ขั้นตอนการแต่งสวย ที่มักถูกมองข้าม

November 18th, 2009 by womenblogs

แต่งหน้า

 

ขั้นตอนการแต่งสวยที่มักถูกมองข้าม (Lisa)

          ขั้นตอนความงามสองสามอย่างที่มันถูกมองข้ามไป ที่จริงแล้วสร้างผลดีใหญ่หลวง โดยให้ความพยายามเพียงน้อยนิด แต่คุณเห็นความแตกต่างอย่างมาก

           1. ขัดผิวเป็นประจำ 

          ผิวที่เรียบเนียนจะทำให้เราใช้ความพยายามในการแต่งหน้า เพื่อปกปิดข้อบกพร่องน้อยลง ฉะนั้น เริ่มการขัดผิวทีละเล็กทีละน้อยเป็นประจำทุกวัน ด้วยคลีนเซอร์ที่มีฤทธิ์ในการขัดผิวอย่างอ่อนโยน หรือใช้ผ้าขนหนูล้างหน้าร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้เป็นประจำ ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นมากมายแต่อย่างใด

           2. ใช้คอนซีลเลอร์ 

          ถึงแม้คุณจะใช้รองพื้นอยู่แล้ว แต่การเพิ่มคอนซีลเลอร์เข้าไปด้วย ก็จะทำให้การแต่งหน้าของคุณดูดีขึ้น และลุคของคุณสดใสยิ่งขึ้น เลือดเฉดสีที่เข้ากับสีผิวของคุณ และแต้มลงบริเวณเปลือกตา ข้างสันจมูก หัวตา และใต้ดวงตา เช่นเดียวกับการทาคอนซีลเลอร์ลงบนรอยแดงและรอบฐานจมูก รวมถึงรอยผิวต่างๆด้วยจากนั้น เซ็ตให้อยู่ตัวด้วยแป้งฝุ่น

           3. แต่งคิ้วให้ดี 

          คิ้วที่ได้รูปสวยเพิ่มความชัดเจนและโดดเด่นให้แกรูปหน้า และสามาถรทำให้คุณดูเด็กลงได้อีกหลายปี (คิ้วที่บางและมีสีอ่อนเกินไปจะทำให้ได้ผลในทางตรงกันข้าม คือทำให้ดูแก่ลง) เลือกสีแต่งคิ้วแบบฝุ่นหรืออายแชโดว์สีที่อ่อนเป็นเส้นสั้นๆ ไปตามแนวคิ้ว ตามด้วยเจลปัดคิ้วเพื่อเซ็ตสีให้อยู่ตัว หากต้องการหรือหากชอบใช้ดินสอเขียนคิ้ว ให้เป็นเส้นสั้นๆ ไปตามแนวคิ้วเรียบเนียนเสมอ เพื่อให้ได้คิ้วดูสายงาม

           4. ดัดขนตา 

          ขนตางอนงามให้ดวงตาดูโตขึ้น และเมื่อปัดมาสคาร่าก็จะยิ่งได้ขนตาที่สวยงามมากขึ้น เทคนิคง่ายๆ ในการดัดขนตาก็คือ ให้ “อุ่น” ที่ดัดขนตาด้วยลมร้อนจากไดร์เป่าผมก่อนใช้ มักจะช่วยให้ดัดขนตาให้ง่ายขึ้นและงอนงามยาวนานขึ้น เวลาดัดขนตาให้เริ่มจากโคนขนตา และเลื่อนขึ้นไปกลางขนตาจนถึงปลายขนตา

           5. ทาบลัช 

          เพียงแค่สีสันที่แก้มเล็กน้อยทำให้ใบหน้าคุณมีชีวิตชีวามากขึ้น บลัชแบบครีม มูสเจล และสเตนจะทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งมาจากภายในส่วนบรัชแบบฝุ่นใช้ได้ง่ายและรวดเร็ว และรองใช้แบบฝุ่นทาทับแบบครีมหรือเจล ทำให้สีสันติดทนนานมากยิ่งขึ้น และแทนการปัดบรัชออนจากกึ่งกลางแก้วไปจนถึงด้านนอก ลองใช้เทคนิคนี่ที่จะทำให้ดูอ่อนเยาว์ลงโดยเริ่มจากตีนผลใกล้กับหู ปัดไปตามพวงแก้มเป็นแนวขวางไปจนถึงกึ่งกลางแก้ม สีบลัชจะเข้มกว่าที่ชายผมและจางลงที่กึ่งกลางแก้ม

           6. เติมไฮไลต์ 

          ไฮไลต์ทำให้ใบหน้าสว่างสดใสทันตาวิธีง่ายๆ ก็คือทาอายแชโดว์ชนิดอ่อนๆ ผสมชิมเมอร์ที่หัวมุมตาและโหนกคิ้วจะทำให้ดวงตาคุณเด่นยิ่งขึ้น จากนั้นปัดไฮไลต์หรือแป้งผสมชิมเมอร์ที่ด้านบนของแนวกระดูกโหนกแก้มใบหน้าโดยรวมจะยิ่งกระจ่ายใสมากขึ้น

           7. ดูแลริมฝีปาก 

          ริมฝีปากที่เรียบเนียนและชุ่มชื่น ทำให้การทาปากหรือกลอสง่ายดายขึ้นกำจัดผิวหนังแห้งๆ บนริมฝีปากด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น แล้วทาลิปบาร์มเยอะๆทิ้งใว้สักพัก และก่อนจะทาปากก็เช็ดบาร์มออกก่อน การทาลิปสติกจะง่ายดายขึ้นและสวยขึ้นด้วย

5 ลุคแปลกเปรี้ยว สำหรับวันที่อารมณ์แตกต่าง

November 18th, 2009 by womenblogs

แต่งหน้า

 

5 ลุคแปลกเปรี้ยว สำหรับวันที่อารมณ์แตกต่าง (Lisa)

          เทรนด์ความงามหลายอย่างที่เราเห็นบนเวทีแฟชั่น อาจดูเหมือนแปลกและเปรี้ยวเกินกว่าจะนำมาใช้ในชีวิตจริง แต่บางลุคที่เปรี้ยวเข็ดฟันเช่นนั้น ก็ยังอาจนำมาใช้ได้ในวันที่คุณต้องการอารมณ์ที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเพื่อปลุกความสดชื่นคึกคักให้ตัวเอง หรือเพื่อดึงดูดสายตาใครต่อใครให้มากขึ้นอีกสักหน่อย มาลองดูกันเลยว่า ลุคแปลกเปรี้ยวแบบไหนที่กับคุ้มค่าน่าลอง

          1. สีสันสุดจี๊ด

          เพราะลุคของยุค 80s กำลังมาแรงบนเวทีแฟชั่น เมกอัพลุคจากยุคเดียวกันจึงกลับมาสู่สปอตไลต์อีกครั้ง และหนึ่งในเอกลักษณ์ของยุคก็คือสีสดแรงอย่างสีเทอร์ควอยส์ สีชมพู และสีฟ้า ซึ่งไม่ใช่การทาทีสีแต่เป็นการใช้ทุกสีพร้อมกัน! ทาสีชมพูให้ทั่วเปลือกตาจนถึงโหนกคิ้ว แล้วทาทับด้วยสีฟ้าหรือเทอร์ควอยส์ตามแนวขอบตาบนจนถึงรอยพับเปลือกตาไล้สีฟ้าเลยลงมาที่หางตาด้านล่างอีกสักหน่อย ดวงตาคุณก็จะจี๊ดจ๊าดสะใจ

          อีกหนึ่งทางเลือกก็คือ การใช้ดินสอเขียนขอบตาสี ๆ ซึ่งสามารถใช้เส้นหนา ๆ ได้ ถ้าคุณตาโต แต่ถ้าตาเล็กเรียวก็ควรเขียนเส้นให้บางหน่อย และไม่จำเป็นต้องลากเส้นให้เลยขอบตาหรือตวัดปลายเส้นขึ้นด้านบน เพื่อไม่ให้ดูเว่อเกินไป หรือถ้าอยากได้ความแวววาวสักหน่อย ก็อาจทาทับเส้นด้วยอายไลเนอร์แบบกลิตเตอร์เล็กน้อยพอให้มีประกายไม่ใช่ใช้อายไลเนอร์แบบกลิตเตอร์อยากเดียว เพราะมันจะดูแวววาวเกินไป และอาจทำให้เปลือกตาของคุณดูบวมได้

          2. โหนกแก้มสูงเด่น

           ถึงเวลาสนุกกับบลัชออนแล้วค่ะ และบลัชออนที่กำลังมาแรงตอนนี้ก็คือการทาบลัชสูงขึ้นไป ถึงแนวขมับเลยทีเดียว วิธีการก็คือ

           ดูดแก้มเข้าไปให้เกิดรอยบุ๋ม แล้วใช้ปลายนิ้วคลำดูว่าโหนกแก้มของคุณอยู่ตรงไหน เพราะคุณจะต้องทาบลัชออนใต้แนวโหนกแก้มนี้ ที่จะทำให้โหนกแก้มของคุณยิ่งดูสวยเด่นขึ้น

           จุ่มแปรงลงในบลัชออน เคาะส่วนเกินออกเล็กน้อย แล้วทาตามแนวใต้โหนกแก้ม โดยทาเลยขึ้นไปจนถึงขมับ

           ทาไฮไลต์ลงบนโหนกแก้ม เพื่อเน้นให้โหนกแก้มเด่นยิ่งขึ้น โดยทาเป็นรูปตัว C จากขมับลงมาด้านล่าง

          3. ขนตาสุดเด้ง

           ขนตายิ่งหนาๆ และเด่นเด้งเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะฉะนั้นขนตาปลอมช่วยคุณได้ค่ะ เพื่อให้การติดขนตาเป็นไป อย่างง่ายดาย นี่คือเทคนิคง่าย ๆ

           เอาขนตาปลอมทาบกับดวงตาและเล็มส่วนที่เกินอกไปเพื่อให้มันเข้าพอดีกับดวงตา

           พยายามให้เปลือกตาของคุณปราศจากความมันวาว เพราะความมันจะทำให้ขนตาปลอมหลุดร่อนออกมาได้ง่าย ใช้กระดาษซับมันซับพื้นผิวบริเวณดวงตาออกให้แห้งสะอาดที่สุด

           ทากาวลงบนขนตา ปล่อยไว้สักครู่ก่อนติดลงตามแนวขอบตา กดเบาๆ แล้วปล่อยให้มันแห้งสนิท

           ใช้อายไลเนอร์สีดำเขียนทับตามแนวขอบตา เพื่อซ่อนรอยต่อของขนตาปลอม จากนั้น ดัดขนตาทั้งปลอมและจริงพร้อมกันเพื่อให้มันดูกลมกลืนเข้าหากันก่อนปัดทับด้วยมาสคาร่า

          4. ผมมวยกลางกระหม่อม

          ผมมวยจะไม่ดูแก่อีกต่อไปถ้าคุณเกล้ามันไว้กลางกระหม่อม เมื่อทำผมทรงนี้คู่กับการทาปากสีแดงสดก็ยิ่งสุดเก๋ วิธีทำผมแบบนี้ก็ง่ายมาก เพียงแค่ทามูสให้ทั่วเส้นผม ก้มตัวลงแล้วเป่าโคนผมเพื่อให้ผมดูพองขึ้นมัดผมเป็นหางม้าสูงๆ แล้วพันผมให้เป็นมวย ตรึงด้วยกิ๊บสีดำให้แน่นดึงเส้นผมให้มวยผมดูพองออกมาเล็กน้อยและยุ่งนิด ๆ มวยผมที่ดูเรียบเกินไปไม่โอสำหรับลุคแบบนี้

          5. สีปากคมเข้ม

          ไม่ใช่แค่สีแดงเข้มที่กำลังมาแรง แต่เป็นสีที่เกือบดำหรือสีดำก็ได้ถ้าใจกล้าพอ สีม่วงเข้ม ๆ เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่เก๋ไก๋สุด ๆ สำหรับตอนนี้ เลือกเนื้อลิปสติกที่ดูสดชื่นและมันวาวนิด ๆ อย่าให้ด้านหรือหยาดเยิ้มเกินไป จากนั้น ทาแก้มสีชมพูระเรื่อเพื่อเพิ่มความน่ารัก เช่นเดียวกับดวงตาที่มีแค่มาสคาร่าก็เพียงพอแล้ว

ชวนโละเครื่องสำอางเก่าเก็บส่งท้ายปี

November 18th, 2009 by womenblogs

เครื่องสำอาง

ชวนโละเครื่องสำอางเก่าเก็บส่งท้ายปี (เดลินิวส์)

           แป้งตลับ มาสคาร่า ลิปสติก ร้อยแปดอย่างเครื่องสำอางค้างปี ฝึกดูวันหมดอายุก่อนโละทิ้งอย่าเสียดาย ฟังไว้ก่อนหน้าจะพัง

           ใครที่คิดว่าใช้เครื่องสำอางหมดอายุแล้วผลข้างเคียงมีแค่สิวขึ้น เรื่องจิ๊บจิ๊บให้คิดใหม่ เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังออกมาเตือนถึงพิษภัยทั้ง โรคผิวหนังเรื้อรัง เยื่อบุตาอักเสบ ปากเปื่อย ฯลฯ ฉะนั้นฝึกดูวันอายุไว้ไม่เสียหาย 

           เริ่มจากกลุ่มของเหลว รองพื้นมีอายุเพียง 1 ปีหลังเปิดใช้ ถ้าเป็นแบบผสมน้ำ แต่ถ้ามีน้ำมันผสมหยวนได้ถึง 1 ปีครึ่ง วิธียืดอายุให้เก็บไว้ในตู้เย็น ปิดฝาให้สนิท อย่าสัมผัสรองพื้นโดยตรงใช้แปรงหรือฟองน้ำดีที่สุด ถ้ามีกลิ่นเหม็นหืนหรือเนื้อครีมเปลี่ยนสีต้องทิ้งทันที

           กลุ่มลิควิดอายไลเนอร์และมาสคาร่า อายุสั้นที่สุดเพียง 3-6 เดือน หลังเปิดใช้ เนื่องจากด้ามแปรงที่ปัดขนตาเป็นที่สะสมของแบคทีเรีย วิธียืดอายุ ห้ามปั๊มมาสคาร่าเพราะจะทำให้อากาศเข้าวิธีใช้แค่ขยับแปรงกระทบด้ามเบาๆ 1 ทีก็พอ 

           น้ำยาทาเล็บมีอายุ 1 ปี หลังเปิดใช้ เขย่าขวดบ่อยๆ ช่วยไม่ให้น้ำยาทาเล็บเกาะตัวกัน แต่ถ้าแข็งมากมีเคล็ดลับใช้น้ำยาล้างเล็บผสมลงไป เขย่าทำให้สีละลาย เพิ่มอายุการใช้งาน

           น้ำหอม ถ้ายังไม่เปิดใช้เก็บให้ห่างแสงแดดและความร้อน มีอายุนานถึง 3 ปีแต่ถ้าใช้แล้วอยู่ได้ราว 1 ปีครึ่ง สังเกตถ้ามีกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนหรือน้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแปลว่าหมดอายุ

           ต่อไปเป็นกลุ่มเนื้อครีม เช่น ลิปสติก ดินสอเขียนขอบปากขอบตา บรัชออนหรืออายแชโดว์แบบครีม มีอายุใช้งานหลังจากเปิดใช้นานถึง 2 ปี แต่ต้องพยายามอย่าใช้มือสัมผัสโดยตรง ควรใช้แปรงแต่ละประเภทแทน แต่ระวังลิปกลอสมีอายุใช้งานเพียง 1 ปีเท่านั้น โดยเฉพาะแบบจิ้มจุ่ม หากหมดอายุ สีและน้ำมันจะแยกชั้นเห็นชัดเจน รวมทั้งกลิ่นก็จะเปลี่ยนไป

           ส่วนสกินแคร์บำรุงผิว ให้ลองสังเกตวันหมดอายุข้างกล่อง ระบุคำว่า MFD หรือ MFG คือวันผลิต นับต่อใช้ได้หลังจากเปิดฝาประมาณ 1 ปี แต่ส่วนใหญ่ให้ดูสัญลักษณ์คล้ายรูปกระป๋องเปิดฝาที่ข้างขวด เช่น มีตัว เลข 12M อยู่ในกระป๋องแปลว่าหลังจากเปิดใช้มีอายุ 12 เดือน เป็นต้น

           เตือนไว้ให้ตั้งสติก่อนซื้อ ไม่เสียรู้งานเซลล์ลดกระหน่ำเครื่องสำอางใกล้หมดอายุส่งท้ายปี หรือผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ใช้ไม่หมดแต่ไม่ยอมทิ้งเพราะเสียดาย…

เมื่อต่างคนต่างเปลี่ยน

November 18th, 2009 by womenblogs

ขอโทษนะ.. ที่ฉันทำได้เพียงแค่นี้        

เมื่อต่างคนต่างเปลี่ยน (ใยไหม)

โดย : ออนอุมาร์
 
          เคยเกิดคำถามขึ้นระหว่างเรากับคนรักบ้างไหมว่า “ทำไมความรักของเราเริ่มไม่เหมือนเดิม” หลายปีที่ผ่านมา คนสองคนเริ่มต้นสร้างความรักขึ้นมาด้วยกัน ตอนที่รักมันคุกรุ่นอยู่ในใจ บางคนก็นึกไม่ออกหรอกว่า “เราสองคนจะเปลี่ยนไปได้ยังไง ในเมื่อเราต่างก็รักกันมากขนาดนี้” แต่สุดท้าย…คำถามที่ไม่เคยถูกตั้งสมมติฐานมาก่อน ก็แสดงตัวตนขึ้นมาสั่นคลอนจิตใจ

          ความจริงที่ว่า…คนที่เปลี่ยนไปไม่ได้มีแค่คนเดียวนี่สิ ที่สร้างความเจ็บปวดยิ่งกว่ากรณีการถูกคนรักหักหลังเสียอีก เมื่อเราสองคน ต่างก็เปลี่ยนไป จะมีอะไรที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่านี้…คงไม่มีอีกแล้ว
 
          การที่ตัวตนของเราค่อย ๆ เปลี่ยนไปทุกวัน เปลี่ยน…ทั้ง ๆ ที่ยังคบกัน เป็นความเจ็บปวดที่ไม่รู้จะบรรเทาให้เบาบางยังไงดี เวลาหันไปมองหน้าคนรัก…เห็นเขามองกลับมาด้วยท่าทางเฉย ๆ เป็นใครก็อ่อนใจ เป็นใครก็อดคิดไม่ได้ว่า “นี่เรายังรักกันอยู่หรือเปล่า” ชีวิตที่เคยสดใส ต้องมาคอยเป็นกังวลกับพฤติกรรมของคนที่เรารักว่าเขาไม่เหมือนเดิม มันทำให้หัวใจที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เหมือนถูกอะไรมาบีบเอาความชุ่มชื่นของชีวิตให้ค่อย ๆ หมดไป คบกันแบบนี้ไม่ใช่แค่เหนื่อยใจ…แต่มันจะทำให้ความผูกพันอ่อนแรงตามไปด้วย
 
          ระยะเวลาที่คบกันก็มีส่วนทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป พูดง่าย ๆ ว่ายิ่งรู้จักและสนิทกันมาก ก็ยิ่งหมดความตื่นเต้นท้าทาย การรู้จักตัวตนของใครสักคนมาก ๆ ถ้ารู้จักใช้ประโยชน์ให้ถูกทาง ก็จะช่วยเรื่องความสัมพันธ์ได้มาก แต่คนส่วนใหญ่มักมองเป็นความน่าเบื่อ

          “คุยกับแฟนแล้วน่าเบื่อ ฉันคุยกับคนอื่นสนุกกว่าตั้งเยอะ”
          “มีแฟนก็เหมือนไม่มี…เฮ้อ…จะมีคนใหม่ไปเลยดีไหมนะเรา”
          “ในเมื่อไม่ค่อยสนใจกันเหมือนเดิม…ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม”
          “ก็ยังรักนะ แต่รู้สึกเหมือนเขาไม่ได้แคร์เราอีกแล้ว” ฯลฯ
 
          ฉันเชื่อว่าจุดเปลี่ยนของทุกสิ่งทุกอย่าง เริ่มต้นที่ใจทั้งนั้นแหละ ถ้าใจเราเปลี่ยน…เวลาเรามองอะไร ความคิดที่เรามีต่อสิ่ง ๆ นั้นก็ย่อมเปลี่ยนไปด้วย จึงไม่แปลกเลย…ถ้าเรามองหน้าคนรักแล้วเรารู้สึกเหมือน ต่างคนต่างไม่ได้รักกัน เพราะใจเราเริ่มเปลี่ยนไปก่อนหน้านี้แล้ว เราเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อคนรักไปทีละนิด ๆ โดยที่บางครั้งเราก็ไม่รู้ตัวหรอก บางทีที่เราไปคาดหวังอะไรจากเขามาก ๆ แล้วเรา ไม่ได้อย่างที่หวัง ความรู้สึกที่มีต่อเขาก็เปลี่ยนเป็นแง่ลบ พอเราคาดหวังหลายครั้ง แล้วมันดันผิดหวังทุกที ความรู้สึกแง่ลบนั่นแหละที่เป็นเหมือนปิศาจคอยกล่อมเราว่า “เขาเปลี่ยนไปแล้ว”
 
          คนเราชอบถือทิฐิมาวางอำนาจใส่กันชอบประชดกันและกัน ทั้ง ๆ ที่ใจจริงไม่ได้อยากทำให้อีกฝ่ายเสียใจหรอก แต่ทำไงได้…ก็ถ้าได้เอาคืนผ่านรูปแบบที่ทำให้เขาเสียใจดูบ้าง มันก็สะใจดี ผลที่ตามมาอาจได้ความ สะใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ อาจได้รับผลบางอย่างที่ทำให้ความสัมพันธ์ของคนสองคน เปลี่ยนไป ด้วยเช่นเดียวกัน อุตส่าห์คบกันมานานขนาดนี้…ถ้าจะยอมให้ความรักจบลงแบบไม่สวยงาม เราจะทนได้หรือ
 
          คนเรามักมองข้ามความสำคัญของคนที่อยู่ใกล้ตัว วันนี้เราอาจยอมรับว่า “เราต่างคน ต่างเปลี่ยนไป” จริง แต่ถ้าพื้นฐานความรักที่มีต่อกันยังคงอยู่ เราจำเป็นที่จะต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อประคับประคองความรักให้ไปรอดด้วยกัน อย่ายอมแพ้อะไรง่าย ๆ โดยเฉพาะเรื่องความรัก จงสู้ทุกวิถีทางจนกว่าจะหมดแรง ถ้าดูแววว่ามันเริ่มจะไม่ไหวจริง ๆ ก็ลองถามใจตัวเองดูอีกที หากถึงเวลาแล้วที่คนสองคนควรห่างกันสักพัก…เพื่อให้ได้ทบทวน ครุ่นคิด และตัดสินใจ การเปลี่ยนแปลงทุก ๆ ขั้นตอน…ไม่ได้มีแค่ด้านลบเสมอไป

เจ็บกี่ครั้งหัวใจก็ยังไม่จำ

          บางขณะที่หัวใจเราร้อนรนมาก ๆ เราอาจต้องการเวลาพักหัวใจสักพัก แล้วให้ความเปลี่ยนที่เกิดขึ้น…ได้มีความยืดหยุ่น และมีเวลาให้คนที่เรารักได้หยุดทบทวน ถ้าที่สุดแล้วเรามั่นใจว่าคนสองคนยังรักกัน…ความเปลี่ยนแปลงที่เคยเปลี่ยนไปแง่ร้าย ก็จะเปลี่ยนกลับมาเป็นแง่ดีได้ไม่ยาก ขอเพียงคนสองคนเชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ ก็พอ นาทีที่เหตุผลมีน้ำหนักเบากว่าความรู้สึก
 
          ตอนที่เราตัดสินใจ รับรักใครสักคน เราใช้เหตุผลมากมาย เพื่อความมั่นใจว่าเราเลือกคบคนไม่ผิด เราใช้เวลาพิสูจน์และลองใจด้วยวิธีต่าง ๆ ก็เพื่อให้แน่ใจว่าถ้าคบกับเขาแล้ว เราจะมีความสุขที่สุด และที่ผ่านมามันก็เป็นอย่างนั้น คนสองคนมีความสุข คบกันด้วยความเข้าใจ ยิ่งนานวันเราต่างยิ่งรู้ใจกันมากขึ้น ฟังดูเหมือนทุกอย่างกำลังไปได้สวย ถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่ว่า วันหนึ่ง…น้ำหนักของความรู้สึกของคนสองคนที่มีให้กันนั้นเริ่มไม่คงที่เสียแล้ว
 
          หลายคนเมื่อคบกันไปนาน ๆ …ก็เริ่มใช้เหตุผลในการอยู่ร่วมกันน้อยลง ในขณะที่อารมณ์ความรู้สึกลบ ๆ ถูกยกขึ้นมาเป็นข้ออ้างบ่อยขึ้น หลายๆ คู่ที่ทะเลาะกันซ้ำๆ เถียงกันแต่เรื่องเดิม ๆ มักจะทะเลาะกันแบบใช้อารมณ์เป็นใหญ่ ยิ่งทะเลาะกัน ยิ่งรู้สึกว่าคนรักของเรามันห่วย คบกันไปก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้น เหตุผลดี ๆ ที่เราเคยเชื่อว่าเขาเป็น ตอนนี้มันไม่ได้มีน้ำหนักอีกแล้ว

          จำได้ไหมว่าเราทะเลาะกันวันหนึ่งกี่รอบ บางเรื่องก็เป็นเรื่องเล็ก บางทีไม่มีเรื่องเราก็ยังทะเลาะกันได้อีก ต่างคนต่างเหนื่อย ยิ่งเหนื่อยยิ่งอยากหนีไปให้ไกล แต่สุดท้ายก็รู้ว่าตัดใจไปจากกันไม่ได้ ก็กลับมาคบกันอีก…แล้วก็ทะเลาะกันอีก กลายเป็นวัฏจักรแห่งความไม่เข้าใจที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที
 
          เมื่อถึงตอนนี้ มีหลาย ๆ คนที่เริ่มคิดถึงระยะห่าง เริ่มคิดว่าในเมื่ออยู่ใกล้กันแล้วมีแต่ทะเลาะกัน ควรห่าง ๆ กันไปสักพักดีไหม เผื่อเหตุการณ์จะคลี่คลายและกลับมาดีขึ้น แรก ๆ ที่ไม่โทร.หากันทุกวันเหมือนอย่างเดิม ก็ทำให้หัวใจปั่นป่วนไม่น้อย คนเคยโทร.หากันทุกวัน แต่วันนี้ยอม ใจแข็ง ลองสู้กับความรู้สึกตัวเองดูสักตั้ง ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าอะไร ๆ มันจะดีขึ้น แต่พอเขาโทร.มาก็ดีใจจนลืมตัว…กลับไปคบกันใหม่ ทั้ง ๆ ที่หัวใจยังเต็มไปด้วยแรงปะทุของความรู้สึกแง่ลบที่ยังไม่ได้ลบทิ้งไปจากหัวสมอง
 
          พอมีเหตุการณ์แย่ ๆ ให้ต้องทะเลาะกันอีก คราวนี้เรื่องเล็ก ๆ เลยใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า เริ่มรู้สึกแย่หนักกว่าเก่า ตราบใดที่คนเราคบกันด้วยคำว่า “มากไป” ไม่ว่าจะ “ใช้เหตุผลมากไป” หรือ “ใช้ความรู้สึกมากไป” มันก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ…เพราะอะไรที่มากไปจะทำให้น้ำหนักในการตัดสินใจของเราโอนเอียง ไม่มีความเที่ยงตรง และก็มีโอกาสที่จะตัดสินใจผิดพลาดได้สูง
 
          แนะนำว่าเมื่อไรก็ตามที่เริ่มรู้สึกว่าเรามองทุกอย่างในแง่ลบ เราควรพักทั้งสมองและหัวใจ แล้วให้เวลาตัวเองได้มองหาเหตุผล ให้โอกาสตัวเองได้ทบทวนความรู้สึก อย่าหันหลังให้คนที่เรารัก ถ้าเรายังไม่ได้หมดรักกัน เพราะไม่มีเหตุผลที่เราจะทำร้ายความรู้สึกกันและกันด้วยการกระทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับใจ
 
          ปรับเหตุผลที่มากไป ให้กลับมาเข้าที่ ปรับความรู้สึกที่ร้าย ๆ ให้กลับมาสู่ความสมดุล ถ้าเราสามารถปรับทั้งสองสิ่งให้มีน้ำหนักเท่ากันได้ ความรักของเราก็น่าจะปรับให้กลับมาสมดุลได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรเช่นกัน

12 เรื่อง แม่ต้องรู้… เมื่อเจ้าหนูถึงวัยเตาะแตะ

November 18th, 2009 by womenblogs


12 เรื่อง แม่ต้องรู้… เมื่อเจ้าหนูถึงวัยเตาะแตะ (Mother & Care)

          เมื่อเจ้าหนูเข้าสู่วัยเตาะแตะ เริ่มมีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง เริ่มเรียนรู้การเข้าสังคมแน่นอนว่าเรื่องวุ่น ๆ ย่อมเกิดขึ้นเป็นเงาตามตัว ส่วนจะมีเรื่องใดที่ลูกคุณจะแสดงพฤติกรรมแบบไหนมากที่สุดกันบ้าง แล้วคุณแม่จะตั้งหลักรับกับสารพัดเรื่องของเจ้าหนูวัยเตาะแตะอย่างไร ความรู้ความเข้าใจ พร้อมเคล็ดลับเหล่านี้ช่วยคุณได้ค่ะ

          Checklist Top hit on Toddler

          1.    เรื่องลูกอาละวาดจนบ้านแตก

          ลูกวัยนี้ยังควบคุมอารมณ์โกรธเกรี้ยวไม่ได้ เมื่อไม่พอใจรู้สึกว่าตัวเองถูกบังคับให้ทำโน่นทำนี่ เช่น ใส่เสื้อผ้า เข้านอน นั่งกระโถนทั้งที่ไม่อยากทำ ก็มักอารมณ์บูดได้ง่าย หรืออยากได้อะไรแล้วไม่ได้ก็มักอารมณ์เสีย ไม่ได้ดั่งใจ จนต้องอาละวาดออกมาค่ะ

          วิธีแก้ไข

          ควบคุมตัวเองให้ได้ก่อน อย่าอาละวาดกลับใส่ลูกทำเป็นไม่สนใจ ใช้ท่าทีที่สงบ อย่าตามใจ ยอมแพ้ให้ในสิ่งที่ลูกต้องการ เมื่อลูกทุบ กัด ตีให้กอดลูกแน่น หรืออุ้มไปไว้ ในมุมเงียบๆ เพื่อให้ลูกอยู่กับตัวเอง ลูกจะค่อยๆ เลิกไปเอง เพราะรู้ว่าอาละวาดไปก็ไม่ได้ผลค่ะ

          2.    เรื่องลูกช่างปฏิเสธ

          การปฏิเสธไม่ได้หมายถึงลูกดื้อ แต่ถือเป็นพัฒนาการที่ลูกกำลังต้องการเป็นตัวของตัวเอง เป็นขั้นตอนที่เด็กต้องผ่านการทำในสิ่งตรงกันข้ามกับคำสั่ง ถือเป็นการแสดงออกซึ่งความเป็นตัวของตัวเอง ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กกล่าวว่าเด็กจะต้องมีการปฏิเสธเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นก็ถือว่าเด็กคนนั้นยังไม่ก้าวออกจากวัยทารกไปสู่วัยเตาะแตะค่ะ

          วิธีแก้ไข

          เมื่อลูกคอยปฏิเสธอยู่ร่ำไป ต้องอดทน ทำเป็นไม่ใส่ใจ เบี่ยงเบนความสนใจจากสิ่งที่ลูกปฏิเสธไปสู่สิ่งที่ลูกสนใจ ใช้วิธีชักชวนโน้มน้าวให้ลูกทำหรือทำเป็นแบบอย่างให้ลูกแทนการถามว่าลูกอยากจะเอาไหม ใช้คำสั่งให้น้อยที่สุด ยกเว้นเรื่องที่เป็นอันตรายต่อลูกจริงๆ โดยหาสิ่งที่ไม่เป็นอันตรายให้ลูกมาทดแทนด้วยนะคะ

          3.    เรื่องลูกเป็นเด็กขี้อิจฉา

          อิจฉา เป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งของความต้องการความรัก ไม่ต้องการให้ความรักถูกแบ่งปัน เด็กทุกคนย่อมหวังจะได้รับความรักอย่างมากจากพ่อแม่ค่ะ การถูกแบ่งปันความรัก จึงเป็นเรื่องที่ยอมรับกันไม่ได้ แถมยังทำให้เด็กมีพฤติกรรมถดถอย เช่น งอแงบ่อย ฉี่รดที่นอน ติดแม่มาก แล้วก็เรียกร้องความสนใจมากด้วยค่ะ

          วิธีแก้ไข

          บอกลูกให้รู้ว่าจะมีน้องตัวเล็กมาเป็นเพื่อนเล่น เช่น ให้ลูบท้องแม่ เมื่อน้องเกิดมาให้ลูกรู้ว่าน้องยังเล็กต้องดูแล เพราะน้องช่วยเหลือตัวเองเหมือนลูกไม่ได้ ให้ลูกมีส่วนร่วมในการดูแลน้อง ชี้ให้เห็นข้อดีของการเป็นพี่ที่ทำสิ่งต่างๆ ได้มากกว่าน้อง และชมเมื่อลูกแสดงความช่วยเหลือน้อง ให้ลูกภูมิใจในความเป็นพี่ด้วยค่ะ

          4.    เรื่องลูกเป็นจอมขี้หวง

          ลูกมักยึดคำว่านี่ของหนู นั่นของหนู โน่นก็ของหนู เห็นอะไรในบ้าน ก็มักถือสิทธิ์เป็นของตัวเอง เพราะลูกชินกับการเป็นผู้รับมาตลอด จึงเป็นเรื่องธรรมชาติที่ลูกจะหวง ไม่ยอมแบ่งของ นักจิตวิทยา ชาวอเมริกันชี้ว่ามีเด็กวัย 3 ปี เพียง 50% เท่านั้นที่รู้จักยอมแบ่งปันของตนเองให้ ซึ่งถ้าบอกให้เด็กแบ่งของก็จะเสียความรู้สึกอยู่ไม่น้อย

          วิธีแก้ไข

          ให้ลูกเห็นเป็นแบบอย่างในการให้ ทำด้วยใจจริง ไม่เร่งเร้า แต่คอยจนกว่าลูกพร้อมที่จะให้เอง ระหว่างนี้เล่นเกมแม่ให้หนู หนูให้แม่ เมื่อลูกถือขนมให้ขอจากลูก ถ้าลูกให้ก็ทำท่าดีใจแล้ว ขอบคุณลูก หรือมีสิ่งของติดมือไปฝากพี่น้อง ให้ลูกเป็นผู้นำไปมอบให้ เวลาผ่านขอทานก็หยิบเงินให้ลูกเป็นผู้ให้ ลองดูนะคะ

          5.    เรื่องลูกเป็นเด็กเหนียมอาย

          อาการนี้มักเกิดจากลูกขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ขาดความไว้วางใจในสังคมค่ะ ช่วงหนึ่งในชีวิตเขายังอาจเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่าไม่มีใครรัก ไม่มีใครยกย่องเขาเลย มักเป็นกับเด็กที่มาจากครอบครัวที่พ่อแม่จ้ำจี้จ้ำไชให้ลูกทำ คอยตำหนิเมื่อลูกทำไม่ได้ ต้องรีบแก้ไขด่วน เพราะต่อไปอาจทำให้เข้ากลุ่มเพื่อนไม่ได้ด้วยค่ะ

          วิธีแก้ไข

          หลีกเลี่ยงวิธีคิด วิธีปฏิบัติที่ทำให้ลูกขาดความมั่นใจ เช่น อย่าป้อนข้าว อาบน้ำให้ทั้งที่ลูกก็ทำเองได้ อย่าตัดสินใจให้ลูกทุกเรื่อง อย่าคาดหวังว่าลูกจะทำได้ทุกอย่าง ไม่ต่อว่าลูกต่อหน้าคนอื่น เปิดโอกาสให้ลูกเล่นกับคนอื่นด้วยบรรยากาศสบายๆ แล้วอย่าลุ้นให้ลูกเข้าหาคนอื่นเพราะจะทำให้ลูกรู้สึกตกเป็นเป้าสายตาค่ะ

          6.    เรื่องลูกชอบฉี่รดที่นอน

          พฤติกรรมนี้มักเกิดกับลูกวัย 3 ขวบ เริ่มน้อยลงเมื่อ 4 ขวบขึ้นไป เพราะมีกระเพาะปัสสาวะเล็กไม่อาจเก็บฉี่ได้นานตลอดคืน อีกทั้งไม่ยอมตื่นเมื่อมีความรู้สึกปวดฉี่ ตอนกลางวันลูกจะไม่ฉี่รด แต่ตอนกลางคืนจะขับฉี่ออกมาโดยไม่รู้ตัว จากการศึกษาปัญหาฉี่รดที่นอนพบว่าปัญหานี้จะยุติลงได้ต่อเมื่อมีการฝึกขับถ่ายปัสสาวะค่ะ

          วิธีแก้ไข

          ให้ลูกเข้าห้องน้ำก่อนเข้านอน ให้ดื่มน้ำน้อยลงก่อนเข้านอนสัก 2 ชม. หากผ้ารองฉี่ปูไว้ที่บริเวณก้นลูกทุกคืน ถ้าวันไหนที่ลูกไม่ฉี่รดที่นอน ควรชมเชยหรือให้รางวัลด้วยการติดสติ๊กเกอร์ที่ลูกชอบลงปฏิทินในวันนั้น แล้วที่สำคัญอย่าว่าหรือตำหนิลูก แต่ควรเข้าใจแล้วก็เห็นใจ และให้เวลาลูกแก้ไขปัญหานี้ด้วยตัวเองนะคะ

          7.    เรื่องลูกไร้ระเบียบวินัย

          เด็กๆ ไม่ชอบถูกบังคับ แต่มักยอมทำถ้าพ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดี และใช้คำพูดีๆ นักจิตวิทยาเด็กกล่าวว่าถ้าจะสร้างระเบียบวินัยให้ลูก ควรใช้วิธีให้ลูกปรับตัวเองให้เป็นที่ยอมรับ โดยไม่เสียความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง เช่น ลูกคิดว่าคนอื่นไม่ควรมาแย่งของเล่นลูก ลูกก็ต้องไม่แย่งของใคร นอกจากเป็นการยินยอมและแบ่งปันกันค่ะ

          วิธีส่งเสริม

          ตั้งกฎในบ้านที่ชัดเจน สามารถปฏิบัติได้สำหรับลูก ไม่มากจนเกินไป โน้มน้าวให้ลูกเข้าใจว่ากฎที่ตั้งขึ้นก็เพื่อให้ลูกเรียนรู้สิ่งที่ควรทำ และการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ ให้ความรักและยอมรับลูก เพื่อให้ลูกมีความรู้สึกมั่นคงในจิตใจ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ลูกเข้าถึงวินัย หรือมีความรู้สึกรับผิดชอบได้ดีค่ะ

          8.    เรื่องลูกช่างจินตนาการ

          อย่ามองว่าความคิดเพ้อฝันเป็นเรื่องลมๆ แล้งๆ ไร้สาระนะคะ ความคิดฝันและจินตนาการของลูกถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สติปัญญาเพิ่มพูนขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ข้อมูลทุกอย่างที่ลูกได้พบได้เห็นได้ยินได้ฟังล้วนสั่งสมให้เกิดเป็นจินตนาการในสมองน้อย ๆ ช่วงวัยนี้จึงถือว่าเป็นช่วงหนึ่งของพัฒนาการความคิดที่กำลังก่อรูปขึ้นมาค่ะ

          วิธีส่งเสริม

          เปิดโอกาสให้ลูกสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบตัวให้มากที่สุด เพราะเป็นหนทางที่ช่วยทำให้ลูกเกิดจินตนาการ ชวนลูกฟังและจำแนกทุกเสีย เช่น เสียงรถ น้ำไหล นกร้อง คนผิวปาก ใบไม้ไหว กบร้อง หาของเล่นเสริมความคิดและจินตนาการ เช่น ไม้บล็อก แป้งโดว์ หากระดาษ ดินสอสี ให้ลูกได้เล่นได้ละเลงสีตามความพอใจ

          9.    เรื่องลูกสนใจเพศที่แตกต่าง

          เรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมดาที่ลูกให้ความสนใจอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ลูกจะสนใจร่างกายของตนเอง ชอบสำรวจร่างกายตนเอง แล้วก็ชอบเปรียบเทียบกับพ่อแม่ จึงสามารถแยกความแตกต่างระหว่างเพศ รู้ว่าใครเป็นเพศหญิง ใครเป็นเพศชาย ส่วนจะแสดงบทบาททางเพศอย่างเหมาะสมหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของพ่อแม่แล้วค่ะ

          วิธีส่งเสริม

          การปฏิบัติต่อลูกสาวและลูกชายที่ต่างกัน จะทำให้ลูกรู้บทบาททางเพศเพิ่มขึ้นได้ เช่น แม่ซื้อตุ๊กตาให้ลูกสาว หรือแต่งตัวให้ลูกสาวอย่างพิถีพิถัน พ่อจะเล่นกับลูกสาวอย่างนิ่มนวลกว่าลูกชาย แม่จะปล่อยให้ลูกชายเล่นโลดโผน ปีนป่าย เล่นเครื่องมือช่าง แต่ส่งเสริมให้ลูกสาวนั่งเล่นหม้อข้าวหม้อแกง ร้อยกระดุม เป็นต้น

          10.    เรื่องลูกกับสัตว์เลี้ยงเพื่อนซี้ 

          อาจเป็นเพราะสัตว์ต่างๆ เคลื่อนไหวได้เหมือนคน เมื่อเห็นเจ้าตูบ แมว หรืออื่นๆ ผ่านสายตาเมื่อใด เด็ก ๆ จึงมักตาโต ตื่นเต้นกระตือรือร้นสนใจเข้าไปหาเสมอ แล้วถ้าไม่ถูกเจ้าตูบข่มขู่ เจ้าเหมียวข่วนให้เกิดความกลัวซะก่อน ลูกก็อยากเล่นด้วย จึงไม่น่าแปลที่เรามักเห็นลูกสุนัขเติบโตมาพร้อมกับลูก แล้วเป็นเพื่อนเล่นที่ดีของลูกได้

          วิธีส่งเสริม

          คอยระวังความปลอดภัยให้ดี อย่าให้ลูกเล่นกับสัตว์ต่าง ๆ ที่วางใจไม่ได้ ให้ลูกอยู่ห่างไว้ดีกว่า ถ้าลูกรบเร้าอยากจะเล่นจริง ๆ ควรหาลูกสุนัขตัวเล็ก ๆ ให้ลูกเล่น แต่ก็ควรสอนให้ลูกปฏิบัติต่อสัตว์ให้ดีด้วย ไม่ให้ลูกดึงหางแมว เจ้าตูบ หรือทำให้เจ็บ สอนให้ลูกเมตตาสัตว์ ให้ลูกให้อาหารสัตว์ ลูกจะได้รู้จักรับผิดชอบด้วยค่ะ

          11.    เรื่องการขับถ่ายของลูก

          วัยนี้ลูกควบคุมการขับถ่ายได้ค่อนข้างดีค่ะ อึเป็นเวลา มักบอกหรือแสดงอาการบอกให้รู้ว่าต้องการจะอึได้ แต่ถึงอย่างนั้นนักจิตวิทยาและกุมารแพทย์ก็ให้คำแนะนำว่า พ่อแม่ไม่ควรคาดหวัง จริงจังกับการฝึกควบคุมการขับถ่ายของลูกจนกว่าจะอายุครบ 2 ขวบ การเร่ง บังคับ ถ้าลูกยังไม่พร้อม มีแต่จะยิ่งทำให้ลูกต่อต้านมากขึ้นค่ะ

          วิธีส่งเสริม

          ไม่บังคับให้ลูกนั่งกระโถนถ้ายังไม่พร้อม แต่ควรพูดโน้มน้าวให้ลูกฝึกการขับถ่ายด้วยท่าทีที่นิ่มนวล คอยเป็นกำลังใจให้ลูก ชมลูกเมื่อลูกสามารถบอกปวดอึ ปวดฉี่ได้ แล้วสามารถไปอึหรือฉี่ได้ทัน พยายามให้ลูกช่วยเหลือตัวเองในการขับถ่าย เช่น ใช้ห้องแล้วกดชักโครก หรือตักราดได้เอง ถอดเสื้อกางเกงได้เอง

          12.    เรื่องลูกห่วงเล่นเป็นที่สุด

          เรื่องเล่นเป็นชีวิตจิตใจของเด็กทุกคนค่ะ ลูกจึงสนใจการเล่นเช่นเดียวกับเด็กอื่น วัยนี้ชอบเล่นบทบาทสมมติเรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น กิน นอน ลูกจะยึดตัวเองเองเป็นศูนย์กลาง แล้วพอใจของเล่นเป็นชุด เช่น เครื่องครัว เครื่องมือช่าง เครื่องมือหมอ เพื่อลูกจะได้ฝึกคิด ฝึกเล่น ฝึกปฏิบัติควบคุมสิ่งต่างๆ ค่ะ

          วิธีส่งเสริม

          หาของเล่นที่เป็นชุดให้ลูก เพื่อให้ลูกได้มีโอกาสเลือกในสิ่งที่ลูกคิดว่าลูกทำได้แล้วเมื่อได้เล่นต่อจนสำเร็จลูกก็จะเกิดความภูมิใจ นอกจากนี้ควรจัดมุมเล่นให้ลูกโดยเฉพาะ เพื่อให้ลูกได้รู้สึกกว่าอยู่ในโลกของเขา ไม่มีผู้ใหญ่เข้าไปวุ่นวายหรือช่วยเหลือลูก พ่อแม่มีบทบาทเพียงจัดให้ลูกเล่นในที่ปลอดภัยก็พอแล้ว

10 นิสัย ที่ผู้ชายไม่อยากให้ผู้หญิงเป็น

November 10th, 2009 by womenblogs

ดื่มเบียร์

ถ้าอยากเป็นแม่ของลูกใครสักคนในอนาคต อย่าทำเหตุการณ์ดังต่อไปนี้

 

  1. ดูถูกผู้คน
    
ทำตัวสง่าดั่งนางพญาหงส์ที่มองใครๆ ก็เป็นอีกาไปหมด ระวังไว้ว่าใครๆ ก็จะเข้าไม่ถึงเพราะเกรงว่าจะไม่ดีพออย่างที่แม่คุณต้องการ พอแก่ตัวระวังจะต้องมาลงกระบะเซลล์ให้ชายมาแล แล้วจะเศร้า

  2. ผู้หญิงที่เอาตัวเข้าแลกเพื่อเงิน
    
ถ้าไม่เห็นคุณค่าของตัวเองแล้วผู้ชายที่ไหนจะมาเห็นล่ะจ้ะ ผู้หญิงที่สามารถซื้อได้ด้วยเงินไม่มีใครอยากเอามาทำเมียหรอก ควรหัดยืนด้วยลำแข้งตัวเอง จะได้ไม่มีใครดูถูก

  3. สกปรก
     ผู้หญิงที่ใส่กางเกงในซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะคิดว่ากลับด้านเอาก็จะช่วยได้ รับรองว่าผู้ชายที่คู่ควรก็จะเป็นผู้ชายแนวเดียวกัน ระวังติดเหานะตัวเอง

  4. เรื่องมากเอาแต่ใจ
    
ช่วงแรกรักถ้าง้องแง้งหน่อยก็ดูน่ารักดี แต่ถ้าชีวิตประจำวันต้องมารองรับอารมณ์แม่เจ้าประคุณคงเกิดความดันทุรังสูง จุดนี้เป็นสาเหตุใหญ่ที่ผู้ชายเอามาเป็นข้ออ้างในการเลิกคบกัน

  5. เล่นกล้าม
    
การดูแลรูปร่างให้ดีอยู่เสมอเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าฟิตมากจนเนื้อแข็งกว่าคุณแฟนก็อาจจะทำให้เขาหล่อนสะดุ้งตื่นยามดึกได้ ผู้หญิงผอมที่มีแต่กระดูกมีแต่เกย์นิยมเท่านั้นแหละ ผู้ชายแท้ๆ เขาต้องการผู้หญิงมีเนื้อหนังไว้กอดให้อุ่นใจต่างหาก

  6. เมาอ้วกแตก
    
การกรึ๊บพอออกงานสังคมได้ก็ไม่มีชายที่ไหนว่า แต่ถ้าเป็นเมรีขี้เมาจนควบคุมตัวเองไม่ได้ เดินออกจากผับบาร์แล้วคายเหล้าดั่งพญานาคสาวคายพิษ ใครๆ เห็นก็เบือนหน้าหนี ไม่งามๆ

  7. พูดคำหยาบ
     ก็เข้าใจว่ายุคนี้มันต้องเป็นตัวของตัวเอง ต้องแหกกฎห้าวๆ เข้าว่าเพื่อให้มีบุคลิกเอาไว้เป็นจุดขายไว้ตบตาชายมาดเซอร์ แต่ผิดถนัด การพูดคำหยาบไอ้อีเพื่อความเท่ห์มีแต่จะทำให้ดูเป็นคนไม่ศิวิไลซ์ ไม่ดีๆ

  8. ดื่มเบียร์จากขวด
    
ถ้าโดนหนังเรทอาร์หลอกว่าการดื่มเบียร์จากขวดแล้วให้หกเลอะราดนมน้องหนูจะทำให้ชายตื่นฮือ อาจจะถูก แต่ถ้าคิดว่าทำแล้วดูเซ็กซี่จนชายต้องส่ง SMS ให้พ่อแม่ตั้งขบวนขันหมาก ผิดมหันต์สุดๆ รับประกันการขายไม่ออก

  9. ตด
    
ก็เข้าใจอยู่ว่ามันเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ ถ้ามันเกิดด้วยความไม่ตั้งใจก็คงดูน่ารักดี แต่ถ้าคิดจะเอามาเป็นเซอร์ไพรส์ไว้ปลุกสามีในอนาคตก็เตรียมแบ่งสินสมรสได้เลยจ้ะ

  10. ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่
    
กลัวมด กลัวหนู กลัวแมลงสาบ กลัวความสูง ฯลฯ อันนี้ชายพอรับได้ แต่ถ้ากลัวแดดตอนหกโมง กลัวไม่คิดถึงกัน กลัวตัวเองรักเค้าน้อยลง 3% กลัวการกินผัก รับรองว่าจะได้โหนคานเดี่ยวจนประเทศต้องส่งไปแข่งโอลิมปิคให้มีชื่อเสียงกันเลยทีเดียว

women.mthai

“ความรักออกแบบไม่ได้”

October 19th, 2009 by womenblogs

  เคยมีคนบอกว่า “ความรักออกแบบไม่ได้” นั่นก็จริงอยู่ แต่เราขอนำเสนอความเชื่อเกี่ยวกับความรัก   เอาพอให้ลุ้นๆ กันว่า  คนที่เกิดตามวันที่เกิดกันนั้นจะมีมุมมองความคิดเกี่ยวกับความรักอย่างไรกันบ้าง เอ้าไปดูกันเล้ย…

  คนเกิดวันที่ 1

คุณมีประสาทสัมผัสที่ 6 อันเฉียบไว ยอดเยี่ยม ลางสังหรณ์ก้อแม่นยำอยู่เสมอ คุณเกลียดความธรรมดา จึงไขว้คว้าหาสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ มาให้ตัวเองได้คลั่งไคล้อยู่เสมอไอเดียที่แปลกใหม่ของคุณก็มีอยู่อย่างเหลือเฟือ คุณจึงมักมีความคิดสร้างสรรค์ในสิ่งที่ชาวบ้านเขาคาดคิดไม่ถึง แต่บางทีคุณจะรู้สึกเบื่อโลก และเบื่อคน แค่คุณมองตาอีกฝ่าย คุณก็รู้ว่า เขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงทำให้คุณกลายเป็นคนขี้ระแวงและขี้หึงเลยมักจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับคนรักบ่อยๆ ทั้งที่สิ่งที่คุณระแวงซึ่งคุณเชื่อว่าเป็นลางสังหรณ์อันดีเยี่ยมของคุณนั้นกลับเป็นเพียงความคิดมากจนเกินไปของคุณ

  คนเกิดวันที่ 2

คุณไม่ชอบที่จะให้ใครมายุ่ง หรือมีส่วนกับวิถีชีวิตของคุณ และคุณก็ไม่ชอบสนใจเรื่องของใครด้วย แต่เนื่องจากเป็นคนเข้าสังคมเก่ง และชอบเที่ยวแถมยังคุยสนุกด้วยคุณจึงมีเพื่อนมากมาย ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่บ่อยครั้งที่คุณทำอะไรโดยไม่คำนึงถึงคนอื่นๆ หรือทำอะไรที่เกินพอดีไปทั้งที่คุณเองก็ถือว่านั่นเป็นสิทธิ์ของคุณ แต่คนรอบข้างเขาจะมองว่าคุณเอาแต่ใจตัวเองและไม่ค่อยน่าคบได้นะ จากนิสัยที่ไม่จุกจิกจู้จี้ ทั้งยังเฮฮาถึงไหนถึงกันคุณจึงมีเพศตรงข้ามมาทอดสัมพันธ์ให้อย่างมากมายและในจำนวนนั้นก็มีคนหลายๆ แบบที่น่าสนใจเสียด้วย คุณจึงมักที่จะต้องกลุ้มใจกับความโชคดีของตนที่มีคนดีๆ มาให้เลือกมากเสียจนเลือกไม่ถูก

  คนเกิดวันที่ 3

คุณเข้าสังคมเก่งเลยมีเพื่อนเยอะ นิสัยโดยทั่วไปของคุณก็ทำให้ใครต่อใครพากันมาชื่นชอบและอยากจะคบค้ากับคุณไปหมด นอกเสียจากว่าบางครั้งที่คุณหัวดื้อ หัวรั้น ไม่ยอมฟังความคิดเห็นของใครเลย ซึ่งอาจทำให้เพื่อนๆ พากันผิดหวังบ้างก็ได้ แต่ส่วนดีของคุณมีมากกว่าจึงเป็นอันว่าลบล้างกันไปได้ คุณอยากที่จะมีความรักซึ่งตัวเองเป็นผู้คุมเกมและเป็นผู้นำตลอด ถ้าเป็นผู้ชายก็เข้าข่ายเผด็จการ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงก็ไม่ค่อยให้เกียรติคนรักเท่าไหร่ เขาขอแต่งงานก็มักเล่นตัวอยู่นาน หรือถ้าเป็นผู้ชาย ก็ไม่ค่อยจะยอมขอใครแต่งงานง่ายๆ

  คนเกิดวันที่ 4

คุณเป็นคนมีไฟเร่าร้อนรุนแรง กับทุกเรื่องอยากรู้อยากเห็นไปเสียหมด แต่ก็เบื่อง่ายกับเรื่องคบค้าสมาคม คุณเป็นคนรักจริงเกลียดจริง ไม่มีวันที่จะทนคบกับคนที่คุณรู้สึกไม่ชอบอย่างเด็ดขาดนอกจากนี้คุณยังเกลียดความธรรดาและความจำเจ ชอบอะไรที่แปลกใหม่ น่าตื่นเต้นและอยู่เฉยๆ ไม่เป็น ต้องหาเรื่องไปไหนมาไหนตลอดเวลา ก้ออีกนั่นแหละที่คุณจะรักง่ายแล้วก็หน่ายเร็ว เวลารักก็จะรักอย่างหัวปักหัวปำ แต่ไม่นานหรอกคุณก้อจะเบื่อและมองหาคนใหม่ คุณจึงคบกับใครไม่ได้นานสักคน

  คนเกิดวันที่ 5

คุณเป็นคนที่มีความสามารถและทำงานเก่ง ถ้าเป็นผู้หญิงก็เป็นผู้หญิงเก่ง ขนาดมีชื่อเสียงโด่งดังเลยละหรือถ้าเป็นผู้ชายก็จะก้าวพรวดๆ สู่ชื่อเสียงและเกียรติยศ ตลอดจนฐานะอันโดดเด่นในสังคม คุณทนไม่ได้ที่จะต้องเป็นผู้ตามใคร เป็นคนไวต่อความเปลี่ยนแปลงต่างๆ และยังมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยจึงสามารถสร้างสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ สิ่งแล้วสิ่งเล่าออกมาป้อนสังคมแม้เรื่องการแต่งตัวคุณก็ไม่มีพลาดจะนำสมัยและเนี้ยบตลอดกาล คุณเป็นคนขี้หึงขี้หวง พอมีคนรักทีไรคุณก็อยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอีกฝ่ายขึ้นมาทันที แถมยังหัวรั้น มีทิฐิมาก ปากอย่างใจอย่าง ฟอร์มจัด เลยมักทำให้พลาดโอกาสในเรื่องความรักหรือสูญเสียคนรักไปอย่างน่าเสียดายบ่อยๆ

 คนเกิดวันที่ 6

คุณมีไอเดีย และประสาทสัมผัสที่เป็นเลิศแต่กลับนำมาประยุกต์ใช้ได้ไม่เก่งและไม่เต็มที ซึ่งคงเป็นเพราะคุณยึดถืออยู่กับอุดมการณ์มากไปรวมทั้งเก็บตัวจนเกินไปด้วยแต่เนื่องจากคุณเป็นคนฉลาดและสุขุม จึงไม่มีปัญหาในเรื่องอารมณ์ชั่ววูบพาไปแน่ คุณจะค่อยๆ รักอย่างช้าๆ เงียบๆ บางทีรักเขาข้างเดียวเสียตั้งนานเป็นคนโรแมนติกและเป็นผู้ให้แบบมอบกายถวายชีวิตซื่อสัตย์ รักเดียว ใจเดียวเสียด้วย

  คนเกิดวันที่ 7

คุณเป็นคนที่ อยากรู้อยากเห็น ไปหมดเสียทุกอย่างเวลาที่ทุ่มกับอะไรแล้วคุณจะลืมแม้กระทั่งจะกินจะนอน ไฟของคุณในส่วนนี้น่าชมเชยมากแต่ขอติงซักหน่อยตรงที่คุณขี้เบื่อจังเลย คุณจะรักใคร่ใหลหลงกับคนที่คุณรู้สึกประทับใจในครั้งแรกที่พบกันไม่ต้องการที่จะศึกษาหรือดูใจอะไรกันล่ะ ส่วนคนที่คุณไม่ชอบหน้าเสียตั้งแต่แรกแล้ว คุณก็จะไม่มีวันทำใจให้คบหาสมาคมกับเขาหรือเธอได้เลย ไม่ว่าความรักหรือการสมาคม คุณก็จะรักจริงเกลียดจริงและเก็บความรู้สึกไม่เป็นด้วย ถ้าได้ทะเลาะกันก็จะรุนแรง ขนาดมองหน้ากันไม่ติดอีกเลย

  คนเกิดวันที่ 8

คุณสนอกสนใจกับสิ่งรอบตัวไปเสียหมด การคบค้าสมาคมของคุณก็ขึ้นอยู่กับการคล้อยตามและเอาอกเอาใจอีกฝ่ายจนเข้าขั้นโปร่ยเสน่ห์ไม่เลือกที่คุณร่ำรวยรอยยิ้มและเออออไปกับใครๆ ได้หมด ถึงจะมีเรื่องไม่สบอารมณ์บ้าง คุณก็จะเก็บความรู้สึกเอาไว้ได้เป็นอย่างดี คุณจึงเป็นที่รักของทุกๆ คน คุณอาจจะอาภัพในเรื่องนี้ซักหน่อยตรงที่มักจะได้รับรักจากคนที่คุณไม่ได้ชอบเลยซักนิด แต่คนที่คุณเก็บไปนั่งฝันนอนฝันเป็นแรมปีนั้นกลับไม่สนคุณเลย จึงเกิดเหตุการณ์เดินสวนทางกันอย่างนี้เสมอ ส่วนความรักของตัวคุณเองก็มักจะขึ้นๆ ลงๆ เอาใจลำบากด้วย จนบางครั้งคุณยังไม่เข้าใจเลยว่าชอบหรือไม่ชอบใครกันแน่..!?!?!

  คนเกิดวันที่ 9

คุณเป็นคนเก่งมักจะจัดการกับสิ่งต่างๆ ได้ด้วยดี จึงทำให้ใครต่อใครพากันเชื่อถือและหวังพึ่งพาคุณ แต่เนื่องจากคุณเก่งไปหมดนี่เอง บางครั้งคุณจึงอดที่จะหยิ่งยโสและหลงตัวเองไม่ได้ บางครั้งคุณก็มั่นใจในตัวเองมากเสียจนกลายเป็นประมาทเลินเล่อได้ ซึ่งจะพาให้คุณพบกับความผิดพลาดได้ นอกจากนี้คุณยังเกลียดการถูกผูกมัดเป็นที่สุด และจะให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างอิสระ และตามใจตัวเองมาก คุณมักจะมีความรักที่แปลกแหวกแนวจนคนรอบข้างแทบช็อค คือถ้าคุณชอบใครแล้ว คุณจะเหมือนคนบ้าที่ไม่ยอมคิดหน้าคิดหลังเลยกับคนรักแม้จะมีปากเสียงกันค่อนข้างบ่อยครั้ง และรุนแรง แต่ก็ปรับความเข้าใจกันได้ในทันที

  คนเกิดวันที่ 10

คุณเป็นคนคิดอย่างรอบคอบเสียก่อน จึงลงมือทำจึงไม่ค่อยพบความผิดพลาดเท่าไหร่ แต่ด้วยความขี้ระแวงของคุณที่มีมากจนเกินไปนี่แหละ ที่ทำให้คุณเบรกตัวเองบ่อยเกินความจำเป็นเลยทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่า คุณค่อนข้างเป็นคนขวางๆ ทั้งที่โดยปกติแล้วคุณก็ร่าเริงและคบกับใครได้ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ดูคุณสงบเสงี่ยมแบบนี้เวลามีความรักคุณจะเปลี่ยนเป็นคนละคนเลย และคุณอาจจะพบรักกับคนที่ใครๆ คิดไม่ถึง หรือไม่ก็พบรักแบบกะทันหันหลังจากไปเที่ยวแค่ 3 วัน 5 วัน คือมักจะมีความรักที่บังเอิญและน่าเซอร์ไพรส์

  คนเกิดวันที่ 11

คุณมีความป็นผู้นำอย่างเต็มเปี่ยม แม้บางครั้งจะค่อนข้างถือเอาความคิดและความต้องการของตัวเองเป็นใหญ่ก็ตาม แต่เนื่องจากคุณมีความสามารถและเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเอง จึงเป็นที่เกรงอกเกรงใจ และเชื่อถือของทุกๆ คน พวกเขามักจะยอมให้กับความหัวรั้นของคุณอยู่เสมอ เพราะเชื่อว่าทำตามที่คุณบอกแล้วจะไม่มีคำว่าผิดหวัง คุณจึงกลายเป็นคนที่น่าสนใจเพราะมีบุคลิกที่โดดเด่นนั่นเอง คุณเป็นคนรักจริง เกลียดจริง ถ้าไม่ชอบใครแล้วคุณจะไม่ยอมแม้แต่จะคุยด้วย คนที่คุณคบอยู่นี้เป็นคนที่คุณเลือกแล้วทั้งสิ้นว่าคุณพอใจ นอกจากนี้ถ้าคุณถูกนอกใจหรือทรยศหักหลัง คุณจะต้องหาทางแก้แค้นอย่างแน่นอน

  คนเกิดวันที่ 12

คุณเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์เป็นเยี่ยมเป็นคนเด่นที่อยู่ที่ไหนก็มีแต่คนชื่นชม แถมยังอดทึ่งกับความหัวไวฉลาดปราดเปรื่องและมีความคิดที่แหวกแนวไม่เหมือนใครอีกด้วย แต่เสียอยู่หน่อยตรงที่คุณขี้เบื่อและไม่มีความแน่นอนเลยทำให้คนรอบข้างเดือดร้อนได้บ้างในบางครั้ง คุณเป็นยอดนักรักที่มักเที่ยวไปตกหลุมรักใครต่อใครอยู่เสมอ ซึ่งก็มักสมหวังในรักเสียด้วยซิ คุณจะหลงรักคนที่มีรสนิยมดีและไม่เคยพอที่จะมีคนรักเพียงคนเดียว แม้ความรักของคุณจะเร่าร้อนรุนแรงและก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วแต่ก็อยู่ได้ไม่ยั่งยืนนักนะ

 คนเกิดวันที่ 13

คุณเป็นตัวของตัวเองมาก มากเสียจนไม่ค่อยจะสนใจอะไรรอบๆ ข้าง แต่ถ้าหากต้องมีการแบ่งพรรค แบ่งพวกหรือเข้าข้างฝ่ายใดแล้วละก้อ คุณก็จะเลือกเข้าฝ่ายที่เป็นต่อ แต่คุณก็ใช่ว่าจะฉลาดแกมโกงไปเสียหมดหรอกนะ โดยปกติแล้วคุณเป็นคนที่มีน้ำใจและขี้สงสารอยู่ไม่น้อย เพียงแต่ผลประโยชน์มันมีความหมายกับคุณมากกว่าสิ่งอื่นใดนั่นเอง จินตนาการของคุณก็เลิศล้ำไม่เหมือนใคร และยังจะชอบที่จะลงมือกระทำทันทีด้วย คุณจะไม่มีวันแยแสหรือเห็นอกเห็นใจคนที่มาหลงใหลคุณแต่ตัวคุณเองไม่ชอบขี้หน้าฝ่ายนั้นแน่ๆ เรื่องความรักคุณไม่มีวันใจอ่อนเช่นเดียวกัน แต่ถ้าคุณเกิดรู้สึกรักใครละก้อคุณจะถึงกับเบรกตัวเองไม่อยู่เลยทีเดียว หลังจากที่คุณชั่ง ตวง วัด และคำนวณแล้วว่า คนนี้คือคนที่คุณเลือก

  คนเกิดวันที่ 14

เห็นคุณทำหน้าเศร้าอยู่ดีๆ สักครู่ก็หัวเราะลั่นเสียแล้วถ้าใครรู้จักคุณมาก่อนก็ไม่แปลกเลย เพราะอารมณ์ของคุณขึ้นได้สูงสุดและลงได้ต่ำสุดในเวลาที่ใกล้เคียงกันมากจนใครต่อใครเอาใจคุณไม่ถูก และรู้สึกว่าคนอย่างคุณเข้าใจยากคุ้มดีคุ้มร้ายไม่มีใครสามารถจะคาดการณ์ หรือเดาได้เลยว่า คุณกำลังคิด หรือต้องการอะไรอยู่ ทั้งที่ตัวคุณเองก็เป็นคนเอาจริงเอาจังดีกับทุกๆ เรื่อง กว่าคุณจะรักใครนั้นต้องใช้เวลามากแต่เมื่อนึกชอบแล้ว คุณจะรุกไม่ยากตามตื้ออีกฝ่ายโดยไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ต่อให้อีกฝ่ายปฏิเสธคุณ คุณก้อจะไม่ยอมตัดใจหรือเลิกราง่ายๆ หรอก

  คนเกิดวันที่ 15

คุณเกลียดการพึ่งพาคนอื่นและการถูกบังคับให้อยู่แต่ในกรอบเป็นที่สุดแต่คุณจะชอบผจญภัยและสัมผัสกับสิ่งท้าทายใหม่ๆ อย่างกล้าหาญ ถึงจะมีอะไรโอเวอร์บ้าง แต่คนรอบข้างก็ไว้เนื้อเชื่อใจ และยกให้คุณเป็นคนสำคัญของกลุ่ม เนื่องจากคุณเป็นคนที่ชอบความตื่นเต้นนี่เองจึงทำให้คุณมีรักต้องห้ามได้ง่ายอย่างเช่น รักคนที่มีเจ้าของแล้วหรือคนที่ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะเป็นคนรักของคุณได้ แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ คุณจะวิ่งเข้าชนเต็มที่เมื่อคุณถูกคัดค้านหรือถูกห้ามปราม นอกจากนี้คุณยังเป็นคนที่เสน่ห์แรงแต่ไม่รู้ตัวเท่านั้น

  คนเกิดวันที่ 16

คุณเป็นคนโอบอ้อมอารี มีจิตใจงดงามและชอบช่วยเหลือคนอื่นแต่บางทีก็มากเกินไป จนกลายเป็นชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ดูผิวเผินคุณจะเป็นคนเงียบๆ เฉยๆ แต่พอเข้าตาจนคุณกลับมีความกล้าและใจป้ำเสียจน คนรอบข้างอ้าปากค้าง ด้วยความตกใจและจินตนาการของคุณก็แปลกแหวกแนวเหลือเกินด้วยซิ คุณมักจะ มีความรักที่เรียบง่ายไม่หวือหวาแต่เป็นความรักที่เปิดเผยสดชื่นเหมือนเป็นเพื่อนกันมากกว่าคนรักที่จี๋จ๋าหวานจ๋อย และความรักของคุณก็มักจะพัฒนามาจากความเป็นเพื่อน ตลอดจนความใกล้ชิดกันด้วย

  คนเกิดวันที่ 17

คุณเป็นคนร่าเริง มีอารมณ์ขันและเต็มไปด้วยไฟในการทำสิ่งต่างๆ คุณมักไม่ยึดติดกับเรื่องหยุมหยิม น่ารำคาญ เป็นคนใจกว้าง ไม่ชอบอยู่นิ่งเฉย เป็นพวกพฤติกรรมนิยมแต่มักจะใจร้อน ซุ่มซ่าม และขี้โมโห จนสูญเสียความเชื่อถือจากคนอื่นๆ อย่างน่าเสียดาย ถ้าคุณชอบใครแล้วคุณจะไม่สนเลยว่าอีกฝ่ายจะชอบคุณด้วยหรือเปล่า คุณจะเดินหน้าท่าเดียวจนทำให้เขาหรือเธอแทบทนไม่ได้ ต่างคนต่างจะชอบกันก็แล้วไป แต่หากว่าเวลาที่คุณอยู่ด้วยกันนั้น คุณตั้งท่าแต่จะทำตามสิ่งที่ตัวเองชอบและต้องการจึงมักจะขัดแย้งกับคนรักบ่อยๆ นอกจากนี้คุณยังเป็นประเภทรักง่าย หน่ายเร็วด้วยนะ…

  คนเกิดวันที่ 18

คุณเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่มีการเสแสร้งหรือปรุงแต่งกิริยาใดๆ ทั้งสิ้น คุณเกลียดการป้อยอ และโปรยเสน่ห์ ไม่เลือกที่เลือกทางเป็นที่สุด ไม่ชอบอยู่ในกรอบที่คนอื่นตีล้อมเอาไว้ รักอิสระมากเสียจนต้องสะดุดและพบกับความผิดพลาดไม่น้อย นอกจากนี้คุณจะพูด และแสดงออกกับทุกๆ คนอย่างตรงไปตรงมา ชอบก็บอกว่าชอบ เกลียดก็บอกว่าเกลียด อ้อมค้อมไม่เป็น โกหกไม่เป็นแต่คุณไม่ค่อยเกลียดใครหรอก ในเมื่อคุณเป็นคนจริงใจแบบนี้ แม้บางครั้งจะขวานผ่าซากบ้าง แต่ใครต่อใครก็รักใคร่ชอบพอคุณนะ คุณเปิดเผยและสนิทสนมได้กับทุกคน ใจดีอ่อนโยน และเอาใจเขามาใส่ใจเรา อยู่ตลอดเวลา แม้จะไม่โปรยเสน่ห์เรี่ยราดก็เนื้อหอมในสายตาของเพศตรงข้ามเสมอ จึงมักถูกเข้าใจผิดในเรื่องความรักบ่อยครั้ง

 คนเกิดวันที่ 19

คุณเป็นคนสง่างาม และสมบูรณ์แบบ เป็นผู้ดี และสุขุมเยือกเย็นจึงทำให้ใครต่อใครพากันเชื่อถือคุณและอดอิจฉาคุณไม่ได้ คุณจะไม่ยอมฝืนหรือดันทุรังเด็ดขาดแต่จะมีความยืดหยุ่นและปรับตัวให้เข้ากับคนรอบๆ ข้างได้เป็นอย่างดี เป็นคนใจดี มีเมตตา เกลียดความไม่ดี ไม่ถูกไม่ควรทั้งหลายและเป็นคนมีคุณธรรมอย่างมาก กับคนที่คุณรักแล้ว คุณจะมอบทั้งกายและใจให้หมด มีความอ่อนโยน และเอาใจใส่คนรักไม่เคยขาด ซื่อสัตย์ และรักเดียวใจเดียว คุณสามารถที่จะทุ่มเทให้กับคนรักได้ทั้งชีวิต และยังสามารถรักใครคนใดคนหนึ่งได้ตลอดไป โดยไม่รู้สึกเบื่อหน่ายด้วย

  คนเกิดวันที่ 20

คุณมีประสาทสัมผัสที่เฉียบแหลม ไวต่อความรู้สึกต่างๆ แต่เก็บอารมณ์ได้อย่างมิดชิด เป็นคนเรียบเฉย ไม่ชอบอะไรที่โอเวอร์ แต่ส่วนลึกของจิตใจแล้วกลับทิฐิและหลงตัวเองด้วย ก็เลยเป็นคนมีมานะและสู้สุดฤทธิ์เลยแหละ เพื่อคนที่คุณรักแล้วละก้อคุณมีความกล้าอย่างเหลือเฟือ ชนิดคนรอบข้างคิดไม่ถึงและจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับคนรักได้เร็วมากด้วย

 คนเกิดวันที่ 21

คุณมองทุกสิ่งทุกอย่างในแง่ของความถูกต้องและความเหมาะสมไปหมดแทนที่ให้ความชอบของตัวเองเป็นใหญ่ในบางครั้ง นั่นคงเป็นเพราะคุณเป็นคนประเภทนิยมความสมบูรณ์แบบนั่นเอง คุณจึงเป็นคนคิดมาก ใครพูดอะไรก็เก็บเอามาคิด นอกจากนี้คุณยังมีเอกลักษณ์อย่างโดดเดี่ยวซึ่งจะถูกมองได้ง่ายว่าเป็นคนแปลกประหลาด แต่นิสัยโดยทั่วไปนั้น คุณเป็นคนอยากรู้ อยากเห็น และมักจะมีความฝันอันยิ่งใหญ่ ซึ่งคุณจะไม่เสียดายเวลา และความพยายามที่จะทำให้ความฝันเหล่านั้นเป็นจริงขึ้นมาเลย คุณมักจะไปหลงรัก เอาแบบคนคนรอบข้างแปลกใจ หรือไม่ก็ถูกคนที่มีอายุมากกว่ามากๆ มาหลงรัก นอกจากนี้ความรักของคุณก็อาจจะพัฒนามาจากความเป็นเพื่อนทีละนิดๆ นานวันเข้าก็กลายเป็นคนรักโดยปริยาย แต่จะไม่มีรักแรกพบแน่ๆ สำหรับคุณ

  คนเกิดวันที่ 22

แม้คุณจะไม่ค่อยพูด ค่อยจา แต่คุณกลับชอบสิ่งที่ท้าทายและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ คุณจะไม่มีวันทนได้หรอกกับความซ้ำซากจำเจ ยิ่งไปกว่านั้นคุณยังไม่ชอบขอความเห็นหรือความช่วยเหลือจากใครด้วยคุณถือว่า ชีวิตคุณ คุณต้องเป็นคนลิขิตเองและคุณก็ยังมีสายตาอันแหลมคมอีกด้วยสิ ถ้าคุณนึกรักใครแล้วคุณจะเดินหน้าทันที แต่คุณขี้หึงและชอบเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ตลอดจนอยากที่จะผูกมัดคนรักเอาไว้ชนิดดิ้นไม่หลุด ยิ่งถ้าเจอคู่แข่งด้วยแล้ว ก็ยิ่งเหมือนเติมเชื้อไฟให้คุณทันทีบรื้อออออ

  คนเกิดวันที่ 23

คุณเป็นคนที่แสดงออกไม่เก่งหรือประชาสัมพันธ์ตัวเองได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะคุณไม่ทราบว่าจะแสดงความเป็นตัวคุณให้ชาวบ้านเขารู้ได้อย่างไรนั่นเอง หรือจะพูดไปอีกทีคุณอาจจะไม่สนใจว่า ใครเขาจะมองจะคิดกับคุณยังไงก็ได้ คุณจึงถูกเข้าใจผิดได้ง่ายในตอนต้นๆ โดยธาตุแท้แล้ว คุณเป็นคนร่าเริง แต่ในสายตาของเพศตรงข้าม คุณคือคนที่ลึกลับเต็มไปด้วยปริศนา ชวนให้ศึกษา และค้นหาเป็นอย่างยิ่ง คุณหัวไวและฉลาดเฉลียว เป็นอย่างมาก แต่เพื่อนๆ กลับรู้สึกว่า คุณเป็นคนที่เข้าใจยาก ไม่รู้ว่าใจจริงของคุณคิดอะไรอยู่กันแน่ คุณมักไม่ยอมบอก หรือแสดงให้คนที่คุณรักรู้หรอกว่า คุณรักชอบอีกฝ่ายแต่มักจะเฝ้าฝันถึงคนๆ เดียวอยู่นาน หลายปีดีดักหรือชั่วชีวิต หรือไม่ก็ไม่สามารถที่จะลืมคนรักคนแรกได้ แต่คุณก็เอาจริงเอาจังและรับผิดชอบในความรู้สึกของคนรักคนปัจจุบันซึ่งจะไม่มีวันนอกใจหรือทรยศอีกฝ่ายได้เลย แถมคุณยังมีโชคในเรื่องลูกอีกด้วย

  คนเกิดวันที่ 24

ดูเพียงผิวเผินคุณจะเหมือนคนที่พูดน้อยและสงบเสงี่ยม แต่ที่จริงแล้วคุณเป็นคนร่าเริงไม่น้อยทีเดียวเพียงแต่ว่า ความร่าเริงของคุณค่อนข้างจะมีเงื่อนไข คือมันจะถูกแสดงออกตอนที่คุณอารมณ์ดีเท่านั้น ถ้าคุณหงุดหงิดคุณจะน่ากลัว และไม่มีใครเข้าใกล้ คนรอบๆ ตัวคุณจึงรู้สึกว่า คุณคบยาก ซึ่งก็เป็นเพราะคุณใช้อารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่และแสดงออกอย่างตรงไป ตรงมากจนเกินไปนั่นเอง ในตอนแรก
คุณคงแสดงให้ใครรู้ได้ยากว่า คุณชอบอีกฝ่าย ส่วนอีกฝ่ายก็หาจังหวะที่จะแสดงให้คุณทราบ ไม่ค่อยได้เหมือนกัน เพราะคุณเป็นคนประเภท ผีเข้าผีออก ก็เลยมักสวนทางกันแต่เมื่อเวลาผ่านไปคุณจะเป็นที่เข้าอกเข้าใจ และรู้สึกชอบพอ ตลอดจนความคลั่งไคล้จากเพศตรงข้ามได้ เพราะที่จริงแล้ว คุณเป็นคนจริงใจนั่นเอง

  คนเกิดวันที่ 25

คุณเป็นคนที่ชอบแสดงออกและชอบเป็นจุดเด่นอย่างแท้จริง จึงดูเป็นคนที่ค่อนข้างจะฉูดฉาด จัดจ้าน และกะล่อนแต่ธาตุแท้แล้วคุณเป็นคนแข็งแกร่งไม่ติดใจกับเรื่องจุกจิกแต่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะเป็นผู้นำและทำให้คนอื่นคล้อยตามตนเอง ไม่งั้นคุณจะหงุดหงิดเป็นที่สุด ยิ่งถ้าอีกฝ่ายทำแข็งขืนกระด้างกระเดื่องกับคุณแล้วละก็ คุณเป็นต้องโมโหฉุนเฉียวอย่างระงับไม่อยู่เลยแหละ อารมณ์คุณขึ้นๆ ลงๆ หลายใจอีกต่างหากเลยเที่ยวไปตกหลุมรักคนนั้น คนนี้ทั่วไปหมด แต่ก็ชอบอยู่ได้ไม่นานหรอก มักมีอันจะต้องเปลี่ยนใจไปชอบของใหม่ๆ อยู่ร่ำไป นิสัยส่วนนี้นี่แหละที่จะทำให้คุณเสียโอกาส และเสียคนดีๆ ไป

  คนเกิดวันที่ 26

คุณเป็นคนที่สุขุมเยือกเย็น เอาจริงเอาจังและไตร่ตรองอย่างละเอียดก่อนลงมือทำเสมอ คุณเป็นคนรอบคอบ กว่าจะพูดหรือทำอะไรแต่ละอย่างทั้งที่ใจอยากแต่คุณก็จะใช้เวลานาน คุณถือคติปลอดภัยไว้ก่อน แม้จะมีเรื่องลำบากใจ คุณก็จะกัดฟันทนและจะมีความฝันตลอดจนอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่อยู่เสมอไม่เปลี่ยนแปลง ที่สำคัญคุณถือว่ามิตรภาพ และเพื่อน มีค่ามากกว่าสิ่งใดทั้งหมด กว่าที่คุณจะคบใครสักคน คุณจะต้องไตร่ตรองและศึกษาคนๆ นั้นอย่างถ่องแท้เสียก่อน คุณไม่เรียกร้องอะไรที่เกินความสามารถจากคนรักเลย ตัวคุณเองก็แสดงออกตรงกับใจเสมอ แม้จะมีความรักที่ไม่หวือหวา ตื่นเต้น แต่คุณจะค่อยๆ รักมากขึ้นและลึกซึ้งขึ้นทีละนิด

  คนเกิดวันที่ 27

คุณมักจะลังเล และคิดมากเกินความจำเป็น นอกจากนี้ยังขี้ขลาดและไม่เคยกล้าที่จะลองเสี่ยงกับอะไรเลย บางอย่างทั้งที่คุณทำได้ หากพยายามสักนิด แต่คุณกลับประเมินค่าตัวเอง ต่ำๆ และตัดใจไม่ยอมทำเสียดื้อๆ คุณจึงมักพลาดโอกาสดีๆ เพราะมัวแต่มองโลกในแง่ร้ายนี่เอง มิหนำซ้ำ ยังเจ้าน้ำตาอีกด้วย คุณไม่ค่อยจะมีโชคในเรื่องนี้เท่าไหร่เลยกับคนที่คุณชอบเขา เขาก็ไม่ชอบตอบ แต่กับคนที่คุณอยากจะหนีเขาไปให้ไกลก็กลับมาตื้อให้คุณรำคาญอยู่ได้ รวมความแล้วความรักของคุณ มันลุ่มๆ ดอนๆ แม้จะมีรักพบได้ง่าย แต่ไม่เท่าไหร่ คุณก้อจะนึกปอดแล้ววิ่งหนีเสียก่อน

  คนเกิดวันที่ 28

คุณเป็นคนที่มีจิตใจเปราะบางและถูกระทบกระทั่งได้ง่ายเสียจริงๆ อะไรนิดอะไรหน่อยคุณก้อจะคิดมากและเศร้าโศก เสียใจได้ง่ายๆ คุณมองโลกในแง่ร้ายเจออุปสรรคเล็กน้อย คุณก้อโอดครวญว่าไม่ไหวแล้ว ดูภายนอกคุณอาจจะเหมือนคนเย็นชา แต่ที่จริงแล้วคุณใจดีและมีน้ำใจนะเนี่ยเวลาออกเดทกับคนรัก คุณไม่สนใจเลยว่า อีกฝ่ายจะแต่งตัวยังไง แต่คุณจะเนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าชนิดดาราHollywood ยังอายเลย กับคนรักแล้ว คุณจะเอาแต่ใจตัวเองและอ้อนคนรักมาก บางครั้งก้อมากเกิน
ไปนะ

  คนเกิดวันที่ 29

คุณเป็นคนที่มีความมานะ บากบั่นเป็นเยี่ยมแม้จะพบกับอุปสรรคใดๆ ก็แล้วแต่ คุณไม่เคยย่อท้อที่จะเอาชนะมัน นอกจากนี้คุณยังเป็นคนคิดจริง ทำจริงไม่ชอบอยู่นิ่งเฉย ทั้งยังมีความรับผิดชอบเป็นอย่างดีหนักเอาเบาสู้ คุณจึงพบกับความสำเร็จในบั้นปลาย หลังจากที่เพียรพยายามมาเป็นเวลานานคุณจะมอบกายถวายชีวิตให้กับคนที่คุณรัก คนรักของคุณมาเป็นที่ 1 เสมอคุณให้ความสำคัญกับคนรักมากกว่าตัวเองเสียอีก คุณจึงมีความรักที่ยิ่งใหญ่ ก่อนคนในวัยเดียวกันและมักจะแต่งงานเร็วด้วยซิ

  คนเกิดวันที่ 30

แม้คุณจะบริสุทธิ์ ไร้เดียงสาและโรแมนติกแต่การแสดงออกของคุณนั้นดูเป็นคนกระฉับกระเฉง และก๋ากั่น ด้วยเป็นนิสัยที่ขัดกันอยู่ในตัว ซึ่งคุณเองก็ไม่เข้าใจตัวเองนี่แหละ ทำให้คนอื่นๆ ก็เข้าใจคุณยากหนักเข้าไปใหญ่ แต่ลึกๆ แล้วคุณช่างระแวดระวังและมีความอดทนมาก คุณจะมีความรักที่ยิ่งใหญ่จนชาวบ้านตกตะลึงพรึงเพริด ถ้าคุณปักอกปักใจกับใครแล้ว ใครก็ตามอย่าได้มาห้ามคุณเสียให้ยากเลย คุณเชื่อมั่นในตนเองเป็นที่สุดและพร้อมเสมอที่จะหนีตามกันหากผู้ใหญ่คัดค้าน WOW!

  คนเกิดวันที่ 31

คุณเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีอย่างเหลือเกิน จึงมักจะได้สัมผัสกับั้น สิ่งที่น่ายินดี และชื่นใจ คุณชอบและเก่งกับการทำให้คนอื่นๆ พลอยมีความสุขและสนุกสนานไปด้วย จึงเข้ากับทุกคนได้ดี และเป็นขวัญใจของใครๆ ภายในกลุ่มแล้วคุณจะเป็นที่เชื่อถือไว้วางใจ และเป็นที่พึ่งของทุกๆ คน คุณเป็นคนที่หลงระเริงกับความรัก บางครั้งคุณอาจจะไม่ได้ชอบคนรักของคุณหรอกแต่คุณอยากมีความรักต่างหากจึงแสดงออกว่าคุณทั้งสองสวีท และรักกันปานจะกลืนกิน นอกจากนี้คุณยังมักจะพบกับปัญหาที่ไม่อาจจะลืมใครบางคนได้แต่เนื่องจากคุณเป็นคนที่มีเสน่ห์ และโรแมนติกคนรักปัจจุบันจึงไม่อาจที่จะหลงใหลคุณได้

women.mthai

5 รูปแบบรักกับเพื่อนร่วมงาน

October 19th, 2009 by womenblogs

      5 รูปแบบรักกับเพื่อนร่วมงาน

 

 

              แหม! ก็นั่งหลังขดหลังแข็งทำงานอยู่ทุกวี่วัน จะเงยหน้าดูตะวันบ้างยังไม่ค่อยมีเวลา แต่แล้วจู่ๆ เจ้าคิวปิดน้อยก็ดันเล่นตลก มาแผลงศรรักปักอก คุณให้ไปหลงรักหนุ่มร่วมออฟฟิศที่เห็นกันอยู่ทุกวี่ทุกวันได้ ยิ่งใกล้ชิดมากแบบนี้ แล้วใครจะไปหักห้ามใจไม่ให้รักได้…ความรักแบบนี้ก็มีหลายรูปแบบนะคะ ลองมาเช็กดูสิว่า สำหรับความรักของในที่ทำงานของคุณนั้น อยู่ในแบบไหนกันแน่

 

     * แอบปิ๊งเพื่อนร่วมงาน คุณอาจจะปิ๊งเขาตั้งแต่วันแรกเจอ หรือค่อยๆ สนิทสนมจากการทำงานร่วมกัน แต่ถึงอย่างไรก็เป็นการแอบรักฝ่ายเดียว ถ้าคุณเป็นฝ่ายถูกรักก็อย่าไปทำให้เขาชีช้ำหัวใจ หรือด่าว่าเขาให้หยุดรักคุณเลย เพราะอย่างไรก็ต้องเจอหน้ากันทุกวัน หาทางปฏิเสธเขาอย่างสุภาพดีกว่า แต่ถ้าคุณเป็นฝ่ายไปแอบชอบเขาเสียเอง แล้วรู้ว่าเขาไม่เล่นด้วยก็อย่าไปตื๊อเขาอีกเลย เรื่องของหัวใจบังคับกันไม่ได้หรอกค่ะ
 
 * เป็นแฟนกัน เมื่อในวันที่คุณและเขาต่างมีความรู้สึกเดียวกัน ก็ขยับความสัมพันธ์จากเพื่อนไปเป็นแฟนได้ไม่ยาก ซึ่งความรักแบบนี้ มักเกิดกับพนักงานใหม่ๆ หรือพนักงานที่อายุไม่มากนัก เพราะเป็นช่วงเริ่มต้นของการทำงานและช่วงของการเรียนรู้นิสัยของกันและกัน รักจะหวานโรแมนติกจนใครๆ พากันอิจฉาเลยทีเดียว

 

     * เป็นสามีภรรยากัน รูปแบบนี้มักเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ที่เป็นแฟนมาก่อน แล้วลงหลักปักฐานแต่งงานกันเรียบร้อย ซึ่งความรักสไตล์นี้นับได้ว่ามีผลกระทบต่ออาชีพการงานรุนแรงมากกว่าการเป็นแฟนกันเสียอีก เพราะความสัมพันธ์แบบสามีภรรยานั้น ลึกซึ้งและผูกพันกันมากกว่า ระหองระแหงกันง่าย และมีเรื่องของลำเอียงเข้ามาเกี่ยวได้มาก คุณต้องระวังวางตัวในการทำงานให้ดี อย่าให้ใครมาว่าคุณได้ละ

 

     * แอบเป็นมือที่สาม รักกันแบบนี้ ขอบอกว่าน่ากลัวมากค่ะ เพราะถ้าคุณแอบไปกิ๊กกับคนที่มีเจ้าของแล้ว ไม่ว่าเขาจะมีแฟนหรือแต่งงานแล้วก็ตาม ถ้าใครต่อใครในออฟฟิศรู้ว่าคุณกับเขาคบกันแบบไหน รับรองได้ว่า คุณได้เกรียมแน่ โดนเม้าท์ โดนว่า เผลอๆ โดนประจานอีก และถ้าอีกฝ่ายแต่งงานแล้ว ไม่ใช่แค่กิ๊กนะคะ คุณกลับได้ขึ้นชื่อเป็นถึงชู้เลยทีเดียว เห็นแบบนี้แล้ว ถอยห่างดีกว่ากับความสัมพันธ์รูปแบบนี้ค่ะ

 

     * เจ้านายกับลูกน้อง สัมพันธ์รักแบบนี้ส่งผลทั้งตัวบุคคลและองค์กรรุนแรงที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็อยากรู้อยากเห็น อยากเอาไปเม้าท์ รวมทั้งยังเกี่ยวกับเรื่องหน้าที่การงาน การเลื่อนขั้นด้วย ถ้าคุณรักกับเจ้านาย อย่าแสดงตนว่าเหนือกว่าคนอื่น อย่าใช้ความรักมาเป็นบันไดก้าวสู่ความสำเร็จให้กับคนรักของตัวเอง

 

        เมื่อเรามีรูปแบบรักกับเพื่อนร่วมงานกันเเล้ว ก็ต้องหาวิธีวางตัวว่าทำอย่างไรดีเพื่อไม่ให้เป็นที่ติฉินนินทาได้ในบริษัท ติดตามอ่านได้ในWoman plus Vol.8 No.372 (2 February 2007)

women.mthai

ทำนายความรักของคนทั้งเจ็ดวัน

October 19th, 2009 by womenblogs

ทำนายความรักของคนทั้งเจ็ดวัน    

 

  *วันอาทิตย์ *

คนเกิด วันอาทิตย์ เป็นคนชอบเสี่ยง กล้าได้กล้าเสีย เป็นคนมี ความคิดโลดแล่น รวดเร็ว และใจร้อน เช่นเดียวกันกับในเรื่องของ ความรักเมื่อหลงรักใครแล้วจะตามตื้อให้สำเร็จจนได้เป็นคนรักสนุก ชอบคนที่ดูดีมีเสน่ห์ไม่เรียบง่ายหรือเชยจนเกินไปเป็นคนมี ความเชื่อมั่นในตนเองสูง มีความ สดใสน่ารัก และร่าเริงทำให้มี เสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามใครเห็นใครก็ชอบแต่ค่อนข้างดื้อรั้น และหัวเแข็ง ซึ่งบางครั้งทำให้ไม่ยอมอ่อนข้อต่อใคร

 

บางทีความรักต้องสิ้นสุดลงไป เพราะความมีทิฐิมานะเป็นคน ค่อนข้างเจ้าชู้ทีเดียว และมีความโรแมนติกในเรื่องความรักมาก ชอบที่จะอยู่คลอเคลียกับคนรักตลอดเวลา รักใครแล้วจะเป็นคนที่รักจริง หวังแต่งเลยนะ แต่ก่อนที่จะพบตัวจริง ก็ชอบที่จะเลือกพบคนใหม่ ๆ เพราะมันทำให้เกิดความรู้สึกท้าทาย คนเกิดวันนี้จะมีดวง ความรัก ค่อนข้างดีถ้าคนรักเข้าใจถึงความใจร้อนไปบ้างของคุณ ก็จะสามารถ คบกันได้นาน

 

 

 

*วันจันทร์ *

คนเกิดวันนี้เป็นคนเจ้าชู้หลบใน (ก็เจ้าชู้เงียบๆ นั่นแหละ) ไม่แสดงออกเด่นชัดเหมือนคนวันอาทิตย์ มักจะแอบโปรยเสน่ห์ ให้ใครต่อใครหลงใหลอยู่เสมอ เพราะความที่เป็นคนน่ารักสุภาพ อ่อนโยน อีกทั้งยังฉลาดเฉลียวแถมยังเข้าอกเข้าใจผู้อื่นและมีมนุษย สัมพันธ์ดีอีกด้วย

 

ความจริงคนเกิดวันนี้ก็เป็นคนที่ค่อนข้างดื้อรั้นและเอาแต่ใจตัว เอง เหมือนกันแต่จะค่อย ๆ แสดงออกมา เมื่อคบกันแล้วต้องการให้คนมา เอาอกเอาใจ คนเกิดวันนี้รักความสะดวกสบาย โกรธง่าย หายเร็ว รักแท้ ของคนวันจันทร์มักจะเกิดกับคนที่แตกต่างในเรื่องของอายุหรือฐานะ ความเป็นอยู่มากทีเดียว ทำให้ต้องอดทนและฝ่าฟันเหมือนรักแท้ ในหนังสุดโรแมนติกประมาณ โรส แอนด์ แจ๊ค แห่งไททานิคนั่นเลย แต่ว่าคนวันจันทร์นี้มักจะสุขสมหวังเสมอในเรื่องความรักถ้าดูแลหัวใจ ตัวเองให้ดีไม่เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาไปไหนก็จะมีคู่รักที่คบกันเนิ่นนาน จนเพื่อน ๆ อิจฉาเสมอนั่นแหละ

 

*วันอังคาร *

เป็นคนที่มีดวงความรักค่อนข้างดีทีเดียว จะพบรักแท้ที่คบกัน อยู่ กันไปอย่างหวานชื่น และสมหวัง อาจจะเป็นคนที่ดูเจ้าชู้ไปสักนิดแต่จริง ๆ แล้วเป็นแค่อยากสนุกชั่วครั้ง ชั่วคราว เท่านั้น ไม่ได้เป็นนิสัย ถ้าเจอะ เจอคนหน้าตาดีหรือบุคลิกถูกใจก็จะส่งสายตาไปก่อนอื่น แต่จะไม่ใช่ คนที่จะต้องเข้าไปขอทำความรู้จักในทันดีทันใดเป็นคนมีนิสัยใจร้อน วู่วามและตรงไปตรงมาแต่นั่นแหละคือเสน่ห์ที่เพศตรงข้ามหลงไหล

 

คนเกิดวันนี้เมื่อตกหลุมรักใครแล้วจะติดตามคอยอยู่ใกล้อย่าง ตั้งใจ ไม่มีวันจีบทิ้งจีบขว้างอย่างแน่นอน เป็นคนที่แข็งนอก อ่อนใน ใจดี แต่ปากแข็งเมื่อทำผิดมักจะไม่ค่อยยอมง้อทั้งที่ในใจอยากจะง้อ ใจจะขาด ดวงความรักของคนวันอังคารจะมีปัญหาก็อยู่ที่เรื่อง ของอารมณ์เท่านั้นต้องควบคุมอารมณ์ให้อยู่หรือเลือกคู่ที่เป็นคนใจเย็น สุดสุดก็จะมีรักที่ยั่งยืนยากที่จะแตกร้าวได้

 

*วันพุธ *

คนเกิดวันพุธเป็นคนช่างคิดช่างตรึกตรองช่างเลือกรอบคอบ ในทุกเรื่องรวมทั้งในเรื่องของความรักคุณจะต้องมั่นใจเสียก่อน ที่จะตกลงปลงใจกับใครเป็นคนที่ต้องการความรักที่ลึกซึ้งมั่นคง ไม่ใช่ความรักเพื่อให้ตื่นเต้นเร้าใจเท่านั้นเสน่ห์ของคนวันนี้อยู่ที่การ พูดจาที่น่ารักสุภาพทำให้ใครต่อใครชื่นชอบรักสนุกและยังเป็นคนฉลาด มีไหวพริบดี อีกด้วย

 

คนเกิดวันพุธ มักจะมีความรักแบบที่เริ่มจากความเป็นเพื่อนก่อน แล้วค่อยผูกพันกัน มาเป็นความรักแท้ที่เต็มไปด้วยการเข้าอกเข้าใจกัน รู้จักกันดีมาก เคารพอิสระและเวลาส่วนตัวซึ่งกันและกัน คนเกิดวันนี้ ไม่ชอบดูแค่หน้าตาอย่างเดียวแต่ต้องเป็นคนที่พูดคุยกันรู้เรื่องและ มีทัศนคติเหมือนกัน ต้องเป็นได้ทั้งเพื่อนคู่คิดและคนรักในขณะเดียวกัน

 

 

 

*วันพฤหัส *

คุณเป็นคนมีความโอบอ้อมอารีมีน้ำใจต่อผู้คน มีสติปัญญาดี เป็นที่ ยอมรับของคนอื่น เป็นคนรักใครก็รักจริง เกลียดจริง ไม่ชอบการเสแสร้ง หลอกลวง ดวงความรักค่อนข้างเรียบง่าย ไม่โลดโผนมากนัก เป็นคนน่ารัก เปิดเผย จริงใจ และมีความมุ่งมั่นสู่จุดหมาย ไม่เลื่อนลอย ไร้สาระ เป็นคนไม่เจ้าชู้ ถ้ารักใครก็จะซื่อสัตย์และรักเดียวต่อคนรัก ของตัวเองไม่คิดนอกใจไปมีใครอื่น

 

หากต้องผิดหวังในเรื่องความรัก ก็จะเป็นเพราะการมองโลกในแง่ดี จนเกินไป หรือคิดไปเองว่า ใครคนนั้นมีใจด้วย แต่เมื่อผิดหวังก็ไม่ปล่อย ตัวเองให้จมปลักกับความเจ็บปวด แต่จะพยายามทุ่มเทในเรื่อง ที่ตนสนใจ ให้ลืมความเจ็บปวดนั้น คนวันนี้ชอบคนที่เรียบง่ายมีนิสัย ความชอบคล้ายๆ กันไม่หรูหราฟุ่มเฟือยจนเกินไป

 

*วันศุกร์ *

คนเกิดวันนี้มีเรื่องราวของความรัก ๆ ใคร่ ๆ มาวนเวียนประจำหัวใจ อยู่เสมอเป็นคนรักสวยรักงามชอบที่จะดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ เมื่อรักใครชอบใครแล้ว ก็จะเอาอกเอาใจเป็นอย่างดีเรียกว่าทุ่มจน สุดหัวใจเลยทีเดียว (เจ้าบุญทุ่ม ตัวจริง) แต่ก็ต้องการการตอบสนอง อย่างเดียวกันจากคนรักด้วย ไม่ฉะนั้นจะรู้สึกน้อยใจมาก

 

เสน่ห์ของคนวันศุกร์อยู่ที่ความอ่อนหวาน เป็นคนใจกว้าง และซื่อตรง บางครั้งออกจะขี้ระแวงคนรักจนเกินเหตุไปด้วยซ้ำดวงความรัก ของคนเกิดวันนี้ค่อนข้างอาภัพ (ฮือ ๆ) ทั้ง ๆ ที่มีคนมารักชอบอยู่เยอะ แต่ก็มักจะจบลงเพราะความไม่มีเหตุผลและเจ้าอารมณ์ของคุณ อยู่นั่นเองบางคนที่ถึงจะมีรักหวานแสนโรแมนติกเพียงใดแต่กลับ ต้องลาร้างกันทั้ง ๆ ที่ยังรักกันมากบางคนก็อาจจะมีความสัมพันธ์รัก ที่ยั่งยืนอบอุ่นแต่อาจไม่ใช่คนที่คุณเคยรักอย่างหัวปักหัวปำมาก่อน เป็นคนที่มีดวงความรักพิเศษไม่ธรรมดาเลยจริงๆ 

 

*วันเสาร์ *

น่าอิจฉาที่สุด สำหรับคนเกิดวันเสาร์ เป็นคนโชคดีในด้านความรัก ไม่ค่อยจะมีปัญหาให้ต้องปวดใจ เหมือนคนเกิดวันอื่น ๆ เพราะว่า คนเกิดวันนี้เป็นคนที่เด็ดเดี่ยว หนักแน่น ใจคอมั่นคง เมื่อคบกับใคร ก็จะมีคนคนนั้นอยู่คนเดียวในหัวใจ ไม่ชายตาไปให้คนอื่นเลย เมื่อเลิกแล้วถึงจะเริ่มมีรักใหม่ คุณเป็นคนที่ดูสุขุม มีระเบียบ แต่ก็เป็น คนดื้อรั้นไม่เบาทีเดียว

 

มีความเจ้าชู้แบบเงียบ ๆ คือแค่มองและส่งยิ้มไปบ้าง ไม่มีอะไร ในกอไผ่เป็นประเภทขอแอบรัก แอบชื่นชม อยู่ไกล ๆ มากกว่า คนวันเสาร์เป็นคนที่ทระนง อดทน และมีความมุ่งมั่นใส่ใจคนรัก อย่างเสมอต้นเสมอปลาย (น่าอิจฉา คนมีแฟน เกิดวันเสาร์จัง) แต่ก็ ไม่ชอบให้แฟนมีนิสัยหรูหรา ฟู่ฟ่าจนเกินไปนัก เป็นคนช่างเลือก จึงไม่ค่อยคบใคร เล่นๆ เมื่อถูกใจใคร จะใช้เวลาพิจารณานิสัยก่อน ที่จะเริ่มรักอย่างเต็มหัวใจแต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ในเรื่องของความรักจะต้องดู ถึงเรื่องความเหมาะสมในทุก ๆ ด้านด้วย เช่น อายุ ฐานะ การศึกษา

women.mthai


อูว์! ลิเดีย

October 19th, 2009 by womenblogs

        

        เธออายุ 20 และกำลังเป็นสาวสวยเซ็กซี่ในฐานะนักร้องเพลงอาร์แอนด์บีที่  ได้ชื่อว่ามีเสียงร้องชวนหลงใหลที่สุด ภาพที่ลีเดียนอนลงบนเก้าอี้โพสท่า ถ่ายภาพคงบอกอะไรทำนองนั้นหมดแล้ว!

      แต่ที่คุณยังไม่รู้ คือ  ลีเดียชอบนอนฟังเสียงฝนตก เธอชอบลองชุดโน่นนี่ตอนอยู่ในห้องนอนคนเดียว เธอชอบฉากเลิฟซีนในหนังเรื่อง 40 Days 40 Nights และบางทีก็อมยิ้มหัวเราะคิกคักเมื่อนึกถึงฉากเลิฟซีนในเรื่อง Music and Lyrics ที่ ฮิวจ์ แกรนต์ และ ดรูว์ แบรี่มอร์ นอนหลับอยู่ใต้เปียโน จากค่ำคืนที่โรแมนติกแสนหวาน แต่ต้องรีบลุกขึ้นมารับโทรศัพท์ จนหัวโขกเปียโน! ลีเดียหยุดหัวเราะ (คิกคัก) กับเรา แล้วเริ่มต้นบทสนทนาว่า
 
 
 
     ลีเดีย : ถ้าเรื่องเกี่ยวกับความเซ็กซี่ก็มีคนบอกว่า เสียงเดียเซ็กซี่ค่ะ โดย
เฉพาะเรื่องหลบเสียง
    
     GM PLUS : แล้วจริงๆ คุณเป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่ไหม เพราะที่เห็นลีเดียใน
เอ็มวีส่วนใหญ่เหมือนคุณกำลังจะกลายเป็นบียอนเซ่อยู่รอมร่อ 


      ลีเดีย : ไม่เลยค่ะ แต่เวลาที่ถ่ายรูปออกมาแล้วมันดูบึ้มไปงั้นเอง (หัวเราะ)

 

จริงๆ เดียเป็นผู้ญิ้ง ผู้หญิง (เน้นเสียง) ออกแนวเป็นคุณนาย ชอบชุดสีชมพู ชอบอะไรเกี่ยวกับเพชร ที่เห็นว่าเดียเซ็กซี่ก็คงเป็นตอนที่ไปงานประกาศรางวัลต่างๆ ก็จะใส่ชุดราตรีที่เน้นรูปร่างบ้าง  
     


     GM PLUS : รูปร่าง เอ่อ…ถ้าคนคิดถึงแองเจลิน่า โจลี่ แล้วคิดถึงริมฝีปากที่
น่าจูบของโจลี่ ถ้าเป็นลีเดียล่ะ คนจะจดจำอะไรได้


     ลีเดีย : เสียงร้องมั้งคะ แบบว่าเสียงตอนร้องเพลง ‘ไม่ว่างจริงๆ’ (หัวเราะ) ถ้า

 

เป็นรูปร่างเหรอ…เดี๋ยว! เดียนึกก่อน เดียคิดว่าคงเป็นความขาว ผิวขาว แบบตากแดดเท่าไหร่ก็ไม่ดำซะที มีช่วงหนึ่งอยากมีผิวสีแทน เดียก็เลยใส่เสื้อแขนกุดไปตีกอล์ฟ ก็ยังไม่ดำ เวลาไปไหนผิวเดียจะเด้งมาก

 

     GM PLUS : คุณเป็นผู้หญิงที่แต่งตัวเก่ง แล้วคิดว่าตัวเองดูดีที่สุดในชุดสีอะไร


     ลีเดีย : เดียชอบสีแดง ชอบมาก รถเดียก็สีแดง (MB SLK) เพราะสีมันดูแล้ว

 

สดใส ร้อนแรง

 

     GM PLUS : เพลงไหนที่ฟังแล้วเดียรู้สึกเซ็กซี่อยากร้องอยากเต้นแบบนั้นบ้าง


     ลีเดีย : Toxic ของ บริทนี่ย์ สเปียร์สค่ะ ใครดูเพลงนี้แล้วไม่กรี๊ดก็บ้าแล้วละ

 

ชีเซ็กซี่ซะขนาดนั้น แอ็คติ้งของบริทนี่ย์ยั่วยวนมาก ถ้าเดียเป็นผู้ชายก็คงตายไปเลย

 

     GM PLUS : สงสัยว่าทำไมลีเดียไม่ออกงานแบบแดนซ์กระจายบ้าง ที่ผ่านมามีแต่ร้องอ้อนๆ 
     ลีเดีย : อยากเต้นเหมือนกันค่ะ แต่เผอิญว่าชอบกินข้าวขาหมู (หัวเราะ)

 

     GM PLUS : ผู้ชายแบบไหนที่ทำให้ผู้หญิงแบบลีเดียละลาย


     ลีเดีย : จอร์จ ฮาร์ตเน็ต ค่ะ


     
     GM PLUS : คุณอยากเป็นนางเอกเรื่อง 40 Days 40 Nights เหรอ

 

 
     ลีเดีย : ไม่บอก แต่…(หัวเราะ ทำหน้าตาชวนฝัน)

 

     GM PLUS : คำไหนที่เดียคิดว่าฟังแล้วเซ็กซี่ที่สุด


     ลีเดีย : อูว์…ค่ะ! (ลีเดียทำปาก อูว์…และหลับตา) เดียว่ามันฟังดู Excite น่า

 

ตื่นเต้น โดยเฉพาะถ้ามีใครมาพูดที่ข้างหู อูว์..!

women.mthai

« Previous Entries