของการนอกใจ ปัจจัยหลักคือความสุขในชีวิตคู่ต่างหากล่ะคะ เพราะถ้าคนเรามีความสุขในชีวิตคู่ ต่อให้มีโอกาสเราก็จะไม่นอกใจเด็ดขาด เนื่องจากสิ่งที่เรากลัวที่สุดคือกลัวสูญเสียความสุขในชีวิตไป
ฉะนั้น การมุ่งคุมเข้มความประพฤติเพื่อตัดโอกาสไม่ให้คู่นอกใจเราได้นั้น นอกจากจะเป็นการแก้ที่ปลายเหตุแล้ว ยังเป็นตัวเร่งให้คู่เราไม่มีความสุข-อันเป็นปัจจัยหลักของการ cheating-อีกด้วย!!!
ความเชื่อ
ใครบอกว่าความเชื่อไม่สำคัญ สำคัญมากเลยค่ะพี่น้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ชายไทย ผู้ชายไทยมักเชื่อผิดๆ ต่อกันมาว่าการนอกใจแฟนเป็นเรื่องปกติ เป็นชายชาตรี ผู้หญิงไทยก็พลอยรับเอาความเชื่อด้านลบที่เป็น negative belief นี้ติดตัวไปด้วยว่า “ผู้ชายเจ้าชู้ทุกคน” ซึ่งเป็นเสมือนพาสปอร์ตผ่านแดนที่ทำให้แฟนเราใช้เป็นข้ออ้างในการมีชู้กี่รายๆ ก็ไม่ผิด เพราะ “ผู้ชายเจ้าชู้ทุกคนแหละเธอ เป็นเรื่องปกติ”
ความเชื่อผิดๆ อีกกรณีหนึ่งคือ poor self-image หรือ การมองตัวเองต้อยต่ำ เป็นคนไม่ดี เช่น ผู้ชายบางคนก็มีปมในใจตอกย้ำว่าตัวเองเป็นคนเลว คนพวกนี้มักจะมีแฟนแสนสวยแสนดีเอาไว้เป็น “แม่พระผู้แสนสวยแสนดีและเข้าใจความเลวของเขาทุกอย่างแล้วยังให้อภัยได้” ทั้งนี้เพื่อยืนยันความเชื่อฝังใจด้านลบเกี่ยวกับตัวเองว่า “เห็นไหม ชาตินี้ผมไม่มีวันเป็นคนดีได้” ฉะนั้น คนพวกนี้จะไม่ยอมเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนดีขึ้น เพราะการเป็นคนแย่ๆ นั้นคือการได้คอนเฟิร์มภาพลักษณ์ด้านลบที่เขาเชื่อว่าตัวเองเป็นนั่นเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาสามารถเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อตัวเองได้ นั่นแหละเขาถึงจะเปลี่ยนพฤติกรรม (shift of attitude)
ชดเชยสิ่งที่ขาดในชีวิตแต่งงาน/ในวัยเด็ก
เด็กที่โตมากับพ่อหรือแม่มีโทษสมบัติที่กระทบจิตใจเขาอย่างรุนแรง มักดึงดูดคู่ที่มีโทษสมบัติสะท้อนพ่อหรือแม่ของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้เป็นกลไกอัตโนมัติทางจิตใต้สำนึกที่จะ “แก้ไขชดเชย” นั่นเอง แต่เผอิญเจ้าตัวไม่รู้ตัว ไม่ตื่นรู้ ทำให้ไม่สามารถรับมือจัดการกับปมในใจนี้ได้ จึงแสดงออกแบบผิดๆ ด้วยการนอกใจไปหาคนที่จะมาเติมเต็มสิ่งเขาขาดได้ เช่น กรณีพ่อแม่ห่างเหินเย็นชาไม่แสดงความรัก แทนที่เขาจะดึงดูดคู่ที่แสดงความรักความใส่ใจใกล้ชิด จิตใต้สำนึก (subconscious) ของเขากลับดึงดูดคู่ที่ห่างเหินเย็นชาเหมือนพ่อหรือแม่ ทั้งนี้เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้เขาได้แก้ไขปมเดิม แต่เผอิญในระดับ conscious-จิตสำนึกปกติของเขาไม่รับรู้ปมข้อนี้ เลยทำให้เขาไม่แก้ไขปมนั้น กลับวิ่งไปหาการชดเชยความรักจากชู้รักที่เหมือนใส่ใจเขามากกว่า รักเขามากกว่าคู่ชีวิตของตัวเอง จึงเกิดการนอกใจขึ้น
ชู้รัก 99% มักเป็นตัวแทนสิ่งที่เราอยากได้แต่ไม่เคยได้มาในชีวิตจริง เป็นเสมือน fantasy ที่เมื่อความจริงโรยตัวเข้ามา ภาพฝันก็จะจางหายไป นี่คือสาเหตุว่าทำไมเวลาถึงคราวที่จะต้องเลือก ผู้นอกใจส่วนใหญ่มักกลับไปหาคู่ชีวิตตัวเองเสมอแล้วเลิกกับชู้รัก เพราะแฟนตาซีเป็นเรื่องไม่จีรังยั่งยืน ความมั่นคงในความสัมพันธ์เป็นเรื่องสำคัญกว่า เขาจึงเลือกยึดมันไว้แล้วยอมสละแฟนตาซีตัวเอง ฉะนั้น ความคาดหวังของมือที่ 3 ว่า “เขาจะทิ้งแฟนเขามาอยู่กับฉัน” จึงมีความเป็นไปได้น้อยกว่าการที่เขาจะทิ้งคู่มาหาเราเอง
ข้อที่น่าสนใจคือ มีกรณีจำนวนมากที่ผู้นอกใจเลิกกับชู้รักคนแรกเพื่อกลับไปหาภรรยา/สามี หรือแฟนจริงจังของตัวเอง แต่แล้วก็นอกใจซ้ำอีกกับชู้คนใหม่ไปเรื่อยๆ จนกลายเป็น พฤติกรรม serial cheater-นอกใจต่อเนื่อง คนประเภทนี้มีปมเด็กไม่รู้จักโต คือชอบถือของเล่นไว้ในมือทั้ง 2 อย่าง ของเล่นที่คุ้นเคยกับของใหม่น่าตื่นเต้น พอเขาทิ้งของเล่นใหม่เพื่อจะยึดของเล่นเก่าคุ้นเคย มือข้างที่ว่างก็จะคว้าของเล่นใหม่อีก ทำให้คู่ชีวิตของพวกเขาเข้าใจผิดว่าเขารักเธอเป็นที่หนึ่ง หญิงอื่นแค่ตัวสำรอง เลยเที่ยวคุยโวว่า “เขานอกลู่นอกทางทีไรก็กลับมาตายรังทุกที” โดยลืมคิดถึงข้อเท็จจริงไปว่าอาการแบบนี้กำลังแสดงว่าคู่ของเราเป็นเด็กที่ขังในร่างผู้ใหญ่ ขาดความรับผิดชอบ ไม่รู้จักโต ไม่มีวุฒิภาวะ เอาความสุขของตัวเองมาก่อนทุกข์ของคนอื่น ไม่เคยคิดรักใครหรือเสียสละให้ใครอย่างจริงจัง คิดแต่จะได้ไม่ยอมเสีย คนแบบนี้ไม่มีค่าพอจะเป็นคู่ของใครทั้งสิ้น
แก้เผ็ดคู่สมรส
จากผลสำรวจคู่ที่นอกใจพบว่า
1. พวกเขาโดนนอกใจก่อนจึงคิดแก้เผ็ด
2. พวกเขาโดนข่มขู่ บีบคั้น หรือปฏิบัติอย่างดูถูกเหยียดหยามจากคู่ แต่แทนที่จะเผชิญหน้ากับปัญหา หรือถ้าแก้ไขพฤติกรรมกันไม่ได้ก็เลิกรากันแบบผู้ใหญ่เขาทำกัน เขากลับเลือกทางแก้เผ็ดด้วยการนอกใจแฟน ซึ่งแสดงถึงวุฒิภาวะเป็นเด็ก ไม่เติบโตเป็นผู้ใหญ่พอจะแก้ไขปัญหาแบบคนที่เติบโตทางความคิดและจิตใจ
เบื่อ
ชีวิตคู่ที่สุดแสนจะน่าเบื่อเป็นสาเหตุใหญ่ลำดับที่ 3 รองจาก ความรู้สึกไร้ค่า (under appreciate) และการคบเพื่อนฝูงที่นอกใจแฟนเลยละค่ะ
“Ninety-nine percent of the time, there’s a simple reason why men cheat: boredom,” Steve Santagati อดีตนายแบบที่ผันตัวมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ และกลายเป็นนักเขียนขายดี/แขกรับเชิญเรื่องความรักให้กับรายการทีวีดังๆ มากมายอย่างทูเดย์โชว์ ไทร่า แบงค์สโชว์ และเรเชล เรย์ ฟันธง
คู่รักคู่สมรสมักเข้าใจผิดระหว่างชีวิตคู่ที่มั่นคงกับชีวิตคู่ที่น่าเบื่อ ทำให้เราปล่อยปละละเลยชีวิตรัก ไม่เติมเสน่หา ไม่เอาใจใส่ดูแลหัวใจกันและกัน จนชีวิตคู่ไถลลงสู่หลุมเดิมของความซ้ำซาก จำเจ คาดเดาได้ และน่าเบื่อสุดขีด จนเมื่อมีอะไรใหม่ๆ น่าตื่นเต้นเข้ามา ความยับยั้งชั่งใจของเราจึงพังทลายทันที
สัญญาณเตือนว่าชีวิตรักกำลังตกจุดอับของความเบื่อหน่ายสุดขีดคือ
1. คุณหรือคู่เลิกสนใจทำให้รูปร่างหน้าตาตัวเองดึงดูดกันและกัน ไม่ใช่เพราะทำงานเหนื่อย แต่เพราะอยู่กันมาจนเลิกใส่ใจกันแล้ว
2. คุณหรือคู่ หมดความ “อยาก” มีเซ็กซ์ด้วยกัน เป็นแค่เพื่อนร่วมเตียงกันเท่านั้น ไม่ใช่เพราะเหนื่อย แต่เพราะแค่คิดก็เบื่อจะตายแล้ว
3. คุณหรือคู่ไม่อยากพูดหวานๆ ให้กันฟัง เพราะรู้สึกว่าไม่จำเป็น ไม่รู้จะพูดเพราะๆ ให้เขาฟังไปทำไม
4. ถ้าเป็นไปได้ จะไม่อยากใช้เวลาอยู่ด้วยกัน อยากออกไปเจออะไรข้างนอกมากกว่าเจอหน้ากันเอง
เมียขี้บ่นสุดยอด
อันนี้เป็นเหตุผลของผู้ชายแทบทั้งโลกที่คิดตรงกัน แต่…ผู้หญิงเรามักไม่ค่อยฟังนิ!!!
สุดหล่อสตีฟอีกเช่นเคยที่ออกมาฟันธงเปรี้ยงอีกแล้วค่ะท่าน “ไม่มีอะไรผลักไสคุณพ่อบ้านให้ไปหาอ้อมกอดหญิงอื่นได้เร็วเท่ากับเมียขี้บ่นอีกแล้ว” เขาเปรียบได้น่าเจ็บใจมากว่า…ผู้หญิงขี้บ่นก็เหมือนยุง…“ผู้ชายจะไม่อยากมีเซ็กซ์กับผู้หญิงขี้บ่นพูดมาก แต่อยากจะไล่ไปซะให้ไกลๆ” กรี๊ดดดดด พูดตรงเกินไปรึเปล่าคะคุณขา!
women.mthai
October 13th, 2009 by womenblogs
โลกส่วนตัวของผู้ชาย
ที่สาวๆ ไม่ควรแหยม
“พวกโลกส่วนตัวสูง” เราได้ยินประโยคนี้บ่อยๆ เมื่อพูดถึงคนๆ หนึ่ง ซึ่งเขาหรือเธอ ชอบทำอะไร แบบที่ไม่ต้องวุ่นวายกับคนอื่น มากนัก… คนรอบๆ ข้างตัวเรา ทั้งผู้หญิง และผู้ชาย ต่างก็มีพื้นที่ส่วนตัว หรือโลกใบเล็กๆ ที่สร้างขึ้นมา ภายในใจ ในบทความนี้ จะว่ากันถึง โลกส่วนตัวของผู้ชาย หรือจะพูดให้ง่ายขึ้นไปอีก เรื่องที่ผู้ชายสนใจ และใช้เวลาคลุกคลีมากเป็นพิเศษ
บางที เมื่อผู้ชายกำลังมีโลกส่วนตัว หรือให้ความสนใจ กับกิจกรรม หรือเรื่องบางเรื่องมากเป็นพิเศษ คุณผู้หญิงควรจะต้องทำใจ (ทำความเข้าใจ) ที่จะสละเวลาบางส่วนสำหรับคุณสองคน ให้เขาได้ทำอะไร ที่ได้รับความรู้สึกเพลิดเพลินบันเทิงใจ ห่างกันบ้าง ตัวไม่ได้ติดกันตลอด ก็ไม่ได้หมายความว่า สายสัมพันธ์ของคุณ จะย่ำแย่ลงเสมอไป… กิจกรรม สำหรับโลกส่วนตัวของผู้ชาย มีอะไรบ้าง ลองมาดูกันครับ
1. อ่านการ์ตูน จะเด็ก ผู้ใหญ่ นักเรียน นักศึกษา ครูบาอาจารย์ และผู้ชายที่ทำอาชีพอื่นๆ มีไม่น้อยเลย ที่โตจนสุนัขเลียก้นไม่ถึงแล้ว แต่ก็ยังชอบอ่านการ์ตูนกันอยู่ บางคนอ่านหามรุ่งหามค่ำ ติดไปอ่านที่โรงเรียน ที่ทำงานด้วย ผู้ชายอ่านการ์ตูน ถึงแม้จะได้สาระน้อย แต่ก็มีความสุขครับ คล้ายๆ กับ ที่สาวๆ ชอบอ่านแมกกาซีนแฟชั่น เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ที่เปิดมาแต่ละหน้า ก็มีชุดสวยๆ ล่อตาล่อใจเต็มไปหมด… ผู้ชายที่อ่านการ์ตูน มีจิต ใจที่ยังมีความเป็นเด็กอยู่ ใกล้ชิดกันแล้วดี ไม่เครียด ไม่จน ไม่กินเหล้า!
2. เล่นดนตรี ถึงผู้ชาย(แฟน) ของคุณ จะไม่หล่อเข้ม หรือเสียงดีมาก แบบนักร้องมืออาชีพ แต่เสียงในหัวใจของเขา ก็เกิดเป็นเสียงดนตรีขึ้นอยู่เสมอ เวลาที่เขานัดซ้อมดนตรีกับเพื่อนๆ ก็ได้ผ่อนคลายความเครียด จากการที่ได้กระโดดโลดเต้น แหกปากร้องเพลงออกมา ซึ่งหากคุณบอกเขาว่า อย่ามัวเล่นเลย เพราะเล่นยังไงก็ไม่รุ่งหรอก.. ลองเปลี่ยนมาเป็นให้กำลังใจเขาดีกว่า ลองให้เขาร้องเพลงให้คุณฟังก่อนนอนทุกคืน ฝึกให้เก่งกันไปเลย
3. กีฬา/ฟิตเนส ”กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ” ในทางการแพทย์ระบุเอาไว้เช่นนั้น… เวลาที่ผู้ชายนัดเล่นกีฬากับเพื่อนๆ มีทางเลือกที่เหมาะสม สำหรับคุณผู้หญิง 2 ทางเลือกครับ หนึ่งคือ ไปเล่นด้วยกัน และสอง มานัดเจอกันหลังจากที่เขาเล่นกีฬาเสร็จแล้ว ผู้ชายที่คลั่งกีฬา ก็เพราะอยากให้ตัวเองมีสุขภาพแข็งแรง และมีร่างกายที่ดูดี คล้ายๆ กับ ผู้หญิง ที่เป็นห่วงเรื่องการรักษาสุขภาพ และเรือนร่างของตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ
4. กามา (รมณ์) หนังสือโป๊ หรือหนังเอ็กซ์ ที่ผู้ชายซุกซ่อนเอาไว้ในซอกตู้ หรือใต้หมอน ถือเป็นความสุขเล็กๆ ที่เปิดอ่านเมื่อไร หรือเปิดดูเมื่อไร ก็หายเครียด ได้อย่างง่ายๆ หากคุณผู้หญิงไปเจอเข้าล่ะก็ อย่าเพิ่งคิดว่า แฟนของคุณ จิตว้าวุ่น คิดหมกมุ่น แต่เรื่องเพศ เรื่องอย่างนี้ เป็นเรื่องธรรมชาติที่ติดตัวมากับผู้ชายครับ
5. เกมส์ ผู้ชายบางคนติดเกมส์ บางคนติดหนัง ติดละคร ฯลฯ… อย่างน้อยการเล่นเกมส์ ก็เป็นกิจกรรมที่ช่วยฝึกสมาธิได้เป็นอย่างดี การเล่นเกมส์ เหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัว ได้เพิ่มทักษะการคิด การตัดสินใจ เหมือนกับเวลาดูละคร ที่มักจะมีเรื่องราวต่างๆ ดึงเราให้เข้าไปคิด เข้าไปมีส่วนร่วมนั่นเองครับ ผู้ชายที่ติดเกมส์งอมแงม คุณควรปล่อยเขาไปสักพัก ถ้าหากเขามีเวลาให้คุณน้อย บอกให้เขารับรู้ เพื่อให้โอกาสเขา ค่อยๆ ปรับตัว
women.mthai
October 13th, 2009 by womenblogs
เลิกดีไหม… ถ้าใจมันเบื่อเหลือทน
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะทนอยู่ต่อไปหรือเดินจากไปเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่
ลองตรวจสอบความรู้สึกดังต่อไปนี้
เมื่อก่อนนี้รักกันจี๋จ๋า อยากเห็นหน้ากันวันละหลายหน อยากได้ยินเสียงวันละหลายครั้ง หายใจเข้าก็… เฮ้อ… เธอ หายใจออกก็… เฮ้อ.. .เธอ แต่เดี๋ยวนี้มันเซ็งในอารมณ์จนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก หรือความรักมันจืดชืดจนเกินเยียวยาเสียแล้ว ถ้าอยู่กันแบบเบื่อๆ เซ็งๆ แบบนี้ สู้ทะเลาะกันให้แตกหักไปเลยดีกว่า เพราะคนที่เบื่อหน้ากันมันจะเบื่อจนขี้เกียจทะเลาะ แล้วก็จะอยู่ด้วยกันแบบฝืดๆ ไปเรื่อยๆ แบบนี้ เหมือนคนย่ำอยู่กับที่ไม่ก้าวไปไหน นี่แสดงว่าความสัมพันธ์กำลังเข้าขั้นวิกฤต และ
1.อย่าใช้เรื่องราวในอดีตมาเป็นตัวตัดสิน
ควรตัดสินใจด้วยสภาวะและความรู้สึกในปัจจุบันเท่านั้น อย่าขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตมาข้องเกี่ยว จนทำให้จิตใจไขว้เขว เช่น ตอนนี้เบื่อหน่ายจนอยากเลิก แต่พอนึกถึงความดีของเขาในอดีต ก็เลยสงสารเห็นใจ ไม่อยากทำร้ายอีกฝ่ายให้เจ็บช้ำ เลยยอมทนทู่ซี้อยู่กันไปวันๆ ซึ่งไม่ให้ผลดีแก่ใครเลย ยิ่งยื้อไว้ก็ยิ่งผูกพัน พอถึงคราวต้องเลิกกันจริงๆ เขาจะยิ่งเจ็บหนักกว่าเดิม ทางที่ดีถ้าเห็นว่าไปไม่รอด ก็ปล่อยเขาไปเถอะ แยกย้ายกันไปเจอคนที่คู่ควรดีกว่า
2.ทั้งคู่คิดปรับปรุงความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นไหม
คนบางคนมีนิสัยยอมแพ้อะไรง่าย แค่ความสัมพันธ์เริ่มมีปัญหาก็คิดว่าเลิกๆ ไปเถอะ ทั้งที่ยังไม่ได้หันหน้าเข้าหากัน เพื่อแก้ไขปัญหา ลองสู้เพื่อความรักดูก่อนไหม แต่ถ้ามีเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพยายามอยู่ข้างเดียว โดยที่อีกฝ่ายไม่ให้ความร่วมมือเลย ก็ควรแยกกันไปดีกว่า ทางใครทางมันดีที่สุด
3.ทนอยู่เพราะไม่อยากหาคนใหม่
ส่วนใหญ่จะเป็นกรณีที่รักกันมานานหลายปีจนขี้เกียจเลิกไปหาคนใหม่ คล้ายกับเป็นความเคยชินด้วย เหตุผลแบบนี้ไม่เข้าท่าเลยค่ะ จะทนทรมานกันไปทำไม รีบตัดไฟเสียแต่ต้นลมดีกว่า ไม่ควรเสียเวลาในชีวิตไปกับคนที่เราไร้ความรู้สึกด้วยแล้ว อย่ากลัวที่จะเดินหน้าต่อไป คิดเสียว่า เราก็ให้โอกาสเขาได้ไปเจอคนที่เหมาะสมกว่าเราด้วย
4.กลัวเลิกแล้วหาใหม่ไม่ได้
กลับขึ้นคานหรือคะคุณขา…อย่าไปกลัวค่ะ เหตุผลนี่ละที่ทำให้คนไม่กล้าบอกเลิกกันเสียที ทั้งที่เป็นเหตุผลสุดแสนไม่เข้าท่าในการหาข้ออ้างเพื่อทนอยู่กันต่อไป เพราะกลัวการอยู่คนเดียวนั่นเอง
5.ความแตกต่าง
ตอนแรกก็เข้าขากันดี แต่พออยู่ไปนานๆ เอ๊ะ นั่นก็ไม่ใช่ นี่ก็ไม่ไหว ความแตกต่างยิ่งโผล่ออกมาให้เห็น ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าแทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลย ก่อนอื่นลองถามตัวเองว่า เรากับเขาแตกต่างกันมากขนาดนั้นเชียวหรือ ควรใช้วิธีพูดคุยกันมากขึ้นเพื่อกำจัดช่องว่าง หรือให้เขาได้ใกล้ชิดเรามากขึ้น ลองทำดูก่อนที่จะคิดเลิกรากันง่ายๆ
6.มองหาข้อดีของการอยู่ด้วยกัน
ลองจดลงกระดาษว่า ข้อดีของการอยู่ด้วยกันต่อไปมีอะไรบ้าง เช่น เขาทำให้เรารู้สึกอบอุ่นมั่นคง เป็นไหล่ให้ซบเช็ดน้ำตา ให้คำแนะนำที่ดีเยี่ยม แถมเซ็กส์ยังสุดยอด ฯลฯ เขียนข้อดีลงกระดาษอย่างละเอียด แล้วถามตัวเองว่า เราทนอยู่กับเขาเพราะอะไร จากนั้นลองเขียนข้อดีของการเลิกกัน เช่น มีเวลาของตัวเองมากขึ้น มีโอกาสได้พบคนที่เหมาะสมกับเราจริงๆ มีอิสระที่จะท่องเที่ยวไปไหนมาไหน ไม่ต้องมีเซ็กส์กับเขาอีกต่อไป
7.ตัดสินใจถูกหรือเปล่า
หากตัดสินใจถูกต้อง ความรู้สึกจะเป็นดังนี้ ถ้าตัดสินใจเลิก เราจะรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยเมื่อคิดถึงอนาคตข้างหน้า และเจ็บปวดนิดๆ ที่ความรักล้มเหลว แต่อาการจะดีขึ้นเองในภายหลัง ถ้าตัดสินใจอยู่ต่อ เราจะรู้สึกเหมือนได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับคนรักขึ้นมาใหม่ ความมีชีวิตชีวาและสีสันจะกลับคืนมาเหมือนแรกรักกัน ทั้งเราและเขาจะตั้งตารออนาคตอันสดใส เพราะได้ร่วมกันสานสัมพันธ์ให้แนบแน่นกว่าเดิม
เหตุผลที่สมควรบอกเลิก
+ มีสิ่งที่เหมือนกันหรือเข้ากันได้ไม่กี่อย่าง เช่น งานอดิเรก เซ็กส์ และหมา
+เขาไม่ยอมประนีประนอมด้วยเลย และไม่คิดว่าความรักกำลังมีปัญหา ทั้งที่เราพยายามอธิบายจนปากเปียกปากแฉะก็เถอะ
+เขาปฏิบัติกับเราแย่มากๆ
+เขาเอาเปรียบเรา หรือไม่เราก็เบื่อเสียจนไม่อยากแตะเนื้อต้องตัวเขาเลย
+เรารักเขาในระดับหนึ่งแต่ยังไม่มากพอที่จะอยู่ด้วยกันในระยะยาว ไม่พร้อมจะอยู่กับใครสักคนจนชั่วชีวิต ไม่อยากแบ่งปันทุกข์สุขความรักความหลัง และเรื่องราวอีกมากมายซึ่งเป็นรายละเอียดของชีวิต ตอนนี้มีเพียงอารมณ์ของความรักเท่านั้น ถ้างั้นก็ควรเปลี่ยนจากแฟนเป็นเพื่อนจะดีกว่า
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเบื่อหน้าเขาเต็มทน ควรคิดูให้ดีเสียก่อนว่า เป็นเพราะปัจจัยภายนอกหรือเปล่า อาจเป้นเพราะเรื่องงานหรือเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง ก็เลยพาลเบื่อไปหมด มิฉะนั้นอาจสูญเสียผู้ชายแสนดีหนึ่งเดียวในชีวิตไปก็ได้ค่ะ
women.mthai
October 13th, 2009 by womenblogs
เขานอกใจ… ควรให้โอกาสแก้ตัวอีกครั้งไหม?

ลองหาที่เงียบๆ เป็นส่วนตัวสัก 2-3 ชั่วโมง นั่งคิดแล้วถามตัวเองด้วยคำถามต่อไปนี้
คู่รักบางคู่สามารถรอดพ้นวิกฤตการนอกใจไปได้ แต่สำหรับบางคู่ฝ่ายหนึ่งคิดอย่างจริงใจว่าความสัมพันธ์นี้มีค่าเกินกว่าที่จะยอมเสียไป ในขณะที่คนกระทำผิดเสแสร้งแกล้งทำทุกวิถีทางเพื่อให้กลับมารักกันอีกครั้ง
ถ้าเขานอกใจเรา สิ่งที่ควรทำคือ พิจารณาตรึกตรองให้ลึกซึ้งว่ามันคุ้มไหมที่จะอยู่กับคนแบบนี้ บ่อยครั้งที่คนไม่ซื่อสัตย์ไม่สมควรได้รับการอภัย
? เขาเคยมีประวัตินอกใจคนอื่นมาก่อนหรือเปล่า
ถ้าเขาเคยมีประวัตินอกใจมาก่อนแล้วมานอกใจเราละก็ ตัดหางปล่อยวัดไปได้เลย ถึงให้โอกาสแก้ตัวอีกครั้งก็ต้องทำผิดเหมือนเดิม เรียกว่าเป็นนิสัยเลยก็ว่าได้ รับรองว่าต้องนอกใจซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกว่าเราจะบอกว่า ไปตายซะ! และเขารู้แจ้งเห็นจริงแล้วว่าคราวนี้คงหนีความผิดไม่พ้น
? ทำไมถึงนอกใจ
ข้อนี้ชี้เป็นชี้ตายเลยทีเดียว เป็นตัววัดที่ดีที่สุดว่าเขาสมควรได้รับโอกาสแก้ตัวเป็นครั้งที่สองหรือไม่ ถ้าแค่พลั้งเผลอแค่ครั้งเดียวก็ดูเป็นเหตุผลที่สมควรยกโทษให้ได้ง่ายกว่าการนอกใจซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือมีมือที่สามเป็นตัวเป็นตนมานานแล้ว ถ้าความสัมพันธ์ของเราและเขาเพิ่งเริ่มต้นและยังไม่มีการเอ่ยเอื้อนให้คำมั่นใดๆต่อกัน ตัวอย่างเช่น คนรักเก่าโผล่มาที่บ้าน ทั้งคู่ดื่มกันจนเมาแล้วขึ้นเตียงด้วยกัน บางคนอาจตัดสินว่า เรื่องแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก เพราะยังเสียดายความรักความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่อยากโยนทิ้งไปอย่างไร้ค่า เหตุผลนี้ยังพอฟังขึ้นถ้าสองคนนั้นสำนึกผิด และไม่มีหลักฐานว่ามีการกระทำผิดซ้ำสองหรือมีแนวโน้มว่าจะแอบจุ๊กกรู๊กันอีกในอนาคต แต่ถ้าสัมพันธ์ลับนี้เกิดขึ้นตอนที่เราและเขาคบกันในขั้นซีเรียสแล้ว คงต้องคิดทบทวนใหม่ว่าควรยกโทษให้หรือไม่
? ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา
ลองคิดว่าถ้าเราเป็นเขาละ ลองเอาความรู้สึกของเขามาใส่ไว้ในใจ และเอาตัวเราเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้น จะทำอย่างไรถ้าเป็นเขา เราจะเข้าใจเขาบ้างไหม เรามองออกไหมว่าเขาจะทำผิดแบบนี้อีกในอนาคต เขามีปฏิกิริยาอย่างไร เรามีปฏิกิริยาอย่างไร นิสัยนอกใจแบบนี้มองออกได้ทันทีหรือเขาเป็นพวกหงิมๆซ่อนเล็บ หลังจากเกิดเรื่องแล้วเราสามารถไว้ใจเขาได้อีกหรือไม่ เราจะรู้สึกไม่มั่นคงหรือเปล่า จะมีอะไรมารับประกันว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก และที่สำคัญอย่าลืมถามตัวเองว่า ทำไมถึงอยากอยู่กับคนแบบนี้
? ความสัมพันธ์ของเรากับเขาอยู่ในสภาพใดตอนที่เกิดเรื่อง
ถ้าเรารู้สึกว่าเขาไม่มีความสุข ความสัมพันธ์ค่อนข้างแย่ และใจเกิดสงสัยเขาขึ้นมา ก็มีแนวโน้มว่าเราจะอภัยให้เขาได้ (แต่ไม่มีวันลืมเรื่องนี้) ในทางกลับกันถ้าเราไม่เห็นสัญญาณสิ่งผิดปกติใดๆเลย แถมเขาก็ดูแฮปปี้และรักใคร่เราดี จนเราคิดว่ากำลังใช้ชีวิตแบบครอบครัวแสนสุข เมื่อเกิดเรื่องขึ้นมาแล้วการจะให้ไว้ใจเหมือนเดิมคงยาก คิดดูสิคะ ถ้าคราวนี้ไม่มีอะไรให้ระแคะระคายเลย แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรถ้ามีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก เขาเป็นคนประเภทไหนกันที่สามารถไปนอนกับคนอื่นลับหลังและยังกลบเกลื่อนได้เนียนจนเราไม่สะกิดใจเลย อีกมุมมองหนึ่งถ้าความสัมพันธ์ลุ่มๆดอนๆสามวันดีสี่วันไข้ บางครั้งการนอกใจอาจช่วยให้เรารู้ถึงปัญหาในความสัมพันธ์ และช่วยกันแก้ไขได้ในที่สุด
? เขาสำนึกผิดหรือเปล่า
ต้องดูให้แน่ใจว่าเขาสำนึกผิดจริงๆ ไอ้ประเภททำเป็นเศร้าเสียใจน้ำตาซึมต่อหน้าเรา แล้วพอลับหลังก็ทำอีก แบบนี้ตัดหางปล่อยวัดไปเถอะค่ะ เราจะได้ไม่ต้องมานั่งน้ำตาตกซ้ำแล้วซ้ำอีก… เจ็บไปเจ็บมาแบบนี้จะทนไปทำไมคะ
women.mthai
October 13th, 2009 by womenblogs
ทำอย่างไรให้ผู้ชายยอมเปิดใจ

การไม่ยอมพูดจาเปิดอกต่อกันเป็นปัญหาใหญ่ในความสัมพันธ์
ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยเดียวที่ทำให้คู่รักอยู่ด้วยกันยืนยาวเกิน 4 ปีคือ การแบ่งปันความรู้สึกร่วมกัน ยิ่งแบ่งปันความรู้สึกให้กันและกันมากเท่าไร ก็ยิ่งครองรักกันเนิ่นนานเกิน 4 ปีมากเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีผลการสำรวจระบุว่า เหตุผลใหญ่ที่ทำให้ชีวิตแต่งงานล้มเหลวก็คือ การที่สามีไร้ความสามารถในการแสดงความรู้สึก
ผู้ชายเป็นเพศที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก และยิ่งให้พูดจาอธิบายถึงความในใจละก็… ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ดังนั้นเพื่อให้ความสัมพันธ์อยู่ยืนยาวต่อไปผู้หญิงจึงควรกระตุ้นให้ผู้ชายยอมเปิดใจด้วยการ
ให้เขารู้ว่าเราให้ความสำคัญกับการพูดคุยกัน
บอกเขาไปตรงๆเลยว่า เรารู้ว่าเขาอึดอัดที่จะพูดถึงความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ แต่ถ้าลองพยายามดูมันก็จะมีความหมายกับเรามาก แล้วอธิบายเหตุผลด้วย หรือไม่ก็หาหนังสือที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์มาให้เขาอ่าน เน้นเรื่องการสื่อสารกันระหว่างคนรัก
ให้รางวัลถึงแม้เขายอมเปิดปากแค่นิดหน่อย
ถ้าเขาพูดว่า เจ้านายของผมเป็นคนเฮงซวยมาก ยังไม่ถือว่าเป็นการเปิดใจ แต่ถ้าวันถัดมาเขาบอกว่า ไม่รู้สิ บางครั้งผมรู้สึกว่าเจ้านายไม่แฮปปี้กับผลงานของผมเลย นี่ละถือว่าเปิดใจแล้ว ดังนั้นควรแสดงให้เขารู้ว่าเราปลาบปลื้มยินดีมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าให้กระโดดกอดคอเขาแล้วร้องกรี๊ดๆว่า ที่รักจ๋า! ในที่สุดคุณก็ยอมเปิดใจกับฉันแล้ว (เพราะถ้าโดนแบบนี้เขาจะปิดปากเงียบไปตลอดกาล) เทคนิคคือรับรู้สิ่งที่เขาพูดมาเป็นข้อมูลแต่อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต นั่นคือ หนึ่ง-ให้เขารู้ว่าการที่เปิดเผยความกลัวให้เรารับรู้ไม่ได้ทำให้เขาดูด้อยลงในสายตาเรา สอง-นี่คือเรื่องปกติ สาม-การเปิดใจกับเราเป็นอะไรที่เจ๋งมาก ดังนั้นสิ่งที่ควรพูดคือ เราคิดว่าใครๆก็ต้องกังวลเรื่องแบบนี้บ้างเหมือนกัน และอะไรทำให้เขาคิดแบบนั้น หลังจากนั้นปล่อยให้เขาระบายออกมา พอจบแล้วเราก็ปิดท้ายว่า เราดีใจที่เขาบอกเรื่องนี้ให้เรารู้ ทำให้เรารู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร
ยิ่งผู้หญิงเปิดเผยมากเท่าไร เขาก็ยิ่งเปิดใจมากเท่านั้น
ถ้าเราสบายๆ กับการพูดถึงเรื่องที่น่าอาย หรืออะไรที่ทำให้เราดูงี่เง่านิดๆ เขาก็จะทำตามบ้าง
ถามเขาไปเลย
ถ้าคิดว่าเขากำลังกลุ้มกังวลกับเรื่องบางเรื่อง ก็ถามเขาไปเลยตรงๆ แล้วตั้งอกตั้งใจฟังคำตอบของเขาให้ดี หลังจากนั้นลองถามนำเขาด้วย เช่น เขารู้สึกอย่างไรในตอนนั้น โกรธ? สับสน? ผิดหวัง? ใช่ค่ะ นี่คือการเอาคำพูดมายัดใส่ปากเขา แต่มันก็คือการสอนให้ผู้ชายรู้จักพูดถึงความรู้สึกข้างในออกมา
อย่าเหมาว่าอาการเงียบคือการไม่ใส่ใจ
นี่คือความแตกต่างหลักๆ ระหว่างผู้ชายและผู้หญิง ผู้หญิงจะคิดออกมาดังๆ ในขณะที่ผู้ชายจะคิดอยู่ในหัวสมอง วันนี้ผู้ชายอาจพูดถึงปัญหาของตัวเองว่า เจ้านายจู้จี้น่ารำคาญจริงๆ หลังจากนั้นพอเวลาผ่านไปสักระยะเขาจะบอกทางออกของปัญหาเลย เช่น ตัดสินใจส่งใบสมัครงานกับบริษัทอื่นแล้ว ช่วงระหว่างกลางของปัญหาและทางออกนั้น เขาคิดทบทวนด้วยตัวเองเงียบๆ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเวลาขอคำแนะนำอะไรจากผู้ชาย เขาจะบอกว่าขอคิดดูก่อน เขาไม่ได้บอกปัดแต่นี่คือวิธีที่ผู้ชายจัดการกับปัญหา ในทางกลับกันผู้หญิงจะคิดออกมาดังๆ ซึ่งจริงๆ แล้วผู้หญิงชื่นชอบการเปิดเผยทุกความคิดที่อยู่ในหัวเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงจะพูดว่า เดี๋ยวฉันจะไปธนาคารก่อนแล้วค่อยไปซื้อของทีหลัง อุ้ย ไม่สิ ไปซื้อของก่อนแล้วไปธนาคารทีหลัง เพราะมันอยู่บนทางผ่าน อ้าวตายจริง เกือบลืมแน่ะ ฉันต้องแวะเอางานไปทิ้งให้ลูกค้า วันนี้วันเสาร์แท้ๆ ยังต้องทำงานอีกหรือนี่ เอ๊ะ แล้วกางเกงสีดำอยู่ที่ไหน…นี่ไงเจอแล้ว ที่รักจ๋าวันนี้อยากทานอะไรเป็นมื้อเย็น ฉันจะได้แวะซื้อเข้ามา ว่าไงจ้ะที่รัก ฉันรู้สึกเหมือนพูดอยู่คนเดียวเลยนะเนี่ย (ใช่เลย…พูดคนเดียวจริงๆ) และคำตอบที่ได้อาจจะเป็น เดี๋ยวอีกชั่วโมงจะโทรหา ซึ่งหมายความว่าเขาหวังว่าถึงตอนนั้นเธอคงเข้าประเด็นสำคัญแล้ว
women.mthai