เมื่อต่างคนต่างเปลี่ยน

November 18th, 2009 by womenblogs

ขอโทษนะ.. ที่ฉันทำได้เพียงแค่นี้        

เมื่อต่างคนต่างเปลี่ยน (ใยไหม)

โดย : ออนอุมาร์
 
          เคยเกิดคำถามขึ้นระหว่างเรากับคนรักบ้างไหมว่า “ทำไมความรักของเราเริ่มไม่เหมือนเดิม” หลายปีที่ผ่านมา คนสองคนเริ่มต้นสร้างความรักขึ้นมาด้วยกัน ตอนที่รักมันคุกรุ่นอยู่ในใจ บางคนก็นึกไม่ออกหรอกว่า “เราสองคนจะเปลี่ยนไปได้ยังไง ในเมื่อเราต่างก็รักกันมากขนาดนี้” แต่สุดท้าย…คำถามที่ไม่เคยถูกตั้งสมมติฐานมาก่อน ก็แสดงตัวตนขึ้นมาสั่นคลอนจิตใจ

          ความจริงที่ว่า…คนที่เปลี่ยนไปไม่ได้มีแค่คนเดียวนี่สิ ที่สร้างความเจ็บปวดยิ่งกว่ากรณีการถูกคนรักหักหลังเสียอีก เมื่อเราสองคน ต่างก็เปลี่ยนไป จะมีอะไรที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่านี้…คงไม่มีอีกแล้ว
 
          การที่ตัวตนของเราค่อย ๆ เปลี่ยนไปทุกวัน เปลี่ยน…ทั้ง ๆ ที่ยังคบกัน เป็นความเจ็บปวดที่ไม่รู้จะบรรเทาให้เบาบางยังไงดี เวลาหันไปมองหน้าคนรัก…เห็นเขามองกลับมาด้วยท่าทางเฉย ๆ เป็นใครก็อ่อนใจ เป็นใครก็อดคิดไม่ได้ว่า “นี่เรายังรักกันอยู่หรือเปล่า” ชีวิตที่เคยสดใส ต้องมาคอยเป็นกังวลกับพฤติกรรมของคนที่เรารักว่าเขาไม่เหมือนเดิม มันทำให้หัวใจที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เหมือนถูกอะไรมาบีบเอาความชุ่มชื่นของชีวิตให้ค่อย ๆ หมดไป คบกันแบบนี้ไม่ใช่แค่เหนื่อยใจ…แต่มันจะทำให้ความผูกพันอ่อนแรงตามไปด้วย
 
          ระยะเวลาที่คบกันก็มีส่วนทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป พูดง่าย ๆ ว่ายิ่งรู้จักและสนิทกันมาก ก็ยิ่งหมดความตื่นเต้นท้าทาย การรู้จักตัวตนของใครสักคนมาก ๆ ถ้ารู้จักใช้ประโยชน์ให้ถูกทาง ก็จะช่วยเรื่องความสัมพันธ์ได้มาก แต่คนส่วนใหญ่มักมองเป็นความน่าเบื่อ

          “คุยกับแฟนแล้วน่าเบื่อ ฉันคุยกับคนอื่นสนุกกว่าตั้งเยอะ”
          “มีแฟนก็เหมือนไม่มี…เฮ้อ…จะมีคนใหม่ไปเลยดีไหมนะเรา”
          “ในเมื่อไม่ค่อยสนใจกันเหมือนเดิม…ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม”
          “ก็ยังรักนะ แต่รู้สึกเหมือนเขาไม่ได้แคร์เราอีกแล้ว” ฯลฯ
 
          ฉันเชื่อว่าจุดเปลี่ยนของทุกสิ่งทุกอย่าง เริ่มต้นที่ใจทั้งนั้นแหละ ถ้าใจเราเปลี่ยน…เวลาเรามองอะไร ความคิดที่เรามีต่อสิ่ง ๆ นั้นก็ย่อมเปลี่ยนไปด้วย จึงไม่แปลกเลย…ถ้าเรามองหน้าคนรักแล้วเรารู้สึกเหมือน ต่างคนต่างไม่ได้รักกัน เพราะใจเราเริ่มเปลี่ยนไปก่อนหน้านี้แล้ว เราเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อคนรักไปทีละนิด ๆ โดยที่บางครั้งเราก็ไม่รู้ตัวหรอก บางทีที่เราไปคาดหวังอะไรจากเขามาก ๆ แล้วเรา ไม่ได้อย่างที่หวัง ความรู้สึกที่มีต่อเขาก็เปลี่ยนเป็นแง่ลบ พอเราคาดหวังหลายครั้ง แล้วมันดันผิดหวังทุกที ความรู้สึกแง่ลบนั่นแหละที่เป็นเหมือนปิศาจคอยกล่อมเราว่า “เขาเปลี่ยนไปแล้ว”
 
          คนเราชอบถือทิฐิมาวางอำนาจใส่กันชอบประชดกันและกัน ทั้ง ๆ ที่ใจจริงไม่ได้อยากทำให้อีกฝ่ายเสียใจหรอก แต่ทำไงได้…ก็ถ้าได้เอาคืนผ่านรูปแบบที่ทำให้เขาเสียใจดูบ้าง มันก็สะใจดี ผลที่ตามมาอาจได้ความ สะใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ อาจได้รับผลบางอย่างที่ทำให้ความสัมพันธ์ของคนสองคน เปลี่ยนไป ด้วยเช่นเดียวกัน อุตส่าห์คบกันมานานขนาดนี้…ถ้าจะยอมให้ความรักจบลงแบบไม่สวยงาม เราจะทนได้หรือ
 
          คนเรามักมองข้ามความสำคัญของคนที่อยู่ใกล้ตัว วันนี้เราอาจยอมรับว่า “เราต่างคน ต่างเปลี่ยนไป” จริง แต่ถ้าพื้นฐานความรักที่มีต่อกันยังคงอยู่ เราจำเป็นที่จะต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อประคับประคองความรักให้ไปรอดด้วยกัน อย่ายอมแพ้อะไรง่าย ๆ โดยเฉพาะเรื่องความรัก จงสู้ทุกวิถีทางจนกว่าจะหมดแรง ถ้าดูแววว่ามันเริ่มจะไม่ไหวจริง ๆ ก็ลองถามใจตัวเองดูอีกที หากถึงเวลาแล้วที่คนสองคนควรห่างกันสักพัก…เพื่อให้ได้ทบทวน ครุ่นคิด และตัดสินใจ การเปลี่ยนแปลงทุก ๆ ขั้นตอน…ไม่ได้มีแค่ด้านลบเสมอไป

เจ็บกี่ครั้งหัวใจก็ยังไม่จำ

          บางขณะที่หัวใจเราร้อนรนมาก ๆ เราอาจต้องการเวลาพักหัวใจสักพัก แล้วให้ความเปลี่ยนที่เกิดขึ้น…ได้มีความยืดหยุ่น และมีเวลาให้คนที่เรารักได้หยุดทบทวน ถ้าที่สุดแล้วเรามั่นใจว่าคนสองคนยังรักกัน…ความเปลี่ยนแปลงที่เคยเปลี่ยนไปแง่ร้าย ก็จะเปลี่ยนกลับมาเป็นแง่ดีได้ไม่ยาก ขอเพียงคนสองคนเชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ ก็พอ นาทีที่เหตุผลมีน้ำหนักเบากว่าความรู้สึก
 
          ตอนที่เราตัดสินใจ รับรักใครสักคน เราใช้เหตุผลมากมาย เพื่อความมั่นใจว่าเราเลือกคบคนไม่ผิด เราใช้เวลาพิสูจน์และลองใจด้วยวิธีต่าง ๆ ก็เพื่อให้แน่ใจว่าถ้าคบกับเขาแล้ว เราจะมีความสุขที่สุด และที่ผ่านมามันก็เป็นอย่างนั้น คนสองคนมีความสุข คบกันด้วยความเข้าใจ ยิ่งนานวันเราต่างยิ่งรู้ใจกันมากขึ้น ฟังดูเหมือนทุกอย่างกำลังไปได้สวย ถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่ว่า วันหนึ่ง…น้ำหนักของความรู้สึกของคนสองคนที่มีให้กันนั้นเริ่มไม่คงที่เสียแล้ว
 
          หลายคนเมื่อคบกันไปนาน ๆ …ก็เริ่มใช้เหตุผลในการอยู่ร่วมกันน้อยลง ในขณะที่อารมณ์ความรู้สึกลบ ๆ ถูกยกขึ้นมาเป็นข้ออ้างบ่อยขึ้น หลายๆ คู่ที่ทะเลาะกันซ้ำๆ เถียงกันแต่เรื่องเดิม ๆ มักจะทะเลาะกันแบบใช้อารมณ์เป็นใหญ่ ยิ่งทะเลาะกัน ยิ่งรู้สึกว่าคนรักของเรามันห่วย คบกันไปก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้น เหตุผลดี ๆ ที่เราเคยเชื่อว่าเขาเป็น ตอนนี้มันไม่ได้มีน้ำหนักอีกแล้ว

          จำได้ไหมว่าเราทะเลาะกันวันหนึ่งกี่รอบ บางเรื่องก็เป็นเรื่องเล็ก บางทีไม่มีเรื่องเราก็ยังทะเลาะกันได้อีก ต่างคนต่างเหนื่อย ยิ่งเหนื่อยยิ่งอยากหนีไปให้ไกล แต่สุดท้ายก็รู้ว่าตัดใจไปจากกันไม่ได้ ก็กลับมาคบกันอีก…แล้วก็ทะเลาะกันอีก กลายเป็นวัฏจักรแห่งความไม่เข้าใจที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที
 
          เมื่อถึงตอนนี้ มีหลาย ๆ คนที่เริ่มคิดถึงระยะห่าง เริ่มคิดว่าในเมื่ออยู่ใกล้กันแล้วมีแต่ทะเลาะกัน ควรห่าง ๆ กันไปสักพักดีไหม เผื่อเหตุการณ์จะคลี่คลายและกลับมาดีขึ้น แรก ๆ ที่ไม่โทร.หากันทุกวันเหมือนอย่างเดิม ก็ทำให้หัวใจปั่นป่วนไม่น้อย คนเคยโทร.หากันทุกวัน แต่วันนี้ยอม ใจแข็ง ลองสู้กับความรู้สึกตัวเองดูสักตั้ง ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าอะไร ๆ มันจะดีขึ้น แต่พอเขาโทร.มาก็ดีใจจนลืมตัว…กลับไปคบกันใหม่ ทั้ง ๆ ที่หัวใจยังเต็มไปด้วยแรงปะทุของความรู้สึกแง่ลบที่ยังไม่ได้ลบทิ้งไปจากหัวสมอง
 
          พอมีเหตุการณ์แย่ ๆ ให้ต้องทะเลาะกันอีก คราวนี้เรื่องเล็ก ๆ เลยใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า เริ่มรู้สึกแย่หนักกว่าเก่า ตราบใดที่คนเราคบกันด้วยคำว่า “มากไป” ไม่ว่าจะ “ใช้เหตุผลมากไป” หรือ “ใช้ความรู้สึกมากไป” มันก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ…เพราะอะไรที่มากไปจะทำให้น้ำหนักในการตัดสินใจของเราโอนเอียง ไม่มีความเที่ยงตรง และก็มีโอกาสที่จะตัดสินใจผิดพลาดได้สูง
 
          แนะนำว่าเมื่อไรก็ตามที่เริ่มรู้สึกว่าเรามองทุกอย่างในแง่ลบ เราควรพักทั้งสมองและหัวใจ แล้วให้เวลาตัวเองได้มองหาเหตุผล ให้โอกาสตัวเองได้ทบทวนความรู้สึก อย่าหันหลังให้คนที่เรารัก ถ้าเรายังไม่ได้หมดรักกัน เพราะไม่มีเหตุผลที่เราจะทำร้ายความรู้สึกกันและกันด้วยการกระทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับใจ
 
          ปรับเหตุผลที่มากไป ให้กลับมาเข้าที่ ปรับความรู้สึกที่ร้าย ๆ ให้กลับมาสู่ความสมดุล ถ้าเราสามารถปรับทั้งสองสิ่งให้มีน้ำหนักเท่ากันได้ ความรักของเราก็น่าจะปรับให้กลับมาสมดุลได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรเช่นกัน

กางเกงยาวเท่าไหร่ จึงใส่พอดีกับส้นสูง

November 18th, 2009 by womenblogs

รองเท้าส้นสูง


แฟชั่น กางเกงยาวเท่าไหร่ จึงใส่พอดีกับส้นสูง
(momypedia)
โดย: Kant

เทคนิคช่วยคุณกำหนดความยาวกางเกงได้อย่างแม่นยำ

          หากคุณต้องการหาความยาวของกางเกงที่ใส่พอดีกับรองเท้าส้นสูง มีเทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยคุณกำหนดความยาวกางเกงได้อย่างแม่นยำมาฝาก

          ถ้ารองเท้าสูง 3 นิ้วให้ทาบสายวัดที่ขอบกางเกงเริ่มตรงเลข 3 (เท่ากับหัก 3 นิ้วแรกออก) วัดความยาวลงมาถึงเท้า จะได้ความยาวขากางเกงที่พอดีกับส้นสูง 3 นิ้ว และควรเผื่อความยาวเพิ่มอีกประมาณ 2 นิ้ว สำหรับเย็บปลายขากางเกงขึ้น

          ง่ายแค่นี้ ลองหัดวัด ตัดเอง ประหยัดเงินค่าขนมได้ตั้งหลายบาท

ปลอบประโลมขาด้วยแอสไพริน

November 12th, 2009 by womenblogs

ผิวสวย

 

ปลอบประโลมขาด้วยแอสไพริน (ผิวสวย)

           เพื่อเยียวยาอาหารระคายเคืองจากการโกนหรือแว็กซ์ขนขา ลองใช้ตำรับปลอมประโลมผิวด้วยแอสไพรินของเรา 

           ทำได้โดย บดแอสไพรินสองเม็ดให้ละเอียด แล้วนำไปละลายกับน้ำกลั่น 1/4 ถ้วยตวง และเติมกลีเซอรีนลงไปสามหยด (กลีเซอรีนจะช่วยทำให้ยาแอสไพรินละลายได้ดีขึ้น แถมยังช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ในผิวด้วย) คนส่วนผสมจนแอสไพรินละลาย แล้วใช้ก้อนสำลีชุบส่วนผสมทาบนขาหลังการโกนหรือแว็กซ์ขน

แต่งหน้าสวยใสให้ดูเป็นธรรมชาติ

November 12th, 2009 by womenblogs

Less is the Best (Lisa)

          การแต่งหน้าให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ คือการแต่งเติมสิ่งที่มีอยู่เดิมตามธรรมชาติให้ดูชัดขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังรักษาความกลมกลืน ไม่ให้จุดหนึ่งจุดใดบนใบหน้าโดดเด่นเกินไป
 เคล็ดลับสำหรับการแต่งหน้าสไตล์สวยใสดูเป็นธรรมชาติก็คือ เน้นความพอดีและสมดุล
     เลือกเฉดสีธรรมชาติ สไตล์การแต่งหน้าแนวสวยใส ควรเลือกทาอายแชโดว์เฉดสีชมพูนู้ด สีพีช หรือสีชมพูอมม่วง เนื้อเหลือบวาวบางใส แทนอายแชโดว์สีเข้ม อีกทั้งอาจทาจนถึงใต้โหนกคิ้ว เพื่อให้ดูทันสมัยและดูเป็นธรรมชาติ ยึดหลักที่ว่าถ้าปากเข้มแล้ว ส่วนที่เหลือของใบหน้าควรใช้สีอ่อนบางกว่า เพื่อไม่ให้แข่งกัน

     ปัดแก้มพอประมาณ อย่าปัดแก้มหนักมือเพียงเพื่อต้องการที่จะปรับโครงสร้างใบหน้า สีแก้มเข้ม ๆ หรือการปัดเลยแนวโหนกแก้มเกินจริง อาจทำให้คุณดูเหมือนตัวตลกหรือคนป่วยได้ ที่ถูกต้อง ควรเลือกสีแก้มโทนสีชมพูระเรื่อใส ๆ ช่วยให้แลดูเป็นสาวสุขภาพดีเปล่งปลั่ง มีชีวิตชีวา เช่น สีพีชหรือสีชมพูอมม่วงอ่อน ๆ ปัดเบา ๆ ที่บริเวณโหนกแก้มกระจายหายไปทางขมับ
     ริมฝีปากอวบอิ่ม หลีกเลี่ยงการเขียนขอบปากสีเข้มจนเห็นเป็นขอบชัด เพื่อให้ดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ เลือกใช้ลิปสติกเนื้อมันวาวผสมกลอสสีนู้ดหรือสีชมพูใส ๆ ช่วยให้ปากดูอวบอิ่มกว่าการทาลิปสติกทั่วไป อีกทั้งประหยัดและสะดวกเวลา ช่วยให้ริมฝีปากดูเนียนเรียบ อำพรางริ้วรอยและความแห้งกร้าน
     นัยน์ตาสดใส ดินสอเขียนขอบตาสีขาว ช่วยเพิ่มความกลมโตสดใสให้ดวงตา โดยลากเส้นนุ่ม ๆ ด้านในขอบตาล่าง ก่อนวาดขอบตาด้วยอายแชโดว์สีน้ำตาลใต้แนวขนตาอีกครั้ง แทนการแต่งตาสีเข้มและเขียนขอบตาดำ
     อำพรางเพียงเบาบาง อย่าทารองพื้นหนาเตอะทั่วทั้งใบหน้าเพื่อปกปิดและอำพรางจุดบกพร่อง ใช้วิธีแต่งแต้มคอนซีลเลอร์ทับบริเวณที่ต้องการปกปิด เกลี่ยให้กลมกลืน หรือทาใบหน้าเกลี้ยงเกลาอยู่แล้ว ก็ทาเพียงทินต์มอยส์เจอไรเซอร์หรือเมคอัพไพรเมอร์ ปรับสภาพผิวให้สว่างสดใส แล้วตบทับด้วยแป้งฝุ่นโปร่งแสงทั่วใบหน้า เพื่อโชว์ผิวสวยเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ
     คิ้วงามตามธรรมชาติ จัดแต่งคิ้วให้เข้ารูป ด้วยการถอนคิ้วส่วนเกินที่ทำให้ดูไม่เป็นระเบียบด้วยแหนบ เวลาจะแต่งคิ้วให้ได้รูปสวย ใช้พู่กันแต่งคิ้วแตะอายแชโดว์สีเดียวกับสีผมหรือเข้มกว่าหนึ่งเฉด แต่งแต้มขนคิ้วตรงบริเวณที่เป็นรอยโหว่แล้วเกลี่ยให้กลมกลืน เน้นที่ส่วนโค้งของคิ้วให้เข้มกว่าจุดอื่น ปลายคิ้วไม่ต้องแหลมคมมาก จากนั้นปัดทับด้วยเจลใสเพื่อให้คิ้วเข้ารูปได้หลายชั่วโมง

ข้อควรและห้ามในการแต่งสีให้เล็บดูสวย

November 11th, 2009 by womenblogs

เคล็ดลับ แต่งเล็บ เล็บ เล็บเท้า ยาทาเล็บ

 

          Do ควรจะทำความสะอาดเล็บด้วยการล้างสีเล็บเก่าออกเสียก่อน (ถ้าทาสีอยู่แล้ว) วิธีทำความสะอาดก็ไม่ยุ่งยากอะไร เพียงแค่แช่เท้าในน้ำสบู่อ่อนๆ และขัดเล็บเท้าด้วยแปรงขนนุ่มๆ

              Don’t ถ้าอยากให้สีเล็บเท้าติดสนิททนนาน ก็ควรจะละเว้นสีที่เป็นประกายด้วยกากเพชรแวววาว เพราะสีทาเล็บประเภทนี้จะไม่ติดทนนาน

         Do ยาทาเล็บชนิดแห้งเร็วนั้นสะดวกทันใจดี แต่จะให้สวยทนนานแล้วล่ะก็คงจะต้องเป็นแบบมาตรฐานทั่วไปที่แห้งช้ากว่าแต่คุณภาพเป็นที่น่าพอใจ

             Don’t อย่าทาสีเล็บให้หนาเตอะ เพราะจะดูจับเป็นก้อนไม่เรียบเนียน

        Do เก็บยาทาเล็บไว้ในตู้เย็นก็ดีนะคะ เพราะจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้

             Don’t ไม่ต้องกลุ้มใจไปถ้าหากมีตำหนิเล็กน้อยบ้างจากการทาเล็บ เพราะระยะห่างจากดวงตาที่มองไปยังปลายเท้านั้นไกล มองเห็นตำหนิเล็กน้อยได้ยากอยู่แล้ว

 

 

 

women.mthai

ทาอายแชโดว์สีเดียวทั่วทั้งเปลือกตา

November 9th, 2009 by womenblogs


 

        ถ้าคุณอยากจะดูสวยต่างจากเดิมเยอะ ก็ควรลงทุนซื้อพู่กันดีๆไว้สำหรับทาอายแชโดว์ เพราะพู่กันขนาดเหมาะๆและมีขนแปรงนุ่มๆ จะสามารถซอกซอนเข้าไปในซอกหลืบบนเปลือกตา อย่างบริเวณปลายหางตาและตามแนวขนตาได้ง่ายและแม่นยำกว่านิ้วมือ ก้านสำลี หรือที่ทาตาแบบหัวฟองน้ำ แถมยังใช้เกลี่ยให้ดูนุ่มนวลเป็นธรรมชาติได้ดีกว่าด้วย

        นอกจากนี้ คนเอเซียอย่างเราๆ ไม่ควรจะทาอายแชโดว์เพียงสีเดียวทั่วทั้งเปลือกตา อย่างน้อยควรจะใช้ซักสองสีคือสีอ่อนและสีแก่เพื่อแลเงาให้เปลือกตาแบนๆ ดูมีมิติขึ้น ฉะนั้น ถ้าคุณลงทุนซื้อพู่กันดีๆ ไว้ใช้แล้ว ก็ควรเพิ่มอายแชโดว์อีกซักโทนสีนึงด้วย ดวงตาจะได้ดูสวยสุดๆ ไปเลย

women.mthai

แต่งหน้า โทนสีหวาน โรแมนติก

November 9th, 2009 by womenblogs

แต่งหน้า

     ถึงแม้สีสันโทนสดใสจะฮอตสุดๆ ในซีซั่นนี้ แต่ โทนสีหวานโรแมนติกดูน่ารักน่าทะนุถนอมอย่างสีชมพู ก็ยังคงอยู่คู่กับสาวๆ เสมอ พักจากการแต่งหน้าสีฉูดฉาดสุดเปรี้ยวมาเป็นสาวอ่อน หวาน อย่างเป้นธรรมชาติด้วยการปัดบรัชออนโทนชมพูตรงพวงแก้มขึ้นไปหาขมับอย่างเบามือ แตะบรัชออนอีกเล็กน้อยบนหน้าผาก จมูก และคาง เพื่อความอ่อนเยาว์สดใส ผิวดูระเรื่อ อย่างสาวสุขภาพดี

แต่งหน้า

แต่งหน้า

แต่งหน้า

women.mthai

เทคนิคเขียนอายไลเนอร์ อาวุธประจำกายของสาวๆ

November 9th, 2009 by womenblogs

เทคนิค เขียน อายไลเนอร์ แต่งหน้า

 

 นักวาดอายไลเนอร์มือใหม่ ก็สวยเริดได้ด้วยทริคสุดง่าย


    ใช้แบบดินสอ เพราะเขียนง่าย-ลบง่าย
    เขียนชิดแนวขนตา ชั้นตาเล็กเขียนเส้นบาง ชั้นตาหนาเขียนเส้นหนาขึ้น ถ้าชั้นตาหลบใน ให้เขียนเส้นหนาพอที่ลืมตาขึ้นมาแล้วมองเห็น
    ใช้อายแชโดว์สีเดียวกันไล้ทับ เส้นที่ใช้ดินสอเขียนไว้แล้วกดเบาๆ อายไลเนอร์จะติดทนนานตลอดวัน
   เปรี้ยวได้อีก ด้วยอายไลเนอร์ชนิดเจลหรือลิควิด ซึ่งให้เส้นคมเด่นชัดกว่า ถ้ายังไม่มั่นใจในฝีมือ ใช้แบบดินสอเขียนโครงแล้วค่อยใช้เจลหรือลิควิดระบายทับ

 

 

เทคนิค เขียน อายไลเนอร์ แต่งหน้า

 

เทคนิค เขียน อายไลเนอร์ แต่งหน้า

 

 shape-thai.com

 

เนียนสวยด้วยรองพื้น

November 9th, 2009 by womenblogs

clinique เครื่องสำอาง คลีนิค

 

 

 ผิวแห้ง
     สภาพผิวที่ขาดความชุ่มชื้น ส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ในรองพื้น Supermoisture Makeup จะช่วยให้ผิวสดใสดูมีน้ำมีนวล แถมยังปกปิดริ้วรอยและปรับสีผิวให้เนียนเรียบสม่ำเสมอแบบบางเบาหรือถ้าต้องการปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย แนะนำเป็นรองพื้นเนื้อฟลูอิด Derma White Fluid-Cream Makeup SPF 15 / PA++ ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีเอกับยูวีบี และปรับสีผิวให้ดูเรียบเนียน

 

 

 ผิวธรรมดาถึงผิวผสม
     แม้ว่าจะไม่มีความมันส่วนเกินมากนัก แต่สภาพอากาศร้อนของบ้านเราก็อาจทำให้ผิวหน้าดูเหนียวเหนอะหนะได้เหมือนกัน จึงควรเลือกรองพื้น Superbalanced Makeup ที่มอบความชุ่มชื้นแก่ผิวและดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้า ผิวจะได้ดูเนียนใสเป็นธรรมชาติ

     ส่วนสาวๆ ที่ไม่ชอบการลงรองพื้น อาจใช้แป้งผสมรองพื้นที่มีให้เลือกหลายสูตรแทน เลือกแบบไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น Perfectly Real Radiant Skin Makeup SPF 29 / PA+++ แป้งเนื้อเนียนบางเบาพร้อมปกป้องจากรังสียูวีเอและยูวีบีก็สวยเรียบเนียนได้เหมือนกัน

 

 

 

 

 

 ผิวมัน
     ปกติสาวผิวมันจะหวาดกลัวรองพื้นเอามากๆ เพราะเกรงว่าจะเพิ่มความมันเยิ้มจนเสียเซลฟ์ แต่ถ้าได้ลองรองพื้น Super Fit Makeup ที่ช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้า ป้องกันเหงื่อและความชื้น เมคอัพจึงติดทนนานตลอดวัน แต่ถ้าอยากให้ผิวกระจ่างใสเป็นธรรมชาติหรือถ้าอยากพกพาสะดวก ต้องลองแป้งตลับชนิด

women.mthai

 

แต่งหน้าไปงานปาร์ตี้ (Party Make-up)

November 9th, 2009 by womenblogs

ทรงผม ทรงดารา แบบผม hair style ผม

 

    จุดเด่น ของการแต่งหน้าแบบ Party Make-up เป็นการใช้เทคนิคการแต่งหน้าพื้นฐานของ Natural Make-up แต่ด้วยอิมเมจของงานปาร์ตี้จะมีลักษณะแบบหรูหราและงดงาม คนส่วนใหญ่จึงมักคิดว่าการแต่งหน้าไปงานปาร์ตี้จะต้องแต่งหน้าเข้มๆ เพื่อให้ดูหรูหรา ทว่าการแต่งหน้าหรูหรานั้นไม่ใช่การแต่งหน้าที่เข้ม ดังนั้นควรเปลี่ยนมาเป็นการแต่งหน้าแบบ Texture เพื่อที่จะทำให้ภาพลักษณ์ออกมาดูหรูหราดีกว่า การแต่งหน้าไปงานปาร์ตี้สามารถเลือกแต่งหน้าได้หลากหลายวิธี แต่ที่ดีและง่ายที่สุด คือ ใช้วิธีเลือกสีให้เข้ากับเสื้อผ้า


 

    รองพื้น การลงรองพื้นเหมือนกับการลงรองพื้นของการแต่งหน้า Natural Make-up คือลงให้บางที่สุดและใช้คอนซิลเลอร์ปกปิดในส่วนที่อยากจะปกปิดเท่านั้น ข้อแตกต่างสำหรับคนไทยกับเกาหลีอีกอย่างหนึ่งก็คือ “สีผิว” ดังนั้นคนไทยที่มีผิวคล้ำแต่อยากแต่งหน้าสไตล์เกาหลี ก็ให้เลือกครีมรองพื้นตามสีผิวจริงๆ ของตัวเอง ไม่ต้องกังวลเรื่องความขาวความดำ เพราะถ้าจะเอาให้หน้าขาวแล้วแต่งออกมาเหมือนคนเกาหลีเปี๊ยบนั้นเป็นการฆ่าตัวเองเปล่าๆ จงคิดว่าไม่ว่าจะผิวสีไหนก็แต่งหน้าสไตล์เกาหลีได้อันนี้ครูคิมคอนเฟิร์ม

 

women.mthai


 

     การเขียนคิ้ว  ให้กันคิ้วเพียงแค่เอาคิ้วที่เกินๆ ออกเท่านั้น ให้คงรูปของคิ้วเดิมไว้ อาจมีการเขียนคิ้วเพิ่มเติมบ้าง (กรณีที่คิ้วบางมาก) ระวังอย่าเขียนคิ้วให้ยาวเกินไปเพราะจะทำให้ดูมีอายุ และอย่าให้ดูมีเหลี่ยมที่เห็นเด่นชัด ให้เขียนโดยเขียนให้ดูนุ่มมากที่สุด


 

     ขนตาปลอม ในสมัยก่อนสาวเกาหลีจะเน้นการแต่งตาเพื่อให้ดูเด่นโดยนิยมขนตาปลอมที่มีขนาดใหญ่ติดให้ดูเหมือนตาตุ๊กตา แต่ช่วงนี้จะนิยมใช้ขนตาที่เป็นช่อ เพราะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น สำหรับคนไทยจะใส่ขนตาปลอมหรือไม่ใส่ก็ได้ เพียงแค่ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าเพิ่มก็พอเพราะโดยธรรมชาติแล้วคนไทยตาโตและมีชั้นตา 2 ชั้นอยู่แล้ว


 

     อายแชโดว์ตาเป็นจุดเด่นที่สำคัญของการแต่งหน้าไปงานปาร์ตี้ คนเกาหลีนิยมใช้แชโดว์ที่เป็นมุก (Pearl shadow) เพื่อให้ความรู้สึกที่ดูหรูหรา โดยเลือกสีให้แมตช์กับเสื้อผ้า และให้ทามุกสีทองลงไปที่เปลือกตาให้ทั่ว สำหรับ Point color ให้ใช้สีน้ำตาลเข้มและสีดำ ผสมกันทำให้รู้สึกเป็นสโมกกี้

ในส่วนของ Underline ให้เชื่อมต่อที่ Point color ลงมาที่ Underline ด้วย และให้ใช้ Black Pencil เขียนขอบตาด้านในเพื่อทำให้ดูตาลึกและตาโตขึ้น

      ข้อควรระวัง การเขียนอายไลเนอร์ ไม่ควรเขียนตวัดขึ้น เพราะจะทำให้ตาเล็ก

 


    ลิปสติก

ให้ใช้ลิปกลอสเพื่อเน้นความเป็นธรรมชาติ (คนเกาหลีนิยมใช้ลิปกลอสไม่ว่าการแต่งหน้าแบบไหน) แต่สีควรจะดูเข้มขึ้นมาหน่อย (อย่างไรก็ตาม สีชมพู ส้ม ดูเป็นเกาหลีมากๆ) จุดเด่นของการแต่งหน้าสไตล์เกาหลี คือ จะเน้นที่โทนสว่างใส ริมฝีปากวาวๆ เพราะว่าสาวเกาหลีเขาเน้นการเเต่งหน้าที่ออกแนวดูแล้วสุขภาพดียังไงล่ะ


 

    บลัชออน การปัดแก้มควรใช้สีชมพูและสีแป้งรองพื้นผสมกันปัดที่แก้ม ห้ามทาให้เข้มจนเกินไป แต่ปัดให้เห็นเป็นสีเรื่อๆ ก็พอ และให้ใช้ Pearl ทาที่ตรงไฮไลต์ใต้ตาเพื่อเพิ่มความรู้สึกที่ดูสว่าง และดูแฟนตาซี


 

        เห็นไหมล่ะว่า การแต่งหน้าสไตล์เกาหลีไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลย หากคุณมีพื้นฐานการแต่งหน้ามาแล้วยิ่งง่ายไปกันใหญ่ เพียงแต่จับเทรนด์การแต่งหน้าของเกาหลีให้ได้เท่านั้นเองว่า ตรงไหนมีลักษณะยังไง เช่น ปากวาวดูอวบอิ่มมีสุขภาพ แก้มชมพูระเรื่อเหมือนสาวขี้อาย ตาต้องโตคมเข้ม สรุปรวมๆ แล้วการแต่งหน้าสไตล์เกาหลีนั้นสำคัญที่เน้นการแต่งหน้าเพื่อให้ดูสุขภาพดี สวยใส น่ารักทำให้วัยดูอ่อนเยาว์

women.mthai

« Previous Entries