มือนุ่มด้วยน้ำมะนาว

November 29th, 2009 by womenblogs

มือ นิ้วมือ มือนุ่ม

 

 

             วันนี้เรามาเสนอสูตรถนอมมือให้นุ่มนวลด้วยน้ำมะนาวค่ะ เริ่มเตรียมเลยนะคะ มีน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ และ น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะเท่านั้นเองค่ะ แต่อย่าเพิ่งเปรี้ยวปากเผลอทานไปก่อนนะคะ


             เริ่มด้วยการนำน้ำมะนาวผสมกับน้ำตาลเลยค่ะแล้วเอามาถูกับมือประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นกับสบู่หอมๆ เช็ดให้แห้ง แล้วตามด้วยโลชั่นสำหรับมือ เท่านั้นก็จะสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของมือแล้วล่ะค่ะ อย่าลืมทำเป็นประจำนะคะ

women.mthai

ผมร่วง ในผู้หญิง !!!

November 29th, 2009 by womenblogs

ผมร่วง 


    
     ไม่เฉพาะผู้ชายเท่านั้นที่ประสบปัญหาผมร่วง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ยิ่งของผู้ชายทีเดียว ผู้หญิงเองก็เกิดผมร่วงได้ไม่น้อยไปกว่าผู้ชายนะคะ โดย 2 ใน 3 ของผู้หญิงก็เคยประสบปัญหาผมร่วงมาแล้ว และในจำนวนนี้เป็นผมร่วงถาวรเสียด้วย แต่สาเหตุผมร่วงของผู้หญิงบางอย่าง สามารถแก้ไขได้ค่ะ

     โดยทั่วไปคนเราจะมีเส้นผมอยู่ประมาณ 100,000 เส้น และเส้นผมจะงอกอย่างสม่ำเสมอทุกๆ วัน ในแต่ละวันจะมีผมร่วงได้วันละ 50 ถึง 100 เส้นถือว่าปกติ เส้นผมจะงอกยาวประมาณ 1/2 นิ้ว ต่อเดือน โดยผมแต่ละเส้นจะอยู่บนศีรษะนาน 2 –6 ปีทีเดียว และระหว่างนี้ผมก็จะงอกยาวเรื่อยๆ

     เมื่อเส้นผมแก่ตัวขึ้น ก็จะหยุดงอก แต่ก็จะยังคงอยู่บนศีรษะ เพียงแต่จะไม่งอกอีกเท่านั้น และสุดท้ายก็จะร่วงไป แล้วเส้นผมใหม่ก็จะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นภายใน 6 เดือน แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่สามารถหยุดยั้งกระบวนการทั้งหมดของเส้นผมนี้

  1. อายุและฮอร์โมน ส่วนใหญ่ผมจะร่วงเมื่ออายุมากขึ้น โดย อายุ ฮอร์โมน และพันธุกรรม จะเป็นสาเหตุให้ผมร่วงได้มากกว่าปัจจัยอื่นๆ และผู้ชายจะพบปัญหานี้มากกว่าผู้หญิงมากซึ่งการผมร่วงนี้จะเริ่มเกิดขึ้น เมื่ออายุ 25-30 ปี สำหรับผู้หญิงจะผมร่วงโดยเริ่มจากการที่ผมเส้นเล็กลง และสั้นเมื่อลูบผมก็จะมีผมเส้นบางและสั้นติดมือมาสาเหตุผมร่วงชนิดนี้เป็น สาเหตุชนิดเดียวที่มักจะทำให้เกิดผมร่วงถาวร หรือหัวล้านนั่นเอง

  2. ยา ยาบางชนิดโดยเฉพาะที่ใช้รักษามะเร็งทำให้ผมร่วงได้ นอกจากยารักษามะเร็งแล้วยารักษาความดันโลหิต, ยาต้านการซึมเศร้า,ยาคุม และวิตามินเอขนาดสูง ก็ทำให้ผมร่วงได้ แต่เป็นการร่วงชั่วคราวเท่านั้น

  3. เมื่อลูบผมก็จะมีผมเส้นบางและสั้นติดมือมา สาเหตุผมร่วงชนิดนี้เป็นสาเหตุชนิดเดียวที่มักจะทำให้เกิดผมร่วงถาวร หรือหัวล้านนั่นเองค่ะ

  4. อาหาร อาหารโปรตีนน้อย รวมทั้งธาตุเหล็กน้อย จะทำให้ผมร่วงได้

  5. ความเครียด หรือ การเจ็บป่วย จะทำให้ผมร่วงได้ 1-3 เดือน เลยทีเดียว

  6. การคลอดลูก ผู้หญิงหลังคลอดจะมีผมร่วงได้ภายใน 2-3 เดือนหลังคลอด

  7. เป็นโรคไทรอยด์ ก็ทำให้ผมร่วงได้เชื้อราของหนังศีรษะ ซึ่งต้องรักษาโดยแพทย์ผิวหนัง สำหรับการรักษานั้นก็ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเกิดผมร่วงยกเว้นสาเหตุเดียว ที่มักจะเป็นผมร่วงถาวร คือสาเหตุจากอายุและพันธุกรรม ซึ่งต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่อาจจะเลือกการใส่ วิกผม, รับประทานยากระตุ้น, และผ่าตัดปลูกถ่ายผม
women.mthai

หน้าใสปิ๊ง แก้สิว ด้วยมะนาว

November 29th, 2009 by womenblogs

สาว เกาหลี

 

สาวๆ หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าแค่มะนาวจะมาช่วยเรื่องความสวยความงามได้อย่างไร…

 

      สูตรแก้สิว 

  
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

 

ผสมไข่ขาว 1 ช้อนชา

 

วิธีทำ ตีจนเป็นเนื้อเดียวกัน แต้มที่ตุ่มสิว ทิ้งไว้ 30 นาที ล้างออกด้วยสบู่อ่อนๆ สิวจะหายไปในที่สุด

 

 

       สูตรหน้าใสปิ๊ง 


น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

 

 

 

น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ

 

วิธีทำ  คนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้สักครู่  ล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วซับให้แห้ง ทำอาทิตย์ละครั้ง ผิวหน้าจะดูสดใสดูอ่อนวัย แบบไม่ต้องพึ่งครีมพอกหน้าราคาแพงๆ เลย …

women.mthai

เตรียม ผิวสวย รับ ลมหนาว

November 29th, 2009 by womenblogs

ผิวสวย

      สาวๆที่กำลังกังวลเรื่อง “ผิวแห้ง” ในช่วงหน้าหนาว วันนี้เรามีเคล็ด (ไม่) ลับ  มาแนะนำให้สาวๆ เตรียมผิวให้สวยรับลม หนาวอย่างมั่นใจ  ด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้
1.พออากาศเริ่มหนาว สิ่งแรกที่ต้องหลีกเลี่ยง คือการอาบน้ำอุ่น เพราะเป็นสาเหตุของผิวแห้ง แต่ถ้าทนไม่ได้หลังอาบน้ำเสร็จให้เช็ดตัวไม่ต้องแห้งมากแล้วทาครีมบำรุงทันที
2.หาผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับผิวแห้งโดยเฉพาะ ที่มีเนื้อครีมมีลักษณะเข้มข้นหรือที่เป็น Oil Base มาใช้ เพื่อให้ผิวชุ่มชื่นยิ่งขึ้น ส่วนครีมที่ใช้ในช่วงหน้าร้อนให้เก็บไว้ก่อนคะ
3.แต่สำหรับคนที่ชอบขัดผิวเป็นประจำ ควรขัด2-3สัปดาห์ เพื่อไม่ให้ผิวแห้งเป็นขุย  ถ้าชอบมากจริงๆแนะนำให้ผ่อนคลายด้วยการแช่ตัวในน้ำอุ่น ประมาณ 10 นาที  แล้วอย่าลืมหยดออยล์หรือครีมน้ำนมลงในอ่างน้ำด้วย

4.เคล็ดลับฟื้นฟูผิวแห้งเป็นขุยเบื้องต้น ให้นำผ้าขนหนูหรือสำลีชุบนมรสจืดเย็นๆ มาวางบนผิวหนังส่วนที่แห้ง ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก กรดแล็กติกในนมจะลอกเซลล์ผิวหนังที่ตายออก และเติมความชุ่มชื่นให้ผิวหนังแทน    

          
5.ในระหว่างวันให้ใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีด บริเวณผิวหน้าหรือส่วนที่ต้องการ จะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นมากยิ่งขึ้น  

                    
6.ควรดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่ควรดื่มครั้งละหลายๆแก้วในทีเดียว เพราะช่วงหน้าหนาวผิวเราจะต้องการน้ำในร่างกายมากและต้องกินอาหารที่ประกอบด้วยวิตามินเอ บี และซีให้มากๆ ซึ่งจะช่วยได้มากทีเดียวwomen.mthai

อาบน้ำลดต้นขา

November 29th, 2009 by womenblogs

อาบน้ำ ลดต้นขา ขาใหญ่ ออกกำลังกาย

 

       สาวคนไหนชอบนอนแช่อ่าง คงสุขสบายหาใดเหมือนจริงไหม แต่รู้บ้างไหมแทนที่ว่าจะมัวนอนแช่อ่างเฉยๆ การอาบน้ำในอ่างยังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเป็นไปอย่างถูกขั้นตอน โดยตอนแรกจะเป็นท่าลดต้นขาก่อนเลยนะคะ แต่ก่อนอื่นต้องเตรียมน้ำในอุณหภูมิที่พอเหมาะก่อน ควรเป็นน้ำอุ่นประมาณ 40 องศากำลังดี

:: Step 1 ::
งอขาในท่านั่งเอนกายเล็กน้อย ดันฝ่าเท้าขึ้น


:: Step 2 ::
งอขาในท่านั่งเอนกายเล็กน้อยในท่าเดิม เหยียดฝ่าเท้าลง ทำ 2 Step นี้ซ้ำกันอย่างละ 5 ครั้ง

:: Step 3 ::
นั่งกางแขน งอศอกเข้าหาลำตัว จับไว้ที่หัวเข่า ดันเข่าเข้า

:: Step 4 ::
นั่งกางแขน งอศอกเข้าหาลำตัว จับไว้ที่หัวเข่า แยกเข่าออก ทำ 2 Step นี้ซ้ำกันอย่างละ 5 ครั้ง
ท่านี้นอกจากจะช่วยผ่อนคลายต้นขาแล้ว ยังช่วยให้ฝ่าเท้าผ่อนคลายด้วย
แต่อย่างไรก็ตามนะคะ ควรจะทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอื่นๆ ด้วยนะคะ
women.mthai

วิธีดูแลรอบดวงตา เมื่อใต้ตาหมองคล้ำ

November 29th, 2009 by womenblogs

ดวงตา ตาโต bigeye 

 

        นำช้อนกาแฟที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวัน นำไปจุ่มในถ้วยกาแฟ และนำไปแช่ในช่องฟิตของตู้เย็นจากนั้นทิ้งช้อนไว้ประมาณ ครึ่งชั่วโมงแล้วจึงนำออกมา ครอบไว้ที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างจนหมดความเย็น ทำทุกวันหลังล้างหน้าเสร็จแล้วดวงตาที่หมองคล้ำของคุณก็จะสดใสไร้ความหมองคล้ำ 

วิธีนวดใต้บริหารรอบดวงตา


    ใช้ปลายนิ้วกลางและนาง ยืดคิ้วออกด้านข้าง 3 ครั้ง

 

แล้วใช้นิ้วกลางของทั้งสองข้างหมุนวนรอบดวงตาพร้อม ๆ กัน โดยวนตามเข็มนาฬิกา

 

    ทุกครั้งให้หยุดกดบริเวณหัวคิ้ว ทำแบบนี้ซ้ำ ๆ จำนวน 4-6 รอบ

 

    ใช้นิ้วกลางกดจุดไล่ตั้งแต่หัวคิ้วถึงขมับ จำนวน 3 รอบ กดจุดไล่ลงมาที่บริเวณใต้ตา ไล่ตั้งแต่หัวตาถึงหางตา 3 รอบ ใช้นิ้วหลางนวดที่บริเวณขมับ หมุนเป็นรูปเลขแปด ทำซ้ำ อีก 6 รอบ

 

    จากนั้นทำตามขั้นตอนข้างต้น ทั้งหมด อีก 3 รอบ จากนั้นนำมือทั้งสองปิดที่ดวงตา ลากน้ำหนักที่ปลายนิ้วออกไปที่ด้านข้างกรอบหน้า แล้วจึงค่อย ๆ ยกฝ่ามือออกจากหน้า

women.mthai

ต้นแขน กระชับ โชว์ได้อย่างมั่นใจ

November 29th, 2009 by womenblogs

ต้นแขน

     ผ่านมามักแนะนำแต่ท่าบริหารหน้าท้องและต้นขา ถึงจะเป็นบริเวณที่สร้างความหนักอกหนักใจให้กับสาวๆ ก็เถอะ แต่  “ต้นแขน”  ก็เป็นบริเวณที่ห้ามหลงลืมนะคะ สาว ๆ หลายท่านอยากสวมเสื้อแขนกุด แต่อดกังวลกับกล้ามเนื้อต้นแขนที่ห้อยย้อยไม่ได้  วันนี้เราเลยหยิบ  3 ท่าบริหารง่าย ๆ ที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อต้นแขนของคุณกลับมากระชับ เพื่อจะได้สวมเสื้อแขนกุดโชว์ต้นแขนได้อย่างมั่นใจ

     หากบริหารอย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากจะลดการห้อยย้อยแกว่งไกวของต้นแขน ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วยค่ะ

     + ท่ายืดกล้ามเนื้อต้นแขน

A.
นอนราบกับพื้น มือขวาถือดัมเบลล์ขนาดเหมาะมือ เหยียดแขนขวาตั้งตรง ใช้มือซ้ายยืดแขนขวาไว้ให้มั่นคง
B. พันเฉพาะปลายแขนขวาลงช้า ๆ (ช่วงต้นแขนตั้งแต่หัวไหล่ถึงข้อศอกอยู่ในแนวเดิม) โดยวาดมือไปยังหัวไหล่ซ้าย จากนั้นยืดแขนขึ้นสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 1-3 ชุด ชุดละ 8-12 ครั้ง แล้วสลับทำที่แขนอีกข้าง

     + ท่าต้นแขนเอียงลาด

A.
นั่งบริเวณขอบเก้าอี้ มือจับขอบเก้าอี้ไว้โดยให้ช่วงมือห่างเท่าความกว้างของหัวไหล่ หันนิ้วมือไปทางด้านหน้า จากนั้นเลื่อนสะโพกโดยก้าวเท้าไป ข้างหน้าให้พ้นจากที่นั่ง กระทั่งเข่างอตั้งฉากกับพื้น 90 องศา
B. ลดระดับสะโพกลงซึ่งจะทำให้หัวไหล่ลดระดับลงด้วย ท่านี้จะทำให้ต้นแขนเอียงลาดและข้อศอกชี้ไปทางด้านหลัง จากนั้นกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 1-3 ชุด ชุดละ 8-12 ครั้ง

     + ท่าวิดพื้น

A.
คุกเข่าโดยเหยียดแขนตรงตั้งฉากกับพื้น หัวเข่าอยู่ในแนวเดียวกับสะโพก และเกร็งหน้าท้องไว้
B. ลดระดับหน้าอกลงสู่พื้นโดยให้ข้อศอกแนบลำตัวไว้ตลอดเวลา ค้างไว้ชั่วครู่ จากนั้นกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 1-3 ชุด ชุดละ 8-12 ครั้ง

     ลองนำไปปฏิบัติกันดูนะคะ แต่ต้องกระซิบให้ทราบสักนิดว่าถึงจะบริหารให้กระชับยังไง โดยธรรมชาติแล้วกล้ามเนื้อหลังต้นแขนจะแกว่งเล็กน้อยเวลาที่คุณเคลื่อนไหวแขนไปมา จึงไม่ต้องวิตกกังวลนะคะ

women.mthai

ขจัดความมันบนใบหน้ากับสูตรดูแลผิวด้วยมะนาว

November 29th, 2009 by womenblogs

มะนาว

 

 

        เปรี้ยวจัดมากประโยชน์ ก็มะนาวไงล่ะคะ น้ำมะนาวเป็นกรดตามธรรมชาติที่มีประโยชน์ในการดูแลผิวไม่น้อยหน้าผลไม้อื่นๆและนี่คือสูตรการดูแลผิวแบบต่างๆด้วยมะนาว


 ผิวมัน บีบมะนาวใส่ชามที่มีน้ำแข็งใส่เอาไว้ก่อน แล้วใช้น้ำมะนาวเย็นๆ ชโลมใบหน้า นวดเบาๆ5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า
 ผิวหมองคล้ำและมัน ผสมน้ำมะนาวครึ่งช้อนชากับน้ำแตงกวาหนึ่งช้อนชา และน้ำกุหลาบ 2-3 หยด ทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำเปล่า
 ผิวแห้งและหยาบกร้าน ตีไข่แดงกับน้ำมะนาวสองสามหยดและน้ำมันมะกอกให้เข้ากันดี ทาส่วนผสมให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้จนผิวรู้สึกแห้ง ล้างออกด้วยน้ำเปล่า จากนั้นวักน้ำเย็นจัดราดหน้าเป็นการตบท้ายอีกที

 

women.mthai

นวดหน้าอก ด้วยตัวเอง

November 29th, 2009 by womenblogs

นวดหน้าอก 

     หน้าอกของเราเป็นสิ่งที่เราควรดูแลรักษาอย่างดี เพื่อให้เลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดี และช่วยขจัดสารพิษออกไปด้วยค่ะ 

+ ใช้ฝ่ามือทั้งสองกุมทรวงอกแล้วนวดเบาๆ
+ ยกแขนซ้ายขึ้น ใช้มือขวาจับที่ด้านในของต้นแขนซ้าย แล้วนวดช้าๆ จากใต้รักแร้มาที่ด้านหน้าของอก พร้อมกับตบเบาๆ แล้วทำอีกข้างแบบเดียวกัน
+ ใช้แรงกดที่ช่องระหว่างซี่โครง เพื่อให้ก้อนบวมที่สะสมอยู่สลายไป กางนิ้วทั้งสิบออก กดกลึงทรวงอกจากด้านในตรงกลางออกไปด้านนอก แล้วกดกลึงด้านนอกเข้าด้านใน
+ กดตรงกลางของกระดูกหน้าอก เริ่มจากใต้คอผ่านจุดกึ่งกลางลงไปถึงลิ้นปี่
+ แกว่งแขนทั้งสองข้างไปข้างหลังช้าๆ เหมือนกับพายเรือแล้วเดิน ท่านี้ควรทำเป็นประจำ จะช่วยให้ขจัดก้อนบวมและการไหลเวียนของน้เหลืองดีขึ้น
+ ยกแขนขึ้นกางออกเหมือนผีเสื้อหรือนกกระพือปีก แล้วหายใจเข้าออกพร้อมกับร้องฮูฮา ไปด้วย ท่านี้จะช่วยกระชับทรวงอกได้ด้วยค่ะ

women.mthai

25 อนามัย ของสาวไฉไลสุขภาพ

November 18th, 2009 by womenblogs

สุขภาพดี

25 อนามัย ของสาวไฉไลสุขภาพ (Woman Plus)

          แม้จะได้ยินกันบ่อยว่า “ใจเป็นนาย…กายเป็นบ่าว” แต่บ่อยครั้งที่บ่าวตัวดีนี่แหละที่ทำให้นายกินไม่ได้นอนไม่หลับ ถึงขั้นต้องหามส่งโรงพยาบาล บางนายได้แพ็คเกจแบบ Privilege จากปอเต็กตึ้งแถมพกมาด้วย ดังนั้นเราจึงต้องมีวิธีดูแลสุขภาพให้ไฉไลเพื่อจิตใจที่เป็นสุขของสมาชิกทุกคนในครอบครัว และนี่คือ 25 เคล็ดลับเพื่อสุขภาพที่เรานำมาฝากกันเลยค่ะ…..
 
สุขอนามัยปลอดภัยแมลง

           1. การถูกแมลงกัดต่อยทำให้ภูมิต้านทานโรคลดลง เพราะฉะนั้นจึงควรกำจัดแหล่งน้ำเน่าขังรอบบ้าน

           2. หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน ในเวลาที่ชุกชุมด้วยแมลง หรือยุง เช่นเวลาพลบค่ำ

           3. ใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ หรือปลูกต้นไม้อย่าง ดอกดาวเรืองที่มีกลิ่น หรือน้ำยางต่อต้านแมลง และยุง

           4. เลี่ยงการใช้น้ำหอม หรือโลชั่นกลิ่นเข้มข้น เพราะคุณกำลังส่งการ์ดเชิญยุงซึ่งไวต่อกลิ่นฉุน

           5. ป้องกันหมัด แมลง เห็บในบ้าน ด้วยการซักฟอกสุนัข แมว สะอาด ปลอดกลิ่น

           6. หมัด ไร ชอบชุมนุมกันในกอหญ้า และต้นไม้ในสวน ก่อนเข้าบ้านจึงควรสำรวจให้แน่ใจว่าไม่มีตัวอะไรติดมากับเสื้อผ้า หรือให้มั่นใจไปเลยก็ถอดเสื้อผ้าแล้วซักทันที

           7. กำจัดขยะทุกชนิดทุกวัน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เชื้อรา และแมลง

           8. ล้างแก้วที่ใส่น้ำหวาน หรือเครื่องดื่มผสมน้ำตาลทันที เพราะจะเป็นการชักนำแมลง มด เข้าบ้าน

สุขอนามัยในห้องน้ำ

           9. เปลี่ยนแปรงสีฟันเป็นประจำ ทุก 2 เดือน เพื่อป้องกันการตกค้างสะสมแบคทีเรีย

           10. ล้างมือทุกครั้งหลังการขับถ่าย เพื่อป้องกันแบคทีเรียและเชื้อโรคที่ติดจากกากระบาย

           11. แบคทีเรียแพร่ในอากาศ และมักตกค้างอยู่บนผิววัสดุทุกชนิด ดังนั้น ควรทำความสะอาดทุกพื้นผิวในห้องน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

           12. ในระหว่างที่ชักโครกทำงานอาจทำให้เชื้อโรคในของเสียแพร่กระจาย จึงควรปิดฝาชักโครกทุกครั้ง

           13. ห้องน้ำควรมีช่องระบายให้ถ่ายเท และขนย้ายแบคทีเรียที่ฟุ้งในอากาศ หากใครไม่มีควรติดพัดลมระบายอากาศ

           14. หลังใช้อ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ ควรฉีดน้ำล้างอีกครั้งเพื่อกำจัดแบคมีเรีย และคราบสบู่ที่เป็นแหล่งเพาะบ่ม

           15. สะบัดม่านอาบน้ำทุกครั้ง เพื่อป้องกันการก่อเชื้อรา และทุกเดือนควรซักทำความสะอาดเพื่อสุขอนามัย

           16. หมวกอาบน้ำคืออีกแหล่งสะสมเชื้อรา แบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดปัญหาหนังศีรษะ และเส้นผมร่วง ดังนั้น ควรทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นค่อนข้างร้อน หรือล้างด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ แล้วตากแห้งสนิทในแดดจัด 
 
สุขอนามัยในห้องครัว

           17. ล้างมือให้สะอาด ก่อนรับประทานอาหารอย่างน้อย 10 นาทีทุกครั้ง เพื่อกำจัดแบคทีเรีย และเชื้อโรค

           18. จำกัดไม่ให้สัตว์เลี้ยงมาป้วนเปี้ยนในห้องครัว เพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อโรคและเห็บหมัดเจือปนในอาหาร

           19. ล้างทำความสะอาดพื้นที่เตรียมอาหารก่อนใช้ ระหว่างทำงาน และโดยเฉพาะหลังการใช้  ต้องเช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาด

           20. ป้องกันเชื้อโรคปนเปื้อนในอาหาร ด้วยการแยกภาชนะหั่น สับ ของผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์

           21. การละลายอาหารแข็งไม่ใช่การกำจัดแบคทีเรีย ควรปรุงหรือทำให้สุกในอุณหภูมิสูง

           22. ปรับอุณหภูมิตู้เย็นอย่างน้อย 37 องศาฟาเรนไฮต์ เพื่อให้สภาวะความเย็นได้ผลกับการชะลอแบคทีเรียแพร่พันธุ์

           23. เปลี่ยนฟองน้ำล้างจานอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อกำจัดการสะสมของแบคทีเรียที่จะเปรอะเปื้อนในภาชนะพื้นผิวที่ชำระล้าง

           24. แม้จะใช้งานเขียง มีด เพียงนิดหน่อย ก็ควรล้างให้สะอาดทุกครั้ง เพราะสิ่งที่มองไม่เห็นแค่นิดเดียวคือแหล่งแพร่พันธุ์เชื้อโรคร้ายที่ให้พิษภัยเกินคาด

           25. กำจัดขยะทุกวัน และควรล้างและเคลียร์เชื้อโรคด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

          เขาว่ากันว่า (อีกแล้ว) ถ้าสุขภาพแข็งแรง จิตใจมีสุขเป็นนิตย์ ชีวิตก็จะดึ๋งดั๋ง…ใครบ่นว่าไม่มีบุญได้ลูกเชยชมเสียที รักษาสุขอนามัยดี ๆ อาจมีลูกพ่วงได้ทั้งหัวปีท้ายปีก็ได้นะคะ ว่าแล้วก็ขอตัวไปซักผ้าปูเตียงไหมอียิปต์ 48 เส้นก่อนนะคะ…คืนนี้ท่าจะเหนื่อยสายตัวแทบขาดอีกละ อิอิ…..  

« Previous Entries