นวดหน้าอก ด้วยตัวเอง

November 29th, 2009 by womenblogs

นวดหน้าอก 

     หน้าอกของเราเป็นสิ่งที่เราควรดูแลรักษาอย่างดี เพื่อให้เลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดี และช่วยขจัดสารพิษออกไปด้วยค่ะ 

+ ใช้ฝ่ามือทั้งสองกุมทรวงอกแล้วนวดเบาๆ
+ ยกแขนซ้ายขึ้น ใช้มือขวาจับที่ด้านในของต้นแขนซ้าย แล้วนวดช้าๆ จากใต้รักแร้มาที่ด้านหน้าของอก พร้อมกับตบเบาๆ แล้วทำอีกข้างแบบเดียวกัน
+ ใช้แรงกดที่ช่องระหว่างซี่โครง เพื่อให้ก้อนบวมที่สะสมอยู่สลายไป กางนิ้วทั้งสิบออก กดกลึงทรวงอกจากด้านในตรงกลางออกไปด้านนอก แล้วกดกลึงด้านนอกเข้าด้านใน
+ กดตรงกลางของกระดูกหน้าอก เริ่มจากใต้คอผ่านจุดกึ่งกลางลงไปถึงลิ้นปี่
+ แกว่งแขนทั้งสองข้างไปข้างหลังช้าๆ เหมือนกับพายเรือแล้วเดิน ท่านี้ควรทำเป็นประจำ จะช่วยให้ขจัดก้อนบวมและการไหลเวียนของน้เหลืองดีขึ้น
+ ยกแขนขึ้นกางออกเหมือนผีเสื้อหรือนกกระพือปีก แล้วหายใจเข้าออกพร้อมกับร้องฮูฮา ไปด้วย ท่านี้จะช่วยกระชับทรวงอกได้ด้วยค่ะ

women.mthai

เมื่อต่างคนต่างเปลี่ยน

November 18th, 2009 by womenblogs

ขอโทษนะ.. ที่ฉันทำได้เพียงแค่นี้        

เมื่อต่างคนต่างเปลี่ยน (ใยไหม)

โดย : ออนอุมาร์
 
          เคยเกิดคำถามขึ้นระหว่างเรากับคนรักบ้างไหมว่า “ทำไมความรักของเราเริ่มไม่เหมือนเดิม” หลายปีที่ผ่านมา คนสองคนเริ่มต้นสร้างความรักขึ้นมาด้วยกัน ตอนที่รักมันคุกรุ่นอยู่ในใจ บางคนก็นึกไม่ออกหรอกว่า “เราสองคนจะเปลี่ยนไปได้ยังไง ในเมื่อเราต่างก็รักกันมากขนาดนี้” แต่สุดท้าย…คำถามที่ไม่เคยถูกตั้งสมมติฐานมาก่อน ก็แสดงตัวตนขึ้นมาสั่นคลอนจิตใจ

          ความจริงที่ว่า…คนที่เปลี่ยนไปไม่ได้มีแค่คนเดียวนี่สิ ที่สร้างความเจ็บปวดยิ่งกว่ากรณีการถูกคนรักหักหลังเสียอีก เมื่อเราสองคน ต่างก็เปลี่ยนไป จะมีอะไรที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่านี้…คงไม่มีอีกแล้ว
 
          การที่ตัวตนของเราค่อย ๆ เปลี่ยนไปทุกวัน เปลี่ยน…ทั้ง ๆ ที่ยังคบกัน เป็นความเจ็บปวดที่ไม่รู้จะบรรเทาให้เบาบางยังไงดี เวลาหันไปมองหน้าคนรัก…เห็นเขามองกลับมาด้วยท่าทางเฉย ๆ เป็นใครก็อ่อนใจ เป็นใครก็อดคิดไม่ได้ว่า “นี่เรายังรักกันอยู่หรือเปล่า” ชีวิตที่เคยสดใส ต้องมาคอยเป็นกังวลกับพฤติกรรมของคนที่เรารักว่าเขาไม่เหมือนเดิม มันทำให้หัวใจที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เหมือนถูกอะไรมาบีบเอาความชุ่มชื่นของชีวิตให้ค่อย ๆ หมดไป คบกันแบบนี้ไม่ใช่แค่เหนื่อยใจ…แต่มันจะทำให้ความผูกพันอ่อนแรงตามไปด้วย
 
          ระยะเวลาที่คบกันก็มีส่วนทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป พูดง่าย ๆ ว่ายิ่งรู้จักและสนิทกันมาก ก็ยิ่งหมดความตื่นเต้นท้าทาย การรู้จักตัวตนของใครสักคนมาก ๆ ถ้ารู้จักใช้ประโยชน์ให้ถูกทาง ก็จะช่วยเรื่องความสัมพันธ์ได้มาก แต่คนส่วนใหญ่มักมองเป็นความน่าเบื่อ

          “คุยกับแฟนแล้วน่าเบื่อ ฉันคุยกับคนอื่นสนุกกว่าตั้งเยอะ”
          “มีแฟนก็เหมือนไม่มี…เฮ้อ…จะมีคนใหม่ไปเลยดีไหมนะเรา”
          “ในเมื่อไม่ค่อยสนใจกันเหมือนเดิม…ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม”
          “ก็ยังรักนะ แต่รู้สึกเหมือนเขาไม่ได้แคร์เราอีกแล้ว” ฯลฯ
 
          ฉันเชื่อว่าจุดเปลี่ยนของทุกสิ่งทุกอย่าง เริ่มต้นที่ใจทั้งนั้นแหละ ถ้าใจเราเปลี่ยน…เวลาเรามองอะไร ความคิดที่เรามีต่อสิ่ง ๆ นั้นก็ย่อมเปลี่ยนไปด้วย จึงไม่แปลกเลย…ถ้าเรามองหน้าคนรักแล้วเรารู้สึกเหมือน ต่างคนต่างไม่ได้รักกัน เพราะใจเราเริ่มเปลี่ยนไปก่อนหน้านี้แล้ว เราเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อคนรักไปทีละนิด ๆ โดยที่บางครั้งเราก็ไม่รู้ตัวหรอก บางทีที่เราไปคาดหวังอะไรจากเขามาก ๆ แล้วเรา ไม่ได้อย่างที่หวัง ความรู้สึกที่มีต่อเขาก็เปลี่ยนเป็นแง่ลบ พอเราคาดหวังหลายครั้ง แล้วมันดันผิดหวังทุกที ความรู้สึกแง่ลบนั่นแหละที่เป็นเหมือนปิศาจคอยกล่อมเราว่า “เขาเปลี่ยนไปแล้ว”
 
          คนเราชอบถือทิฐิมาวางอำนาจใส่กันชอบประชดกันและกัน ทั้ง ๆ ที่ใจจริงไม่ได้อยากทำให้อีกฝ่ายเสียใจหรอก แต่ทำไงได้…ก็ถ้าได้เอาคืนผ่านรูปแบบที่ทำให้เขาเสียใจดูบ้าง มันก็สะใจดี ผลที่ตามมาอาจได้ความ สะใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ อาจได้รับผลบางอย่างที่ทำให้ความสัมพันธ์ของคนสองคน เปลี่ยนไป ด้วยเช่นเดียวกัน อุตส่าห์คบกันมานานขนาดนี้…ถ้าจะยอมให้ความรักจบลงแบบไม่สวยงาม เราจะทนได้หรือ
 
          คนเรามักมองข้ามความสำคัญของคนที่อยู่ใกล้ตัว วันนี้เราอาจยอมรับว่า “เราต่างคน ต่างเปลี่ยนไป” จริง แต่ถ้าพื้นฐานความรักที่มีต่อกันยังคงอยู่ เราจำเป็นที่จะต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อประคับประคองความรักให้ไปรอดด้วยกัน อย่ายอมแพ้อะไรง่าย ๆ โดยเฉพาะเรื่องความรัก จงสู้ทุกวิถีทางจนกว่าจะหมดแรง ถ้าดูแววว่ามันเริ่มจะไม่ไหวจริง ๆ ก็ลองถามใจตัวเองดูอีกที หากถึงเวลาแล้วที่คนสองคนควรห่างกันสักพัก…เพื่อให้ได้ทบทวน ครุ่นคิด และตัดสินใจ การเปลี่ยนแปลงทุก ๆ ขั้นตอน…ไม่ได้มีแค่ด้านลบเสมอไป

เจ็บกี่ครั้งหัวใจก็ยังไม่จำ

          บางขณะที่หัวใจเราร้อนรนมาก ๆ เราอาจต้องการเวลาพักหัวใจสักพัก แล้วให้ความเปลี่ยนที่เกิดขึ้น…ได้มีความยืดหยุ่น และมีเวลาให้คนที่เรารักได้หยุดทบทวน ถ้าที่สุดแล้วเรามั่นใจว่าคนสองคนยังรักกัน…ความเปลี่ยนแปลงที่เคยเปลี่ยนไปแง่ร้าย ก็จะเปลี่ยนกลับมาเป็นแง่ดีได้ไม่ยาก ขอเพียงคนสองคนเชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ ก็พอ นาทีที่เหตุผลมีน้ำหนักเบากว่าความรู้สึก
 
          ตอนที่เราตัดสินใจ รับรักใครสักคน เราใช้เหตุผลมากมาย เพื่อความมั่นใจว่าเราเลือกคบคนไม่ผิด เราใช้เวลาพิสูจน์และลองใจด้วยวิธีต่าง ๆ ก็เพื่อให้แน่ใจว่าถ้าคบกับเขาแล้ว เราจะมีความสุขที่สุด และที่ผ่านมามันก็เป็นอย่างนั้น คนสองคนมีความสุข คบกันด้วยความเข้าใจ ยิ่งนานวันเราต่างยิ่งรู้ใจกันมากขึ้น ฟังดูเหมือนทุกอย่างกำลังไปได้สวย ถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่ว่า วันหนึ่ง…น้ำหนักของความรู้สึกของคนสองคนที่มีให้กันนั้นเริ่มไม่คงที่เสียแล้ว
 
          หลายคนเมื่อคบกันไปนาน ๆ …ก็เริ่มใช้เหตุผลในการอยู่ร่วมกันน้อยลง ในขณะที่อารมณ์ความรู้สึกลบ ๆ ถูกยกขึ้นมาเป็นข้ออ้างบ่อยขึ้น หลายๆ คู่ที่ทะเลาะกันซ้ำๆ เถียงกันแต่เรื่องเดิม ๆ มักจะทะเลาะกันแบบใช้อารมณ์เป็นใหญ่ ยิ่งทะเลาะกัน ยิ่งรู้สึกว่าคนรักของเรามันห่วย คบกันไปก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้น เหตุผลดี ๆ ที่เราเคยเชื่อว่าเขาเป็น ตอนนี้มันไม่ได้มีน้ำหนักอีกแล้ว

          จำได้ไหมว่าเราทะเลาะกันวันหนึ่งกี่รอบ บางเรื่องก็เป็นเรื่องเล็ก บางทีไม่มีเรื่องเราก็ยังทะเลาะกันได้อีก ต่างคนต่างเหนื่อย ยิ่งเหนื่อยยิ่งอยากหนีไปให้ไกล แต่สุดท้ายก็รู้ว่าตัดใจไปจากกันไม่ได้ ก็กลับมาคบกันอีก…แล้วก็ทะเลาะกันอีก กลายเป็นวัฏจักรแห่งความไม่เข้าใจที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที
 
          เมื่อถึงตอนนี้ มีหลาย ๆ คนที่เริ่มคิดถึงระยะห่าง เริ่มคิดว่าในเมื่ออยู่ใกล้กันแล้วมีแต่ทะเลาะกัน ควรห่าง ๆ กันไปสักพักดีไหม เผื่อเหตุการณ์จะคลี่คลายและกลับมาดีขึ้น แรก ๆ ที่ไม่โทร.หากันทุกวันเหมือนอย่างเดิม ก็ทำให้หัวใจปั่นป่วนไม่น้อย คนเคยโทร.หากันทุกวัน แต่วันนี้ยอม ใจแข็ง ลองสู้กับความรู้สึกตัวเองดูสักตั้ง ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าอะไร ๆ มันจะดีขึ้น แต่พอเขาโทร.มาก็ดีใจจนลืมตัว…กลับไปคบกันใหม่ ทั้ง ๆ ที่หัวใจยังเต็มไปด้วยแรงปะทุของความรู้สึกแง่ลบที่ยังไม่ได้ลบทิ้งไปจากหัวสมอง
 
          พอมีเหตุการณ์แย่ ๆ ให้ต้องทะเลาะกันอีก คราวนี้เรื่องเล็ก ๆ เลยใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า เริ่มรู้สึกแย่หนักกว่าเก่า ตราบใดที่คนเราคบกันด้วยคำว่า “มากไป” ไม่ว่าจะ “ใช้เหตุผลมากไป” หรือ “ใช้ความรู้สึกมากไป” มันก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ…เพราะอะไรที่มากไปจะทำให้น้ำหนักในการตัดสินใจของเราโอนเอียง ไม่มีความเที่ยงตรง และก็มีโอกาสที่จะตัดสินใจผิดพลาดได้สูง
 
          แนะนำว่าเมื่อไรก็ตามที่เริ่มรู้สึกว่าเรามองทุกอย่างในแง่ลบ เราควรพักทั้งสมองและหัวใจ แล้วให้เวลาตัวเองได้มองหาเหตุผล ให้โอกาสตัวเองได้ทบทวนความรู้สึก อย่าหันหลังให้คนที่เรารัก ถ้าเรายังไม่ได้หมดรักกัน เพราะไม่มีเหตุผลที่เราจะทำร้ายความรู้สึกกันและกันด้วยการกระทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับใจ
 
          ปรับเหตุผลที่มากไป ให้กลับมาเข้าที่ ปรับความรู้สึกที่ร้าย ๆ ให้กลับมาสู่ความสมดุล ถ้าเราสามารถปรับทั้งสองสิ่งให้มีน้ำหนักเท่ากันได้ ความรักของเราก็น่าจะปรับให้กลับมาสมดุลได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรเช่นกัน

กันคิ้วสวย เพิ่มจุดเด่นบนใบหน้า

October 11th, 2009 by womenblogs

กันคิ้วสวย เพิ่มจุดเด่นบนใบหน้า

 

      คิ้ว ช่วยให้ใบหน้าสวยโดดเด่นได้ไม่แพ้จุดอื่นบนใบหน้า แต่ทว่าการมีคิ้วที่เป็นเส้นสวยนั้น สาวๆ อาจกำลังหาวิธีกันอยู่

     สาวๆ หลายคนมีดวงตาสวยซึ้งแต่กลับปล่อยให้ขนคิ้วรกรุงรังมาบดบังความงามไว้ ขณะที่บางคนผจญกับปัญหาหน้าโล้นเพราะขนคิ้วบางจัด แต่หากคุณได้อ่านเทคนิคการแต่งคิ้วง่ายๆ จาก ริค ดิเกกกา Estee Lauder Global Premier Make up Artist ที่ How To นำมาฝากในบรรทัดถัดจากนี้ไป รับรองว่าคุณจะมีคิ้วสวย ครบสูตร แน่นอน (คอนเฟิร์ม) 

    คิ้ววัดหาเส้นคิ้วที่เหมาะสม

      สำหรับการแต่งคิ้วนั้น สิ่งสำคัญอันดับแรกเริ่มจากการวัดหาเส้นคิ้วที่เหมาะสม ซึ่งคิ้วที่ได้รูปสวยนั้นหัวคิ้วควรจะตรงกับแนวหัวตาแล้วจึงเป็นแนวโค้งขึ้น โดยจุดสูงสุดของคิ้วที่โค้งขึ้นจะอยู่ตรงกับแนวของขอบตาดำด้านนอก ส่วนหางคิ้วจะไปสิ้นสุดตรงแนวเส้นที่ลากจากปีกจมูกผ่านหางตาออกไป และจะต้องไม่อยู่ต่ำกว่าหัวคิ้ว 

      TIPS

        สาวใบหน้ากว้าง มักจะมีเครื่องหน้าที่ค่อนข้างใหญ่ จึงควรปรับหัวคิ้วให้รับกับสันจมูกโดยไม่ควรให้รูปคิ้วหนามากและตรงมากเกินไป เพราะจะทำให้เส้นคิ้วยิ่งดูสั้นลง

        สาวใบหน้ายาว ต้องแต่งรูปคิ้วให้ค่อนข้างหนาและไม่โค้งจนเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้ใบหน้าดูยาวมากขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

     กันคิ้วให้ได้รูป

    สำหรับสาวไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเบ้าตาแต่มักจะมีพื้นที่คิ้วเป็นปื้น ยิ่งขนคิ้วลามรกลงมาก็จะยิ่งทำให้พื้นที่บริเวณนี้แคบลงไปอีก แต่ถ้าได้กันคิ้วแล้วจะทำให้กระบอกตาดูกว้างขึ้นและใบหน้าดูสว่างสดใสยิ่งกว่าเดิม โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

    - ก่อนกันคิ้วให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นแตะเบาๆ เพื่อให้ขนคิ้วเกิดความชุ่มชื้น อ่อนตัว และเจ็บน้อยลง

    - ควรนั่งตัวตรงมองเข้าหากระจกในระดับสายตา

    - ใช้นิ้วแตะคิ้วดึงขึ้นในแนวดิ่งเพื่อให้เนื้อบริเวณคิ้วตึง อ้าปากเพื่อให้โหนกแก้มลดระดับต่ำลงเล็กน้อย

    - ใช้มีดโกนที่มีความคมและด้ามจับถนัดมือกันย้อนแนวเส้นขน คือจากหางคิ้วเข้ามาทางหัวคิ้ว เพราะหากกันตามแนวเส้นขนอาจจะหลงเหลือส่วนตอของเส้นขนคิ้วให้มองเห็นได้ โดยค่อยๆ กันทีละน้อยหรือทีละเส้นจนคิ้วสวยงามได้รูป

    - หากไม่แน่ใจแนวสวย ก่อนลงมืออาจใช้ดินสอเขียนคิ้ววาดเส้นโค้งเป็นแนวคิ้วที่ได้รูปสวยงามไว้ก่อน แล้วค่อยใช้มีดโกนกันเส้นขนคิ้วที่เกินแนวดินสอนั้นออกไป

     เขียนคิ้วอย่างมีเทคนิค

    

 

 

- หลีกเลี่ยงการเขียนคิ้วตั้งแต่หัวคิ้ว เพราะจะทำให้คิ้วดูแข็งไม่เป็นธรรมชาติคล้ายกับการเขียนคิ้วถาวร โดยเริ่มจากการเขียนด้วยดินสอเบาๆ บนเส้นคิ้วห่างจากหัวคิ้วประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วไล้ไปตามเส้นขนคิ้ว ระวังอย่ากดดินสอจนถึงผิวหนัง จากนั้นใช้แปรงเขียนคิ้วเกลี่ยตามแนวเดิม

    - ใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเกลี่ยทับอีกครั้งเพื่อให้เส้นขนดูนุ่มนวลขึ้น และฝุ่นของอายแชโดว์จะช่วยทำให้หางคิ้วไม่หายไปในระหว่างวัน

    - ใช้แปรงเขียนคิ้วเท่าที่มีสีติดอยู่ ไม่ต้องจุ่มสีใหม่ เกลี่ยย้อนมาทางหัวคิ้วให้เบลอหายมาทางสันจมูก

    - วัดความยาวของหางคิ้ว โดยใช้พู่กันทาบจากปลายจมูกมาทางหางตา วาดหางคิ้วมาจบตรงนั้นจะเป็นสัดส่วนคิ้วที่สวยงาม

     สีคิ้วเนียนเป็นธรรมชาติ

     หากสาวๆ คนไหนอยากให้หน้าดูเด็กลงมีเทคนิคง่ายๆ โดยเลือกใช้อายโบรว์สีอ่อน ส่วนสีคิ้วเข้มจะทำให้ใบหน้าแลดูสุขภาพดี สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการใช้ดินสอเขียนคิ้วสีดำเพราะจะทำให้หน้าดุและดูสูงอายุแถมบางครั้งยังดูหลอกตาด้วย

     อย่างไรก็ดี การเลือกสีคิ้วให้คำนึงถึงสีผมด้วย สีที่ธรรมชาติที่สุดคือการดึงสีผมในส่วนที่เข้มที่สุดมาใช้เป็นสีคิ้ว เช่น ผมสีน้ำตาลเข้มไฮไลต์สีบลอนด์ให้จับสีน้ำตาลเข้มมาปรับเป็นสีคิ้วได้ แต่ต้องดูความเหมาะสมกับคิ้วเดิมด้วย เพื่อไม่ให้ขัดกับความเคยชิน 
 

 

    TIPS
       สีคิ้วที่สวยเสมอสำหรับคนไทยคือสีน้ำตาล เพราะเป็นสีที่ทำให้ดูสดใสและใบหน้าอ่อนเยาว์เสมอ แนะนำให้ใช้มาสคาราสีน้ำตาลปัดขนคิ้ว เพราะนอกจากจะได้สีสวยแล้วยังเป็นการจัดทรงคิ้วไปในตัวด้วย

       เทคนิคการปรับสีคิ้วทำได้ 2 วิธี คือ เขียนลงไปบนผิวหนังใต้คิ้วเหมาะกับการทำให้สีคิ้วเข้มขึ้นหรือการเติมคิ้วให้เต็ม แต่หากต้องการลดความเข้มของคิ้วให้ใช้อายโบรว์สีน้ำตาลอ่อนแทน
 


     เลือกผลิตภัณฑ์แต่งคิ้ว

     - แบบดินสอ จะเขียนถนัดมือ ปลายที่แหลมทำให้เขียนหางคิ้วได้คมชัด เหมาะสำหรับสาวคิ้วบาง

     - แบบเนื้อฝุ่น จะช่วยเติมคิ้วให้ดูเป็นธรรมชาติและดกหนาขึ้น แถมยังช่วยเติมช่องว่างระหว่างคิ้วได้ด้วย

     - แบบเนื้อเจล จะช่วยให้ขนคิ้วเรียงตัวสวยได้ตลอดวัน

 women.mthai

กันคิ้วสวย เพิ่มจุดเด่นบนใบหน้า

October 11th, 2009 by womenblogs

กันคิ้วสวย เพิ่มจุดเด่นบนใบหน้า

 

      คิ้ว ช่วยให้ใบหน้าสวยโดดเด่นได้ไม่แพ้จุดอื่นบนใบหน้า แต่ทว่าการมีคิ้วที่เป็นเส้นสวยนั้น สาวๆ อาจกำลังหาวิธีกันอยู่

     สาวๆ หลายคนมีดวงตาสวยซึ้งแต่กลับปล่อยให้ขนคิ้วรกรุงรังมาบดบังความงามไว้ ขณะที่บางคนผจญกับปัญหาหน้าโล้นเพราะขนคิ้วบางจัด แต่หากคุณได้อ่านเทคนิคการแต่งคิ้วง่ายๆ จาก ริค ดิเกกกา Estee Lauder Global Premier Make up Artist ที่ How To นำมาฝากในบรรทัดถัดจากนี้ไป รับรองว่าคุณจะมีคิ้วสวย ครบสูตร แน่นอน (คอนเฟิร์ม) 

    คิ้ววัดหาเส้นคิ้วที่เหมาะสม

      สำหรับการแต่งคิ้วนั้น สิ่งสำคัญอันดับแรกเริ่มจากการวัดหาเส้นคิ้วที่เหมาะสม ซึ่งคิ้วที่ได้รูปสวยนั้นหัวคิ้วควรจะตรงกับแนวหัวตาแล้วจึงเป็นแนวโค้งขึ้น โดยจุดสูงสุดของคิ้วที่โค้งขึ้นจะอยู่ตรงกับแนวของขอบตาดำด้านนอก ส่วนหางคิ้วจะไปสิ้นสุดตรงแนวเส้นที่ลากจากปีกจมูกผ่านหางตาออกไป และจะต้องไม่อยู่ต่ำกว่าหัวคิ้ว 

      TIPS

        สาวใบหน้ากว้าง มักจะมีเครื่องหน้าที่ค่อนข้างใหญ่ จึงควรปรับหัวคิ้วให้รับกับสันจมูกโดยไม่ควรให้รูปคิ้วหนามากและตรงมากเกินไป เพราะจะทำให้เส้นคิ้วยิ่งดูสั้นลง

        สาวใบหน้ายาว ต้องแต่งรูปคิ้วให้ค่อนข้างหนาและไม่โค้งจนเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้ใบหน้าดูยาวมากขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     กันคิ้วให้ได้รูป

    สำหรับสาวไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเบ้าตาแต่มักจะมีพื้นที่คิ้วเป็นปื้น ยิ่งขนคิ้วลามรกลงมาก็จะยิ่งทำให้พื้นที่บริเวณนี้แคบลงไปอีก แต่ถ้าได้กันคิ้วแล้วจะทำให้กระบอกตาดูกว้างขึ้นและใบหน้าดูสว่างสดใสยิ่งกว่าเดิม โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

    - ก่อนกันคิ้วให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นแตะเบาๆ เพื่อให้ขนคิ้วเกิดความชุ่มชื้น อ่อนตัว และเจ็บน้อยลง

    - ควรนั่งตัวตรงมองเข้าหากระจกในระดับสายตา

    - ใช้นิ้วแตะคิ้วดึงขึ้นในแนวดิ่งเพื่อให้เนื้อบริเวณคิ้วตึง อ้าปากเพื่อให้โหนกแก้มลดระดับต่ำลงเล็กน้อย

    - ใช้มีดโกนที่มีความคมและด้ามจับถนัดมือกันย้อนแนวเส้นขน คือจากหางคิ้วเข้ามาทางหัวคิ้ว เพราะหากกันตามแนวเส้นขนอาจจะหลงเหลือส่วนตอของเส้นขนคิ้วให้มองเห็นได้ โดยค่อยๆ กันทีละน้อยหรือทีละเส้นจนคิ้วสวยงามได้รูป

    - หากไม่แน่ใจแนวสวย ก่อนลงมืออาจใช้ดินสอเขียนคิ้ววาดเส้นโค้งเป็นแนวคิ้วที่ได้รูปสวยงามไว้ก่อน แล้วค่อยใช้มีดโกนกันเส้นขนคิ้วที่เกินแนวดินสอนั้นออกไป

     เขียนคิ้วอย่างมีเทคนิค

    

 

 

 

- หลีกเลี่ยงการเขียนคิ้วตั้งแต่หัวคิ้ว เพราะจะทำให้คิ้วดูแข็งไม่เป็นธรรมชาติคล้ายกับการเขียนคิ้วถาวร โดยเริ่มจากการเขียนด้วยดินสอเบาๆ บนเส้นคิ้วห่างจากหัวคิ้วประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วไล้ไปตามเส้นขนคิ้ว ระวังอย่ากดดินสอจนถึงผิวหนัง จากนั้นใช้แปรงเขียนคิ้วเกลี่ยตามแนวเดิม

    - ใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเกลี่ยทับอีกครั้งเพื่อให้เส้นขนดูนุ่มนวลขึ้น และฝุ่นของอายแชโดว์จะช่วยทำให้หางคิ้วไม่หายไปในระหว่างวัน

    - ใช้แปรงเขียนคิ้วเท่าที่มีสีติดอยู่ ไม่ต้องจุ่มสีใหม่ เกลี่ยย้อนมาทางหัวคิ้วให้เบลอหายมาทางสันจมูก

    - วัดความยาวของหางคิ้ว โดยใช้พู่กันทาบจากปลายจมูกมาทางหางตา วาดหางคิ้วมาจบตรงนั้นจะเป็นสัดส่วนคิ้วที่สวยงาม

     สีคิ้วเนียนเป็นธรรมชาติ

     หากสาวๆ คนไหนอยากให้หน้าดูเด็กลงมีเทคนิคง่ายๆ โดยเลือกใช้อายโบรว์สีอ่อน ส่วนสีคิ้วเข้มจะทำให้ใบหน้าแลดูสุขภาพดี สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการใช้ดินสอเขียนคิ้วสีดำเพราะจะทำให้หน้าดุและดูสูงอายุแถมบางครั้งยังดูหลอกตาด้วย

     อย่างไรก็ดี การเลือกสีคิ้วให้คำนึงถึงสีผมด้วย สีที่ธรรมชาติที่สุดคือการดึงสีผมในส่วนที่เข้มที่สุดมาใช้เป็นสีคิ้ว เช่น ผมสีน้ำตาลเข้มไฮไลต์สีบลอนด์ให้จับสีน้ำตาลเข้มมาปรับเป็นสีคิ้วได้ แต่ต้องดูความเหมาะสมกับคิ้วเดิมด้วย เพื่อไม่ให้ขัดกับความเคยชิน 
 

 

    TIPS
       สีคิ้วที่สวยเสมอสำหรับคนไทยคือสีน้ำตาล เพราะเป็นสีที่ทำให้ดูสดใสและใบหน้าอ่อนเยาว์เสมอ แนะนำให้ใช้มาสคาราสีน้ำตาลปัดขนคิ้ว เพราะนอกจากจะได้สีสวยแล้วยังเป็นการจัดทรงคิ้วไปในตัวด้วย

       เทคนิคการปรับสีคิ้วทำได้ 2 วิธี คือ เขียนลงไปบนผิวหนังใต้คิ้วเหมาะกับการทำให้สีคิ้วเข้มขึ้นหรือการเติมคิ้วให้เต็ม แต่หากต้องการลดความเข้มของคิ้วให้ใช้อายโบรว์สีน้ำตาลอ่อนแทน
 


     เลือกผลิตภัณฑ์แต่งคิ้ว

     - แบบดินสอ จะเขียนถนัดมือ ปลายที่แหลมทำให้เขียนหางคิ้วได้คมชัด เหมาะสำหรับสาวคิ้วบาง

     - แบบเนื้อฝุ่น จะช่วยเติมคิ้วให้ดูเป็นธรรมชาติและดกหนาขึ้น แถมยังช่วยเติมช่องว่างระหว่างคิ้วได้ด้วย

     - แบบเนื้อเจล จะช่วยให้ขนคิ้วเรียงตัวสวยได้ตลอดวัน

women.mthai

ฉีดน้ำหอมลงบนจุดชีพจรต่างๆ

October 7th, 2009 by womenblogs

 

น้ำหอม Perfume เครื่องสำอางค์ ความสวยความงาม กลิ่น

 

ฉีดน้ำหอมลงบนจุดชีพจรต่างๆ

 

บนร่างกายอย่างหลังใบหู ต้นคอ ข้อพับของข้อศอกและข้อมือ

 

ช่วยให้กลิ่นติดทนนานและหอมชัดยิ่งขึ้น หากลิ่นที่เข้ากับตัวคุณให้เจ

 

เพราะเมื่อรวมกับกลิ่นกายแล้วมันจะเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของคุณที่ไม่มีใครเหมือน


 

 

น้ำหอม Perfume เครื่องสำอางค์ ความสวยความงาม กลิ่นน้ำหอม Perfume เครื่องสำอางค์ ความสวยความงาม กลิ่น

 

ที่มาเนื้อหาจาก new.seventeenthailand.com

women.mthai

เทคนิคดีๆ ดูแลผิวให้เนียนสวย

October 7th, 2009 by womenblogs

เทคนิคดีๆ ดูแลผิวให้เนียนสวย

 

        สาวๆอย่างเราๆไหนจะต้องคอยดูแลภาพลักษณ์ให้ดูดีเสมอแล้ว งานที่ทำก็ต้องไม่ให้ขาดตกบกพร่อง เพราะฉะนั้นจะมีเทคนิคอะไรดีๆ ในการเสริมความดูดีให้กับตัวเองให้เร็ว และง่ายที่สุด มาดูกันดีกว่าว่า สาวๆจะมีเทคนิคอะไรบ้างในการดูแลผิวหน้า ทรงผม เรือนร่าง และเล็บแบบรวดเร็วทันใจ

 

ล้างหน้า

 

 ผิวหน้า

**ถึงแม้คุณจะมีเวลาน้อยนิดเพียงใด**
สิ่งที่ไม่ควรละเลยหรือข้ามขั้นตอนเลยคือ การทำความสะอาดใบหน้าอย่างหมดจดเสมอ โดยเฉพาะก่อนเข้านอน เพื่อป้องกันไม่ให้รูขุมขนอุดตัน ซึ่งอาจนำไปสู่การเป้นสิวได้ เคล็ดลับสำคัญที่ช่วยประหยัดเวลาในการทำความสะอาดใบหน้าก็คือ การเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม  ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรอบดวงตาสามารถช่วยคุณกำจัดคราบเครื่องสำอางและความสกปรกได้ภายในพริบตา เพียงแค่เทมันลงบนก้อนสำลี วางทับลงบนดวงตา รอซัก 5 วินาทีก่อนเช็ดออกทางด้านข้าง ถ้าคุณใช้มาสคาร่าหรืออายไลเนอร์ให้เช็ดซ้ำอีกครั้ง โดยหมุนก้อนสำลีเป็นวงกลมแล้วเช็ดลงด้านล่าง จากนั้นใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางเช็ดให้ทั่วใบหน้า ผิวคุรก้จะสะอาดพอสมควรแล้วในระดับหนึ่ง แต่หากคุณต้องการล้างหน้าด้วยนำ้สะอาดอีกครั้งก็ไม่ว่ากัน

**ถ้าคุณทำความสะอาดผิวหน้าอย่างดีแล้ว**
การล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดในตอนเช้าก็เพียงพอแล้ว แต่ที่ลืมไม่ได้ก็คือ การให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวและการปกป้องแสงแดด คุณสามารถเลือกใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ผสมสารป้องกันแดดเพื่อการประหยัดเวลา และสามารถเติมรองพื้นลงไปเล็กน้อยในมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อให้ผิวหน้าเรียบเนียนได้ในขั้นตอนเดียว หรือเลือกใช้มอยเจอร์ไรเซอร์แบบเจือสีก็ได้เช่นกัน

**เพื่อแก้ปัญหาตาบวมอย่างทันใจ**
ลองใช้ถุงชาที่ชงแล้วแช่เย็นโปะลงบนตาเป้นเวลา 10-20 นาที มันจะช่วยบรรเทาอาการตาบวม และทำให้ตาระคายเคือง หรือแตงกวาฝานแช่เย็น มันฝรั่งดิบฝาน(เอาไปแช่น้ำก่อนแช่เย็น) หรือช้อนแช่เย็น ก็จะได้ผลแบบเดียวกัน

 

 

 

 

 

 


 เส้นผม

**ถ้าคุณไม่มีเวลาสระผม**
และอยากขจัดความมันเยิ้มของเส้นผมออก คุรคงเคยได้ยินคำแนะนำที่ว่าให้ใช้แป้งเด็กโรยที่โคนผมเพื่อดูดซับความมัน แต่การใช้แป้งเด็กมากเกินไป อาจทำให้ผมของคุณกลายเป็นสีเทาได้ ลองเปลี่ยนมาใช้แป้งฝุ่นแบบไร้สีแทน โรยเฉพาะที่โคนผม และอย่าใช้มากเกินไป จากนั้นแปรงออกเบาๆ อย่าแปรงแรงนัก เพราะมันมีแต่จะกระตุ้นรากผมให้ผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น

**ถ้าไม่มีเวลาในการเป่าไดร์ผมทั้งศีรษะ**
ลองไดร์ผมเฉพาะรอบๆใบหน้าและบริเวณแสกผม ซึ่งเป็นส่วนที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด

**เติมความพองสวยให้เส้นผมภายในพริบตา**

ด้วยการก้มตัวลง ฉีดสเปรย์ที่โคนผมแล้วแปรงผมเบาๆ จากนั้นเงยหน้าขึ้น เส้นผมจะพองตัวสวยในทันที

**การเตรียมพร้อมช่วยลดเวลาแต่งผมของคุณในตอนเช้า**
โดยหลังจากสระผมเสร็จแล้วเป่าไดร์จนผมเกือบแห้ง ใส่ผลิตภัณฑ์แต่งผมเล็กน้อยตามต้องการ แ้วใช้ดรลขนาดใหญ่ม้วนผมหรือมัดผมเปนเกลียว แล้วเข้านอนทั้งอย่างนั้น พอตอนเช้าหลังแกะโรลม้วนผมออก ใช้แปรงกลมขนาดใหญ่เป่าไดร์ผมอีกเล็กน้อย คุรจะได้ผมที่เรียบตรงและมีวอรุ่มสวยงาม สำหรับผมหยิกเมื่อแกะผมที่มัดเกลียวเอาไว้ ให้ใช้นิ้วมือสางเล็กน้อย คุณก็จะได้ลอนผมนุ่มสลวยทันที 

 


 เรือนร่าง

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยเครื่องดิ่มขับสารพิษ ต้มน้ำและเติมน้ำมะนาวลงไปครึ่งลูก และดื่มตอนที่ยังร้อน เครื่องดื่มร้อนนี้จะช่วยทำความสะอาดระบบร่างกาย ถ้าผิวของคุณต้องการความชุ่มชื้นเพิ่มเป็นพิเศษ และมอยเจอร์ไรเซอร์ตามปกติใช้เวลานานกว่าจะซึมซับเข้าไป ลองชโลมคอนดิชั่นเนอร์ใส่ผมลงบนผิวในระหว่างอาบน้ำแล้วนวดให้มันซึมเข้าผิว ล้างออกให้สะอาด อย่าใช้น้ำร้อนจัด เพราะจะทำลายผิว ใช้น้ำอุ่นๆ แล้วสุดท้ายราดด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขน

 มือและเล็บ
**รู้หรือไม่ว่าลิปบาล์มสามารถใช้เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่หนังข้างเล็บได้**
ลองใช้ลิปบาล์มธรรมชาติที่มีส่วนผสมของเชียบัตเตอร์และวิตามินอีจะได้ผลดีที่สุด

**ถ้าคุณอยากทำเล็บสไตล์ French-Manicure แต่มีเวลาไม่มากนัก**
ลองใช้ดินสอสีไฮไลต์สีขาวเขียนที่ด้านล่างของปลายเล็บ แล้วทาด้านบนเล็บด้วยยาทาเล็บสีใส คุณก็ได้เล็บแบบ French-Manicure แล้

women.mthai

การทำ AHA และ Ionto

September 24th, 2009 by womenblogs

 

การทำ AHA และ Ionto

AHA

กรดอัลฟ่าไฮดร๊อกซี่ หรือกรด AHA ( Alpha Hydroxy Acid ) เป็นกรดที่ได้จากผลไม้ตามธรรมชาติ เช่น กรด แลคติค ในนมเปรี้ยว กรดทาร์ทาริก ที่พบบ่อยในไวน์ ที่บ่มนานๆ หรือกรด ไกลคอลิก ในอ้อย พบว่า กรด AHA มีคุณสมบัติในการ กระตุ้นเซลล์ ชั้นหนังกำพร้า ให้หลุดลอกออก แล้วเร่งให้มีการสร้าง เซลล์ผิวหนัง ใหม่ ขึ้นมาแทนที่ ผิวหนังใหม่จึงดูสดใส ขาวนวลกว่า เหมือนผลัดผิวใหม่
แม้กรด AHA
จะมีส่วนช่วยให้ผิวขาวขึ้น ทำให้ริ้วรอยด่างดำ จางลงได้ แต่ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ ที่มีกรด AHA ในปริมาณความเข้มข้นของกรดต่ำ เพราะอาจทำให้ผิวหน้าลอกได้ หากไม่มั่นใจ ควรขอคำปรึกษา จากแพทย์ผิวหนัง
สามารถทำต่อเนื่องได้6 ครั้ง โดยเว้นระยะครั้งละ2-3 สัปดาห์ แต่จะใช้น้ำยาความเข้มข้นสูงหรือต่ำขนาดใด และลอกบ่อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วยค่ะ
           ส่วนการทำ AHA เป็นการใช้กรดผลไม้ทาผิวหน้า เพื่อช่วยทำให้เซลล์ที่หมองคล้ำของผิวหน้าในชั้นหนังกำพร้าส่วนบนหลุดลอกออกง่ายขึ้น พร้อมกับกระตุ้นสร้างเซลล์ใหม่ที่สดใส ส่วนที่เป็นครีม Whitening ทั้งหลาย ส่วนประกอบจะมีครีมกันแดดและแป้งเป็นหลัก ก็เลยทำให้ผู้ใช้ดูขาวขึ้นค่ะ

 

 

 

Ionto

ไอออนโต ป็นการขับยาหรือวิตามินเข้าสู่ผิวหนังโดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าปริมาณต่ำ ๆ เพื่อช่วยผลักตัวยาเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้เห็นผลเร็วกว่าทายาทั่วไป เพื่อทำให้หน้าขาวและลบริ้วรอย การที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากอัลคาไลน์ แบตเตอรี่ความแรงประมาณ 9 โวลท์ผลักดันโมเลกุลของยาเข้าสู่ชั้น หนังแท้ของเรา ส่วนตัวยาที่ใช้ก็ต้องเป็นยามีคุณสมบัติยินยอม ที่จะถูกผลักโดยกระแสไฟฟ้าให้เข้าสู่ผิวพรรณตรงนั้นได้ ที่ใช้ในปัจจุบัน คือ วิตามินซี ฟอร์มที่ไม่สลายง่าย โดยหวังว่าวิตามินซีจะช่วยลบรอยดำบนใบหน้าได้ ปฏิบัติการนี้นิยมทำสัปดาห์ละครั้งส่วนตัวยาวิตามินซีละลายในน้ำกลั่นดังนั้นสิ่งที่ทาบนผิวหน้าจะประกอบด้วย วิตามินซี น้ำกลั่นและกระแสไฟฟ้า 9 โวลท์ ทำครั้งละ 10-15 นาทีสัปดาห์ละครั้งเป็นเวลา 2-3 เดือน
           เครื่องมือนี้ควรใช้โดยแพทย์เท่านั้น เนื่องจากในการใส่ยาเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผลข้างเคียงก็มีได้บ้าง เช่น เกิดการระคายเคืองที่ผิว แสบร้อน จุดแดงๆ ขนาดเล็กกระจายตรงบริเวณที่ขั้วไฟฟ้าสัมผัส แต่มักจะหายเองภายใน 2-3 วัน ถ้ามีอาการแสบร้อนตรงผิวขณะทำควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีเพื่อแก้ไข

 

ประโยชน์ ลดรอยแผลเป็นจากสิว ลดรอยดำจากแผลทั่วไป ลดรอยดำหลังทำ Laser รักษากระ ฝ้า ทำให้ผิวหน้าขาวใส นุ่มเนียน หลังทำ Ionto ใบหน้าเป็นสีชมพูระเรื่อ เนื่องจากกระแสไฟฟ้ากระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น สามารถทำได้ทั้ง สุภาพบุรุษ และสุภาพสตรีที่ต้องการมีใบหน้าอ่อนใส สะดุดตา

 women.mthai

 

มาทำความรู้จัก CO2 กันดีกว่า

September 24th, 2009 by womenblogs

 

สาวสวย พลอย สาว หน้าใส

 

 

มาทำความรู้จัก CO2 กันดีกว่า

Laser CO2 คือเลเซอร์สำหรับผ่าตัดรักษาโรคผิวหนังประเภทหูด เนื้องอกผิวหนัง ชนิดต่างๆ ได้ผลดีและแม่นยำ พบผลข้างเคียงน้อยและสามารถทำการรักษาได้ในครั้งเดียว เหมาะสะหรับใช้รักษา หูดไฝ กระเนื้อ ติ่งเนื้อ เนื้องอกของต่อมเหงื่อบริเวณใต้ตา เนื้องอกต่อมไขมัน และสิวหัวปิดที่ยากต่อการรักษา

 

 

 

 คำแนะนำสำหรับผู้ที่รับการรักษาด้วย  CO2

 

ข้อควรทราบก่อนและหลังทำการรักษา

-     ก่อนการรักษา ต้องทายาชา หรือฉีดยาชาบริเวณผิวหนังที่ทำการรักษา ในกรณีที่ทายาชาต้องรอให้ยาชาออกฤทธิ์ประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

-          หลังการรักษาจะเกิดแผลคล้ายรอยถลอก  หรือแผลหลุมตื้นๆ เป็นอยู่นานประมาณ 1-2 สัปดาห์

-          ในช่วงสัปดาห์แรก แผลอาจแฉะมีน้ำเหลืองซึมบ้างเล็กน้อย หลังจากนั้นแผลที่เป็นหลุมจะค่อย ๆ ขึ้นมาเต็มและเป็นสีแดงจางๆ

-          เมื่อรอยแดงหายไปผิวจะกลับมาเป็นปกติ แต่ผู้ที่มีสีผิวเข้มมาก รอยแดงอาจจะเปลี่ยนเป็นรอยคล้ำและจะค่อย ๆ จางลงไปใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน มีน้อยรายที่รอยคล้ำจะคงอยู่นานกว่า 1 ปี

-          รอยแผลเป็นมีโอกาสเกิดได้เช่นกันแต่น้อยมาก ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของผู้ป่วย เพื่อลดการเกิดแผลเป็นควรดูแลแผลตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาล

-          อาจมีอาการปวดแสบบริเวณแผลประมาณ 2-3 ชั่วโมงหลังทำ ถ้าปวดมากสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ ถ้าทำการรักษาที่บริเวณใต้ตาหรือหน้าผาก อาจมีอาการบวมได้ หากบวมมากให้ใช้น้ำแข็งประคบเย็นได้ (โดยทั่วไปอาการบวมจะทุเลาลงได้เองในเวลา 3-5 วัน

 

การดูแลแผลหลังการรักษา

-          หลังทำการรักษาไม่ให้แผลถูกน้ไประมาณ 24 ชั่วโมง

-          ในวันรุ่งขึ้นให้ทำความสะอาดแผลโดยใช้น้ำเกลือสำหรับล้างแผล (0.9% NSS) หรือน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้เย็นเช็ดบริเวณแผล ซับแผลให้แห้งด้วยผ้าก๊อสที่ผ่านการฆ่าเชื้อ หลังจากนั้นทายาตามที่แพทย์สั่งวันละ 1-2 ครั้ง

-          เปลี่ยนผ้าปิดแผลใหม่เมื่อมีเลือดซึมหรือเปียกน้ำ (ถ้าแผลมีลักษณะถลอกตื้นๆ ไม่ต้องปิดแผล)

-          ถ้ากรณีทำการรักษาบริเวณใบหน้าเมื่อหลุมแผลหายแล้ว จึงเริ่มทาครีมบำรุงหรือแต่งหน้าได้ตามปกติ

-          หลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุดอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ หลังการรักษเพื่อป้องกันการเกิดรอยคล้ำ

 women.mthai

ผิวขาวสวยหน้าใสด้วย IPL

September 23rd, 2009 by womenblogs

 

 

หน้าใส IPL ความสวยความงาม เสริมสวย หน้าขาว ผิวขาว 


 

คำแนะนำสำหรับผู้รับการรักษาสภาพผิวด้วย Intense Pulsed Light (IPL)

          การรักษาฟื้นฟูเพื่อความงามบนใบหน้าของตัวเอง คนเราก็มีอยู่หน้าเดียวจะสวยทั้งทีก็ต้องปรึกษาคุณหมอกันดีกว่า แสนเสน่ห์จะมาบอกว่า IPL มันเป็นยังไง ใครไม่รู้จักลองมาฟังดู

 

 
         อย่างแรกเรามารู้จัก
IPL กันก่อนว่ามันคืออะไร IPL เป็นลำแสงชนิกหนึ่ง เหมาะกับการรักษาผิวแดงจากเส้นเลือดฝอยขยาย รักษาปัญหาผิวหนังหมองคล้ำ ฝ้า กระลึก กระตื้น ปัญหาแผลนูน กำจัดขน ทำให้สิวแห้งลงชะลอภาวะชราของผิวพรรณ ลดริ้วรอย จุดด่างดำ กระ ฝ้า จางลง รูขุมขนกระชับขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น รอยแดง หรือเส้นเลือดที่ผิดปกติลดลง ผิวกระชับขึ้น ทำให้ผิวเนียนใส ดูอ่อนกว่าวัย

 
       ฟังแล้วก็รู้สึกอยากทำขึ้นมาทันใด แต่คิดดูอีกทีจะทำที่ไหนล่ะ หลักง่ายๆ

1.   หาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด จะรู้ได้ไงล่ะ ก็ลองศึกษาข้อมูลดูก่อนและลองนัดคุยกับคุณหมอดูก่อนก็ได้

2.   เรื่องของสถานที่ บางแห่งอาจใช้เพียงพนักงานที่เคยฝึกอบรมมาก่อน มาทำให้ มันก็เสียงกับใบหน้าสวยๆของเรานะจ๊ะ ดูสถานที่ดีๆจะไปปลอดภัยไว้ก่อน

3.   คราวนี้ถ้าสงสัยข้องใจอะไร ขอคำปรึกษาจากแพทย์ให้ละเอียด เช่น ทำแล้วจะเจ็บไหม  ต้องทำกี่ครั้ง เห็นผลกี่เปอร์เซ็นต์ ถามให้หายข้องใจไปเลยจะได้มั่นใจเวลาไปทำ

ที่พูดมาก็บอกแค่คร่าวๆนะค่ะ อยากรู้ลึกรู้จริงต้องถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีกว่า จะได้สบายใจ 100%

 

 

       โดยทั่วไปวิธีนี้จะเห็นผล 80-90% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย การรักษาด้วยวิธีนี้สามารถทำได้บ่อยทุก 2-4 สัปดาห์ จะเห็นผลชัดถ้ารักาอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 3-10 ครั้ง หลังจากได้ผงเต็มที่แล้วเพื่อรักษาสภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอควรทำซ้ำปีละ 1-2 ครั้ง ส่วนเรื่องของราคา ใบหน้า ประมาณ 4000 / ครั้งคอร์สละประมาณ 20000 บาท  รอยดำ รักแร้   ประมาณ 3000/ครั้ง   คอร์สละประมาณ 10000 บาท

 

 

ข้อควรทราบก่อนและหลังรักษา

ก่อนการรักษา

-           ควรหลีกเลี่ยงการตากแดดจนทำให้ผิวคล้ำอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนรับการรักษา

-           ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าถ้าท่านมีประวัติดังนี้

1.       มีประวัติแพ้แสงหรือเกิดผื่นคันระคายเคืองเมื่อถูกแดด

2.       มีประวัติเกิดแผลเป็น (Keloid) ง่าย

3.       มีประวัติเป็นโรคเริมบริเวณริมฝีปากมาก่อน

4.       กำลังรับประทานยา Reaccutane หรือหยุดยามาน้อยกว่า 6 เดือน ก่อนทำการรักษา

5.       กำลังรับประทานยาที่ทำให้เกิดการแพ้แสงได้ง่าย เช่น ยา Tetracycline, Bactrim, Zithromax หรือ Azitromycin

6.       กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในระหว่างการวางแผนตั้งครรภ์

 

หลังการรักษา

-           อาจมีใบหน้าแดงเล็กน้อยภายใน 1-2 ชั่วโมง ก็จะหายไป

-           อาจมีตกสะเก็ดบางแห่ง ประมาณ 5-10 วัน สะเก็ดจะหลุดเอง

 

การดูแลผิวหลังการรักษา

-           ล้างทำความสะอาดผิวหน้าได้ตามปกติ ควรหลีกเลี่ยงน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน เพราะอาจทำให้ระคายเคืองผิวหน้า

-           ควรทาครีมบำรุง ยากันแดด อย่างสม่ำเสมอ และสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ

-           ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดประมาณ 1 สัปดาห์หลังการรักษา       

                     women.mthai          

อะโวคาโด , ผลไม้ , สุขภาพ

September 23rd, 2009 by womenblogs

โยเกิร์ต อาหาร สุขภาพ

 

โยเกิร์ตระงับกลิ่นปาก

 

 

ใครทราบบ้างว่าโยเกิร์ตสามารถระงับกลิ่นปากได้ วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเรื่องนี้มาฝาก…

คุณ เคนอิชิ โฮโจ และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยสึรูมิ ในเมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการวิจัยพบว่า แบคทีเรียที่อยู่ในโยเกิร์ต โดยเฉพาะแบคทีเรียชนิด Streptococcus thermophilus และ Lactobacillus bulgaricus อาจมีผลต่อแบคทีเรียที่ เป็นเหตุให้เกิดกลิ่นเหม็นในปากได้

จากการทดลองพบว่า การกินโยเกิร์ตเป็นประจำทุกวัน วันละ 6 ออนซ์ (ประมาณ 1 ถ้วย) จะช่วยลดปริมาณสารที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในปาก อย่างเช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์

นอกจากนี้ ผู้ที่ชอบกินโยเกิร์ตนั้น มักจะมีปริมาณคราบแบคทีเรียบนผิวฟัน (plaque) และอาการของโรคเหงือกอักเสบน้อยกว่าคนทั่วไป

ถ้าไม่อยากปากเหม็น โยเกิร์ตช่วยได้!

 women.mthai

« Previous Entries