หนังดีปี 2009 ที่น่าพาแฟนไปดู

November 27th, 2009 by womenblogs

 

หนังดีปี 2009 ที่น่าพาแฟนไปดู
     งานอดิเรกเพื่อกระชับสัมพันธ์รักของสาวไทยแอนด์บอยเฟรนด์ในปี 2009 นี้คงหนีไม่พ้นการจองตั๋วดูหนัง (อีกเป็นแน่แท้) แต่แหม ถ้าเขาถามว่าดูเรื่องอะไรแล้วตอบไปว่า “อะไรก็ได้” เดี๋ยวผู้ชายก็หาว่าไม่รู้จักคิดเสียทีที่เป็นสาวก สุดสัปดาห์ หมด มามะ ดั๊นมีข้อมูลหนังที่จะเข้าฉายในเวลาอันใกล้มาแนะนำให้รู้จัก

Harry Potter and the Half-Blood Prince

 

Harry Potter and the Half-Blood Prince

Changeling

Changeling

Night at the Museum 2: Battle of the Smithsonian

Night at the Museum 2: Battle of the Smithsonian

Night at the Museum 2: Battle of the Smithsonian

Ice Age 3: Dawn of the Dinosaurs

Friday the 13th

Friday the 13th

Terminator Salvation

Terminator Salvation

Transformers: Revenge of the Fallen

Transformers: Revenge of the Fallen

The Wolf Man

The Wolf Man

Dragonball Evolution

Dragonball Evolution

G.I. Joe: the Rise of Cobra

G.I. Joe: the Rise of Cobra

Monster vs. Aliens

Monster vs. Aliens

Star Trek

Star Trek

Princess and the Frog

Princess and the Frog

Outlander

Outlander

Ninja Assassin

Ninja Assassin

Fast and Furious 4

Fast and Furious 4

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช: ยุทธหัตถี

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช: ยุทธหัตถี

ก้านกล้วย 2

ก้านกล้วย 2

Wolverine

Wolverine

Knowing

 

Knowing


10 หนังน่าดูก่อนตาย

       สตีเวน เจย์ ชไนเดอร์ นักเขียนชื่อดังได้รวบรวมหนัง 1001 เรื่องที่น่าดูก่อนตายไว้ในหนังสือ “1001 Movies You Must See Before You Die” ซึ่งเราเลือกมาบางเรื่องให้คุณรู้จักดังนี้
 

1. Rebel Without a Cause (1955)
     นำแสดงโดยเจมส์ ดีน และนาตาลี วู้ด หนังพูดถึงปัญหาวัยรุ่น แก๊งรถซิ่ง ครอบครัวที่แตกแยก เป็นหนังเก่าคลาสสิกที่มีเนื้อหาร่วมสมัย

2. Psycho (1960)
     หนังคลาสสิกของผู้กำกับอัลเฟรด ฮิทช์ค็อก ราชาหนังสยองขวัญ ฉากฆ่าตรงฝักบัวกลายเป็นตำนานหลอนคนอาบน้ำมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนฉากจบก็โดนผู้กำกับต้มซะเปื่อย

3. Thelma & Louise (1991)
     หนังเล่าความเป็นมาของสองสาวที่ต่างขั้วต่างนิสัย แต่เป็นเพื่อนรักชนิดตายแทนกันได้ มีดาราเจ้าบทบาทอย่างจีน่า เดวิส และซูซาน ซาแรนดอน มาแสดงนำ ในเรื่องแบรด พิตต์ ยังเป็นเพียงน้ำจิ้มชูรส แต่ลีลารักช่างเย้ายวน

4. The Silence of the Lambs (1991)
     หนังแนวสืบสวนสอบสวนที่ถือเป็นการเปิดตัวฮันนิบาล (แอนโทนี ฮอปกินส์) เป็นครั้งแรกประชันกับโจดี้ ฟอสเตอร์ นักแสดงคุณภาพเยี่ยม ความฉลาดของบท พล็อตเรื่อง และ ไดอะล็อก ทำให้หนังดูเท่ สนุก และน่าติดตาม

5. Schindler’s List (1993)
     สตีเวน สปีลเบิร์ก ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นเหมือนคำให้การของเหยื่อสังหารหมู่ชาวยิวสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ดูแล้วสะเทือนใจสุดๆ

6. The Lord of the Rings (2001, 2002, 2003)
     ผลงานกำกับของปีเตอร์ แจ๊คสัน ใช้ทีมงานและนักแสดงร่วมสองหมื่นชีวิต ถือเป็นหนังไตรภาคที่สมบูรณ์แบบ คว้าคำชมและรางวัลไปครองเพียบ

7. My Own Private Idaho (1991)
     ว่าด้วยความสัมพันธ์ของชายกับชาย นำโดย คีนู รีฟส์ และริเวอร์ ฟีนิกซ์ ทั้งคู่เป็นชายขายบริการทางเพศที่ทำทุกทางเพื่อให้ชีวิตอยู่รอด คนแรกทำไปเพราะไม่มีจะกิน อีกคนทำเพราะประชดพ่อผู้ร่ำรวยและชอบบงการชีวิต

8. Trainspotting (1996)
     โด่งดังจนขึ้นอันดับหนังทำเงินในปีนั้น เสนอแนวคิดสำคัญว่า ชีวิตคือการเลือก ผ่านตัวละครคือ ยวน แม็คเกรเกอร์ ชายหนุ่มที่อยู่ท่ามกลางความยั่วยวนใจของยาเสพติดและกลุ่มเพื่อนที่มีอิทธิพล

9. Pan’s Labyrinth (2006)
     หนังพูดถึงเด็กสาวที่รักการอ่านหนังสือมาก แม่พาเธอไปยังสเปนเพื่อพบกับพ่อเลี้ยงผู้เป็นทหารลัทธิฟาสซิสต์ หนังเล่าสลับกันไปมาระหว่างชีวิตจริงของเด็กสาวกับชีวิตที่อยู่ในห้วงจินตนาการ ซึ่งในจินตนาการก็เลวร้ายไม่แพ้โลกแห่งความจริง หนังเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงสงคราม

10. Atonement (2007)
     หนังดราม่าจากอังกฤษ เล่าถึงความรักที่ยังฝังใจของคนต่างชนชั้นกัน นางเอกเป็นลูกสาวผู้ดี ส่วนพระเอกเป็นลูกคนสวน ที่ต้องพลัดพรากเพราะคนรอบข้าง นำแสดงโดยเคียรา ไนท์ลีย์ และเจมส์ แม็คอะว

women.mthai

อย

หนังรัก… น่าดู วันวาเลนไทน์

November 27th, 2009 by womenblogs

 
     วันวาเลนไทน์ ทั้งที แต่คิดไม่ออกว่าจะไปไหน women.mthai มีไอเดียง่ายๆ สำหรับคู่รักที่ ขี้เกียจ และไม่อยากออกไปเบียดเสียดผู้คนตามห้างเอย ร้านอาหารเอย หรือ โรงหนังเอย…  เราขอแนะนำว่า ให้ซื้ออะไรมาทำกินกันเองที่บ้าน กุ๊กๆ กิ๊กๆ กันไป… นอกจากจะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองแล้ว ยังประหยัดอีกด้วยนะคะ แต่ถ้าอยากดูหนังด้วยแล้วล่ะก็ ออกไปเช่าหรือซื้อหนังมาดูกันดีกว่าค่ะ อยากดูเรื่องอะไร แนวไหน ก็เช่าๆๆๆ หรือ ซื้อๆๆๆ มาเลยค่ะ ถ้าอยากได้บรรยากาศโรงหนัง ก็ไปซื้อป็อปคอร์นแบบสำเร็จรูปมาเข้าไมโครเวฟเอา… กลายเป็นโรงหนังส่วนตัวของคุณสองคนไปเลย (แถมได้จู๋จี๋กันแบบไม่ต้องเกรงใจใครด้วย อิอิ จริงมั้ย?)

แต่ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะดูหนังเรื่องอะไรให้เข้ากับบรรยากาศ วันแห่งความรัก…

 

วันนี้เรามีมาแนะนำ 25 เรื่อง จัดไปเลยค่ะ…

10 Things I Hate About You

10 Things I Hate About You

หนุ่มน้อยคาเมรอน หลงรัก เบียงก้า สาวน้อยนางในฝัน แต่เบียงก้าถูกพ่อห้ามไม่ให้มีนัดกับชายใด
จนกว่า แคท พี่สาวของเธอ จะมีแฟนเสียก่อน คาเมรอน จึงหาทางท้าให้แคทมีแฟนโดยเร็วที่สุด
โดยหมายตาไปที่หนุ่มหัวรั้นที่สุดของโรงเรียนมาเป็นผู้พิชิตใจแคทให้ได้

27 Dresses

27 Dresses

เรื่องสุดฮาปนเศร้า เมื่อ เจน สาวที่เต็มไปด้วยความโรแมนติค ช่างจินตนาการแต่ขาดความมั่นใจ
ถูกฟ้าลิขิตให้เป็นเพื่อนเจ้าสาวมาแล้วในชีวิต 27 ครั้งและยังไม่มีวี่แววว่าจะได้โอกาสเป็นเจ้าสาวสักที
ล่าสุดเมื่อน้องสาวของเธอจะแต่งงาน เธอมีแนวโน้มว่าจะต้องตีตราจองเป็นเพื่อนเจ้าสาวอีกตามเคย
แต่ทว่า ว่าที่สามีของน้องสาว ดั๊นเป็นเจ้าชายในฝันของเธอซะได้ เป็นเรื่องล่ะสิทีนี้
แล้วเธอจะแก้ปัญหานี้ยังไงดี?


50 First Dates

50 First Dates

ความรักหมายถึงการจะต้องไม่พูดว่า “เธอเป็นใคร” เฮนรี่ ร็อธ (แซนด์เลอร์) นักชีววิทยาทางน้ำได้พบผู้หญิงที่เพอร์เฟ็กต์ที่ชื่อ ลูซี่ วิตมอร์ (แบร์รี่มอร์ ) และเขาตกหลุมรักเธอหัวปักหัวปำ แต่เมื่อเขาพบเธอในวันรุ่งขึ้น เธอกลับจำไม่ได้เลยว่าเขาเป็นใคร ลูซี่ป่วยเป็นโรคทางเดินสมอง โดยความทรงจำของเธอจะถูกลบทิ้งทุกคืน บัดนี้ด้วยความช่วยเหลือของ อูล่า เพื่อนของเขา (ขไนเดอร์) เฮนรี่จึงต้อง หาวิธีที่จะทำให้พบลูซี่ และทำให้เธอตกหลุมรักเขาทุกวัน


A Cinderella Story

A Cinderella Story

ซินเดอเรลล่าเองยังไม่เคยรู้สึกแย่ขนาดนี้มาก่อนเลย ในภาพยนตร์เรื่อง A Cinderella Story เรื่องราวของเทพนิยายคลาสสิคที่กลับตาละปัดแต่แฝงด้วยความร่าเริงสนุกสนานที่ถูกนำกลับมาทำให้เข้าสมัย นักเรียนมัธยมปลาย แซม มอนโกเมอรี่ (ฮิลลารี่ ดัฟฟ์) อาศัยอยู่ด้วยการรับใช้แม่เลี้ยงที่หลงตัวเองอย่าง ฟีโอน่า (เจนนิเฟอร์ คูลลิดจ์) และสองน้องสาวตัวร้ายต่างมารดา ที่ปฏิบัติกับเธอเหมือนเธอเป็นเยี่ยงสาวใช้มากกว่าที่จะเป็นคนในครอบครัว

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะต้องเข้าเรียนที่ มหาวิทยาลัย พรินซ์ตันให้ได้ เธอได้พบว่า ชีวิตที่ถูกกดดันของเธอกลับน่าพิศวงและซับซ้อนมากขึ้นเมื่อเธอได้พบกับเจ้าชายของเธอทางอินเตอร์เนท แต่เมื่อเจ้าชายลึกลับที่เป็นบุพเพของเธอกลับกลายเป็นเพื่อนร่วมชั้น อย่าง ออสติน อเมส (แชด ไมเคิล เมอร์เรย์) ควอเตอร์แบคสุดฮ๊อต แซมก็รีบดึงตัวเองกลับมาสู่ความเป็นจริง โดยทิ้งโทรศัพท์มือถือของเธอเอาไว้ก่อนที่นาฬิกาจะตีระฆังบอกเวลาเที่ยงคืน

ด้วยความกลัวว่าจะถูกปฏิเสธถ้าความจริงถูกเปิดเผย แซมหลบเลี่ยงความพยายามของออสตินที่จะค้นหาตัวตนของเจ้าหญิงของเขา แซมจะยอมให้ความหวาดกลัวดึงตัวเธอเอาไว้หรือเธอจะค้นพบความกล้าหาญที่จะเป็นตัวเองและเรียกร้องสิทธิ์ในชีวิตที่เธอต้องการมาตลอดนั้นคืนมา?

A Lot Like Love

A Lot Like Love

ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น เมื่อชายหนุ่มและหญิงสาวพบกัน ในระหว่างเที่ยวบินในประเทศ โอลิเวอร์ (แอชตัน คุทเชอร์) เป็นบัณฑิตจบใหม่ และเขาก็มีตารางการบินที่เร่งรีบ เพื่อทำให้ความฝันในเชิงธุรกิจ และการได้พบรักแท้กลายเป็นจริง เอมิลี (อาแมนดา พีต) เป็นสาวซ่าส์รักอิสระ ที่ชื่นชอบการทำอะไรตามใจ และความสุดโต่งบ้าบิ่นทั้งหลาย สองทางเลือกที่แตกต่าง สองมุมมองชีวิตที่เข้ากันไม่ได้ พวกเขาอาจจะถูกใจกันในระยะเวลาสั้นๆ แต่ชัดเจนว่า โอลิเวอร์กับเอมิลีไม่ได้เป็นคู่แท้ของกันและกัน ..รึเปล่านะ?

ถึงแม้ทั้งคู่จะเดินหน้าต่อไป แต่ทั้งโอลิเวอร์และเอมิลีก็ดูจะไม่อาจปล่อยวางได้ทั้งหมด เมื่อพวกเขาบังเอิญได้เจอกัน ปีแล้วปีเล่า ในเมืองแล้วเมืองเล่า ผ่านการเปลี่ยนอาชีพ และความสัมพันธ์มากหน้าหลายตา มันก็ดูมีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่ทำให้พวกเขาอยู่ห่างไกลกัน แต่มันก็มีบางสิ่งที่ไม่อาจอธิบายได้ ที่ดึงดูดพวกเขาเข้าหากัน มันมีบางสิ่งในการที่ทั้งคู่หัวเราะด้วยกัน การที่พวกเขาคุยกันได้อย่างถูกคอ การที่พวกเขาดูจะอยู่เคียงข้างอีกฝ่าย ในยามที่สิ่งต่างๆ พังทลาย แล้วอะไรล่ะ ที่มาขวางทางสิ่งที่น่าจะเป็น “ความรัก” ที่แสนโรแมนติกได้?


Be With You

Be With You

ทาคูมิ (ชิโนบุ ทาคามูระ) ชายหนุ่มผู้สูญเสีย มิโอะ (ยูโกะ ทาเคอุจิ) ภรรยาตัวเองไป และเขาต้องเลี้ยงดู ยูจิ (อาคาชิ ทาเคอิ) ลูกชายวัย 6 ขวบ แต่เพียงลำพัง พวกเขาทั้งคู่ต่างโศกเศร้าและเฝ้ารอคอยว่า
สักวันหนึ่งพวกเขาจะได้กลับมาอยู่รวมกันอีกครั้งหนึ่ง

ก่อนตาย มิโอะได้ทิ้งสมุดภาพไว้ให้ยูจิ …สมุดภาพเล่มนั้นเป็นเล่มที่เธออ่านให้ลูกฟังเสมอ
ก่อนเขาเข้านอน และตั้งแต่ที่เธอตายไป ยูจิก็นำมันติดตัวไปในทุกที่…

มิโอะได้เขียนคำสัญญาทิ้งไว้ในสมุดภาพให้กับยูจิว่า “ถ้าแม่ตายไป… 1 ปีหลังจากนี้… ในวันที่ฤดูฝนเดินทางมาถึง เราจะได้กลับมาพบกันอีก…” และนับตั้งแต่วันนั้น ยูจิก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันที่ฝนจะตกลงมา เพราะเขาเชื่อมั่นว่า เมื่อวันนั้นมาถึง เขาจะต้องได้พบกับแม่อีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน เมื่อครบกำหนด ยูจิและทาคูมิก็พากันเดินเข้าไปในป่าที่อยู่ข้างๆ หลุมศพของมิโอะ และที่นั่นพวกเขาก็ได้พบกับ..
หญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนกับมิโอะ ราวกับคนๆ เดียวกัน

หญิงสาวคนนั้นนั่งอยู่กลางป่า เธอจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร และมาทำอะไรที่นั่น แต่ถึงแบบนั้น ทาคูมิและยูจิก็จูงมือเธอกลับมาที่บ้าน ด้วยความเชื่อมั่นว่าเธอคือมิโอะ… ที่กลับมาตามคำสัญญาที่ทิ้งไว้กับพวกเขา… ยิ่งนานวันพวกเขาทั้ง 3 ก็ยิ่งผูกพันกันมากขึ้น มิโอะซักเสื้อผ้าทำความสะอาดบ้าน และอ่านสมุดภาพให้ยูจิฟังก่อนนอน.. ไปเดินเล่นกับทาคูมิ.. เย็บเสื้อผ้าที่ขาด และทำอาหารกลางวันให้เขา

ความสุขมักจะอยู่สั้นกว่าที่เราคิดเสมอ เพราะในคำสัญญาที่มิโอะทิ้งไว้ให้ เธอจะกลับมาอยู่กับพวกเขาแค่ช่วงฤดูฝนเท่านั้น และในวันที่แสงอาทิตย์เข้ามาแทนสายฝน เธอจะต้องกลับไปยังที่ที่จากมา…

เมื่อมิโอะจากพวกเขาไป ทาคูมิและยูจิ ก็กลับเข้าสู่ความโศกเศร้าอีกครั้ง แต่คราวนี้แตกต่างจากครั้งก่อน เพราะมิโอะได้ทิ้งสมุดบันทึกของเธอเอาไว้ ในสมุดเล่มนั้น เธอบันทึกเรื่องราวความรักระหว่างเธอและทาคูมิเอาไว้… และเมื่อทาคูมิเปิดอ่าน เขาก็ได้รู้ความหมายที่ยิ่งใหญ่ของความรักที่เขาไม่เคยรู้ …ความหมายของการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของมิโอะมาตลอด 9 ปี …เพื่อที่จะได้อยู่เคียงข้างเขาและยูจิ …ความหมายอันเป็นที่มาของคำว่า Be With You.

women.mthai

ทายนิสัย หนุ่มข้างกาย จาก ตัวเลข

November 10th, 2009 by womenblogs

     ทายนิสัย หนุ่ม จาก ตัวเลข หากคุณอยากรู้ว่าหนุ่มที่คุณควงอยู่นั้นมีนิสัยอย่างไร ก็ลองทายนิสัยกันได้ โดยการ นำวันเดือนปีเกิด (ค.ศ.) ของเขามาบวกกันให้เหลือเพียงหลักเดียว เช่น เขาเกิดวันที่ 29 มีนาคม 1980 ก็นำมาคำนวณดังนี้ 29+3+1+9+8+0=5+0=5 เมื่อได้เลข 5 ก็ไปอ่านคำเฉลยกันค่ะ
 

  หมายเลข 1
เป็นคนเงียบขรึม ทะเยอทะยานและมุ่งมั่น ขี้อาย ถ้าเขาตกหลุมรักล่ะก็ เขาจะทุ่มเท่ให้คนรัก แต่เขามีความเป็นส่วนตัวสูง บางครั้งก็หยิ่งยโส กวนประสาทบ้าง

  หมายเลข 2
เป็นคนโรแมนติก อ่อนไหวง่าย เข้าใจความต้องการของผู้หญิง แต่เจ้าอารมณ์ ชอบหักอกผู้หญิงและชอบเมาหัวราน้ำถ้ามีเรื่องขัดใจ

  หมายเลข 3
เป็นคนมีแรงดึงดูดทางเพศ ฉลาดและสนุกสนาน แต่เป็นคนอนุรักษ์นิยม ชอบสนุกสนานเฮฮาตามสถานบันเทิง แถมเป็นคนช่างติและหลงตัวเอง

  หมายเลข 4
เป็นผู้ชายที่จริงใจและซื่อสัตย์ ขยันและรอบรู้ ไม่ค่อยสนใจเรื่องความรักเท่าไหร่ เป็นคนที่ไม่ชอบการถูกบังคับ คุณจึงต้องใช้จิตวิทยากับเขา

  หมายเลข 5
เป็นคนเจ้าเล่ห์เจ้ากล ชอบศิลปะ การต่อสู้ และกีฬากลางแจ้ง เป็นคนพูดเก่ง แต่ไม่ชอบฝากหัวใจไว้กับใคร ชอบเที่ยวมากกว่าทำงาน ไม่ซื่อสัตย์กับผู้หญิง

  หมายเลข 6
เป็นหนุ่มหน้าตาดีและโรแมนติก มีความอบอุ่นและมั่งคง เป็นคนรักจริงรักจังชอบไปไหน ๆ กับสาวที่เขารักเสมอ เรียกว่าเป็นหนุ่มในฝันของสาว ๆ เชียวล่ะ

  หมายเลข 7
เป็นหนุ่มช่างฝันและโรแมนติก แต่ข้อเสียของเขาก็คือ บางครั้งเขาก็มีโลกของตัวเองมาก ขนาดไม่พูดจากับใครได้ทั้งวัน หรือหมกมุ่นอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์

  หมายเลข 8
เป็นสุภาพบุรุษ ชอบใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมและชอบความหรูหราสะดวกสบาย เป็นคนฉลาด รู้ทันผู้หญิง เป็นคนหัวสูงและฉาบฉวย ชอบการพนัน

  หมายเลข 9
เป็นชายที่อบอุ่น ซื่อสัตย์ บางครั้งก็หลุดโลก ค่อนข้างเรื่องมากในการหาคู่ หากพบสาวถูกใจก็จะทำตัวเป็นปาท่องโก๋จนสาวคนรักปลีกตัวไม่ได้

women.mthai

วิธีเดทแบบประหยัด

October 18th, 2009 by womenblogs

คู่รักคู่ไหนที่อยากออกเดทแบบประหยัด วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีมาเสนอ…


คนโสด คู่รัก ความรัก ออกเดท

1. จูงมือกันเดินเล่นรอบหมู่บ้านตอนเย็น ๆ มองตากันซึ้งเวลาพระอาทิตย์ตก

2. ขี่จักรยานเที่ยวด้วยกัน

3. ไปปิกนิกในสวนสาธารณะตอนวันหยุด อย่าลืมทำอาหารไปกินเอง มีน้ำ มีเสื่อไปให้ครบ จะได้ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม

4. ไปเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ทางรถไฟแบบเช้าไป/เย็นกลับ ได้เห็นวิวสวย ๆ แปลกตา งบต่ำ แต่ได้ความรู้ใหม่ ๆ อีกเพียบ

5. เปลี่ยนจากเดินช้อปปิ้งห้างใหญ่ ๆ มาเดินตลาดนัดหรือจตุจักร ได้ของเก๋ ๆ แล้วยังแข่งกันต่อราคาอีกด้วย

6. เปลี่ยนจากดินเนอร์มื้อค่ำมาเป็นจิบกาแฟตอนบ่าย ๆ หามุมเงียบสักมุม นั่งอ่านหนังสือด้วยกัน บรรยากาศในร้านกาแฟ

7. ลองโทร. เข้าไปเล่นเกมชิงตั๋วหนัง ได้ดูหนังฟรี แบบมีลุ้น สนุกกว่าเดิมอีกเยอะเลย

8. ขึ้นรถไปเที่ยวนอกเมืองด้วยกัน แวะกินข้าวร้านอาหารริมทาง ไม่แพงแต่ได้บรรยากาศดี

9. แพ็คกระเป๋าหาทริปแบบโฮมสเตย์ ราคาเป็นกันเอง แถมยังได้สัมผัสชีวิตชาวบ้านอย่างที่ไม่เคยรู้จักอีกด้วย

10. ไปดูนิทรรศการงานศิลปะ ได้ทั้งอาหารตา และอาหารใจ แบบไม่ต้องเสียเงิน

อ่านแล้วถูกใจวิธีไหน ลองนำไปใช้กับคู่ตัวเองเลย

women.mthai

 

วิธีเข้าหาหนุ่มที่แอบปิ๊ง

October 18th, 2009 by womenblogs

สาว ๆ คนไหนที่กำลังแอบปิ๊งหนุ่มแปลกหน้า และอยากรู้จัก วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์ มีวิธีเข้าหาหนุ่มที่แอบปิ๊งมาบอกกัน…

คู่รัก คนโสด ปิ๊ง ตกหลุมรัก

>>>สบตาเข้าไว้

เริ่มด้วยการยืนใกล้ ๆ แค่พอให้เริ่มบทสนทนาได้ อย่าประชิดจนผู้ชายไร้ทางหนี จากนั้นประสานสายตาพร้อมกับยิ้มให้เขาแว่บเดียว แต่ต้องเป็นยิ้มสุดกระจ่างสว่างใจ แล้วนิ่งรอรอยยิ้มตอบกลับประมาณ 1-2 วินาที จึงมองไปทางอื่น หากเขายิ้มให้และสบตาเราตรง ๆ แสดงว่าเขาเปิดทางสู่บทสนทนา แต่ถ้าเขาหลบตาแล้วส่งยิ้มมุมปากเครียดๆ มาให้ ท่าทางจะยาก

>>>พูดอะไรก็ได้

ให้สนทนาไปเรื่อยเปื่อย ควรพูดถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในขณะนั้นซึ่งไม่ท้าทายหรือก้าวร้าวเกินไป หากกำลังยืนอยู่ในร้านเบเกอรี่ ให้ระงับอกระงับใจไม่หลุดปากถึงความหล่อล่ำของเขา สิ่งที่ควรพูดคือ “คุณเคยกินแซนวิชร้านนี้ไหม ฉันตัดสินใจไม่ถูกระหว่างแซนวิชไก่หรือทูน่า” ข้อควรจำคือ บทสนทนายิ่งธรรมดาเท่าไรก็ยิ่งเวิร์คเท่านั้น

>>>ทำยังไงดีถ้านึกอะไรไม่ออก

หากไม่รู้จะพูดอะไร ให้นึกถึงว่ามี ใคร อะไร เมื่อไร ที่ไหน และทำไม ตัวอย่างเช่น ถ้าเรากำลังอยู่ในงานเปิดนิทรรศการภาพถ่ายของใครคนหนึ่ง ลองเริ่มว่า “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ… คุณรู้จักแป๋ม(ชื่อช่างภาพ)หรือแค่ติดตามผลงานคะ” “รถติดไหมคะ วันนี้ฉันมาสายเลย” “ภาพถ่ายพวกนี้เยี่ยมมากเลยนะคะ” “คุณคิดยังไงกับผลงานของแป๋ม ฉันเป็นเพื่อนสนิทค่ะ แต่คุณพูดตรง ๆได้ เพราะเธอชอบคำวิจารณ์”

>>>สังเกตปฏิกิริยา

ถ้าเขายินดีสานบทสนทนาต่อไป รอยยิ้มของเขาจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ แถมยังขยับตัวเข้ามาใกล้และชะโงกตัวเข้าหาเราอย่างเห็นได้ชัด อย่าเพิ่งยอมแพ้หากผู้ชายไม่ทำท่าอะไรเลยในทันทีทันใด อารมณ์วิตกกังวลจะทำให้เราแปลความตื่นเต้นของเขาเป็นความเขินอายหรือหยิ่งขี้เก๊ก ผู้ชายก็ตื่นเต้นเป็น

>>>ไม่ให้ขาดตอน

เมื่อเปิดฉากสนทนาได้อย่างดีแล้ว ลองก้าวไปไกลกว่าเดิม โดยเปลี่ยนจากการสนทนาแสนสุภาพตามมารยาทสังคม ไปสู่การพูดคุยกันจริง ๆ ด้วยการถามถึงความรู้สึกหรือเหตุผล เช่น “คุณรู้สึกอย่างไรถ้า…” หากวิธีนี้ไม่ราบรื่นอย่างที่หวัง นั่นแสดงว่าเขาไม่สนใจ แถมยังไม่หลวมตัวไปกับเรา หรือไม่เราก็ถามคำถามปิดเกินไป คำถามเปิดคือคำถามที่ต้องการคำอธิบาย เช่น “คุณคิดยังไงกับร้านนี้” คำถามปิดคือคำถามที่ตอบแค่ใช่หรือไม่ เช่น “คุณมาที่นี่บ่อยไหมคะ” แต่ไม่ว่าจะยังไงต้องยิ้มเข้าไว้ ธรรมชาติของมนุษย์จะชอบคนที่มาแสดงออกว่าติดเนื้อพึงใจอย่างเห็นได้ชัด หากแสดงออกว่าเราแฮปปี้ที่ได้คุยกับเขา เขาก็จะเพลิดเพลินในการคุยกับเรา

>>>แค่มารยาทหรือเปล่า

เป็นไปได้ว่าการที่เขาพูดคุยกับเราอย่างสุภาพบุรุษที่สุดในโลก เขาอาจเป็นฝ่ายจบการสนทนาทันทีที่มีโอกาส ของแบบนี้ต้องทดสอบดู ลองขอตัวออกมากลางคันสัก 2-3 นาที แล้วดูว่าเขาชะเง้อชะแง้คอยเรากลับมาหรือเปล่า “ฉันจะไปหาอะไรดื่มสักหน่อย คุณอยากได้อะไรไหมคะ” ถ้าสนใจเราอยู่เขาจะตอบโอเคถึงแม้จริง ๆแล้วไม่อยากดื่มอะไรเลย แต่ถ้าเขาตอบว่า “ไม่เป็นไรครับ ผมไปเอาเองดีกว่า” หรือ “ผมคิดว่ารอเพื่อนมาก่อนดีกว่า” ถ้าเป็นอย่างนี้ เขาแค่มีมารยาท ไม่ได้ใยดีเราสักนิด

women.mthai

 

ความรักต้องการความชัดเจนและสม่ำเสมอ

October 18th, 2009 by womenblogs

 

  วันก่อนผมไปงานแต่งงานอดีตกิ๊ก (ที่ไม่ได้แปลว่าชู้… แต่เป็นคนที่มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน) เราไม่ได้เจอกันมาเกือบปีจากการเจอกันครั้งสุดท้าย… ด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้ แต่ผมพยายามนึกเองว่า

  วันก่อนผมไปงานแต่งงานอดีตกิ๊ก (ที่ไม่ได้แปลว่าชู้… แต่เป็นคนที่มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน) เราไม่ได้เจอกันมาเกือบปีจากการเจอกันครั้งสุดท้าย… ด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้ แต่ผมพยายามนึกเองว่า

 

เป็นเพราะงานเยอะ ไม่มีเวลา… ที่ทำให้เราห่าง ๆ กันไป 

   ผมยังจำได้… วันที่เราเจอกันครั้งแรก ผมไปหาเพื่อนที่คณะของเธอ เราอยู่สถาบันเดียวกัน แต่คนละฝั่งถนน ผมเห็นเธอเล่นกับหมาสกปรก ๆ ตัวนึง ภาพนั้นยังชัดเจนอยู่เลย ผู้หญิงผมยาว หน้าตาน่ารัก เล่นกับหมามอมแมม เธอเอาลูกชิ้นปิ้งมาให้น้องหมากิน ลูบหัวลูบหูมันแบบไม่รังเกียจ ผมไม่เคยจีบผู้หญิง จีบไม่เป็นด้วย แต่ผมขอให้เพื่อนแนะนำเธอให้รู้จัก แสดงให้เห็นว่าผมสนใจเธอ ไม่รู้เรียกว่าจีบหรือเปล่า เราคุยกันถูกคอเรื่องหมา เรื่องหนัง เรื่องเพลง เรื่องนินทาเพื่อนของเรา และเรื่องการเรียนที่เธอสนใจการเรียนของคณะผม และผมสนใจการเรียนคณะเธอซึ่งเป็นคนละสาย

   ความสัมพันธ์ก่อตัว… เราอาจจะเป็นมากกว่าเพื่อน แต่ก็ไม่รู้จะใช้คำว่าแฟนได้ไหม เราไปกินข้าวด้วยกันทุกวัน ผมเดินไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์ทุกเย็น เราโทร.คุยกันบ่อย ๆ ถึงจะไม่บ่อยมาก วันหยุดเรานัดไปดูหนังด้วยกัน ผมถือของให้เวลาเธอไปชอปปิ้ง แต่เราไม่เคยบอกว่าต่างคนต่างรู้สึกยังไง ไม่เคยบอกใครและไม่เคยบอกกันว่าตกลงเราเป็นแฟนกัน ไม่เคยมีคำพูดหวานๆ หรือการกระทำที่มันพิเศษมากไปกว่านี้

   จนเราเรียนจบ… พอเริ่มทำงาน สังคมก็เริ่มเปลี่ยน เวลาและความวุ่นวายหน้าที่การงานทำให้ความกระตือรือล้นที่จะเจอกันน้อยลง ความถี่ในการโทรหากันห่างขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจำไม่ได้ ว่าครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน กินข้าวกัน ดูหนังด้วยกัน และโทรศัพท์คุยกัน คือ เมื่อไหร่ ผมไม่คิดถึงเธอหรือเปล่า… ก็ไม่เชิง เพียงแต่มันมีเรื่องอื่นให้คิดมากกว่า จนเหมือนหลง ๆ ลืม ๆ เธอไป…


   เรามาเจอกันอีกที… ตอนงานแต่งงานเพื่อนคนที่แนะนำให้เรารู้จักกัน หลังจากเรียนจบหลายปี เรายังคุยกันเหมือนเดิม แต่เหมือนระยะห่างมากขึ้น เราไม่ถามกันว่าแต่ละคนหายไปไหนมา ถามแต่ว่ากำลังทำงานอะไรอยู่ เป็นไงบ้าง แล้วเราก็ห่างหายกันไปอีกครั้ง…

   แล้ววันนึง… เธอก็โทรมาหาผม บอกว่ากำลังจะแต่งงานกับชาวต่างชาติ ที่ทำงานที่เดียวกันกับเธอ ผมบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง เราห่างกันจนผมไม่ควรจะหวงเธอแล้ว… แต่ผมก็รู้สึกใจหาย มันรู้สึกแปลก ๆ เหงา ๆ หัวใจหวิว ๆ ยังไงไม่รู้ ผมไปงานแต่งงานของเธอ… บอกตรงๆ ว่าตอนอยู่ในงาน ผมนึกในใจว่าทำไมผู้ชายที่ยืนข้างเธอไม่ใช่ผม แต่วันนั้นผมก็ได้แสดงความยินดีกับเธอไปอย่างเต็มใจ

   เมื่อคืน เธอโทรมาหาผม… เราคุยกันมากขึ้นกว่าตอนที่ห่างหาย ที่จริงผมเริ่มทำใจได้บ้างแล้วล่ะ ก็เลยแกล้งบอกเธอไปว่า…

 
     “เนี่ย พอบีแต่งงานไปโอเลยไม่รู้จะแต่งกับใคร” เธอหัวเราะ ถามว่า
     “นี่โออยากแต่งงานกับบีด้วยเหรอ นึกว่าไม่อยาก” ผมก็
     “อ้าว ทำไมล่ะ โอดูไม่ชอบบีเหรอ” เธอนิ่งไปแป๊บนึง แล้วก็ถามแบบเสียงซีเรียส
ว่า…
     “ถามจริงเถอะ บีอยากรู้มานานแล้ว ว่าที่ผ่านมาโอคิดยังไงกับบี” ผมถามย้อนกลับว่า
     “ที่เราไปกินข้าว ดูหนัง
กันเนี่ย มันไม่ได้หมายความว่าชอบเหรอ ไม่เคยทำแบบนี้กับใครเลยนะ” 

   จากนั้นผมถึงได้รู้ว่า เธอรู้สึกไม่เข้าใจว่าผมคิดไงมาตลอด เพราะเราไปไหนมาไหนด้วยกันทุกวัน คุยกันทุกวัน แต่ผมไม่เคยมีอะไรหวานๆ ไม่เคยแสดงความห่วงใยเป็นพิเศษ ไม่เคยบอกว่าชอบเธอ ไม่รู้ว่าเราเป็นแฟน… หรือเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก ซึ่งสิ่งที่เธออยากรู้คือผมชอบเธอระดับไหนแค่คนควงเล่นหรือมากกว่านั้น (ผมดูเหมือนคนคบผู้หญิงไว้ควงเล่นขนาดนั้นเลยเหรอ…) เพราะเป็นผู้หญิง… ทำให้เธอไม่เคยกล้าถาม แต่วันนี้ถามฐานะ เพื่อนเก่า  ตอนนั้นผมเองก็ไม่ได้พูด เพราะพูดไม่เป็น แล้วก็ไม่นึกว่าผู้หญิงจะต้องการการแสดงออกที่ชัดเจนมากกว่านี้ ยิ่งพอเรียนจบ ผมเหมือนหายไปเลย… ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน ผมรู้สึกเหมือนกับว่า หัวข้อการคุยหลังจากนั้น คือ เราต่างเสียดายที่เราไม่เปิดเผยความรู้สึกให้อีกฝ่ายมากกว่านี้ในตอนนั้น ถึงเราจะคุยกันเหมือนเป็นเรื่องน่าขำ…

   หลังจากวางสาย… ผมรู้สึกเหงา ๆ หวิว ๆ ยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าเธอจะแต่งงาน มันเหมือนอะไรบางอย่างที่เราควรจะรักษาไว้ แต่กลับรักษาไม่ได้ แล้วตอนนี้มันก็สายเกินไปที่จะเรียกกลับมา ก็หวังว่าความเหงาแบบนี้มันคงจะผ่านไป… ไม่กี่วันหลังงาน ผมได้รูปแต่งงานของเธอมา (ผมขอรูปเจ้าสาวที่เธอไปถ่ายติดหน้างานไว้) ผมดูแล้วก็ยิ้ม ๆ ทุกครั้ง ใช่ครับ… ถึงมันจะเศร้า แต่อย่างน้อยเธอก็เป็นความทรงจำที่ดี ตอนที่ผมเห็นรูปนี้ครั้งแรก ผมไม่เคยฝันว่างานแต่งงานผมจะเป็นไง… เจ้าสาวผมจะเป็นใคร หน้าตาแบบไหน ไม่เคยคิดด้วยซ้ำ… ว่าตัวเองจะแต่งงานหรือเปล่า แต่รูปถ่ายผู้หญิงปล่อยผมยาว ยิ้มกว้าง แต่งหน้าอ่อนๆ ใส่ชุดสีขาวสบายๆริมสระน้ำ… ทัดดอกไม้สีขาวที่หู รูปนี้ ผมรู้สึก เสียดายจริง ๆ ที่เธอไม่ใช่เจ้าสาวของผม ไม่ได้ใส่ชุดนี้เพื่อผม ในแต่งงานของเธอ ทุกครั้งที่มองเธอ ผมถามตัวเองตลอด… ว่าทำไมผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างเธอวันนี้ไม่ใช่ผม แต่คำตอบของสิ่งที่ผมถามตัวเอง… ผมก็รู้ว่าเพราะอะไร

   เหตุการณ์นี้คงเป็นบทเรียนนะครับ ซึ่งไม่รู้ผมจะมีโอกาสได้แก้ตัวอีกหรือเปล่า เรื่องของคนที่ไม่ชัดเจน ไม่สม่ำเสมอ และเข้าใจยาก อย่างผม อยากเอามาเล่าสู่กันฟัง ไม่อยากให้เกิดกับใคร… ใครที่ยังมีสิ่งที่ตัวเองหลงลืมลองย้อนหันกลับไปมอง และเอาใจใส่ให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นอีกนิดนะครับ จะได้ไม่ต้องมานึกเสียดายทีหลัง… ถ้าสิ่งนั้นพลาด หรือหลุดลอยไป หรือถ้าพลาด อย่างน้อยก็ยังรู้สึกว่าได้ทำเต็มที่แล้ว ไม่ใช่พลาด เพราะปล่อยปละละเลย

อย่าลืมนะครับ…ขอย้ำอีกทีว่า

women.mthai

“ประโยคน้ำเน่า” ที่ผู้ชาย “อยากได้เรา”

October 18th, 2009 by womenblogs


 

       ถึงแม้หลายคนจะบอกว่าผู้หญิงเดี๋ยวนี้รู้ทันผู้ชายไปซะทุกเรื่อง แต่อย่าลืมว่าผู้ชายเค้าก็มีมารยาเหมือนกัน และมารยาของเค้าก็สามารถทำให้คุณมาสยบข้างกายของเค้าได้ ลองดูซิว่าผู้ชายแบบนี้จะมีเล่ห์เหลี่ยมอะไรแอบแฝงมาบ้าง ?

     “ชีวิตนี้ผมจะไม่ขอรักใครอีก นอกจากคุณคนเดียว” (ผู้ชายร้อยละ 90 พูดโกหก)

แหม…ได้ยินประโยคนี้แล้ว แทบจะอ้วกเหมือนว่ากำลังดูละครน้ำเน่าอยู่ แล้วถ้าได้ยินคำนี้อย่าคิดว่าเค้าจะรักตามที่พูดได้นะ เพราะว่าถ้าเค้ารักคุณมากได้ เค้าก็สามารถรักคนอื่นมากได้เช่นกัน

     “เธอจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักมากที่สุด” (ผู้ชายร้อยละ 85 พูดโกหก)

ยิ่งประโยคนี้ ฟังแล้วชวนเลี่ยน เพราะว่าถ้าเค้าบอกว่าคุณเป็นผู้หญิงคนเดียวที่รักที่สุดในโลก อ้าว!! แล้วแม่ย่ายายป้าอาน้าบุพการีที่เป็นผู้หญิงล่ะ เค้าไม่รักเหรอ?

     “ผมไม่เคยยอมใครขนาดนี้มาก่อน” (ผู้ชายร้อยละ 83 พูดโกหก)

ผู้ชายพูดคำๆ นี้ออกมา แสดงว่าเค้าจะทำให้ทุกอย่างให้คุณยอมเค้าให้ได้ ด้วยวิธีแบบละมุนละไมและได้ใจคุณมากที่สุด ซึ่งถ้าคุณเผลอใจไปนั่นแหละเท่ากับคุณได้พ่ายแพ้เค้าแล้ว

     “ให้อภัยผมเถอะ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว” (ผู้ชายร้อยละ 65 พูดโกหก)

การให้อภัยนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่แหม…ถ้าทำแบบนี้หลายๆ ครั้ง ซ้ำไปซ้ำมา แล้วจุดจบก็คือกลับมาให้อภัย ทั้งๆ ก็เตือนแล้ว เรียกว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป อนาคตที่จะแต่งงานกันก็เลิกคิดไปได้เลย

     “คิดถึงจนทนไม่ไหวแล้ว ออกมาเจอกันหน่อยนะ” (ผู้ชายร้อยละ 88 พูดโกหก)

เป็นประโยคที่ริเริ่มการล่อลวงคุณสาวๆ ให้หลงเชื่อก่อน แล้วต่อจากนั้นคุณก็จะตกไปอยู่ในกำมือของเค้าแบบไม่ทันตั้งตัว ระวัง!! ถ้าคุณออกไปหาเค้า เดี๋ยวเค้าจะคิดว่าคุณง่ายจริงๆ

     “ขอนอนกอดเฉยๆ ก็พอ” (ผู้ชายร้อยละ 89 พูดโกหก)

ถ้าใครเชื่อประโยคนี้ ถ้าไม่เป็นบ้าก็ต้องยาสั่งแน่ๆ ผู้ชายเกือบทั้งร้อยจะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอดของตัวเองหลุดมือหรอก เพราะว่าถ้าคุณยอมเค้า ผู้ชายประเภทนี้ ได้คืบเดี๋ยวจะเอาศอกต่อ ไม่เชื่อลองวัดใจดูซิ

     “ผู้หญิงคนนั้น เป็นแค่เพื่อนจริงๆ” (ผู้ชายร้อยละ 65 พูดโกหก) 

เค้าอาจจะพูดจริงก็ได้ แล้วถ้าเอาให้ชัวร์ เวลาที่เราเจอผู้หญิงคนนั้นพร้อมกับเค้า ดูซิว่าเค้าจะแนะนำเราว่าอยู่ในฐานะอะไร แต่ก็ไว้ใจไม่ค่อยได้ คุณอย่าลืมซิว่าผู้ชายมักจะอ่อนไหวง่ายกว่าผู้หญิงโดยเฉพาะเรื่องแบบนี้

     “อยากเจอจะตายไป แต่ผมไม่ว่างจริงๆ” (ผู้ชายร้อยละ 85 พูดโกหก)

ก็ขอให้มันเป็นดั่งคำที่พูดออกมาจากใจแล้วกัน แต่ถ้ารักกันจริง มันก็ต้องหาเวลาว่างมาเจอหน้ากันบ้าง ไม่ใช่อ้างว่าไม่ว่างตลอดเวลา และสิ่งที่อ้างว่าไม่ว่าง คุณผู้ชายของคุณอาจจะไปเฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนๆ หรือถ้าเลวร้ายกว่านั้น อาจจะอยู่กับกิ๊กใหม่ก็ได้

     “ถ้าวันไหนต้องเลิกกัน ผมยังห่วงคุณเหมือนเดิม” (ผู้ชายร้อยละ 95 พูดโกหก)  

ฟังแล้วซึ้งกินใจเหมือนว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงในนิยาย แต่ฟังดูดีๆ คุณเองอาจจะยังไม่ได้เลิกกับเค้า แล้วเค้าจะพูดแบบนี้ทำไม หรือว่าจะทำคะแนนเรียกร้องความสงสาร ผู้ชายแบบนี้ น่ารำคาญ…

women.mthai

ผู้หญิงแบบนี้…ที่ผู้ชายอยากแอ้ม!!!

October 18th, 2009 by womenblogs

      การที่ผู้ชายจะเลือกผู้หญิงสักคนมาเดินเคียงข้างแล้ววางแผนเป็นแม่ของลูกในอนาคตนั้น ไม่ได้มองแค่ว่าต้องสวย เริ่ด น่ารักมาก่อน แต่ผู้ชายยุคนี้จากการ สำรวจบอกว่าถ้าผู้หญิงคนนั้นจะต้องงามจากภายใน อ้าว…ถ้างามจากภายในแบบนี้ ลองมาดูซิว่าสาวๆ อย่างคุณจะติดอยู่ในเครือข่ายไหนบ้าง?…

1 “มิสนางสาวจริงใจ”

ผู้หญิงประเภทนี้เรียกว่าพระเจ้าประทานพรให้เธอเป็นคนที่แสนดีไปซะทุกเรื่อง คนอื่นจะมองอะไรเป็นเรื่องเลวร้าย แต่ถ้าได้สัมผัสเธอผู้นี้จะรู้เลยว่าโลกที่มองอยู่นั้นแตกต่างไปในทางที่ดี นิสัยของเธอจะมีความจริงใจเป็นหลัก เรียกว่าเธอเป็นผู้หญิงคิดบวกเลยก็ว่าได้

2 “มิสอเมริกันแชร์”

แค่ต้องการความเท่าเทียมกันในบางเรื่อง แต่ก็ไม่ถึงเป็นนักสิทธิสตรีโดยตรง เพียงแต่ว่าถ้าเธอไม่พอใจหรือรู้สึกว่าถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่ล่ะก็ วิญญาณของความเป็นนักต่อต้านจะเข้าสิงเธอทันที และอีกอย่างที่ผู้หญิงประเภทนี้ก็ไม่ชอบให้ใครมาหน้าใหญ่ ทำอะไรก็ต้องคนละครึ่งหรือใช้ทฤษฎีอเมริกันแชร์

3 “มิสเซ็กซ์จัด”

อะอะอะ…อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นโรคฮิสหรืออะไรนะ เพียงแต่ว่าผู้หญิงประเภทนี้จะทำหน้าที่บนเตียงได้อย่างเร้าร้อนจนคุณเองลืมไม่ลง แต่ก็ไม่ได้รุนแรงจนเป็นปัญหาทางจิตหรอก เพียงแต่ว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องธรรมชาติเท่านั้นเอง แล้วถ้าสาวประเภทนี้ได้รักใครแล้ว รับรองเรื่องอย่างว่าไม่เช้าไม่เลิกแน่ๆ

4 “มิสเบสท์เฟรนด์”

สาวประเภทแบบนี้น่าคบจะตายไป เพราะหาไม่ได้ตามท้องตลาดสักเท่าไหร่ นอกจากจะเป็นแฟนแล้ว เธอยังเป็นเพื่อนได้ในเวลาเดียวกัน เพียงแต่ว่าสาวประเภทนี้จะเข้าอกเข้าใจคุณผู้ชายเป็นพิเศษ และอีกอย่างถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาเค้าก็จะเข้าข้างผู้ชายโดยไม่ต้องมีข้อสงสัย นี่คือนิสัยของเพื่อนนั่นเอง

5 “มิสเถรตรง”

เป็นสาวที่ตรงไปตรงมาจนเถรตรง แต่ไม่ได้หมายถึงว่าต้องซื่อหรอกนะ เพียงแต่ว่าไม่ชอบอะไรที่เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ว่ากันมาตรงๆ เลยดีกว่า ไม่ต้องการให้หนุ่มๆ มาเล่นลิ้นปล่อยมุขเห่ย!! ให้รำคาญใจ แถมถ้าไม่พอใจ อาจจะเป็นขวานผ่าซากไปเลย จึงไม่ค่อยได้เห็นจริตจากสาวๆ กลุ่มนี้สักเท่าไหร่

6 “มิสบุคลิกเป็นเลิศ”

แม้จะไม่ได้มีตำแหน่งการันตีว่าเธอสวยที่สุดในประเทศหรือโลกนี้ แต่ด้วยความฉลาดที่แฝงอยู่ในตัวเธอนั้นแล้ว ยิ่งทำให้ผู้ชายชอบค้นหายิ่งนัก เพราะเธอได้เปรียบกว่าผู้หญิงบางคนที่สวยแต่โง่อีกด้วย แล้วถ้าผู้ชายเจอผู้หญิงแบบนี้ คุณคิดว่าเค้าจะปล่อยให้หลุดมือเหรอ?

7 “มิสผ้าพับไว้”

แค่ผ้าพับไว้แต่ไม่ใช่หญิงไทยซะทีเดียว เพราะน้อยนักที่จะเจอผู้หญิงแบบนี้ในโลกยุคสองพัน เพราะเธอจะไม่แคร์ว่าแฟนของเธอจะรวยหรือจน หล่อหรือเท่ห์ แต่เธอจะมองอย่างเดียวคือความรักที่มีให้กันและกันมากกว่าทุกสิ่งอย่าง

ลองสำรวจตัวคุณสาวๆ เองซิว่า คุณเองน่าจะเหมาะสมเป็นผู้หญิงแบบไหนที่ผู้ชายอยากแอ้ม!!

women.mthai

วิธีสังเกตว่าความรักเป็นรักแท้

October 18th, 2009 by womenblogs

คู่รักความรัก รักแท้ คนโสด หนุ่มสาว

ใครที่กำลังมีความรัก วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีสังเกตว่าความรักที่มีอยู่นั้น
เป็นรักแท้หรือเปล่ามาให้อ่านกัน…

1. ต้องมีความรู้สึกได้สัมผัส กับความสุขร่วมกับคน ๆ นั้น เมื่ออยู่ด้วยกันก็จะมีความสุขมาก ไม่เคยเบื่อที่มีเขาอยู่ใกล้ ๆ และเมื่อยามที่เขาห่างไกลไม่ได้เห็นหน้า ก็จะรู้สึกเหงา ๆ และคิดถึง ไม่ใช่พอเขาหันหลังให้ ก็กระโดดโลดเต้นดีใจ


2. ต้องให้ความเคารพนับถือคน ๆนั้น ถ้าจะรักใครสักคน แล้วตั้งหน้าดูถูกไม่เคยให้ความเคารพ ในความเป็นเขา แล้วคนอื่น ๆ จะเคารพคน ๆ นั้น ของเราได้อย่างไรและเราจะภูมิใจหรือ กับการที่ได้รักใคร่กับคนที่ใคร ๆ เขาดูถูก

 

3. ต้องรู้สึกว่าคน ๆ นั้นเป็นที่พึ่งได้ เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ขึ้นในชีวิต ก็มั่นใจว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเพื่อคอยช่วยเหลือ

4. ต้องเชื่อมั่นว่าถ้ามีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน สัมพันธภาพก็ยังคงดำเนินต่อไป เพราะคนเราย่อมผิดพลาดกันได้ ถ้ารู้จักอภัยกันมันก็อยู่กันทน


5. ต้องเข้าถึงความต้องการอารมณ์ และความรู้สึกของคน ๆ นั้นอย่างถ้ารู้ว่าชอบจะอยู่คนเดียวตามลำพังบ้าง ก็ควรเปิดโอกาสได้อยู่กับตัวเอง ด้วยความเต็มใจ

6. ต้องมีความรู้สึกต้องตาต้องใจ ในสรีระของคน ๆ นั้น ไม่ว่าจะต้องเสน่ห์ในความเป็นหญิงกำยำ หรือในความล้านจนขึ้นเงาวับบนหัวเขา มันก็มีส่วนในความรักเหมือนกัน

7. ต้องรู้สึกว่าเราสามารถจะพูดคุยกับคน ๆ นั้นได้ทุกเรื่อง อย่างเปิดอก สามารถที่จะขุดความรู้สึกส่วนลึกในหัวใจ ขึ้นมาพูดได้ ไม่ใช่ต้องปิดบังความรู้สึกส่วนนั้นไว้ เพราะกลัวว่าถ้าพูดออกมาแล้ว เราจะอับอายหรือไม่ก็กลัวว่าเขาได้ยิน แล้วจะเดินหายไปจากชีวิต

8. ต้องรู้สึกว่าคน ๆ นั้นเป็นของมีค่าในมือ ถ้าไม่มีเขาสักคน ชีวิตของเราก็สูญของมีค่าไป


9. ต้องรู้สึกเต็มใจที่มีส่วนร่วมกับคนๆ นั้น ในหลาย ๆ ด้าน เป็นต้นว่าความคิดอารมณ์ และเวลาแต่ไม่ใช่ร่วมกับเขาไปหมด จนเขาไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง


10. ต้องรู้สึกอยากมีส่วนร่วมอยากรับฟังทุกอย่าง ไม่ว่าสิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่ดี หรือเป็นสิ่งที่ทุกข์ ที่เรียกว่าร่วมทุกข์ร่วมสุข เพราะคนที่ต้องการแต่จะร่วมสุข นั่นหมายถึงว่าคุณไม่ได้มีรักแท้กับคนๆนั้น

women.mthai

มุกเด็ดๆ ของนายชัดเจน

October 18th, 2009 by womenblogs

มุกเด็ดๆ ของนายชัดเจน
ในบางรักซอยเก้า

สำหรับคนโสดที่กำลังคิดไม่ออกว่าจะจีบคนที่หมายตาไว้ยังไงดี ลองอ่านที่นี่ มีมุกเด็ดๆ ของชัดเจน ในบางรักซอยเก้า จะว่าเน่า ก็เน่านะ…แต่อาจจะได้ผลก็ได้

 

1.good night คนดี ขอให้นอนหลับฝันดี คืนนี้จะไปเข้าฝัน

2.พี่ไปส่งมั้ย น้องต้องเดินอีกไกลนะ กว่าจะพ้นใจพี่

3.เรื่องเนี้ยะ เริ่มต้นด้วยร้าย แต่ลงท้ายด้วยรักนะจ๊ะ

4.ไข่พะโล้หนะ สีดำ แต่คนทำอะ หัวใจสีชมพู

5.ติดกาแฟ เลิกได้ ติดบุหรี่ เลิกได้ แต่ติดใจเธอ เลิกไม่ได้จริงๆ

6.มีใจแค่1ดวง ครึ่งแรกบอกว่า คิดถึง อีกครึ่งหนึ่ง บอกว่า รัก

7.ที่หายหน้าไป ไม่ใช่ไม่รัก แต่หมอให้พัก ลดน้ำตาล ในหัวใจจ๊ะ

8.ฉันเกิดมา อาภัพ ต้องอยู่แบบ หลบๆ ซ่อนๆ ก็ซ่อนใน หัวใจเธองัย

9.หัวใจไม่ว่าง เหมือนเดิม เพราะมีเธอ มาเพิ่มเติม ในใจ

10.อยากรู้มั้ย ฉันรักใคร ส่องกระจกสิ จะได้คำตอบ

11.ยังตัดสินใจไม่ได้ใช่ไหม เอางี้โยนหัวก้อยกัน ถ้าออกหัว เธอมาเป็นแฟนฉัน ถ้าออกก้อย ฉันจะยอม เป็นแฟนเธอ

12.อยากจะเขียนคำว่ารักตัวเท่าบ้าน คงต้องหากระดานแผ่นใหญ่ๆ อันสมุดเล่มนี้มันเล็กไป คงต้องเอา หัวใจมาเขียนแทน

13.ไม่ได้คิดถึงเธอทุกนาที แต่คิดถึงเธอตลอดที่มีลมหายใจ

14.ถ้าพรุ่งนี้ผมตายไปก็คงไม่แปลก เพราะชีวิตผมที่เกิดมา มีหน้าที่เพียงแค่มาพบคุณในวันนี้เท่านั้นเอง

15.ผมมันคนใจแคบ ในนั้นเลยมีที่ว่างพอสำหรับคุณเพียงคนเดียว

16.เป็นการยากที่จะเข้าใจในคำว่ารัก แต่ยากยิ่งนักหากจะรักอย่างเข้าใจ

17.ผมมันเป็นคนไม่มีหัวใจ ก็เพราะหัวใจของผมนั้นดันไปอยู่ที่คุณ

18.ความรักของเราเหมือนเส้นขนาน แม้จะไม่มีวันมาบรรจบกัน แต่ก็จะเคียงคู่กันตลอดไป

19.ถึงผมจะเป็นคนหลายใจ แต่ในทุก ๆ หัวใจก็มีแต่เธอ

20.โทรศัพท์มือถือยิ่งโทรยิ่งกินเงิน แต่โทรหาคุณยิ่งโทรยิ่งกินใจ

 21.ผมขอถามทางคุณหน่อยได้ไหมครับ? ทางไปหัวใจคุณ

22.ช่วยกดลิฟท์ให้หน่อยครับ?  ผมจะไป ชั้น..รักเธอ

23.คุณได้ยินเสียงอะไรมั๊ยครับ….เสียงหัวใจผมมันบอกว่ารักเธอ

24.เอ่อ..ไม่ทราบว่าเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรึป่าวครับ อ๋อ คงจะเป็นในฝันของผม

25.ทำไมวันนี้ท้องฟ้าไม่สวยเหมือนทุกวัน คงเป็นเพราะคุณสินะ

26.ผมชักอึกอัดแล้วสิ ก็คุณเล่นเข้ามาเบียดอยู่ในใจผมตลอดเวลาเลย

27.เดินดีๆนะครับ…ระวังจะสะดุดรักผม

28.ตั้งแต่ผมได้รู้จักกับคุณ ทำให้ผมได้เจออะไรบางอย่าง  เจอละไม ใจละเมอ

29.เวลาเห็นหน้าคุณทีไร ผมมักจะเป็นโรคชักทุกทีเลยอะ…ชักใจอ่อน

30.ผมทำให้คุณได้ทุกอย่าง ยกเว้นแค่เหาะขึ้นไปบนฟ้า กับการไม่รักคุณ

31.ผมมันเป็นคนไม่มีหัวใจ… เพราะผมเอาให้คุณไปแล้ว ตั้งแต่วันที่เราพบกัน

32.เมื่อคืนที่บ้านไฟดับ แต่ผมไม่ต้องใช้ไฟฉาย หรือเทียนเลยครับ เพราะแค่นึกถึงคุณ โลกของผมก็สว่าง ไสวไปหมดแล้ว

33.ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของผม…. คุณไปอยู่ไหนมาครับ?

34.ผมยอมอายุสั้นลงไป 1 ปี… แลกกับการคุยกับคุณ 1 นาที

35.ผมไม่หวังอะไร ขอแค่ได้เห็นหน้าคุณ ถึงต้องอายุสั้น ตายไปต่อหน้าคุณ ผมก็ยอม

36.รู้ตัวไหม ว่าคุณคือผู้หญิงคนแรก ที่เห็นแล้วผมนึกอยากปลูกต้นรัก

37.คุณทำให้ขาผมแพลง เพราะตกหลุมรักคุณไม่เป็นท่า

38.ไม่สบายไป x-ray หัวใจมา หมอบอกว่าข้างในหัวใจมีแต่เธอ

39.ร้อนจัง อาบน้ำ ก็ยังไม่หาย นอนไม่หลับกระสับกระส่าย ก็ยังไม่หายคิดถึงเธอ

40.โทษครับ กี่โมงแล้วครับ วันเวลาของผม มันหยุดไปหมดเมื่อพบคุณ

41.ถ้าคิดถึงคุณ..แล้วต้องเสียตังค์ครั้งละบาท ผมคงหมดเนื้อหมดตัวภายในวันเดียว

42.คุณท่าทางจะมีโชคนะ ผมเป็นหมอดู ดูดวงจากเบอร์โทรศัพท์ บอกเบอร์มาสิครับ ผมจะทายให้

43.ผมคงต้องไปรับลอตเตอรี่มาขายซะแล้ว เพราะความรักของคุณมันทำให้ผมตาบอด

44.ถ้าเธอเป็นโคลน ฉันจะยอมเป็นควาย จะได้จมปลักรักเธอตลอดไป…

 women.mthai

« Previous Entries