จับยา เครื่องสำอางค์ อันตราย โฆษณาเว่อร์

November 24th, 2009 by womenblogs

เครื่องสำอางค์

 

       ที่กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (บก.ปศท.) เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้(2 ก.ย.) นายวิทยา แก้วภารดัย รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปศท. ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย และติดป้ายโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง พร้อมของกลางมูลค่า 6 ล้านบาท

 

       โดย นายวิทยา เปิดเผยว่า หลังจาก อย.ได้ติดตามเฝ้าระวังการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ร้านค้าแผงลอยวางจำหน่ายสินค้าผิดกฏหมายที่ไม่ผ่าน อย. และไม่ให้โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพโอ้อวดเกินจริง ในวันเดียวกันนี้ ทางอย.ร่วมกับ บก.ปศท.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าและแผงลอยภายในตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ พบผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย และติดป้ายโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง จำนวน 15 ร้าน มีการขายยาแผนปัจจุบันประเภทสเตียรอยด์จากต่างประเทศ สมุนไพรบรรจุแคปซูลที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา และแสดงสรรพคุณโอ้อวดเกินจริงจำนวน 50 รายการ รวมทั้งอาหารเสริมกับกาแฟที่โฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต และเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง ว่าสามารถลดความอ้วนและทำให้หน้าขาวอีกจำนวน 10 ราย นอกจากนี้ยังพบเครื่องสำอางค์อันตรายผสมสารห้ามใช้ ที่อย.ประกาศไว้ รวมทั้งเครื่องสำอางค์ที่มีฉลากไม่ถูกต้องอีก 30 รายการ รวมของกลางทั้งสิ้น 90 รายการ มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท ก่อนควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บก.ปศท.ดำเนินคดี


                
         นพ.พิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อย.ได้จัดตั้งคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (คปป.) ขึ้นเพื่อติดตามเฝ้าระวังและเอาจริงเอาจังกับผู้กระทำผิดขั้นเด็ดขาด เพื่อเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค

 

        และขอเตือนประชาชนว่า อย่าได้ ซื้อยาที่ไม่ได้ขอนุญาตตามกฎหมาย ถึงแม้จะเป็นยาสมุนไพร เพราะไม่ได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานความปลอดภัย อาจทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตราย และอย่าหลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร ยา เครื่องสำอางค์ และเครื่องมือแพทย์ที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เพราะจะทำให้เสียเงินโดยไม่ได้รับผลตามที่อวดอ้าง และอาจจะได้รับอันตรายจากผลิตภัณฑ์นั้นด้วย

 

women.mthai

หน้ายิ้ม สไตล์ญี่ปุ่น

November 24th, 2009 by womenblogs

หน้ายิ้ม สไตล์ญี่ปุ่น 
     วันนี้มีของฝากเป็น Smiley หรือ “หน้ายิ้ม” แต่เป็นสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งจะแตกต่างจากของฝรั่งตรงที่การมอง เนื่องจากถ้าเป็นของฝรั่งจะมองแบบตะแคงๆ เช่น หน้ายิ้มแบบนี้ :-) แต่ของญี่ปุ่นจะมองตามแนวตั้ง หน้ายิ้มเลยออกมาเป็นแบบนี้ (^_^) คิขุ อะโนเนะจริงๆ

     สำหรับประโยชน์ของ Smiley พวกนี้ คุณสามารถใช้ในอีเมล์, MSN, ICQ, Chat หรือส่งให้ทางมือถือก็ได้ ครั้งนี้เอามาฝากแค่พอหอมปากหอมคอก็แล้วกัน หวังว่าคงถูกใจ และไม่ไร้สาระเกินไปนะครับ

(^_^)       ยิ้มธรรมดา

(^ ^)           อมยิ้ม

(*^ _^*)          ยิ้มแบบมีประกาย

(^0^) /          ยกมือขึ้นแล้วร้อง “ว้าว”

(>_<)            โอวช์ เจ็บจัง (ใช้ตอนผิดหวังก็ได้)

p(^ ^)q          ขอให้โชคดีนะ

(T_T)            ร้องให้น้ำตาไหลพรากๆ

(-_-)ZZZ        ราตรีสวัสดิ์

(._.?)            ผมไม่เข้าใจจริงๆ ครับ

(^_^)V           สู้ตายค่ะ (ชนะแล้ว)

(P_-)           ส่องแว่นขยายดูสิ ปิดบังอะไร

(^^)//            เก่งจัง ปรบมือให้หน่อย

(^-^)b            เห็นด้วยไม๊ ?

(-_-)            ไม่พอใจนะ แต่ไม่แสดงออก

(^_^;)            ประหลาดใจจนไม่รู้จะพูดออกไปยังไง

(._. )( ._.)            กำลังหาอะไรอยู่ล่ะ ?

((((((^_^;)            ไม่สะดวกใจที่จะอยู่ตรงนั้น(อยากจะไปแล้ว)

(>_< )( >_<)           ปฏิเสธอย่างรุนแรง(ส่ายหน้าไปมา)

( ^_^)/U*U\(^_^ )           ไชโย ชนแก้วกันดีกว่า

m ( _ _ ) m            เสียใจจริงๆ ได้โปรดให้อภัยผมด้วย

o (^_-) O           นี่แน่ะ ชกซะเลย

(^3^) – Chu!!            ขอจ๊วบดังๆ ทีนะ

(^.^)/~~~           โบกผ้าเช็ดหน้าพร้อมกับกล่าวลาก่อน

(;_;)/~~~            กล่าวอำลาโบกผ้าเช็ดหน้าพร้อมน้ำตา

(-.-)y-.o0O           สูบบุหรี่อย่างผ่อนคลาย (แต่ว่าตายผ่อนส่งนะจ๊ะ)

(^_-)-*            กระพริบตาเจ้าค่ะ

(^_-)db(-_^)         เกี่ยวก้อยสัญญากันนะ

(/^o)/(/o^)/        มาเต้นกันดีกว่า

(=^.^=)           แมวค่ะ

~~~~~(m–)m          ผีมาแล้ว…

women.mthai

 

 

มิสไทยแลนด์เวิลด์ รับสมัคร สาวงาม วันสุดท้าย

November 24th, 2009 by womenblogs

มิสไทยแลนด์เวิลด์  รับสมัคร สาวงาม  วันสุดท้าย

 

 มิสไทยแลนด์เวิลด์


     ที่อาคารมาลีนนท์ทาวเวอร์ พระราม 4 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ก.ย. กองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2009 ได้เปิดรับสมัครสาวงามบุคลิกดีมากความสามารถ อายุระหว่าง 17-24 ปี เป็นวันสุดท้าย

    

      โดยมีสาวงามทั้งลูกครึ่ง, นักศึกษาสถาบันดัง รวมถึงสาวงามที่เคยผ่านเวทีประกวด ต่างหลั่งไหลเดินทางมาสมัครกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน อาทิ น้องแคท-แคทเธอรีน เออสเตอลูนด์ อายุ 22 ปี ลูกครึ่งไทย-สวีเดน นักศึกษาปี 1 คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยโกเทนเบิร์ก ประเทศสวีเดน หลานสาว นก-ชลิดา เถาว์ชาลี นางสาวไทย ปี 41 น้องชิชา-กัญภัส มากวิจิต อายุ 21 ปี สาวลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย นักศึกษาปี 1 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พูดได้ 3 ภาษา และเพิ่งประสบอุบัติเหตุรถชน ต้องพันผ้าเดินขากะเผลกมาสมัครด้วย
   
      นอกจากนี้ยังมีน้องอุ้ย-อิษยา ลิ่มสกุล อายุ 19 ปี นักศึกษาแพทย์ ปี 2 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล น้องปุ๋ย-นภสร ราชบุญเรือง อายุ 21 ปี นักศึกษาปี 2 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ส่วนกลุ่มสาวงามผู้เคยผ่านเวทีการประกวด อาทิ น้องโบวี่-ภคมน เจริญโรดม อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 3 คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยสยาม เคยเล่นละคร ฟ้ามีตา, ปมรักรอยอดีต และสู่แสงตะวัน น้องมิ้นท์-รยากร สุวรรณ อายุ 23 ปี นางงามเชียงใหม่ ปี 2550 และรองอันดับ 2 เวทีมิสทีน อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำปี 47  นักศึกษาปี 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยพายัพ น้องบุศ-เอริศา แก้วศิริ อายุ 20 ปี เคยผ่านเข้ารอบ 20 คนสุดท้าย บนเวทีไทยแลนด์ซูเปอร์โมเดลปี 48
   
        ทั้งนี้มีสาวงามที่เคยประกวดเวทีมิสทีน ไทยแลนด์ ปี 50 ด้วย น้องฮอลล์-พิมพ์พิชชา อัศวพงศ์สุกฤตา อายุ 21 ปี นักศึกษาปี 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (นานาชาติ) และเป็นนางงามมิตรภาพ เวทีนางสาวไทย ปี 51 น้องการ์ตูน-กนกวรรณ งามทรัพย์มณี อายุ 21 ปี นักศึกษาปี 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เคยแสดงละครพื้นบ้าน เรื่อง บัวแก้วจักรกลด, สังข์ทอง เป็นต้น ทั้งนี้ยอดสาวงามผู้เข้าประกวดมี 105 คน ตลอดทั้ง 7 วัน รวมทั้งสิ้น 250 คน โดยกองประกวดจะคัดเลือกสาวงามเหลือ 25 คน ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ที่ชั้น 8 อาคารมาลีนนท์ทาวเวอร์ ก่อนเก็บตัวทำกิจกรรมที่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 18-21 ก.ย.นี้ และประกวดรอบสุดท้ายวันที่ 17 ต.ค.นี้ ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 5 โรงแรมโซฟิเทลเซ็นทาราแกรนด์.

 

  ที่มาข่าวจาก เดลินิวส์

 

 

น้องเซ็นต์ ลูกสาว แอ๊ด คาราบาว ร่วมประชันขาอ่อน


 

น้องเซ็นต์

น้องเซ็นต์ ลูกสาว แอ๊ด คาราบาว

 

น้องเซ็นต์

น้องเซ็นต์ ลูกสาว แอ๊ด คาราบาว

 


       โดย “น้องเซ็นต์”หรือ “น.ส.ณิชา โอภากุล” มาในชุดแซ็กคล้องคอสีชมพูสวยงาม พอกรอกใบสมัครเสร็จ เจ้าหน้าที่กองประกวดฯ จึงนำมาให้ช่างภาพ-กองทัพนักข่าวถ่ายรูป “น้องเซ็นต์” ก็โพสท่าถ่ายรูปด้วยความมั่นใจเป็นกันเอง ก่อนโพสท่าสุดท้ายด้วยการชูมือลัญลักษณ์ “คาราบาว” เรียกความครื้นเครงแก่กองทัพนักข่าวเลยทีเดียว งานนี้ น้องเซ็นต์เปิดเผยว่า

 

 

 

    “เซ็นต์อยากทำเพื่อคุณแม่ เพราะคุณแม่ไม่ค่อยสบาย ป่วยเป็นโรคลำไส้อักเสบ ด้วยความที่เซ็นต์ต้องไปทำงานที่ศูนย์ข่าวภูเก็ต ของ NBT ภาคภาษาอังกฤษค่ะ งานเยอะ ก็เลยไม่ได้เจอกันมาเกือบ 1 ปี พอช่วงดีนี้มาอยู่กรุงเทพฯ บวกกับคุณแม่ชอบเรื่องสวยๆ งามๆ และอยากให้เซ็นต์สมัคร

 

     เซ็นต์ เลยอยากให้ท่านชื่นใจ ได้ตามลุ้นตามเชียร์ ล่าสุดท่านเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อวาน แต่วันนี้ท่านก็มาส่ง ชุดที่ใส่มาวันนี้ก็ช่วยกันเลือก ส่วนคุณพ่อท่านไม่ทราบค่ะ แต่คงไม่ว่าอะไรเพราะท่านใจดี ถามว่าเตรียมตัวมั้ย ไม่เลยค่ะฉุกละหุกมาก และไม่คาดหวังตำแหน่งใดเลยด้วยค่ะ แค่อยากติด 25 คน สุดท้าย ได้ทำกิจกรรมช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสก็เพียงพอแล้วค่ะ”

 

      สำหรับ “น้องเซ็นต์-ณิชา โอภากุล” ปัจจุบันอายุ 23 ปี จบการศึกษาจาก ม.ธรรมศาสตร์ คณะ วารสารศาสตร์ (ภาคอินเตอร์) ปัจจุบันเป็นนักข่าวภาคสนาม NBTภาคภาษาอังกฤษ ณ ศูนย์ข่าว จ.ภูเก็ต

women.mthai

จีสตริง สวย-เซ็กซี่

November 24th, 2009 by womenblogs

จีสตริง สวย-เซ็กซี่
เสี่ยงต่อริดสีดวงจริงหรือ

จีสตริง

     จีสตริง คือ กางเกงในแบบพิเศษ ที่ผู้หญิงหลายคนใส่แล้วเชื่อว่าจะทำให้ดูเซ็กซี่สุดๆ โดยเฉพาะสาวๆ ที่นิยมใส่ยีนเอวต่ำชนิดซูเปอร์โลว์ แต่ทั้งนี้ จีสตริงก็มีผลต่อสุขภาพของเราด้วย เพราะเจ้ากางเกงในตัวจิ๋วนี้มีความกว้างไม่เกิน 3 นิ้วเท่านั้น ส่วนด้านหลังไม่มีเนื้อที่สำหรับปิดก้นเลย จะมีเพียงแต่เส้นสตริงหรือยางยืดเพียงเส้นเดียวที่จะรัดก้นหรือบั้นท้ายสวยๆ ไว้

    

 

แม้แต่เมืองไทยเองเจ้าจีสตริงอาภรณ์ชิ้นน้อยตัวนี้ก็กำลังได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นกับแม่สาวเปรี้ยวจี๊ด ที่ชอบนุ่งกางเกงเอวต่ำ จีสตริงจึงเหมาะมากกับวัยรุ่นที่ชอบใส่กางเกงเอวต่ำ และเสื้อเอวลอยมาก

     นอกจากนี้ จีสตริงยังไปได้ดีกับสาวสังคมที่ชอบใส่ชุดราตรีหรูแบบแนบเนื้อเพราะจะทำให้ไม่เห็นขอบรอยของกางเกงในแบบเดิม และเพราะกระแสนิยมพุ่งพรวดชนิดผลิตกันแทบไม่ทันนี่เอง พ่อค้าหัวใสจึงผลิตจีสตริงมาเลียนแบบกันอื้อ

     ยิ่งย่านถนนข้าวสารที่ฝรั่งรายได้น้อยชอบไปเดิน มีการผลิตจีสตริงหลายแบบหลากสไตล์ รวมไปถึงลายลูกไม้ที่ทำจากเนื้อผ้าสุดหยาบมาวางขาย จนหลายคนชักกังวลว่า กางเกงในชนิดพิเศษนี้ หากผลิตไม่ได้มาตรฐานจะส่งผลต่อผู้ใส่หรือไม่

     สาวสวยการศึกษาดีผู้หนึ่งเพิ่งเรียนจบปริญญาโทจากประเทศอังกฤษ เล่าให้ฟังว่า สมัยที่เรียนอยู่ที่โน่นมีคนพูดถึงจีสตริงในทางที่ไม่ดีกันหนาหู เพราะคนที่นิยมสวมใส่มักประสบปัญหาเป็นโรคภายใน ไม่ว่าจะเป็น เชื้อรา ริดสีดวงทวาร แผลติดเชื้อ จนทำให้เกิดกระแสต้านจีสตริงขึ้นเล็กๆ ในบางเมือง

    
ซึ่งเรื่องนี้ทาง โฆษกกระทรวงสาธารณสุข รายงานการวิจัยเกี่ยวกับการติดเชื้อที่มีสาเหตุมาจากการสวมใส่จีสตริงนั้น ยังไม่มี แต่ที่ยกตัวอย่างในต่างประเทศนั้นอาจเป็นไปได้ โดยเฉพาะชาวอังกฤษไม่นิยมอาบน้ำกันสักเท่าไรเนื่องจากอากาศหนาวจัด และยิ่งบางคนที่ชอบใส่กางเกงยีนส์ซ้ำๆ หลายวันด้วยแล้ว ความหมักหมมก็จะเกิดขึ้นได้

     ส่วนที่ว่า จีสตริง ทำให้เป็น โรคริดสีดวงทวาร นั้น หากจะพูดกันตามหลักวิชาการแล้วริดสีดวงทวารเกิดจากเส้นเลือดแถวทวารหนักตีบตัน ทำให้การไหลเวียนของเลือดต่ำ ไม่ได้เกิดจากการเสียดสีของเสื้อผ้าที่ใส่ แต่เป็นไปได้เรื่องการทำให้เกิดแผลติดเชื้อและเกิดการอักเสบ แต่ถ้าคนเป็นโรคริดสีดวงทวารอยู่แล้วและแผลปูดนูนออกมาด้านนอก ตรงนี้ถึงไม่ห้ามก็คงไม่มีใครกล้าใส่ เพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองและเจ็บมาก ถ้าผู้สวมใส่ไม่เลือกขนาดให้พอดี เช่นอาจจะเล็กเกินไป ก็อาจจะทำให้เกิดอาการรัดตึงเสียดสี จนทำให้เกิดแผลและเกิดการติดเชื้อได้

     ฉะนั้นเเล้ว จีสตริง จึงไม่น่าเป็นห่วงสำหรับคนที่ดูแลความสะอาดเป็นอย่างดี แม้ว่าจะยังไม่มีใครยืนยันได้ว่า จีสตริง จะนำพาสารพัดโรคเข้าสู่ร่างกาย แต่ผู้ที่สวมใส่ก็ควรจะใส่ใจและระมัดระวัง กันนะจ๊ะ


 

women.mthai

 

 

เอสเตร่า จาก ตู้เสื้อผ้า สู่ ศิลปะ ร่วมสมัย

November 24th, 2009 by womenblogs

เอสเตร่า จาก ตู้เสื้อผ้า สู่ ศิลปะ ร่วมสมัย

 

เอสเตร่า

      ตามรอย เอสเตร่า สาวสวยเปรี้ยว เริ่ด เชิด แต่เปิ่นสุดๆ เธอคือคาแรคเตอร์ไอเดียไทย ที่แบกรับภารกิจหินๆ ว่าด้วยศิลปวัฒนธรรม

 

 

 

     เบื้องหน้าเธอ คือ ราชินีแดนซ์ฟลอร์ กับลุคเปรี้ยว เริ่ด เชิด สวย แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังที่เป็นตัวตนจริงๆ ของเธอนั้น ตรงกันข้ามแบบสุดๆ เพราะเธอคือสาวน้อยจอมเปิ่น

 

     ขัดแย้งในตัวเองซะขนาดนี้ มาดูกันสิว่า คุณเอสเตร่า ของเราจะเอาตัวรอดไปได้แค่ไหน แล้วการเดินทางตามฝัน ที่จะเป็นนักพิพิธภัณฑ์ชั้นนำของเมืองไทยจะโหด มัน ฮา ยังไง เธอจะเอาความรู้ในงานศิลปะ และความรักพิพิธภัณฑ์มาช่วยแก้ปัญหาวุ่นๆ ในเรื่องในชีวิตประจำวันได้ขนาดไหน

 

เอสเตร่า

 

 

     ใครเลยจะคิดว่าตัวการ์ตูนเอสเตร่าที่เกิดขึ้นเพื่อเป็นสื่อในการเชิญชวนให้ผู้คนไปรื่นรมย์กับงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ วันนี้จะกลายเป็นดาราขึ้นปกซีดีเพลงบอสซาโนว่าของยูนิเวอร์แซล มิวสิค ติดต่อกันถึง 3 ชุด แถมล่าสุดยังสวมเครื่องแต่งกายของห้องเสื้อ Kloset ขึ้นปกซีดี และยังไปเป็นนางแบบบนกระเป๋าผ้าของ Kloset ที่กำลังออกวางจำหน่ายเป็นลิมิเต็ดคอลเลคชั่นเมื่อไม่กี่วันมานี้

     เอสเตร่า คือใคร และ ใครกันที่ผลักดันให้เอสเตร่าโด่งดังขึ้นมาในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งปี …ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้เอสเตร่ามีแฟนคลับ ถึงขนาดชวนกันไปชมคอนเสิร์ต และเที่ยวพิพิธภัณฑ์กันมาแล้ว

 

 

กำเนิดในร้านกาแฟ

      วันหนึ่งในร้านกาแฟย่านสยามสแควร์ หทัยรัตน์ และ โอ๊ต มณเฑียร  สองพี่น้องที่อายุห่างกันราวสิบปี หากสนิทสนมกันราวเพื่อนสนิทกำลังนั่งคุยกันไปเรื่อยเปื่อย

 

เอสเตร่า

 

      “จู่ๆ โอ๊ตก็บอกว่าชีวิตพี่ดาวนี่ตลกจังเลยนะน่าวาดเป็นการ์ตูน แล้วเขาก็หยิบสมุดขึ้นมาสเกตช์เป็นการ์ตูนที่มีคาแรคเตอร์เป็นดาว เราเรียกเธอว่าน้องเอส หรือ เอสเตร่า ซึ่งแปลว่า ดาว เป็นชื่อที่เพื่อนๆ เรียกตอนที่ไปเรียนเอเอฟเอสที่เวเนซุเอลาเมื่อตอนอายุ 16″ หทัยรัตน์ บอกกับเรา

 

      หลังจากนั้นไม่นาน โอ๊ต  หนุ่มน้อยที่เรียนจบปริญญาตรีกราฟฟิกดีไซน์จาก Raffles College of Design and Commerce ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย ในวัยแค่ 19 ปี ก็เข้าไปอ่านบล็อกของพี่ดาวที่เขียนถึงตัวเองว่า ชีวิตเริ่มต้นที่ตู้เสื้อผ้า

 

      และแล้ว…เอสเตร่า สาวเริด เชิด สวย แต่โก๊ะ ก็กลายเป็นพรีเซ็นเตอร์ของกลุ่ม B Muse ที่พี่สาวก่อตั้งขึ้น โดยมี โอ๊ต เป็นคนวาดการ์ตูน ส่วนหทัยรัตน์เป็นคนเขียนเนื้อเรื่อง

 

       B Muse เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักในงานพิพิธภัณฑ์ มารวมตัวกันพัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อสร้างวัฒนธรรมการไปพิพิธภัณฑ์ของคนไทยให้ขยายวงกว้างขึ้น ตั้งต้นกับโครงการชื่อ ไปพิพิธภัณฑ์แล้วหัวใจเบิกบาน “เราอยากชี้ให้คนในสังคมเห็นว่า การไปพิพิธภัณฑ์เป็นเรื่องใกล้ตัว”

 

เอสเตร่า

 

ชีวิตเริ่มต้นที่ตู้เสื้อผ้า

    หทัยรัตน์ บอกว่าแม้จะเรียนจบปริญญาตรีจากคณะโบราณคดี เอกประวัติศาสตร์ศิลปะ มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ก็ไม่ได้สนใจเรื่องพิพิธภัณฑ์มากเท่าไรจนกระทั่งไปเรียนภาษาอังกฤษ ที่สหรัฐอเมริกา

     “ตอนปี 2000 ได้ไปพิพิธภัณฑ์ที่ Getty Center นั่นเป็นจุดที่ทำให้ดาวเปลี่ยนใจเลย แม้ตอนนั้นยังไม่ได้สนใจเรื่องคอลเลคชั่น แต่ก็ประทับใจในความเป็นพิพิธภัณฑ์แล้ว ความรื่นรมย์ภายในทำให้เราอยู่แล้วมีความสุข เขามีโปรแกรมต่างๆ ให้ดูมีการเชื่อมโยงกันระหว่างด้านในและด้านนอก คาเฟ่ก็น่ารัก ร้านหนังสือก็ดี ทำให้รู้สึกว่า นี่แหละคือสิ่งที่เราตามหา” จากนั้นจึงตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทด้าน Museum Study ที่ Amsterdam School of the Art ประเทศเนเธอร์แลนด์ โรงเรียนที่สอนวิชาการพิพิธภัณฑ์โดยเฉพาะ

 

     เรียบจบกลับมาเมืองไทย เธอจึงจัดตั้งกลุ่ม B Muse ขึ้นมาเพื่อหาวิธีทำให้คนไทยไปพิพิธภัณฑ์มากขึ้น โดยมีสมาชิกเริ่มแรก 2 คน คือ เธอ กับ โอ๊ต

         “โอ๊ต วาดการ์ตูนเอสเตร่า เรื่องชีวิตเริ่มต้นที่ตู้เสื้อผ้า ดาวก็เขียนเนื้อหาโดยหยิบยกเอาเรื่องของการจัดการพิพิธภัณฑ์มาเปรียบเทียบกับการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน”

 

          ถามว่าทำไมต้องเริ่มต้นที่ตู้เสื้อผ้า เธอบอกว่า “เพราะเวลาที่ตู้เสื้อผ้ามันเรียบร้อยมันรู้สึกว่าชีวิตเริ่มต้น เหมือนเป็นความสงบภายใน บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับดาวเองเรื่องแต่งตัวเป็นเรื่องสำคัญ ตู้เสื้อผ้าของคนอื่นอาจจัดตามแฟชั่นแต่ของดาวจัดตามสีค่ะ

 

เอสเตร่า

 

        “บางวันตื่นขึ้นมาวันนี้จะใส่สีอะไรดีนะ จัดตู้เสื้อผ้าจะทำเวลาที่เราสับสน การพับผ้าเหมือนเป็นการทำสมาธิ คนอื่นอาจคุกกิ้ง วาดรูป แต่ดาวจัดตู้เสื้อผ้า

 

            “เริ่มคิดว่า เอ๊ะ ต้องหยิบง่าย สะดวกในการเลือก และสวยงาม แล้วเราก็มาเปรียบเทียบกับการจัดการในมิวเซียม ว่าเขาทำกันอย่างไร บางที่จัดเป็นเกรด เกรด A มาสเตอร์พีซ สิ่งที่เราเห็นในมิวเซียม ไม่ว่าจะเป็นบริติชมิวเซียม หรือที่ไหนๆ นั้นเป็นเพียงแต่ 5 -7 เปอร์เซ็นต์ของคอลเลคชั่นที่เขามี แล้วเขาจะจัดการกับสิ่งของที่มีหลายล้านชิ้นอย่างไร

 

“เราก็มาใช้กับการจัดตู้เสื้อผ้าตัวเอง แบ่งเป็นลิสต์เอ สวยเลิศเลอเพอร์เฟกต์ ลิสต์บีก็เป็นร้อยเก้าสิบเก้า เอาไว้ใส่อยู่บ้านลงมากินกาแฟกับเพื่อน ลิสต์ซีอาจเป็นเสื้อผ้าหน้าหนาวตามซีซัน ลิสต์ดีคือไม่ใส่แล้วแต่ยังมีอีโมชั่นแนลอยู่ เช่น เคยใส่ไปเดทกับคนนี้อยู่ หรือมีความหมายที่ยังทิ้งไม่ได้ เป็นคอลเลคชั่นส่วนตัว เป็นขำๆ เพื่อนก็บอกว่าเป็นเรื่องเป็นราว สุดท้ายมีประมวลผลว่า ลิสต์เอรวมกันได้ 24 ชิ้น ลิสต์บี 160 ชิ้น ประสิทธิภาพในการซื้อเสื้อผ้าอยู่ในขั้นวิกฤติ
เปรียบเทียบกับในพิพิธภัณฑ์ กลุ่ม A ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้นำมาจัดแสดงนิทรรศการถาวร  กลุ่ม B จัดแบบหมุนเวียน ความสำคัญรองลงมา CDE เก็บคลังเพื่อศึกษาวิจัย”

การ์ตูนเรื่องนี้ดาวและน้องทุบกระปุกตัวเองจัดพิมพ์ออกมา 1,000 เล่ม ขายเล่มละ 50 บาท โดยวางแผนไปเปิดตัวกันที่งานแฟตเฟสติวัล ศูนย์รวมของกลุ่มเป้าหมาย

 

กลายมาเป็นสาวบอสซ่า

              สองพี่น้องเปิดบูธ ในงานแฟตเฟสติวัล ปี 2008 โดยมีบอร์ดรูปการ์ตูนเอสเตร่าขนาดใหญ่ พร้อมจำหน่ายการ์ตูน เส้นทางของ เอสเตร่า ก็เกิดการหักเหอย่างคาดไม่ถึง

“วันนั้น คุณปิง ธนากร เป็นมาร์เก็ตติ้งเมเนเจอร์ ของค่ายเพลงยูนิเวอร์แซล เจอตัวเอสเตร่า วันนั้นเรามีบอร์ดใหญ่มาก ทุกคนมาถ่ายรูปกับเอสเตร่า คุณปิงก็เดินมาถามว่า ถ้าจะให้วาดเป็นซีรีส์คอลเลคชั่นได้มั้ย โอ๊ตก็บอกว่าได้ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร จบงานเราก็เก็บบูธกลับบ้านไม่ได้คิดอะไร แต่เออ…เราได้ทำอะไรบางอย่าง พ่อ แม่ก็งงๆ ว่า ลูกมาทำอะไรแต่เขาก็ซัพพอร์ต

“ไม่นานคุณปิงก็ติดต่อมาว่าเอาจริงนะให้ทำเป็นซีรีส์ ข้างในมีการ์ตูนด้วยได้มั้ย เลยออกมาเป็นชุดแรก คือ Cool Bossa เขาบอกคอนเซปต์มา วิธีการทำงานกับยูนิเวอร์แซลนี่น่ารักมากเลย ชุดแรกคอนเซปต์คือไปทะเล  เนื้อหาในการ์ตูนเราก็เลยใส่เรื่องราวเหล่านี้เข้าไปด้วย สาวน้อยผู้รักศิลปะสุดหัวใจ ชีวิตสาวเมืองสวยหรูช่างดูดี แต่งตัวสวย มีปาร์ตี้ ได้เงินเยอะ แต่ความจริงแล้วก็ทำงานหนัก เจอแต่โฆษณาตลอดชีวิต งานยุ่งเจ็ดวัน ทะเลที่ได้เห็นคือทะเลที่อยู่ในจอคอมพิวเตอร์

 

“ดาวก็มาเล่นกับ beat Theraphy เอาเนื้อหาวิชาการมาเลยว่าเวลาที่เราเครียดๆ ได้มาฟังเพลงเบาๆ จะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย จังหวะของบีทดนตรีที่เต้นตรงกับจังหวะหัวใจเราเป็นจุดสมดุลที่ทำให้ร่างกายเราผ่อนคลายที่สุด เราก็หยิบคอนเทนท์นี้มาทำเป็นการ์ตูน คนเราบางทีไม่ต้องการอะไรมากแค่ได้มีเวลาให้ตัวเองสักเสี้ยวนาที

“คือ ดาวเชื่อว่า I believe in art อาร์ตมันเป็นประตูแรกที่นำไปสู่แฮปปิเนส นำเราไปสู่อัลเทอร์เนทีฟโซไซตี้ เพราะดาวเชื่อว่า การที่ได้รัก ชื่นชม ดูงานศิลปะ ทำงานศิลปะทำให้เรามีจิตใจที่ดีมีฮาร์โมนี ทำให้มีความอยากได้น้อยลง ลดการแย่งชิงเพราะว่าเรามีความสุขอยู่แล้ว ดาวพยายามใส่ตัววิชั่นนี้ไปทุกๆ ที่”

เอสเตร่า ชุด คูลบอสซ่า ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ชุดที่สอง สวีต บอสซ่า จึงตามมาในเวลาไม่นาน ตามด้วยชุดที่สามที่เพิ่มความชิค และ แฟชั่นลงไปด้วย

 

 

เอสเตร่า

 

            ชุดที่สองเป็นสวีทบอสซ่า มีการ์ตูนเอสเตร่าเล่าเรื่องดนตรีบอสซ่า เนื้อหาขยับขึ้นมาเข้มข้นขึ้นมาว่า ดนตรีบอสซ่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองนะ

         อีนสามเริ่มเบื่อฟอร์แมตเดิม เราบอกว่าเขาเองว่าเราเอา ชิค บอสซ่า นะเราจะทำกับแบรนด์แฟชั่นเฮ้าส์ เขาก็ช่วยกันเลือกเพลงส่งลิสต์มาให้เราดู เราก็กรี๊ดแตก ใช่ๆ ต้องประมาณนี้

         แล้วก็แฟชั่นชิค เราจะร่วมงานกับใครดี ส่วนตัวปลื้ม Kloset มาก ก็เลยวิ่งไปหา พี่แก้ม มลลิกา เรืองกฤตยา แล้วเอาตัวเอสเตร่าไปพรีเซ้นท์ ทุกคนก็ชอบ บอกว่าเอา เราก็เลยมีการร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นด้วย นอกจากมีซีดี เลยมาเป็นปกซีดีชุด ชิค บอสซ่า เอสเตร่าสวมเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ของ kloset แล้วก็มีกระเป๋าลิมิเตทเอดิชั่น วางที่ร้าน Kloset สยามเซ็นเตอร์

 

เอสเตร่าโกอินเตอร์

      เอสเตร่า สาวบอสซ่าที่มาพร้อมเสียงเพลงและการ์ตูนแทรกให้อ่านคู่กับซีดีเพลง มีสัญญาขึ้นปกซีดีทั้งหมด 8 ชุด ภายในปี 2010 หลังจากนั้นยูนิเวอร์แซลจะปั้นให้เอสเตร่าออกไกด์บุ๊ค ฉบับเล็ก ควบคู่ไปกับซีดีเพลงชุดพิเศษ

    “เป็นหนังสือเล่มเล็กเขียนคู่กับเพลง  เช่น Soundtrack of London เราก็จะไปมิวเซียม เล่าเรื่องอาร์ต ดีไซน์ คุยกับดีไซเนอร์ โดยมีคาแรคเตอร์ตัวนี้ควบคู่ไปกับมีซีดีเพลงอยู่ในนั้น”

     เส้นทางจากตู้เสื้อผ้า แม้ว่าจะหักเหไปสู่ถนนสายดนตรี ขยับไปหาแฟชั่น แต่ความมุ่งมั่นของสาวเริ่ด เชิด หยิ่ง แต่โก๊ะ ผู้ต้องการเชิญชวนทุกคนมุ่งหน้าสู่พิพิธภัณฑ์ยังมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม…เรามาคอยเอาใจช่วยเอสเตร่ากันต่อไปว่าหนทางข้างหน้าจะพลิกผันมันฮาแค่ไหน

แฟชั่น สาวๆ ที่ทำหนุ่มๆ อารมณ์เสีย!!

November 24th, 2009 by womenblogs

 

 

แฟชั่น สาวๆ ที่ทำหนุ่มๆ อารมณ์เสีย!!
     วันนี้  women.mthai  แอบไปสืบเสาะเรื่องไม่ลับที่สาวๆ อยากรู้กัน จากหนุ่มโสดคลีโอ ปี 2009 มาให้…  ซึ่งเรื่องที่ว่านี้  ถ้าสาวๆ ได้รู้แล้ว รับรองบางคนถึงกับเสียเซลฟ์ จน

 

หน้าหงายกันเลยทีเดียวแน่ๆ  เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ เทรนด์ แฟชั่น ที่สาวๆ อย่างเราๆ คิดว่าที่แต่งนั่นน่ะ สวย เริ่ด เชิด แล้ว … แต่สำหรับบรรดาหนุ่มๆ เค้ากลับส่ายหน้า และรับไม่ได้ จนถึงขั้นอารมณ์เสียเลยนะ… มีอะไรบ้างลองมาดู

หนุ่มโสดคลีโอ 2009


พวกเค้าบอก…

 

+ส้นตึก
+ผมหน้าม้า
+เปิดหน้าอกมากเกินไป ใส่สั้นมากเกิน
+เสื้อผ้าน้อยชิ้น
+ใส่สูท
+ใส่น้ำหอมมากเกินไป
+สายคาดผมมั้งครับ
+ก๊อปปี้ดารามาใส่แล้วไม่เข้ากับตัวเอง

หนุ่มโสดคลีโอ 2009

พวกเค้าบอก…

+ใส่รองเท้าแตะไปทำงาน
+แต่งตัวเลอะเทอะมากๆ
+แต่งตัวโป๊ๆ รัดกุมหน่อยก็น่ารักได้
+กางเกงเอวต่ำ
+เซอร์แบบซกมก
+แต่งตัวตามเทรนด์ล่าสุด แต่ไม่ใช่สไตล์ของตัวเองเลย
+ผู้หญิงที่ใส่คอนแทคเลนส์ Big Eyes
+นุ่งสั้น ใส่เสื้อรัดๆ แต่งตัวเกินจริง

หนุ่มโสดคลีโอ 2009

พวกเค้าบอก…



+
เชือกคาดผมสไตล์โบฮีเมียน
+เสื้อสายเดี่ยว เสื้อคอเต่า
+โลกนี้ของฉันเป็นสีชมพูมากๆ
+ร็อคและพังค์
+พังค์และสก๊อย
+ชุดใหญ่ๆ เกินตัว
+กระโปรงและกางเกงเอวสูงๆ

หนุ่มโสดคลีโอ 2009

พวกเค้าบอก…


+แต่งโป๊ ส้นตึก
+แฟชั่นเอวสูงครับ เพราะผู้หญิงบางคนตัวเล็กเลยจะดูสั้นๆ ไป
+แต่งตัวหรือทำตัวตามคนอื่น ที่ไม่ใช่ตัวเอง
+เจาะลิ้น เจาะจมูก
+ใส่ส้นสูงที่สูงเกินไป
+แอ๊บแบ๊ว
+กระโปรงสั้น  เสื้อสายเดี่ยว
พังค์ๆ

     เป็นไปได้ยังไงกันเนี่ยว่ามั้ยคะ ก็พวกเรามั่นอกมั่นใจมากๆ นี่นา ว่าที่เราบรรจงคัดสรรค์ แฟชั่น อินเทรนด์ ออกจะเริ่ด และน่าจะเตะตาหนุ่มๆ แน่นอน เฮ้อออ… แต่ก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปนะคะ เพราะนี่เป็นเพียงผู้ชายส่วนหนึ่ง ที่เค้าออกมาแสดงความคิดเห็น อาจจะยังมีผู้ชายอีกหลายคนที่ชอบก็ได้…  เพราะฉะนั้น เป็นตัวของตัวเองดีที่สุดค่ะ 

แต่ถ้า

 

อยากรู้ว่าทำยังไง ถึงจะได้เป็นสาวในฝันของหนุ่มๆ ทั้ง 50 คน ล่ะก็
คลิ๊กไปอ่านต่อแบบเต็มๆ ของหนุ่มแต่ละคนเลยค่า…

women.mthai

วิธี ปฏิบัติ ก่อนซื้อ อาหาร นอกบ้าน

November 24th, 2009 by womenblogs

 ใครที่ต้องซื้ออาหารนอกบ้านเป็นประจำ วันนี้ เดลินิวส์ออนไลน์ มีวิธีสังเกตุเลือกอาหารคุณภาพมาฝาก…

 

 

  - อ่านฉลากก่อนซื้อ ดูคุณค่าของสารอาหารในฉลากโภชนาการ ชื่ออาหาร ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต วันเดือนปีที่หมดอายุ และต้องมีเครื่องหมาย อย.

  - สังเกตภาชนะบรรจุ ต้องอยู่ในลักษณะที่ดีและสะอาด เช่น เครื่องดื่มอยู่ในภาชนะที่ปิดสนิท กระป๋องอยู่ในสภาพดี ไม่บุบ

  - สังเกตลักษณะของอาหาร สี กลิ่น และรส ต้องไม่มีความผิดปกติจากธรรมชาติ หรือเปลี่ยนแปลงจากลักษณะเดิม เช่น กลิ่นหืนหรือเหม็นเปรี้ยว หรือสีสันฉูดฉาด ควรเลือกซื้ออาหารที่ใช้สีจากธรรมชาติ

  - สังเกตความสะอาด ขั้นตอนการเตรียมอาหาร สถานที่เตรียมอาหาร การล้าง การปรุง และความสะอาดของผู้ขาย

women.mthai

พาเหรด ชุดชั้นใน สุดสยิว

November 24th, 2009 by womenblogs

ชุดชั้นใน

     หน้าห้างสรรพสินค้าเซลฟริดจ์ ในกรุงลอนดอน เมืองผู้ดี ปรากฏ ขบวน พาเหรดสุดสยิวของสาว ๆ หุ่นชวนมองสีหน้าเคร่งขรึมดุดันใน ชุดชั้นใน หนังสีดำเซ็กซี่ เช่นเดียวกับรองเท้าบู๊ท และแว่นกันแดดกับหมวกทรงนักบินคลุมโทนดำน่าค้นหา

 

    พวกเธอตั้งแถวจัดขบวนกันมาเป็นอย่างดี โดยจะประจำการอยู่ด้านหน้าทางเข้าห้างสรรพสินค้า รอจนกว่ารถจะจอดติด พวกเธอจึงจะเคลื่อนขบวนพาเหรดออกไปยืนให้ยลโฉม ชุดชั้นใน บริเวณริมทางเท้า พร้อมโบกสะบัดธงเชื้อเชิญให้ผู้คนแวะเข้าไปช้อปปิ้ง ชุดชั้นใน คอลเลคชั่น ยั่วเย้าในห้างสรรสินค้าแห่งนี้

 

ชุดชั้นใน

 

    กระทั่งรถที่จอดติดเริ่มขยับ พวกเธอก็จะยกทัพหันหลังโชว์ความเซ็กซี่อีกด้านไปพร้อม ๆ กับการเคลื่อนขบวนไปประจำในตำแหน่งเดิม

 

ชุดชั้นใน

 

     สงสัยการจราจรหน้าห้างสรรพสินค้าคงติดขัดหนักและอาจกระทบเป็นวงกว้าง เพราะหนุ่ม ๆ คงอยากจอดดูนิ่ง ๆ ให้นานที่สุด.

women.mthai

เสริมสวย 7 แบบนี้ ผิดมหันต์

November 24th, 2009 by womenblogs

แต่งตัว

     ไม่ใช่ว่าการประโคมแต่งเสียเต็มที่จะเป็นเรื่องที่ส่งเสริมเติมแต่งความงามของคุณยิ่งๆ ขึ้นไป เพราะถ้าแต่งมากไปก็จะดูเกินงาม หรืองามแบบล้นพ้นแย่งกันสวยเสียจนระรานตาไปหมด หรือบ้างก็ประทินแต่งแบบไร้เทสต์ ความสวยที่ติดตัวกายมาตั้งแต่กำเนิดก็เลยดูปิดบังด้วยการแต่งตัวอันไร้รสนิยมไปเสียหมด

 

  สีสันที่ดันกลืนความสวยของคุณ
   จะว่าไปแล้วสีผิวแต่ละสีไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาให้ใส่เสื้อผ้าได้ทุกเฉดสี เสื้อผ้าสีสดๆ ที่เราเห็นนางแบบใส่แล้วดูดี อาจจะดูตรงกันข้ามเมื่อมาอยู่บนตัวคุณก็ได้ ควรกล้าที่จะลองสีที่แตกต่าง ขณะเดียวกันก็ยึดเฉดสีที่ดูดีสำหรับคุณไว้เป็นเกณฑ์ เพื่อจะได้ไม่เสียเงินไปเปล่าๆ แล้วดันได้เสื้อผ้าในเฉดสีที่ข่มให้ดับมากกว่าขับให้เด่น

แต่งหน้า  ขนาดที่อาจจะทำให้คุณพลาดสวย
   จำไว้ว่าถ้าเสื้อผ้าไม่พอดีกับตัวคุณ ก็อย่าใส่เสียเลยจะดีกว่า เพราะการย่อตัวจนหดเล็กอยู่ในเสื้อผ้าที่เล็กกว่าไซส์ที่คุณควรใส่ นอกจากทำให้กินไม่ได้เต็มที่แล้ว อาจดูเหมือนคุณกินมากเกินไปจนเใส่เสื้อผ้าแล้วปลิ้นลิ้นหรือเปล่า ดังนั้นควรเลือกเสื้อผ้าโดยลองให้พอดีมากกว่ายึดไซส์เป็นเกณฑ์เพราะเสื้อผ้าแต่ละแบรนด์ก็ไม่ได้ยึดมาตรฐานเดียวกันเท่าไหร่ ดังนั้นเสื้อผ้าเสื้อผ้าไซส์ s ของยี่ห้อหนึ่งอาจใหญ่กว่าอีกยี่ห้อได้ และถ้าเป็นกางเกงอย่างน้อยควรลองนั่งดูว่าไม่เกิดการดึงรั้งแต่อย่างใด อย่าทรมานตัวเองเลย

  แต่งหน้าอำพรางความงามซะเฉยๆ
   ต้องดูด้วยนะคะว่าตอนกลางวันหรือกลางคืน ถ้าเป็นกลางวันควรจะแต่งแบบบางเบา เพราะจะเห็นได้ชัดอยู่แล้ว ส่วนกลางคืนก็แต่งเข้มหน่อย ปกติเราก็จะเปลี่ยนเสื้อผ้าตามกิจกรรมที่ทำอยู่แล้ว เมคอัพก็ควรเปลี่ยนตามนั้นเช่นกัน อย่างถ้าจะแต่งปากดำก็เหลือบดูคนรอบข้างนิดหนึ่งว่ายุคนี้สมัยนี้เขาแต่งกันอย่างไรแล้ว หรือบางคนเน้นประโคมพอกหน้าเสียจนบิดเบือนความงามที่อยู่ตามธรรมชาติ

  ถุงน่องกลายเป็นถุงพันน่อง
   บางคนชอบใส่ถุงน่องเพื่อปกปิดจุดด้อยที่เรียวขา แต่เราก็ต้องมีเทคนิคในการเลือกถุงน่องที่ใส่ด้วย การเลือกถุงน่องที่สีเดียวกับรองเท้าและชายกระโปรงจะทำให้คุณดูสูงชะลูดและผอมเพรียวขึ้นทันตา ถ้าสวมกระโปรงและรองเท้าสีดำ เราก็ควรเลือกใส่ถุงน่องเนื้อดำวาวก็จะดูเก๋ขึ้นมาทันที ถ้าสวมเดรสสีฟ้าสดกับรองเท้าที่ออกเขียวควรเลือกถุงน่องเขียว ไม่ใช่ถุงน่องดำเสียตลอดเพราะต้องการซ่อนน่องโตๆ ของคุณ แต่คุณรู้หรือเปล่าว่าถ้าคุณไม่ได้ใส่กระโปรงและรองเท้าดำ แต่ดันสวมถุงน่องดำนั้นจะเป็นการดึงสายตาทุกคู่มาสนใจขาของคุณอย่างเลี่ยงไม่ได้

  เล็บที่ทำให้ดูไม่เป็นเซเล็บเสียเลย
   ควรที่จะดูแลเล็บให้สะอาด ตัดแต่งเสมอ พกกรรไกรตัดเล็บหรืออุปกรณ์ติดตัวไว้บ้างเพื่อต้องการใช้ฉุกเฉิน ตกแต่งทับส่วนที่หัก และเช็ดคราบสีเดิมออก ถ้าทำงานในส่วนธุรกิจควรเลือกสีเล็บที่ไม่ต้องฉูดฉาดมากนักเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และเก็บสไตล์มันส์ๆ ไว้แต่งตอนสุดสัปดาห์จะดีกว่า สำหรับคนที่นิยมการทาเล็บก็มิควรปล่อยให้สีเล็บหลุดลอกถลอกปอกเปิกเอากันเข้านะ มันจะทำให้คุณดูเป็นคนสกปรกแบบมีเศษอะไรติดเล็บเอา

  ซับในที่ดูดซับความสวย
   สำหรับคนที่ต้องใส่ซับใน โชคอาจไม่เข้าข้าง เพราะซับในที่ผลิตออกมาวางจำหน่ายคงไม่พอดีกับทุกระดับความยาวของกระโปรงที่คุณมี ดังนั้นควรซื้อไว้หลายระดับความยาว และเปลี่ยนทันทีเมื่อยางยืดเริ่มหย่อนยาน ควรซื้อซับในสีที่คุณมักใช้ประจำอย่างสีดำ สีกรมท่า สีเบจ และสีขาว ทีนี้คุณก็จะหมดกังวลว่าซับในของคุณจะมาบดบังความสวยงามของชุดแล้ว

  ผมเผ้าที่ชำเราความสวย
   สีผมเป็นสิ่งที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับคุณอย่างมาก อาจทำให้คุณรุ่งหรือดับไปเลยก็ได้ ถ้าเลือกสีผมที่เข้ากับใบหน้าก็จะทำให้หน้าคุณดูสว่าง มีลุคส์ที่ทันสมัยมากขึ้น แต่อาจจะเปลืองงบประมาณสักหน่อย ไม่ว่าจะเป็นสีอะไรที่คุณเหลือกก็ควรเข้ากับสีผิวคุณด้วย และที่สำคัญก็หมั่นดูแลสุขภาพเส้นผมไม่ให้แห้งเสีย หยาบกระด้างเพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้คุณยิ่งดูดีขึ้นอีกด้วย

women.mthai

อยากผอม ใช้เทคนิคโกงง่ายๆ

November 24th, 2009 by womenblogs

เสื้อลายทาง

     ความขี้โกงไม่ใช่จะเลวร้ายเสมอไป ถ้าโกงแบบมีเทคนิค ก็ดูผอมเอาง่ายๆ

 

  1. เลิกใส่กำไลข้อเท้า
      กำไลข้อเท้าจะทำให้คนใส่ดูตัวเตี้ย อ้วนตันกะทันหัน แถมยังเป็นการดึงสายตาคนดูให้มองไปที่น่องอวบๆ ชวนให้นึกถึงข้าวขาหมูของคุณอีกด้วย

  2. งดกำไลอันโตๆ
      ถ้าคุณมีแขนเพรียวเรียวงามก็ไปอย่าง แต่สาวอ้วนลำแขนเป็นปล้องๆ จะดับสนิทถ้ามีกำไลอันโตๆ มาคล้องเรียกร้องความสนใจอยู่ที่ข้อมือ ถ้ารักจะใส่กันจริงๆ สาวเจ้าเนื้อควรใส่กำไลเส้นบางๆ บางที่สุดเท่าที่จะบางได้นั่นเลย

  3. เมคอัพเป็นธรรมชาติ
      เคยเห็นก้อนขนมเปี๊ยะที่ป้ายจุดแดงเอาไว้สองแต้มไหม คุณจะกลายเป็นอย่างนั้นไปในทันทีถ้าเผลอโบ๊ะหน้าด้วยสีสดๆ จัดจ้าน สาวอวบจะมีแก้มมาก คางก็ห้อย ตาตี่ (เพราะแก้มเบียด) ฉะนั้นวิธีแต่งหน้าที่ดีที่สุดคือแต่งหน้าด้วยโทนสว่างเป็นธรรมชาติ ส่วนที่ปากก็ใช้สีอ่อนๆ เข้าไว้ เพื่อไม่ให้คางสองชั้นกลายเป็นจุดเด่น และพยายามใช้มาสคาร่าเน้นดวงตาให้กลมโตกว่าความเป็นจริง จะช่วยให้ดูน่ารักสดใสขึ้น

  4. สีดำล้ำเลิศ
      สีดำนี่ล่ะคือแฟชั่นที่ไม่มีวันตาย และยังช่วยให้คนใส่ดูผอมลงอย่างน้อยๆ ก็ครึ่งกิโล โดยไม่ต้องทำอะไรเลย

  5. แต่งตัวสีเดียวกัน
      ไม่จำเป็นต้องสีเดียวกันเป๊ะทั้งตัว อาจจะไล่เฉดสีอ่อนแก่ให้ดูสนุกขึ้น หรือเลือกใช้สีอื่นที่ใกล้เคียงกันที่สุดมามิกซ์แอนด์แมทช์กันเข้าไป เสื้อผ้าสีเดียวกันจะพรางให้คุณดูชะลูดขึ้นโดยไม่เน้นหน้าท้อง ต้นแขน หรือส่วนอื่นๆ ที่คุณอยากจะซ่อน

  6. ส้นสูงชนะเลิศ
      ธิดาช้างทั้งหลายไม่ควรฝากชีวิตเอาไว้กับรองเท้าส้นเตี้ย เพราะมันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย แต่ควรจะใส่เป็นส้นสูงที่ไม่สูงเกิน 1 นิ้วครึ่ง เพราะสาวอวบจะมีปัญหาเรื่องข้อเข่าเสื่อมอยู่แล้ว จึงไม่ควรเอาส้นสูงปรี๊ดไปเพิ่มภาระให้กระดูกอีกโดยไม่จำเป็น ส่วนรองเท้าส้นตัน ส้นตึกนั้นเป็นศัตรูของคุณ มันจะทำให้คุณตันเป็นแท่งสี่เหลี่ยมเดินได้ไปในบัดดล

  7. เลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่
      ถ้าไปนอกบ้านอย่าพยายามนั่งเก้าอี้ไซส์มินิกระจุ๋มกระจิ๋มที่สาวบอบบางเขานั่งกัน แต่ควรจะเลือกเก้าอี้ตัวโตๆ ที่จะข่มความกำยำของคุณให้เล็กลง จะได้หลอกตากหนุ่มๆ ได้ว่าคุณก็ไม่ได้เจ้าเนื้ออะไรนักหนาหรอก

  8. ลายทางเท่านั้น
      ที่จริงแล้วคนอ้วนก็ใส่เสื้อผ้าลายๆ ได้ เพียงแต่ต้องเลือกลายที่ไม่ให้เสียลุคส์ อย่างเช่น ลายทาง หรือลายเล็กๆ กระจายห่างๆ ส่วนลายที่ใส่เมือไรหมดอนาคตเมื่อนั้นต้องยกให้ลายขวาง เพราะมันจะเน้นความกว้างของลำตัวทำให้คุณดูอ้วน

  9. เลือกแสกให้ผอม
      ใบหน้ากลมๆ จะกลายเป็นขนมเค้ก ถ้ามาพบกับผมแสกกลาง คนอ้วนควรจะเลือกแสกข้าง แล้วปล่อยยาวให้เส้นผมช่วยปิดแก้มไว้จะดีกว่า อีกทรงหนึ่งที่ขอห้ามเด็ดขาดคือทรงรวบหมดแล้วมัดเป็นหางม้า ยกเว้นคุณตั้งใจจะประกาศให้โลกรู้ว่าถึงเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์แล้วจ้า

women.mthai

« Previous Entries Next Entries »