ผู้หญิงแบบนี้…ที่ผู้ชายอยากแอ้ม!!!

October 18th, 2009 by womenblogs

      การที่ผู้ชายจะเลือกผู้หญิงสักคนมาเดินเคียงข้างแล้ววางแผนเป็นแม่ของลูกในอนาคตนั้น ไม่ได้มองแค่ว่าต้องสวย เริ่ด น่ารักมาก่อน แต่ผู้ชายยุคนี้จากการ สำรวจบอกว่าถ้าผู้หญิงคนนั้นจะต้องงามจากภายใน อ้าว…ถ้างามจากภายในแบบนี้ ลองมาดูซิว่าสาวๆ อย่างคุณจะติดอยู่ในเครือข่ายไหนบ้าง?…

1 “มิสนางสาวจริงใจ”

ผู้หญิงประเภทนี้เรียกว่าพระเจ้าประทานพรให้เธอเป็นคนที่แสนดีไปซะทุกเรื่อง คนอื่นจะมองอะไรเป็นเรื่องเลวร้าย แต่ถ้าได้สัมผัสเธอผู้นี้จะรู้เลยว่าโลกที่มองอยู่นั้นแตกต่างไปในทางที่ดี นิสัยของเธอจะมีความจริงใจเป็นหลัก เรียกว่าเธอเป็นผู้หญิงคิดบวกเลยก็ว่าได้

2 “มิสอเมริกันแชร์”

แค่ต้องการความเท่าเทียมกันในบางเรื่อง แต่ก็ไม่ถึงเป็นนักสิทธิสตรีโดยตรง เพียงแต่ว่าถ้าเธอไม่พอใจหรือรู้สึกว่าถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่ล่ะก็ วิญญาณของความเป็นนักต่อต้านจะเข้าสิงเธอทันที และอีกอย่างที่ผู้หญิงประเภทนี้ก็ไม่ชอบให้ใครมาหน้าใหญ่ ทำอะไรก็ต้องคนละครึ่งหรือใช้ทฤษฎีอเมริกันแชร์

3 “มิสเซ็กซ์จัด”

อะอะอะ…อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นโรคฮิสหรืออะไรนะ เพียงแต่ว่าผู้หญิงประเภทนี้จะทำหน้าที่บนเตียงได้อย่างเร้าร้อนจนคุณเองลืมไม่ลง แต่ก็ไม่ได้รุนแรงจนเป็นปัญหาทางจิตหรอก เพียงแต่ว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องธรรมชาติเท่านั้นเอง แล้วถ้าสาวประเภทนี้ได้รักใครแล้ว รับรองเรื่องอย่างว่าไม่เช้าไม่เลิกแน่ๆ

4 “มิสเบสท์เฟรนด์”

สาวประเภทแบบนี้น่าคบจะตายไป เพราะหาไม่ได้ตามท้องตลาดสักเท่าไหร่ นอกจากจะเป็นแฟนแล้ว เธอยังเป็นเพื่อนได้ในเวลาเดียวกัน เพียงแต่ว่าสาวประเภทนี้จะเข้าอกเข้าใจคุณผู้ชายเป็นพิเศษ และอีกอย่างถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาเค้าก็จะเข้าข้างผู้ชายโดยไม่ต้องมีข้อสงสัย นี่คือนิสัยของเพื่อนนั่นเอง

5 “มิสเถรตรง”

เป็นสาวที่ตรงไปตรงมาจนเถรตรง แต่ไม่ได้หมายถึงว่าต้องซื่อหรอกนะ เพียงแต่ว่าไม่ชอบอะไรที่เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ว่ากันมาตรงๆ เลยดีกว่า ไม่ต้องการให้หนุ่มๆ มาเล่นลิ้นปล่อยมุขเห่ย!! ให้รำคาญใจ แถมถ้าไม่พอใจ อาจจะเป็นขวานผ่าซากไปเลย จึงไม่ค่อยได้เห็นจริตจากสาวๆ กลุ่มนี้สักเท่าไหร่

6 “มิสบุคลิกเป็นเลิศ”

แม้จะไม่ได้มีตำแหน่งการันตีว่าเธอสวยที่สุดในประเทศหรือโลกนี้ แต่ด้วยความฉลาดที่แฝงอยู่ในตัวเธอนั้นแล้ว ยิ่งทำให้ผู้ชายชอบค้นหายิ่งนัก เพราะเธอได้เปรียบกว่าผู้หญิงบางคนที่สวยแต่โง่อีกด้วย แล้วถ้าผู้ชายเจอผู้หญิงแบบนี้ คุณคิดว่าเค้าจะปล่อยให้หลุดมือเหรอ?

7 “มิสผ้าพับไว้”

แค่ผ้าพับไว้แต่ไม่ใช่หญิงไทยซะทีเดียว เพราะน้อยนักที่จะเจอผู้หญิงแบบนี้ในโลกยุคสองพัน เพราะเธอจะไม่แคร์ว่าแฟนของเธอจะรวยหรือจน หล่อหรือเท่ห์ แต่เธอจะมองอย่างเดียวคือความรักที่มีให้กันและกันมากกว่าทุกสิ่งอย่าง

ลองสำรวจตัวคุณสาวๆ เองซิว่า คุณเองน่าจะเหมาะสมเป็นผู้หญิงแบบไหนที่ผู้ชายอยากแอ้ม!!

women.mthai

วิธีสังเกตว่าความรักเป็นรักแท้

October 18th, 2009 by womenblogs

คู่รักความรัก รักแท้ คนโสด หนุ่มสาว

ใครที่กำลังมีความรัก วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีสังเกตว่าความรักที่มีอยู่นั้น
เป็นรักแท้หรือเปล่ามาให้อ่านกัน…

1. ต้องมีความรู้สึกได้สัมผัส กับความสุขร่วมกับคน ๆ นั้น เมื่ออยู่ด้วยกันก็จะมีความสุขมาก ไม่เคยเบื่อที่มีเขาอยู่ใกล้ ๆ และเมื่อยามที่เขาห่างไกลไม่ได้เห็นหน้า ก็จะรู้สึกเหงา ๆ และคิดถึง ไม่ใช่พอเขาหันหลังให้ ก็กระโดดโลดเต้นดีใจ


2. ต้องให้ความเคารพนับถือคน ๆนั้น ถ้าจะรักใครสักคน แล้วตั้งหน้าดูถูกไม่เคยให้ความเคารพ ในความเป็นเขา แล้วคนอื่น ๆ จะเคารพคน ๆ นั้น ของเราได้อย่างไรและเราจะภูมิใจหรือ กับการที่ได้รักใคร่กับคนที่ใคร ๆ เขาดูถูก

 

3. ต้องรู้สึกว่าคน ๆ นั้นเป็นที่พึ่งได้ เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ขึ้นในชีวิต ก็มั่นใจว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเพื่อคอยช่วยเหลือ

4. ต้องเชื่อมั่นว่าถ้ามีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน สัมพันธภาพก็ยังคงดำเนินต่อไป เพราะคนเราย่อมผิดพลาดกันได้ ถ้ารู้จักอภัยกันมันก็อยู่กันทน


5. ต้องเข้าถึงความต้องการอารมณ์ และความรู้สึกของคน ๆ นั้นอย่างถ้ารู้ว่าชอบจะอยู่คนเดียวตามลำพังบ้าง ก็ควรเปิดโอกาสได้อยู่กับตัวเอง ด้วยความเต็มใจ

6. ต้องมีความรู้สึกต้องตาต้องใจ ในสรีระของคน ๆ นั้น ไม่ว่าจะต้องเสน่ห์ในความเป็นหญิงกำยำ หรือในความล้านจนขึ้นเงาวับบนหัวเขา มันก็มีส่วนในความรักเหมือนกัน

7. ต้องรู้สึกว่าเราสามารถจะพูดคุยกับคน ๆ นั้นได้ทุกเรื่อง อย่างเปิดอก สามารถที่จะขุดความรู้สึกส่วนลึกในหัวใจ ขึ้นมาพูดได้ ไม่ใช่ต้องปิดบังความรู้สึกส่วนนั้นไว้ เพราะกลัวว่าถ้าพูดออกมาแล้ว เราจะอับอายหรือไม่ก็กลัวว่าเขาได้ยิน แล้วจะเดินหายไปจากชีวิต

8. ต้องรู้สึกว่าคน ๆ นั้นเป็นของมีค่าในมือ ถ้าไม่มีเขาสักคน ชีวิตของเราก็สูญของมีค่าไป


9. ต้องรู้สึกเต็มใจที่มีส่วนร่วมกับคนๆ นั้น ในหลาย ๆ ด้าน เป็นต้นว่าความคิดอารมณ์ และเวลาแต่ไม่ใช่ร่วมกับเขาไปหมด จนเขาไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง


10. ต้องรู้สึกอยากมีส่วนร่วมอยากรับฟังทุกอย่าง ไม่ว่าสิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่ดี หรือเป็นสิ่งที่ทุกข์ ที่เรียกว่าร่วมทุกข์ร่วมสุข เพราะคนที่ต้องการแต่จะร่วมสุข นั่นหมายถึงว่าคุณไม่ได้มีรักแท้กับคนๆนั้น

women.mthai

มุกเด็ดๆ ของนายชัดเจน

October 18th, 2009 by womenblogs

มุกเด็ดๆ ของนายชัดเจน
ในบางรักซอยเก้า

สำหรับคนโสดที่กำลังคิดไม่ออกว่าจะจีบคนที่หมายตาไว้ยังไงดี ลองอ่านที่นี่ มีมุกเด็ดๆ ของชัดเจน ในบางรักซอยเก้า จะว่าเน่า ก็เน่านะ…แต่อาจจะได้ผลก็ได้

 

1.good night คนดี ขอให้นอนหลับฝันดี คืนนี้จะไปเข้าฝัน

2.พี่ไปส่งมั้ย น้องต้องเดินอีกไกลนะ กว่าจะพ้นใจพี่

3.เรื่องเนี้ยะ เริ่มต้นด้วยร้าย แต่ลงท้ายด้วยรักนะจ๊ะ

4.ไข่พะโล้หนะ สีดำ แต่คนทำอะ หัวใจสีชมพู

5.ติดกาแฟ เลิกได้ ติดบุหรี่ เลิกได้ แต่ติดใจเธอ เลิกไม่ได้จริงๆ

6.มีใจแค่1ดวง ครึ่งแรกบอกว่า คิดถึง อีกครึ่งหนึ่ง บอกว่า รัก

7.ที่หายหน้าไป ไม่ใช่ไม่รัก แต่หมอให้พัก ลดน้ำตาล ในหัวใจจ๊ะ

8.ฉันเกิดมา อาภัพ ต้องอยู่แบบ หลบๆ ซ่อนๆ ก็ซ่อนใน หัวใจเธองัย

9.หัวใจไม่ว่าง เหมือนเดิม เพราะมีเธอ มาเพิ่มเติม ในใจ

10.อยากรู้มั้ย ฉันรักใคร ส่องกระจกสิ จะได้คำตอบ

11.ยังตัดสินใจไม่ได้ใช่ไหม เอางี้โยนหัวก้อยกัน ถ้าออกหัว เธอมาเป็นแฟนฉัน ถ้าออกก้อย ฉันจะยอม เป็นแฟนเธอ

12.อยากจะเขียนคำว่ารักตัวเท่าบ้าน คงต้องหากระดานแผ่นใหญ่ๆ อันสมุดเล่มนี้มันเล็กไป คงต้องเอา หัวใจมาเขียนแทน

13.ไม่ได้คิดถึงเธอทุกนาที แต่คิดถึงเธอตลอดที่มีลมหายใจ

14.ถ้าพรุ่งนี้ผมตายไปก็คงไม่แปลก เพราะชีวิตผมที่เกิดมา มีหน้าที่เพียงแค่มาพบคุณในวันนี้เท่านั้นเอง

15.ผมมันคนใจแคบ ในนั้นเลยมีที่ว่างพอสำหรับคุณเพียงคนเดียว

16.เป็นการยากที่จะเข้าใจในคำว่ารัก แต่ยากยิ่งนักหากจะรักอย่างเข้าใจ

17.ผมมันเป็นคนไม่มีหัวใจ ก็เพราะหัวใจของผมนั้นดันไปอยู่ที่คุณ

18.ความรักของเราเหมือนเส้นขนาน แม้จะไม่มีวันมาบรรจบกัน แต่ก็จะเคียงคู่กันตลอดไป

19.ถึงผมจะเป็นคนหลายใจ แต่ในทุก ๆ หัวใจก็มีแต่เธอ

20.โทรศัพท์มือถือยิ่งโทรยิ่งกินเงิน แต่โทรหาคุณยิ่งโทรยิ่งกินใจ

 21.ผมขอถามทางคุณหน่อยได้ไหมครับ? ทางไปหัวใจคุณ

22.ช่วยกดลิฟท์ให้หน่อยครับ?  ผมจะไป ชั้น..รักเธอ

23.คุณได้ยินเสียงอะไรมั๊ยครับ….เสียงหัวใจผมมันบอกว่ารักเธอ

24.เอ่อ..ไม่ทราบว่าเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรึป่าวครับ อ๋อ คงจะเป็นในฝันของผม

25.ทำไมวันนี้ท้องฟ้าไม่สวยเหมือนทุกวัน คงเป็นเพราะคุณสินะ

26.ผมชักอึกอัดแล้วสิ ก็คุณเล่นเข้ามาเบียดอยู่ในใจผมตลอดเวลาเลย

27.เดินดีๆนะครับ…ระวังจะสะดุดรักผม

28.ตั้งแต่ผมได้รู้จักกับคุณ ทำให้ผมได้เจออะไรบางอย่าง  เจอละไม ใจละเมอ

29.เวลาเห็นหน้าคุณทีไร ผมมักจะเป็นโรคชักทุกทีเลยอะ…ชักใจอ่อน

30.ผมทำให้คุณได้ทุกอย่าง ยกเว้นแค่เหาะขึ้นไปบนฟ้า กับการไม่รักคุณ

31.ผมมันเป็นคนไม่มีหัวใจ… เพราะผมเอาให้คุณไปแล้ว ตั้งแต่วันที่เราพบกัน

32.เมื่อคืนที่บ้านไฟดับ แต่ผมไม่ต้องใช้ไฟฉาย หรือเทียนเลยครับ เพราะแค่นึกถึงคุณ โลกของผมก็สว่าง ไสวไปหมดแล้ว

33.ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของผม…. คุณไปอยู่ไหนมาครับ?

34.ผมยอมอายุสั้นลงไป 1 ปี… แลกกับการคุยกับคุณ 1 นาที

35.ผมไม่หวังอะไร ขอแค่ได้เห็นหน้าคุณ ถึงต้องอายุสั้น ตายไปต่อหน้าคุณ ผมก็ยอม

36.รู้ตัวไหม ว่าคุณคือผู้หญิงคนแรก ที่เห็นแล้วผมนึกอยากปลูกต้นรัก

37.คุณทำให้ขาผมแพลง เพราะตกหลุมรักคุณไม่เป็นท่า

38.ไม่สบายไป x-ray หัวใจมา หมอบอกว่าข้างในหัวใจมีแต่เธอ

39.ร้อนจัง อาบน้ำ ก็ยังไม่หาย นอนไม่หลับกระสับกระส่าย ก็ยังไม่หายคิดถึงเธอ

40.โทษครับ กี่โมงแล้วครับ วันเวลาของผม มันหยุดไปหมดเมื่อพบคุณ

41.ถ้าคิดถึงคุณ..แล้วต้องเสียตังค์ครั้งละบาท ผมคงหมดเนื้อหมดตัวภายในวันเดียว

42.คุณท่าทางจะมีโชคนะ ผมเป็นหมอดู ดูดวงจากเบอร์โทรศัพท์ บอกเบอร์มาสิครับ ผมจะทายให้

43.ผมคงต้องไปรับลอตเตอรี่มาขายซะแล้ว เพราะความรักของคุณมันทำให้ผมตาบอด

44.ถ้าเธอเป็นโคลน ฉันจะยอมเป็นควาย จะได้จมปลักรักเธอตลอดไป…

 women.mthai

6 เคล็ดลับ จับคู่ให้เพื่อน

October 18th, 2009 by womenblogs

 
     ลองจับคู่ให้เพื่อนกับผู้ชายที่ผ่านการพิจาณาแล้วว่าดูดีมีอ.ย.เหมาะจะเคียงคู่อยู่กับเพื่อน นอกจากช่วยให้เพื่อนมีความสุขแล้วผลพลอยได้คือ หากเราเองก็ยังไม่มีคู่ กุศลผลบุญจากการช่วยเพื่อนอาจส่งให้เรามีคู่กับเขาเสียที หรือถ้ามีคู่อยู่แล้ว ความรักของเราจะได้หวานชื่นคืนสุขยิ่งๆขึ้นไป

 สำรวจแรงจูงใจและความคาดหวังของตัวเอง
     ต้องแน่ใจว่าเราอยากเห็นเพื่อนมีความสุขกับผู้ชายคนนี้จริงๆ อย่ารอจนกระทั่งสองคนนี้กลายเป็นคู่ที่รักกันดีเสียจนทำให้นึกขึ้นมาได้ว่า อุ้ยตาย! ฉันก็ชอบผู้ชายคนนี้เหมือนกันนะ และสิ่งที่ต้องระลึกไว้เสมอคือ เตรียมตัวรับมือกับการที่เพื่อนจะได้สมรัก และไม่ว่างมาเจ๊าะแจ๊ะตามประสาสาวๆเหมือนเดิมอีกแล้ว

 ดูความเหมาะสม
     เพื่อนเราพร้อมสำหรับความรักหรือยัง หรือว่าบ้างานจนเรียกได้ว่าแต่งกับงานไปแล้ว ทำไมถึงคิดว่าเพื่อนจะเหมาะกับผู้ชายคนนี้ ทั้งคู่มีอารมณ์ขันเหมือนกันไหม ทำงานในแวดวงใกล้เคียงกันหรือเปล่า การจับคู่ใครต้องดูเรื่องพวกนี้ด้วย อย่าคิดแค่คว้าผู้ชายโสดสักคนมาให้เพื่อนก็พอแล้ว เคมีระหว่างกันเป็นเรื่องเกินคาดเดา แต่ต้องแน่ใจว่าการจับคู่ยังมีโอกาสที่จะเป็นไปได้

 ให้รายละเอียด…แต่ไม่มากเกินไป
     ให้ทั้งสองคนได้รับรู้ข้อมูลของอีกฝ่ายคร่าวๆ ไม่ว่ารูปร่างหน้าตา บุคลิกและอาชีพการงาน แต่ไม่จำเป็นต้องบอกผู้ชายว่า เพื่อนของเราเป็นคนตื่นเต้นตกใจง่ายเวลาที่มีความกังวล และไม่ต้องไปลุ้นให้มีเดทครั้งที่สอง หรือโม้ข้อมูลเกินจริงเพราะไม่อยากให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดหวัง กุญแจสำคัญคืออย่าสร้างความกดดัน เราไม่ได้จับคู่ให้เพื่อนเพราะคิดว่าผู้ชายคนนี้นี่ละคือคนที่ ใช่ เราแค่คิดว่าทั้งคู่ควรจะพบกันแล้วค่อยดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

 เสนอตัวจะเป็นคนจัดให้พบกัน
     เสนอตัวเลยค่ะ อย่าปฏิเสธ ! เป็นตัวตั้งตัวตีนัดหมายเพื่อนฝูงมาดินเนอร์ปาร์ตี้ 6-8 คนก็พอ ถ้ามากกว่านี้จะวุ่นวายเกินไป จำนวนคนประมาณนี้กำลังดีสบายๆ วิธีนี้เป็นการจับคู่ที่สนุกและไม่ตื่นเต้นจนเป้าหมายไม่เป็นตัวของตัวเอง เริ่มการจับคู่ด้วยการแนะนำทั้งสองคนให้รู้จักกัน แล้วช่วยเริ่มต้นบทสนทนาแบบโยนกันไปมา จากนั้นเริ่มหันไปสนใจแขกอื่นในงาน แล้วค่อยๆปลีกตัวไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่น ทิ้งให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน แล้วคอยโผล่มาแจมเป็นระยะ เพื่อกระตุ้นให้ทั้งคู่คุยกันไปเรื่อยๆ แต่ถ้าทั้งสองอยากอยู่กันเพียงลำพัง ก็ปล่อยเขาไป อย่ากดดันให้มากนัก

 เลิกติดตามเป็นบุคคลที่สาม
     หลังจากทั้งคู่ออกเดทกันแล้ว ก็เป็นเรื่องของคนสองคน…เราไม่เกี่ยว อย่ายอมให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งคู่ลากเราไปด้วยเหมือนไม้กันหมา ควรบอกไปว่า ดีใจด้วยที่เพื่อนถูกใจผู้ชายคนนี้และเชื่อว่าเขาก็คิดเช่นเดียวกัน แต่เรารู้สึกอึดอัดที่จะต้องทำหน้าที่โทรไปตื้อให้เขานัดเจอกับเพื่อนอีก

 อย่าถือเป็นเรื่องส่วนตัว
     ถ้าเพื่อนปฏิเสธผู้ชายที่เราเสนอให้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนปฏิเสธเราไปด้วย ทางที่ดีเราควรใช้ฟีดแบ็คนี้เฟ้นหาผู้ชายที่เหมาะสมกว่าเดิม ถึงแม้เพื่อนโวยวายที่ถูกเราจับคู่กับผู้ชายไม่ตรงสเปค ก็ยังถือว่าเราทำไปเพราะความห่วงใย และอย่างน้อยก็ได้รู้ว่าผู้ชายแบบไหนที่เพื่อนไม่ถูกใจ

women.mthai

5 ความลับ ที่สาวๆ จะรู้ใจ หนุ่มๆ

October 18th, 2009 by womenblogs

     เมื่อสองคนรักกัน จะรักๆเลิกๆ ก็เป็นเรื่องธรรมดา แถมยังธรรมดาซะจนกลายเป็นว่า “คู่ไหนที่รักกันปานจะกลืนตั้งแต่วันแรกที่สัญญาว่าจะรักและดูแล”  ดั๊นรักกันยืดจริงๆ… ถือเป็น “ของแปลก” ไปสำหรับคนยุคนี้ไปซะแล้วก็ตาม

 

แต่ถึงไง “รักแท้” ที่ถูกมองว่าเป็นสิ่งประหลาดเนี่ย ก็ยังมีใครต่อใคร “ที่ไม่ชอบรักสำส่อน” หรือ “รักๆเลิกๆ” ปรารถนาและมองหากันอยู่ดี

     ถึงงั้น แค่รู้สึกชอบหรือรักสมัครสมานน่ะเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก ทว่า การอยู่ร่วมกันให้ได้นี่สิ.. .เป็นเรื่องที่ยาก เพราะพฤติกรรม (รวมถึงพฤติกามด้วยก็ได้) ของหนุ่มกะสาวน่ะ บางครั้งก็ทำให้เข้าใจกันผิดบ่อยๆ หรือไม่เข้าใจเอาเลยด้วยซ้ำ ว่าแล้วขอยก  ตัวอย่างบางกรณีที่ฝ่ายหญิงคิด (เอาเองรึเปล่าไม่รู้) ว่าฝ่ายชายต้องเป็นหยั่งงั้นหยั่งงี้แหงเลย  เช่น

1. หนุ่มๆ ชอบดื่มเบียร์และดูกีฬามากกว่าอยู่กะแฟนซะอีกแฮะ

    
ซึ่งว่าตามตรง หนุ่มบางคนไม่ได้ชอบเบียร์ หรือสนใจกีฬามากกว่าสาวๆ หรอก แต่เค้าเข้าใจสิ่งไม่มีชีวิต 2 อย่างนั้นมากกว่าต่างหากล่ะ เช่น ถ้าเค้าดูฟุตบอล ตอนแรกอาจงงๆ กับกติกาการแข่งขันก็จริง แต่หลังจากดูสักพัก ทีนี้ล่ะเค้าก็รู้แล้วว่า ฟุตบอลเล่นกันยังไง? แล้วต่อจากนั้น เวลามีการแข่งขันแมตช์ไหนทีไร หากเปิดทีวีปุ๊บ ก็รู้ปั๊บแล้วว่า กติกาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้นะ

     แถมถ้าได้ดูกีฬาพร้อมดื่มน้ำอร่อยๆ ไปด้วย (….เฮ้อ ไม่รู้ว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์น่ะ อร่อยตรงไหน?) ก็ยิ่งเพิ่มความเอ็นจอยให้เค้ามากขึ้นน่ะสิ เพราะที่บ้านคงไม่มีแต่น้ำเปล่าหรือน้ำแร่ไว้ให้ดื่มกันหรอกใช่มั้ย ดังนั้น เมื่อซื้อมาเก็บไว้ในตู้เย็นที่บ้านแล้ว เวลาเค้าดูทีวีแล้วจะให้มืออยู่ว่างๆ ทำไมเล่า สู้คว้าของว่างและน้ำดื่มมาวางไว้หน้าจอทีวีเพื่อหยิบกินได้ง่ายๆ ไม่ดีกว่าหรือ

     แต่หากให้เค้าอธิบายถึงเพศตรงข้ามนี่สิ มนุษย์น่ะมีกติกาให้รับรู้อย่างง่ายๆ เหมือนกีฬาซะที่ไหนล่ะ ไม่ว่าเพศไหนก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ทั้งนั้นแหละ หากวันไหนแฟนอารมณ์เบิกบาน หน้าตาของหล่อนก็สวยสดงดงาม… แค่นี้น่ะรู้ เพราะจะได้ขออะไรหรือแอบไปเที่ยวไหนก็แวบได้ตอนนี้ล่ะ ส่วนอารมณ์อื่นๆ เอาแค่ “งอน” อย่างเดียวนี่ บางคนโดนแฟนงอนเข้าก็ “จอด” ไม่รู้จะทำไงดีแล้ว เหตุนี้ถ้าฝ่ายชายจะไม่เข้าใจสาวๆ (เอ๊ะ…หรืออาจไม่เข้าใจแฟนสาวตัวจริงเท่านั้น แต่เข้าใจสาวคนอื่นซะเหลือเกิ้น) จึงหันไปคว้ารีโมตมาเปิดดูทีวีแทน แถมยังชอบนั่งอยู่บนโซฟาคนเดียว ก็อย่าแปลกใจ กระนั้นบางคู่ ไม่ได้อยู่ด้วยกันยากเกินไป ก็ขอเชียร์ให้เป็นงี้ตลอดไป

2. ชอบผู้หญิงผอมเพรียว….จริงรื้อ?

     จริงน่ะสิ ข้อนี้แน่นอนอยู่แล้ว ที่หนุ่มๆ อยากมีแฟนสาวหุ่นสเลนเดอร์เอาไว้เดินโชว์ชาวบ้าน แต่หุ่นดีอย่างเดียวไม่พอนะ ควรน่ารักหรือสวยด้วยจะเจ๋งมากยิ่งขึ้นไปอีก ทว่าผู้ชายบางคนไม่สนสาวหุ่นผอมแห้งก็มี…ไม่ใช่ไม่มีซะเลย เจ้าตัวบอกว่า ไม่เห็นอยากร่วมเรียงเคียงหมอนนอนกะสาวที่มีแต่กระดูก แถมบ่งบอกว่า มีสภาพอดๆอยากๆ (หรือเธอไม่อยากกินเองกันแน่) เพราะปรารถนาสาวที่มีหุ่นอวบขึ้นมาอีกหน่อยมากกว่าน่ะสิ แต่ของพรรค์นี้ขึ้นอยู่กับรสนิยม ใจใครใจมัน ขอเพียงหาที่ “ใจอยากได้แบบนี้จริงๆ” ให้ได้เถอะว้า

3. ผู้ชายชอบผู้หญิงเล่นตัวหน่อยๆ

     คงจริงอยู่มั่งแหละ เพราะฝ่ายไล่จีบย่อมรู้สึกตื่นเต้นและหลงเสน่ห์ที่จะเข้าหา “คนที่ยึกยัก, ดื้อดึงเล็กน้อย และสะบัดสะบิ้งนิดหน่อย” มากกว่าคนที่พยักหน้าปุ๊บก็โอเคปั๊บสิจ๊ะ แต่การสะบัดสะบิ้งเล่นตัวน่ะ ควรทำแต่พองามพอ ไม่ใช่พอสาวๆ รู้ว่าหนุ่ม ๆชอบเพศตรงข้ามที่เป็นคนแบบนี้ ก็เอาแหละ… ทำดีดดิ้นกันใหญ่ และยังแกล้งให้เค้าหัวปั่นไม่รู้กี่รอบ ทั้งๆ ที่มนุษย์น่ะชอบถูกปั่นหัวให้วิงเวียนพอสังเขปเท่านั้น ในกรณีที่ชอบคนนั้นนะ ขืนไม่ชอบเข้าละก็ ไม่มีทางอยากถูกปั่นหัวแหง

     ฉะนั้น ขอร้องอย่าสะบัดสะบิ้งหรือเล่นตัวมากนัก เล่นตัวพอสมควรพอ เนื่องจากอีกประการที่ไม่ควรลืมคือ “คนที่มาจีบ” น่ะ บทเกิดขี้เกียจจีบขึ้นมา เพราะเห็นหล่อนเล่นด้วยยากเหลือเกิน… ก็ทำให้เค้าอยากวางมือไวๆ แล้วล่ะ ไม่อยากตามไล่จีบคนที่เล่นตัวอยู่นั่นหรอก

4. หนุ่มมักชอบสาวที่มีหน้าอกใหญ่กว่าคนอื่น….งั้นเรอะ?

     มิน่าสาวบางรายที่หน้าอกสมอลไซส์หรือเล็กระดับประถม ถึงรีบไปเสริมเต้ากันใหญ่ แต่โดยทั่วไป ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบสาวๆ ที่มีส่วนโค้งส่วนเว้า คือไม่เรียบแบบเป็นกระดาน

     ส่วนเรื่องว่าจะชอบสาวที่มีหน้าอกใหญ่โตมโหระทึกขนาด พาเมล่า แอนเดอร์สัน อดีตนางแบบเพลย์บอยจริงไหม? คงไม่ขนาดนั้น แค่ขอให้มีหน้าอกแล้วกัน เฮ้อ! จะชอบสาวหน้าอกใหญ่ไปทำไมยะ จะเอาไว้เป็นหมอนรึไง ถ้าอยากมีอะไรใหญ่ๆ ไว้หนุนก็ซื้อหมอนมาเพิ่มไว้ที่บ้านสิ

5. ผู้ชายไม่ค่อยเซนซิทีฟ แถมใจคอก็ไม่ค่อยมีหรอกที่จะผูกพันกะใครง่ายๆ…ใช่ปะ?

    
แน่ละสิ หาผู้ชายจิตใจอ่อนยวบได้ง่ายๆ ที่ไหนล่ะ แถมนั่นอาจเป็นสัญญาณว่า มีแต่ผู้ชายนะยะก็ได้นะที่เซนซิทีฟ เอ๊ะแต่ว่าไป ผู้หญิงแท้น่ะ ชอบมีเพื่อนเป็นเกย์หรือ “ผู้ชายนะยะ” พอๆ กับคบเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน สังเกตดูสิ ส่วนหนุ่มๆ บางคนมีจิตใจอ่อนไหวพอเหมาะพอควรก็มีน้า ไม่ได้เป็นพวกแข็งโป๊กหรือแข็งกระด้างและหยาบแบบสก๊อตไบซ์อย่างเดียวที่ไหนเล่า

     หนุ่มบางคนต่อมน้ำตาแตกเป็น… ก็มี แบบเค้ารักสาวคนนึงอย่างสุดใจ แล้วเผอิญหล่อนดันประสบอุบัติเหตุรุนแรง แล้วเค้ารู้สึกสงสาร, เป็นทุกข์และเจ็บแทนคนรัก… มีตัวอย่างให้เห็นในหนัง เยอะไป เอ… แต่ชีวิตในหนังกับชีวิตจริงมักตรงข้ามกันนี่สิ

women.mthai

7 สิ่งที่เขาอยากให้คุณทำ ยามออกเดท

October 13th, 2009 by womenblogs

 

7 สิ่งที่เขาอยากให้คุณทำ ยามออกเดท


คู่รัก


ขอบอกว่าถ้าคุณทำ 7 เรื่องที่หนุ่มๆ เขาอยากให้คุณทำ คุณจะเป็นนางในฝันของเขาเลยล่ะ…

  1. อย่าอยากรู้อยากเห็น
       ถึงแม้ว่าก่อนเดทคุณจะเตรียมความพร้อมด้วยการเปิดดูเฟสบุ๊คของเขาจนรู้จักชีวิตของผู้ชายคนนี้ทุกซอกทุกมุมแล้วก็จงเก็บไว้เป็นความลับ อย่าได้เพลมออกไปให้เขารู้เป็นอันขาดเลยเชียวว่าคุณคือสปายในร่างยายอึ๋ม เพราะคุณจะทำให้เขากลัวมากกว่าจะสนใจ แถมเขายังอยากจะเป็นคนเล่าเรื่องของตัวเองให้คุณฟังเองด้วยว่าเขาเคยเก๋าแก่นเซี้ยวเปรี้ยวจนเข็ดฟันมาอย่างไรบ้าง ถ้ามาเจอคุณตัดหน้าขโมยซีนเสียก่อน แล้วเขาจะเหลืออะไรไว้เม้าท์เมามันส์กันล่ะ

  2. ติงต๊องบ้างก็ได้
       ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องนั่งทำท่าเป็นไทยซูเปอร์โมเดลตลอดเวลา รู้ไหมว่าความติงต๊องก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของผู้หญิงเหมือนกัน มันจะช่วยให้เขารู้สึกสนุกเป็นกันเองกับคุณมากกว่าที่คุณจะนั่งปั้นหน้าเป็นหุ่นลองเสื้อแข็งโป๊กตลอดเวลา ถ้าคุณมาดเนี้ยบเกินไป เขาจะรู้สึกว่าอยู่สูงเกินไป ส่วนตัวเขาเองก็เป็นได้เพียงไอ้ตูบเห็นเครื่องบินที่ไม่ควรจะอาจเอื้อมไปควาคุณลงมาเปื้อนดินหรือพูดง่ายๆ ว่าอยู่ด้วยแล้วไม่มันส์นั่นเอง ความสวยอาจจะสำคัญแต่เสน่ห์สำคัญยิ่งกว่า จึงไม่ควรจะห่วงสวยจนไม่มีเสน่ห์ เพราะมันจะทำให้คุณน่าเบื่อเร็วกว่าที่คิด

  3. กล้าจีบกล้าจับ
       ผู้หญิงที่มีลูกล่อลูกชน กล้าพูดจาทอดสะพานนิดๆ หน่อยๆ ชวนให้หนุ่มๆ มีลุ้น เป็นผู้หญิงที่ทำให้การเดทมีสีสัน ดูมีความท้าทายอยู่ในตัว สาวที่กลัวว่าจะถูกมองเป็นคนเจ้าชู้จึงโยนความกังวลทิ้งไปได้เลย เพราะนั่นล่ะคือสิ่งที่หนุ่มๆ เขาต้องการ แต่ก็ควรจะมีลิมิตด้วยว่าคุณจะทอดสะพานแค่ไหนที่ไม่ทำให้เขาคิดว่าคุณกำลังวางแผนลับลวงพรางจะเป็นทางแผ่นเดียวกับเขาในคืนนั้น ไม่อย่างนั้นคงต้องเสียเวลาสยบความหื่นกันอีกนาน

  4. ไม่เล่าถึงแฟนเก่า
      กำลังจีบกันหวานแหววอยู่ดีๆ ถ้ามีชื่อของแฟนเก่าหลุดออกมา เพล้ง !! วงแตกทันที โดยเฉพาะความดีเด่นเก่งดังเกินมนุษย์ (อย่างน้อยก็เกินมนุษย์ผู้ชายที่นั่งอยู่กับคุณ” นี่ถือว่าเป็นประเด็นต้องห้ามเลย ต่อให้คุณจะคันปากอยากพูดถึงเขามากจนต้องใช้คำว่า “เพื่อนคนหนึ่ง” ก็ยังไม่ควรอยู่ดี เพราะสำหรับผู้ชายแล้ว การมีชื่อคนรักเก่าโผล่เข้ามาร่วมวงมันเป็นการไม่ให้เกียรติกัน และยังทำให้เขาระแวงด้วยว่ายายนี่ยังไม่ลืมแฟนเก่าใช่ไหมเนี่ย ..

  5. ไม่พูดถึงหมอดู
      ถ้าคุณจะเป็นสาวรุ่นใหม่หัวใจไดโนเสาร์ ก็เก็บคำทำนายของแม่หมอเอาไว้กระซิบกระซาบกับเพื่อนสาวคอเดียวกันไปเถอะ แต่เวลาเดทยังไงก็ต้องเก็บให้มิด เพราะผู้หญิงที่บ้าไสยศาสตร์ไม่ค่อยมีเสน่ห์ในสายตาผู้ชายเท่าไรหรอก คุณจะดูเป็นคนไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง หัวอ่อน หลอกง่าย ไม่ค่อยฉลาด ยิ่งถ้าเขาคิดถึงภาพคุณไปนั่งพนมมือต่อหน้าร่างทรงที่กำลังสั่นพึ่บๆ ท่ามกลางดอกไม้ธูปเทียนกับหัวกะโหลกในหนังสือผีแล้ว มันทำให้มู้ดโรแมนติกของพี่เขากระเจิดกระเจิงมากๆ

  6. แอบมองหุ่นเขา
        แหม ! คนเขาอุตส่าห์อาบเหงื่อต่างน้ำเพาะกล้ามมาแทบตาย ถ้าคุณนั่งมองเหมือนมองวอลเปเปอร์ พี่เขาก็คงใจฝ่อหมด จึงควรจะชื่นชมกับความพยายามของเขาหน่อย อย่างน้อยก็เป็นกำลังใจให้เขารู้สึกว่าถึงหน้าตาจะไม่ไหว แต่หุ่นตูก็ยังขายออก และการแอบมองเนื้อตัวกันบ้าง มันยังแสดงว่าคุณสนใจความเป็นไปของเขา ไหนดูซิไม่เจอกันไม่กี่วัน มีแผลมีรอยถูกสนูปปี้กัดตรงไหนบ้างหรือเปล่า ยังสบายดีอยู่ไหม เป็นการแสดงความห่วงใยฉันคนที่มีความรู้สึกดีๆ ให้กัน

  7. ขำมุกตลกของเขา
      ไม่ต้องเก็บอาการถ้าคุณอยากจะหัวเราะ ที่จริงแล้ว ยิ่งหัวเราะบ่อยยิ่งดี เพระาไม่มีใครหรอกที่สนุกถ้าต้องเดทกันแบบสต๊าฟหนังหน้าไว้อารมณ์เดียว การหัวเราะมุกของเขามันช่วยให้เขารู้สึกสบายๆ ไม่กลัวที่จะทำความรู้จักกับคุณต่อไป และถ้าเพื่อคุณเกิดปล่อยไก่ทำตัวโก๊ะบ้างมันก็จะน่าอายน้อยลง เพราะคุณแสดงออกไปตั้งแต่แรกแล้วว่าคุณเป็นผู้หญิงติดดินธรรมดาๆ นี่เอง

women.mthai

 

จีบกันใหม่ๆ คุยอะไรดีหนอ?

October 13th, 2009 by womenblogs


จีบกันใหม่ๆ คุยอะไรดีหนอ?

คู่รัก 

     “เอ่อ…คือว่าคือ…เอ่อคือตัวฉัน…เอ่อแบบว่ามัน…”  อย่ามัวแต่อ้ำๆ อึ้งๆ อยู่  เวลาที่จะจีบใครสักคน ต้องมีการเตรียมตัว คล้ายๆ กับเวลาที่คุณไปสอบสัมภาษณ์งาน  ฉะนั้นแล้ว หากคุณปิ๊งใครคนหนึ่งอยู่ และขอเบอร์โทรศัพท์ ของเขาหรือเธอคนนั้นมาได้ในที่สุด คุณยังไม่ควรรีบร้อนโทรไปจีบ โดยที่ยังไม่ได้มีการเตรียมตัว ว่าจะคุยประเด็น เรื่องอะไรดี… หากคุณไม่ได้หล่อ-สวยมาก หรือรวยมาก หรือเป็นระดับคาสโนว่า ที่ดึงดูดใจให้ฝ่ายตรงข้ามเริ่มเปิดบทสนทนากับคุณก่อน คำแนะนำต่อไปนี้ เป็นการเตรียมตัวเบื้องต้น ที่จะช่วยให้บทสนทนาของคุณไหลลื่นไปได้

 

 1. ครอบครัว  ชวนคุยเรื่องครอบครัว เป็นการทำความรู้จักกันอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ตามมารยาทแล้ว ถ้าจะคุยกันในประเด็นนี้ คุณต้องเล่าเรื่องราวของครอบครัวคุณ ให้ฝ่ายตรงข้ามฟังก่อน แต่อย่างไรก็ตาม คุณต้องสังเกตน้ำเสียง และท่าที ของฝ่ายตรงข้ามด้วยเช่นกัน ว่าเขาหรือเธอ สะดวกที่จะพูดคุยถึงเรื่องครอบครัวหรือไม่ ถ้าหากเขาหรือเธอไม่สะดวก ต้องเปลี่ยนเรื่องคุยในทันที

 2. การศึกษา  คุยกันเรื่องการศึกษา เพื่อทำความรู้จักพื้นฐานความรู้ของแต่ละฝ่ายกันก่อน ตัดความรู้สึกเรื่อง สถาบันของผมเก่งกว่าสถาบันของคุณ หรือสถาบันของชั้นเก่งกว่าสถาบันของนายออกไป แต่คุยในประเด็นอย่างเช่น ชอบเรียนวิชาอะไรบ้าง ตอนสมัยเรียนได้ทำกิจกรรมอะไร ที่สนุกๆ บ้างไหม คุยกันไป คุยกันมา อาจจะพบว่า มีเรื่องที่สนใจคล้ายๆ กัน หรืออย่างน้อยๆ ก็ทำให้ ได้รู้จักตัวตนของแต่ละฝ่าย เพิ่มมากขึ้นไปอีก

 3. การงาน  ถามได้.. แต่ว่า ขอความกรุณาอย่าเพิ่งไปถามเรื่องเงินเดือนเป็นเด็ดขาด และถ้าเงินเดือนของคุณอยู่ในระดับสูง ก็ไม่ควรพูดโอ้อวดเกี่ยวกับเงินเดือนของคุณ เช่นเดียวกัน ประเด็นสำหรับคุยเกี่ยวกับเรื่องการงาน มีทั้งเรื่อง ความถนัดของคุณ เรื่องประทับใจในที่ทำงาน หรือเรื่องแย่สุดๆ ในที่ทำงาน ที่คุณอยากจะเม้าท์

 4. ความชอบ  ยกตัวอย่างเช่น เรื่องสี คุณชอบสีอะไร? คุณถูกโฉลกกับสีไหน? หรือคุยกันเรื่องสัตว์เลี้ยง เลี้ยงสนุข เลี้ยงแมว เลี้ยงปลา ฯลฯ และมีวิธีดูแลอย่างไรบ้าง

 5. หนัง,ละคร,เพลง  เป็นอีกเรื่องสำคัญที่จะทำให้รู้ตัวตนของเค้า ไม่ว่าจะเป็น แนวเพลงที่ชอบ ป๊อป,ร็อค,แจ๊ส,ฮิพฮอพ  หนังก็มีหลายประเภท ตั้งแต่ดราม่าน้ำตาแตก ทริลเลอร์เขย่าขวัญ รักโรแมนติก เมื่อ รู้แนวที่ชอบของแต่ละฝ่าย ต่อไปเมื่อมีการพัฒนาสายสัมพันธ์ ไปดูหนังด้วยกัน จะได้เลือกดูเรื่องที่ถูกใจ

 6. กิจกรรมยามว่าง  นอกจากหนัง,ละครและเพลงแล้ว กิจกรรมยามว่างอื่นๆ ก็มีอีก เช่น เล่นกีฬา วาดรูป ท่องเที่ยว เข้าวัด ทำบุญ…. คุยเรื่องกิจกรรมยามว่างที่คุณสนใจ และเสนอแนะเขาหรือเธอว่า ไปเที่ยวที่นี่กันดีมั้ย ไปทำกิจกรรมที่นั่นกันดีมั้ย? หรือชวนกันแลกเปลี่ยนไอเดีย และหาข้อสรุป ว่าจะทำกิจกรรมอะไรดี ที่จะได้สนุกร่วมกัน

 7. ไสยศาสตร์และการดูดวง  แหม… ลองเกริ่นๆ ดูก่อน ว่าเขาหรือเธอ สนใจ และมีความเชื่อเรื่องการดูดวงหรือเปล่า ถ้าคุณเป็นคนหนึ่ง ที่ชอบการทำนายทายทัก หรือดูดวงชะตาชีวิต ก็พูดคุยแลกเปลี่ยนถึงศาสตร์ในเรื่องนี้กัน หรือยามมีเวลาว่าง ชวนกันไปดูดวง ก็เข้าท่า

 8. ทำบุญ  ทุกศาสนามีพิธีกรรมต่างๆ และรูปแบบการทำบุญที่แตกต่างกันออกไป การไปทำบุญด้วยกัน ช่วยทำให้จิตใจรู้สึกผ่อนคลายลงได้ และช่วยทำให้รักอย่างมีสติ ลองชวนคนที่คุณกำลังจีบอยู่ ไปทำบุญด้วยกัน ถ้าเค้าไป แสดงว่า ส่วนหนึ่งในจิตใจเค้า เชื่อในการทำความดี แต่ถ้าเค้าไม่ไป ก็ไม่ต้องรีบร้อน รอให้เค้าว่างๆ ก่อน ค่อยชวนไปใหม่ อีกรอบก็ได้

 9. ท่องเที่ยว  สถานที่ท่องเที่ยว มีทั้ง กลางวัน และกลางคืน กลางวัน ก็มี สวนสาธารณะ ห้างสรรพค้า สวนสนุก สวนสัตว์ หอศิลป์ ฯลฯ  ส่วนสถานที่เที่ยวกลางคืน ก็ไปที่ที่มีความเหมาะสม เช่นร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ริมน้ำเจ้าพระยา ตลาดนัดกลางคืน ที่สะพานพุทธ ถามคนที่คุณกำลังจีบว่า เขาหรือเธอ ชอบสถานที่ ท่องเที่ยว ที่มีบรรยากาศ แบบไหน… เป็นธรรมชาติ? แหล่งช๊อปปิ้ง? แหล่งอาหารอร่อย? เมื่อรู้ใจในเบื้องต้นกันแล้ว ก็เหลือแค่ หาเวลาว่างไปเที่ยวด้วยกัน

 10. ความลับ  ลองบอกกับคนที่ คุณกำลังจีบอยู่ว่า “เรื่องที่ผมพูดออกไปนี่ เก็บไว้เป็นความลับด้วยนะครับ” เพื่อดูว่า ฝ่ายตรงข้าม จะรักษาความลับของคุณ เอาไว้ได้หรือไม่ ถือเป็นการเล่นอะไรสนุกๆ ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องที่คุณพูดออกไป อาจไม่ใช่ความลับ ที่สลักสำคัญอะไรมากก็ได้ หรือว่า ลองเกลี้ยกล่อมฝ่ายตรงข้าม ให้เขาหรือเธอ บอกความลับกับคุณบ้าง

women.mthai

สิ่งที่ทำให้ผู้หญิงสวยน้อยลง

August 25th, 2009 by womenblogs


สิ่งที่ทำให้ผู้หญิงสวยน้อยลง

ทราบหรือไม่ว่า สิ่งไหนที่ทำให้ผู้หญิงสวยน้อยลง
วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเรื่องนี้มาฝาก…

เมา



1. สูบบุหรี่
นอกจากจะทำให้เกิดริ้วรอยยับย่นบริเวณรอบปาก บุหรี่ยังไปขัดขวางการไหลเวียนของเส้นเลือด ทำให้ปริมาณออกซิเจนผ่านไปยังเซลล์ผิวได้ไม่เพียงพอ ผิวจึงหมองคล้ำ ถ้าไม่สามารถสูบบุหรี่ให้น้อยลงได้ ควรบำรุงผิวด้วยการรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ

2. มลภาวะ สิ่งแวดล้อมเป็นพิษที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้น จึงควรตื่นเช้าไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะหรือเข้ายิม เพื่อเพิ่มพลังให้ร่างกายต้านอนุมูลอิสระ แล้วทาครีมที่มีสารแอนติออกซิแดนท์ เพื่อเป็นการปกป้องผิวปิดท้าย

3. อากาศแห้ง ผิวหนังจะสูญเสียน้ำ ความชื้น และแห้งแตกราวกับเป็นเพื่อนรักกับจระเข้ ทางที่ดีหมั่นทาครีมบำรุงผิว และหาสเปรย์น้ำแร่มาฉีดเติมน้ำให้ผิวบ้าง

4. การเพิ่ม / ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ผิว ก็เหมือนอีลาสติก ยืด ๆ หด ๆ บ่อยเข้าก็เหี่ยวและเสียความยืดหยุ่นเป็นธรรมดา พยายามควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ไม่ควรลดน้ำหนักด้วยการทานยา เพราะผลจากโยโย่เอฟเฟ็คท์จะทำให้น้ำหนักพุ่งพรวด ผิวแตกลาย และเกิดเซลลูไลท์

5. การถูหรือขัดที่ผิวหน้าแรงๆ ต้องห้าม จำไว้ว่าการแต่งหน้า หรือบำรุงผิว ต้องทำอย่างเบามือ และอ่อนโยนที่สุด ลงทุนใช้แปรงปัดแก้มที่ทำจากขนสัตว์ ฟองน้ำเนื้อดี เพื่อป้องกันรอยยับย่น

6. สะอาดเกินไป สาวอนามัย ทั้งล้าง ทั้งขัดใบหน้าจนขึ้นเงา การเสียดสีผิวมากเท่าไร ผิวก็ยิ่งหยาบกร้านได้มากเท่านั้น แถมมีโอกาสแพ้หรือระคายเคืองได้ง่าย

7. แอลกอฮอล์ หลังจากร่างกายเสพแอลกอฮอล์เข้าไป จะส่งผลให้ผิวแห้งจากภายในมาสู่ภายนอก ตับทรุด และทำลายวิตามินบีในร่างกาย

8. ยา ยา บางชนิดมีผลข้างเคียง ทำให้ผิวแห้ง หรือไปกระตุ้นฮอร์โมนทำให้ผิวมันกว่าปกติ ดังนั้นจึงควรถามเภสัชกรทุกครั้งว่า ยาที่รับประทานมีผลอะไรต่อร่างกายอีกบ้าง

9. ท้องผูก อาการท้องผูกยังทำให้สารพิษต่าง ๆ สะสมไว้ในร่างกายและผิวพรรณ ดังนั้น ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ รับประทานผัก ผลไม้ อยู่เสมอ

10. แสงแดด เป็นตัวการทำลายผิวอยู่เป็นประจำ ด้วยยูวีเอ จะเข้าไปทำให้เกิดริ้วรอย ส่วนยูวีบี จะส่งผลให้เกิดการไหม้ แสบ ร้อน

ผู้หญิงคนไหนที่อยากสวย ก็อย่าลืมหลีกเลี่ยงสิ่งที่แนะนำให้มากที่สุด
เพื่อความสวยที่ยาวนาน

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก

เครดิต  women.mthai

ภาษากายที่ผู้ชายแสดงออกว่า… ไม่พอใจ

August 25th, 2009 by womenblogs

ภาษากายที่ผู้ชายแสดงออกว่า… ไม่พอใจ

โกรธ ไม่พอใจ
เมื่อ ผู้ชายไม่ค่อยพูดแล้วแต่ใช่ว่าผู้ชายจะไม่แสดงความรู้สึก โดยเฉพาะอารมณ์ความไม่พอใจ ภาษากายของผู้ชายมักจะแสดงออกด้วยอากัปกิริยาอันกริ้วอารมณ์ต่อไปนี้

1. ทำหน้านิ่ว
เวลาที่ผู้ชายไม่พอใจ หน้าของเขาจะยู่ยี่ยับเยินไม่ต่างกับหน้าของผู้หญิงเราหรอก โดยเฉพาะที่คิ้วของเขาจะขมวดชัดเจนว่าเขาออกอาการงงแอนด์เซ็งกับสิ่งที่เกิด ขึ้น ใครที่คุ้นเคยกับเขาก็จะทราบดีว่าหน้ามีอารมณ์โมโหของเขามันช่างแตกต่างกัน ตอนที่เขาอารมณ์ดีหน้าบานเป็นจานเชิง

2. สายตาอันดุดัน
ดวงตาคือหน้าต่างที่เปิดออกเผยความรู้สึกของเขา สายตาเวลาที่ผู้ชายมีอารมณ์ปิติมันช่างดูมีความสุขและเบิกบานเป็นที่สุด แต่เวลากริ้วขึ้นมาล่ะก็ สายตาของเขาจะก่นไปด้วยอารมณ์ความเครียด ซึ่งทำให้ผู้ชายกลายเป็นคนมีเววตาที่ดุดันซึ่งใครๆ ก็บอกว่ามันช่างทำให้เขาดูน่าเกรงขามยิ่งนัก

3. กำหมัดแน่น
สัญญาณจากกายผู้ชายอย่างหนึ่งที่ทำให้เราทราบว่าเขาอยู่ในอารมณ์ที่ไม่สบาย และไม่พอใจอย่างแรง ก็คืออาการกำหมัดทั้งสองข้างแน่น หากคนกวนอารมณ์ของเขาเป็นผู้หญิง หมัดของเขาก็พร้อมปล่อยออกไปทำลายข้าวของเพื่อระบายอารมณ์ เหตุเพราะทำคนไม่ได้ทำของของคนดีกว่า แต่ถ้าต้นเหตุอารมณ์อันขุ่นมัวคืออริผู้ชายด้วยกัน หมัดอันกกำแน่นได้สักพักก็จะถูกปล่อยพุ่งไปตะบันหน้าของอีกฝ่ายหนึ่ง

4. เงียบไม่พูด
เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่ผู้ชายแสดงออกให้เห็นว่าตัวเองกำลังอยู่ในอารมณ์ที่ ไม่พอใจ หรือกำลังคลางแคลงใจคนที่เขาไม่พูดด้วยอยู่ โดยเฉพาะกับคนที่เคยพูดจาชอบพอกันมาก่อนแล้ว ดันมาเกิดปฏิกิริยาความเงียบฉี่ขึ้น แบบนี้แสดงว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแล้วล่ะค่ะ

5. ทำสิ่งที่ตรงข้ามกับที่เราชอบ
มันเป็นวิธีประชดประชันและเรียกร้องความสนใจอยู่ในทีว่าเขากำลังอยู่ในมู้ด ที่ไม่ปกติ และสิ่งที่เขาทำออกจะเป็นสิ่งที่เราห้ามหรือเราไม่ชอบด้วยล่ะก็ แบบนี้อาการที่ไม่อยู่ในโอวาทเราของเขามันเหมือนกับอาการของเด็กดื้อ ที่บอกว่า “อย่าทำ” ก็เหมือนเป็นการยิ่งยุให้เขาทำ ซึ่งต้นตอเหตุความดื้อของเขาก็น่าจะเป็นไม่พอใจอะไรบางอย่างนั่นเอง

6. เมา
การดื่มย้อมใจเวลาเกิดอาการผิดหวัง เศร้า เสียใจ เป็นอีกปฏิกิริยาหนึ่งที่ผู้ชายแสดงออกถึงความไม่พอใจของเขา ดีกรีความเมาจะแสดงระดับความไม่พอใจของพวกเค้าแบบว่ายิ่งดื่มหนักยิ่งเมามาย เท่าไหร่ แสดงว่าเขายิ่งรู้สึไม่พอใจมากขึ้นเท่านั้น

ขอบคุณที่มาบทความจาก spicy

เครดิต  women.mthai

หว่านเสน่ห์ภาษากาย…สไตล์สาวมั่น

August 25th, 2009 by womenblogs


หว่านเสน่ห์ภาษากาย… สไตล์สาวมั่น


สาวโสด

เคย สงสัยบ้างไหมว่า สาว ๆ บางคนไม่เห็นค่อยพูดค่อยจา แต่ทำไม๊ทำไม ถึงมีชายหนุ่มมะรุมมะตุ้มไม่เว้นแต่ละวัน คำตอบคือเธอเป็นสาวที่รู้จักการหว่านเสน่ห์น่ะสิ แถมเป็นเสน่ห์ภาษากายซะด้วย เพราะมันสามารถสื่อความหมาย ได้ดีกว่าคำพูดหลายร้อยเท่าเลยเชียวล่ะ ไม่เชื่องลองดูสิ

สายตา รู้หรือเปล่าจ๊ะสาวๆ ว่าการยิ้มด้วยสายตานั้น เป็นไม้ตายเด็ดสุดในการหว่านเสน่ห์เชียวนะ เพราะ ดวงตา ก็เหมือนหน้าต่างของดวงใจ ที่จะสื่อ ให้เขารู้ความหมาย ที่แอบแฝงอยู่นั่นแหละ อ้อ วิธีการมองสำคัญเหมือนกันนะ ถ้าอยากให้เขารู้เป็นนัยๆ และหันมาสบตาปิ๊งปั๊งด้วย เราก็ต้องมองเขาให้นิ่งและนานกว่าปกติ แล้วเพิ่มเสน่ห์เข้าไปอีกนิดด้วย หลบสายตาลงต่ำ เมื่อเขามองกลับมา ให้เขารู้สึกว่า กำลังเล่นเกมส์ซ่อนหากับเราอยู่ และเมื่อถึงจังหวะที่สายตาทั้งคู่ กลับมาประสานกันอีกครั้ง เมื่อนั้นแหละ… รับงัดไม้ตายออกมาใช้ซะโดยดี

รอยยิ้ม สาวเจ้าเสน่ห์มักมีรอยยิ้มเป็นอาวุธร้ายคู่ตัว ถ้าอยากมัดใจใครให้อยู่หมัด ต้องหัดยิ้มให้เป็นก่อนนะจ๊ะ เพราะรอยยิ้ม คือสิ่งดึงดูดใจที่ดีที่สุดของหญิงสาว แต่เสน่ห์ร้ายที่ว่าเนี้ย ต้องอาศัยความจริงใจด้วยล่ะ เพราะรอยยิ้มที่จริงใจนั้น จะเปล่งประกายให้น่าเข้าใกล้ กว่ารอยยิ้มที่เสแสร้งอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้น การหว่านเสน่ห์ด้วยการยิ้ม ยังถือเป็นการแนะนำตัวเอง อย่างมีชั้นเชิงอีกด้วยนะ เพราะใคร ๆ ก็อยากอยู่ใกล้คนที่ยิ้มแย้ม มากกว่าคนที่หน้าตาบูดบึ้งใช่ไหมล่ะ

ภาษามือ รู้มั้ยเอ่ยว่าภาษามือเนี่ย สร้างเสน่ห์ได้มากกว่าที่คิด แม้ว่าเราจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม อ๊ะๆ ดูง่ายๆ ก็อย่างเช่น ท่าเสยผมแบบเซ็กซี่ของสาวๆ นั้น พิชิตใจหนุ่มๆ มาแล้วนับไม่ถ้วน หรือท่าการท้าวสะโพกนั้น ก็ถือเป็นการเรียกร้องความสนใจที่ไม่เลว แม้กระทั่ง การนั่งลูบไล้แก้วน้ำอย่างเหม่อลอย ก็นับว่าเป็นการหว่านเสน่ห์ ที่เซ็กซี่ลงตัวเชียวล่ะ แต่ทุกอย่างต้องทำแบบเป็นธรรมชาตินะ เพราะถ้าตั้งใจเกินไป มันอาจดูเป็นการเชิญชวนมากกว่า แบบนั้นน่ะ …ไม่งามเลยนะจ๊ะ รู้ใช่ไหม?

จังหวะย่างก้าว การย่างก้าวนั้น ก็มีความสำคัญไม่น้อยเชียวนะ รู้หรือเปล่า ว่า…ชายหนุ่มหลายคน สะดุดตาหญิงสาว ตรงจังหวะการก้าวเดิน การเดินแบบกระฉับกระเฉง จังหวะโปร่งเบานั้น คือ เสน่ห์มหาศาลที่จะทำให้ใครๆ รู้สึกได้ว่า เราเป็นสาวมั่นที่เปิดเผย และเป็นมิตรภาพพอสมควร นอกจากนั้น …จังหวะการก้าวที่น่ามอง ยังช่วยเสริมบุคลิกภาพให้เราดูดีขึ้นอีกด้วย เหมือนบรรดานางแบบสาวบนแคทวอล์ค ที่เดินไปทางไหนใคร ๆ เป็นต้องเหลียวตามยังไงยังงั้นเลยล่ะ

การแต่งตัว อ๊ะๆ มองข้ามการแต่งตัวไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ เพราะเสื้อผ้าเนี่ย เป็นสิ่งที่สะท้อนบุคลิกของเรา ได้ดีที่สุดเลยล่ะ การแต่งตัวให้มีเสน่ห์ไม่ใช่เรื่องยาก แค่รู้จักเสื้อผ้าให้เหมาะกับรูปร่างและวัย เน้นส่วนที่เพอร์เฟกต์ของเราให้ใครๆ ได้ยลโฉม (แต่ไม่ใช่โป๊นะ…) ที่สำคัญ… ใส่แล้วต้องมั่นใจ เพราะถ้าไม่มั่นเมื่อไร เสน่ห์ก็จะหดหายตามไปทันที นอกจากนั้นแล้ว อย่าทำตัวซ้ำซาก หัดเปลี่ยนเทรนด์ให้ใครๆ ได้เซอร์ไพรส์เล่นซะบ้าง เรียกว่าสวยแบบไม่ให้ใครจับทางได้ นั่นแหละ ถึงจะมีเสน่ห์จริง

ที่มาจาก ดาราเดลี่

เครดิต  women.mthai

« Previous Entries Next Entries »