ผู้ชาย 5 ประเภท

November 20th, 2009 by womenblogs

ร็อค แอนด์ โรล


1. ร็อค แอนด์ โรล
     รูปพรรณสัณฐาน:
เป็นพันธุ์ร็อค 80’s แต่งตัวดำบน ดำล่าง ผ้าเก่าๆ กางเกงขาเดฟ
     ถิ่นอาศัย: สถานที่ซ้อมดนตรี เช่น การาจบ้านเพื่อน
     วิธีวางกับดัก: ต้องวางตัวนิ่ง มีความกล้าชัดเจน อารมณ์ประมาณ ลีฟ ไทเลอร์ แต่ชายพรรณนี้จะมีโลกส่วนตัวสูง อย่าไปเที่ยวโทรจิกหาตลอดเวลาเชียว ขอ space ให้เขาหน่อย มีความงงตื่นกลัวสูง ถ้าแจ๋นใส่มากชายอาจเตลิดหนีได้
     วิธีแอ๊บร็อค: ถ้าคุณน้องเคยใช้เจลแวกซ์ที่ผมเป็นเกลียวชัดเจนต้องล้างทิ้ง หลังสระผมเสร็จแล้ว blow dry ง่ายๆ จนแห้งพอหมาด แล้วใช้สเปรย์ฝุ่นฉีด แล้วขยุ้มผมเบาๆ เอามือยีหน่อยให้เซอร์ ส่วนใหญ่ชายพันธุ์นี้ไม่ชอบให้หญิงแต่งหน้า ตราบใดที่เขาไม่รู้ ก็ให้แต่งบางๆ ใช้เพียงลิปสติกสีนู้ด และลงคอนซีลเลอร์ ถ้าจะใช้น้ำหอม ให้ใช้น้ำหอมชาย

ฮิปฮอป

 


2. ฮิปฮอป
     รูปพรรณสัณฐาน: มีความโคร่งสบาย บลิงๆ  เพชรยักษ์ เวอร์ๆ และรองเท้าจะเป็นคีย์เวิร์ดของชีวิต บูชาไนกี้เยี่ยงพระรอด
     ถิ่นอาศัย: คอนเสิร์ตฮิปฮอป สตรีทข้างทางที่เป็นคอนกรีตกว้าง ชายพันธุ์เหล่านี้ชอบเอากระดานไปถูตามพื้น มักอยู่รวมกันเป็นฝูงวอซซับโย่
     วิธีวางกับดัก: ถ้าอยากเข้าหาให้ส่งหญิงอ้วนง่ายแจ๋น เพราะหญิงพันธุ์นี้เหล่าชายจะให้ความไว้วางใจเยี่ยงพี่สาว ส่งไปเบิกทางก่อนแล้วค่อยเอาตัวแถทำเป็นห้าวเฮ้วเฮฮาเฮ้ยนายเจ๋งว่ะทั่วไป
     วิธีแอ๊บฮิปฮอป: ส่วนมากเมียฮิปฮอปจะเป็นสาว R&B ที่ทุกส่วนจะดึ๋งดั๋งไปหมด ถ้าอยากดูดึ๋งดั๋งไปทั้งตัว ควรเลือกผ้าที่มีส่วนประกอบของเส้นใยโพลีเอสเตอร์เยอะๆ เพราะจะมีความกระชับดึ๋ง กระโปรงสั้น กางเกงสั้น ใส่ทองหยองปลอมอะไรก็ได้ที่เตะตาชาย ผมควรดัดฟูและใช้เกลียวไฟฟ้าแต่งผมให้ลอนชัดเจนเพื่อให้ดูดึ๋งดั๋งไปทั้งตัว ส่วนหนังหน้าควรใช้เครื่องสำอางที่มีกลิสเตอร์ ขนตาต้องเด้งหนาบึ้ม

เซอร์ฉลาด3. เซอร์ฉลาด

     รูปพรรณสัณฐาน: หนุ่ม simple ผมจะไม่มีการเซ็ต ถ้าไม่โกนไปเลย ก็จะเป็นปล่อยยาวไม่เซ็ต เสื้อยืดสีขาวห่านคู่ง่ายไม่แคร์สังคม กางเกงยีนส์ตัวเก่งง่ายสบายตัวเดียว จะไม่ใส่ฟังค์ชั่นร่างกายอะไรที่ไม่จำเป็น
     ถิ่นอาศัย: ร้านกาแฟที่คนครีเอทีฟมักไปนั่นเบรนสตรอมกัน, งานคอนเสิร์ตรวมศิลปินอินดี้, งานสนับสนุนให้เยาวชนฉลาดทั่วไป
     วิธีวางกับดัก: ทุกอย่างในชีวิตต้องสมเหตุสมผล ห้ามร้องหวีดจะเอาโน่นเอานี่ ห้าม โอต์ กูตูร์ ลดปริมาณจริตให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำ
     แอ๊บเซอร์ฉลาด: ต้องใส่เสื้อห่านคู่หญิง พยายามหัด D.I.Y ให้เห็นว่าสามารถฉลาดตัดกระโปรง patchwork ใส่เองได้  แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ไปซื้อที่ตะวันนามีเยอะแยะเลย แล้วแกล้งเอาเข็มมาจิ้มๆ นิ้ว “ก็เนี่ย..เย็บเองเชียวนะ” รับรองว่าทั้งสี่ห้องหัวใจของหนุ่มเซอร์จะเป็นของคุณน้องแต่เพียงผู้เดียว
     วิธีแอ๊บฉลาด: ต้องตัดผมด้วยตัวเอง สระผมเสร็จแล้ว blow dry ให้ผมเรียบนุ่มสลวยทั่วไป ส่วนหน้าตาให้ลงมอยเจอร์ไรเซอร์ แล้วผัดด้วยแป้งเด็ก ห้ามเล่นตลกทำเป็นแต่งหน้าแนวนู้ดใส่ เพราะหนุ่มฉลาดเซอร์ชอบจับผิดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

ญี่ปุ่นเพี้ยน4. ญี่ปุ่นเพี้ยน
    
     รูปพรรณสัณฐาน:
จะใส่เสื้อผ้าเกินสามเลเยอร์ขึ้นไป เพื่อกลบเกลื่อนความผอมเมี่ยงที่มี  กันคิ้ว ผมเผ้าจะเหนือมนุษย์กว่าชายปกติ จะผ่านการกัด ดัด โกรก ย้อม ยืด แล้วกลับมาดัดใหม่อีกที ผลที่ออกมาก็จะกลายเป็นฟูกาบมะพร้าว
     ถิ่นอาศัย: สยาม, จตุจักร หรือแหล่งอะไรก็ตามที่มีของเก่าวินเทจชิ้นเดียวในโลก
     วิธีวางกับดัก: ชายประเภทนี้มักแต่งตัวไม่ซ้ำ (เพราะแต่ละชิ้นมันถูก) จะมีความทดลอง mix & match เพราะฉะนั้นในแต่ละวันคุณน้องหนูห้าม repeat ข้าวของแม้แต่ชิ้นเดียวไม่งั้นเป็นอันจบกัน ให้ใส่จริตแอคติ้งการพูดการจาเยอะแยะ สามารถมองเห็นชัดว่าเศร้าเหงาหรือดีใจได้ในระยะไกลเหมือนละครเวที ศึกษาได้จากการ์ตูนญี่ปุ่น
     วิธีแอ๊บญี่ปุ่นเพี้ยน: ผมต้องซอยตามร้านซาลอนชั้นสูง ที่ขนหัวของช่างทำผมจะมีความกูตูร์ ประณีต จัดทรงเม่นหมาหมีหมูไม่ใช่คน ส่วนมากจะตั้งรกรากอยู่แถวสยาม คุณน้องจะต้องซอยผมด้วยวิธีชั้นสูง แล้วทำสี ย้อมดัด กัด โกรกเข้าว่า การแต่งหน้าก็เป็นโทนธรรมชาติจัดจ้าน กรีดอายไลเนอร์สามารถทำไฮไลท์ เฉดดิ้งได้ แต่ต้องคุมโทนสีให้ธรรมชาติ

เกาหลีเพี้ยน

5. เกาหลีเพี้ยน

     รูปพรรณสัณฐาน: ระดับความเพี้ยนจะเท่ากับญี่ปุ่นเพี้ยน ความอดทนในการประดิษฐ์ทรงผมจะสั้นกว่าญี่ปุ่นเพี้ยน  ไม่ได้ทำสี โดยรวมยังอยู่ในเรทมนุษย์  ไม่กันคิ้ว หุ่นจะดีกว่าญี่ปุ่นเพี้ยนเพราะจะแบ่งเวลาแต่งตัวส่วนหนึ่งไปฟิตเนส
     ถิ่นอาศัย: แถวทองหล่อ, สยาม, ห้างบูติกหรูทั่วๆไป
     วิธีวางกับดัก: ต้องเป็นหญิงเปราะบางพึ่งพาชาย มีอารมณ์ขันน่ารักสบายๆ  ซื้อใจชายด้วยความหวานซึ้ง เช่นคอยดูแลเทคแคร์เอาใจใส่ เป็นได้ทั้งแม่ที่สามารถเข้าถึงความต้องการของบุตรหลาน เป็นได้ทั้งเพื่อนไปไหนไปกัน ตบไหล่เฮ้ยนาย เป็นน้องสาวที่ชวนหัว และสร้างปัญหาให้ชายต้องตามแก้ปมตลอดเวลา เป็นเมียที่พร้อมจะท้องแล้วถือน้ำเย็นไว้รอท่าเวลาชายกลับบ้าน เวลามีปัญหาก็สามารถนั่งจ๋องปรับทุกข์ด้วยได้
     วิธีแอ๊บเกาหลี: แต่งตัวแนวหญิงวัยออฟฟิศต้นๆ มีความ mix & match ที่เรียบเก๋กว่า เช่นใส่เสื้อแล้วทับด้วยคาดิแกนสวยๆ ไม่ต้องประโคมด้วยเข็มกลัด สร้อย โซ่  ผมก็แค่ blow dry หลังสระใส่เซรั่มบำรุงผมเช่นเดียวกับหญิงเซอร์ฉลาด สามารถแต่งหน้าได้  แต่ยังต้องคุมโทน อยู่ในแนวคลีนใสผิวสะอาด

women.mthai

ทายนิสัย หนุ่มข้างกาย จาก ตัวเลข

November 10th, 2009 by womenblogs

     ทายนิสัย หนุ่ม จาก ตัวเลข หากคุณอยากรู้ว่าหนุ่มที่คุณควงอยู่นั้นมีนิสัยอย่างไร ก็ลองทายนิสัยกันได้ โดยการ นำวันเดือนปีเกิด (ค.ศ.) ของเขามาบวกกันให้เหลือเพียงหลักเดียว เช่น เขาเกิดวันที่ 29 มีนาคม 1980 ก็นำมาคำนวณดังนี้ 29+3+1+9+8+0=5+0=5 เมื่อได้เลข 5 ก็ไปอ่านคำเฉลยกันค่ะ
 

  หมายเลข 1
เป็นคนเงียบขรึม ทะเยอทะยานและมุ่งมั่น ขี้อาย ถ้าเขาตกหลุมรักล่ะก็ เขาจะทุ่มเท่ให้คนรัก แต่เขามีความเป็นส่วนตัวสูง บางครั้งก็หยิ่งยโส กวนประสาทบ้าง

  หมายเลข 2
เป็นคนโรแมนติก อ่อนไหวง่าย เข้าใจความต้องการของผู้หญิง แต่เจ้าอารมณ์ ชอบหักอกผู้หญิงและชอบเมาหัวราน้ำถ้ามีเรื่องขัดใจ

  หมายเลข 3
เป็นคนมีแรงดึงดูดทางเพศ ฉลาดและสนุกสนาน แต่เป็นคนอนุรักษ์นิยม ชอบสนุกสนานเฮฮาตามสถานบันเทิง แถมเป็นคนช่างติและหลงตัวเอง

  หมายเลข 4
เป็นผู้ชายที่จริงใจและซื่อสัตย์ ขยันและรอบรู้ ไม่ค่อยสนใจเรื่องความรักเท่าไหร่ เป็นคนที่ไม่ชอบการถูกบังคับ คุณจึงต้องใช้จิตวิทยากับเขา

  หมายเลข 5
เป็นคนเจ้าเล่ห์เจ้ากล ชอบศิลปะ การต่อสู้ และกีฬากลางแจ้ง เป็นคนพูดเก่ง แต่ไม่ชอบฝากหัวใจไว้กับใคร ชอบเที่ยวมากกว่าทำงาน ไม่ซื่อสัตย์กับผู้หญิง

  หมายเลข 6
เป็นหนุ่มหน้าตาดีและโรแมนติก มีความอบอุ่นและมั่งคง เป็นคนรักจริงรักจังชอบไปไหน ๆ กับสาวที่เขารักเสมอ เรียกว่าเป็นหนุ่มในฝันของสาว ๆ เชียวล่ะ

  หมายเลข 7
เป็นหนุ่มช่างฝันและโรแมนติก แต่ข้อเสียของเขาก็คือ บางครั้งเขาก็มีโลกของตัวเองมาก ขนาดไม่พูดจากับใครได้ทั้งวัน หรือหมกมุ่นอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์

  หมายเลข 8
เป็นสุภาพบุรุษ ชอบใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมและชอบความหรูหราสะดวกสบาย เป็นคนฉลาด รู้ทันผู้หญิง เป็นคนหัวสูงและฉาบฉวย ชอบการพนัน

  หมายเลข 9
เป็นชายที่อบอุ่น ซื่อสัตย์ บางครั้งก็หลุดโลก ค่อนข้างเรื่องมากในการหาคู่ หากพบสาวถูกใจก็จะทำตัวเป็นปาท่องโก๋จนสาวคนรักปลีกตัวไม่ได้

women.mthai

10 นิสัย ที่ผู้ชายไม่อยากให้ผู้หญิงเป็น

November 10th, 2009 by womenblogs

ดื่มเบียร์

ถ้าอยากเป็นแม่ของลูกใครสักคนในอนาคต อย่าทำเหตุการณ์ดังต่อไปนี้

 

  1. ดูถูกผู้คน
    
ทำตัวสง่าดั่งนางพญาหงส์ที่มองใครๆ ก็เป็นอีกาไปหมด ระวังไว้ว่าใครๆ ก็จะเข้าไม่ถึงเพราะเกรงว่าจะไม่ดีพออย่างที่แม่คุณต้องการ พอแก่ตัวระวังจะต้องมาลงกระบะเซลล์ให้ชายมาแล แล้วจะเศร้า

  2. ผู้หญิงที่เอาตัวเข้าแลกเพื่อเงิน
    
ถ้าไม่เห็นคุณค่าของตัวเองแล้วผู้ชายที่ไหนจะมาเห็นล่ะจ้ะ ผู้หญิงที่สามารถซื้อได้ด้วยเงินไม่มีใครอยากเอามาทำเมียหรอก ควรหัดยืนด้วยลำแข้งตัวเอง จะได้ไม่มีใครดูถูก

  3. สกปรก
     ผู้หญิงที่ใส่กางเกงในซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะคิดว่ากลับด้านเอาก็จะช่วยได้ รับรองว่าผู้ชายที่คู่ควรก็จะเป็นผู้ชายแนวเดียวกัน ระวังติดเหานะตัวเอง

  4. เรื่องมากเอาแต่ใจ
    
ช่วงแรกรักถ้าง้องแง้งหน่อยก็ดูน่ารักดี แต่ถ้าชีวิตประจำวันต้องมารองรับอารมณ์แม่เจ้าประคุณคงเกิดความดันทุรังสูง จุดนี้เป็นสาเหตุใหญ่ที่ผู้ชายเอามาเป็นข้ออ้างในการเลิกคบกัน

  5. เล่นกล้าม
    
การดูแลรูปร่างให้ดีอยู่เสมอเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าฟิตมากจนเนื้อแข็งกว่าคุณแฟนก็อาจจะทำให้เขาหล่อนสะดุ้งตื่นยามดึกได้ ผู้หญิงผอมที่มีแต่กระดูกมีแต่เกย์นิยมเท่านั้นแหละ ผู้ชายแท้ๆ เขาต้องการผู้หญิงมีเนื้อหนังไว้กอดให้อุ่นใจต่างหาก

  6. เมาอ้วกแตก
    
การกรึ๊บพอออกงานสังคมได้ก็ไม่มีชายที่ไหนว่า แต่ถ้าเป็นเมรีขี้เมาจนควบคุมตัวเองไม่ได้ เดินออกจากผับบาร์แล้วคายเหล้าดั่งพญานาคสาวคายพิษ ใครๆ เห็นก็เบือนหน้าหนี ไม่งามๆ

  7. พูดคำหยาบ
     ก็เข้าใจว่ายุคนี้มันต้องเป็นตัวของตัวเอง ต้องแหกกฎห้าวๆ เข้าว่าเพื่อให้มีบุคลิกเอาไว้เป็นจุดขายไว้ตบตาชายมาดเซอร์ แต่ผิดถนัด การพูดคำหยาบไอ้อีเพื่อความเท่ห์มีแต่จะทำให้ดูเป็นคนไม่ศิวิไลซ์ ไม่ดีๆ

  8. ดื่มเบียร์จากขวด
    
ถ้าโดนหนังเรทอาร์หลอกว่าการดื่มเบียร์จากขวดแล้วให้หกเลอะราดนมน้องหนูจะทำให้ชายตื่นฮือ อาจจะถูก แต่ถ้าคิดว่าทำแล้วดูเซ็กซี่จนชายต้องส่ง SMS ให้พ่อแม่ตั้งขบวนขันหมาก ผิดมหันต์สุดๆ รับประกันการขายไม่ออก

  9. ตด
    
ก็เข้าใจอยู่ว่ามันเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ ถ้ามันเกิดด้วยความไม่ตั้งใจก็คงดูน่ารักดี แต่ถ้าคิดจะเอามาเป็นเซอร์ไพรส์ไว้ปลุกสามีในอนาคตก็เตรียมแบ่งสินสมรสได้เลยจ้ะ

  10. ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่
    
กลัวมด กลัวหนู กลัวแมลงสาบ กลัวความสูง ฯลฯ อันนี้ชายพอรับได้ แต่ถ้ากลัวแดดตอนหกโมง กลัวไม่คิดถึงกัน กลัวตัวเองรักเค้าน้อยลง 3% กลัวการกินผัก รับรองว่าจะได้โหนคานเดี่ยวจนประเทศต้องส่งไปแข่งโอลิมปิคให้มีชื่อเสียงกันเลยทีเดียว

women.mthai

เพื่อนกลายเป็นแฟน จะเวิร์คมั้ย?!!

November 10th, 2009 by womenblogs


เพื่อนกลายเป็นแฟน จะเวิร์คมั้ย?!!

แอบรักเพื่อน เพื่อนสนิท

วันหนึ่งเราก็เริ่มมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวเขา เราจะรู้อย่างไรว่าเขาไม่ได้คิดกับเราแค่เพื่อน


     ผู้ชายน่ารักคนนี้เป็นแค่เพื่อนกันมานานนม แล้ววันหนึ่งเราก็เริ่มมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวเขา เกิดนิมิตขึ้นมาว่าเพื่อนชายคนนี้ละ ใช่เลย จากเพื่อนซี้ขอเขยิบฐานะขึ้นมาเป็นแฟนได้ไหมจ้ะ

    

 

ถ้าเขาชอบเราเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็มีโอกาสสำเร็จ แต่เนื่องจากมีบางอย่างขวางกั้นเอาไว้ไม่ให้มิตรภาพเกินเลยไปกว่านั้น ต่างฝ่ายต่างก็ไปออกเดทกับคนอื่น โดยที่ไม่เคยนึกถึงกันในแง่ชู้สาวเลย อาจเพราะปัจจัยหลายอย่างที่แตกต่างกัน เช่น อายุ บุคลิกภาพ หรือภูมิหลังในชีวิต

     เราจะดูอย่างไรว่าเขาไม่ได้คิดกับเราแค่เพื่อน 

  วนเวียนอยู่ใกล้

     ข้อสังเกตง่ายๆ ถ้าเขาคิดเกินเพื่อน เขาจะชอบโผล่มาที่บ้านแล้วบอกว่าบังเอิญมาทำธุระแถวนี้ ชอบมานั่งดูทีวีรายการโปรดที่บ้านเรา ชอบมาตั้งโปรแกรมทีวีให้ ถ้าเป็นเพื่อนร่วมงานก็จะแวะมาดื่มน้ำเย็นตรงคูลเลอร์ใกล้โต๊ะเรา ถ้าเป็นเพื่อนเรียนมหาวิทยาลัย ก็จะมาเดินเตร็ดเตร่แถวหอพักหรือในโรงอาหารที่เราอยู่เป็นประจำ

     กฎธรรมดาโลก คือ เวลาผู้ชายมาติดเนื้อต้องใจเรา เขาจะหาเหตุเข้ามาอยู่ใกล้ๆ เราเท่าที่ทำได้ วนเวียนไม่ยอมไปไหน คิดกำจัดให้พ้นหูพ้นตาก็ไม่สำเร็จเสียด้วย 

  ปกปิดชีวิตรัก

     เขาจะไม่เอ่ยถึงหญิงอื่นให้ระคายหูแม้ว่ากำลังเดทคนอื่นอยู่ก็เถอะ แถมยังทำท่าเหมือนมองไม่เห็นผู้หญิงอื่นในสายตาต่อให้สวยเซ็กส์เอ็กซ์อึ๋มขนาดไหน ซึ่งในความเป็นจริงเขาอาจกำลังปิ๊งหญิงอื่น และบอกให้ทุกคนรู้ยกเว้นเราคนเดียว

     ขณะที่ปกปิดชีวิตรักตัวเอง เขาก็จะอยากรู้เรื่องของเรา และถามนู่นถามนี่วุ่นวายไปหมด อยากรู้ว่าเราชอบผู้ชายแบบไหน อยากทำอะไรในคืนวันเสาร์ เวลาถามก็จะทำเสียงเหมือนชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่ความจริงเก็บข้อมูลเอาไปใช้ในวันข้างหน้า และจะให้ความเห็นว่าคนที่เราเดทด้วยไม่ได้เรื่องสักคน เจ้าเล่ห์ไหมละ 

  เสนอตัวช่วยเหลือ

     เขาจะพยายามเข้ามาช่วยเหลือทุกเรื่องเท่าที่ทำได้ บางครั้งเสนอตัวก่อนเราเอ่ยปากด้วยซ้ำ แถมยังนั่งฟังเราและเพื่อนๆระบายความในใจโดยไม่คาดหวังสิ่งตอบแทน ในทางกลับกันเขาจะไม่คาดหวังความช่วยเหลือใดๆ จากเรา ขอแค่ให้ได้ติดต่อกับเราไว้ก็พอ

     ถ้าชอบเราเกินเพื่อน เขาจะคอยยั่วเย้ากระเซ้าแหย่ทีเล่นทีจริง คอยทำให้เราหัวเราะ เขามักมองเห็นความน่ารักของเรา และหมายความเกินกว่าที่พูดเสมอ แต่พยายามทำเป็นสุขุมนุ่มลึกแต่จริงๆ แล้วตื่นเต้นสุดๆ เลยเชียว 

     ถ้าเขาคิดแค่เพื่อน 

     ในกรณีที่ไม่ได้สนใจเราเกินกว่าความเป็นเพื่อน เขาจะสงบ สม่ำเสมอ พูดตรงไม่มีอ้อมค้อม ขอคำแนะนำเกี่ยวกับผู้หญิงอื่น ไม่แอบซ่อนปิดบังเรื่องความรัก เขาจะเล่าและขอคำปรึกษาอย่างจริงจัง แถมยังเอ่ยชมผู้หญิงอื่นต่อหน้าโดยไม่คิดว่าเป็นการทำร้ายความรู้สึกของเรา ก็เพราะเราเป็นเพื่อนของเขานี่นา หรือไม่ก็รู้สึกเหมือนเราเป็นพี่สาวหรือน้องสาว ไม่มีอารมณ์ชู้สาวมาเกี่ยวข้องแน่นอน

     เขาจะไม่สนใจชีวิตรักของเรา พอใจแค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้น ถ้าเรายังไม่มีคนควง เขาอาจแนะนำหนุ่มอื่นให้ แต่ไม่ใช่ตัวเขาเองแน่ เขาไม่ต้องการความสัมพันธ์มากเกินกว่านี้ เพราะไม่รู้สึกอะไรกับเราในแง่นั้นเลย

    
ถ้าเรามีปัญหากับหนุ่มที่กำลังคบกันอยู่ เขาจะช่วยแก้ปัญหาแต่ไม่ใช่ยุยงให้เลิกรากัน เขาไม่โกรธเวลาเห็นเราอยู่กับชายอื่น เขาอยากเห็นเรามีความสุข หากเขาอิจฉาเวลาเรามีแฟน มันก็เหมือนเพื่อนผู้หญิงสุดซี้ที่อิจฉาเวลาเราไปมีแฟนนั่นแหละ เพื่อนถูกแฟนแย่งเวลาไป…ก็แค่นั้น

     ในฐานะเพื่อน เขาจะช่วยเหลือเราเท่ากับที่เราช่วยเหลือเขา คบกันไปคบกันมาอาจซี้กว่าเพื่อนผู้หญิงก็ได้ หากแน่ใจแล้วว่าเขาเห็นเราเป็นแค่เพื่อน ก็คงไม่มีโอกาสยกระดับเป็นแฟนได้หรอก อย่าพยายามด้วยการจับเข่าคุยเปิดอกถึงความรู้สึกในใจของเรา มิตรภาพอาจสะดุดและเกิดความกดดันขึ้นมาได้ เขาจะรู้สึกเก้อกระดากอึดอัด แต่ก็ยังไม่พิศวาสเราอยู่ดี ยิ่งถ้าเสนอให้ลองมีอะไรกัน เหตุการณ์จะยิ่งเลวร้าย เพราะการหลับนอนครั้งนี้จะไม่มีความประทับใจเลย แถมเรายังต้องมานั่งเสียใจภายหลังอีกด้วย

  อย่าฝืนถ้าเขาไม่พิศวาส

     เหตุการณ์ยิ่งแย่หนักหากเราและเขาตัดสินใจออกเดทหรือแต่งงานตามความต้องการของเรา และเขาก็ยังไม่รู้สึกอะไร การแต่งงานจะกลายเป็นฝันร้าย เราจะเริ่มสูญเสียความมั่นใจในตัวเองว่า ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกอะไรเลย ต้องทนใช้ชีวิตกับผู้ชายที่ต้องการแค่ความเป็นเพื่อน แล้วจะยอมมามีชีวิตแบบนี้เพื่ออะไรกันเล่า

     กฎกติกามารยาทคือ ถ้าเขาไม่ชอบเราก็อย่าพยายามทำให้เขาชอบ ชีวิตทั้งชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้ชายคนนี้เท่านั้น อย่าโทรหาเขา ถ้าเขาโทรมาอย่าคุยเกินสิบนาที อย่าทำตัวเป็นศิราณีแก้ปัญหาหัวใจให้เขา พยายามคบหาผู้ชายอื่น ผลักดันตัวเองออกงานสังคมเผื่อจะได้เจอว่าที่สามีในอนาคต ดีกว่ามายุ่งอยู่กับคนที่เป็นได้แค่เพื่อน

  หากยังไม่แน่ใจ

     แต่ถ้ารู้สึกว่าเขาอาจสนใจเรา ลองบอกหรือแสดงตัวว่ากำลังมีปัญหากับแฟนหรือตอนนี้หัวใจกำลังว่าง แล้วดูปฏิกิริยา ถ้าเขาสนใจเราเขาจะเอ่ยปากชวนเดทแน่นอน

     อย่าคุยกับเขาเหมือนเพื่อน ทำตัวให้เป็นผู้หญิง นุ่มนวลอ่อนโยนลึกลับ อย่าเล่าปัญหาทั้งหมดให้เขาฟัง อย่าจู่โจมด้วยการโทรศัพท์ ฝากข้อความหรือชวนดินเนอร์ อย่าคิดว่าสามารถทำหรือพูดอะไรที่ต้องการได้ตามใจ เช่น โทรหาทุกครั้งที่ต้องการ หรือพยายามใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มากกว่าเดิม โดยอ้างว่า นี่คือความรักแบบเพื่อน ถ้าเขาเคยแวะมานอนค้างคืนบนโซฟาเพราะขี้เกียจขับรถดึกๆ ก็อย่าปล่อยให้เกิดขึ้นอีก พยายามตัดบทว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าหรืออะไรก็ได้ อย่าเผลอไผลปล่อยเลยตามเลยเด็ดขาด

     สาวบางรายชอบมากจนระงับใจไม่ได้ เลยใช้วิธีเดินหน้าลูกเดียว โทรหาเขาตลอดเวลาที่ว่าง คุยเรื่องการเปลี่ยนใจจากเพื่อนมาเป็นคนรัก ชวนเขามาเป็นแฟนแบบเต็มตัว พูดเรื่องแต่งงานและอนาคตร่วมกัน แค่นี้เขาก็เผ่นไม่เหลียวหลัง ผู้ชายไม่ชอบอะไรที่มากเกินไปแบบนี้ ต่อให้เป็นผู้หญิงที่เขาชอบก็เถอะ

     ยังมีผู้หญิงอีกเยอะที่วันหนึ่งตื่นเช้าแล้วตัดสินใจว่า เพื่อนชายที่คบกันอยู่ทุกวันคือแฟนตัวจริงที่รู้ใจเหลือเกิน ความรู้สึกรุนแรงเสียจนแทบทนไม่ไหว ควรตรึกตรองให้ซึ้งว่า เหตุผลหนึ่งที่เขาคบเราก็เพราะเราไม่เข้าไปยุ่งกับชีวิตเขามากนัก นี่เป็นสถานการณ์ละเอียดอ่อนต้องใช้เวลาปรับตัวอีกนาน

     ทั้งนี้และทั้งนั้นถ้าตัดสินใจออกเดทกับเพื่อน ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ของแบบนี้ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ใจ


 

women.mthai

 

 

สาวบริสุทธิ์… เขาดูกันยังไงนะ?

October 18th, 2009 by womenblogs

สาวน่ารัก 

     มาดูวิธีสังเกตุสาวๆ ที่บริสุทธิ์ ผุดผ่องกัน ว่าเขาจะมีอาการยังไงกัน เมื่อสาวๆ ที่คุณๆ ดูไว้มีอาการแบบนี้รับรองได้ว่าเขาหรือเธอต้องบริสุทธิ์แน่นอนจริงอะเปล่าเนี้ย?

     สาวๆ ที่ไม่เค้ย…ไม่เคย มีเพศสัมพันธ์มาก่อน หรือที่โสดซิง ซิง นั้นพวกหล่อนจะมีลักษณะดังนี้


+ เมื่อชายหนุ่มจ้องหน้าจะไม่กล้าสบตา

+ แต่จะแอบชำเลืองมองถ้าชายคนนั้นเป็นคนที่เธอแอบฝันถึง

+ เจ้าหล่อนจะเขินอาย ไม่กล้าสบตา ไม่ค่อยพูดจา เวลาคุยกันชายหนุ่ม

+ ถ้าผู้ชายเข้ามาใกล้สาวที่ไม่เคยผ่านมือชายจะรีบขยับหนีทันที

+ ถ้าชายหนุ่มแอบจับมือหรือกอด จะรีบดึงมือออก หรือไม่ก็ผลักผู้ชายออกไปอย่างแรง

+ เวลาที่คุณเธอเดินผ่านผู้ชาย จะกระมิดกระเมี้ยน เดินตัวลีบทันที

+ สาวๆ ใสๆ พวกนี้ยังชอบเล่นเหมือนเด็กๆ ชอบกระเซ้าเย้าแหย่

+ คุณเธอจะชอบดึงเสื้อกระโปรงเพราะกลัวว่าจะโป๊

+ สังเกตุท่านั่ง เวลาเจ้าหล่อนนั่งจะหนีบขาชิดกัน ยิ่งมีคนมองยิ่งหนีบขาแน่น

+ นอกจากนี้เวลาที่เธอเดิน จะเดินช้าๆ ค่อยๆ ไม่แกว่งแขน หรือส่ายไปส่ายมา

+ และเวลาจะหยิบของ เธอจะเอามือปิดอกเสื้อ หรือถ้าใส่กระโปร่งสั้นก็จะดึงกระโปร่งไว้

     แล้วมาดูกันต่อครับว่า…สาวโสดซิง ซิง เมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกแล้วจะมีอาการดังนี้

 

+ คุณเธอจะแข็งขืนเมื่อถูกกอด และจะดึงมือออกเมื่อชายหนุ่มพยายามถอดเสื้อผ้า

+ เมื่อมีเพศสัมพันธ์แล้วเธอจะเอามือปิดอกหรือหนีบขาไว้แน่น

+ จะผลักออกเมื่อชายกอดหรือขึ้นทับ และไม่กระดุกกระดิก,ไม่ตอบสนองใดๆ ปล่อยให้ผู้ชาย
ปฏิบัติฝ่ายเดียว

+ ไม่ให้เปิดไฟสว่าง…ไม่ส่งเสียงร้อง อย่างมากก็ครางนิดๆ และมีอาการเจ็บไม่มากก็น้อย

+ เมื่อชายเสร็จและจากออกเธอจะรีบเอาผ้าปิดและนอนเฉยไม่เข้าห้องน้ำในทันที

+ หลังจากเสร็จสิ้นการมีเพศสัมพันธ์แล้วเธอจะสวมเสื้อผ้ามิดชิดและนอนหันหลังให้

women.mthai

 

แตกเนื้อสาว เรามีอะไรเปลี่ยน?

October 18th, 2009 by womenblogs

สาวโสด แตกเนื้อสาว

      

     เมื่อร่างกายเจริญเติบโตขึ้นจนอายุราว 11 - 15 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่เด็กหญิงกำลังเข้าสู่วัยสาว ร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เช่น หน้าอกขยาย สะโพกผายขึ้น เสียงเปลี่ยน (บางคน) เป็นสิว มีขนขึ้นที่รักแร้และอวัยวะเพศ เป็นต้น

  หน้าอกและหัวนม

     นี่เป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษเลยล่ะ การเปลี่ยนแปลงบริเวณหน้าอกก็คือ จะมีอาการเสียวหรือคันที่หน้าอกและหัวนม และจะหายไปเองเมื่อหน้าอกโตเต็มที่แล้ว ผู้หญิงแต่ละคนจะมีลักษณะ ขนาด และรูปร่างของหน้าอกหลายแบบหรือหลายขนาด อาจจะนิ่มหรือกระชับก็ได้ และบางคนหน้าอกทั้ง 2 ข้างอาจมีขนาดแตกต่างกันเล็กน้อย ทั้งนี้เป็นไปตามกรรมพันธุ์และธรรมชาติของแต่ละบุคคล
    
    
นอกจากนี้ หัวนมของแต่ละคนก็อาจมีสีแตกต่างกัน บางคนอาจมีสีคล้ำ บางคนก็สีสดตามลักษณะผิว เป็นเรื่องธรรมชาติและไม่จำเป็นต้องซื้อยามาทาเพราะอาจทำให้เกิดการแพ้หรืออักเสบได้

  สะโพก
 
    
เมื่อเข้าสู่วัยสาว สะโพกของผู้หญิงทุกคนจะผายออก เพราะร่างกายมีการขยายตัว และมีการสะสมของไขมันบริเวณกล้ามเนื้อ หากสาวใดต้องการให้สะโพกของตนกระชับ ฟิตเปรี๊ยะ ก็ต้องคอยหมั่นบริหารร่างกายเป็นประจำ

     นอกจากนี้ บริเวณอวัยวะเพศภายนอกและระบบสืบพันธุ์จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นด้วย แต่เราจะไม่ค่อยรู้เลยเพราะมันเป็นเสมือนดินแดนลึกลับที่ผู้ใหญ่มักจะบอกกับเราว่า ไม่ควรไปสนใจหรือไปยุ่งกับมันมากนัก ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือเรื่องที่เราควรต้องเรียนรู้และเข้าใจให้มากทีเดียว เพราะมันไม่ใช่แค่อวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายเราเท่านั้นแต่ยังเป็นช่องทางที่จะนำความสุข หรือความทุกข์มาสู่ชีวิตเราก็ได้

women.mthai

วิธีเดทแบบประหยัด

October 18th, 2009 by womenblogs

คู่รักคู่ไหนที่อยากออกเดทแบบประหยัด วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีมาเสนอ…


คนโสด คู่รัก ความรัก ออกเดท

1. จูงมือกันเดินเล่นรอบหมู่บ้านตอนเย็น ๆ มองตากันซึ้งเวลาพระอาทิตย์ตก

2. ขี่จักรยานเที่ยวด้วยกัน

3. ไปปิกนิกในสวนสาธารณะตอนวันหยุด อย่าลืมทำอาหารไปกินเอง มีน้ำ มีเสื่อไปให้ครบ จะได้ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม

4. ไปเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ทางรถไฟแบบเช้าไป/เย็นกลับ ได้เห็นวิวสวย ๆ แปลกตา งบต่ำ แต่ได้ความรู้ใหม่ ๆ อีกเพียบ

5. เปลี่ยนจากเดินช้อปปิ้งห้างใหญ่ ๆ มาเดินตลาดนัดหรือจตุจักร ได้ของเก๋ ๆ แล้วยังแข่งกันต่อราคาอีกด้วย

6. เปลี่ยนจากดินเนอร์มื้อค่ำมาเป็นจิบกาแฟตอนบ่าย ๆ หามุมเงียบสักมุม นั่งอ่านหนังสือด้วยกัน บรรยากาศในร้านกาแฟ

7. ลองโทร. เข้าไปเล่นเกมชิงตั๋วหนัง ได้ดูหนังฟรี แบบมีลุ้น สนุกกว่าเดิมอีกเยอะเลย

8. ขึ้นรถไปเที่ยวนอกเมืองด้วยกัน แวะกินข้าวร้านอาหารริมทาง ไม่แพงแต่ได้บรรยากาศดี

9. แพ็คกระเป๋าหาทริปแบบโฮมสเตย์ ราคาเป็นกันเอง แถมยังได้สัมผัสชีวิตชาวบ้านอย่างที่ไม่เคยรู้จักอีกด้วย

10. ไปดูนิทรรศการงานศิลปะ ได้ทั้งอาหารตา และอาหารใจ แบบไม่ต้องเสียเงิน

อ่านแล้วถูกใจวิธีไหน ลองนำไปใช้กับคู่ตัวเองเลย

women.mthai

 

วิธีเข้าหาหนุ่มที่แอบปิ๊ง

October 18th, 2009 by womenblogs

สาว ๆ คนไหนที่กำลังแอบปิ๊งหนุ่มแปลกหน้า และอยากรู้จัก วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์ มีวิธีเข้าหาหนุ่มที่แอบปิ๊งมาบอกกัน…

คู่รัก คนโสด ปิ๊ง ตกหลุมรัก

>>>สบตาเข้าไว้

เริ่มด้วยการยืนใกล้ ๆ แค่พอให้เริ่มบทสนทนาได้ อย่าประชิดจนผู้ชายไร้ทางหนี จากนั้นประสานสายตาพร้อมกับยิ้มให้เขาแว่บเดียว แต่ต้องเป็นยิ้มสุดกระจ่างสว่างใจ แล้วนิ่งรอรอยยิ้มตอบกลับประมาณ 1-2 วินาที จึงมองไปทางอื่น หากเขายิ้มให้และสบตาเราตรง ๆ แสดงว่าเขาเปิดทางสู่บทสนทนา แต่ถ้าเขาหลบตาแล้วส่งยิ้มมุมปากเครียดๆ มาให้ ท่าทางจะยาก

>>>พูดอะไรก็ได้

ให้สนทนาไปเรื่อยเปื่อย ควรพูดถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในขณะนั้นซึ่งไม่ท้าทายหรือก้าวร้าวเกินไป หากกำลังยืนอยู่ในร้านเบเกอรี่ ให้ระงับอกระงับใจไม่หลุดปากถึงความหล่อล่ำของเขา สิ่งที่ควรพูดคือ “คุณเคยกินแซนวิชร้านนี้ไหม ฉันตัดสินใจไม่ถูกระหว่างแซนวิชไก่หรือทูน่า” ข้อควรจำคือ บทสนทนายิ่งธรรมดาเท่าไรก็ยิ่งเวิร์คเท่านั้น

>>>ทำยังไงดีถ้านึกอะไรไม่ออก

หากไม่รู้จะพูดอะไร ให้นึกถึงว่ามี ใคร อะไร เมื่อไร ที่ไหน และทำไม ตัวอย่างเช่น ถ้าเรากำลังอยู่ในงานเปิดนิทรรศการภาพถ่ายของใครคนหนึ่ง ลองเริ่มว่า “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ… คุณรู้จักแป๋ม(ชื่อช่างภาพ)หรือแค่ติดตามผลงานคะ” “รถติดไหมคะ วันนี้ฉันมาสายเลย” “ภาพถ่ายพวกนี้เยี่ยมมากเลยนะคะ” “คุณคิดยังไงกับผลงานของแป๋ม ฉันเป็นเพื่อนสนิทค่ะ แต่คุณพูดตรง ๆได้ เพราะเธอชอบคำวิจารณ์”

>>>สังเกตปฏิกิริยา

ถ้าเขายินดีสานบทสนทนาต่อไป รอยยิ้มของเขาจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ แถมยังขยับตัวเข้ามาใกล้และชะโงกตัวเข้าหาเราอย่างเห็นได้ชัด อย่าเพิ่งยอมแพ้หากผู้ชายไม่ทำท่าอะไรเลยในทันทีทันใด อารมณ์วิตกกังวลจะทำให้เราแปลความตื่นเต้นของเขาเป็นความเขินอายหรือหยิ่งขี้เก๊ก ผู้ชายก็ตื่นเต้นเป็น

>>>ไม่ให้ขาดตอน

เมื่อเปิดฉากสนทนาได้อย่างดีแล้ว ลองก้าวไปไกลกว่าเดิม โดยเปลี่ยนจากการสนทนาแสนสุภาพตามมารยาทสังคม ไปสู่การพูดคุยกันจริง ๆ ด้วยการถามถึงความรู้สึกหรือเหตุผล เช่น “คุณรู้สึกอย่างไรถ้า…” หากวิธีนี้ไม่ราบรื่นอย่างที่หวัง นั่นแสดงว่าเขาไม่สนใจ แถมยังไม่หลวมตัวไปกับเรา หรือไม่เราก็ถามคำถามปิดเกินไป คำถามเปิดคือคำถามที่ต้องการคำอธิบาย เช่น “คุณคิดยังไงกับร้านนี้” คำถามปิดคือคำถามที่ตอบแค่ใช่หรือไม่ เช่น “คุณมาที่นี่บ่อยไหมคะ” แต่ไม่ว่าจะยังไงต้องยิ้มเข้าไว้ ธรรมชาติของมนุษย์จะชอบคนที่มาแสดงออกว่าติดเนื้อพึงใจอย่างเห็นได้ชัด หากแสดงออกว่าเราแฮปปี้ที่ได้คุยกับเขา เขาก็จะเพลิดเพลินในการคุยกับเรา

>>>แค่มารยาทหรือเปล่า

เป็นไปได้ว่าการที่เขาพูดคุยกับเราอย่างสุภาพบุรุษที่สุดในโลก เขาอาจเป็นฝ่ายจบการสนทนาทันทีที่มีโอกาส ของแบบนี้ต้องทดสอบดู ลองขอตัวออกมากลางคันสัก 2-3 นาที แล้วดูว่าเขาชะเง้อชะแง้คอยเรากลับมาหรือเปล่า “ฉันจะไปหาอะไรดื่มสักหน่อย คุณอยากได้อะไรไหมคะ” ถ้าสนใจเราอยู่เขาจะตอบโอเคถึงแม้จริง ๆแล้วไม่อยากดื่มอะไรเลย แต่ถ้าเขาตอบว่า “ไม่เป็นไรครับ ผมไปเอาเองดีกว่า” หรือ “ผมคิดว่ารอเพื่อนมาก่อนดีกว่า” ถ้าเป็นอย่างนี้ เขาแค่มีมารยาท ไม่ได้ใยดีเราสักนิด

women.mthai

 

ความรักต้องการความชัดเจนและสม่ำเสมอ

October 18th, 2009 by womenblogs

 

  วันก่อนผมไปงานแต่งงานอดีตกิ๊ก (ที่ไม่ได้แปลว่าชู้… แต่เป็นคนที่มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน) เราไม่ได้เจอกันมาเกือบปีจากการเจอกันครั้งสุดท้าย… ด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้ แต่ผมพยายามนึกเองว่า

  วันก่อนผมไปงานแต่งงานอดีตกิ๊ก (ที่ไม่ได้แปลว่าชู้… แต่เป็นคนที่มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน) เราไม่ได้เจอกันมาเกือบปีจากการเจอกันครั้งสุดท้าย… ด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้ แต่ผมพยายามนึกเองว่า

 

เป็นเพราะงานเยอะ ไม่มีเวลา… ที่ทำให้เราห่าง ๆ กันไป 

   ผมยังจำได้… วันที่เราเจอกันครั้งแรก ผมไปหาเพื่อนที่คณะของเธอ เราอยู่สถาบันเดียวกัน แต่คนละฝั่งถนน ผมเห็นเธอเล่นกับหมาสกปรก ๆ ตัวนึง ภาพนั้นยังชัดเจนอยู่เลย ผู้หญิงผมยาว หน้าตาน่ารัก เล่นกับหมามอมแมม เธอเอาลูกชิ้นปิ้งมาให้น้องหมากิน ลูบหัวลูบหูมันแบบไม่รังเกียจ ผมไม่เคยจีบผู้หญิง จีบไม่เป็นด้วย แต่ผมขอให้เพื่อนแนะนำเธอให้รู้จัก แสดงให้เห็นว่าผมสนใจเธอ ไม่รู้เรียกว่าจีบหรือเปล่า เราคุยกันถูกคอเรื่องหมา เรื่องหนัง เรื่องเพลง เรื่องนินทาเพื่อนของเรา และเรื่องการเรียนที่เธอสนใจการเรียนของคณะผม และผมสนใจการเรียนคณะเธอซึ่งเป็นคนละสาย

   ความสัมพันธ์ก่อตัว… เราอาจจะเป็นมากกว่าเพื่อน แต่ก็ไม่รู้จะใช้คำว่าแฟนได้ไหม เราไปกินข้าวด้วยกันทุกวัน ผมเดินไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์ทุกเย็น เราโทร.คุยกันบ่อย ๆ ถึงจะไม่บ่อยมาก วันหยุดเรานัดไปดูหนังด้วยกัน ผมถือของให้เวลาเธอไปชอปปิ้ง แต่เราไม่เคยบอกว่าต่างคนต่างรู้สึกยังไง ไม่เคยบอกใครและไม่เคยบอกกันว่าตกลงเราเป็นแฟนกัน ไม่เคยมีคำพูดหวานๆ หรือการกระทำที่มันพิเศษมากไปกว่านี้

   จนเราเรียนจบ… พอเริ่มทำงาน สังคมก็เริ่มเปลี่ยน เวลาและความวุ่นวายหน้าที่การงานทำให้ความกระตือรือล้นที่จะเจอกันน้อยลง ความถี่ในการโทรหากันห่างขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจำไม่ได้ ว่าครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน กินข้าวกัน ดูหนังด้วยกัน และโทรศัพท์คุยกัน คือ เมื่อไหร่ ผมไม่คิดถึงเธอหรือเปล่า… ก็ไม่เชิง เพียงแต่มันมีเรื่องอื่นให้คิดมากกว่า จนเหมือนหลง ๆ ลืม ๆ เธอไป…


   เรามาเจอกันอีกที… ตอนงานแต่งงานเพื่อนคนที่แนะนำให้เรารู้จักกัน หลังจากเรียนจบหลายปี เรายังคุยกันเหมือนเดิม แต่เหมือนระยะห่างมากขึ้น เราไม่ถามกันว่าแต่ละคนหายไปไหนมา ถามแต่ว่ากำลังทำงานอะไรอยู่ เป็นไงบ้าง แล้วเราก็ห่างหายกันไปอีกครั้ง…

   แล้ววันนึง… เธอก็โทรมาหาผม บอกว่ากำลังจะแต่งงานกับชาวต่างชาติ ที่ทำงานที่เดียวกันกับเธอ ผมบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง เราห่างกันจนผมไม่ควรจะหวงเธอแล้ว… แต่ผมก็รู้สึกใจหาย มันรู้สึกแปลก ๆ เหงา ๆ หัวใจหวิว ๆ ยังไงไม่รู้ ผมไปงานแต่งงานของเธอ… บอกตรงๆ ว่าตอนอยู่ในงาน ผมนึกในใจว่าทำไมผู้ชายที่ยืนข้างเธอไม่ใช่ผม แต่วันนั้นผมก็ได้แสดงความยินดีกับเธอไปอย่างเต็มใจ

   เมื่อคืน เธอโทรมาหาผม… เราคุยกันมากขึ้นกว่าตอนที่ห่างหาย ที่จริงผมเริ่มทำใจได้บ้างแล้วล่ะ ก็เลยแกล้งบอกเธอไปว่า…

 
     “เนี่ย พอบีแต่งงานไปโอเลยไม่รู้จะแต่งกับใคร” เธอหัวเราะ ถามว่า
     “นี่โออยากแต่งงานกับบีด้วยเหรอ นึกว่าไม่อยาก” ผมก็
     “อ้าว ทำไมล่ะ โอดูไม่ชอบบีเหรอ” เธอนิ่งไปแป๊บนึง แล้วก็ถามแบบเสียงซีเรียส
ว่า…
     “ถามจริงเถอะ บีอยากรู้มานานแล้ว ว่าที่ผ่านมาโอคิดยังไงกับบี” ผมถามย้อนกลับว่า
     “ที่เราไปกินข้าว ดูหนัง
กันเนี่ย มันไม่ได้หมายความว่าชอบเหรอ ไม่เคยทำแบบนี้กับใครเลยนะ” 

   จากนั้นผมถึงได้รู้ว่า เธอรู้สึกไม่เข้าใจว่าผมคิดไงมาตลอด เพราะเราไปไหนมาไหนด้วยกันทุกวัน คุยกันทุกวัน แต่ผมไม่เคยมีอะไรหวานๆ ไม่เคยแสดงความห่วงใยเป็นพิเศษ ไม่เคยบอกว่าชอบเธอ ไม่รู้ว่าเราเป็นแฟน… หรือเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก ซึ่งสิ่งที่เธออยากรู้คือผมชอบเธอระดับไหนแค่คนควงเล่นหรือมากกว่านั้น (ผมดูเหมือนคนคบผู้หญิงไว้ควงเล่นขนาดนั้นเลยเหรอ…) เพราะเป็นผู้หญิง… ทำให้เธอไม่เคยกล้าถาม แต่วันนี้ถามฐานะ เพื่อนเก่า  ตอนนั้นผมเองก็ไม่ได้พูด เพราะพูดไม่เป็น แล้วก็ไม่นึกว่าผู้หญิงจะต้องการการแสดงออกที่ชัดเจนมากกว่านี้ ยิ่งพอเรียนจบ ผมเหมือนหายไปเลย… ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน ผมรู้สึกเหมือนกับว่า หัวข้อการคุยหลังจากนั้น คือ เราต่างเสียดายที่เราไม่เปิดเผยความรู้สึกให้อีกฝ่ายมากกว่านี้ในตอนนั้น ถึงเราจะคุยกันเหมือนเป็นเรื่องน่าขำ…

   หลังจากวางสาย… ผมรู้สึกเหงา ๆ หวิว ๆ ยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าเธอจะแต่งงาน มันเหมือนอะไรบางอย่างที่เราควรจะรักษาไว้ แต่กลับรักษาไม่ได้ แล้วตอนนี้มันก็สายเกินไปที่จะเรียกกลับมา ก็หวังว่าความเหงาแบบนี้มันคงจะผ่านไป… ไม่กี่วันหลังงาน ผมได้รูปแต่งงานของเธอมา (ผมขอรูปเจ้าสาวที่เธอไปถ่ายติดหน้างานไว้) ผมดูแล้วก็ยิ้ม ๆ ทุกครั้ง ใช่ครับ… ถึงมันจะเศร้า แต่อย่างน้อยเธอก็เป็นความทรงจำที่ดี ตอนที่ผมเห็นรูปนี้ครั้งแรก ผมไม่เคยฝันว่างานแต่งงานผมจะเป็นไง… เจ้าสาวผมจะเป็นใคร หน้าตาแบบไหน ไม่เคยคิดด้วยซ้ำ… ว่าตัวเองจะแต่งงานหรือเปล่า แต่รูปถ่ายผู้หญิงปล่อยผมยาว ยิ้มกว้าง แต่งหน้าอ่อนๆ ใส่ชุดสีขาวสบายๆริมสระน้ำ… ทัดดอกไม้สีขาวที่หู รูปนี้ ผมรู้สึก เสียดายจริง ๆ ที่เธอไม่ใช่เจ้าสาวของผม ไม่ได้ใส่ชุดนี้เพื่อผม ในแต่งงานของเธอ ทุกครั้งที่มองเธอ ผมถามตัวเองตลอด… ว่าทำไมผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างเธอวันนี้ไม่ใช่ผม แต่คำตอบของสิ่งที่ผมถามตัวเอง… ผมก็รู้ว่าเพราะอะไร

   เหตุการณ์นี้คงเป็นบทเรียนนะครับ ซึ่งไม่รู้ผมจะมีโอกาสได้แก้ตัวอีกหรือเปล่า เรื่องของคนที่ไม่ชัดเจน ไม่สม่ำเสมอ และเข้าใจยาก อย่างผม อยากเอามาเล่าสู่กันฟัง ไม่อยากให้เกิดกับใคร… ใครที่ยังมีสิ่งที่ตัวเองหลงลืมลองย้อนหันกลับไปมอง และเอาใจใส่ให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นอีกนิดนะครับ จะได้ไม่ต้องมานึกเสียดายทีหลัง… ถ้าสิ่งนั้นพลาด หรือหลุดลอยไป หรือถ้าพลาด อย่างน้อยก็ยังรู้สึกว่าได้ทำเต็มที่แล้ว ไม่ใช่พลาด เพราะปล่อยปละละเลย

อย่าลืมนะครับ…ขอย้ำอีกทีว่า

women.mthai

10 วิธีปฏิบัติเมื่อรักเขาข้างเดียว

October 18th, 2009 by womenblogs

ใครที่กำลังรู้ตัวว่า รักเขาข้างเดียวอยู่ แล้วไม่รู้จะปฏิบัติตัวยังไง วันนี้เดลินิวส์มี 10 วิธีปฏิบัติเมื่อรักเขาข้างเดียวมาบอก…

 

  

1. อย่าพยายามสร้างโอกาสใกล้ชิดกับเขา

2. หลบหน้าหลบตาเขาไปเลยถ้ายังทำใจไม่ได้

3. บอกตัวเองว่ามาทำงานเพื่อรายได้ ไม่ใช่มาหาคนรัก

4. พยายามทำตัวเองให้ยุ่งมากๆ จะได้คิดถึงเขาน้อยลง

5. การถูกปฏิเสธไม่ใช่การเสียฟอร์ม
แต่เป็นการทำให้ตัวเองได้รับคำตอบที่ชัดเจน และตัดใจได้

6. เมื่อต้องทำงานร่วมกับเขา พยายามทำให้เต็มสปิริตด้วยจรรยาบรรณและหน้าที่

7. ยอมรับกับตัวเองไปเลยว่ายังทำใจไม่ได้ในช่วงแรก และไม่ต้องพยายามกลบเกลื่อน
เพียงแต่ต้องคิดให้ตกว่าจะปฏิบัติ กับเขาอย่างไรในอนาคต

8. เพิ่มความนับถือให้ตัวเองมากขึ้นด้วยการทำให้ตัวเองสวย
และฉลาดขึ้นกับการลงคอร์สความงาม หรือเรียนปริญญาโทอีกใบ

9. อย่าทำตัวเป็นองุ่นเปรี้ยวมะนาวหวาน
เอาเขาหรือคนที่เขาคบไปพูดในแง่ลบเด็ดขาด เพราะตัวเองที่จะถูกมองในด้านเสื่อมเสีย

10. ถ้าทำทุกอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ยังทำใจไม่ได้ ลองให้เวลาตัวเองอีก 3 เดือนเพื่อหางานที่ถูกใจที่อื่นแล้วค่อยลาออก อย่าบุ่มบ่ามประชดตัวเอง
หรือคิดจะทำให้เขาเจ็บ หรือรู้สึกผิดกับการตัดสินใจที่ไม่ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ

 

 ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้
women.mthai

 

« Previous Entries