แต่งงานแบบพิธีจีน

July 13th, 2009 by womenblogs

หัน หน้าไปทางไหน ก็มีอาหมวยอาตี๋ให้เห็นอยู่ทั่วไป คำว่าจีนพี่ ไทยน้องไม่ผิดจากปากผู้ใหญ่นัก แต่ถึงแม้จะใกล้ชิดสนิทเชื้อกันแค่ไหน เมื่อว่ากันเรื่องพิธีแต่งงานตามประเพณีจีนที่ถูกต้องก็เล่นเอามึนตึบไปหลาย นาทีเหมือนกัน WE จึงเชิญคุณจิตรา ก่อนันทเกียรติ ผู้ซึ่งนิยมเรียกตัวเองว่า “นักสะสมความรู้เรื่องจีน” มาให้คำแนะนำ

แต่งงานแบบพิธีจีน

ธรรมเนียมแปลว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่นิยมทำ สำหรับธรรมเนียมการแต่งงานแบบจีนนั้นเป็นตัวอย่างธรรมเนียมที่มีการปรับไป เรื่อยๆ ตามยุคสมัยและความนิยม แล้วแต่สถานะภาพของทั้งฝ่ายหญิงและชาย
มาถึงยุคนี้ ถามว่าคนแซ่เดียวกันแต่งงานกันเองได้ไหม…ตราบใดที่ไม่ใช่พี่น้อง ไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้องก็หยวนๆ แต่งงานกันได้ ไม่เป็นไร เพราะแต่ละสกุลเริ่มใหญ่ขึ้น หรือบางสกุลใหญ่มาก ไล่นับญาติกันแทบไม่ถูก

ธรรมเนียมถูกปรับอยู่ตลอดเวลา
จากประสบการณ์การเป็นพิธีกรในงานแต่งงานแบบจีนมาไม่น้อย บอกได้เลยว่าใน 10 ครั้ง ต้องมี 9 ครั้งที่แตกต่าง เพราะธรรมเนียมต้องปรับไปเรื่อยตามยุคสมัย ถ้ายังเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ก็คงไม่มีใครตำหนิ อย่างเช่นเรื่องการเตรียมขนมหวานบอกว่าบางบ้านต้องมี 5 สี 5 อย่าง บางบ้านต้องมี 4 สี 4 อย่าง ส่วนถ้าถามว่าบ้านไหนถูก คุณจิตราบอกว่าขอให้มีขนมก็แล้วกัน
สมัยก่อนหมั้นก่อนเป็นเดือนแล้วค่อยแต่ง เดี๋ยวนี้หมั้นเช้าแต่งเย็น แถมมีแบบไม่หมั้นแต่แต่งเลยก็มี บางยุคพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาวเตรียมข้าวของของหมั้นให้เยอะมากจนถึงโลงศพก็มี เพื่อไม่ให้ฝ่ายชายมาดูถูกลูกสาวเขาได้ว่าพ่อแม่ไม่ดูแลรับผิดชอบ แต่ปัจจุบันไม่ต้องทำถึงขนาดนั้น

แต่งงานแบบพิธีจีน

เรื่องไหนห้ามผิด เรื่องไหนห้ามขาด คุณจิตราบอกว่า
ทุก วันนี้การจัดงานแต่งงานไม่ว่าแบบจีน แบบไทย แบบคริสต์ ล้วนมีมีออร์แกนไนเซอร์เข้ามาเป็นคนกลางจัดให้เสร็จสรรพ บางครั้งคนเหล่านี้ไม่รู้จักธรรมเนียมที่แท้จริง หยิบธรรมเนียมจีนมาผสมกับของไทยให้มั่ว เคยไปบางงานติดตัวหนังสือซังฮี่กลับหัวกลับหางก็ไม่มีใครรู้ แต่เรื่องแบบนี้ไม่รู้ก็แล้วไป แต่ถ้ามีคนรู้แล้วทักต้องจัดให้ถูกต้อง เพราะวันมงคลไม่มีใครต่อว่ากัน ตามคำจีนที่เขาบอกไว้ว่าก่วยๆ หยวนๆ แปลว่าง่ายๆ ไม่เป็นไร
เพราะฉะนั้นในวันแต่งงานไม่มีคำว่า ‘ผิดไม่ได้’ มีแต่สิ่งที่ห้ามขาด อย่างเช่น ต้องมีสีแดง มีสีทองเยอะๆ และทุกอย่างต้องเป็นเลขคู่ ห้ามขาดเลข 4
สำหรับสินสอดทองหมั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร มีก็ดี ไม่มีก็ไม่ผิด เพราะตราบใดที่ช่วยกันทำมาหากินก็รวยได้ บางคนสินสอดเยอะแยะแต่จัดการเรื่องเงินเรื่องทองไม่ลงตัว เลิกกันก็เยอะแยะ

หัวใจหลักของการแต่งงานแบบจีน
สิ่งสำคัญของการแต่งงานไม่ใช่เรื่องของการเตรียมสิ่งของให้พร้อม แต่อยู่ที่การให้เกียรติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายมากกว่า ควรถามญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายว่าอยากเห็นอะไรในธรรมเนียมจีน สิ่งไหนที่อยากให้ทำเพื่อความสบายใจบ้าง ถ้าฝ่ายหญิงมีอาม่า มักมีธรรมเนียมค่าน้ำนมข้าวป้อน หรืออั่งเปาค่าน้ำนม เพราะเคยช่วยเลี้ยงหลานคนนี้มา หรือถ้าอาม่าอยากให้มี “โหงวเจ๋งจี้” หรือท่านอยากเห็นเอี๊ยมแดง ก็จัดให้ท่าน จะได้เลี่ยงการตอบคำถามว่าทำไมถึงไม่มี
สิ่งที่อาม่าเคยเห็น และฝังใจว่าดี ถ้าอีกฝ่ายไม่ทำตามนั้น อาม่าอาจเกิดความรู้สึกอคติกับอีกฝ่ายก็ได้ เพราะการที่คนสองคนแต่งงานกันไม่ได้แต่งแค่สองคน แต่เป็นการรวมสองครอบครัวเข้าด้วยกัน ยิ่งวิถีชีวิตของคนจีนถูกสอนให้ผูกพันและกตัญญูกับผู้ใหญ่ อะไรที่ทำแล้วท่านไม่ชอบ ก็เลี่ยงไปดีกว่า ส่วนอะไรที่ทำแล้วได้คะแนน ทำแล้วได้ดีเข้าตัว เกิดความสบายใจกันทุกฝ่าย ก็ควรทำ

แต่งงานแบบพิธีจีน

สถานที่จัดพิธีแต่งงาน
ไม่มีตำราระบุว่าที่ไหนดีกว่าหรือจัดที่ไหนไม่ดี อยู่ที่จำนวนเงินในกระเป๋า ถ้าเงินน้อยจัดที่บ้านดีที่สุด แต่ถ้าคิดว่าในบ้านมีปัญหาอย่างเช่นมี 2 แม่ หรือมีพี่น้องคนละแม่ที่พร้อมจะป่วนในงาน เลือกจัดที่โรงแรมก็ไม่ผิดอะไร
ปัจจุบันนิยมจัดในโรงแรมกันมากขึ้น เพราะเลี่ยงปัญหาเรื่องที่จอดรถ เรื่องห้องน้ำ และเป็นการเลี่ยงการเดินทางที่เสี่ยงกับรถติดและการเกิดอุบัติเหตุ เพราะเคยมีเหตุการณ์รถเจ้าบ่าวเกิดอุบัติเหตุมาไม่ทันฤกษ์ก็มี
ข้อดีอีกอย่างของการจัดในโรงแรมก็คือ สะดวกเรื่องการจัดเลี้ยงเพราะไม่ต้องเก็บกวาด ล้างจานเอง แต่คนที่จัดตามบ้านก็ยังมีอยู่ แต่จำนวนแขกคงไม่มากนัก แล้วค่อยไปเลี้ยงที่โรงแรมหรือตามสโมสรก็แล้วแต่

รู้แนะนำ ของแต่งงานแบบจีน มีแหล่งให้เลือกซื้อตั้งแต่บริเวณวัดเล่งเน่ยยี่เรื่อยไปจนถึงเยาวราช แต่เวลาไปบอกเคล็ดลับให้ว่า บอกคนขายก่อนเลยว่ามีงบเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นจะโดนแพ็กเกจฟลูออฟฟชั่น ได้ของเกินความจำเป็น ส่วนผักมงคลต้องซื้อที่ตลาดน้อยสัมพันธวงศ์ รับรองมีครบ ผู้ดำเนินการในงานไม่จำเป็นต้องเป็นผู้รู้จริง แต่ถ้าอยากได้ผู้รู้ หรืออยากจ้างคุณจิตราไปดำเนินการให้ เธอกระซิบบอกค่าตัวว่ารับค่าจ้างเป็นเลข 4 หลักเพราะเป็นตัวเลขมงคลของธรรมเนียมการแต่งงานแบบจีน ส่วนในเลข 4 หลักจะระบุเป็นเลขอะไรบ้างนั้น ต้องคุยกัน

ได้รับคำชี้แนะจากผู้อาวุโสผู้สะสมความรู้เรื่องจีนกันแล้ว ในฐานะศิษย์เอกอย่าง WE ขอถ่ายทอดตำราว่าด้วยการแต่งงานแบบจีนฉบับคร่าวๆ ให้ได้ทราบกันเริ่มจาก…

แต่งงานแบบพิธีจีน

ดูฤกษ์ยามดี
ไม่ว่าจีนหรือไทยเมื่อจะเริ่มต้นเรื่องมงคลทั้งที ฤกษ์ยามมงคลเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ เพราะลำดับขั้นของคนจีนเริ่มจากการสู่ขอเหมือนของคนไทย แล้วให้ผู้ใหญ่ฝ่ายชายเอาดวงของทั้งคู่รวมถึงดวงของพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายให้ ซินแสทำการ “ซึ้งเมี้ย” (ผูกดวง) เมื่อได้ฤกษ์ยามดีมาแล้ว ฝ่ายชายจะทำการ “ทงใจ๋” คือส่งข่าวรายละเอียดให้ฝ่ายหญิงทราบ ว่าต้องตัดผม ตัดชุดแต่งงาน วันไหนเวลาอะไร เพราะดวงที่ซินแสให้มานั้นจะระบุละเอียดตั้งแต่ฤกษ์แต่งงาน ฤกษ์แต่งหน้าทำผม ฤกษ์ตัดชุด ฤกษ์เข้าหอ และบางครั้งจะมีฤกษ์คลอดลูกมาให้เสร็จสรรพ

เจ้าสาว-เตรียมของออกเรือน
เพื่อไม่ให้ฝ่ายเจ้าบ่าวว่าได้ว่าเจ้าสาวมาแต่ตัว ต้องมีของติดมือไปบ้างตามฐานะ ที่ขาดไม่ได้คือเอี๊ยมแต่งงาน ทำจากผ้าแพรสีแดงตรงกลางเป็นกระเป๋าปักตัวหนังสือ “แป๊ะนี้ไห่เล่า” แปลว่าอยู่กินกันเป็น 100 ปี ในกระเป๋าใส่ “โหงวเจ๋งจี้” เมล็ดพืช 5 อย่าง ห่อกระดาษแดงเสียบปิ่นทอง มีต้นชุงเฉ้า (หน้าตาเหมือนต้นกุยฉ่าย) 2 ต้นเสียบให้ปลายโผล่ขึ้นมา
หากเจ้าสาวมีฐานะดีจะผูกเอี๊ยมด้วยสร้อยคอทองคำ (คุณจิตราแนะนำว่าเศรษฐกิจอย่างปัจจุบันนี้ ใช้ทองปลอมก็ได้ ไม่มีใครว่า)หนัก 4 บาท เพราะเลข 4 เป็นเลขดีออกเสียงพ้องกับคำว่า “สี่” แปลว่าดี ส่วนความหมายของของในเอี๊ยมเป็นเคล็ดให้มีลูกมีหลานสืบสกุล มีความเจริญก้าวหน้า นอกจากนี้ต้องมีของใช้ส่วนตัวของเจ้าสาวติดมือไปด้วย อาทิ กะละมัง ถังน้ำ กระป๋องน้ำ สีแดงอย่างละ 2 ใบ กระโถน 1 ใบ กระจก กรรไกร ด้าย เข็ม ตะเกียบ ชุดน้ำชา เครื่องนอน (หมอนหนุน หมอข้าง ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม) หวี 4 เล่ม “ซี้ซี้อู่หอซิว” แปลว่าทุกๆ เวลาจะมีทรัพย์ และที่สำคัญต้องมีพัดแดงไว้ถือตอนส่งตัว

เจ้าบ่าว-เตรียมเครื่องขันหมาก
ฝ่ายชายจะจัดสินสอดและทองหมั้นให้ตามที่ฝ่ายหญิงเรียก แต่ส่วนใหญ่การเตรียมทองหมั้นจะเตรียมเป็นทอง 4 อย่างที่เรียกว่า “สี่เอี่ยกิม” ซึ่งประกอบด้วย กำไลทอง ต่างหูทอง สร้อยทอง และเข็มขัดทอง
เครื่องขันหมากอื่นๆ นิยมมีส้มเช้งผลเขียว กล้วยทั้งเครือ ถ้าได้กล้วยที่กำลังออกลูก นับแล้วได้เลขคู่ยิ่งดี อ้อย 1 คู่ยกมาทั้งต้น ทั้งหมดติดอักษร “ซังฮี่” สีแดง แปลว่า ความยินดีของคู่บ่าว-สาว
เครื่องของคาว นิยมจัดเป็นชุดหมูสด ประกอบด้วย หัวหมูพร้อมหางและเท้าทั้ง 4 ที่ตัดเล็บเรียบร้อยแล้ว ขาหมู และเนื้อหมูส่วนท้อง ทั้งหมดติดอักษร “ซังฮี่”
ขนมหมั้นขนมแต่งงาน เป็นเรื่องที่ฝ่ายหญิงจะต้องเป็นผู้กำหนดจะมี 4 ชนิดหรือ 5 ชนิดก็แล้วแต่ เช่นขนม 4 ชนิดจะประกอบไปด้วย ขนมเหนียวเคลือบงา ขนมเปี๊ยะโรยงา ขนมถั่วตัด ขนมข้าวพองทุบ ถ้า 5 อย่างก็เพิ่มขนมโก๋อ่อนมาอีกอย่างเป็นครบ

ยกขบวนขันหมาก
ถึงวันงาน เจ้าบ่าวในชุดเสื้อคอจีนสีแดงหรือสีทอง ยกขบวนมาบ้านเจ้าสาวเพื่อมอบสินสอดและเครื่องขันหมากที่เตรียมมา ฝ่ายหญิงจะเก็บขนมแต่งงานไว้ครึ่งหนึ่งแล้วมอบให้ญาติ เพื่อบอกเป็นนัยๆว่า “ฉันแต่งงานแล้วนะ” ส่วนอีกครึ่งส่งคืนให้เจ้าบ่าว พร้อมส้มเช้งติดอักษร “ซังฮี่” และต้องให้เอี๊ยมแดงเสียบปิ่นทองไปด้วย (เจ้าบ่าวจะคืนให้ในวันส่งตัว เพื่อให้เจ้าสาวปักผมก่อนออกจากบ้าน)
จากนั้นรอฤกษ์เพื่อสวมแหวนหมั้น และเมื่อผู้ใหญ่ให้พรเสร็จ จึงค่อยเลี้ยงอาหารแขกเป็นอันเสร็จพิธี

พิธีรับตัวเจ้าสาว
วันนี้เจ้าสาวต้องแต่งองค์ทรงเครื่องให้สวยที่สุดด้วยกี่เพ้าสีแดง หรือสีทอง แม่เจ้าสาวจะประดับปิ่นทองและใบทับทิมให้ เพราะเชื่อว่าใบทับทิมจะช่วยให้คนรักและเอ็นดู และหมายถึงสาวบริสุทธิ์ได้ด้วย
จากนั้นถึงเวลาไหว้ฟ้าดิน เจ้าที่ และบรรพบุรุษ เสร็จแล้วเป็นการร่วมรับประทานอาหารกับครอบครัวเป็นมื้อสุดท้าย ซึ่งพ่อเจ้าสาวจะเป็นคนคีบอาหารมงคล 10 อย่างให้ลูกสาว พร้อมกล่าวความหมายของอาหารทั้ง 10 ให้ทราบ
เมื่อฝ่ายชายมาถึง ต้องผ่าด่านการกั้นประตูเงินประตูทองที่ฝ่ายหญิงกั้นไว้เพื่อเรียกอั่งเปา ก่อนจะเข้าไปมอบช่อดอกไม้ให้เจ้าสาวที่นั่งคอยอยู่
ก่อนออกจากบ้านบ่าว-สาวต้องรับประทานขนมอี๊ (บัวลอยสีชมพู) ด้วยกัน บางบ้านอาจให้ทานอาหารมงคล 10 อย่างอีกครั้ง เสร็จแล้วจึงลาพ่อแม่ไปขึ้นรถแต่งงาน (เป็นรถที่มีเลข 4 ในทะเบียน ไม่ก็ต้องเป็นรถที่มีอะไรเกี่ยวกับเลข 4 อาจเป็น 4 ล้านก็ได้…น่าอิจฉา) พ่อเจ้าสาวจะเป็นคนจูงเจ้าสาวไปที่รถ และกล่าวอวยพรพร้อมพรมน้ำด้วยกิ่งทับทิม โดยให้ญาติผู้ชายของฝ่ายหญิง ซึ่งจะเป็นพี่ชายน้องชายหรือญาติก็ได้ เดินถือตะเกียงนำหน้า เพื่อเป็นเคล็ดว่าจะได้มีลูกชายสืบสกุล คนถือตะเกียงอาจนั่งรถนำหน้ารถของบ่าว-สาว หรือนั่งข้างหน้าในรถคันเดียวกันก็ได้

พิธียกน้ำชาคาราวะผู้ใหญ่
พิธีการนี้ คุณจั๊ว-เอกวัฒน์ อมรพงศ์พิสุทธิ์ ลำดับขั้นตอนให้ฟังว่า เมื่อเจ้าสาวถึงบ้านเจ้าบ่าว ต้องนำตะเกียงไปตั้งไว้ในห้องนอนและจุดไฟให้สว่างไว้ตลอดคืน จากนั้นบ่าว-สาวต้องไหว้ฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่และบรรพบุรุษแบบเดียวกับที่ทำที่บ้านเจ้าสาว เมื่อเสร็จแล้วต้องมายกน้ำชาให้พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายชายพร้อมกัน
วิธีการยกน้ำชา เริ่มจากการจัดที่นั่งให้ผู้ใหญ่โดยให้คุณพ่อเจ้าบ่าวนั่งด้านซ้ายของคุณแม่ จากนั้นบ่าว-สาว คลานเข่ายกถาดชาที่มีถ้วยชา 2 ใบรินน้ำชาเตรียมไว้แล้วยกให้คุณพ่อคุณแม่ ท่านจะหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นดื่มกัน โดยจะจิบแค่นิดหน่อย ห้ามจิบหมดถ้วย เพราะถือว่าน้ำชาที่เหลือมอบเป็นทุนกลับไปให้บ่าว-สาว (แต่บ่าว-สาวไม่ต้องนำมาดื่ม ส่วนใหญ่นิยมเทกลับไปในกา) จากนั้นจึงยกย้ำชาให้ญาติผู้ใหญ่ท่านอื่นตามลำดับความอาวุโส แต่ทุกครั้งที่ยกน้ำชา ต้องรินชาใส่ถ้วย 2 ใบทุกครั้ง ไม่เว้นแม้แต่ผู้ใหญ่ที่คู่ชีวิตเสียไปแล้ว แต่แทนที่ผู้ใหญ่จะดื่มเองทั้ง 2 ถ้วย ก็ดื่มแค่ถ้วยเดียว ส่วนผู้ใหญ่ที่คู่ชีวิตยังมีชีวิตอยู่แต่มาไม่ได้ ก็ให้ดื่มทั้ง 2 ถ้วย เมื่อผู้ใหญ่ดื่มแล้วจะให้ศีลให้พร และมอบเงินทองให้คู่บ่าว-สาวโดยใส่ไว้ในถาด จากนั้นบ่าว-สาวรับประทานขนมอี๊ร่วมกันเป็นเสร็จพิธี
ลักษณะของกาและถ้วยชาที่เหมาะในพิธียกน้ำชา ต้องเป็นถ้วยชาแบบจีน ไม่ควรใช้ถ้วยชาที่มีหู เพราะเป็นถ้วยชาแบบฝรั่ง และควรมีถาดในการยกน้ำชาด้วยทุกครั้ง ส่วนชาที่ใช้ในพิธีจะเป็นชาจีนหรือชาฝรั่งก็ไม่ผิดธรรมเนียมอย่างใด

เจ้าสาวกลับไปเยี่ยมบ้าน
หลังแต่งงาน 3 วันญาติผู้ชายของเจ้าสาวจะมารับเธอและสามีของเธอกลับไปเยี่ยมบ้าน เรียกธรรมเนียมนี้ว่า “ตึ่งฉู่” เจ้าสาวต้องเตรียมถาดผลไม้ติดมือกลับไปเยี่ยมบ้านด้วย เมื่อถึงบ้านต้องทำพิธียกน้ำชาให้พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิงเป็นการ คาราวะ และหลังจากนั้นจะเป็นการเลี้ยงฉลองเพื่อต้อนรับลูกเขย

เครดิต  women.sanook

Romantic Bride

July 13th, 2009 by womenblogs

เป็น เจ้าสาวสวยหวานทั้ง 2 ช่วงเวลาด้วย 2 ทรงผมเบาๆสำหรับงานช่วงเช้าและอีก 2ทรงผมงามสง่าสำหรับงานช่วงเย็น คราวนี้รับรองว่าคุณจะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดตั้งแต่เช้าจรดเย็น

ทรงผมเจ้าสาว,แบบผมเจ้าสาว, ทรงผม

1. รวบผมด้านหน้าตึง แบ่งผมด้านหลังให้เท้ากันทั้งซ้าย-ขวา บิดเกลียวแล้วนำผมมาไขว้สลับกันจนสุดปลายผม ทรงนี้เหมาะกับเจ้าสาวที่มีเส้นผมสีน้ำตาลอ่อน เพราะช่วยให้เห็นเกลียวได้ชัดขึ้น และเหมาะกับเจ้าสาวคอยาวระหงและใส่ชุดแต่งงานเกาะอกหรือเว้าหลัง

2.เสยผมรวบไปด้านหลัง รัดผมเป็นหางม้าต่ำ แยกหางม้าออกเป็นส่วนๆ จากนั้นบิดเป็นเกลียวและขดไปมาจนสุดปลายผม รั้งให้แน่นด้วยกิ๊บดำ อาจตกแต่งเพิ่มความสวยงามด้วยดอกไม้สดหรือเครื่องประดับผมตามชอบ

3.ดรายผมให้ตรงสวย หวีแสกกลางด้านหน้า รั้งไว้ด้วยกิ๊บปากเป็ด ยีผมกลางศีรษะแล้วค่อยๆหวีให้ได้รูปทุยสวย จากนั้นจับผมด้านหน้าที่รั้งไว้บิดเป็นเกลียวไล่ลงไปจนถึงท้ายทอย รั้งช่อผมที่บิดเป็นเกลียวไว้ด้วยกิ๊บดำ ม้วนปลายผมที่เหลือด้วยเบบี้ลิส สางออกให้ลอนแตกแล้วจับเป็นเกลียวแบบหลวมๆ

4.ยีผมด้านหน้าให้ฟูแล้วหวีให้เรียบ รั้งกิ๊บดำให้แน่นบริเวณท้ายทอย ม้วนผมที่เหลือด้วยเบบี้ลิสแกนใหญ่ สางออกเบาๆให้ลอนแตกจากนั้นจับเป็นเกลียวหลวมๆปล่อยปลายผมทิ้งตัวประบ่า ทรงนี้เหมาะสำหรับงานกลางวันเช่นพิธีหมั้นหรืองานแต่งงานในสวน

เครดิต  women.sanook

การจัดเลี้ยงโต๊ะจีนแบบมือโปร

July 13th, 2009 by womenblogs

The Chinese Banquet Story
หากถามถึงรูปแบบการจัดเลี้ยงที่โดนใจว่าที่บ่าวสาวทั้งหลาย “โต๊ะจีน” คงได้รับโหวตเป็นอันดับท้ายๆ ด้วยความรู้สึกว่ามีข้อจำกัดและความไม่สะดวกต่างๆ มากมาย ในขณะที่โต๊ะจีนกลับเป็นตัวเลือกหนึ่งเดียวในดวงใจของผู้ใหญ่ (ซึ่งมักเป็นผู้สนับสนุนหลักในด้านค่าใช้จ่ายด้วยสิ !) เพื่อไม่ให้เกิดเหตุพิพาทระหว่างปาป๊ามาม้ากับบ่าวสาว จึงเป็นที่มาของคอลัมน์ Two Seats Special ด้วยประการฉะนี้

โต๊ะจีน, วางแผนแต่งงาน, แต่งงาน

ทำไมต้องโต๊ะจีน
ลูกหลานแต่งงานทีไร อากงอาม่าเป็นต้องสั่งจัดโต๊ะจีนทุกที เรียกว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ (ภาคบังคับ) อย่างหนึ่งของผู้มีเชื้อสายจีนก็ว่าได้ เมื่อแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีแล้ว ถือเป็นหน้าที่เจ้าภาพในการจัดเตรียมอาหารต้อนรับแขกให้อิ่มหมีพีมัน กลับบ้านอย่างมีความสุข จะว่าไปก็เหมือนการเลี้ยงดูปูเสื่อแบบคนไทยนั่นเอง แต่เอาเข้าจริงก็มิใช่เฉพาะโก๋ตี๋กี๋หมวยเท่านั้นที่จัดงานแต่งงานแบบโต๊ะ จีน นั่นเป็นเพราะข้อดีดังต่อไปนี้
(ตารางเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของโต๊ะจีน)
การจัดเลี้ยงแบบโต๊ะจีน

ข้อดี
- เหมาะกับงานที่มีแขกผู้ใหญ่เยอะ เพราะมีที่นั่งพร้อมบริการเสิร์ฟอาหาร ไม่ต้องเดินไปตักอาหารเองและไม่ต้องยืนรับประทาน ทำให้งานเป็นระเบียบ ไม่วุ่นวาย
- แขกชื่นชอบ ได้นั่งสบาย รับประทานอาหารหลากหลายอย่างทั่วถึงและอิ่มท้อง
- หลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่าการจัดโต๊ะจีนเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่างานเลี้ยงแบบ อื่นๆ แต่หากคำนวณจำนวนแขกได้แม่นยำ เลือกอาหารได้เหมาะสม รับรองว่าไม่แพงอย่างที่คิด

ข้อเสีย
- รองรับแขกได้น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการจัดงานรูปแบบอื่นๆ ในสถานที่เดียวกัน
- การเตรียมงานค่อนข้างยุ่งยากในการกะจำนวนและจัดที่นั่งแขกให้เหมาะสม เพราะหากจองโต๊ะมากหรือน้อยเกินไป ส่งผลด้านค่าใช้จ่ายและความสะดวกต่างๆ เช่น การเสริมที่นั่ง การเตรียมอาหารไม่ทันเวลา เป็นต้น
- ใช้เวลานานประมาณ 2-3 ชั่วโมงกว่าจะเสิร์ฟอาหารครบทุกคอร์ส และแขกที่มาก่อนอาจต้องหิ้วท้องรอ เพราะถ้ามากันไม่ถึง 70% จะยังไม่เสิร์ฟอาหารจานแรก
- แขกได้สังสรรค์กันเฉพาะในโต๊ะ ต่างจากการจัดเลี้ยงแบบค็อกเทลหรือบุฟเฟ่ต์ที่เดินทักทายกันได้ทั่วงาน
- หากนั่งผิดที่ผิดทาง ต้องร่วมโต๊ะกับคนที่ไม่รู้จักหรือไม่สนิท (ซ้ำร้ายอาจเป็นอริในอดีต) แขกอาจไม่สนุก ทำให้บรรยากาศในงานกร่อยได้

ทำอย่างไรเมื่อต้องจัดโต๊ะจีน
ขั้นตอนการเตรียมงานหลักๆ เหมือนงานเลี้ยงรูปแบบอื่นๆ นั่นคือ การหาฤกษ์แต่งงาน สรุปรูปแบบการจัดงาน สำรวจงบประมาณในกระเป๋า ลิสต์รายชื่อแขก จองสถานที่ เลือกแพ็คเกจอาหาร แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันนิดหน่อยสำหรับโต๊ะจีนคือต้องเน้น จำนวนแขกให้ใกล้เคียงความจริงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะต้องระบุที่นั่งและจัดจำนวนโต๊ะให้เหมาะสม รวมทั้งต้องให้ความสำคัญในการเลือกเมนูอาหารเป็นพิเศษ ทั้งนี้เพราะโต๊ะจีนจะดีหรือไม่ดี อยู่ที่รสชาติอาหารเป็นสำคัญ

จัดโต๊ะจีนที่ไหนดี
“จำนวน แขก” (ที่คาดว่าจะมา) จะเป็นตัวช่วยให้คุณกับหวานใจปักธงลงโรงแรมหรือห้องจัดเลี้ยงที่ไหนได้สัก แห่ง ฉะนั้นก่อนจูงมือกันตระเวนดูสถานที่ ลองพิจารณาสิ่งต่อไปนี้

เทคนิคการกะจำนวนแขก
บรรดากูรูผู้คร่ำหวอดในวงการแคเทอริงพร้อมใจกันเผยเคล็ดลับการกะจำนวนแขก โดยอาศัยประสบการณ์ในแวดวงเวดดิ้งที่สั่งสมกันมา เพื่อเป็นวิทยาทานให้ว่าที่บ่าวสาว
1. คำนวณจากจำนวนการ์ดเชิญเป็นหลัก
โรงแรมเพนนินซูลา จำนวนการ์ดเชิญ x 2 x 70% = จำนวนแขกที่คาดว่าจะมา เช่น การ์ด 500 ใบ = 500×2 = 1,000×70% = 700 คน
โรงแรมพลาซ่า แอทธินี จำนวนการ์ดเชิญ x 2 x 75% = จำนวนแขกที่คาดว่าจะมา เช่น การ์ด 500 ใบ = 500×2 = 1,000×70% = 750 คน
2. คำนวณจากแขกที่มั่นใจว่าไม่มาแน่นอน เพื่อตัดแขกส่วนเกินออกไปล่วงหน้า
โรงแรม โอเรียนเต็ล เสนอแนะวิธีที่ไม่ควรมองข้าม ด้วยการนับรายชื่อแขกที่มั่นใจว่าไม่สามารถมาร่วมงานได้แน่นอน เช่น ยุคข้าวยากน้ำมันแพง ถ้าไม่ซี้กันจริง คงไม่บินข้ามประเทศมา หรือเป็นคู่ค้าทางธุรกิจที่ส่งการ์ดเชิญตามมารยาท แขกประเภทนี้นิยมส่งของขวัญมากกว่าจะมาร่วมงานเอง เป็นต้น
หมายเหตุ หากลังเลโอกาสความน่าจะมาของแขกคนไหน แนะนำให้ฟันธงไว้ก่อนว่า “มา” ท่องให้ขึ้นใจว่า “เผื่อเหลือดีกว่าเผื่อขาด” อ้อ…ระดับความสนิทสนมจะเป็นมาตรวัดโอกาสความน่าจะมา (ร่วมงาน) ได้อีกทางหนึ่งด้วย
3. คำนวณจากแขกของแต่ละฝ่าย
แยก รายชื่อแขกให้ชัดเจนว่าเป็นแขกใครเป็นแขกใคร เช่น แขกของพ่อตาแม่ยาย ญาติเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาว วิธีนี้ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี คอนเฟิร์มว่าช่วยให้รู้จำนวนแขกที่จะมาร่วมงานได้ใกล้เคียงความจริงมากขึ้น เพราะแต่ละคนย่อมรู้จักแขกของตัวเองว่ามีแนวโน้มจะมาร่วมงานได้หรือไม่ และถ้ามาจะมาสไตล์ไหน ฉายเดี่ยว แพ็คคู่ หรือแท็คทีมกันมา
4. คำนวณด้วยการโทรศัพท์สอบถาม
โรงแรม บันยันทรี แนะนำว่า ก่อนวันงานสัก 2-3 วัน เจ้าภาพควรโทรศัพท์เช็กอัตราความน่าจะมาของแขก เท่าที่ผ่านมาได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เสียค่าโทรศัพท์คุ้มกว่าค่าสำรองโต๊ะเป็นไหนๆ ทั้งนี้ โรงแรมโอเรียนเต็ล ฝากข้อควรระวังในกรณีนี้ไว้ว่า ควรเลือกโทร.เฉพาะกับญาติสนิทมิตรสหายเท่านั้น อย่าได้โทร.ดะทุกรายไป โดยเฉพาะแขกผู้ใหญ่อาจไม่ค่อยเหมาะสม นอกจากนี้ เจ้าภาพต้องทำใจไว้ว่า สังคมบ้านเราไม่คุ้นเคยกับธรรมเนียมการแจ้งกลับว่าจะมาร่วมงานหรือไม่ (RSVP) หลายครั้งที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่ามาชัวร์ แต่ถึงเวลาไม่เห็นแม้แต่เงา หรือบางคนบอกว่าไม่สะดวกติดธุระ เอาเข้าจริงกลับมาเซอร์ไพรส์กันหน้างานก็มีถมไป
5. คำนวณจากฤกษ์การจัดงาน
หาก เป็นวันธรรมดา ส่วนมากแขกจะบึ่งมาหลังเลิกงาน ดังนั้นมักจะมาเดี่ยวหรือไม่ก็มาเป็นคู่ มากกว่าที่จะพาบุตรหลานมาด้วย แต่หากเป็นวันดีแห่งปี เช่น วันที่ 8 เดือน 8 ปี 2008 อาจมีการจัดงานแต่งงานหลายงาน ถ้าคุณและหวานใจจัดงานโต๊ะจีน ให้มั่นใจได้เลยว่าแขกจะมาปิดท้ายที่งานของคุณชัวร์ ทั้งนี้เพราะแขกจะเดินสายไปแสดงความยินดีที่งานอื่นก่อน ซึ่งใช้เวลาสั้นๆ แค่พอทักทายบ่าวสาวและญาติผู้ใหญ่ แล้วจึงมาจบงานคุณ ด้วยเหตุผลที่การเสิร์ฟอาหารช้ากว่างานรูปแบบอื่นและมีการระบุที่นั่งค่อน ข้างแน่นอนแล้ว
6. ปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นตัวแปรสำคัญในการกะจำนวนแขก
- คุณและหวานใจคือสมาชิกผู้กล้าของครอบครัวที่จัดงานสละโสดเป็นคนแรก
- ว่าที่เจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวเป็นลูกโทนของครอบครัว
- สำรวจตรวจสอบความกว้างขวางของคุณพ่อคุณแม่ทั้งสองฝ่าย เป็นนักธุรกิจหรือไม่ ยังทำงานอยู่หรือเปล่า มีตำแหน่งใดๆ ทางสังคมไหม ฯลฯ

อ๊ะๆ คู่ไหนกำลังคิดว่าเป็นเรื่องโอเวอร์ WE ขอบอกว่าคุณกำลังคิดผิด เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นคีย์เวิร์ดบอกใบ้ให้รู้ว่า ปัจจัยเหล่านี้แขกมีแววว่าจะมาร่วมงานกันเยอะ เพราะหากว่าที่บ่าวสาวเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว โอกาสมาร่วมงานแก้ตัวทีหลังคงไม่มีอีกแล้ว หรือหากเป็นการแต่งงานครั้งแรกของครอบครัวนี้ จะอย่างไรก็ต้องมาร่วมอวยพรให้ได้ รวมทั้งหากคุณพ่อคุณแม่ทำธุรกิจ มียศถา บรรดาศักดิ์ หรือตำแหน่งทางการงาน แขกย่อมต้องมางานเพื่อแสดงมิตรจิตรมิตรใจ

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่คอลัมน์ Two seats นิตยสาร WE ฉบับเดือนสิงหาคม 2551

เครดิต  women.sanook

ไอเดียถ่ายทำภาพในงานแต่งงาน

July 13th, 2009 by womenblogs

อากาศ ดีๆ อย่างนี้ คนที่ไม่มีคู่ ก็คงต้องอยากที่จะมีคู่ไว้เคียงข้างกายกันใช่ไหม? ส่วนใครที่มีคู่แล้ว หรือกำลังจะมีคู่ไว้เคียงข้าง ก็คงต้องแสดงความยินดีด้วย เพราะมีคนช่วยคลายความหนาวให้แล้ว

พอดีไปเจอ Forward Mail ภาพถ่ายงานแต่งงาน เป็นไอเดียน่ารักๆ เอามาฝากคนที่มีคู่ หรือกำลังจะมีคู่ และไม่มี(แต่คู่คงมาในอนาคตข้างหน้านี้) มาฝากกันจ้า เอามาดัดแปลงเป็นไอเดียทำการ์ดแต่งงานในงานแต่งเราก็น่ารักไม่ใช่เล่นเลยนะ ค่ะ

(คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

ภาพ : Forward Mail

เครดิต  women.sanook

Gracefully แบบผมเจ้าสาว

July 13th, 2009 by womenblogs

ทรงผม, ทรงผมเจ้าสาว

ทรงที่ 1
รวบ ตึง ผูกหางม้าไว้ด้านหลังกลางศีรษะ แบ่งหางม้าเป็นสองส่วนยีให้อยู่ทรง จากนั้นหวีให้เรียบ ใช้หวีตลบม้วนเป็นโบให้เท่ากันทั้งสองข้าง ปลายผมที่เหลือม้วนเก็บไว้ตรงกลาง รั้งให้แน่นด้วยกิ๊บดำ

ทรงที่ 2
ม้วน ผมด้วยโรงไฟฟ้า แกะออกแล้วใช้มือสางให้ลอนแตกเป็นธรรมชาติ ยีผมด้านหน้าแล้วหวีเสยขึ้นให้เรียบ รั้งด้วยกิ๊บดำที่ด้านหลังให้แน่น ฉีดสเปรย์ให้อยู่ทรง ตกแต่งเครื่องประดับเพิ่มความสวยงาม

ทรงที่ 3
ยี ผมด้านหน้าแล้วหวีให้เรียบ รวบผมไว้ด้านหลัง ใช้มือค่อยๆจับผมขดเป็นเกลียวแบบหลวมๆจนสุดปลายผม รั้งด้วยกิ๊บดำให้แน่น ตกแต่งเครื่องประดับ

ทรงที่ 4
หวีผมให้เรียบ ตึง รวบต่ำเป็นหางม้า จากนั้นแบ่งผมเป็นช่อๆแล้วค่อยๆขมวดเข้าแซมกับแฮร์พีซสีอ่อนให้เป็นเหมือน ช่อดอกไม้ จัดให้แต่ละช่ออยู่ในตำแหน่งที่สวยงาม ฉีดสเปรย์ให้อยู่ทรงและติดเครื่องประดับ

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่คอลัมน์ Bridal Hair นิตยสาร WE ฉบับเดือนกันยายน 2551

เครดิต  women.sanook

นับถอยหลังเตรียมตัวจัดงานแต่ง แบบสบายๆ ใน 12 เดือน

June 13th, 2009 by womenblogs

นับถอยหลังเตรียมตัวจัดงานแต่ง แบบสบายๆ ใน 12 เดือน

สำหรับ เจ้าสาวท่านใดที่รู้ว่ากำลังจะได้ฤกษ์ลั่นระฆังวิวาห์ในอีก 12 เดือนข้างหน้า ขอบอกว่าคุณโชคดีมาก เพราะคุณจะมีเวลามากพอที่ จะเตรียมตัวปรับโน้น เปลี่ยนนี่ แปลงนั่น เพื่อให้ได้งานแต่งงานที่ ตาม ที่คุณปรารถนา อย่างสมบูรณ์แบบ

แต่ถึงคุณจะมีเวลามากขนาดนั้น ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจว่ามีเวลาเหลือเฟือ ค่อย ๆทำ ค่อย ๆเตรียมแบบนี้ไม่มีเหตุผิดพลาดแน่ คิดแบบนั้นเสี่ยงไปนิด เพราะงานแต่งงานเป็นงานที่มีพิธีรีตรองรายละเอียดต่าง ๆ มากมายที่ต้องคำนึงถึง ดังนั้นยังมีโอกาสที่คุณจะหลงลืมตกหล่นนั่นนิดนี่หน่อยได้ง่าย ๆ เหมือนกัน ดังนั้นคุณต้องเตรียมวางแผนให้ดี ลองทำรายการขึ้นมาช่วยเตือนตัวเองว่าคุณได้ทำสิ่งที่ควรทำครบหมดหรือยัง ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน เรามีรายการตรวจสอบง่าย ๆ ที่จะทำให้งาน แต่งงานของคุณเพอร์เฟ็คที่สุดมาฝาก

11-12 เดือน ก่อนแต่งงาน
หา ฤกษ์มงคลสำหรับงานหมั่น และ งานแต่งงาน รวมทั้งกำหนดงบประมาณเบื้องต้น เพื่อจะได้ตระเตรียมค่าใช้จ่าย และรู้ว่าจะจัดงานได้ระดับไหน เริ่มปรึกษา กันเรื่องพิธีการ และงานแต่งงาน ว่าอยากจัดรูปแบบไหน จะหมั่นเช้า แต่งเย็น มีการตักบาตรเช้า เลี้ยงพระเพล งานเลี้ยงจะเป็นโต๊ะจีน หรือค๊อลเทล ฯลฯ ประมาณ จำนวนแขกคร่าว ๆ ของทั้งสองฝ่ายหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่จัดงานเลี้ยง และนัดคุย ซักถามรายละเอียด เริ่มเปิดดูรูปชุดแต่งงานที่ชอบ และตัดรูปที่ถูกใจเก็บไว้ เตรียมความพร้อมของร่างกาย

9-10 เดือน ก่อนแต่งงาน
เลือก และจองสถานที่จัดเลี้ยง สืบราคาแพ็กเกจ ถ่ายภาพแต่งงาน หาข้อมูลเรื่องวงดนตรีสำหรับบรรเลงในงาน หาข้อมูล เกี่ยวกับแบบและราคาการ์เชิญ และของชำร่วย กำหนดงบประมาณ สำหรับการฮันนีมูน

7-8 เดือน ก่อนแต่งงาน
ปรึกษา ผู้รู้เกี่ยวกับพิธีการทางศาสนา กรณีเข้าโบสถ์แต่ง แบบคริสต์ต้องเริ่มตระเตรียมเรื่องพิธีการศาสนา สืบราคาและรูป แบบแหวนแต่งงาน เลือกสตูดิโอและถ่ายภาพแต่งงาน เลือก ชุดแต่งงาน ถ้าหากจะสั่งตัดก็ควรดีไซน์เสียแต่ตอนนี้เลย เลือกหา เครื่องประดับผม ผ้าคลุมหน้า ถุงมือ และรองเท้า เลือกและจอง วงดนตรี พร้อมเตรียมรายการเพลงที่คุณอยากให้บรรเลง ในงาน หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ ที่คุณจะไปฮันนีมูน

งานวิวาห์, แต่งงาน
6 เดือน ก่อนแต่งงาน
เตรียม ทำรายชื่อแขกเชิญที่สมบูรณ์ สรุปรูปแบบการจัดเลี้ยง เลือกรายการอาหาร การตกแต่งสถานที่ เลือกหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จะเสิร์ฟในงานเลี้ยงของคุณ หาข้อมูลและคุยกับนัก จัดดอกไม้ หาข้อมูลและคุยกับคนทำ Presentation บนเวที สืบราคาค่าถ่ายรูปในงาน และค่าถ่ายวีดีโอ นัดคุยกับช่างภาพเพื่อ ขอดูผลงาน หากคุณสั่งตัดชุดเอาไว้ ไปลองชุดได้เลย อย่าลืมชวน เพื่อนไปดูด้วย จองคิวเพื่อนเจ้าบ่าว เจ้าสาวไว้ล่วงหน้า

5 เดือน ก่อนแต่งงาน
ซื้อ หรือสั่งแหวนแต่งงาน เลือกแบบการ์ด ที่ถูกใจและสั่งพิมพ์ เลือกของชำร่วย และสั่งทำ จองคิวช่างแต่งหน้า และนัดคุย แนวทางการแต่งหน้า ที่เหมาะสม จองคิวช่างทำผม และนัดคุย เลือกแบบผมที่เหมาะกับรูปหน้า กับชุดที่ใส่ ตกลงรูปแบบการทำ Presentation และเตรียมข้อมูลที่ต้องใช้ เตรียมซื้อข้าวของและ เครื่องใช้ส่วนตัว เช่นชุดชั้นในที่กระชับสัดส่วน รองเท้าส้นสูง ฯลฯ

4 เดือน ก่อนแต่งงาน
ตรวจ สุขภาพก่อนแต่งงาน เลือกแบบชุดเจ้าบ่าว จะซื้อหรือ สั่งตัดก็แล้วแต่ เลือกซื้อรองเท้าเจ้าบ่าว และคัฟลิงค์นัดแนะแบบ หรือสั่งตัดชุดเพื่อนเจ้าบ่าว เจ้าสาว ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เลือกและจองคิวช่างภาพ รวมทั้งช่างถ่ายVDO ตกลงรูปแบบ และราคาการจัดดอกไม้

3 เดือน ก่อนแต่งงาน
ตระ เตรียมเรื่องพิธีการงานหมั่น งานแต่ง ติดต่อผู้รู้ที่จะช่วยแนะนำการประกอบพิธีการเขียนหน้าซองการ์ดเชิญ ซื้อของไหว้สำหรับมอบให้ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย และของขวัญสำหรับเพื่อนเจ้าสาว เจ้าบ่าว ตระเวนชิมขนมเค้กแต่งงาน ถ้าคุณอยาก
เลือกเอง เลือกร้านสั่งทำ และกำหนดวันส่ง ทำทรีตเม้นท์บำรุงผิวหน้า ผิว และผม จองทริปฮันนีมูน

2 เดือน ก่อนแต่งงาน
เริ่มแจกการ์ดเชิญ ลองชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว เพื่อหาข้อผิดพลาด และนัดรับชุด >( ระะวังอย่าให้น้ำหนักขึ้น - ลง ในระยะนี้ )
ลองสาวรองเท้าวันงานเดินในบ้าน ให้ชินทั้งเจ้าบ่าว และเจ้าสาวสรุป Presentation ครั้งสุดท้าย ร่างกำหนดการในพิธีทาง
ศาสนา และในงานเลี้ยง ติดต่อพิธีการ และเตรียมทำสคริป หาคนเป็นแม่งานตัดสินใจแทนคุณได้ในวันงาน หาคนดูแลจุดต้อนรับหน้างาน ดูแลกล่องรับซองช่วยงาน และเลือกคนที่คุณไว้วางใจให้ถือเงินสด เผื่อกรณีฉุกเฉินที่คุณต้องจ่าย เตรียมจัดผังที่นั่งแขกในงาน

1 เดือน ก่อนแต่งงาน
คอนเฟิร์มรายละเอียดการจัดเลี้ยงทั้งหมด กับทางโรงเรม รวมทั้งจำนวนแขก และรายละเอียดของอาหารในงานกับแผนก
จัด เลี้ยง คอนเฟิร์มวัน และเวลา กับช่างแต่งหน้า ช่างทำผม นักดนตรี นักจัดดอกไม้ ร้านขนมเค้ก ช่างภาพ และช่างถ่ายVDO สรุปแผนการจัดงานกับทุกคนที่จะมาช่วยในวันงาน เตรียมคำกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน

1 วัน ก่อนแต่งงาน
เจ้าสาวสระผม ทำเล็บ ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว พยายามนอนหลับให้เต็มอิ่มเพื่อรับกับวันที่สำคัญที่สุดของคุณ

ก่อน วันสำคัญอย่ามัวโอ้เอ้ ให้รีบเข้านอนแต่หัวค่ำ จะได้ตื่นขึ้นมาในวันสำคัญอย่างสดชื่น อย่าลืมทานอาหารเช้ารองท้องซักนิด เพราะวันนี้จะเป็นวันที่คุณยุ่ง และไม่มีเวลาได้ทานอะไรอีกเลยตลอดทั้งวัน ทำใจสบาย ๆ เตรียมพร้อมกับการเป็นเจ้าสาวที่สมบูรณ์แบบได้เลย ..

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.centerwedding.com/
ภาพประกอบ : อินเตอร์เน็ต

เครดิต  women.sanook

รวมภาพประทับใจ วันวิวาห์ บัวชมพู-พี่ช้าง

June 13th, 2009 by womenblogs

รวมภาพประทับใจ วันวิวาห์ บัวชมพู-พี่ช้าง

แต่งงาน บัวชมพู ฟอร์ด กับ พี่ช้าง สมประสงค์ สหวัฒน์
บัวชมพู ฟอร์ด กับ พี่ช้าง สมประสงค์ สหวัฒน์

ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับวันชื่นคืนสุขของนักร้องสาว บัวชมพู ฟอร์ด กับ พี่ช้าง สมประสงค์ สหวัฒน์ ที่เดินทางมาถึงวันแห่งความฝัน เข้าพิธีแต่งงาน และจัดงานเลี้ยงฉลองอย่างยิ่งใหญ่ขึ้น ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมโอเรียลเต็ล เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา งานนี้มีญาติผู้ใหญ่ แขกผู้มีเกียรติ และเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น ประวิทย์ มาลีนนท์, ”นก” สินจัย เปล่งพานิช, ”อาต้อย” เศรษฐา ศิระฉายา, ”อีฟ” พุทธิดา ศิระฉายา, วงซีล, แอนดริว เกร็กสัน, ”พิม” พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร รับหน้าที่เพื่อนเจ้าสาว, ”น้ำหวาน” พิมรา เจริญภักดี, ”กิ๊ก” สุวัจนี ไชยมุสิก, เจนสุดา ปานโต, ”เป๊ก” สัณชัย เองตระกูล, ”ธัญญ่า” ธัญญาเรศ รามณรงค์ ฯลฯ

แต่งงาน บัวชมพู ฟอร์ด กับ พี่ช้าง สมประสงค์ สหวัฒน์
บัวชมพู ฟอร์ด กับ พี่ช้าง สมประสงค์ สหวัฒน์

สำหรับคอนเซปต์ของงานนี้ เจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องการให้เป็นบรรยากาศแบบสวนอีเดน ร่วมรื่นไปด้วยดอกไม้ ซึ่งมีดอกไม้หลักก็คือ ”ดอกบัวสีชมพู” และสัญลักษณ์ของงานก็คือ ช้างชูบัว เรียกว่างานนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่น ซาบซึ้ง และความสุข รวมถึงความอิจฉาตาร้อนของคนไร้คู่หลายๆ คนด้วยล่ะ!!

ชมภาพบรรยากาศงาน และ แขกที่มาร่วมงาน
(คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

บัวชมพู ฟอร์ด กับ พี่ช้าง สมประสงค์ สหวัฒน์
บัวชมพู ฟอร์ด กับ พี่ช้าง สมประสงค์ สหวัฒน์
บัวชมพู ฟอร์ด กับ พี่ช้าง สมประสงค์ สหวัฒน์
บัวชมพู ฟอร์ด กับ พี่ช้าง สมประสงค์ สหวัฒน์
บัวชมพู ฟอร์ด กับ พี่ช้าง สมประสงค์ สหวัฒน์ ร่วมกันตัดเค้ก
บัวชมพู ฟอร์ด กับ พี่ช้าง สมประสงค์ สหวัฒน์ ร่วมกันตัดเค้ก
กิ๊ก-สุวัจนี และลูกๆ
กิ๊ก-สุวัจนี และลูกๆ
ตู่-นพพล
ตู่-นพพล
แอนดริว
แอนดริว
น้ำหวาน- พิมพ์ ซาซ่า
น้ำหวาน- พิมพ์ ซาซ่า
ประวิทย์ มาลีนนท์
ประวิทย์ มาลีนนท์
สัญลักษณ์ของงานก็คือ ช้างชูบัว
สัญลักษณ์ของงานก็คือ ช้างชูบัว

เครดิต women.sanook

เตรียมตัวก่อนถ่ายภาพแต่งงาน

June 13th, 2009 by womenblogs

เตรียมตัวก่อนถ่ายภาพแต่งงาน

ใน การถ่ายรูปแต่งงาน หรือถ่ายภาพครอบครัว บางท่านเข้าใจว่าได้ช่างภาพฝีมือดี มีช่างแต่งหน้าที่เก่ง ช่างทำผมที่มีประสบการณ์ ประกอบกับได้ชุดสวมใส่ที่สวยงาม ก็สามารถทำ ให้ได้ภาพถ่ายที่สมบูรณ์แล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นเพียงองค์ประกอบหลัก ๆ เท่านั้น เชื่อหรือไม่ว่า การที่คุณมีความเตรียมพร้อม สำหรับการถ่ายรูปก็เป็นส่วนสำคัญไม่แพ้องค์ประกอบ หลัก ๆ ที่กล่าวมาก่อนหน้านี้เหมือนกัน

แต่งงาน, งานวิวาห์, ถ่ายภาพแต่งงาน

ข้อแนะนำเตรียมตัวก่อนถ่ายภาพ

1. ควรฝึกยิ้ม ท่าสวย ๆ หล่อ ๆ หน้ากระจก ก่อน รวมทั้งจัดหาท่าทางที่ตนเองชอบ

2. เตรียมรองเท้าส้นสูง รองเท้าคุณผู้ชายให้พร้อม เพราะรองเท้าของสตูดิโออาจไม่ถูกใจคุณได้ หรือบางครั้งอาจเจอปัญหารองเท้าหลวม หรือคับไป

3. การพักผ่อนให้เต็มที่ ก่อนมาถ่ายรูปเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคุณจะได้มีหน้าตาที่สดชื่น สดใส ตลอดวัน ง่าย ๆ เลย เข้านอนแต่หัวค่ำ ทานอาหารมาให้พร้อม จะได้มีเรี่ยวแรงโพสท่าสวย ๆ ได้เต็มที่

4. ทำตัวสบาย ๆ ผ่อนคลาย ทำความรู้สึกให้เหมือนกับเป็นเวลาของคุณสองคน อยู่กันเพียงลำพัง ไม่ต้อง เกรงใจช่างภาพ และสไตล์ลิส รับรองภาพที่ออกมาจะสื่อถึงความหมาย ความโรแมนติก ในความเป็นตัวคุณทั้งสองคน ได้ดีที่สุด

5. ขอให้มีความสุขกับการถ่ายภาพ บางครั้งคุณอาจคิดว่า สไตล์ลิส ที่คอยจัดท่าทางการถ่ายรูปของคุณ ซึ่งบางทีคุณอาจมองว่า เป็นตัวเจ้ากี้ เจ้าการ รำคาญใจ !!! อย่าเพิ่งหงุดหงิดหัวใจไป เพราะนั่นหมายถึงคุณภาพงานที่พวกเขาตั้งใจให้งานออกมาดี มีคุณภาพ ( ถ้าเจอสไตล์ลิส ที่ไม่ค่อยเจ้ากี้ เจ้าการ นะสิ น่าคิดว่างานจะออกมาเป็นอย่างไร )

6. การถ่ายรูปต้องใช้เวลาถ่ายเกือบทั้งวัน คุณควรปล่อยวางงานทั้งหมด มีธุระอะไรควรจัดการให้เรียบร้อยเสียก่อน เพื่อให้วันนั้นเป็นวันที่พร้อมสำหรับการมาถ่ายรูปจริง ๆ

7. กฏเหล็กง่าย ๆ ชัวร์ ๆ คือ ยิ้มเข้าไว้ สดใสเข้าไว้ แล้วทุกอย่างจะดีเอง

การ ถ่ายภาพแต่งงานเป็นสิ่งที่ต้องร่วมมือกันระหว่างช่างภาพ กับตัวผู้ถ่ายเอง หากช่างภาพใจ เต็มร้อย ผู้ถูกถ่ายภาพใจเต็มร้อย ร่วมกันสร้างสรร ถึงช่างภาพมีฝีมือดีแค่ไหน หากผู้ถูก ถ่ายภาพยิ้มน้อย หรือไม่ค่อยยิ้ม ซึ่งดูแล้วไม่เป็นธรรมชาติ ยากส์ค่ะ ที่จะได้ภาพออกมา ถูกใจคุณ ดังนั้นหาก คุณเตรียมพร้อมสำหรับการมาถ่ายรูปดีเท่าไร นั่นย่อมหมายถึง คุณก็จะได้ภาพถ่ายที่ ออกมาดีมากขึ้นเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูล : http://www.centerwedding.com/
ภาพประกอบ : อินเตอร์เน็ต

เครดิต  women.sanook

ไอเดียลูกตลก ปุ้ม-พัด จัดวิวาห์คอมเมดี้..

June 13th, 2009 by womenblogs

ไอเดียลูกตลก ปุ้ม-พัด จัดวิวาห์คอมเมดี้..

ปุ้ม สมัญญา โพธิ์วิจิตร (ลูกชายเป็ด เชิญยิ้ม) กับเจ้าสาว พัด พัสรี เอี่ยมชามนา (ลูกสาวโย่ง เชิญยิ้ม)
ปุ้ม สมัญญา โพธิ์วิจิตร (ลูกชายเป็ด เชิญยิ้ม) กับเจ้าสาว พัด พัสรี เอี่ยมชามนา (ลูกสาวโย่ง เชิญยิ้ม)

”มารวมงานได้ตลอดเวลาเลยครับยินดี เข้าได้ตลอด ยกเว้นตอนเข้าหอแล้วแค่นั้นเอง ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..” วลีฮาๆ ของว่าที่เจ้าบ่าว ”ปุ้ม” สมัญญา โพธิ์วิจิตร ที่ เชื้อเชิญพี่น้องเพื่อนพ้องทั้งในและนอกวงการตลกรวมถึงเหล่าสื่อมวลชนมาร่วม ปาร์ตี้งานแต่งงานที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี

”ปุ้ม” สมัญญา โพธิ์วิจิตร (ลูกชายเป็ด เชิญยิ้ม) กับเจ้าสาว ”พัด” พัสรี เอี่ยมชามนา (ลูกสาวโย่ง เชิญยิ้ม) ถึงความรักในแง่มุมฮาๆ พร้อมทั้งคอนเซปต์งานวิวาห์ที่รับรองว่าใครที่ไปแล้วจะต้องหัวเราะกันจน เมื่อยกรามเพราะทั้งคู่ได้เตรียมความสนุกให้กับแขกผู้มีเกีรยติเต็มที่ไม่ ว่าจะเป็นตลกจากหลายรุ่น ละครเวทีจากทีมนักแสดงก่อนบ่ายคลายเครียด เรียกว่างานนี้สมกับเป็นงานแต่งงานของทายาทตลกชื่อดังของเมืองไทยจริงๆ โดย ”ปุ้ม-สมัญญา” บอกกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า

เคาน์ดาวน์งานวิวาห์

”ตอน นี้รายละเอียดอันนี้เหลือเชิญแขกอย่างเดียวเลยเยอะมากเราพิมพ์การ์ดมา 2,000 ใบ ตอนนี้ไม่พอแล้ว คนที่ยังขาด เรายังไม่เชิญอีกหลายท่านก็อย่างกลุ่มเพื่อนผมเนี่ยก็ใช้วิธีแบบว่าการ์ดใบ เดียวนะก็รวมทั้งกลุ่มก็ประหยัดการ์ดด้วย แล้วก็ช่วงนี้ก็เหลือเรื่องทำออร์กาไนซ์ ก็พอแขกมาเยอะเนี่ยเราก็ต้องบริหารเรื่องดูแลเขาให้ดีๆ ส่วนเรื่องสถานที่พอนะครับ ห้องจุได้ประมาณ 3,000 คน ที่ห้องคริสตัล ก็คือว่าเราต้องดูแลเรื่องที่จอดรถแล้วก็คนที่ถ่ายรูป ก็ต้องมีออร์กาไนซ์เรื่องถ่ายรูปคือเราไม่ได้จ้างออร์กาไนเซอร์มาคิดงานให้ เรา เราอยากได้คอนเซปต์แบบไหน อย่างไรคืออะไรบ้างเราเลือกเองหมด”

งานแต่งแบบเดิมๆ หลบไประดับทายาทตลกต้องวาไรตี้ทั้งละครเวที คอนเสิร์ตและคณะตลกจากพี่น้องร่วมวงการ

”เรา ก็พยายามที่จะฉีกหรือแพตเทิร์นของงานแต่งงานนะครับแล้วก็คิดว่าเราชวนแขกมา ร่วมปาร์ตี้กันนะครับ ที่โดยที่มีเพลงเพราะๆ ฟังมีตลกขำๆ ดูแล้วก็มีเกมการละเล่นต่างๆ ก็ลักษณะเหมือนอีเวนต์ แล้วก็ถ้าเกิดมีการ์ดเนี่ยก็จะเป็นลักษณะคล้ายๆ ของละครเวที บางทีแขกที่เราเชิญเนี่ย เค้าก็แบบว่าเปิดดูปุ๊บคิดว่าละครเวที เป็นเวทีละครหรือบัตรคอนเสิร์ต เราก็เลยได้มีแพตเทิร์นของเรา ไม่ได้เป็นแบบทั่วไปก็จะมีละครเวที เหมือนจำลองชีวิตของเราทั้งคู่เล่นเหมือนก่อนบ่ายคลายเครียดเลยครับ คุณชมพู่เล่นเป็นคุณพัดนะครับ แล้วพี่ตี๋ เล่นเป็นผมแล้วก็จะมีบทตัวละครอื่นๆ อีก โดยมีผู้กำกับฯ ก่อนบ่ายเป็นคนดูแลครับ”

พี่น้องสื่อมวลชน บ่าว-สาวยินดีต้อนรับ

”สื่อ มวลชนมาจริงๆ คือว่างานเนี่ยเริ่มตั้งแต่เช้า คือ 9 โมง 9 นาที เรามีการแห่ขันหมาก พาแขกไปโดยขันหมากโดยมีเถ้าแก่สู่ขอหลังจากนั้นก็จะเข้าพิธีหมั้นตอนประมาณ ซัก 10 โมงนะครับแล้วก็รดน้ำพระพุทธมนต์ราว 11 โมง แล้วหลังจากนั้นก็ทานข้าวเที่ยงกัน สามารถมากันได้ตั้งแต่ 8 โมงครึ่งก็ได้เลยครับแล้วก็รับประทานอาหารร่วมกัน ตอนเย็นก็เริ่มประมาณซัก 6 โมงเย็น คือผมสบายๆ ครับ งานนี้จริงๆ อยากให้มาสนุกสนานกัน เพราะว่าพี่ๆ สื่อมวลชนหลายท่านก็ได้สนิทสนมกันดีเพราะว่าเมื่อก่อนพี่ก็ได้ทำพีอาร์ของ บริษัทอยู่แล้ว หลังจากนั้นก็สนิทกันก็ยินดีมาได้ตลอดเวลา เข้าได้ตลอดครับ ยกเว้นตอนเข้าหอแล้ว แค่นั้นเอง (หัวเราะ)”

เตรียมบริหารต่อมฮาให้ดีเพราะงานนี้มีพี่น้องตลกขนมุกมาโชว์เต็มที่

”ศิลปิน ตลกนี่เราเชิญ คือมีกี่คนเราเชิญหมดอยู่แล้วนะครับ ก็ทุกท่านก็น่าจะมากันเกือบครบนะครับ แล้วก็จะมีช่วงเวลาอย่างน้อยซัก 2 ช่วงให้พี่ๆ ตลกขึ้นมาแจมสนุกสนานกัน ขึ้นมาอำกัน อะไรอย่างนี้ครับ ก็จะเป็นบรรยากาศการแต่งงานที่สนุกอ่ะ มันบันเทิง เพราะเราอยากให้คนมารู้สึกว่าอยากอยู่ต่อเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าเมื่อไรจะพิธีการเสร็จ เมื่อไรจะตัดเค้กเสร็จจะได้รีบกลับ อะไรอย่างเนี้ยเราอยากให้คนมาสนุกสนานกัน เรื่องอำไม่กลัวครับเพราะว่าโดนอยู่แล้ว ไม่กลัวอยู่แล้วเพราะว่าอยู่ในวงการตลกเนี่ย โอ้โหเรื่องอำเป็นเรื่องธรรมชาติ”

ถึงจะสนุกฮาแค่ไหน แต่ก็ไม่ถึงความโรแมนติก

”ก็ คงมีนิดหน่อยนะครับ อยู่ในพิธีการนิดหน่อย ความซึ้งความอะไรน่าจะอยู่บนพิธีการมากกว่าครับ คือผมก็อยากให้ประทับใจ อยากให้แขกที่มารู้สึกว่าเป็นงานที่เค้าอยากจะจดจำเราเอาไว้อย่างที่บอกว่า เราตั้งใจทำมาก”

ปุ้ม สมัญญา โพธิ์วิจิตร (ลูกชายเป็ด เชิญยิ้ม) กับเจ้าสาว พัด พัสรี เอี่ยมชามนา (ลูกสาวโย่ง เชิญยิ้ม)

ของชำร่วยแทนคำขอบคุณ

”ของ ชำร่วยเป็นกล่องใส่ปากกา เป็นกล่องผ้าไหมแล้วใส่ปากกาคู่นะครับ แล้วก็มีพาร์ตเนอร์คือพี่ที่สนิทกัน ท่านก็ให้ปากกามาเป็นสปอนเซอร์แล้วเราก็ทำกล่องสวยงามเลยครับ การใช้งานก็ดีกว่า มีน้ำพริกกลับบ้านคนละ 1 กระปุก ก็จะมีทิคเก็ตให้แล้วก็มาแลกน้ำพริกตอนกลับบ้าน”

หลังจากอัพเด ตความคืบหน้ารวมถึงคอนเซปต์ของงานวิวาห์ไปแล้ว คู่บ่าว-สาวก็ได้ย้อนรำลึกถึงต้นกำเนิดความรักให้ฟังซึ่งมีทั้งความหวาน ความประทับใจ รวมถึงมุมสนุกๆ ที่รวมกันแล้วกลายเป็นส่วนผสมที่แสนลงตัวทำให้ความรักของ ”ปุ้ม” และ ”พัด” เสมอต้นเสมอปลายมาตลอด 5 ปีเต็ม

พรหมลิขิตชักนำให้เจอกัน

”จริงๆ เจอกันที่ช่องสามนะครับที่บีอีซี เทโรฯ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ผมก็ได้ไปทำงานที่บีอีซี เทโรฯ แล้วก็ได้ไปเจอเค้า คือเราอยู่กันแค่เนี้ยเราทำงานโปรดักชั่นผลิตรายการนะครับ เค้าอยู่มาร์เกตติ้ง เค้าประสานงานการตลาดก็ประสานงานกัน เพราะว่าเค้าถูกส่งมาประสานงานแล้วได้รู้จักกันตอนนั้น

ผ่านกันไปผ่านกันมา แต่เราก็หากันจนเจอ

”พัด เห็นแบบผ่านๆ กันแต่ว่าไม่ได้เจาะจงว่าคนนี้ ตอนฝึกงานก็ฝึกที่บ.โคเมดี้ฯ นี่แหละ เค้าก็จะเข้ามาเอาของที่ออฟฟิศ แต่เค้าก็ยังไม่รู้จักพัด คนที่ออฟฟิศก็บอกเป็นลูกพี่เป็ด ก็หรอก็แค่นั้น คือรู้ว่าเค้าไม่ได้เข้ามาช่วยงานพ่อ ตอนนั้นเค้าเรียน เค้าไม่ได้เข้ามา ก็แบบผ่านไปผ่านมา จริงๆ พัดทักเค้าก่อนตอนนั้นทำงานที่บีอีซี เทโรฯ แล้ววันนั้นลงไปที่ช่องสาม แล้วพอดีว่าเค้ามาแจกการ์ดของป๋าต๊อกให้พีอาร์ที่ช่องสาม ก็เลยเจอเค้า ก็เลยถามว่าคุณปุ้มลูกคุณเป็ดหรือเปล่า ก็เลยบอกใช่แล้วก็ไม่ได้คุยกัน” ”แล้วก็บังเอิญเค้าไปอีกทางพัดไปอีกทาง พอเสร็จธุระก็เสร็จพร้อมกันแล้วก็ลงลิฟต์พร้อมกันก็ได้คุยกันนิดๆ หน่อยๆ แล้วอีกซักพักนึงคุณปุ้มเค้าก็มากับพ่อ ทางลุงเป็ด ซึ่งทางลุงเป็ดเค้าก็มีโปรเจกต์ที่จะมาทำกับช่องสามพอดี กับบีอีซีฯ พอดี ก็เลยได้คุยกันแล้วได้รู้จักกัน”

ใช่มุกตลกแซวกันไปแซวกันมาจนกลายเป็นความสนิทสนม

พัด : ”คือเราเหมือนแบบตลกๆ เหมือนกันเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันก็คุยกัน เวลาทางลุงเป็ดเค้าไปประชุม พี่ปุ้มก็โทร.ไปบอกว่าตาโย่งอยู่เนี่ยนะตาโย่งประชุมอยู่ด้วยกันเนี่ยก็จะ ล้อกันไปล้อกันมาจนความสัมพันธ์เริ่มพัฒนาขึ้นคะ”

ปุ้ม : จริงๆ ส่วนใหญ่ก็จะอำมุกกันอ่ะครับ คือถ้าเกิดอำกันไม่ขำน่ะครับ เราก็ล้อ โย่งๆ ผมไม่ขำเค้าบอกเป็ดๆ ก็อำกัน คือเราคบกันเหมือนเพื่อนอ่ะครับ คืออำกันได้เล่นมุกกันได้อ่ะครับ สนุกๆ คือแบบว่า ไม่ต้องโรแมนติกบ่อยๆ คือหลากหลาย ทะเลาะกันบ้างอะไรกันบ้าง”

เมื่อตกลงทำสัญญาใจ

ปุ้ม : ”อืม ไม่เคยบอกคุณพ่อเลยครับ แต่ว่าคุณพ่อท่านจะทราบเองว่าคบกัน เริ่มไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ แล้วก็ไปเจอกัน คุณพ่อโย่งก็จะเห็นแล้วว่าเนี่ยไปกับลูกสาวบ่อยๆ”

พัด :”คุณพ่อก็เลยแซว เพราะเวลาพัดไปหาที่ออฟฟิศ ก็จะบอกว่า ป๊า (โย่ง เชิญยิ้ม) ว่าหนูนั่งอยู่กับพี่ปุ้มลูกลุงเป็ด ป๊าก็จะแบบถามมันดิว่าจะมาจีบหรอ (หัวเราะ) เค้าก็แซว แต่มาแซวหนักๆ
นี่ พี่ปุ้มไม่อยู่ไปออสเตรเลีย แล้วทางพ่อเป็ดเนี่ยเค้าก็ช่วยเหลือทางนี้เยอะ เค้าก็แซวว่าจะหุบโรงงานน้ำพริก ทางป๊าพัดก็บอกว่าที่ให้โฆษณาตั้งนานนี่จะเอาลูกสาวหรอคุณพ่อทั้งสองฝ่ายก็ แซวกันไปแซวกันมาค่ะ”
ถึงคุณพ่อจะเป็นเพื่อนกัน แต่ก็ไม่ใช่จะทำอะไรตามใจได้ทุกอย่าง

ปุ้ม : ”ที่บ้านพัดค่อนข้างดุ คุณพ่อคุณแม่ไม่ค่อยให้ไปไหน แต่เราก็ไปได้เต็มที่อะไรแบบนี้ มีบ้างอ่ะครับ แต่ก็จนช่วงหลังที่คบกันชัดๆ ขึ้นก็ยอมรับก็ค่อยๆ คลายมาตรการบางอย่างลงไป จริงๆ อาจจะมีบ้างเล็กน้อยนะที่พ่อรู้จักกันแต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างไปด้วยกันได้ ตลอด”

พัด : ”ส่วนมากที่บ้านจะจำกัดขอบเขตว่า คือทำอีเวนต์คอนเสิร์ตด้วยก็จะกลับดึก คือป๊าก็จะโทร.มาว่าดึกแล้วนะกลับบ้านอย่างไร คือค่อนข้างแบบว่าต้องกลับบ้านเร็วป๊าจะเป็นห่วง แต่เราทำอะไรก็อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ตลอดค่ะ”

ปุ้ม สมัญญา โพธิ์วิจิตร (ลูกชายเป็ด เชิญยิ้ม) กับเจ้าสาว พัด พัสรี เอี่ยมชามนา (ลูกสาวโย่ง เชิญยิ้ม)

ความรักสุกงอมจนคิดสร้างครอบครัวด้วยกัน

ปุ้ม : ”ผมก็ขอพัดก่อน ขอพัดแต่งงานก่อนแล้วก็บอกคุณพ่อเป็ด คุณพ่อก็ยินดีเพราะว่าคือช่วงหลังๆ ก่อนที่เราจะแต่งงานพัดก็เข้าออกที่บ้านบ่อยขึ้น คุณพ่อก็มาพูดคุยว่ามองพัดในระยะหนึ่งเค้าก็คิดว่าพัดน่าจะทำให้ชีวิตเรามี ความสุขได้”

พัด : ”ป๊าพัดเนี่ยพี่ปุ้มเค้าก็ไม่ได้ไปพูดว่าน้าโย่งขออะไรนะ เค้าก็ไปบอกพ่อเป็ดให้พ่อเป็ดเป็นคนไปขอให้เองนะ ไปคุยกันที่รายการก่อนบ่าย”

ปุ้ม : ”คือผมจะไม่ค่อยกล้าไง คือถ้าเกิดว่าเป็นเมื่อก่อนเนี่ยเราจะมาคุย กล้าเล่นไง แต่พอเรารู้ว่าคนนี้จะมาเป็นพ่อตาเรานะก็ทำให้แบบว่าความสนิทมันห่างไปนิด หน่อย (ยิ้ม) ก็จะไปทำกล้าๆ เล่นอย่างเมื่อก่อนมันจะน้อยลงไป จะเอาความเคารพเข้ามาแทนที่มากขึ้นนะครับ”

ความประทับใจในตัวเจ้าสาว

”จริงๆ ประทับใจหลายๆ อย่างนะครับ คือผมชอบให้แฟนเป็นคนคิดแล้วมีเหตุผล แล้วขยันทำมาหากิน เป็นคนที่แสดงอะไรในตัวของเค้าออกมา ซึ่งพัดเค้ามีตรงนี้ เค้าเป็นคนที่ขยันทำงานแล้วก็เป็นคนที่ไม่ได้คุยแล้วแบบว่าเอาแต่ใจ คุยรู้เรื่องเอาเหตุผลคุยกันแม้กระทั่งเวลาเราเป็นแฟนกัน หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยกันมีงอนกันบ้างแต่ก็ไม่ค่อยข้ามวันอ่ะครับ ก็ดีกัน หลายๆ อย่างเค้าเป็นผู้หญิงที่น่านับถือ เป็นคนที่น่านับถือ”

”พัด” สุดประทับใจความเอาใจใส่ของฝ่ายชาย

”พี่ ปุ้มเนี่ยเค้าน่ารัก เค้าเป็นคนพูดจาเพราะ แล้วเป็นคนที่แบบว่าเอาใจใส่ในตัวเรา สมมติว่าไปนั่งทานข้าว แบบบางทียุงมากเกาะเราแค่ปัดๆ เค้าก็เอามือมาปัดให้เรา เราก็แบบผู้ชายคนนี้เค้าแบบดูแลจังเลยอะไรก็ประทับใจเค้าเค้าดูแลเราดี คือเค้าก็ยังเป็นมาตลอด ทานข้าวหรือยัง คือวันนึงโทร.หากันไม่ต่ำกว่า 5 รอบคือ 5 ขึ้นจะไปไหน คือก่อนออกจากบ้านคือโทร.กัน”

อนาคตของ ”ปุ้ม-พัด”

”ก็ น่าจะมีน้องเลยครับ อายุก็ 30 กว่ากันทั้งคู่แล้ว ก็คงจะมีน้องเลย เต็มที่ก็น่าจะประมาณ 2 คนนะครับ เราก็คงใช้ชีวิตต้องเผือเพราะว่าเมื่อก่อนเราก็หนุ่มโสดนะครับ อยู่ในวงการเจอผู้คนเยอะครับ สนุกสนาน แต่ตอนนี้เรามีครอบครัวแล้วก็ต้องปรับตัว”

เรื่อนหอแสนอบอุ่น

”เรือน หอก็คือคุณพ่อเป็ดอยากให้อยู่ที่บ้านแกก็เลยสร้างบ้านไว้ในระดับหนึ่ง จริงๆ อยู่หลังเดียวกันแต่มันก็จะมีโซนของทางคุณพ่อ คือคุณพ่อตั้งไว้แต่แรกว่าถ้าเกิดผมแต่งงานท่านก็อยากจะให้อยู่ด้วยกัน อยากจะให้มีคนเยอะๆ อยู่ในบ้าน เพราะว่าท่านคงเหงามั้งครับ เพราะรู้เลยว่าถ้าแยกตัวออกไปอาจจะอยู่กับท่านก่อน”

เตรียมวางแผลนให้ลูกน้อย โดยยึดวิธีของคุณพ่อเป็ด เป็นแบบอย่าง

”เรื่องวง การบันเทิงยังไม่แน่ใจนะ ถ้าเกิดเค้าสนใจก็แล้วแต่ แต่ถ้าเกิดว่าอยากให้เรียนสายเราเพราะคุณพ่อไม่เคยพูดว่าให้เราเข้ามาอยู่ใน วงการบันเทิงโดยให้มาอยู่หน้าจอ ให้แบบว่าอยู่หลังจอดีกว่า ทำอะไรได้เยอะกว่าแล้วเราก็มาดูกันผม ก็เลยคิดว่าเราตั้งไว้ก่อนว่าตอนนี้เราอยากให้ลูกเราเป็นแบบนั้นนะครับ เรื่องการเรียนก็คงเรียนให้สูงสุดเพราะว่าอย่างตัวเราเองก็เรียนสูงสุดคือ ตอนนี้ผมก็เกือบเป็นด็อกเตอร์แล้ว ก็เหลือทำเล่ม ทำดุษฎีนิพนธ์ให้เสร็จก็คือจบ หลังจากนี้ก็คงทุ่มเทเรื่องการเรียนให้จบภายในปี 52 กลางปี 52 ก็น่าจะจบได้ครับ”

เป็ด เชิญยิ้ม  โย่ง เชิญยิ้ม

ว่าที่คุณตากับคุณปู่จองตัวหลานเตรียมฝึกเป็นศิลปิน

”ก็ คงไม่ขนาดนั้น พ่ออยากให้เรียนมากกว่า รักในการเรียนมาก คือคุณพ่อเค้าเห็นความสำคัญของการเรียนมากเพราะว่าพ่อเค้าจบปริญญาตรีอย่าง ที่เค้าเคยคุยไว้ตอน 48 แล้วก็ตอนนี้เค้าก็จบแล้วเค้าก็จะเรียนด็อกเตอร์ก่อนผม”

จากใจคุณพ่อ ”โย่ง เชิญยิ้ม”

”ก็ไม่เหนื่อยเท่าไรเรื่องงานแต่งงานลูกเพราะส่วนใหญ่ทางเป็ดเค้าจัด และแขกก็เป็นคนแวดวงเดียวกันเลยไม่เหนื่อยอะไรมาก ส่วนตื่นเต้นมัhยก็ไม่นะแต่จะเป็นความดีใจมากกว่าที่ได้เห็นลูกแต่งงานมี ความสุข ซึ่งตอนที่เค้ารักกันใหม่ๆ ตัวผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเพียงแค่ดูอยู่ห่างๆ เพาะเรื่องความรักเป็นเรื่องของคนสองคน และผมเองก็เห็นว่าปุ้มเป็นคนดี กับพี่เป็ดเองก็รู้จักกันอยู่แล้ว ผมก็มองดูอยู่จนวันที่เค้าจะแต่งงานกันผมก็คิดว่าลูกๆ เค้าศึกษากันดีแล้ว ต่อจากนี้ก็อยากให้เค้ารักกันให้ดีให้นึกถึงวันที่รักกันดูแลกันอย่างนี้ ตลอดไป หลังจากนี้ผมก็ไม่ได้ห่วงอะไรเป็นพิเศษเพาะตัวลูกสาวผมเองเค้าค่อนข้างเป็น คนตั้งใจทำงาน เป็นคนจริงจังซึ่งคิดว่าตรงนี้จะเป็นส่วนที่ทำให้อนาคตของเค้ามั่นคงครับ”

จากใจคุณพ่อเป็ด เชิญยิ้ม

”ตอน นี้ก็ช่วยลูกแจกการ์ดก็เหนื่อยเหมือนกันเพราะมีแขกผู้ใหญ่ที่ต้องไปเชิญด้วย ตัวเอง ซึ่งเราก็ทำหน้าที่ความเป็นพ่อให้เต็มที่ดีใจนะที่เห็นเค้าจะมีครอบครัว เพราะผมเองก็ทำหน้าที่พ่อเต็มที่คอยดูเค้ามาชดเชยทุกสิ่งให้เค้าอย่างเต็ม ที่ทั้งเรื่องการเรียน และนี่เค้ากำลังจะเป็นผู้นำครอบครัวซึ่งผมเองก็พยายามทำให้ลูกมองผมเป็น ฮีโร่ประพฤติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกสร้างกำแพงไว้ให้ลูกเพราะถ้าวันไหน ที่ผมไม่อยู่แต่ลูกผมก็ยังไม่คนเอ็นดูช่วยเหลือเพราะความดีที่สร้างเอาไว้”

”ตอน ที่ทั้งสองคนคบกันผมไม่รู้นะ มารู้จริงๆ ตอนที่ไปงานบ้านโย่งแล้วเห็นเค้าอยู่ด้วยกัน เราก็ค่อยๆ ดูไปก็รู้ว่าเค้าคบกันอยู่ผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะทางพัดเค้าก็เป็นคนขยัน มีความรับผิดชอบคือไม่ใช่ว่าเป็นลูกคนรู้จักแล้วเราก็ปล่อยนะเราก็ต้องคอยดู ด้วยแต่พัดเค้าเป็นเด็กดีจริงๆ พอเค้าจะแต่งงานกันเราก็ยินดีด้วย ก็ขอให้มีความสุขมากๆ จริงๆ แล้วไม่ว่ายังไงลูกก็ยังเด็กในสายตาเราเสมอนะ แต่เมื่อต้องมีครอบครัวแล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบ มีสติเพราะการแต่งงานก็เหมือนเป็นการสร้างกรรมด้วยกัน และให้จำวันที่ 27 ธ.ค.ให้ดีๆ จำไว้ว่าเคยมีรอยยิ้ม เคยมีความสุข เคยรักกันแค่ไหนครับ”

เครดิต  women.sanook

ตรวจก่อนแต่งงาน…ปัจจัยที่บ่าว-สาวไม่ควรมองข้าม

June 13th, 2009 by womenblogs

ตรวจก่อนแต่งงาน…ปัจจัยที่บ่าว-สาวไม่ควรมองข้าม

ความรัก, คู่

ใน ช่วงเวลาแห่งฝันหวาน ของการเตรียมงานแต่งคงไม่มีใครอยาก นึกถึงเรื่องเคร่งเครียด อย่างโรคภัยไข้เจ็บ หลายคนจึงละเลยหรือแกล้ง ลืมไปเสียว่าควรจะตรวจสุขภาพ ทั้งที่ เป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งกว่างานเลี้ยงหรูหรา ภาพถ่ายงดงาม แหวนเพชรน้ำหนึ่ง หรือชุดสวยจากห้องเสื้อชั้นนำ เพราะนอกจากหัวใจ สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงก็คือ ของขวัญสูงค่าที่สุดที่คู่รักจะมอบให้กันและกัน ได้ยิ่งไปกว่านั้นยังแสดงถึงความรับผิดชอบ ที่จะไม่นำโรคร้ายมาสู่ครอบครัวและเท่ากับได้ เตรียมความพร้อมสำหรับสมาชิกใหม่ที่จะตามมา เราควรจะต้องวางแผนให้ดีก่อนการแต่งงาน( wedding planner)

ปัจจุบันโรงพยาบาลส่วนใหญ่มีโปรแกรมตรวจสุขภาพก่อนแต่งไว้บริการว่าที่เจ้า สาว เจ้าบ่าวในราคาที่ไม่สูงจนเกินไปนัก การตรวจขั้นพื้นฐานทั่วไปได้แก่

ตรวจร่างกาย : วัดส่วนสูง : ชั่งน้ำหนัก : และวัดความดัน

ตรวจเลือด : หาหมู่เลือด ดูชนิดของ Rh Factor คนไทยมักมีเลือด Rh+ ในขณะที่เลือดของชาวตะวันตกโดยมากเป็น Rh- แต่คนไทยบางราย อาจมีเลือดเป็นลบ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งเมื่อตั้งครรภ์ หากตรวจพบก่อนแพทย์จะมีวิธีฉีดยา ป้องกันอันตราย ที่อาจเกิดขึ้นกับแม่และทารกได้

ดูลักษณะและจำนวนเม็ดเลือดขาวว่าผิดปกติหรือไม่
ดูน้ำตาลในเลือด หาภาวะโลหิตจาง และหาความผิดปกติของฮีโมโกบิล ที่เป็นสายพันธ์ของเม็ดเลือดแดง
ว่ามีโรคหรือเป็น พาหะของโรคธาลัสซีเมียหรือไม่

หาเชื้อซิฟิลิสและโรคติดต่ออื่น ๆ หาเชื้อเอชไอวีโรคเอดส์ หาภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสตับอักเสบ หาภูมิคุ้มกันหัดเยอรมันในผู้หญิง ปัญหาที่อาจพบได้จากการตรวจเลือด คือ ชนิด Rh Factor ของทั้งสองฝ่ายไม่เข้ากัน มีภาวะหรือเป็นพาหะของธาลีสซีเมีย มีเชื้อ กามโรค เชื้อเอชไอว เชื้อไวรัสตับอับเสบบี และขาดภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน ซี่งภาวะต่างๆ เหล่านี้จะส่งผลถึงการครองคู่และการมีบุตร ในอนาคต

ชนิดของ Rh Factor จะ บอกได้ว่าเลือดของคู่บ่าวสาวเข้ากันหรือไม่ คนไทยมักจะมีเลือด Rh+ ในขณะที่เลือดของชาว ตะวันตกโดยมากเป็น Rh+ แต่คนไทยบางรายอาจมีเลือดเป็นลบ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งเมื่อตั้งครรภ์หากตรวจพบก่อน แพทยจะมีวิธีฉีดยาป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับแม่และเด็กได้

สำหรับโรคธาลัสซีเมีย คือ โรคชนิดหนึ่งที่สืบทอดทางพันธุกรรมผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีภาวะโลหิตจาง และหัวใจวายได้ง่าย หรือ บางคนไม่แสดงอาการ แต่เป็นพาหะก็มีมาก หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพาหะ อาจไม่ส่งผลถึงบุตร แต่ถ้าบิดามารดาเป็นพาหะทั้งคู่ บุตรจะเสี่ยงต่อโรคนี้ค่อนข้างมาก จึงควรเจาะน้ำคร่ำตรวจเมื่ออายุครรภ์ครบ 4 เดือน เพื่อหาทางแก้ไข

หากตรวจพบเชื้อกามโรคบางชนิด ก็ควรรักษาให้หายขาดเสียก่อนแต่งงาน แต่สำหรับเชื้อเอชไอวี ทำได้เพียง
ป้องกันตัวไว้ก่อน และหวังว่าผลเลือดจะไม่เป็นบวก ส่วนเชื้อไวรัสตับอักเสบบีนั้นอยู่ในเลือดและน้ำคัดหลั่ง ติดต่อกันได้
ทาง เพศสัมพันธ์ การจูบ เมื่อปาก มีแผล การใช้เข็ม ของมีคมหรือแปรงสีฟันร่วมกัน สัมผัสใกล้ชิดกับผู้มีเชื้อ รวมถึงทารก อาจรับเชื้อ จากมารดาขณะคลอด โรคตับอักเสบ ทำให้ ผู้ป่วยมีภาวะเสี่ยงสูงต่อโรคร้ายแรงอื่น ๆ ผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันจึงควรรับวัคซีน โดยเริ่มฉีดเข็มแรกแล้วรอหนึ่งเดือนจึงฉีดเข็มที่ 2 แล้ว รออีก 6 เดือนจึงฉีดเข็มที่สาม แล้วแพทย์อาจพิจารณากระตุ้นภูมิคุ้มกันอีก

อีกโรคหนึ่งที่พึงระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงก็คือหัดเยอรมัน เพราะ ถ้าเป็นโรคนี้ขณะตั้งครรภ์ ทารกอาจผิดปกติ ใด้ ผู้หญิงจึงควรฉีดวัคซีนไว้ตั้งแต่ก่อนแต่งงาน และหลังจากรับวัคซีนแล้วต้องรออย่างน้อย 3 เดือนจึงจะตั้งครรภ์ได้

นอก เหนือจากการตรวจขั้นพื้นฐาน อาจถือโอกาสตรวจสุขภาพ อย่างละเอียดด้วยก็ได้ และน่าจะนัดพบสูติแพทย์ เพื่อปรึกษา เรื่องการวางแผนครอบครัวด้วย

การวางแผนครอบครัวนี้ มิใช่จะหมายความถึงการคุมกำเนิดเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมถึงการเตรียมตัว
เพื่อมีบุตรด้วย หญิงสาวส่วนใหญ่พยายามหลีกเลี่ยงสูติแพทย์เพราะเกรงว่าจะต้องตรวจภายใน ทั้งที่ความจริงสามารถ
คุยกับแพทย์ได้ว่ายังไม่อยาก ตรวจขอเพียงปรึกษาเรื่องการวางแผนครอบครัวเท่านั้น

ว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวควรไปตรวจสุขภาพแต่เนิ่น ๆ หากต้องฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ ป้องกันหัดเยอรมัน หรือใช้ยาคุมกำเนิด ก็จัดการให้เรียบร้อย พอถึงวันแต่งงาน จะได้มีความสุข สมหวัง สบายใจ ไร้กังวล

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.centerwedding.com/

เครดิต  women.sanook

« Previous Entries Next Entries »