November 16th, 2009 by womenblogs
Senada A/W 09/10
Reality & Dreams in my mind
Senada* นำเสนอแคชชวลแวร์ที่ผสมผสานความพิเศษในเนื้อผ้าของ Senada* black label ผ่านคอลเล็กชั่น “Reality & Dreams in my mind” ประจำ Autumn-Winter 09/10 ในห้วงบรรยากาศฟ้าคลุ้มฝน กับการกลับเข้าสู่ความเรียบง่าย ของรูปแบบเสื้อผ้าสุดคลาสสิคมาใช้ อย่าง กระโปรงทรงสอบ, กางเกงเทเลอร์มาเข้าคู่กับเสื้อเชิ้ตแขนรูดพอง หรือ จะจับคู่กับเสื้อ Boxy ตัวหลวมสบาย หรือเดรสทรง Egg Shape ร่วมสมัย รวมถึงกางเกงฮาเลม ที่เน้นสัดส่วนของ หญิงสาวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยยังคงรายละเอียดการตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน และแฝงไปด้วยเทคนิคมากมาย ในแบบห้อง เสื้อชั้นสูง ในสไตล์ร่วมสมัย

สำหรับสีสันหลักของคอลเล็กชั่นนี้ คงหนีไม่พ้นสีประจำซีซั่นอย่าง สีเทา สีเบจ โดย Senada* ได้นำเฉดสีต่างๆ ของสีเทา ได้แก่ Silver Grey, Thunder Grey, Elephant Grey, Mushroom Grey มาเป็นสีหลัก และมีการเพิ่มสีสัน ด้วยการหยอดสีมาสตาร์ด และส้มเข้าไปด้วย รวมทั้งผ้าพิมพ์ลวดลายต่างๆ อาทิ ลายนกแก้ว ลาย Tartan check ที่ใช้กันประจำในทุกออทั่ม-วินเทอร์
เทคนิคหลักที่ Senada* นำมาใช้ในครั้งนี้ คือ การนำรูปทรง ความแข็งของ Metallic Ribbon มาสร้างลูกเล่นต่างๆ ให้กับผ้าที่มีลักษณะนิ่ม เพื่อเพิ่มมิติให้กับชุด ไม่ว่าจะเป็น การรูดจั๊มที่ปลายแขนเสื้อ ที่เอว หรือชายกระโปรง,
แม้กระทั่ง โบว์ที่ใช้ในทุกซีซั่นก็จะปรับเปลี่ยนได้ตามแบบ free form นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคนิคเอกลักษณ์ประจำ Senada* อย่างการ Twist รูปทรงให้เกิดเส้นสายจาก การพับมุมในรูปแบบใหม่ที่ดูโมเดิร์นมาใช้เช่นกัน
ซีซั่นนี้ ถือเป็นการผสมผสานทุกๆ Texture ของผ้า นับตั้งแต่ See through silk, Cotton, Organdy silk, Sand wash silk, Tweed ,Summer wool, Taffeta satin silk และ Felt รวมถึงการแต่งเติมในทุกรายละเอียดด้วย มุก, พลอย, คริสตัล, ลูกไม้โปร่งฝรั่งเศส รวมถึงผ้าตาข่าย Tulle เพื่อเพิ่มความหรูหราสำหรับชุดกลางคืนของซีซั่นนี้
women.mthai
November 12th, 2009 by womenblogs


ถึงเวลาหยิบ”ผ้าพันคอ”ออกมาผูก (เดลินิวส์)
ดีทริคแนะหลากวิธีผูกผ้าพันคอหญิงชายแบบสร้างสรรค์สไตล์ Hermes ที่แสนง่าย แต่ใช้งานได้จริง
พอถึงหน้าหนาว ผ้าพันคอถือเป็นแอคเซสเซอร์รี่หนึ่งชิ้นสำคัญ ที่สามารถหยิบมาใช้งานได้ไม่ขัดเขิน เพราะช่วยให้ความอบอุ่นกำลังดี อีกทั้งยังเสมือนเป็นเครื่องประดับที่ช่วยให้การแต่งตัวสนุกและมีสีสันขึ้น แต่หลายคนหมดไอเดียในการผูก Hermes สบโอกาสเหมาะชวนเหล่าแฟชั่นนิสต้ามาสาธิตการผูกผ้าพันคอคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด



เริ่มที่สุภาพสตรี ใครมีผ้าพันคอไซส์กลางประมาณ 70-90 เซนติเมตร คลาสสิคที่สุดนำมาคล้องคอแล้วสอดปล่อยชายแต่ถ้าเบื่อแนะนำให้ผูกเป็นเสื้อครึ่งตัวคล้ายผ้ากันเปื้อน สวมแจ็คเก็ตทับได้ลุคร็อกเล็กเล็ก ถ้าช่วงบ่ายอากาศร้อน สามารถนำมาโพกหัวสไตล์ยิปซี แต่ถ้าอยากโชว์หน้าผากกลมกลึง แนะให้บิดเป็นเกลียวหรือถักเป็นเปียก่อนนำมาคาดได้ลุคโบฮีเมียนปนหวาน



สำหรับผืนใหญ่ไซส์ตั้งแต่ 140 เซติเมตรขึ้นไป สามารถนำมาผูกเป็นชุดเดรสผูกคอ หรือเดรสสั้นสไตล์ค็อก เทล เน้นโชว์ลวดลายของผ้าพันคออย่างเต็มที่


ด้านสุภาพบุรุษ สามารถประยุกต์ได้หลายแบบไม่แพ้ผู้หญิง พื้นใหญ่นำมาผูกเป็นสามเหลี่ยมแบบเงื่อนยุวกาชาติ แต่ซ่อนปมไว้ด้านหลังปกเสื้อสไตล์คาวบอยรุ่นใหญ่ แต่สำหรับวัยรุ่น โชว์ปมด้านหน้า จะได้ลุคที่ดูสนุกและขี้เล่นขึ้น หรือถ้ากลัวไม่เนี๊ยบเก็บปลายสองข้างสักหน่อยเหมาะมากในวันทำงาน หรือถ้าใครมีผ้าพันคอเส้นเล็กสีสดแค่นำมาพาดบ่าตัดกับสเว็ตเตอร์สีเข้มดูสดใส ถ้าครีเอทขึ้นมาหน่อยนำมาผูกแทนเนคไทเท่ไปอีกแบบ



November 6th, 2009 by womenblogs
เสื้อผ้าแฟชั่น
เสื้อผ้าแฟชั่น
เสื้อผ้าแฟชั่น
เมื่อโลกนี้ จุด จุด จุด (กรุงเทพธุรกิจ)
โดย : วิภานี กาญจนาภิญโญกุล
พูดถึงลายจุดเก๋ ๆ เป็นใครก็ต้องคิดถึงแฟชั่นยุค 1950 แต่จริง ๆ แล้วเจ้า Polka Dot ที่เราเห็นกันคุ้นตานั้น มีความเป็นมายาวนานกว่านั้น
มีเรื่องเล่ากันมากมายถึงที่มาของลายจุดเหล่านี้ บ้างก็ว่าชาวยุโรปตะวันออกที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในอเมริกานั้น ไม่ได้นำแค่ดนตรีและการเต้นรำของพวกเขาเข้ามาเท่านั้น หากยังนำลวดลายนี้เข้ามาสู่วงการแฟชั่น บางคนก็ว่าเจ้าพ่อการ์ตูนอย่างวอล์ท ดิสนีย์ เป็นคนนำลายจุดมาใส่ในชุดของ มินนี่ เมาส์ เพื่อสร้างความแตกต่าง และทำให้หลายคนชื่นชอบมันไปด้วย
เสื้อผ้าแฟชั่น
แต่จะว่าไป ลายจุดมีที่มาก่อนหน้านั้นอีกนาน Polka Dot ปรากฏตัวครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ New York Times ฉบับวันที่ 21 กันยายน 1866 เนื่องมาจากความนิยมของมัน ตั้งแต่ในช่วง 1840 ถึง 1890 มีโรงงานหลายแห่งผลิตผ้าลายจุด หมวก ถุงเท้า ผ้าม่านลายจุด ฯลฯ แต่ก็ยังไม่ได้นำมาผลิตเป็นเสื้อผ้าจนกระทั่งเข้าสู่ศตวรรษที่ 19 ซึ่งเข้ามาพร้อมกับความนิยมในดนตรีแบบ Polka
ส่วนในยุค 1950 นั้นแน่นอนว่าเป็นทศวรรษแห่งจุด เพราะตั้งแต่ดาราหนังยังแม่บ้าน หัวจรดเท้า ทุกคนใส่แต่ลายจุด และเจ้าลายจุดหลากสีนี่เองที่ทำให้แฟชั่นยุคนี้ได้รับการนิยามว่า “มีสีสัน สนุกสนานและมองโลกในแง่ดี” นับจากช่วงเวลาสงครามที่ผ่านมา
เสื้อผ้าแฟชั่น
พอถึงยุค 1970 Polka Dot ก็กลับมาอีกครั้ง ด้วยฝีมือของดีไซเนอร์ยุคนี้ที่นำเจ้าจุดหลากสีมาใช้ในรูปแบบที่หวือหวาแปลกตากับเสื้อผ้าของยุคนี้ ส่วนยุค 1980 นั้น ยังมีสัดส่วนของแฟชั่นสดใสลายจุดเข้ามาแย่งพื้นที่ แต่เน้นไปที่ข้าวของเครื่องประดับซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากนักร้องดังอย่าง Cyndi Lauper และ Madonna นั่นเอง
เสื้อผ้าแฟชั่น
ปัจจุบัน เจ้าลายจุดที่ว่าก็ยังไม่ได้มีแค่ในเสื้อผ้าเราเท่านั้น ดูอย่างรางวัลที่มอบให้แชมป์ปั่นจักรยานน่องเหล็กที่สุดในงาน Tour de France ก็ยังเป็นเสื้อลายจุด ตลอดจนผลงานเซรามิกหลายจุดขนาดใหญ่ของ Emma Bridgewater ที่ทำให้เธอโด่งดังไปทั่วโลกและกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของเธอมาจนถึงตอนนี้
เสื้อผ้าแฟชั่น
เสื้อผ้าแฟชั่น
เสื้อผ้าแฟชั่น
เสื้อผ้าแฟชั่น
November 5th, 2009 by womenblogs
Disaya - Celestial Warrior นักรบแห่งฟากฟ้า
Disaya ใน EFW ปีนี้ได้ส่งผลงานชุด Celestial Warrior หรือ นักรบแห่งคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากจินตนาการในวัยเด็กของ ดิษยา สรไกรกิติกุล เป็นเรื่องราวการผจญภัยในโลกแห่งเวทมนต์ โบยบินไปในฟากฟ้า ที่ซึ่งดวงดาวส่องแสงระยิบระยับแวววาว เช่นเดียวกับเสื้อผ้าทุกชิ้นในคอลเล็กชั่นนี้ ที่ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการตัดเย็บ เนื้อผ้า และโครงร่างสำหรับเสื้อผ้าฤดูนี้ แสดงถึงความบอบบางและการผสมผสานกันอย่างลงตัวของ ดวงดาวในกาแล็กซีและผู้พิทักษ์
women.mthai
November 5th, 2009 by womenblogs
สำหรับซีซั่นนี้สาวๆ women.mthai.com ที่หลงใหลในหรูหรา ปราดเปรียว และเซ็กซี่ ครั้งนี้ไม่มีผิดหวัง แบรนด์ Asava มาอัพลุคสาวๆ ให้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังมากกว่าที่เคย เหมาะสำหรับ working women ดูกระฉับกระเฉง เป็นสาวมั่น จากแรงบันดาลใจ ประหนึ่งโบรกเกอร์สาวมือโปรใน Wall Street นอกจากจะปรับลุคของสาวๆ ในแบบของ Asava ให้ดูเป็นสาวมือโปรเพิ่มความมั่นให้แล้ว ก็มิได้ละทิ้งกลิ่นอายความเซ็กซี่ลงเลย ด้วยเสน่ห์สีสันที่เรียบง่ายชัดเจน พร้อมลูกเล่นในการตัดเย็บ เพิ่มโวลุ่มเสื้อผ้าที่สวมใส่ ไม่ให้มีมิติเดียว


women.mthai
November 5th, 2009 by womenblogs
OLANOR ; EFW’09
แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ Olanor ได้มาแสดงผลงานบนรันเวย์ ELLE Fashion Week อันเลื่องชื่อ แต่ไม่ใช่ก้าวแรกสู่วงการแฟชั่น เพราะ ธเนศ บุญประสาน ดีไซเนอร์แบรนด์นี้ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์กว่า 10 ปีจากการเข้าร่วมประกวดผลงานออกแบบมาแล้วหลายรายการ จนถึงการเป็นผู้ช่วยดีไซเนอร์แบรนด์ Theatre กระทั่งมาสร้างแบรนด์ Olanor ซึ่งมีความโดดเด่นอยู่ที่ความสดใหม่ของรายละเอียดและความหรูหรา คอลเล็กชั่นล่าสุดได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติของดอกไม้และใบไม้ ผสมผสานกับความทันสมัยของมหานคร ผลงานชุดนี้ให้ความสำคัญกับผ้าไหมและชีฟอง ในขณะที่เทคนิคการถักโครเชต์ และการพิมพ์ซิลค์สกรีนถูกนำมาใช้มากเป็นพิเศษ
women.mthai
November 5th, 2009 by womenblogs
Senada* นำเสนอแคชชวลแวร์ที่ผสมผสานความพิเศษในเนื้อผ้าของ Senada* black label ผ่านคอลเล็กชั่น “Reality & Dreams in my mind” ประจำ Autumn-Winter 09/10 ในห้วงบรรยากาศฟ้าคลุ้มฝน กับการกลับเข้าสู่ความเรียบง่าย ของรูปแบบเสื้อผ้าสุดคลาสสิคมาใช้ อย่าง กระโปรงทรงสอบ, กางเกงเทเลอร์มาเข้าคู่กับเสื้อเชิ้ตแขนรูดพอง หรือ จะจับคู่กับเสื้อ Boxy ตัวหลวมสบาย หรือเดรสทรง Egg Shape ร่วมสมัย รวมถึงกางเกงฮาเลม ที่เน้นสัดส่วนของ หญิงสาวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยยังคงรายละเอียดการตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน และแฝงไปด้วยเทคนิคมากมาย ในแบบห้อง เสื้อชั้นสูง ในสไตล์ร่วมสมัย

สำหรับสีสันหลักของคอลเล็กชั่นนี้ คงหนีไม่พ้นสีประจำซีซั่นอย่าง สีเทา สีเบจ โดย Senada* ได้นำเฉดสีต่างๆ ของสีเทา ได้แก่ Silver Grey, Thunder Grey, Elephant Grey, Mushroom Grey มาเป็นสีหลัก และมีการเพิ่มสีสัน ด้วยการหยอดสีมาสตาร์ด และส้มเข้าไปด้วย รวมทั้งผ้าพิมพ์ลวดลายต่างๆ อาทิ ลายนกแก้ว ลาย Tartan check ที่ใช้กันประจำในทุกออทั่ม-วินเทอร์
เทคนิคหลักที่ Senada* นำมาใช้ในครั้งนี้ คือ การนำรูปทรง ความแข็งของ Metallic Ribbon มาสร้างลูกเล่นต่างๆ ให้กับผ้าที่มีลักษณะนิ่ม เพื่อเพิ่มมิติให้กับชุด ไม่ว่าจะเป็น การรูดจั๊มที่ปลายแขนเสื้อ ที่เอว หรือชายกระโปรง,
แม้กระทั่ง โบว์ที่ใช้ในทุกซีซั่นก็จะปรับเปลี่ยนได้ตามแบบ free form นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคนิคเอกลักษณ์ประจำ Senada* อย่างการ Twist รูปทรงให้เกิดเส้นสายจาก การพับมุมในรูปแบบใหม่ที่ดูโมเดิร์นมาใช้เช่นกัน
ซีซั่นนี้ ถือเป็นการผสมผสานทุกๆ Texture ของผ้า นับตั้งแต่ See through silk, Cotton, Organdy silk, Sand wash silk, Tweed ,Summer wool, Taffeta satin silk และ Felt รวมถึงการแต่งเติมในทุกรายละเอียดด้วย มุก, พลอย, คริสตัล, ลูกไม้โปร่งฝรั่งเศส รวมถึงผ้าตาข่าย Tulle เพื่อเพิ่มความหรูหราสำหรับชุดกลางคืนของซีซั่นนี้
women.mthai
November 5th, 2009 by womenblogs
NAGARA ; EFW’09
นคร สัมพันธารักษ์ ดีไซเนอร์แบรนด์ Nagara เตรียมคอลเล็กชั่นพิเศษสำหรับโชว์บนแคทวอล์คในงาน ELLE Fashion Week ด้วยการรวบรวมทีมดีไซเนอร์ระดับท็อปมาออกแบบคอลเล็กชั่น

Nagara Elle Fashion Week 2009
โดยอาศัยพลังความคิดสร้างสรรค์มาจากรูปร่างที่สวยงาม และ สีสันของขนนกยูง นอกจากนี้ ยังมีการนำเอาเทคนิคใหม่ เช่น การใช้วัสดุใหม่ๆ มาปักร้อยลงบนผ้าไหมและผ้ายืด เพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับผืนผ้า

women.mthai
November 3rd, 2009 by womenblogs
Mixed Yourself, Match Your Style @ Remixx
เสื้อผ้างานตัดเนี้ยบๆ แต่สวมใส่ง่าย แบบไม่ตามเทรนด์กับงานที่มีแนวทางการออกแบบไม่เหมือนใคร ด้วยผสานความเป็นตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน มีทั้งแนว ready to wear แฟชั่นสตรีทแวร์ ไปจนถึงชุดราตรี หาได้ไม่ยากหรอกในย่านสยามแสควร์ ณ ร้านนี้ Remixx ! ที่นี่ตอบโจทย์สำหรับสาวทันสมัยที่ไม่เรียบเกินไป รักสีสันรสมะนาวบ้างนิดหน่อยในชีวิตพอเป็นพิธี
ร้าน Remixx เปิดต้อนรับลูกค้ามา 2 ปีแล้ว ด้วยฝีมือการบริหารและการออกแบบของพี่ภูและพี่แอร์ ที่จะlaunch Collection ใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ ทุกๆ 2 ฤดู คือ Spring/Summer และ Autumn/Winter เรื่องเนื้อผ้ายิ่งไม่ต้องห่วง เพราะใช้เนื้อผ้าอย่างดี ยิ่งถ้าเป็นผ้าชีฟองด้วยแล้ว ที่นี่เลือกใช้ชีฟองญี่ปุ่นที่เหมาะกับอากาศและผิวพรรณของคนแถบเอเชีย
women.mthai
November 3rd, 2009 by womenblogs

วันนี้ women.mthai จะพาไปดู แหล่งช้อปปิ้งของคนวัยมันส์ ที่นี่เลยค่ะ เซ็นเตอร์พ้อยท์ อินดี้ อินทาวน์ ที่นี่ เป็นที่ที่ให้น้องๆ นักเรียน นักศึกษาได้มาปล่อยของที่สร้างจากไอเดียเก๋ๆ ของพวกเค้า โดยจัดพื้นที่หน้าลานกว้างห้างเซ็นทรัลเวิลด์ มี Indy Shop (อินดี้ช็อป) กว่า 100 ร้านค้าให้เราได้มีเลือกช้อปกัน ของที่นำมาขายก็จะมีทั้งของ Hand Made (แฮนด์เมด) ที่น้องๆ นักเรียน นักศึกษา ทำกันเอง และก็มีของมือสอง ของน้องๆ เค้าด้วยนะคะ ที่น่าสนใจคือ มี Indy Show (อินดี้โชว์) วงดนตรีอินดี้สุดจี๊ดที่มาเรียกสีสันและบรรยากาศความคึกคักอีกด้วย อ้อ…ลืมบอกไปว่า Indy in Town มีที่ชั้น 7 บนห้าง เซ็นทรัลเวิลด์ ด้วยนะคะ แต่วันนี้ women.mthai เก็บภาพบรรยากาศหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ มาฝากกันค่ะ
women.mthai