ฉีกแนว…ลูกสาวนายกฯ มะปราง เวชชาชีวะ

July 10th, 2009 by womenblogs

ผิด กันชนิดที่เรียกว่าหน้ามือเป็นหลังมือสำหรับเจ้าของตำแหน่งลูกสาวนายก รัฐมนตรีคนล่าสุด ซึ่งที่ผ่านๆ มาบรรดาลูกสาวลูกชายของนายกรัฐมนตรีต่างดูเริ่ดหรู ไฮโซเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับลูกสาวของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มะปราง นางสาวปราง เวชชาชีวะ อายุ 18 ปี ดูจะไม่เข้าคอนเซ็ปท์ข้างต้นเพราะตัวตนของเธอเรียบง่าย แต่ก็น่าสนใจไม่น้อย

มะปราง เวชชาชีวะ
มะปราง เวชชาชีวะ

1 วันเต็มๆ ที่ขอเป็นเงาของลูกสาวนายกฯ ทำให้ได้รู้จักเธอมากขึ้น

เริ่ม ตั้งแต่เช้า ปรางในชุดนิสิต เสื้อสีขาวตัวโคร่ง กระโปรงพลีทสีกรมท่ายาวเลยเข่า รองเท้าสีขาว ไหล่ขวาสะพายกระเป๋าใส่ของสีดำ ไหล่ซ้ายสะพายกระเป๋าใส่กระดานสเก๊ตช์ ก้าวเข้ามาในตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะเรียนที่ปรางบอกด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ว่า “ดีใจที่ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่สามารถเอาชนะพ่อกับแม่ได้” แล้วก็หัวเราะออกมาอย่างสดใส

จากวันแรกที่ใช้ชีวิตนิสิตในรั้ว จามจุรี ผ่านมา 4 อาทิตย์ “เฟรชชี่คณะสินกัม” สาขาทัศนศิลป์คนนี้ปฏิบัติตัวไม่ต่างไปจากนิสิตคนอื่น กลางวันตั้งอกตั้งใจเรียนหนังสือ พอตกเย็นก็เข้าร่วมกิจกรรมรับน้องกับเพื่อนๆ ในคณะ

“ช่วงนี้เหนื่อยสายตัวแทบขาด” ปรางบ่นอุบแบบติดตลก “ที่นี่เรียนหนักมาก งานเยอะ แต่ทำไงได้ ก็ชอบวิชานี้” เธอสรุปสั้นๆ

แค่คำว่า “ชอบ” คงบอกความเป็น “เด็กอาร์ต” ของสาวคนนี้ไม่ได้ทั้งหมด

ใน วิชาดรออิ้ง ปรางนั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้อง ตั้งหน้าตั้งตาวาดภาพเหมือนหุ่นนิ่ง ที่จัดวางอยู่บนโต๊ะ มีทั้งผลไม้และสิ่งของต่างๆ เธอยกดินสอไม้ขึ้นเล็งเพื่อวัดสัดส่วนของหุ่นนิ่งที่จะวาด แล้วบรรจงจรดปลายดินสอวาดลงบนกระดาษด้วยความมั่นใจ เพียงไม่นาน ภาพร่างคร่าวๆ ก็เสร็จสมบูรณ์

“ไม่คิดว่าตัวเองเป็นเด็กอาร์ตอะไร ก็เหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป ที่รักความเป็นส่วนตัว ไม่ชอบเป็นจุดสนใจ ยิ่งตอนนี้ ยิ่งวางตัวลำบาก เพราะพ่อเป็นนายกฯ ไปไหนมาไหนก็มีแต่แสงแฟลชจากกล้องนักข่าว มีแต่คนสนใจ รู้สึกกดดันพอสมควร แต่ก็พยายามเป็นตัวของตัวเอง”

เข้าทำนอง “ทำใจได้” ??

“ทำ ใจไม่ได้ก็ต้องทำใจ เขาเรียกปลง! (หัวเราะ) แต่ถ้าไม่มีใครสนใจเลยก็ดีเหมือนกัน” สรุปแบบกระชับๆ บนโต๊ะอาหารในโรงอาหารคณะอักษรฯที่เธอมักจะจูงมือเพื่อนสนิท 2-3 คนไปรับประทานอาหารเที่ยงทุกวัน เมนูโปรดของลูกสาวนายกฯ คือ ข้าวเหนียวไก่ทอด ปรางบอกว่า “อร่อยเด็ด กินได้ทุกวันไม่มีเบื่อ”

มะปราง เวชชาชีวะ
มะปราง เวชชาชีวะ

เพราะรักความเป็นส่วนตัว ในมหาวิทยาลัยเธอจึงพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับนิสิตคนอื่นๆ ที่สุด

“ถ้า ไม่มีใครบอกว่า มะปรางเป็นลูกนายกฯ พวกเราก็ไม่รู้ค่ะ มะปรางไม่เคยพูดเรื่องครอบครัวให้พวกเราฟังเลย แถมยังเรียบร้อย คุยเก่ง บ้าเกาหลี โดยเฉพาะวงดงบังชิงกิ วาดรูปเก่งมากด้วย ให้ความร่วมมือทำกิจกรรมทุกอย่าง ไม่เคยถือตัวว่าเป็นลูกนายกฯเลย” แพรและแนนเพื่อนห้องเดียวกันบอก

รวมทั้งกิจกรรมรับน้อง!! ที่ทุกเย็นเธอต้องมารวมตัวกับเพื่อนๆ ทำกิจกรรมด้วยความเต็มใจ ทั้งที่ออกปากยอมรับว่า…

“เหนื่อย มาก แต่คิดว่าเป็นการฝึกความอดทนในตัวเรา เมื่อก่อนเบื่อ เพราะโหดเกินไป แต่พอเปรียบเทียบกับที่อื่น ที่นี่เบากว่าเยอะรับน้องเป็นกิจกรรมที่ดี ทำให้รุ่นน้องรักกัน แต่ในความคิดปราง การทำให้คนรักกันไม่จำเป็นต้องโหด ต้องดุมากๆ ก็ได้ เพราะถึงไม่ทำแบบนี้ น้องๆ ก็รักกันได้”

แม้เกือบทั้งวันจะแน่นเอี้ยดไปด้วยการเรียนและกิจกรรม แต่พ่อลูกก็ยังรักกันเหนียวแน่น

“เรา จะโทรศัพท์คุยกันบ่อยๆ และถ้าวันไหนว่าง เราก็จะไปรับประทานอาหารนอกบ้านด้วยกัน เวลาปรางเหนื่อยหรือท้อ พ่อก็จะให้กำลังใจว่า สู้ๆ นะลูก สู้ๆ กับทุกเรื่อง ปรางก็พยายามสู้นะ ไม่อยากเอาภาระไปให้พ่อเหนื่อยมากอีก เพราะงานที่พ่อทำ พ่อก็เหนื่อยมากแล้ว”

เห็นคุณพ่อทำงานเหนื่อยอย่างนี้ ไม่รู้จะยังอยากให้คุณพ่อเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปอีกไหม?

“แล้ว แต่พ่อ…เพราะตอนนี้พ่อกำลังทำงานเพื่อประเทศ ก็อยากให้กำลังใจพ่อว่า สู้ๆ กับทุกเรื่อง เหมือนที่พ่อให้กำลังใจปราง” แววตาและน้ำเสียงมุ่งมั่น

ส่วน เธอ…”ขอเป็นลูกไม้ไกลต้น” ไม่ขอเจริญรอยตามอาชีพนักการเมืองเหมือนคุณพ่อ ส่วนจะเดินตามรอยคุณแม่แตงโม หรือนางพิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยหรือไม่นั้น ขอคิดดูก่อนอีกหลายตลบ แต่ที่แน่ๆ ต่อไปนี้อีก 4 ปีจะขอตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดก่อน เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า

เป็น 1 วันที่ทำให้ได้รู้จักนางสาวปราง เวชชาชีวะ มากยิ่งขึ้น เธอน่ารักไม่เบาทีเดียว!

ภาพน่ารักๆ ของน้องมะปรางและครอบครับ เวชชาชีวะ

มะปราง เวชชาชีวะ, ลูกนายก, ลูกสาวนายกฯ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

มะปราง เวชชาชีวะ, ลูกนายก, ลูกสาวนายกฯ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

มะปราง เวชชาชีวะ, ลูกนายก, ลูกสาวนายกฯ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

มะปราง เวชชาชีวะ, ลูกนายก, ลูกสาวนายกฯ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

มะปราง เวชชาชีวะ, ลูกนายก, ลูกสาวนายกฯ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

มะปราง เวชชาชีวะ, ลูกนายก, ลูกสาวนายกฯ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

เครดิต  sanook.com

พิม ร่าเริงสดใส ใส่ใจการเรียน ฝันเป็นดีไซเนอร์

July 10th, 2009 by womenblogs

ได้ ยินชื่อเสียงความน่ารักมานาน วันนี้ขอไม่พลาดในการทำหน้าที่เปิดใจสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มคนนี้ เธอมีดีอะไรกันนะ หลายคนถึงอยากจะรู้จักกันจริง
เราได้ทำการสืบค้นประวัติของเธอ ได้ความมาว่าเธอเคยเป็นนักร้องในวง Chilli White Choc ต่อจากนั้นก็ข้ามมาออกโปรเจกต์ Lipz ตามด้วย Kamikaze Friendship Never Ends และล่าสุดกับผลงาน Seven days เธอเป็นตัวแทนของสาววันอังคาร พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร สาวหวาน เรียบร้อย สไตล์สีชมพู นี่คือภาพที่เราเห็นผ่านเสื้อผ้า หน้าผม ที่เธอแต่ง แล้วตัวตนเพื่อเราคนนี้เราเป็นอย่างไร มาตีซี้ทำความสนิทกันเลยดีกว่า

พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร
พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร

ลัดเลาะรั้วโรงเรียนอินเตอร์
พิมเรียนอยู่ Bromsgrove International School เพิ่งจะย้ายมาเรียนค่ะ ที่เปลี่ยนเพราะว่าสังคมที่นี่ใหญ่กว่า ที่โรงเรียนเก่าเด็กน้อยค่ะ มีวิชาให้เลือกเรียนน้อยด้วย พิมเลยตัดสินใจเปลี่ยนโรงเรียนเพื่อจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเราที่จะได้เรียน อะไรเยอะขึ้นด้วย แต่ยังคิดถึงเพื่อนเก่าอยู่นะคะ พิมยังติดต่อกับเพื่อนเก่าเหมือนเดิมค่ะ

ค้นหาตัวเองว่าชอบอะไร
ตอนนี้เรียน Year 11 เทียบเท่ากับม.4 ค่ะ กำลังดู ๆ อยู่ค่ะว่าอยากเรียนต่อคณะอะไร ณ ตอนนี้ที่คิดไว้อยากเรียนทางด้านดีไซน์ เล็ง ๆ คณะสถาปัตย์ไว้เหมือนกันค่ะ ที่เลือกเพราะชอบค่ะ ทำแล้วมีความสุขมาก ตอนแรกปรึกษากับคุณพ่อคุณแม่ว่าพิมจะเรียนอะไรดี คุณพ่อคุณแม่บอกว่าให้เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบจะดีที่สุด สมมุติว่าเราเลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ บางครั้งเราอาจจะอึดอัดสุดท้ายก็ทนไม่ไหว จนต้องออกและมานั่งเริ่มใหม่อีก ฉะนั้นเราเลือกในสิ่งที่ใจเรารักดีกว่าค่ะ เรื่องการร้องเพลงและการแสดง เหมือนตอนนี้ที่เรากำลังมีโอกาสได้ทำอยู่แล้ว เลยขอเลือกทำแบบที่ตัวเองไม่เคยได้ทำดีกว่า ขอลองสิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นอย่างอื่นบ้างค่ะ

จัดสรรเวลาเรียนให้ลงตัว
การแบ่งเวลาเรียน ส่วนใหญ่พิมจะไปทำงานหลังเลิกเรียนค่ะ หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้จะขอเป็นครึ่งวันแทน ถึงพักเที่ยงก่อนแล้วพิมจะตามไปทีหลัง แต่ถ้าต้องหยุดจริง ๆ พิมจะขออนุญาตทางโรงเรียน และหลังจากนั้นจะต้องมานั่งตามงานทีหลังว่าวันนี้เรียนอะไรไปบ้าง และต้องส่งการบ้านวิชาอะไร คุณครูจะคอยเป็นที่ปรึกษาให้ตลอดค่ะ ตอนนี้คุยเรื่องการบ้านกับคุณครูทางอีเมล์ (หัวเราะ)

คร่ำเคร่งกับการสอบเทียบ
ช่วงที่โปรโมตอัลบั้มเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พิมสอบ ITCSE สอบเทียบอยู่ค่ะ เหนื่อยมากค่ะ คอนเสิร์ตเพิ่งเสร็จด้วย ทั้งซ้อมทั้งทำอัลบั้มเลยหนักเป็นสองเท่า คือพิมต้องขยันมากขึ้นกว่าเดิมเยอะมากค่ะ ท้อบ้างค่ะ แต่โชคดีที่คุณพ่อคุณแม่ แฟนคลับ เพื่อน ๆ ให้กำลังใจกันทุกคน ถ้าท้อมาก ๆ พิมจะคิดอย่างเดียวเลย คือความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นค่ะ

มหาวิทยาลัยในดวงใจ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยที่พิมใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ อยากเรียนที่นี่บ้าง พอเห็นรุ่นพี่ ๆ ที่เขาสอบติดที่นี่ พิมจะดีใจไปกับเขาด้วย ถ้าเป็นตัวเองสอบติดคงดีใจกว่านี้เป็นหลายเท่าแน่เลย ตอนนี้กำลังมุ่งมั่นสอบเทียบอยู่ ต้องสอบให้ได้ก่อน

แรงกดดันที่กลายเป็นแรงขับเคลื่อน
สร้างความกดดันหรือเปล่า กดดันนิดหนึ่งค่ะ (ยิ้ม) บางทีพิมรู้สึกนอยซ์เหมือนกันตรงที่ว่าเพื่อนเขาอ่านหนังสือหมดแล้ว แต่เรายังไม่ได้อ่านเลย บางทีไปสอบแล้วเจอข้อสอบออกตรงจุดที่เราไม่ได้อ่านมา ก็รู้สึกแย่ตรงที่ว่าทำไมเราไม่อ่านตรงนี้นะ เราน่าจะมีเวลาเยอะกว่านี้นิดหนึ่ง แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไร เพราะเราต้องทำงานและเรียนไปด้วย เราทำงานหนักกว่าเพื่อน ๆ เป็นสองเท่า

พอใจในความสามารถของตัวเอง
เรียนอยู่ในระดับปานกลางค่ะ แต่พิมเป็นคนตั้งใจเรียนมาก บางครั้งผลการเรียนออกมาแบบที่ไม่ค่อยแฮปปี้เท่าที่คิดก็เสียดายเหมือนกัน แต่ยังดีที่พิมทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว เพื่อน ๆ อาจจะเห็นพิมอ่านหนังสือบ่อย ว่างก็หยิบขึ้นมาอ่าน เห็นความพยายามของพิม เขาเลยคิดว่าพิมเรียนเก่ง (หัวเราะ) แต่ก็พอเอาตัวรอดได้ค่ะ

กำลังใจจากคนใกล้ตัว
คุณพ่อคุณแม่ให้กำลังใจเยอะมาก ๆ ค่ะ บอกให้พิมสู้ ๆ ค่ะ คุณพ่อคุณแม่จะช่วยสนับสนุนทุกเรื่องอย่างเต็มที่เลยค่ะ เรียนพิเศษ พิมจะเรียนที่ไหนจะพาไปเรียน นอกจากเรื่องเรียนแล้วยังเป็นห่วงพิมเรื่องสุขภาพค่ะ เพราะพิมเป็นโรคภูมิแพ้ โดนฝน อากาศเปลี่ยนนิดเดียวก็เป็นหวัดแล้ว ตรงนี้พิมต้องดูแลตัวเองด้วย และช่วงนี้พักผ่อนน้อยด้วย กลับบ้านดึกต้องมานั่งทำการบ้าน อ่านหนังสือต่อจนถึงตีหนึ่งตีสอง

อาชีพในฝัน
อยากเป็นดีไซเนอร์ออกแบบเสื้อผ้า เพราะพิมเป็นคนชอบแต่งตัวด้วยมั้งคะ พิมมีพี่ที่เขาเป็นศิลปินฝึกหัดอยู่ที่อาร์เอส แล้วเขาออกแบบเสื้อผ้าเก่งมาก ทำให้พิมอยากเก่งอย่างเขาบ้าง ถ้าวันหนึ่งมีคนใส่เสื้อผ้าที่พิมออกแบบพิมคงภูมิใจมาก ๆ ค่ะ อาชีพนี้ดูอิสระ ดูเป็นตัวของตัวเองดีค่ะ พิมชอบเรียนทางด้านอาร์ต ชอบวาดรูป ความจริงพิมก็อยากเรียนทางด้านนี้แหละค่ะ แต่ดูแล้วที่จุฬาฯ อินเตอร์ไม่มีคณะนี้ แต่อาจจะผันตัวเองไปเรียนอินทีเรียก็ได้ เรียนทางด้านนี้คงจะเรียนเสริมไปได้ไม่เป็นไร

อนาคตที่เลือก
พิมตั้งใจจะเรียนต่อปริญญาโทแน่นอนค่ะ แต่ตอนนี้ขอคิดเรื่องจะเรียนต่อปริญญาตรีสาขาอะไรก่อนนะคะ เพราะยังไม่รู้เลยว่าจริง ๆ แล้วตัวเองชอบอะไร (หัวเราะ) ถ้าถึงตอนนั้นเรียนจบแล้ว พิมจะเรียนต่อหรือหาประสบการณ์ทำงานก่อนค่อยว่ากันอีกที แต่ถ้าได้เรียนดีไซเนอร์ พิมอยากสร้างแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองด้วย

ฝากสิ่งดี ๆ มาให้เพื่อน ๆ
เรื่องเรียนเป็นสิ่งสำคัญ อยากให้เพื่อนทุกคนตั้งใจเรียน พยายามอย่างเต็มที่ และทำให้ดีที่สุด เพื่ออนาคตของตัวเอง คุณพ่อคุณแม่จะได้ภูมิใจ และอย่าลืมแบ่งเวลาเรียนและกิจกรรมให้ถูกต้องด้วยค่ะ

รู้จักเพื่อนใหม่กันมากขึ้นแล้วเนอะ…

ภาพน่ารักๆ ของน้องพิม-พิมประภา ตั้งประภาพร

พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร
พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร
พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร
พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร
พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร
พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร

ที่มา “การศึกษาวันนี้”
ผู้เขียน : oakky วิไลรัตน์ ต่ายประยูร ช่างภาพ : ดอน
ภาพประกอบจาก อินเทอร์เน็ต

เครดิต  sanook.com

ฟาง ผูกพัน ร.ร.วัฒนาฯ พาดูชีวิตในรั้วกระโปรงแดง

July 10th, 2009 by womenblogs

นัก ร้องสาววัยใส ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์ หนึ่งในสมาชิก เฟย์ ฟาง แก้ว ที่กำลังมีผลงานอัลบั้ม POPparazzi และละคร คุณพ่อจอมเฟี้ยว ทางโมเดิร์น ไนน์ พาไปเยือนถิ่น เด็กกระโปรงแดง โรง เรียนวัฒนาวิทยาลัย ที่ที่สาว ฟาง ใช้เวลาเกินครึ่งชีวิตอยู่ในรั้วแห่งนี้

ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์
ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์

“ฟาง เรียนที่นี่ตั้งแต่อนุบาลจนถึงปัจจุบัน (ม.6) นับได้ก็ 15 ปีแล้วค่ะ คุณป้าคุณแม่ฟางก็เรียนอยู่ที่นี่ ฟางภูมิใจมากที่ได้อยู่ร.ร.นี้” พูดจบสาวฟางก็จ้ำอ้าวพาไปดูตึกเรียนสมัย ม.ต้น

“ตึก นี้ฟางเคยเรียนตอน ม.1 เป็นตึกเก่าตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 รู้สึกว่าจะเป็นที่ปฐมพยาบาลของทหาร ตรงข้ามกันก็เป็นสนามฟุตบอลมี สแตนด์ไว้จัดกีฬาสี เป็นที่วิ่งเล่น เล่นกีฬา ทำกิจกรรมของนักเรียนที่นี่ค่ะ”

จากนั้นฟางพาเดินลัดเลาะมาอยู่หน้าตึกขนาดใหญ่ เจ้าตัวเล่าว่า “พอ ม.2 ฟางก็ย้ายมาเรียนที่ตึก 130 ปี ซึ่งด้านหน้าตึกจะมีกระดิ่งซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์คู่กับโรงเรียนวัฒนาฯ ใช้ตีเพื่อบอกเวลาอาบน้ำสำหรับนักเรียนประจำ เห็นกระดิ่งเล็กๆ อย่างนี้ แต่เสียงดังมากค่ะ”

มาถึงศาลาขนาดย่อมเยื้องกับตึก 130 ปี เด็กที่นี่เรียกขานกันว่า “ศาลาอิ่มอร่อย” เพราะเป็นที่แจกขนมให้น้องๆ ม.ต้น ด้านซ้ายมือต่อจากศาลาอิ่มอร่อยก็เป็นตึกอำนวยการ ที่แต่เดิมเคยเป็นตึกนอนมาก่อน

ถามถึงที่นั่งประจำ สาวฟางร้องอ๋อแล้วพาไปดู “ที่ นี่เรียกว่าสวนพรรณไม้ดอกหอม เป็นศาลานั่งเล่น ข้างหลังมีสะพานและบึงน้ำเล็กๆ บรรยากาศดีมาก วันจบการศึกษาบริเวณนี้เป็นมุมฮิตที่นักเรียนมาถ่ายรูป ฟางอยู่ ม.6 ใกล้จะจบแล้ว อยู่ที่นี่มานานมากก็ใจหายเหมือน กัน เด็กวัฒนาฯ จะผูกพันทั้งโรงเรียน เพื่อน และคุณครู”

ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์
ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์
ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์
ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์
ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์
ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์

เสร็จจาก โรงเรียน ฟางพาเรามาเที่ยว บ้านย่านประดิ พัทธ์ พร้อมจูง มือ “น้องฟินน์” น้องสาวตัวจิ๋วอวดสารพัดมุมโปรด “ตรงนี้เป็นสวนหย่อมเล็กๆ หน้าบ้าน ว่างๆ ก็จะออกมานั่งเล่น และถ่ายรูปกัน” ว่าแล้วสองพี่น้องก็โพสท่าโชว์ซะเลย

ข้าง ในบ้านที่นั่งบ่อยๆ ก็จะมีมุมเปียโน ห้องนั่งเล่นที่มีโฮมเธียเตอร์ไว้ดูหนังฟังเพลง บางทีกลับมาเหนื่อยๆ ฟางก็ฟุบหลับตรงนี้เลยค่ะ เยื้องไปอีกนิดเป็นมุมเกียรติยศของบ้าน” ฟางพูดจบก็ชี้ให้ดูรางวัลล่าสุดที่เพิ่งได้รับมา

“ฟาง ได้รับรางวัลพรีเซ็นเตอร์ของวันงดสูบบุหรี่ ภูมิใจมากค่ะ เลยเอามาตั้งไว้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล (หัวเราะ) นอกจากนี้ ก็จะมีรูปครอบ ครัว รูปฟางสมัยอดีตจนถึงปัจจุบันวางเต็มไปหมด เห็นแล้วอบอุ่นดีค่ะ”

ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์
ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์
ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์
ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์

เป็นเด็กตั้งใจจริงทั้งเรียน-ทั้งงาน

มา เยือนบ้าน “ฟาง” ได้เจอกับคุณแม่ “วีนุกูล” ซึ่งเผยถึงลูกสาวคนเก่งให้ฟังว่า “ฟางเป็นเด็กเลี้ยงง่ายแต่ขี้อายมาก ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวันนี้เขาจะมาอยู่จุดนี้ได้ เพราะเป็นสิ่งไม่อยู่ในความคิดของครอบครัวเลยว่าเขาจะเป็นศิลปิน”

“แม่ ไม่รู้ว่าการเป็นนักร้องคือสิ่งที่เขาฝันไว้หรือเปล่า แต่แม่ก็ภูมิใจที่เขามายืนอยู่ตรงนี้แล้วเขาสามารถทำได้เต็มที่ ฟางเป็นคนที่เวลาจะทำอะไรก็จะทำให้ได้ ไม่ว่าจะเรื่องเรียนหรือเรื่องงาน ฟางเป็นเด็กที่โตและมีความคิดแต่สิ่งที่แม่ห่วงเขาที่สุดคือแวดวงบันเทิงมัน เป็นอะไรที่บางครั้งเขาไม่เคยเจอ อาจจะปรับตัวไม่ได้ เขาอาจจะมีท้อบ้าง แต่แม่ก็ให้กำลังใจเขาว่าให้เขารู้จักใช้ชีวิตตรงนี้ให้เป็น ให้เขาอยู่ให้ได้ด้วยตัวของเขาเอง”

คอลัมน์ วันนี้ที่เดิม
จีรณัฐ จงประสพมงคล เรื่อง/ภาพ

เครดิต  sanook.com

คุยกับ มิโกะ สาวน้อยมากความสามารถ

July 10th, 2009 by womenblogs

เข้าสู่ฤดูประกวดดาว-เดือน กันแล้ว แต่ละมหาวิทยาลัยต่างจัดกิจกรรมกันอย่างคึกคัก ในส่วนของ ‘มหาวิทยาลัยรังสิต’ ปีนี้สร้างสีสันใหม่ เปลี่ยน ‘ดาวและเดือน’ มหาวิทยาลัย เป็น ‘ทูตมหาวิทยาลัย ผู้นำแนวคิดสังคมธรรมาธิปไตย’ จะแตกต่างกันอย่างไรนั้น ‘Edutainment zone’ พาไปหาคำตอบกับ ‘ดาว’ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ กัน

มิโกะ - ชนมณี อัครปัญญาชล
มิโกะ - ชนมณี อัครปัญญาชล

น้องมิโกะ - ชนมณี อัครปัญญาชล ตัวแทนเฟรชชีซึ่งได้รับการโหวตจากเพื่อน ๆ ส่งประกวด ‘ทูตมหาวิทยาลัยฯ’ เล่าว่า การ ประกวด ‘ดาว-เดือน’ เป็นกิจกรรมที่ทำให้นักศึกษาใหม่กล้าแสดงออก พร้อมไปกับการได้ทำความรู้จักกับเพื่อนและพี่ในคณะ จากนั้น จะเป็นการประกวดหา ‘ทูตมหาวิทยาลัยฯ’ ซึ่งจะเป็นผู้นำแนวคิดเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้สังคม เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัย เป็นตัวแทนทางความคิด ความมีจริยธรรม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้เยาวชน

“ขณะที่เราเป็นนักศึกษาก็สามารถ นำแนวคิดสังคมธรรมาธิปไตยไปปรับใช้กับเรื่องใกล้ตัวได้ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมด้านการเรียน กิจกรรมการแลกเปลี่ยนความคิด กิจกรรมที่สร้างประโยชน์เสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม การทำกิจกรรมสร้างสรรค์กับเพื่อน ๆ ด้วยความสามัคคีและให้เกียรติ โดยทุกคนมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม เชื่อว่า จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะสังคมจะอยู่ได้ถ้ามีประชาธิปไตย และประชาธิปไตยต้องคู่ไปกับธรรมะ จึงจะดำเนินไปอย่างมีความสุข”

‘มิโกะ’ บอกว่า กิจกรรม รับน้องปีนี้ นอกจากจะได้ความสนุกภายใต้กิจกรรมสร้างสรรค์แล้ว ยังถือเป็นการสร้างกระแสรับน้องด้วยกิจกรรมที่สร้างประโยชน์ให้สังคมต่อไป

“การได้ร่วมประกวดถือเป็นประสบการณ์ที่ดี ได้เรียนรู้การอยู่ในสังคม ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้ซ้อมเต้น ฝึกการแสดง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเองชอบและรัก”

นอกจากเข้าร่วมประกวดบนเวทีมิสที นไทยแลนด์ปี 2551 มาแล้ว กิจกรรมวันว่างของสาวน้อยคนนี้ ยังมีเรียนเต้น เรียนแอคติ้ง และร่วมแคสงานโฆษณาอีกด้วย

“ด้วยความที่ชอบทำกิจกรรม จึงต้องรับผิดชอบตัวเอง ต้องขยันให้มากขึ้น แบ่งเวลาทั้งการเรียนและทำกิจกรรมให้ดี ไม่ใช่เรียนอย่างเดียว หรือทำกิจกรรมอย่างเดียว ควรจะทำควบคู่กันไป เพื่อการใช้ชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัยอย่างคุ้มค่า”

ภาพน่ารักๆ ของน้องมิโกะ - ชนมณี อัครปัญญาชล
(คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

มิโกะ - ชนมณี อัครปัญญาชล
มิโกะ - ชนมณี อัครปัญญาชล
มิโกะ - ชนมณี อัครปัญญาชล
มิโกะ - ชนมณี อัครปัญญาชล
มิโกะ - ชนมณี อัครปัญญาชล
มิโกะ - ชนมณี อัครปัญญาชล

‘รัตติกาล’
rattikarnt@dailynews.co.th

เครดิต  sanook.com

น้องนก นพวรรณ เดินตามฝันสร้างผลงานเทนนิสอาชีพ

July 10th, 2009 by womenblogs


จับ ตากีฬาเด่นวันนี้ ยังคงอยู่ที่เรื่องของน้องนก นพวรรณ เลิศชีวกานต์ อีกหนึ่งนักหวดขวัญใจชาวไทย ที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเดินหน้าสร้างผลงานในเทนนิสอาชีพอย่างต่อเนื่อง

นก นพวรรณ เลิศชีวกานต์
นก นพวรรณ เลิศชีวกานต์

นพวรรณ เลิศชีวกานต์ เด็กสาววัย 17 ปี ชาวเชียงใหม่ เริ่มจับแร็กเก็ตหวดลูกสักหลาดด้วยวัยเพียง 4 ปี และ เอาจริงเอาจังเมื่อวัย 13 โดยมีคุณพ่อประมวล เลิศชีวกานต์ คอยส่งเสริม ต้องล่องขึ้น-ลงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เพื่อแข่งขันในระดับเยาวชน จนในที่สุดตัดสินใจเข้าสู่ระบบการศึกษานอกโรงเรียน เพื่อจะได้ทุ่มเวลาให้เทนนิสอย่างจริงจังจนประสบความสำเร็จสูงสุดในระดับ เยาวชน ด้วยการขึ้นเป็นนักหวดเยาวชนสาวมือ 1 ของโลกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังคว้าแชมป์เยาวชนหญิงคู่เทนนิสยูเอสโอเพ่น และผลงานแชมป์เยาวชนหญิงคู่เทนนิสเฟรนช์โอเพ่น ต่อด้วยผลงานดับเบิลแชมป์ ทั้งเยาวชนหญิงเดี่ยวและหญิงคู่เทนนิสวิมเบิลดันในปีนี้ ก็ทำให้น้องนกกลับมาเป็นนักหวดเยาวชนหญิงมือ 1 ของโลกอีกครั้ง

นก นพวรรณ เลิศชีวกานต์
นก นพวรรณ เลิศชีวกานต์

ทั้งยังกลายเป็นนักหวดลูกสักหลาดขวัญใจชาวไทยคนใหม่ ขึ้น ขั้นสวนดุสิตโพลออกแบบสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความสำเร็จของเธอ และกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามแสดงความเป็นห่วงว่า การกลายเป็นคนมีชื่อเสียงจะทำให้เธอไม่ได้ทุ่มเทเวลาให้การฝึกซ้อมมากอย่าง ที่เคย แต่เธอก็ไม่กังวล และที่สำคัญคือความรักในกีฬาเทนนิส ทำให้เธอไม่ทิ้งเส้นทางนี้อย่างแน่นอน

นก นพวรรณ เลิศชีวกานต์
นก นพวรรณ เลิศชีวกานต์

หลังจากนี้ น้อง นก นพวรรณ มีโปรแกรมแข่งขันเทนนิสเยาวชนที่สำคัญ 1 รายการในศึกยูเอสโอเพ่น เพื่อสร้างผลงานทิ้งท้ายก่อนเข้าสู่เส้นทางเทนนิสอาชีพแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยในขณะนี้เธอมีอันดับโลกในระดับอาชีพอยู่ที่อันดับ 396 ของโลก.

รวมภาพของน้องนก นพวรรณ เลิศชีวกานต์

นก นพวรรณ เลิศชีวกานต์
นก นพวรรณ เลิศชีวกานต์
นก นพวรรณ เลิศชีวกานต์
นก นพวรรณ เลิศชีวกานต์
นก นพวรรณ เลิศชีวกานต์
นก นพวรรณ เลิศชีวกานต์
นก นพวรรณ เลิศชีวกานต์
นก นพวรรณ เลิศชีวกานต์

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

เครดิต  sanook.com

กิ๊บซี่ แม่พริกขี้หนู เล็ก เผ็ด เร่าร้อน

June 19th, 2009 by womenblogs

กิ๊บซี่ แม่พริกขี้หนู เล็ก เผ็ด เร่าร้อน

เซ็กซี่ร่างเล็ก กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่ ที่มาโชว์ความเซ็กซี่ลงปกนิตยสารทีวีอินไซด์ ให้หนุ่มๆได้กระชุ่มกระชวยกัน…

แฟชั่น  กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่

กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่ แม่พริกขี้หนู เล็ก เผ็ด เร่าร้อน ชายใดเผลอใจไปหลงรัก เสน่ห์ความเซ็กซี่ เผลอตัวเผลอใจเคี้ยว กิ๊บซี่ เข้าปากไปล่ะก็ หนุ่มๆมีหวังครางฮือ!! ลืมไม่ลงกันเลยทีเดียว!

เป็น ที่รู้กันในหมู่หนุ่มๆว่าวงเกิร์ลลี่ เบอร์รี่ โดด เด่นกว่าวงป๊อป ใสๆในวงการเพลงไทย เพราะมี 4 สาววัยใสที่สุดแสนจะใจดี โผล่มาหน้าเวทีทีไร กิ๊บซี่ และผองเพื่อน เป็นต้องมีของดีมาให้ดู กิ๊บซี่ โดดเด่น โด่งดัง ถูกยกให้เป็น “พี่ใหญ่ไซส์มินิ” ที่เซ็กซี่ทุกท่วงท่า แถมยังเร่าร้อนกว่าใครเพื่อน เพราะ กิ๊บซี่ ตกเป็น “ข่าวฉาว” กับหนุ่มๆ ฮอตพอๆกับชุดที่ กิ๊บซี่ ชอบใส่ ย่างกรายไปงานไหน กิ๊บซี่ จะได้รับความสนใจจากกองทัพสื่อมวลชน คอยจ้องเธอเป็นพิเศษว่าเธอจะงัดชุดเด็ดอะไรออกมาโชว์ “ไม่สั้น ก็ต้องเซ็กซี่” ไม่งั้นไม่ใช่ กิ๊บซี่ เซ็กซี่ของแท้ หาก กิ๊บซี่ ไม่เซ็กซี่ ผู้ชายในโลกนี้คงเหี่ยวเฉา เหมือนกินข้าวไม่ใส่น้ำปลา ขาดสีสัน รสชาติจืดชืด ไร้อารมณ์

แฟชั่น  กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่

การ ได้จ้อง “ดูแฟชั่นบนเรือนร่าง” พร้อมการโพสท่าแอ็กชั่นสุดสะเด็ด สะเด่า จากสาว กิ๊บซี่ แค่นี้หนุ่มๆก็กระชุ่มกระชวยหัวใจแล้วล่ะ เธอมีเสน่ห์ตรงความเซ็กซี่ แถมเป็นสาวที่มีพลังเซ็กซี่อยู่ ในกายเยอะมากๆ บาง อารมณ์ก็ดู เหมือนเด็กใสๆ แต่ เวลาเจอกล้องถ่ายรูป เธอโพสท่าเซ็กซี่ขึ้นมาทันที!

ล่าสุด กิ๊บซี่ โดดไปรับบทนางเอกหนังเรื่อง “นางไม้” ในหนังของค่ายไฟว์สตาร์ ทั้งๆที่ชีวิตจริงเธอเป็น “นางในฝัน” ของหนุ่มไทย หนังเรื่องนี้เป็นหนังไทยเรื่องเดียวที่ได้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ที่เมือง คานส์ ประเทศฝรั่งเศส กิ๊บซี่ ก็เลยดีใจ หอบเอาเสื้อผ้าสุดเซ็กซี่ กระโปรงสั้นไปใส่โชว์ สื่อฝรั่งชมเปาะ แต่โดนสื่อไทยฉะดะ หาว่าชุดที่กิ๊บซี่ใส่มันช่าง “ขัดตา” และ “ขัดใจ” ซะเหลือเกิน กิ๊บซี่ ปล่อยให้เสียงวิจารณ์ผ่านหูไปแบบไม่แยแส เพราะเจอมาเยอะแล้ว กิ๊บซี่ ไม่หวั่นไหวกับเสียงนินทา เพราะเธอคิดว่าเรื่องของแฟชั่นการแต่งตัว สไตล์ใครก็สไตล์มัน แม้ กิ๊บซี่ จะชอบใส่เสื้อผ้าเซ็กซี่เว้าโน่นเปิดนี่ “นุ่งสั้นขยันโชว์” ก็เถอะ แต่เธอบอกว่า เป็นคนเซ็กซี่มีชั้นเชิง “ยืนยันเซ็กซี่มีกาล-เทศะ” เธอพูดเหมือนปลงๆว่า “ไม่ว่าทำอะไร ใส่ชุดอะไร ก็ถูกอคติ รวมถึงชุดที่ใส่ที่เมืองคานส์ งั้นหนูตั้งชื่อชุดนั้นว่า ชุดอคติ ดีกว่า”

แฟชั่น  กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่

แหม… ช่างคิด อ้อนแกมหยิก แกมหยอกเก่งซะด้วย นอกจากสวย แสดงว่า “คารมต้องเริด” มิน่า!! หนุ่มๆไฮโซถึง “ตกหลุมรัก” กิ๊บซี่ กันเป็นแถว ตั้งแต่ โบกมือบ๊าย…บาย “จากลูกชายป๋าเหนาะ” อุ้ม-สุรเกียรติ เทียนทอง หนุ่มไฮโซที่รัก กิ๊บซี่ มากๆ คบกันมาตั้งนาน แต่ กิ๊บซี่ เป็น “สาวจอมขี้เบื่อ” ลิ้มลองเรียนรู้ จนทะลุปรุโปร่งบวกกับวัยที่อยู่ ในวัยเรียนรู้ กิ๊บซี่ เริ่มโต ก็เลยขอโอกาสไปเรียนรู้โลกกว้างโดยไม่มี พี่อุ้ม ตัดสินใจเป็นฝ่ายเลิกกับ พี่อุ้ม แล้วหันไปคบ “หนุ่มเป๋า” ไฮโซนักเรียนหนุ่มนอก ควงกันเปิดเผย แต่ กิ๊บซี่ ให้ลิมิตไว้แค่ เพื่อน ตอนนี้ความสัมพันธ์ชักห่าง กิ๊บซี่ ก็เลยถอนสมอออกจาก เป๋า ปล่อยรักให้ร้างรา สุดท้ายก็บอกว่า

เป็น เพื่อนที่ดีที่สุด อีกสองหนุ่มที่ยังคลุมเครือ ณัฐ สารสาส พี่ชาย ไหม-วิสา แฟนเก่า ปู-ไปรยา คนนี้ก็น่าสน แต่ กิ๊บซี่ ยืนยันว่า เป็นพี่ที่สนิท รู้จักกันมานาน อีกหนุ่ม สิงห์-ประชาธิป มุสิกพงศ์ มือกีตาร์วง สควีซ แอนิมอล ขวัญใจเด็กแนว มีภาพไปช็อปปิ้งห้างหรู สยามพารากอน กิ๊บซี่ ก็ปฏิเสธว่า “แค่ เพื่อนค่ะพี่”

แฟชั่น  กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่

ดู เหมือน กิ๊บซี่ จะ “เซ็กซี่เลือกได้” ลิ้มรส ลองรัก แค่รู้จัก แต่ยังไม่รู้ใจ เลยยังไม่เลือกใครเป็น “แฟน” กิ๊บซี่ เลยเป็นสาวซ่าส์ชอบไปปาร์ตี้ในหมู่ไฮโซ จนมีแต่คนเม้าท์ว่าเธอเลือกคบแต่หนุ่มกระเป๋าหนัก ไม่ไฮโซไม่คบ แต่ กิ๊บซี่ เถียงว่า “ไม่จริ๊ง จะอ่อน จะแก่ ขอแค่เข้าใจความเปรี้ยวๆซ่าส์ๆของเธอได้ กิ๊บซี่ ก็พอใจ”

ช่วง ก่อนนี้ กิ๊บซี่ บอกว่าเรตติ้งกระฉูด ยอดหนุ่มๆพุ่งแรง แต่ 2-3 เดือนมานี้ ปรากฏว่า “ยอดตก” สงสัยหน้าฝน บางอารมณ์ กิ๊บซี่ ก็แอบบ่นว่า “แอบเหงา ไม่มีใครให้ออเซาะ” กิ๊บซี่ ยอมรับว่า “เป็นคนเลือกเยอะ” ถ้าคบหาเพื่อ “คุยแก้เหงา” เธอไม่ทำ, เธอชอบความสัม-พันธ์ที่ยาวนาน อบอุ่น และเร้าใจ…หากเจอะเจอเมื่อไหร่ คงสุขใจบน “ถนนรักนิรันดร์!”.

<คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่>

แฟชั่น  กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น  กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น  กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น  กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น  กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น  กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น  กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น  กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่
แฟชั่น กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่

ทีมข่าวบันเทิง
เครดิต  women.sanook

เปิดใจ น้องนัท รองมิสทิฟฟานี ชีวิตต้องสู้ของสาวประเภทสอง

June 19th, 2009 by womenblogs

เปิดใจ น้องนัท รองมิสทิฟฟานี ชีวิตต้องสู้ของสาวประเภทสอง

เปิดใจรองมิสทิฟฟานี ชีวิตต้องสู้ของสาวประเภทสอง เผยบวชเรียนเพื่อพิสูจน์ตัว วินัยสงฆ์ฝึกให้แกร่ง ชี้พระตุ๊ดเณรแต๋วเรื่องธรรมดา

รองมิสทิฟฟานี น้องนัท ณภัสวรรณ ชลกร
รองมิสทิฟฟานี น้องนัท ณภัสวรรณ ชลกร

เส้นทางของพวกเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เวทีประกวดจึงหมายความมากกว่าการ พิสูจน์ความแท้ในความเทียม เบื้องหลังของแสงไฟเจิดจรัส ยังมีหนังชีวิตของเขาที่เรียกตัวเองว่า ‘ผู้หญิง’ ซ่อนเอาไว้อีกมากมาย

แสง แฟลชวูบวาบเป็นระยะท่ามกลางเสียงปรบมือให้กับผู้ชนะทั้ง 3 คนที่เด่นตระหง่านอยู่บนเวที ค่ำคืนแห่งเทพนิยายที่อยู่ในใจของใครอีกหลายคน น้ำตาหยดใสคลอรอยยิ้มปลาบปลื้ม ถึงเวทีการประกวดทิฟฟานี่จะถือเป็นสีสันของวงการ และเปิดโอกาสให้ สาวเทียม ขึ้นประชันความงามกัน แต่ช่วงวินาทีของการประกาศผล ผู้ชมหลายคนสัมผัสได้ถึง ความสุขแท้ ที่มีศักดิ์ศรีไม่แพ้เวทีไหนในประเทศไทย

ณภัสวรรณ ชลกร หรือ นัท เอื้องเหนือ วัย 21 ปีจากเมืองเชียงใหม่ เป็น 1 ใน 3 คนที่ได้รับเกียรติในวันนั้น

รองมิสทิฟฟานี น้องนัท ณภัสวรรณ ชลกร
รองมิสทิฟฟานี น้องนัท ณภัสวรรณ ชลกร
รองมิสทิฟฟานี น้องนัท ณภัสวรรณ ชลกร
รองมิสทิฟฟานี น้องนัท ณภัสวรรณ ชลกร

3 คนนี่ใครเป็นที่หนึ่งก็เหมือนกันค่ะ เขา… เอ่อ เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม

นอก จากตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 และนางงามผิวสวย (Miss Perfect Complexion) จะเป็นเครื่องการันตีความ ‘มีดี’ ในตัวเธอแล้ว การใช้ชีวิตตั้งแต่เด็กจนคว้ามงกุฏจากเวทีประกวดต่างๆ กว่า 60 เวที ภายในเวลาเพียง 2 ปี ยังกลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะดีกรี นักธรรมเอกเปรียญ 2 ประโยค ภายในเวลา 4 ปีที่อาศัยอยู่ใต้ร่มผ้ากาสาวพักตร์

“ไม่ได้ทำตามหน้าที่นะคะ แต่เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าถึงเราเป็นแบบนี้ก็อยู่ได้” นัทบอกแบบนั้น

บุคลิก แรงๆ ตรงๆ บวกกับความมั่นใจในตัวเอง และความต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจลงมาใช้ชีวิตในเมืองกรุงตัวคน เดียว

ความกดดันในชีวิตต่างๆ ที่ต้องเผชิญมาตั้งแต่เด็ก ทั้งเรื่องที่บ้าน การเรียน สังคมสิ่งแวดล้อมรอบข้าง จนกลายมาเป็นตัวเธอในวันนี้นั้นหากได้รู้ลึกๆ ก็จะเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องขนาดของหัวใจเพียวๆ อย่างอื่นไม่เกี่ยว…

นับแต่บรรทัดนี้ลงไป จึงเป็นการบอกเล่าอย่างตรงมา-ตรงไป เพื่อสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของสาวน้อยตัว (ไม่) เล็ก คนหนึ่งเท่านั้น…

วินาทีที่ก้าวลงมาจากเวทีเป็นอย่างไรบ้าง

นึก ถึงแม่ก่อน เพราะรู้เลยว่าแม่ต้องดูอยู่หน้าจอโทรทัศน์ ก็โทรไปบอกแม่ว่าได้แล้วนะ แม่ก็ดีใจตามภาษาแหละค่ะ เพราะปีที่แล้วแม่หน้าแตกมาก โปรโมทเยอะมาก ปีที่แล้ว หวังมาก พูดเสียจนคนทั้งหมู่บ้านรู้กันหมด พอถึงเวลานั่งดูแล้วตกรอบ (ยิ้ม) ปีที่แล้วตกรอบมานี่คือร้องไห้ ยังไม่รู้ตัวว่าวันนั้นไม่สวย ก็เลยร้องไห้ว่าทำไมไม่ได้ แต่ปีนี้มันรู้สึกเบาน่ะ รู้สึกว่า ทำสำเร็จแล้ว เรามายืนอยู่ตรงนี้ได้แล้ว ไม่กดดัน ไม่ตื่นเต้น ไม่หลุด คือมาด้วยความที่ไม่คิดว่าจะได้จริงๆ หลังจากที่เคยเดินสายประกวดมาบ้างแล้ว ก็ประเมินตัวเองออก

ความหวัง นัทอยู่ที่ 10 คนสุดท้าย เพราะ 10 คนสุดท้ายมิสทิฟฟานี่คือเจ๋งที่สุดแล้ว กลับไปไม่อายใครแล้ว ไม่เข้า 3 คนก็ไม่เป็นไร เพราะ 3 คนนี่มันคาดเดาไม่ได้ ไม่มีใครเก่งกว่าใคร มันเกิดขึ้นได้ทุกคน จะหยิบใครขึ้นมาเป็นก็ได้หมด พอวินาทีที่ประกาศ รอบ 10 คนนี่คือ โล่งแล้ว สบาย จะอะไรก็ช่าง คือเข้า 10 คนแล้ว หลังจาก 10 คน ได้รางวัลพิเศษ เป็นนางงามผิวสวย ยิ่งทำให้เราสบายขึ้นไปอีก คือ หลายๆ คนสวยกว่านัทเยอะ แต่ว่าที่เขาไม่ได้เพราะขาดความเป็นตัวเอง หนึ่งอาจจะเป็นเพราะ เป็นตัวเก็ง เขาอาจจะกดดัน จริงจังเกินไป ซึ่งปีนี้เราเลือกลงเอง ทำเองหมด เลยมาแบบสบายๆ ไม่มีอะไรจะเสีย

ไม่มีคนดูแล?

มี พี่เลี้ยงมา แต่ไม่ได้มาควบคุมทุกอย่าง คือเราขอเลือกพี่เลี้ยงที่เราสามารถแชร์กันได้ วันนั้นพยายามทำทุกอย่างให้เป็นตัวเอง เพราะว่าประกวดมาครั้งนี้ครั้งที่ 2 ปีก่อน (พ.ศ.2551) เราก็ลง แต่ลงในลักษณะที่พี่เลี้ยงควบคุมทุกอย่างเหมือนเราเป็นตุ๊กตา เขาก็จับเราแต่งผมแต่งหน้า จับเราใส่ชุดทุกอย่าง แล้วออกมา มันไม่ใช่ตัวเราเลย ก็เข้ารอบ 30 คนแต่ไม่เข้ารอบ 10 คน ปีนี้ก็เลยได้ไม่ได้ไม่สน คือ ดูทีวีออกมาแล้วสวยก็พอ (ยิ้ม)

รองมิสทิฟฟานี น้องนัท ณภัสวรรณ ชลกร
รองมิสทิฟฟานี น้องนัท ณภัสวรรณ ชลกร

เครดิต  women.sanook

รองมิสทิฟฟานี น้องนัท ณภัสวรรณ ชลกร

ผิดตั้งแต่เกิด คำตัดพ้อของ ปอย ตรีชฎา

June 19th, 2009 by womenblogs

ผิดตั้งแต่เกิด คำตัดพ้อของ ปอย ตรีชฎา

กำลังกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ สำหรับข่าวของ ปอย ตรีชฎา ที่ เผลอหลุดปากบอก ว่ากำลังคบอยู่กับหนุ่มในวงการบันเทิง และข่าวยิ่งแรงหนักขึ้น เมื่อหนุ่มคนที่ถูกจับตามอง ว่าน่าจะเป็นหวานใจของเธอ คือ มิวสิค แห่งบ้านเอเอฟ กระทั่งต้องออกมาปฏิเสธกันวุ่นวายไปหมด เท็จจริงจะเป็นอย่างไร รวมไปถึงการใช้ชีวิตของสาวสวย ที่ถูกแปะหัวว่าเป็น สาวประเภทสอง จะยากง่ายอย่างไร ค้นไปพร้อมๆ กัน

ปอย ตรีชฎา
ปอย ตรีชฎา

เรื่องงาน

ตอนนี้มีงานอะไรบ้าง

มีงานภาพยนตร์ เรื่อง “หอแต๋วแตก” ภาค 2 แล้วก็มีพรีเซ็นเตอร์โฆษณา ถ่ายแบบ เดินแบบ แล้วก็กำลังจะมีเรียลิตี้ของไทย แต่ไปถ่ายที่ต่างประเทศ ก็เป็นงานที่ท้าท้ายอีกงานหนึ่ง เร็วๆ นี้จะแถลงข่าว จริงๆ งานละครก็มีติดต่อมา แต่ยังดูบทอยู่

ถือว่าได้โอกาสมากกว่าคนอื่นไหม

ไม่เลย…ปอยคิดว่าโชคดีที่ได้รับโอกาส แต่ปอยไม่คิดว่าปอยได้รับโอกาสมากกว่าคนอื่นเลย

ดูเหมือนถูกจับตามองในทุกๆ เรื่อง

ถ้าถูกจับตามองในทางที่ดีเหมือนคนอื่นปอยก็คงโอเค มันต้องมีบางกระแสที่วิพากษ์วิจารณ์ออกมาในทางไม่ดี ปอยเป็นคนสาธารณะก็ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่บางทีหนูไม่รู้เรื่องอะไรเลย โดนพาดพิงเรื่องพ่อแม่ แล้วเรื่องความเป็นตัวของหนู เหมือนเป็นปมด้อย หนูรู้ ว่ายิ่งเราเฮิร์ทยิ่งเราเสียใจ ก็ยิ่งเป็นเครื่องมือให้เขาวิจารณ์ มันก็ห้ามไม่ได้ แต่จริงๆ ก็เสียใจ

เหมือนกดดันมาก

กดดัน…โชคดีที่มีแม่ มีเพื่อน มีแฟนคลับที่ให้กำลังใจเรา แต่เหมือนปอยเป็นคนที่ชอบแคร์ แล้วก็ชอบปรับปรุงตัวเสมอ ถึงแม้เราจะไม่ทำจริงเลย แต่ถ้าเรารู้ว่าหนึ่งในร้อยมองเราไม่ดี เราก็ต้องปรับปรุงตลอดเวลา

ปอย ตรีชฎา
ปอย ตรีชฎา

หากคบใคร คนคนนั้นต้องถูกจับตามองไปด้วยว่าเป็นเกย์

ตั้งแต่ปอยมีแฟนตั้งแต่เด็กๆ พอเขาเลิกกับปอย เขาก็มีแฟนเป็นผู้หญิง เขาก็จะถูกถาม ว่าเป็นผู้ชายจริงหรือเปล่า แต่จะบอกเลย ว่าปอยก็ไม่อยากพูดว่าปอยเป็นผู้หญิง บางครั้งหนูอยากพูดว่าเป็นหญิง แต่หนูไม่กล้าพูดนะ หนูคิดเลยนะ ว่าคนที่รักหนู อย่างน้อย ตัวเขาและพ่อแม่ของเขาย่อมรู้ตัวอยู่แล้ว ว่าเขาไม่ใช่เกย์ เขาเป็นผู้ชาย เขาต้องเชื่อมั่นตัวเองมากกว่าเชื่อความคิดคนอื่น

ที่บอกว่าตัวเองมีปมด้อย

ปอยคิดว่าตัวเองมีปมด้อย เวลาปอยจะคบใครเป็นเพื่อนก็มีปัญหาแล้ว คือเขาก็จะพลอยถูกจับตามอง ถูกว่า ทั้งๆ ที่ปอยไม่ได้ทำตัวเสเพล หรือทำตัวไม่ดี หรือว่าคบคนมากมายเลย แค่ปอยเลือกเกิดไม่ได้เท่านั้นเอง เหมือนเราผิดตั้งแต่เกิด ถึงแม้เราจะทำความดี นุ่งขาวห่มขาว ก็ทำผิดตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว เคยมีคนพูดกับปอย ว่าต่อให้ทำดีแค่ไหน มันก็ไม่โอเคหรอก ปอยรู้สึกน้อยใจมากกับคำนี้

แม้ว่าจิตใจจะเป็นผู้หญิง แต่อย่างไรก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นสาวประเภทสอง

อันนี้ปอยยอมรับ ว่าปอยไม่ใช่ผู้หญิงจริงๆ แต่คนเราไม่ใช่ผู้หญิง ผู้ชาย กะเทย ทอม ผู้ชายฟันหลอ ผู้หญิงอ้วน เต้ย สัตว์เลี้ยง หรือหมา ล้วนต้องการความรักกันทั้งนั้น ไม่มีใครอยากอยู่คนเดียวไปจนแก่จนเฒ่าหรอก ทุกคนอยากมีชีวิตครอบครัว อยากมีความสุขทั้งนั้น แม้ว่าคนที่แอนตี้หนู ก็คงไม่อยากอยู่คนเดียวเหมือนกัน ในอนาคตถ้าใครรักหนูจริงๆ ต่อให้เป็นผู้ชาย เป็นเกย์ ความรักมันไม่มีพรมแดน มันมีความรักได้

การเป็นสาวประเภทสอง ที่ชื่อ ปอย ตรีชฎา ยืนอยู่ตรงนี้ยากไหม

ยากนะ ถ้าคนไม่เข้าใจปอยจริงๆ เขาคงคิดว่าง่าย แต่จริงๆ มันยาก เพราะปอยต้องสู้ชีวิตจริงๆ ทุกวันนี้ ที่ปอยมีงานพรีเซ็นเตอร์ คือปอยไม่ได้แข่งกับสาวประเภทสอง หนูต้องสู้กับผู้หญิงจริงๆ เราก็ต้องมีข้อด้อย ว่าเป็นกะเทยนะ จะเอาเหรอ…แต่ทั้งนี้ก็ต้องพิสูจน์กันที่ความสามารถ แต่สำหรับหนูมันมีเรื่องชาติกำเนิดด้วย แต่หนูก็ไม่เสียใจนะ

น้อยเนื้อต่ำใจบ้างไหมที่เกิดมาเป็นแบบนี้

มีบางครั้งคิด แต่ตอนนี้ถ้าเรามานั่งคิดแบบนี้ เราจะไม่มีแรงทำงาน ไม่มีแรงทำความดี มีคนบอกว่าปอยสามารถเปลี่ยนทัศนคติคนไทยได้บางส่วน เพราะเมื่อก่อนอาจจะไม่เปลี่ยนได้เท่านี้ ถ้าเราทำได้ ถึงแม้จะน้อย แต่เราก็มุ่งมั่นที่จะทำต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้หนูเริ่มเข้าพุทธศาสนามาก ฉะนั้นหนูเชื่อว่าคนเราทำดี แล้วต้องได้ดี

เจอวิพากษ์วิจารณ์แบบนี้มีร้องไห้กับสิ่งเหล่านี้บ้างไหม

ประจำเลย ทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เราโดนตอกย้ำบ่อยๆ เราก็คิดว่าจะทำความดีไปทำไม ทำไปก็ไม่มีคนยอมรับ เราเป็นคนให้โอกาสคนอยู่แล้ว เราเห็นคนทำผิดเราก็ให้โอกาส เราไม่ได้ทำความผิด แต่เราไม่มีคนให้โอกาส ทุกวันนี้ปอยสวดมนต์ไหว้พระ

ปอย ตรีชฎา
ปอย ตรีชฎา

เจอกระแสต่างๆ แบบนี้ เคยคิดอยากจะกลับไปเป็นผู้ชายเหมือนเดิมไหม

มันเป็นไปไม่ได้ หนูเกิดมาเป็นเพศเด็กชาย พอคนเราเกิดมา ทำไมไม่ใช้ชีวิตตรงเพศ ทั้งที่พระเจ้าสร้างมาให้ตรงเพศอยู่แล้ว ตอนแรกหนูก็ไม่เข้าใจ ซึ่งหนูก็พยายามทำตัวเป็นผู้ชาย แต่หนูก็ทำไม่ได้ พ่อแม่ก็พยายามผลักดัน เหมือนพระเจ้าสร้างให้หนูเป็นแบบนี้ ปอยเลยเข้าใจสัจธรรม ว่าคนเราถ้ามีอะไรไม่ตรงเพศตัวเอง อยู่ไปก็ทรมาน หนูไม่ได้ผ่าตัดตัวเองเพื่ออยากมีแฟน หนูไม่ได้อยากเป็นผู้หญิง หนูอยากเป็นผู้ชายด้วยซ้ำ หนูก็ไม่รู้ว่าคนจะเข้าใจหรือเปล่า ถ้าไม่มาเป็นมันไม่รู้หรอก มันอธิบายยาก

การเป็นสาวประเภทสอง เป็นอุปสรรคกับเรื่องความรักไหม

เมื่อก่อนมันไม่เป็นนะ แต่ตอนนี้หนูมาเป็นคนในวงการบันเทิง มันก็เลยมีอุปสรรค เมื่อก่อนมันโดนแรงกดดันน้อย แต่ตอนนี้แรงกดดันเยอะนะ ปอยอยากให้คนมอง ว่าถ้าปอยจะมีความรักสักครั้งหนึ่ง อยากให้ทุกคนเห็นใจ อย่างน้อยปอยสัญญา ว่าปอยจะไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ปอยหวังว่าสักวันคนจะยอมรับ

มุมมองความรัก

ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม มีความรักดีกว่าไม่มี หนูไม่เคยกลัว หรือไม่เคยท้อแท้เลย เพราะว่าหนูยังมีคนที่รักหนูอีกเยอะ หลายคนมองว่าความรักของสาวประเภทสองมักจะไม่ยั่งยืน เป็นความรักแค่ชั่ววูบ
ถ้าคนมองอย่างนั้น ก็อธิบายลำบาก แม้แต่ผู้หญิงกับผู้ชายจริงๆ ยังมีรักเลิกกันเลย สาวประเภทสองที่รักกันเป็นสิบปีก็ยังมีเลย คือทุกสังคม ล้วนมีส่วนมากส่วนน้อย หนูว่าอาจจะเป็นส่วนน้อยที่ยั่งยืน ส่วนมากที่ไม่ยั่งยืน หนูอาจจะเป็นส่วนน้อยก็ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับดีชั่วที่ตัวทำ หนูว่าไม่เกี่ยวกับเพศแล้วล่ะ อยู่ที่นิสัย

ปอย ตรีชฎา
ปอย ตรีชฎา

แล้ว ณ ตอนนี้ความสัมพันธ์กับมิวสิคเป็นอย่างไร

ไม่มีอะไรก็เป็นเพื่อนกัน อย่างที่ให้สัมภาษณ์ไป หนูได้ฟังคำสัมภาษณ์แล้ว เขาให้เกียรติหนูมาก

มีโอกาสพัฒนาไหม

เป็นเพื่อนกัน ก็ยังคุยกันปกติทุกวัน แต่ถามว่ามีโอกาสพัฒนามั้ย อันนี้ไม่ทราบเหมือนกัน ต้องดูต่อไปเรื่อยๆ ดูสถานภาพทุกอย่าง

มีหนุ่มๆ คนอื่นเข้ามาไหม

มีนะ ดีเลยล่ะ เพอร์เฟกท์ แต่ตอนนี้ปอยอยากพักเรื่องผู้ชาย เพราะว่าปอยมีข่าวเรื่องผู้ชายเยอะมาก ทำให้แม่ที่บ้าน รู้สึกไม่สบายใจ แล้วปอยมีแฟนคลับเป็นผู้หญิง เรียบร้อยเหมือนปอย ปอยไม่อยากให้ตัวเองมีข่าวเรื่องผู้ชายเยอะ แล้วปอยมีงานเยอะ ต้องไปต่างประเทศ ถ้ามีความรักจริงๆ ไม่มีเวลา แล้วก็เปิดเทอมด้วย ต้องเรียนหนังสือ แต่ถ้ามีคนมารักจริงๆ แล้วมีระยะห่างที่ดี แล้วคุยกันรู้เรื่อง มันก็ไม่ผิดที่จะมี

นี่แหละ…ปอย ตรีชฎา

ประวัติ ปอย

เธอคนนี้ชื่อ ตรีชฎา เพชรรัตน์
ชื่อเล่น ปอย
ชื่อเดิม ศักดิ์นรินทร์ มาลยาภรณ์
เกิดวันที่ 5 ตุลาคม 2528
ผลงานสร้างชื่อ รับตำแหน่ง มิสทิฟฟานี่ 2004 และมิสอินเตอร์เนชั่นแนล ควีน 2004

เรื่อง… เพ็ญนภา ดำเล็ก

เครดิต  women.sanook

พลอย เฌอมาลย์ จะกี่ครั้งก็ยังเซ็กซี่

June 19th, 2009 by womenblogs

พลอย เฌอมาลย์ จะกี่ครั้งก็ยังเซ็กซี่


ถ้า มองแบบผิวเผิน คุณคงไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์มากแค่ไหน แต่ถ้าเธอยิ้มขึ้นมาเมื่อไหร่ เสน่ห์ของเธอจะแผ่รัศมีออกมาแบบเต็มๆ จนทำให้หัวใจของหนุ่มๆ ละลายไปต่อหน้าต่อตา

พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์
พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ภาพแฟชั่นจาก Mix Magazine

พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ คือ หญิงสาวที่กระแสความแรงของเธอแรงอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เห็นได้จากการที่เธอเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าหลายแบรนด์ แสดงภาพยนตร์และละครมาแล้วนับไม่ถ้วน ตอนนี้เธอกำลังมีผลงานภาพยนตร์ บุปผาราตรีภาค 3.1 หนังผีที่เธอคือศูนย์กลางของเรื่อง

ร่วมงานกับมาริโอเป็นยังไงบ้าง

มาริโอกับพลอยสนิทกันอยู่แล้วค่ะ เป็นน้องรักเลย เขาทำงานก็สนุกนะ เข้ากับคนได้ง่าย เป็นนักแสดงที่เก่งแล้วก็มีความสามารถ

กลัวจะเป็นข่าวกับมาริโอมั้ย

มีก็ช่าง พลอยไม่ได้สนใจอยู่แล้ว อยู่ตรงนี้พลอยห้ามเรื่องสื่อไม่ได้ ก็แล้วแต่คนจะคิด

กะว่าจะเล่นบุปผาราตรีไปถึงภาคไหน

ไปเรื่อยๆ ค่ะ คงเล่นจนกว่าจะแก่ตาย (หัวเราะ)

คิดว่าอะไรที่ทำให้คุณมีทุกวันนี้ได้

รักและเคารพในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจ แล้วก็ทุ่มเทกับงานอย่างเต็มที่ ทำงานอย่างสุจริต ไม่คิดที่จะเป็นใครหรือก๊อปปี้ใคร ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาแล้วก็เรียนรู้

พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์
พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ภาพแฟชั่นจาก Mix Magazine

เรามีเกมให้พลอยเล่น มีสองช้อยส์ พลอยต้องเลือกมาหนึ่งที่ชอบที่สุด

เอาสิคะ น่าสนุก

ยำรวมมิตร หรือ สลัดผัก
ยำรวมมิตร สลัดผักมันจืดชืดไป พลอยเป็นคนชอบอะไรที่จัดๆ มีชีวิตชีวา สีสันแรง

วิสกี้ หรือ เบียร์
วิสกี้ค่ะ เพราะมันทำให้เราตื่นตัว เบียร์จะทำให้เราเงียบแล้วหลับไป

ชุดว่ายน้ำวันพีช หรือ ทูพีช
ขึ้นอยู่กับว่าใส่อะไรได้ (หัวเราะ) แต่ขอเลือกทูพีชดีกว่าค่ะ

แบรด พิทท์ หรือ จอนนี่ เด็ปป์
จอนนี่ เด็ป แน่นอน ชอบเขามาตั้งแต่หนังเรื่อง Edward Scissorhands แล้ว เขาเท่และมีเสน่ห์มาก

โรนัลโด หรือ ราฟาเอล นาดาล
โรนันโด ที่ตอบเพราะไม่มั่นใจว่านาดาลนี่หน้าตาเป็นยังไง (หัวเราะ)

พอร์ช กับ เฟอร์ร่ารี่
ขอเป็นพอร์ชค่ะ

สิมิลัน กับ ปาย
สิมิลัน พลอยชอบทะเล ทะเลมันสดใสดีค่ะ ได้เล่นน้ำ อาบแดด

บ้าน หรือ คอนโด
คอนโด เพราะบ้านมันหลังใหญ่ไป คอนโดพื้นที่กำลังดี อยู่แล้วอบอุ่น ไม่เหนื่อย พลอยว่าคอนโดทำให้คนในครอบครัวคุยกันมากขึ้น

หมีแพนด้า หรือ หมาพุดเดิ้ล
หมีแพนด้า หมาพุดเดิ้ลมันดัดจริต (หัวเราะ)

ดงบังชินกิ กับ กอล์ฟ-ไมค์
กอล์ฟ-ไมค์สิ (หัวเราะ) เราต้องสนับสนุนศิลปินคนไทยสิคะ

พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์
พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ภาพแฟชั่นจาก Mix Magazine

ตอบมาอย่างนี้เข้าทางเลย ตอนนี้คุณได้คุยกับกอล์ฟบ้างรึเปล่า

ไม่ได้คุยกันพักหนึ่งแล้วเพราะว่าเขาก็ห่างๆ กับพลอยไป แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ นานๆ ทีก็ฝากความคิดถึงบ้าง แต่พลอยก็พร้อมที่จะคุยกอล์ฟเสมอ ก็เป็นเพื่อนกันนี่แหละ

สถานการณ์ตอนนี้ความรักเป็นยังไง

โสดมาหนึ่งปีเต็มแล้ว โสดแต่ไม่สนิท ก็มีเข้ามาคุยเรื่อยๆ แต่พลอยก็ไม่ได้เป็นแฟนกับใคร อยากให้เวลากับเพื่อน ครอบครัว และงานมากกว่า รู้สึกว่าพอชีวิตโสดแล้ว พลอยสนุกขึ้น มีเวลาทำอะไรตามใจที่ตัวเองอยากจะทำ รู้สึกโล่ง ไม่ต้องกังวล มีเวลาให้เพื่อนมากขึ้น แต่ก็เหงา จนบางทีร้องไห้เลย แต่ก็คิดๆ ว่าถ้ามีแฟนแล้วมีทุกข์จะมีไปทำไม ถ้าเรามีแฟนเราต้องมีความสุข แต่ว่ามีเพื่อนก็มีความสุขได้ค่ะ

ถ้าต้องเลือกใครสักคน พลอยดูจากอะไร

ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่พลอยชอบคนที่คุยกันรู้เรื่อง มีความรักอย่างเดียวไม่พอ มันต้องเข้าใจกัน รับฟัง แคร์กัน แล้วก็อยู่ด้วยอบอุ่น ขี้เล่น แล้วก็มีเสน่ห์

อนาคตเรื่องความรักจะเป็นยังไง

อนาคตไม่รู้ ถ้าถามว่าจะไม่มีแฟนเลยเหรอ ก็คงไม่ใช่อย่างนั้น เพราะคนเรามันไม่เคยเข็ดเรื่องความรัก แต่ว่าพลอยก็ไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ความรักเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่รักแท้เกิดขึ้นได้ยาก มันต้องใช้เวลา

พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์
พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ภาพแฟชั่นจาก Mix Magazine

เรื่องความรักใช่มั้ยที่ทำให้พลอยเครียดที่สุด

ตั้งแต่เกิดมาก็คงเป็นเรื่องความรักที่เครียดที่สุดในชีวิตแล้ว พลอยเป็นคนทุ่มเทกับเรื่องความรักมาก ต่อแต่นี้ก็คงไม่มีความผิดหวังเดิมแบบนั้นอีก พลอยเจอความรักมาหลายรูปแบบ ผิดหวังมาเยอะแล้ว ถ้าเกิดเจออีก ก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เราก็ต้องยอมรับแล้วเผชิญมันต่อไป

ตอนนี้ความสุขของคุณคืออะไร

การได้มีเวลาทำงานอย่างเต็มที่ มีเวลาอยู่กับเพื่อนและครอบครัว สนุกสนานกับชีวิต แต่ไม่ประมาท อยากทำอะไรก็ทำถ้าทำให้เรามีความสุขแล้วก็ไม่เดือดร้อนใคร

เครดิต  women.sanook

จี๊ด แสงทอง มองให้มากกว่าที่เห็น

June 19th, 2009 by womenblogs

จี๊ด แสงทอง มองให้มากกว่าที่เห็น

อย่าง น้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ที่ต้องเห็นหน้าเธอตามสื่อบันเทิง รู้หรือไม่ว่า หลายครั้ง…ก่อนขึ้นรันเวย์ เธอมักหลบมุมอ่านหนังสือธรรมะ

จี๊ด-แสงทอง เกตุอู่ทอง
จี๊ด-แสงทอง เกตุอู่ทอง

บ่ายอ่อนๆ ในวันที่ปลอดคิวงาน จี๊ด-แสงทอง เกตุอู่ทอง นั่งคุยกับเราในชุดสบายๆ เสื้อขาวกางเกงยีนส์ ที่เธอบอกว่า เป็นตัวเองมากที่สุด ส่วนชุดว่ายน้ำ…ปีนี้เธอขอผ่าน ไม่อยากเซ็กซี่ อยากสวนกระแส เธอตอบยิ้มๆ

จี๊ด-แสงทอง เกตุอู่ทอง
จี๊ด-แสงทอง เกตุอู่ทอง

สำหรับชุดเซ็กซี่ซึ่งคล้ายๆ ว่าจะเป็นโลโก้ของเธอไปแล้ว แสงทองกลับบอกว่า “การเป็นนางแบบก็คือการเป็นหุ่น หุ่นที่ตั้งอยู่ตามหน้าร้าน เหมือนเป็นไม้แขวนเสื้อ” และอีกเหตุผลที่ปีนี้ไม่อยากวาบหวิว…

” เบื่อด้วยแหละ ถึงใส่เสื้อผ้ามิดชิดแค่ไหน ช่างภาพก็ถ่ายให้โป๊ได้ เห็นไหมคะ ปกหนังสือสมัยนี้หว่อวี้หว่อๆ เต็มไปหมด” เธอประชดประชันด้วยเสียงหัวเราะ

บทสนทนาเพิ่งออกตัวไปไม่กี่นาที แต่เราเริ่มรู้สึกแล้วว่า แสงทอง เกตุอู่ทอง ไม่ได้แค่สวย หุ่นดี เซ็กซี่ และเป็นเพียงหญิงสาวของอนันดา…

ที่ผ่านมาไม่ค่อยเห็นคุณจี๊ดให้สัมภาษณ์ยาวสักเท่าไหร่นะคะ

มัน เป็น โมโนโทน ไดอะล็อก (หัวเราะ) ที่เราสร้างขึ้น จริงๆ ทำไปเพื่อที่จะไม่เพิ่มคำถาม ไม่เพิ่มคำตอบ เช่น ช่วงนี้จี๊ดเป็นไงบ้าง ก็โอเค เขาก็ไม่ได้ถามต่อ คือทุกอย่างตอนนี้มันก็ปกติ ถ้าไม่ได้คิดเยอะและมองโลกในแง่ดี มันก็จะไม่มีอะไรหวือหวามาก

เหมือน พระท่านชอบพูดคำหนึ่งว่า ถ้าเสวนากันแล้วไม่มีประโยชน์จะเสวนาไปทำไม บางทีเราพูดไป เหมือนคนตรงข้ามไม่ได้ฟัง ก็ไม่พูดดีกว่า บางทีมันไร้สาระเปลืองน้ำลาย (ยิ้ม)

แค่กินอยู่แบบนี้ หรือได้นั่งคิดว่าจะไปต่างจังหวัดมันก็มีความสุขได้แล้วกับอะไรเล็กๆ น้อยๆ

จี๊ด-แสงทอง เกตุอู่ทอง
จี๊ด-แสงทอง เกตุอู่ทอง

ความสุขเล็กๆ น้อยๆ คืออะไรบ้าง

เช่น เรื่องการกินปลาทู แค่มีปลาทูอยู่ข้างหน้าตัวหนึ่งจี๊ดก็มีความสุขโคตร (ลากเสียงยาว) หรือแค่ได้ซื้อปากกา ดินสอ กระดาษ วาดรูป ก็โอ้โห สุดยอดแล้ว เหมือนเรารีแล็กซ์ตัวเองได้ทุกเวลา จะอยู่ตรงไหนก็ได้ที่สบายใจ

เหมือนที่พระท่านบอกว่าเราต้องอยู่กับปัจจุบันขณะใช่ไหม

อืม ใช่ คือ อยู่กับวันนี้พรุ่งนี้ บางครั้งคนชอบคิดไกลไป มันทำให้เครียด บางทีถ้าวันนี้เครียดก็นอนหลับ พรุ่งนี้ค่อยตื่นมาใหม่

ขอย้อนถามประวัติเล็กน้อย อย่างเรื่องการเรียน

จริงๆ แล้วไม่จบค่ะ จบม.6 ก็อยากเรียนด้านศิลปะกับถ่ายรูป คุยกับแม่ ขอเรียนแบบเทคคอร์สดีกว่า แม่ก็ไม่ว่า บอกว่าจะเรียนอะไรก็ได้ที่เลี้ยงตัวเองได้ในอนาคต เพราะบางทีคนเรียนจบ ก็ตกงานเยอะมาก

พยายามคิดว่า มีปริญญาตรีแต่ไม่มีความฝัน ไม่มีความสุข จะดีเหรอ สู้ได้ดีไซน์ชีวิตเองแล้วเรามีความสุขกับมัน ทุกคนก็เห็นด้วย เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ ก็พอแล้ว

เริ่มสนใจศิลปะตั้งแต่เมื่อไหร่คะ

15-16 เริ่มทำงาน เจอคนมากขึ้น ทำให้เรารู้สึกว่าโลกมันเป็นอีกแบบหนึ่งไปเลย โลกของความเป็นเด็กหายไป รู้สึกว่ามันโหดร้าย

คือ ตอนทำงานแรกๆ กลับบ้านไปก็คิดว่า เฮ้ย ทำไมคนนั้นเป็นอย่างงั้น รับไม่ได้! กลับบ้านไปปิดประตูแล้วร้องไห้ คุยกับแม่ว่าทำไมคนนั้นต้องเป็นอย่างนั้น ทำไมคนนี้ต้องเป็นอย่างนี้ แม่ก็บอกว่าเป็นปกติของชีวิตมนุษย์ ที่มีสิทธิปรุงแต่งความคิดและทำอะไรออกมาก็ได้ แม้เราอาจจะไม่ชอบแต่ก็ต้องเฉยๆ

จี๊ด-แสงทอง เกตุอู่ทอง
จี๊ด-แสงทอง เกตุอู่ทอง

คนนี้ทำอย่างนั้น คนนั้นทำอย่างนี้ เช่นอะไรบ้าง

การ นินทาว่าร้าย การเสียดสีชาวบ้าน การเสแสร้ง การพูดไม่จริง ตอแหล (หัวเราะ) คือ ตอนเด็กๆ มันรับไม่ได้ ไม่ได้กระแดะนะ แต่ไม่เข้าใจ แล้วจะมีคำถามเพราะตอนนั้นเราไม่เข้าใจว่าการปล่อยวางคืออะไร พอคุยกับแม่ แม่จะบอกว่า มันเป็นอย่างนี้แหละ เล่าเรื่องชีวิตที่ผ่านมาประกอบ เราก็เริ่มรู้สึกว่ามันจริง ค่อยๆ ยอมรับว่ามันปกติ

สิ่งที่ไม่เข้าใจตอนนั้นแล้วตอนนี้เราเข้าใจมันว่าคืออะไร

คือการไม่ยึดติดในสิ่งที่รอบข้างเป็น สุดท้ายแล้วความสุขอยู่ที่ตัวเราเอง เพราะชีวิตของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครเลย

ความคิดของคุณดูไม่ค่อยเข้ากับงานนางแบบที่ทำอยู่เลย

อืม เคยคิดเหมือนกัน (หัวเราะ) แต่ตอนนี้คิดว่า เราทำอย่างหนึ่งเพื่อไปสู่อีกอย่างหนึ่ง ทำอย่างหนึ่งอาจจะได้เงินดี แต่ก็เพื่อไปสู่ความเป็นศิลปินไส้แห้งของจี๊ด (หัวเราะ) แต่ความจริงแล้วการเป็นนางแบบ มันเป็นอาชีพของเรา มันอาจจะไม่เข้ากับเราหรืออาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่ได้มีความสุขจริงๆ แต่เราก็ต้องยอมรับว่า ในเมื่อมันเข้ามาแล้วเราก็ต้องทำให้มันเต็มที่

ถ้าถามว่าอาชีพปัจจุบันของคุณคืออะไร

ถ้า เป็นเมื่อก่อนก็จะบอกว่าเป็นฟรีแลนซ์เดินแบบ แต่พออยู่กับมันมาสิบปีแล้วเลยคิดว่ามันเป็นอาชีพไปแล้ว (หัวเราะ) แล้วก็จะคอยบอกตัวเองว่าเราไปทำอาชีพที่เรารัก (ทำเสียงน่ารัก) มันเป็นการ บิวท์ตัวเองอย่างหนึ่งค่ะ

ดูเหมือนไม่รักเท่าไหร่นะคะ

มัน เหมือนการทำงานในออฟฟิศอะค่ะ ทำงานเป็นระบบ ไหนๆ เมื่อมีโอกาสแล้วเราก็มีความสุขกับมันดีกว่าไหม แล้วหลังๆ แต่เราก็เอนจอยกับมัน ก็คิดซะว่าสนุกดี ไปแต่งตัวสวย เจอเพื่อนเยอะๆ

เรา เป็นคนที่โชคดี โอเค เรามีสรีระที่เป็นผู้หญิง แล้วก็เหมือนเราให้โอกาสตัวเอง โอกาสมันเข้ามาแล้วเราไม่ได้ปฏิเสธ เสร็จแล้ว งานที่เราทำ มันก็ค่อยๆ มีความเป็นเราเข้าไปครอบคลุม เช่น สไตล์การเดิน การโพสต์

บิวท์ตัวเองยังไงคะเวลาทำงาน

ชอบเอาหนังสือไปอ่าน ถ้าเบื่อมากๆ ก็จะเอาหนังสือธรรมะไปนั่งอ่าน

มีเพื่อนอ่านด้วยไหม

ไม่มีค่ะ เขาก็คุยเรื่องแฟชั่น กระเป๋าโน่น นี่

ชอบอ่านหนังสือแบบไหน

ปรัชญา อ่านแล้วเพลินดี สนุกดี (ยิ้ม) หนังสือธรรมะก็ชอบ หนังสือเด็กก็มี บางครั้งยังหยิบต้นส้มแสนรักกับเจ้าชายน้อยขึ้นมาอ่าน บางทีก็โดนอนันดาด่าว่า ให้ต้นส้มแสนรักไปอ่าน 3 เดือนแล้วเนี่ย อ่านจบหรือยัง เราก็บอก เหลือ 5 หน้าสุดท้าย ไม่จบสักที ไม่รู้ทำไม (หัวเราะ)

จี๊ด-แสงทอง เกตุอู่ทอง
จี๊ด-แสงทอง เกตุอู่ทอง

ชอบนักเขียนไทยคนไหนบ้าง

ชอบความสุขของกะทิ (ผู้แต่ง : งามพรรณ เวชชาชีวะ)

แล้วหนังสือธรรมะล่ะคะ ชอบอ่านแนวไหน

หนังสือ แจกตามวัดค่ะ คือบางทีทุกอย่างเรารู้อยู่แล้วล่ะแต่เราอ่านแค่จะเอามาจรรโลงใจแล้วก็ย้ำๆ ตัวเอง จี๊ดคิดว่า หนังสือตามแผงก็เป็นสิ่งที่พระท่านสอนอยู่แล้ว

รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนมีความทุกข์มากหรือเปล่าคะ

จริงๆ ก็ไม่ได้มีความทุกข์เยอะหรอกค่ะ แต่เป็นคนชอบสร้างความทุกข์ สร้างความลำบากให้กับตัวเองมากกว่า บางทีก็คิดว่าสิ่งที่เราได้ทุกวันนี้มันง่ายไปหรือเปล่า ขณะที่คนอื่นกว่าจะได้อะไรมามันยากลำบากเหลือเกิน

บางทีเราก็หลงลืม ความรู้สึกของตัวเอง ลืมคนรอบข้าง แล้วเราไม่ชอบ ก็เลยมาไตร่ตรองตัวเองว่าทำอะไรไปบ้าง อะไรที่เราไม่ชอบ ก็จะไม่กลับไปทำอีก แล้วดีไซน์ชีวิตใหม่ คิดว่าจะทำยังไงดี ที่ไม่เครียดกับสังคม หรือสภาวะแวดล้อม

เริ่มคิดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

ประมาณ 18 ถามตัวเองว่าเราโตเป็นผู้ใหญ่จริงหรือเปล่า เราโตแล้วจริงๆ เหรอ หรือการเป็นผู้ใหญ่จริงๆ มันเป็นยังไง พอ 20 ก็อยากกลับไปเป็นเด็กอีก มันก็มีคำถามกับตัวเองตลอด ก็จะคอยไปถามคนโน้นคนนี้

ถึงตอนนี้เราก็ ยังรู้สึกว่าเราเป็นเด็ก แต่เรามีความคิดที่รู้จักดัดแปลงแล้วนำไปใช้กับอนาคต แล้วก็ไม่หมกมุ่นว่า เป็นผู้ใหญ่มันเป็นยังไง แต่ทำอะไรให้ชัดเจนมากขึ้น เรื่องอนาคตมันเป็นเหมือนปัญหาโลกแตก คิดแล้วเครียด เลยเป็นคนที่คิดอะไรแล้วทำเลย แล้วอนาคตจะชัดขึ้นเอง

ตอนนี้ชีวิตยุ่งมากไหมคะ

ไม่ ค่อยยุ่งเท่าไหร่ มีวางแผนว่าจะทำโน่นทำนี่ เช่น ทำเกสต์เฮาส์ที่ปราณบุรีกับพี่ชลิต (นาคพะวัน) อยากให้เป็นที่ชุมนุมของคนทำงานศิลปะ ทำบริษัทผลิตสื่อกับเพื่อน แล้วก็คิดว่าจะช่วยอนันดาเขียนหนังสือ ก็ค่อยๆทำไป สลับกับการเทคคอร์สศิลปะและถ่ายรูป

จี๊ด-แสงทอง เกตุอู่ทอง
จี๊ด-แสงทอง เกตุอู่ทอง

ชอบงานศิลปะแบบไหน

แอบสแตร็ค (Abstract) ค่ะ ชอบเรื่องสีและการใช้สีบ่งบอกอารมณ์

มันเริ่มจากการได้ถ่ายรูป แล้วการวาดรูปมันเป็นการฝึกคอมโพส (Compose)

ชอบถ่ายรูปแสดงว่าชอบเดินทาง?

ใช่ ค่ะ (ตอบทันที) สมัยก่อนชอบไปทะเล ไปสมุยทุกเดือนเลย เริ่มจากไปคนเดียว แล้วก็ได้รู้จักคนเยอะขึ้นเรื่อยๆ เราชอบคุยกับคนแปลกๆ ใหม่ๆ สนุกมาก เราได้ความรู้ ความคิดใหม่ๆ มันน่ารัก เป็นอะไรที่ใสมาก มีความสุข

จะเป็นนางแบบไปเรื่อยๆ ไหมคะ

ดอกไม้มันจะมีอายุของมันที่ค่อยๆ บานจนเต็มที่แล้วโรยเหี่ยวร่วงไป….. ก็คงอีก 2-3 ปีค่ะ ช่วงนี้ก็งกไว้ก่อน (หัวเราะ)
เปรียบเทียบงานวาดรูปที่เป็นกิจกรรมคนเดียว กับงานเดินแบบที่ต้องอยู่กับคนเยอะๆ มันขัดแย้งกันไหม

มัน มีคำว่า Face to face กับ Inside มันคนละเรื่องกัน เวลาเราทำงาน ไม่ค่อยมีอะไรที่ deep ลงไปข้างในอยู่แล้ว ไม่เหมือนเวลาที่เราอยู่กับตัวเอง

แล้วบนแคทวอล์ค นั่นใช่ตัวคุณหรือเปล่า

การเป็นนางแบบคือการเป็นหุ่น หุ่นที่ตั้งอยู่ตามหน้าร้าน หรือเป็นไม้แขวนเสื้อ

แต่การทำงานแบบไม่มีความสุข จะทำได้หรือ

เหมือน การสร้างลิ้นชักให้ตัวเอง แยกเก็บส่วนที่เราชอบกับไม่ชอบได้ เพื่อนเคยบอกว่า ถ้านั่งๆ กันอยู่ แล้วมีคนพูดอะไรที่ไม่อยากฟัง เราจะปิดปุ่มรับฟังได้ทันที (หัวเราะ) แต่ก็นั่งอยู่ตรงนั้นได้

ไม่ใช่ว่ารู้มาก แต่เราแค่เลือกที่ฟัง เลือกที่จะพูด เลือกที่จะเรียนรู้ ยังมีเรื่องอีกมากมายในโลกที่เรายังต้องเรียนรู้

เคยคิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์ประหลาดไหม ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ?

เรา เป็นมนุษย์ต่างดาว (หัวเราะชอบใจ) จี๊ดไม่แคร์หรอก จี๊ดแคร์แค่คนรอบข้างไม่กี่คนเท่านั้น ที่เข้าใจเราที่อยู่ในวงจรของเรา คนที่ด่าเขาไม่ได้ให้เงินเราหรือทำให้เรารู้สึกสบายใจ อย่ายึดติดสังคมรอบข้างจนมันเข้าไปในตัวเรา สุดท้ายแล้วมันอยู่ที่ตัวเราเอง

อย่างขนบธรรมเนียมประเพณี คุณเคารพเรื่องไหนบ้าง

การ ไหว้ การทำความเคารพ การนับถือคน การให้เกียรติกัน แต่เราไม่เชื่อว่า ผู้หญิงต้องเป็นช้างเท้าหลัง เพราะเราโตมาจากการหาเลี้ยงตัวเอง ไม่ใช่ขบถนะ มันคือความเสมอภาค ความภูมิใจในตัวเองและการให้เกียรติตัวเอง

การแต่งงานล่ะคะ

แต่อยากมีคนอยู่ด้วยไปเรื่อยๆ อยากมีเพื่อนคู่คิดมากกว่า พิธีหรือกระดาษ 1 ใบมันไม่สำคัญ

จริงๆ น่าจะมีกฎหมายว่า พิธีแต่งไม่ต้องจัด แต่ให้จัดตอนเลิกกันเนอะ (หัวเราะ) น่าจะดีนะ อาจทำให้คนกลับมารักกันหลายคู่ก็ได้ กลัวเสียตังค์ (ยิ้ม)

แล้วคุณจี๊ดยึดอะไรเป็นสิ่งสำคัญ

ความเชื่อ ความดี คนเราทุกคนมีความเชื่อและความดี เชื่อในสิ่งที่กำลังจะทำ เชื่อในวิจารณญาณ ความคิดของตัวเอง

เชื่อศาสนาไหม

เชื่อ (ตอบทันที) เชื่อในศาสนาพุทธ เชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ต้องเชื่อตัวเองด้วย

ทุกอย่าง รอบตัวเราเป็นสสารก็จริง แต่เราเชื่อว่ามีเทวดาคุ้มครองตัวเรา (หัวเราะอายๆ) แต่ไม่เชื่อเรื่องปาฏิหาริย์ว่าบนบานแล้วจะได้ เราอาจจะโดนปลูกฝังมาให้ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ผีบ้านผีเรือน บางทีก็งงนะ ว่าทำทำไม แต่ทำแล้วสบายใจ เย็น

กลับมาเรื่องงาน…’การถ่ายแบบ’ แบบธรรมชาติของคุณจี๊ดเป็นอย่างไร

เป็น ต้นไม้ เป็นต้นไผ่ลู่ลม (หัวเราะ) มันก็ไม่ได้เป็นธรรมชาติขนาดนั้นหรอก แค่ดูไม่เกร็ง ไม่เครียด บอกให้ยิ้มก็ยิ้ม เป็นหุ่น เหมือนเล่นละครมั้ง ไม่รู้เหมือนกัน ก็มองไปทางโน้นนิด ทางนี้หน่อย

ถ้าอยากได้ภาพถ่ายที่เป็นตัวคุณจี๊ดจริงๆ เลย จะเป็นภาพแบบไหน ใส่ชุดอะไร

ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ แบบนี้ (ชี้ไปที่ตัว) ถ่ายที่ต่างจังหวัด ทะเล ป่า ที่ไหนก็ได้ที่ไปเที่ยวกัน

จี๊ด-แสงทอง เกตุอู่ทอง
จี๊ด-แสงทอง เกตุอู่ทอง

ระหว่างเที่ยวกับงาน เลือกอะไรก่อนคะ

ดูหลักของมัน แล้วค่อยเลือกค่ะ

เนื้องานเหรอคะ

ดูเนื้อเงิน (หัวเราะ) พูดเล่น บางทีเราก็เลือกเนื้องาน เลือกงานที่เราสบายใจ แต่เศรษฐกิจแบบนี้ ทำอะไรได้ก็ทำไปเถอะ

งานแบบไหนไม่รับเลย

ใน คอกเทลเลาจน์ รีสอร์ท รำคาญคนไปเที่ยว กับโป๊มากๆ จะไม่ใส่ชุดว่ายน้ำตัวเดียว ไม่ใส่บิกินี่ ทูพีซ แล้วไปเดินแบบ แล้วคงไม่แหวกถึงขั้นนมหก ซีทรู ถ้าจำเป็นจริงๆ ใส่ชุดว่ายน้ำก็ต้องมีผ้าพัน ไม่ให้ดูโป๊มาก

ถ้าตัดเรื่องเงินออกไป ภูมิใจไหมได้เป็นนางแบบ

ภูมิใจไหม (นิ่งคิดนาน) เป็นคำถามที่ตอบยากมากเลย …ภูมิใจก็ได้ เหมือนรู้สึกว่าเราโชคดี มันอันเดียวกับความภูมิใจมั้ย

เอา อย่างนี้ เราภูมิใจที่มีโอกาสมาสัมผัสกับสังคมที่ใครๆ ก็อยากจะสัมผัส ได้เห็นโลกอีกแบบหนึ่ง เราไม่รู้หรอกว่า ถ้าเราไม่ได้เป็นนางแบบ ไม่ได้พบเจอผู้คน ความคิดแตกต่าง ร้อยพ่อพันแม่ สังคมมากมายด้วยสิ่งล่อตาล่อใจ เราจะมีความคิดแบบนี้หรือเปล่า มีวิธีหาทางออกของความสุขได้เท่านี้หรือเปล่า

โดย : ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ

เครดิต  women.sanook

« Previous Entries