คริส หอวัง

November 18th, 2009 by womenblogs

 

คริส หอวัง 
สาวคนนี้ น่ารักแบบหอมปากหอมคอ

คริส หอวัง
     ศิริน หอวัง หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ  คริส หอวัง  ใครๆ ก็คงทราบว่าเธอคือพี่สาวแท้ๆ ของ พลอย หอวัง อดีตสมาชิกวง โปรเจ็ค เอช ของค่ายโดโจซิตี้ เธอคนนี้ความสามารถรอบด้านมากๆ ผลงานของเธอที่เราผ่านตาไปก็มีทั้งโฆษณา ภาพยนตร์ และตามแมกกาซีนต่างๆ ก็มักจะมีเธอปรากฎอยู่เสมอ แต่ไม่ใช่แค่นั้นเธอยังเป็นทั้งดีเจคลื่น แฟต เรดิโอ และเป็นครูสอนเต้นที่ International School Bangkok (ISB)  อีกด้วย! 

     คริสมีความสามารถในการเต้นที่เป็นเลิศ เนื่องจากเธอศึกษามาทางด้านนี้โดยตรง โดยเริ่มจากการฝึกเต้นบัลเล่ต์ตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ จนกระทั่งปัจจุบันนี้เธอมีลูกศิษย์มากมายถึง 400 คน คริส หอวัง เป็นเพียงผู้หญิงน่าตาธรรมดาคนนึง แต่ด้วยความที่เธอดูเป็นคนที่มีความมั่นใจสูง จึงทำให้เธอดูเป็นคนที่โดดเด่น



ตัวอย่างหนัง รถไฟฟ้า มาหานะเธอ - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

 

 

และอีกไม่นาน เราก็จะได้เห็นความน่ารักของเธออีกครั้ง ในภาพยนตร์เรื่องใหม่ของค่าย จีทีเอช “รถไฟฟ้า มาหานะเธอ” ใครที่ได้ดูตัวอย่างหนังเรื่องนี้ไปแล้ว คงอดใจรอที่จะดูกันแทบไม่ไหว เพราะ นอกจากจะได้เห็นบทบาทความน่ารักของ สาว คริส หอวัง อย่างเต็มอิ่มแล้ว พระเอกของเรื่องนี้ ยังเป็นคุณพ่อลูกหนึ่ง ที่ยังหล่อไม่สร่าง… อย่างพี่เคน ธีรเดช อีกด้วย

 

 women.mthai

ถึง….คนรัก Whitney Houston

November 18th, 2009 by womenblogs

 

ถึง….คนรัก Whitney Houston

ค่าย ‘SONY MUSIC’ ขอเชิญร่วมงาน Singha Presents Whitney Houston Tribute

คืนวันพฤหัสฯที่ 24 กันยายนนี้
ที่ Club Culture พญาไท เวลา 19.00 เป็นต้นไป

     จิบเบียร์และฟังดนตรีสดกับหลากหลายเพลงของ Whitney Houston ในแบบที่แตกต่าง…กับวงดนตรีร็อครุ่นใหม่แชมป์การประกวดไลฟแบนด์   Circle 22  ลองฟังกันดูว่า One Moment in Time และ Saving All My Love For You ในแบบของ Circle 22 จะเป็นยังไง ?  นอกจากนี้ยังมีเพลงอื่นๆ อย่าง I Will Always Love You, Greatest Love of All, I Have Nothing, Heartbreak Hotel, My Love is Your Love, It’s Not Right But It’s OK และอีกมากมายจากศิลปินฝีมือดี อาทิ GENE KASIDIT, 25 HOURS, TABASCO และ OAK SUWANPANICH

     WHITNEY HOUSTON กับการกลับมาของผลงานคุณภาพชุดใหม่ที่คุณรอคอย Rolling Stone ได้ยกให้ WHITNEY HOUSTON เป็น 1 ใน 100 ของศิลปินนักร้องยอดเยี่ยมตลอดกาล…

Whitney Houston - I Have Nothing

 

     The Guinness Book of World Records ได้ยกให้ WHITNEY HOUSTON  เป็นศิลปินนักร้องหญิงที่ได้รับรางวัลมากที่สุดตลอดกาลในปี  2006…

     WHITNEY HOUSTON ได้รับรางวัลมากมายหลายสาขารวมแล้วถึง 411 รางวัล ได้แก่ Grammy Awards 6 รางวัล, Emmy Awards 2 รางวัล, Billboard Music Awards 16 รางวัล, American Music Awards 23 รางวัล, MTV VMAs, NAACP Image Awards, People’s Choice Awards, BET Awards และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย…

     WHITNEY HOUSTON เป็นศิลปินนักร้องหญิงคนเดียวที่มีเพลงติด Chart ขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Billboard Hot 100 Hits Chart ติดต่อกันถึง 7 ครั้ง

     WHITNEY HOUSTON เป็นศิลปินนักร้องหญิงคนแรกที่มีเพลงติด Chart ขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Billboard 200 Album Chart ในปี 1987

     WHITNEY HOUSTON เป็นศิลปินนักร้องคนเดียวที่ได้รับ Multi Platinum ถึง 7 ครั้ง ซึ้งมียอดขายรวมถึง 170 ล้าน Albums, Singles และ VDO ทั่วโลก

women.mthai

เอริกะ ซาวาจิริ ดาราสาวญี่ปุ่น

November 18th, 2009 by womenblogs

 

เอริกะ ซาวาจิริ ดาราสาวญี่ปุ่น
สร้างปัญหาฉาวโฉ่… ถูกบริษัทต้นสังกัดไล่ออกซะแล้ว!!

เอริกะ ซาวาจิริ

     ดาราสาวชื่อดังชาวญี่ปุ่น  เอริกะ ซาวาจิริ  ที่โด่งดังจากละครชุด 1 Litre of Tears  (บันทึกน้ำตาหนึ่งลิตร)  สร้างปัญหาไม่หยุดไม่หย่อน จนในที่สุด สตาร์ดัสท์ โปรโมชั่น บริษัทเอเจนซี่ชื่อดังแห่งประเทศญี่ปุ่นหมดความอดทน หลังจากเธอสร้างเรื่องปวดหัวมาโดยตลอด จึงได้ตัดสินใจพิจารณาไล่เธอออกจากบริษัทแล้ว

    

 

เอริกะ ซาวาจิริ  สาวน้อยตาแบ๊วคนนี้ เราคงจะเคยเห็นผลงานของเธอผ่านตามามาก ทั้งการแสดง ถ่ายแบบ และผลงานเพลง  แต่ที่หลายๆ คนคาดไม่ถึง ก็คือ พฤติกรรมของเธอในแง่ลบที่มักสร้างความเสื่อมเสียอยู่บ่อยๆ  อย่างเมื่อปี 2007 ในงานแถลงข่าวหนัง Closed Note ที่เธอร่วมแสดง ซาวาจิริ แสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์อยู่ตลอดงาน พูดกับนักข่าวด้วยท่าทีที่ไม่เป็นมิตร ด้วยการตอบคำถามแบบขอไปที ทำให้เกิดความไม่พอใจและเป็นเรื่องที่พูดถึงกันไปทั่วประเทศญี่ปุ่นเลยด้วย… 

เอริกะ ซาวาจิริ


     แล้วเมื่อต้นปี 2009 เธอก็สร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการ แต่งงานกับ ซึโยชิ ทากาชิโร่ หนุ่ม ที่อายุมากกว่าถึง 22 ปี !!! และในช่วงระยะเวลาที่คบหากัน ทั้งคู่ก็มักจะไปโผล่อยู่ตามปาร์ตี้ยาเสพติด มีชื่อเสียงไปเกี่ยวข้องพัวกันกับเรื่องยาเสพติดอยู่บ่อยๆ 

    

 

แต่สำหรับเหตุผลสำคัญของการไล่ออกก็คือ การทำผิดสัญญากับบริษัทต้นสังกัดอยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เธอไปนิวยอร์ก และรับงานสินค้าแฟชั่นยี่ห้อหนึ่งโดยไม่ได้ผ่านบริษัทต้นสังกัด ช่างกล้าจริงจริ๊งงง…

     หลังจากนี้เป็นต้นไป สาวน้อยคนนี้ คงต้องเหนื่อยหน่อย เพราะเธอจะต้องรับงานด้วยตัวเอง โดยไม่มีบริษัทต้นสังกัดคอยคุ้มกะลาหัวให้ ซึ่งคงจะยากซักหน่อย เพราะว่าข่าวของเธอในช่วงหลังๆ มานี้ มีแต่เรื่องงามหน้าทั้งนั้น ยังไงชาว women.mthai ก็เอาใจช่วยเธอหน่อยละกันนะคะ

เอริกะ ซาวาจิริ
ชื่อ Erika Sawajiri (หรือ Erica)
ชื่อเล่น Deco(ชื่อตอนเด็กๆ), Kacchan, Aachan
วันเกิด 8 เมษายน ค.ศ.1986
บ้านเกิด โตเกียว
ส่วนสูง 160 เซนติเมตร
กรุ๊ปเลือด เอ

ครอบครัว พ่อเป็นชาวญี่ปุ่น คุณแม่เป็นชาวฝรั่งเศสเชื้อสายแอลจีเรีย
(พ่อเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตอนที่เธออยู่มัธยมต้น)
อาชีพ นักแสดง นางแบบ นักร้อง
ความสามารถพิเศษ เต้นแจซ ขี่ม้า ว่ายน้ำ
กิจกรรมยามว่าง ช็อบปิ้ง ทำอาหาร
นักร้องในดวงใจ นามิเอะ อะมุโระ

เอริกะ ซาวาจิริ

เอริกะ ซาวาจิริ

เอริกะ ซาวาจิริ

เอริกะ ซาวาจิริ

เอริกะ ซาวาจิริ

เอริกะ ซาวาจิริ

เอริกะ ซาวาจิริ

 

women.mthai

 

 

ทาทา ยัง

November 18th, 2009 by womenblogs

• Ready for Love 
     ฟีดแบ็คค่อนข้างดีค่ะ สำหรับอัลบั้มนี้ และซิงเกิลแรก Ready For Love ก็ขึ้นอันดับหนึ่ง ไปหลายชาร์ตแล้ว ทาทาก็รู้สึกดีใจ ซึ่งอัลบั้มนี้เรามีส่วนร่วมในการเลือกเพลงด้วย อย่างแรกคงต้องขอบคุณโซนี่ ที่ให้โอกาสทาทาแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ จาก 600 กว่าเพลงที่ได้นักแต่งเพลงเก่งๆ จากทั่วโลก ซึ่งเราก็ได้เลือกเพลงที่ดีที่สุดมาอยู่ในอัลบั้มชุดนี้ 12 เพลง ด้วยกัน ดังนั้นตั้งแต่การเลือกเพลง การคิดค้นแนวการร้องแบบใหม่ๆ รวมไปถึงการแสดงความคิดในองค์ประกอบอื่นๆ ของอัลบั้ม มันเลยทำให้เรารู้สึกสนุกในการทำงาน ได้เห็นความเคลื่อนไหวต่างๆ ของผลงานตัวเอง สิ่งสำคัญคือเราได้เรียนรู้ และพัฒนาตัวเองได้เยอะมากค่ะ
 

• ลุคใหม่ ใช่เกาหลี?
     ตอนนี้คนพูดกันเยอะว่าทาทาเปลี่ยนลุคเป็นแบบเกาหลี จริงๆ ทาทาอยากบอกว่าไม่ใช่เลย เพราะตอนนี้กระแสเกาหลีก็เยอะมากแล้ว แต่ด้วยในขณะนี้จุดศูนย์รวมแฟชั่นต่างๆ ไปอยู่ที่เกาหลีกันหมด ทั้งสไตล์ผม การแต่งหน้า เสื้อผ้า จริงๆ สไตล์ทาทาในอัลบั้มนี้มาจาก Vogue ทางฝั่งอิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษด้วยซ้ำเพียงแต่ว่าแฟชั่นหัวนอกเหล่านี้มารวมตัวกันอยู่ใกล้ประเทศเราที่สุดคือเกาหลี เราก็เลยต้องไปเกาหลี เพราะลุคเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการนำเสนอตัวตนของทาทาออกไป แน่นอนว่าเราอยากนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ แล้วทาทาอยากบอกว่า ตัวเองโชคดีที่ได้ร่วมงานกับคนใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา และทุกครั้งที่ได้ร่วมงานกับทีมงานใหม่ คนเก่งๆ จากหลากหลายสาขา ทุกคนสามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับทาทาได้หมด มันทำให้เราโตขึ้น

• ความคาดหวังในแบบสาวมั่น
     เป็นคนไม่คาดหวังค่ะ บอกได้เลยว่า ทั้งในเรื่องงานและหลายๆ เรื่อง ทาทาจะไม่คาดหวัง เพราะถ้าทำไม่ได้ตามเป้า มันจะทำให้เราเจ็บปวด ดังนั้นสิ่งเดียวที่ท่องไว้ในใจเลยคือ ทำให้ดีที่สุดในทุกงาน ทำให้เต็มที่ก่อน แล้วมันจะเป็นยังไงต่อไปค่อยว่ากัน สไตล์ทาทาจะเป็นแบบนี้ค่ะ

• ถ่ายทอดสดชีวิต ทาทา
     พัฒนาการของทาทาจากวันแรกที่ทำงานจนถึงทุกวันนี้ ทาทาคิดว่าคงไม่ต้องบอกใครว่าเป็นอย่างไร ทาทาโตมาแบบไหน เพราะทาทาโตมากับวงการนี้จริงๆ ทุกคนสามารถเห็นพัฒนาการชีวิตทาทาตลอด 20 ปีมานี้ผ่านทางสื่อต่างๆ อยู่แล้ว หลายคนน่าจะเคยดูภาพยนตร์ของจิม แคร์รี่เรื่อง เดอะ ทรูแมนโชว์ ผู้ชายคนหนึ่งที่ตั้งแต่เกิดจนโตถูกถ่ายทอดสดชีวิตของเขาผ่านทางจอทีวี ทาทามองว่าตัวเองก็เป็นแบบนั้น คนเห็นชีวิตทาทาตลอดว่าผ่านอะไรมาบ้าง ออกอัลบั้มครั้งแรก มีแฟนคนแรก ทาทาหมั้นแล้ว และทาทาเลิกแล้ว (หัวเราะ) คือทุกคนรับรู้ และทาทาเชื่อว่า คงไม่ต้องมาอธิบายว่า ทาทาเติบโตขึ้นอย่างไรบ้าง สิ่งที่เห็นมันบอกได้ด้วยตัวตนของมันอยู่แล้ว อย่างอัลบั้มชุดนี้ทาทาก็โตขึ้นในหลายๆ เรื่อง ความคิด แนวทางการทำงาน ถ้าให้ทาทามองตัวเองว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวทาทาคืออะไร คิดว่าน่าจะเป็นความสงบนะคะ ทาทาสงบขึ้น มีคนบอกว่าพูดน้อยลง แล้วก็ดีแล้ว (หัวเราะ) เมื่อก่อนทาทาพูดเยอะเกินไป ตอนนี้พูดน้อยก็คิดว่าดีนะคะ สบายใจขึ้น ที่สำคัญทาทาคิดมากขึ้นด้วย ก่อนพูดอะไรจะคิดก่อน ไตร่ตรองให้ดี เพื่อไม่ให้เราเสียใจทีหลัง

• ผู้หญิงสไตล์ทาทา
     วันที่ไม่ได้ร้องเพลงไม่ได้ทำงานทาทาจะแต่งหน้าน้อยกว่านี้มาก บางวันไม่แต่งเลย แล้วก็เป็นคนสบายๆ แต่งตัวชิลๆ บางครั้งใส่กางเกงเล นอนอยู่บ้าน เล่นกับหมา ดูหนังที่ชอบ ถ้าออกไปข้างนอก สถานที่ที่ชอบไปที่สุดคือ ซูเปอร์มาร์เก็ตค่ะ เพราะชอบทำอาหาร ทาทาเป็นคนง่ายๆ ค่ะ กินง่าย อยู่ง่าย คือเวลาทำงานเราเต็มที่ เวลาพักผ่อน ทาทาก็เต็มที่เหมือนกัน

women.mthai

มิสพลาสติก ฮังการี คว้า รางวัล สาวศัลยกรรมสวยที่สุดในโลก ปี2009

November 18th, 2009 by womenblogs

มิสพลาสติก ฮังการี คว้า รางวัล สาวศัลยกรรมสวยที่สุดในโลก ปี2009

 

เรก้า อูร์บาน มิสพลาสติก

 

       เอเจนซีส์ - ฮังการีจัดการประชันโฉม “มิสพลาสติกปี 2009″ ที่กรุงบูดาเปสต์เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (9) เวทีนี้เปิดกว้างสำหรับเหล่าสาวงามที่ผ่านการแต่งเติมเสริมแต่งเรือนร่าง โดย “มิสพลาสติกฮังการี” มีภารกิจต้องประชาสัมพันธ์การผ่าตัดทำศัลยกรรมที่ฮังการี ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก

 

เรก้า อูร์บาน มิสพลาสติก

 

       เรก้า อูร์บาน พนักงานสาววัย 22 ปี คว้าตำแหน่งนางงามศัลยกรรมพลาสติกคนแรกของฮังการีมาครอง พร้อมกับรางวัลเป็นอพาร์ตเม้นต์ในกรุงบูดาเปสต์ เมืองหลวงของประเทศในการประกวดเมื่อคืนที่ผ่านมา เธอบอกว่าที่ตัดสินใจเข้าประกวดในรายการนี้ก็เพราะอยากจะแสดงให้โลกเห็นว่าการทำศัลยกรรมพลาสติก สามารถทำให้สวยเหมือนธรรมชาติได้

 

เรก้า อูร์บาน มิสพลาสติก

women.mthai

 

นิโคล เทริโอ

November 18th, 2009 by womenblogs

นิโคล เทริโอ
พูดถึง “ลมหายใจ เดอะ มิวสิคัล”

นิโคล เทริโอ

     การโคจรมาพบกันครั้งแรกของสุดยอดบอยทั้งสอง อย่าง บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ และ บอย-โกสิยพงษ์ กับโปรเจ็กต์ใหญ่ปลายปี “ลมหายใจ เดอะ มิวสิคัล”  ละครเวทีเรื่องใหม่ที่จะอบอวลไปด้วยบรรยากาศของความรักที่แสนอบอุ่น ซาบซึ้ง เมื่อที่สุดของเพลงโรแมนติกภายใต้การสร้างสรรค์ของ บอย-โกสิยพงษ์ ถูกนำมาเรียงร้อยเป็นเรื่องราวที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม ไม่ว่าจะเป็น  ลมหายใจ, Home, โปรดเถอะ, Live and Learn,ช่วงที่ดีที่สุด, ฤดูที่แตกต่าง และอีกกว่า10 เพลงรัก ที่จะดังกึกก้องขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ นิกกี้-นิโคล เทริโอ เป็นหนึ่งสาวที่จะเข้ามารับบทสำคัญของละครเวทีเรื่องนี้ ครั้งแรกกับการแสดงละครเวที และครั้งสำคัญสำหรับการเรียนรู้บทเรียนรักครั้งใหม่เธอบอกว่าทุกบทเพลงรัก มีสิ่งดีๆที่เธอได้เรียนรู้ และเธอก็อยากให้คุณได้รู้ด้วยเช่นกัน

อย่าไปกลัวที่จะเริ่มต้น “รัก”
     อย่ากลัวที่จะรักเลยค่ะ อย่างในลมหายใจเดอะ มิวสิคัล ตอนที่เรายังมีลมหายใจอยู่เราต้องกล้าที่จะรู้สึก กล้าที่จะรัก และกล้าที่จะเสี่ยง ถ้าไม่กล้าสักที วันหนึ่งอาจสายเกินไป อยากทำอะไรก็ทำเลยด้วยจิตใจที่ดี และบริสุทธิ์ ความรักสำหรับกี้ในวันนี้ก็ยังเป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่บริสุทธิ์สวยงาม ไม่ว่ากี้จะเคยผิดหวังจากความรักมาก่อน แต่มันคือครูที่สอนบทเรียนให้เรากี้ไม่เคยกลัว ไม่ท้อ ไม่เข็ดที่จะเริ่มต้นรักใหม่อีกสักครั้ง กี้เชื่อว่ามันจะมีสิ่งดีๆรออยู่ข้างหน้าแน่นอน ถ้าเราเรียนรู้ที่จะเปิดใจรับสิ่งดีๆ เข้ามา อย่าไปปิดกั้นตัวเองเลยค่ะ เพราะมันยากที่เราจะได้สัมผัสสิ่งสวยงามอย่างความรักอีกสักครั้ง ดังนั้นเมื่อมันเข้ามาก็ควรเปิดใจรับมันค่ะ

 

• จุดเริ่มต้นโปรเจ็กต์แห่งปี “ลมหายใจ เดอะ มิวสิคัล”
     พี่บอย-ถกลเกียรต ได้พูดถึงโปรเจกลมหายใจ เอดะมิวสิคัล ไว้นานแล้ว แต่ตัวเองเคยพูดกับพี่บอยว่า อยากเล่นละครเวทีของพี่บอยมากๆ ประทับใจผลงานของพี่บอย ไม่เคยพลาดละครเวทีสักเรื่อง กี้มีความรู้สึกว่าใครที่ได้เล่นละครเวทีของพี่บอยจะเป็นโอกาสที่ดีของชีวิตและเป็นเกียรติมากๆ จนวันหนึ่งพี่บอยบอกว่า เขามีโปรเจ็กต์ที่อยากให้กี้เล่น คือ ‘ลมหายใจ เดอะ มิวสิคัล’ ซึ่งจะใช้เพลงของพี่บอย-โกสิยพงษ์ในการบอกเล่าเรื่องราว พอฟังกี้ก็ตอบตกลงทันที เพราะกี้ฟังเพลงของพี่บอย-โกสิยพงษ์มาตลอด เรียกว่าโตมากับเพลงของพี่เขาเลยก็ว่าได้ ตอนเรียนอยู่อเมริกา กี้ก็จะฟังแต่เพลงพี่บอย รู้จักทุกเพลงจริงๆ ดังนั้นเมื่อรู้ว่าจะได้มีโอกาสเล่นละครเวทีเรื่องนี้ กี้ตื่นเต้นมากๆ รับปากทันที เคลียร์งานทุกอย่าง เพื่อทุ่มเทเวลา ความตั้งใจทั้งหมดให้กับโปรเจ็กต์นี้เลยค่ะ

• เธอคือลมหายใจ เธอคือทุกอย่าง
     สำหรับลมหายใจ เดอะ มิวสิคัล กี้รับบทเป็น ‘ฝน’ เป็นแฟนกับ ‘ภัทร’ ซึ่งรับบทโดย มอส-ปฏิภาณแล้วก็จะมีกลุ่มเพื่อนอีก 3 คนคือ อ๊อฟ-ปองศักดิ์ พี่ต๊งเหน่ง-รัดเกล้า อามระดิษ และน้องแก้มเดอะ สตาร์ ฝนก็จะเรียนมช. มากับภัทร แรกๆ ก็ไม่ถูกกันแต่หลังๆ เราก็รักกัน เป็นแฟนกัน 7 ปี เพื่อนๆในกลุ่มก็ลุ้นกันว่าเมื่อไหร่จะแต่งงาน จนกระทั่งมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นและเข้ามาทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป เรา 5 คนจะทำอย่างไรกับความปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สิ่งหนึ่งที่บอกคนดูได้เลยคือ เวลาที่เราอยู่กับคนที่เรารัก แล้วเราไม่ได้ทำในสิ่งที่เราอยากจะทำ พอมันสายเกินไปแล้ว เราจะไม่สามารถทำอะไรได้อีกเลย เราไม่สามารถหมุนเวลากลับมาได้ อย่างในโปสเตอร์จะมีรูปนาฬิกาทราย ซึ่งนาฬิกาทรายเวลาทรายไหลมาหมด เราอาจจะหมุนกลับเพื่อให้มันเดินย้อนกลับไปได้ แต่ในโลกแห่งความจริงเราหมุนเวลากลับไปไม่ได้ความน่าสนใจจึงอยู่ตรงนั้นมันมีแง่คิดดีๆ สอดแทรกอยู่เหมือนเพลงของพี่บอย หากใครฟังก็จะรู้ว่ามีสิ่งดีๆ ซ่อนอยู่เสมอค่ะ

• ความยากง่ายของ ลมหายใจ เดอะ มิวสิคัล
     ตอนนี้พวกเราซ้อมกันทุกวันเลยค่ะ 7 วันไม่มีวันหยุดเลย เลิกตีหนึ่ง ตีสองตลอด ความยากอย่างแรกกี้มองว่ามันผ่านไปแล้ว นั่นคือความกังวลใจว่าเราจะทำได้ดีหรือเปล่า เพราะกี้ก็ต้องอยากให้มันเต็มร้อยเราตั้งใจสูงมาก แล้วเราก็รู้ว่าละครเวทีเป็นเรื่องท้าทาย และต้องใช้เวลาในการทุ่มเทสูงมากๆ แต่กี้ผ่านจุดนั้นไปแล้ว เพราะกี้ได้ลงมือทำแล้ว ทุ่มเทเวลาให้อย่างเต็มที่จริงๆ อย่างอื่นไม่ทำแล้ว เคลียร์คิวทุกอย่างเลยเรื่องที่ยังหนักใจอยู่บ้างก็จะเป็นการแบ่งเวลา เพราะว่าบางครั้งมีธุระก็ต้องรีบไป เพื่อกลับมาซ้อมต่อ แต่ในส่วนอื่นๆ ก็ไม่มีความหนักใจอะไร เพราะอย่างผู้กำกับ คุณเอกชัย เอื้อครองธรรม ก็ทำงานสนุกมาก เขาอยากได้อะไรก็บอกเราเคลียร์ๆ ไปเลย แล้วเราก็ร่วมครีเอทไปด้วยกัน ทุกคนเลยทำงานกันสนุก แฮปปี้มากๆ โชคดีที่เรารักเพลงพี่บอย-โกสิยพงษ์อยู่แล้ว มันทำให้ไม่ยากที่จะทำความเข้าใจและถ่ายทอดมันออกมา

• เพลงรัก ของบอย-โกสิยพงษ์
     เพลงรักของพี่บอย ถึงแม้จะอกหัก แต่จะเป็นมุมอกหักที่คิดบวก ให้กำลังใจ เพราะแรงบันดาลใจหลักๆ ของพี่บอย คือ พระผู้เป็นเจ้าเนื่องจากพี่บอยนับถือศาสนาคริสต์ และค่อนข้างจะเคร่งมากด้วย ดังนั้นทุกเพลงของพี่บอยจะมีพระเจ้าบันดาลใจให้เขียนออกมามันจะยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แค่เพลงรักทั่วไป แต่จะฟังแล้วขยลุกเสมอ อย่างเพลงรัก ที่พี่ปุ๊อัญชลี เคยร้องไว้ มันมีความหมายมากๆ ไม่ใช่แค่เรื่องรัก แต่เนื้อหาต้องการบอกว่า ขอบคุณพระเจ้าที่มอบของขวัญ มอบมุมบวกของชีวิตมาให้ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ

• ละครเวที แบบฉบับ บอย-ถกลเกียรติ
     พี่บอย-ถกลเกียรติ สำหรับกี้แล้ว เขาเป็นคนที่เก่งจริงๆ กี้นับถือเขามาก ไม่ต้องอะไรเลย แค่ดูจากผลงานก็ตอบทุกคำถามได้หมดเลย เขาเก่งแค่ไหน ดูได้จากผลงาน เขาสามารถทำให้คนร้องไห้พร้อมกันทั้งโรงละคร ตื่นตาตื่นใจหรือตกใจกลัว หรือแม้แต่หัวเราะ สนุกไปกับเรื่องราวต่างๆไหนจะฉากที่อลังการ คือทุกอย่างที่พี่บอยสร้างมามันยิ่งใหญ่ ใหญ่อย่างข้างหลังภาพ ทั้งสวย ซึ้ง ประทับใจที่สุดเลย หรือแม่นาคพระโขนง กี้ดูแล้วอึ้งไปเลย พี่บอยทำได้ไง มันสนุกตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะฉากที่แม่นาคห้อยตัว แล้วลอยไปทั่วโรงละคร โห…ตื่นเต้นมากๆ ดังนั้นวันนี้ที่กี้ได้ร่วมงานกับพี่บอย กี้รู้เลยว่าตัวเองจะสามารถพัฒนาด้านการแสดงไปได้อีกขั้นหนึ่ง

• ทิกเกอร์ ลมหายใจของนิกกี้
     ตอนนี้สิ่งสำคัญในชีวิตกี้คือครอบครัวและการทำงานค่ะ เพียงแต่ตอนนี้กี้ต้องทุ่มเทเรื่องงานอย่างเต็มที่ เวลาที่จะมีให้ลุกอาจน้อยลงไป แต่บอกทิกเกอร์ว่าตอนกลางคืนที่ไปซ้อมละคร คือการไปโรงเรียนของผู้ใหญ่ ตัวเขาเองไปโรงเรียนตอนกลางวันได้ กี้ก็อธิบายเขาว่ากี้ก็ต้องไปเรียนเหมือนกัน แค่คนละเวลาเท่านั้น ตอนนี้ทิกเกอร์ชอบอ่านหนังสือ ชอบให้กี้เล่านิทานให้ฟัง ซึ่งดีมากๆ แล้วก็ชอบฟังเพลงด้วย ซึ่งเพลงลมหายใจเขาก็ร้องได้แล้วนะคะ น่ารักมากๆ (หัวเราะ) คือแนวทางของทิกเกอร์ยังไม่ค่อยชัดเจนหรอกค่ะ เขายังเด็ก ยังดูไม่รู้ว่าเขาอยากโตขึ้นเป็นอะไร เขาจะเป็นแบบไหน กี้ก็แค่หวังว่าเขาจะเป็นคนดี มีความสุขในการใช้ชีวิต แค่นี้น่าจะเพียงพอค่ะ

• “รัก” บทสรุปชีวิตของนิโคล เทริโอ
     เพลงรัก ของพี่ปุ๊ อัญชลีคือเรื่องราวชีวิตของกี้ เนื้อเพลงจะประมาณว่า เหมือนฝนตกตอนหน้าแล้ง เหมือนคนหลงทางพบคนรู้จัก เหมือนเจอของสำคัญที่หล่นหาย เหมือนร้ายกลายเป็นดีมาก ประมาณนี้ กี้รู้สึกว่าชีวิตกี้ที่ผ่านมามันมีขึ้นมีลง แต่กี้ก็ได้รับของขวัญ หรือเรียกว่าสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตกลับมาคือลูก ชีวิตกี้ก็เหมือนเนื้อเพลงที่บอกว่าก็ไม่รู้จะขอบคุณ คือไม่รู้จะยังไงจริงๆ แล้วพอได้สิ่งนี้มา กี้ก็ไม่หลงทางแล้ว ตอนแรกกี้เหมือนคนหลงทาง แต่ตอนนี้กี้เหมือนร้ายกลับกลายเป็นดี ลูกเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้กี้ลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่รัก และตอนนี้กี้ก็พยายามทำสิ่งที่รักอย่างดีที่สุดด้วยค่ะ

women.mthai

2 เซเลบ สาวหน้าใส เผยไลฟ์สไตล์เก๋ๆ

November 18th, 2009 by womenblogs

2 เซเลบ สาวหน้าใส เผยไลฟ์สไตล์เก๋ๆ
คุณแพตตี้ - ม.ล.พินทุทอง ทองใหญ่ และ คุณลูกตาล - สิรินดา กรรณสูต


     สองสาวหน้าใส คุณแพตตี้-ม.ล.พินทุทอง ทองใหญ่ และ คุณลูกตาล-สิรินดา กรรณสูต เซเลบรุ่นใหม่ที่ดูสดใส ร่าเริง และ Active ตลอดเวลา วันนี้เรามีโอกาสได้ทำความรู้จักกับทั้งสองคน มาดูสิว่าไลฟ์สไตล์เก๋ๆกับกิจกรรมอินๆ ของสองเซเลบรุ่นใหม่มีอะไรกันบ้าง

แพตตี้-ม.ล.พินทุทอง ทองใหญ่


    

เริ่มจากสาว แพตตี้-ม.ล.พินทุทอง ทองใหญ่ ที่ได้ดีกรีจากสถาบันสอนศิลปะการทำอาหาร เลอ กอดอง เบลอ (Le Cordon Bleu) ดุสิตธานี มาหมาดๆ “แพตตี้ชอบทำอาหารค่ะ กำลังหาสูตรอาหารใหม่ๆเตรียมไว้ให้ร้านอาหารฟิวชั่นของตัวเองที่กำลังจะเปิด นึกถึงเมนูอาหารที่เราเป็นคนคิดเอง ไม่เหมือนร้านไหนๆ ก็มีความสุขมากแล้วค่ะ”

     แม้จะชื่นชอบการทำอาหารเป็นหลัก แต่ถ้ามีเวลาว่างปั๊บ ก็ขอบินลัดฟ้าไปดำน้ำถึงประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย เจ้าตัวเผยว่าพออายุ 15 ปีปุ๊บ ก็เริ่มเรียนจนตอนนี้เป็นเวลา 10 ปีแล้ว อีกอย่างที่แพ๊ตตี้ชอบคือการขี่ม้า ชอบเพราะเป็นกิจกรรมที่ท้าทาย ได้ฝึกสมาธิ ฝึกความคล่องแคล่ว เพราะต้องควบคุมม้าให้ได้ ซึ่งความสนุกมันอยู่ตรงที่การควบคุมม้าให้ไปในทิศทางที่เราต้องการค่ะ”

    
ชอบ กิจกรรม outdoor แบบนี้สาวแพ็ตตี้ก็ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ เจ้าตัวเผยว่า “ทาครีมกันแดดก่อนลงทะเล แล้วกลับบ้านมาก็ใช้ Neutrogena Fine Fairness Deep Whitening Mask ได้ผลดีทีเดียวค่ะ วางไว้บนหน้าแค่ 15 นาที เวลาที่อาหารผิวซึมเข้าผิวก็รู้สึกเย็นสบายหน้าดี พอแกะแผ่นมาค์สออกก็เห็นเลยว่าผิวนุ่มแล้วก็ใสขึ้นเลยค่ะ บางทีแพตตี้ก็พกติดตัวเวลาเดินทาง อย่างเวลาบินกลับจากดำน้ำก็หยิบมาใช้เลยค่ะ เป็นวิธีผ่อนคลายง่ายๆของแพตตี้ แถมหน้าใสตอนลงจากเครื่องอีกต่างหาก (หัวเราะ) มิน่าล่ะ ทำกิจกรรมกลางแจ้งเยอะซะขนาดนี้ แต่เจอคุณแพ็ตตี้ตามงานทีไรก็เห็นหน้าใสมาแต่ไกลทุกที”

ลูกตาล-สิรินดา กรรณสูต


    

ด้านสาวนักทำงาน ลูกตาล-สิรินดา กรรณสูต เจ้าหน้าที่บริหารหน่วยงานนโยบายการตลาดและพาณิชยกิจ บริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด (มหาชน) แม้วัยเพียง 25 ปี ก็ได้ดีกรีปริญญาโทด้าน Major of Science จากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา แถมตอนเรียนปริญญาตรี ก็ได้รับทุนการศึกษาจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามมกุฎราชกุมารี จากโรงเรียนจิตรลดา ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.80

     ทั้งเรียนดีและทำงาน เก่งแบบนี้ เจ้าตัวเผยว่า “ได้คนดูแลใกล้ชิดอย่างคุณแม่ (พัฒนาวดี กรรณสูต) คอยช่วยเหลือทุกๆ เรื่อง ทั้งการเรียน การงาน และสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณ คุณแม่จะช่วยใส่ใจให้เป็นพิเศษ ตอนเรียนอยู่ที่บอสตัน เจออากาศหนาวมาก บางครั้งติดลบถึง 15 องศา ผิวลูกตาลเลยแห้งมาก คุณแม่แนะนำให้ใช้ครีมบำรุงที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้น แต่ก็ไม่ลืมที่จะคอยเตือนให้ใช้ครีมกันแดดทุกครั้ง เพราะแม้ว่าจะไม่มีแดด แต่รังสียูวีก็ผ่านเข้ามาทำร้ายผิวเราได้ ยิ่งพอกลับมาทำงานที่เมืองไทย ยิ่งขาดครีมกันแดดไม่ได้เลย ด้วยความที่เราต้องทำงานในห้องแอร์ทั้งวัน ต้องโดนแสงไฟ หรือแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แถมตอนกลางวันก็ต้องออกมาโดนแดดเพื่อทานมื้อเที่ยง ผิวจึงต้องเจอสภาพอากาศหลายๆแบบ ก็ทำให้เกิดความหมองคล้ำและจุดด่างดำ” ลูกตาลเผย

    เมื่อก่อนลูกตาลไม่ค่อยชอบใช้ครีมกันแดด เพราะมันเหนอะ แต่พอเปลี่ยนมาใช้ของ Neutrogena Fine Fairness ก็โอเคเลย ไม่เหนอะที่สำคัญนอกจากกันยูวีบีแล้ว ยังมี helioplex ที่ปกป้องยูวีเอ ที่ทำให้เกิดริ้วรอยได้ดีมาก ตอนนี้ก็เลยใช้ทุกวันเลยค่ะ”

     ส่วนกิจกรรมโปรดของคุณลูกตาลก็คือการดำน้ำและการพักผ่อนตากอากาศริมทะเล ดำน้ำ 4 ปี แล้วค่ะ “ที่ชอบเพราะมันเหมือนเราได้อยู่อีกโลกหนึ่งที่สวยงาม เป็นโลกของเราคนเดียว บางคนคิดว่าใต้ท้องทะเลมีแต่ความอ้างว้าง ลูกตาลกลับคิดว่าที่นี่มีแต่ความสงบนิ่ง ได้ผ่อนคลาย แถมยังมีทิวทัศน์สวยๆ ปลาแปลกๆ โดยเฉพาะที่อินโดนีเซียจะมีปลาที่แตกต่างจากเมืองไทย อย่าง Pygmy Seahorse ซึ่งต้องให้ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้ดู ไม่งั้นก็ดูไม่ออก นอกจากดำน้ำแล้ว วิธีพักผ่อนง่ายๆ ก็ขับรถไปหัวหินกับเพื่อนๆ หาร้านอาหารอร่อยๆ ทาน ถ้ามีเวลาว่างหน่อยก็เข้าสปา แต่ที่ขาดไม่ได้คือได้นั่งนิ่งๆ ริมชายหาด รับลมเย็นๆ แค่นี้ความเครียด ความเหนื่อยจากการทำงาน ก็ผ่อนคลายลงได้เยอะเลยค่ะ เต็มที่ทั้งเรื่องงานและการพักผ่อนดูแลตัวเองแบบนี้ มิน่าล่ะเลยมีรอยยิ้มบนใบหน้าใสๆ แจกจ่ายให้ใครๆ ได้ตลอดเวลา”

women.mthai

เก็บตกภาพ สาวสวย ร่วมงาน Mono Run For Life

November 18th, 2009 by womenblogs

 

เก็บตกภาพ สาวสวย ร่วมงาน  Mono Run For Life
     หลังจากการจัดงานวิ่งการกุศล  Mono Run For Life  ภายใต้ชื่องาน  “โมโน กรุ๊ป วิ่งเพื่อประชานานาชาติ”  (Mono Group For You International Run 2009)  เพื่อ

 

นำรายได้สร้างโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน  women.mthai  ไม่พลาดเก็บตกภาพสาวๆ สวยๆ น่ารักๆ ที่มาร่วมงานให้ได้ดูกันพอหอมปากหอมคอค่ะ

เริ่มกันที่ สาว ม็อก ณัฐนันท์ พรีเซนเตอร์คนล่าสุดของ max net 10 เมก จำกันได้มั้ยคะ

ม็อก ณัฐนันท์

ม็อก ณัฐนันท์

ม็อก ณัฐนันท์

ม็อก ณัฐนันท์

สาว เอ็มมี่ มัฒธณิตาศ์ จากภาพยนตร์ เดอะกิ๊ก, รูมเมท Roommate

เอ็มมี่ มัฒธณิตาศ์

คนนี้ สาว แพม ปานพิมพ์  ที่เคยมีคดีกับ น้องพลอย ลิตเติ้ลวอยส์

แพม ปานพิมพ์

น้อง อริส อภัสนันท์ นางเอกจากภาพยนตร์ รูมเมท Roommate

อริส อภัสนันท์

สาวๆ เตรียมมอบถ้วยรางวัล

อริส แพม

สวัสดี และแนะนำตัวกันสนุกสนาน

ม็อก แพม เอ็มมี่ อริส

ผู้เข้าประกวด มิสกอซซิปสตาร์ เก็บภาพมาได้นิดหน่อยนะจ๊ะ น่ารักมั้ย

ผู้เข้าประกวด มิสกอซซิปสตาร์

ผู้เข้าประกวด มิสกอซซิปสตาร์

ผู้เข้าประกวด มิสกอซซิปสตาร์

ผู้เข้าประกวด มิสกอซซิปสตาร์

คนนี้ น้องเน๊ต  ที่ชนะเลิศได้เงินล้าน จากการประกวดร้องเพลงรูมเมท

น้องเน๊ต

นาตาลี เดวิส

นาตาลี เดวิส

กระแต ศุภักษร

กระแต ศุภักษร

women.mthai


คริส หอวัง สาวแม้ว สาวหมวย และสาวข้างบ้าน

November 18th, 2009 by womenblogs

    ศิลปินในวงการบันเทิงส่วนใหญ่มีภาพจำของตนติดตัว อาจจะเป็นบุคลิก รูปร่างหน้าตา หรือแม้กระทั่งบทบาทในการทำงาน

      ภาพจำของผู้หญิงที่ชื่อ-นามสกุลแปลกตาว่า คริส หอวัง ถ้าถามกันตรงๆ เราก็คงตอบว่า เรารู้จักเธอแค่ชื่อ แต่นึกรูปหน้าไม่ออก และรู้ว่าเธอเป็นครูสอนเต้นรำ เป็นดีเจรายการวิทยุ เป็นพิธีกร เป็นนางแบบโฆษณา เป็นแฟนของศิลปินวง Buddha Bless เป็นนางเอกในหนังเรื่อง ‘อีติ๋มตายแน่’ และอะไรต่อมิอะไร


     ผู้หญิงใบหน้าที่ดูเหมือนไม่คุ้น มานั่งร่วมโต๊ะกับเรา เพื่อคุยสัมภาษณ์ ด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว สดใส เป็นกันเอง จนแทบไม่น่าเชื่อว่า เธอคือคริส หอวัง ที่โลดแล่นอยู่ในแวดวงแฟชั่นและบันเทิง

คริส หอวัง
คริสทำอะไรมาก่อนที่จะเป็นที่รู้จัก
 คริสก็ทำโน่นทำนี่มาเรื่อยๆ ค่ะ ตั้งแต่กลับมาจากอเมริกาช่วงซัมเมอร์ก็มีถ่าย MVถ่ายโฆษณา แต่ว่าคริสก็ไม่รู้ว่า…คือพอมีโอกาสใครจ้างเข้ามา คริสก็ทำ จนมาถึงวันหนึ่งมีคนอยากให้เล่นหนัง คริสก็เล่น ซึ่งมันเป็นวงกว้างขึ้น มีคนรู้จักเยอะขึ้น

 

เคยเป็นดีเจด้วย
 ใช่ค่ะ ที่ Fat Radio จัดรายการเพลงตอนนี้ก็ยังจัดอยู่ ในรายการมีกันสามคน คุยกันด้วย แล้วเปิดเพลงด้วย

 

แนวสนุกสนาน
 สนุกสนาน บ้าบอ วัยรุ่น ตามสไตล์ Fat อยู่แล้วค่ะ

 

คริสเรียนด้านเต้นรำที่อเมริกาใช่ไหม
 ค่ะ California Institute of Art เป็นมหาวิทยาลัย คริสเรียนไฮสคูลที่บอสตัน เป็นPerformance Art สาขาเต้นรำเหมือนกัน

 

ก็ได้ใช้ประโยชน์
 ค่ะ ตอนนี้คริสยังเป็นครูสอนเต้นอยู่เลยค่ะ (ยิ้ม) เคยมีคนพูดเหมือนกันว่า รวยแล้วไม่ต้องสอนเต้นแล้วมั้ง เพราะทำงานในวงการส่วนใหญ่จะได้ตังค์เยอะกว่าปกติ เขาก็จะแซว แต่สำหรับคริส คริสเรียนเต้นมาตั้งแต่ห้าขวบแล้วน่ะ
 พอกลับมาเริ่มสอน ตอนนี้มีนักเรียนสี่ร้อยคนที่ ISB (International School of Bangkok) อยู่ดีๆ พอมีงานอื่นเข้ามาแล้วจะให้คริสทิ้งพวกเขาหมดเลย คริสทำไม่ได้หรอกค่ะ ในอาทิตย์หนึ่ง
คริสต้องล็อกเวลาไว้เลยคนอื่นเขาล็อกวันถ่ายละคร แต่คริสล็อกวันสอนเต้น ทำอย่างอื่นไม่ได้

 

อาทิตย์หนึ่งสอนกี่วัน
 สามวันค่ะ วันอาทิตย์สอนให้อาจารย์อารีย์ (สหเวชภัณฑ์) เขาเปิดสาขาที่เซ็นทรัลเวิลด์ อีกสองวันก็สอนที่ ISB ค่ะ
 
 
สนุกไหม กับการเต้น
 สนุกมากค่ะ (ยิ้ม) แต่ที่ ISB ไม่ได้สอนตรงเป๊ะกับสิ่งที่คริสเรียนมา ที่คริสเรียนมามันเป็นศิลปะมากกว่า แต่ที่ ISB เด็กเขาไม่ได้มีพื้นฐาน เขาไม่ได้เริ่มเรียนตั้งแต่เด็กๆ เขามาเรียนเป็นงานอดิเรกหลังเลิกเรียน คริสก็ต้องสอนแบบแมสส์หน่อย อย่างสตรีตแจ๊ซ ถ้าสอนแบบร่วมสมัยหรือบัลเลต์อย่างเดียว คงจะไม่เวิร์ก

 

คริสเล่นหนังเรื่องแรกคือ ‘อีติ๋มตายแน่’ ใช่ไหม เป็นอย่างไรบ้าง
 ก็สนุกมากค่ะ พี่ต้อม (ยุทธเลิศ สิปปภาค) น่ารักมาก พี่โน้ส-อุดม (แต้พานิช) ก็ตลกเฮฮามากอยู่แล้ว ในกองก็เป็นอย่างนั้นละค่ะ เปิดเดี่ยวตลอดเวลา (หัวเราะ)

 

ต้องเข้าเวิร์กช็อปก่อนไหม
 ไม่ค่ะ คริสก็ตกใจมาก ไม่เคยคุยกับพี่ต้อมมาก่อน เคยเจอเขา สวัสดีเขา แต่เขาก็จำคริสไม่ได้หรอก พอดีว่าโปรดิวเซอร์โทร.มาบอกว่าพี่ต้อมอยากให้เข้าไปคุยที่ออฟฟิศหน่อย คริสก็ตื่นเต้น เข้าไปหาเขา ไปถึงพี่ต้อมก็สบายๆ มาก เฮ้ย…คริสนั่ง กินน้ำกินอะไรก่อน แล้วไหนดูซิ เออ…เป็นได้
 คริสยังไม่รู้อะไรเลย เป็นอะไรคะพี่ พี่ต้อมบอกว่า เป็นแม้วได้จริงๆ นะเนี่ย โน้สมันบอกพี่มาว่า คริสน่ะเป็นแม้วได้ เป็นกะเหรี่ยงได้เหมือน คริสก็…ด่าหรือชมเนี่ย (หัวเราะ) แต่เพราะไม่รู้จักกัน คริสก็เลยไม่พูดอะไร นั่งเงียบๆ ค่ะๆ ไป แล้วก็จบประชุมในวันนั้น
 หลังจากนั้นคริสก็พารานอยด์ไปว่า เขาคงต้องเรียกไปแคสต์ ไปทำเวิร์กช็อป หรืออะไร แต่ไม่มีเลยค่ะ คริสนั่งพารานอยด์อยู่สองวัน โปรดิวเซอร์ก็โทร.มา คริสพี่ขอเช็กวันถ่ายหน่อย คริสก็เฮ้ย…พี่ หนูยังไม่รู้เลยว่าต้องทำอะไรบ้าง พี่เขาก็เออ…ขอโทษ เดี๋ยวจะส่งบทไปให้
 ปรากฏว่าเป็นบทที่น่ารักดี คริสรู้สึกว่ามันไกลจากสิ่งที่เราเจอทุกวัน หนึ่ง-ต้องไปถ่ายที่พัทยา สอง-คริสต้องเล่นเป็นแม้ว ที่ขายของพวกยาดม อะไรพวกนี้ คาแร็กเตอร์เป็นคนซื่อๆ ไม่แต่งตัว ไม่แต่งหน้าอะไรทั้งสิ้น มันผิดกับชีวิตที่เป็นอยู่ทุกๆ วันมาก เล่นแล้วสนุกดีค่ะ

 

เสียงตอบรับเป็นอย่างไรหลังจากหนังออกฉาย
 ก็มีแต่คนแซวค่ะ (ยิ้ม) แต่ที่ฟีดแบ็กกลับมามากที่สุดก็เป็นคำถามประเภท เดี๋ยวนี้เล่น
หนังแล้วเหรอ เพราะก่อนหน้านั้นส่วนใหญ่เป็นงานมิวสิก วิดีโอ หรือไม่ก็โฆษณา มันห่างกัน และไม่มีอันไหนเป็นคริส หอวังขนาดนั้นมันก็แค่คนที่รู้จักถึงจะรู้ว่าคริสไปถ่ายอันนั้นอันนี้มาน่ะค่ะ

 

เหมือนไม่มีภาพจำของคริส
 ใช่ค่ะ แต่หลังจากหนังฉายไปแล้วหลายคน โดยเฉพาะสื่อ บอกว่า ภาพจำของคริสคือเป็นแม้ว (หัวเราะ) ก็ดีค่ะ ต่อมาก็มีหนังหลายเรื่องติดต่อเข้ามา รวมทั้งเรื่อง ‘รถไฟฟ้า…มาหานะเธอ’ ของ GTH ด้วย

 

คริส หอวัง

 

เรื่องนี้รู้บทก่อนหรือเปล่า
 ตอนไปแคสต์เรื่องนี้เขาก็เล่าให้ฟังนิดหนึ่งค่ะ พอผ่านแล้วเขาก็ส่งบทให้ทั้งเรื่อง อ่านแล้วคริสชอบมาก ตกหลุมรักบทนางเอกมากค่ะ เป็นคนน่ารักเหลือเกิน

 

เหมือนตัวจริง
 ไม่เหมือนค่ะ (หัวเราะ) ตัวละคร‘เหมยลี่’ ทำงานออฟฟิศ ซึ่งคริสไม่เคยทำงานออฟฟิศ แล้วเขาเป็นลูกคนจีน ที่เป็นจีนกว่าคริสหน่อย คืออยู่เยาวราช อะไรแบบนั้น แล้วรักเพื่อนมาก… คริสอ่านหน้าแรกคริสก็อยากเล่นแล้วค่ะ อันนี้ตรง เพื่อนรอบข้างแต่งงานหมดแล้ว เหลือฉันคนเดียว ที่ยังไม่ได้แต่ง (ยิ้ม) และทุกคนที่เป็นเพื่อนกันมานานก็จากกันไปหมดแล้ว

 

เป็นหนังโรแมนติก-คอเมดี้
 ใช่ค่ะ (ยิ้ม) มีพี่เคน (ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์)สุดหล่อของสาวๆ ประเทศนี้ ทุกคนก็จะถามคริสว่า เล่นกับพี่เคนเป็นยังไงบ้าง (หัวเราะ)

 

ส่วนตัวปลื้มเคนหรือเปล่า
คริสก็ชอบพี่เคนอยู่แล้ว เขาเป็นผู้ชายดาราไทยหนึ่งในไม่กี่คนที่คริสว่าหล่อ แต่จริงๆ คริสไม่ได้รู้สึกมาก เพราะไม่ค่อยได้ดูละครเท่าไหร่ ก็เลยไม่อินเหมือนชาวบ้านเขาอินกัน แต่ก็ปลื้มค่ะ แล้วยิ่งปลื้มเพราะพี่เคนเป็นแบบโอ้โห…คริสไม่เคยคิดเลยว่าดาราเมืองไทยจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ อาจเป็นเพราะคริสอยู่กรุงเทพฯด้วยมั้ง เจอดาราแล้วไม่ค่อยแสดงออกมาก
 แต่มีวันหนึ่งที่ออกกองกัน เราไปถ่ายที่ถนนจันทร์ เป็นฉากที่คริสกับพี่เคนต้องอยู่บนรถสองแถวสีแดง เราตั้งกองกันในปั๊มน้ำมันแล้วถ่ายกันบนถนน ถ่ายแค่ครั้งเดียวแล้วกลับมาเซ็ตอัพใหม่ พอกลับออกไปเท่านั้นแหละทุกบ้านทุกซอกทุกซอยออกมาดูเต็มไปหมดแล้วถ่ายกันก็ไม่ได้ เพราะมีแต่เสียงเรียก‘เคน’ ดังลั่นไปหมด ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงคุณยายก็‘เคน’กันไปหมด คริสตกใจมาก พี่เคนเป็นซูเปอร์สตาร์มากๆ
 กลับบ้านคืนนั้นคริสดีใจมาก ที่ได้เล่นหนังน่ารักๆ หนึ่งเรื่อง บริษัทดี พระเอกก็ดังแถมเป็นคนน่ารักมาก โดยเฉพาะกับคริส กับทุกคนในกอง คริสโชคดีมากๆ (หัวเราะ)

 

ชีวิตประจำวันของคริสมีอะไรบ้าง
 คริสรับจ้างทั่วไปค่ะ ช่วงนี้เยอะหน่อย มีถ่ายโน่นนี่เรื่อยเปื่อย แต่ที่ต้องทำประจำก็คือสอนเต้น แล้วก็จัดรายการวิทยุ วันอื่นๆ ก็เหลือไว้ทำอย่างอื่น บางวันมีอีเวนต์ถึงสองงาน เพราะคริสเป็นพิธีกรด้วย

 

งานโฆษณาล่ะ ช่วงนี้มีไหม
งานโฆษณาเพิ่งถ่าย CAT 009 ถ่ายกับน้องสาว

 

พลอย หอวัง
ใ ช่ค่ะ เป็นพรีเซ็นเตอร์ของ CAT 009 (ชุด‘คุยคุ้มทุกคลื่นความรู้สึก’) แล้วมี Nivea ซึ่งยังไม่ได้ออนแอร์

 

สนิทกับพลอยมากไหม
 สนิทมากค่ะ

 

อายุห่างกันกี่ปี
 สี่ปีค่ะ

คริส หอวัง

 

ครอบครัวของคริสตอนนี้อยู่ที่เมืองไทยหรือเปล่า
 อยู่เมืองไทยค่ะ อยู่กันครบหมด

 

กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่
 หกปีแล้วค่ะ ตอนคริสกลับมาก็ว่างอยู่หกเดือน เหมือนคนเรียนจบใหม่ๆ ยังไม่ทำอะไรเที่ยวก่อน ผ่านไปหกเดือนแม่ก็ถามว่าทำงานออฟฟิศดีมั้ย คริสบอกว่าหนูไม่ได้เรียนอะไรมาเลย แม่บอกว่าเรียนสิ คริสก็เหรอเรียนก็ได้ พอดีมันมีเซาเธิร์น นิวแฮมเชียร์ ซึ่งเป็นคล้ายๆ เว็บสเตอร์ มาเปิดสาขาที่เมืองไทย ตรงตึกอัมรินทร์ แม่บอกว่าคริสไปเรียนปริญญาตรีอีกใบ เผื่อวันหนึ่งรถชน อันนี้ไม่ได้แช่ง แม่บอก สอนเต้นไม่ได้อีกแล้ว จะทำอะไรไม่มีความรู้อย่างอื่น
 ตอนนั้นเพิ่งจะได้งานที่ ISB ด้วย ปีแรกที่กลับมาก็เลยเรียนปริญญาตรีด้านมาร์เก็ตติ้งอีกตัว แล้วประมาณปีที่สองกว่าๆ ก็ได้ทำงานเป็นดีเจ

 

เรื่องความรัก ตอนนี้คริสยังคบกับอุ๋ย (นทีเอกวิจิตร์ วง Buddha Bless) อยู่ใช่ไหม
 ความรักก็เรื่อยๆ ค่ะ เหมือนเดิม ปกติไม่มีอะไรตื่นเต้น

 

คบกันกี่ปีแล้ว
 ปีนี้จะขึ้นปีที่สามแล้วค่ะ (ยิ้ม)

 

มีอนาคตหรือเปล่า
 ยังค่ะ (หัวเราะ) ยังไม่ได้คิดเรื่องแต่งงานเลยค่ะ อันนี้แตกต่างกับหมวยลี่ในหนัง เพราะลี่จะเป็นแบบ…ในใจคาดหวังนิดๆ แต่เธอไม่ได้เป็นคนแรง เป็นคนธรรมดาทำงานออฟฟิศ ก็เลยไม่ได้จีบผู้ชาย ตามล่าโทร.จิก อะไรแบบนั้น

 

แต่คริสเป็น
 (หัวเราะ) คริสก็ไม่เป็นค่ะ คริสกับอุ๋ยไม่เคยโทร.จิกกันเลย ไม่เคยโทร.ตาม จะไปเที่ยวกับเพื่อนก็ไป นี่เขาไปหัวหินกับเพื่อนอาทิตย์หนึ่งแล้ว ทิ้งให้คริสทำงาน คือเขาจะไปก็ไป(หัวเราะ) เราไม่ค่อยทะเลาะกันด้วยค่ะ

 

ไม่ค่อยได้เจอกันหรือไง
 เจอค่ะ แต่ก็แบบแวบๆ เพราะเขาทำงานของเขา ไปร้องเพลงต่างจังหวัดบ้าง
ตามผับบ้าง ก็จะเป็นแบบ…เขาต้องไปสแตนด์บายห้าทุ่มบายห้าทุ่ม คริสเลิกงานสี่ทุ่ม ก็มีเวลาหนึ่งชั่วโมง กินข้าวกัน ถ้าคริสไม่มีงานตอนเช้า คริสก็จะตามไปดูเขา มันก็แค่นั้น แล้วก็ไว้ใจกันสุดๆ

 

เป็นแฟนนักดนตรี จะต้องนั่งตรงไหนของร้าน
แฟนนักดนตรีเหรอคะ นั่งหลังเวทีค่ะ (หัวเราะ) คือบางทีคริสไปแบบไม่ได้โทร.บอกเพื่อน ก็เลยอยู่คนเดียว บางทีก็ไปนั่งเล่นเกม
 

 


คริสเจอกับอุ๋ยอย่างไร

 
 เจอกันที่แกรมมี่ค่ะ คริสไปทำโปรเจ็กต์อันหนึ่งให้กับแกรมมี่ ตอนนั้นเขามีเด็กอยู่กลุ่มหนึ่ง ให้คริสไปเทรนการเต้นพวกเขา แล้วพี่โจ้ (โจอี้ บอย) ทำเพลงให้ พี่โจ้ก็โยนให้วงอุ๋ยทำด้วย ก็เลยมาเจอกัน
ปิ๊งกันตั้งแต่แรกเจอเลยหรือเปล่า
 ไม่เลยค่ะ (หัวเราะ) ห่างไกลสเปกมากไม่เหมือนกันเลย แต่ว่าอุ๋ยเป็นคนที่คุยด้วยแล้วจะรู้สึกว่าเขาน่ารัก จริงใจ ไม่เจ้าชู้ ไม่โกหก ธรรมะด้วย แบบคุยแล้วน่ารักน่ะค่ะ ก็เลยคุยกันมาเรื่อยๆ หลังจากนั้นเจอน้องสาว (พลอย) คริสก็ทิ้งเขาให้อยู่ด้วยกัน แล้วไปทำงานสัมภาษณ์หนังสือประมาณชั่วโมงหนึ่งกลับมาเจออีกที พลอยบอกว่า ‘He’s so cute พี่คริส’ (หัวเราะ) อะไรอย่างนี้ คือชนะใจทุกคน เป็นสวีตฮาร์ตของเพื่อนๆ คริสเหมือนกัน
 ไม่ได้เอาใจหรอกนะคะ คือเป็นคนอย่างนั้นจริงๆ เวลาเจอเพื่อนๆ คริส อุ๋ยจะเป็นแบบ…หวัดดีครับ ช่วยถือของ ช่วยเปิดประตูให้ สุภาพบุรุษน่ะค่ะ แต่ผู้ชายหลายคนแบบนี้บางทีเราก็นึกว่าเยอะไป แต่นี่ออกมาจากข้างในเขามากกว่า

 

 

ชอบเขาตรงนี้
 ค่ะ


แล้วเขาล่ะ ชอบเราตรงไหน
 ไม่ทราบค่ะ (หัวเราะ) ต้องถามเขา

 เขาเคยบอกไหมล่ะ ว่าทำไมถึงมาปิ๊งคริส
 เขาบอกว่า เขาเคยเห็นคริสแล้ว แต่ตอนนั้นคริสมีแฟน ถึงคริสไม่มีแฟนเขาก็ไม่กล้าเข้ามาคุย แล้วเขาก็บอกว่า ถ้าไม่ได้ทำงานด้วยกัน คือสมมติอยู่ในห้องเดียวกัน แล้วไม่ต้องคุยกันเรื่องงาน เขาก็จะไม่กล้าคุยกับคริสเลย คริสก็…ขนาดนั้นเลยเหรอ แสดงว่าคริสอาจจะเสียงดังหรืออะไร เขาถึงไม่อยากคุยไม่กล้าคุย (หัวเราะ) เขาบอกแค่นั้นแหละค่ะ

 

มีเรื่องที่ชอบและไม่ชอบระหว่างกันหรือเปล่า
 คริสไม่ชอบเขาใจร้อน เขาก็ไม่ชอบคริสใจร้อน แต่บางทีถ้าเขาร้อนมา แล้วคริสยั้งไหวก็จะไม่มีอะไร แต่บางครั้งก็มีแบบ…ฉันก็เหนื่อย มันก็ไม่ไหว ทะเลาะกัน

 

ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร
เ รื่องขับรถน่ะค่ะ (หัวเราะ) ทำไมถึงขับรถแบบนี้ มันทำให้กรีดอายไลเนอร์ไม่ได้น่ะ(หัวเราะ) อะไรแบบนั้น เรื่องงี่เง่า หรือจะไปกินข้าวที่ไหน คือเวลามันน้อย จะไปกินที่ไหนแล้วแต่ยู เราก็แล้วแต่ยูสิ คือแล้วแต่กันไปมาจนหมดเวลา ก็ทะเลาะกัน (หัวเราะ) อถ้าทะเลาะกันส่วนใหญ่จะทะเลาะด้วยเรื่องที่เล็กมาก แต่ถ้าเรื่องซีเรียส เราจะนั่งคุยกัน จากลุคเขาดูแล้วไม่น่าจะมีเหตุผลสักเท่าไหร่ แต่เขามีเหตุผลกว่าคริสเยอะเลยค่ะ (หัวเราะ)

 

สองปีกว่าที่ผ่านมาได้รู้จักกันจริงๆ ไหม
 จริงๆ คริสกับอุ๋ยไม่เคยตกลงกันว่า วันนี้เราเป็นแฟนกันแล้วนะ (พูดกระซิบแล้วหัวเราะ)

 

หมายถึงคบกันโดยไม่ได้บอกกัน
 ใช่ค่ะ คือพอคบกันสักพัก คุยกันสักพักไปกินข้าวดูหนังกันสักพัก มันก็จะเอ๊ะ…ยังไงกลายเป็นว่าต้องโทร.หากันทุกวัน มันสนิทกันมากขึ้นๆ จนเริ่มมีภาพลงหนังสือ เพราะคริสไม่คิดจะโกหก หรือแอบ ซึ่งคริสก็ไม่รู้ว่าจะแอบทำไม เพราะถ้าแอบ คนที่ลำบากก็คือคริสเอง คริสไม่โกหกดีกว่า
 พอเริ่มมีภาพ ก็มีคำถาม อ๋อ…เป็นแฟนกัน (หัวเราะ) ค่ะ ก็เป็นแฟนกัน คือมันก็เป็นละค่ะ แต่ใช้คำว่าแฟนจริงๆ ก็…พอคนอื่นถามว่าแฟนอยู่ไหน ก็ไม่บอกว่าไม่มี เป็นแค่คนสนิท ไม่ใช่ แต่ถ้าถามว่าคิดจะแต่งงานหรือยังคริสกับอุ๋ยยังไม่ได้คิดเลยค่ะ ยังต้องทำงานเลี้ยงดูพ่อแม่ก่อน ไว้ป่าป๊ากับหม่ามี้สบายเสียก่อน (หัวเราะ)

 

อุ๋ยมีภาระเหมือนคริสหรือเปล่า
 เหมือนกันค่ะ เขากับพี่สาวสองคนก็ต้องดูแลพ่อแม่เหมือนกัน พ่อแม่เขาเกษียณแล้ว

 

ยังไม่ได้คิดเรื่องชีวิตคู่จริงๆ จังๆ
 ยังค่ะ คริสว่าเดี๋ยวนี้ผู้หญิงอายุสามสิบห้าแต่งงานก็ไม่เป็นไร ซึ่งคริสน่ะ อาจจะไม่ได้คิดเรื่องแต่งงานมากเท่าไหร่ เพราะตอนนี้ตัวเองไม่คิดอยากมีลูกเลย คริสมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่มีลูกแล้วสองคน เขาแต่งงานตั้งแต่อายุยี่สิบสอง คริสรู้สึกว่าชีวิตแกต้องลำบากแน่เลย ต้องรอให้ลูกนอนก่อนถึงได้ออกมาเจอเพื่อน เสาร์-อาทิตย์ก็ต้องพาลูกไปเรียนพิเศษคริสยังเห็นแก่ตัวอยู่น่ะค่ะ ยังรู้สึกว่าฉันอยากไปหัวหินแบบสบายๆ โดยไม่ต้องแคร์ใคร จะ
ไปก็ไป แค่บอกหม่ามี้ คริสไปหัวหินนะ แค่นั้น ก็เลยรู้สึกว่ายังไม่อยากมีลูก ยังไม่อยากเจ็บตอนคลอด ยังไม่อยากตั้งท้อง ก็เลยยังไม่คิดอยากแต่งงาน

 

แต่แต่งงานไม่ได้หมายความว่าต้องมีลูกอย่างเดียวนี่
 แต่ว่าหลายคนที่พอแต่งแล้วก็จะมีประเภท โอ๊ย…เมื่อไหร่จะมีหลานล่ะ คริสเลย…ไม่แต่ง
ก็ได้ ไม่เห็นเป็นไร เพราะคริสก็ไม่ได้คิดว่าแต่งงานแล้วจะให้สามีมาเลี้ยง หรือจะเลิกทำงานแล้วให้สามีดูแล เพราะฉะนั้นคริสก็เลยคิดว่า แต่งหรือไม่แต่งชีวิตของคริสก็คงคล้ายๆ กันคริสก็ยังคงอยากนอนบ้านอยู่แหละ คริสก็คงยังอยากนอนกับหมาของคริส อย่างนี้ไม่เห็นต้องเปลี่ยน หรือต้องแต่งงานเลย (ยิ้ม)

 

กลัวอะไรมากที่สุดในเรื่องความสัมพันธ์กับคนรัก
 คริสกลัว…(คิด) กลัวเขาทำอะไรไม่ดีกับเราน่ะค่ะ หมายถึงทั่วไปนะคะ แต่กับอุ๋ย คริสไม่กลัวอะไรเลยค่ะ เพราะเราคุยกันตั้งแต่แรกแล้วว่า…คือถ้าเกิดมันเริ่มจากไว้ใจก่อน จะทำอะไรก็ทำ แล้วมันจะสบายใจ จะไม่พารานอยด์ อีกฝ่ายก็จะไม่ต้องโทร.จิก ไม่ต้องโน่นนี แต่ถ้าไม่ไว้ใจกันปุ๊บ หรือมีเรื่องโกหกกันนิดเดียว แค่ครั้งเดียวมันก็จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเฮ้ย…สำหรับคริสกับอุ๋ยไม่มีค่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องความสัมพันธ์ทั่วไปของคนที่เป็นแฟนกันคริสกลัวผู้ชายแบบหลอก หรือเฟกน่ะค่ะเหมือนเขาทำดีต่อหน้าเรา แต่จริงๆ แล้วไม่คริสไม่ชอบคนแบบนั้นเลย แต่เราก็ไม่มีวันรู้เลยจนกระทั่งต้องอยู่กับเขาไปสักพักถึงจะรู้จริงๆ
 ไม่ต้องถึงขนาดเป็นแฟนหรอกค่ะ คริสกลัวคนแบบนี้ด้วยซ้ำ คนทั้งหมด ที่จะเข้ามาเป็นเพื่อนหรืออะไร

 

คริสชอบเพลงของอุ๋ยไหม
 ค่ะ (ยิ้ม) คริสเป็นดีเจ คริสเคยเปิดเพลงของเขามาก่อน

 

Bias หรือเปล่า
 ไม่มีค่ะ Bias ไม่ได้ค่ะ เพราะคลื่นวิทยุต้องเปิดตามแคตากอรี สมมติเปิดไปแล้วตอนสามโมง ในคอมพิวเตอร์จะไม่มีขึ้นเพลงมาอีกเปิดได้อีกครั้งก็อีกกะหนึ่ง เหมือนกับว่าวันหนึ่งเขาห้ามเปิดเพลงของศิลปินคนเดียวกันเกินกี่รอบๆ คอมพิวเตอร์จะเซ็ตไว้

 

แต่ก็เปิดทุกวัน วันละครั้ง
 ก็เปิดค่ะ (หัวเราะ) แต่ถ้ากะก่อนคริสแล้ว ช่วงกะของคริสก็จะไม่ได้เปิด แต่ก็มี
ข้อแม้เหมือนกันว่าดีเจคนนั้นช่วงนั้นเลือกที่จะเปิดด้วยนะคะ อย่างถ้าดีเจช่วงก่อนหน้าคริสเปิดเพลงของ Buddha Bless ไปแล้วช่วงคริสไม่ขึ้น ช่วงถัดมาในคอมพิวเตอร์มีเพลง Buddha Bless มาอีกแล้ว ดีเจช่วงนี้เขาไม่เลือก คือผ่านหลายขั้นมากกว่าจะได้เปิด

 

คริสชอบเพลงอะไรของ Buddha Bless
 คริสชอบอัลบั้มแรกน่ะค่ะ ชอบ‘ลำยอง’ ‘ชิงหมาเกิด’ อะไรอย่างนี้ คริสว่ามันเป็นเพลงที่เหมือนให้อะไรบางอย่าง แต่ว่า…เด็กวัยรุ่นน่ะ จะไปบอกเขาว่า อย่าอย่างนั้น อย่าอย่างนี้ พ่อแม่เขาก็บอกกันอยู่แล้วคริสก็เลยคิดว่ามันเป็นวิธีที่น่าสนใจ

 

เคยเล่นมิวสิก วิดีโอเพลงของ Buddha Bless ด้วยหรือเปล่า
 ไม่เคยค่ะ เขาไม่ให้เล่น (ยิ้ม) เขาไม่ยอมให้เล่น บอกว่าไม่เอา เดี๋ยวเพื่อนๆ จะล้อ(หัวเราะ)

 

แล้วเวลาเขาดู MV ของคริส เขาชอบไหม
 เขาชอบค่ะ บอกว่ามันห่างจากตัวคริสมาก ต้องใส่ต้องแต่งอะไรเยอะแยะไปหมด

 

ชีวิตจริงเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า
 ไม่เยอะเลยค่ะ คริสแต่งไม่เป็นกรีดไอย์ไลเนอร์อย่างเดียว แล้วบลัชออนนิดหน่อยเท่านั้นเอง

 

คริสใช้จ่ายสิ้นเปลืองไปกับเรื่องอะไรบ้าง
 ช้อปปิ้งกับกินข้าวค่ะ เรื่องกินข้าวนี่ก็แพงบ้าง ถูกบ้าง ข้างถนนบ้าง ต่างจังหวัดบ้าง แต่ชอบกินอาหารอร่อยๆ เวลาอารมณ์ไม่ดีก็กิน แล้วจะมีความสุข โมโหหิวด้วยค่ะ เลยต้องมีขนมในรถเยอะ
 เรื่องช้อปปิ้งคริสก็บ้าบอเรื่องแต่งตัวอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ชอบซื้อหรือเป็นแฟนคลับของยี่ห้ออย่างเดียว ถ้ายี่ห้อแล้วเป็นเสื้อธรรมดาๆสีขาวคริสก็ไม่ซื้อ คริสไปซื้อตราห่านคู่เอาก็ได้คือแพลตินัมประตูน้ำคริสก็เดิน จตุจักรคริสก็ซื้อ เกษรคริสก็ไป มันก็เลยเปลืองตรงนี้(หัวเราะ) แต่ก็พยายามประหยัด ช่วยกันค่ะคริสกับพลอยช่วยกันเผาเงินมาก (หัวเราะ)

 

มีพิพิธภัณฑ์ที่บ้านหรือเปล่า
 คริสกับพลอยเพิ่งทำ walk-in closetใหญ่เท่าห้องนี้ละค่ะ (ห้องสัมภาษณ์ขนาด3.5×5 เมตร) คนละห้อง ตอนทำพ่อแม่บอกว่าสบายเลยนะเรา จะได้มีที่เก็บเสื้อผ้า พอทำเสร็จปุ๊บ เอาของมาแขวน เฮ้ย…ทำไมห้องมันดูเล็ก เพราะมันเต็มหมดเลย คริสก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน หม่ามี้บอกว่าต้องโละบ้าง ก็ได้โละไปถุงใหญ่มาก แต่ก็ยังเต็มอยู่ ผ่านไปสองเดือนมันก็เต็มอีกแล้วน่ะ ของพลอยก็เหมือนกันค่ะ
 แต่เผอิญว่ามีเรื่องโชคดีอยู่อย่างค่ะ ที่หม่ามี้กับพลอยใส่รองเท้าไซส์เดียวกัน คือมีห้องรองเท้าอยู่ข้างล่าง เก็บรองเท้าซึ่งเยอะมาก ประมาณสี่-ห้าร้อยคู่ เพราะที่บ้านหม่ามี้ทำรองเท้าหนังด้วยน่ะค่ะ ก็จะมีรองเท้าSample รองเท้าที่พวกเราซื้อกันด้วย รองเท้าแบรนด์ของหม่ามี้ รองเท้าผ้าใบของคริสรองเท้าส้นสูงของคริสกับพลอย (หัวเราะ) ดูเป็นพิพิธภัณฑ์มาก
 เรามีรองเท้าเพิ่มมาตลอดค่ะ เพราะหม่ามี้ไปจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลี แล้วซื้อรองเท้า Sample บ่อยๆ มาเสนอลูกค้า เพื่อที่จะสั่งโรงงานทำ หม่ามี้ซื้อไซส์ของพวกเราเพื่อที่ว่าเผื่อลูกค้าไม่ชอบ จะได้ตกเป็นของพวกเรา (หัวเราะ) รวมไปถึงกระเป๋า ของเยอะมาก

 

นามสกุล‘หอวัง’ของคริสเกี่ยวอะไรกับโรงเรียนหอวังไหม
 ไม่เกี่ยวค่ะ มันเป็นนามสกุลพระราชทาน ส่วนโรงเรียนก็เป็นโรงเรียนรัฐบาล คริสก็ไม่รู้เหมือนกันว่า อาจจะเป็นคุณทวดของคุณทวดที่ได้รับพระราชทานมา
 คริสเคยเจอเพื่อนรุ่นพี่ที่เขาเรียนหอวังเขาถามว่า คริส พี่ถามหน่อย คริสเรียนรุ่นไหนอะ เพราะพี่จบหอวัง ถามรุ่นน้องว่าใครรู้จักคริสมั้ย มันเรียนรุ่นไหน เป็นเด็กเซี้ยวมากเลยใช่มั้ย (หัวเราะ) คริสไม่เคยเรียนหอวังเลย เรียนที่ร่วมฤดี (นานาชาติ)
 คริสจริงๆ เป็นชื่อเล่น ชื่อจริงชื่อ ศิรินค่ะแต่คริสไม่เคยผูกพันกับชื่อศิรินเลย เพราะว่าตอนเด็กๆ ตั้งแต่เกิดมาคริสชื่อคริสตลอด จนย้ายเข้าไปโรงเรียนไทยชื่อว่าพระมารดานิจจานุเคราะห์ เรียนอยู่ ป.หนึ่งถึง ป.หก ในปีที่คริสย้ายเข้าโรงเรียนไทย มีกฎหมายห้ามใช้ชื่อฝรั่งพยางค์เดียว
 ถ้าสมมติเป็นชื่อรีเบกก้าเนี่ยได้ ปะป๊าก็เลยไปถามพระ ขอให้ตั้งชื่อให้ ก็เป็นศิริน คริสก็เลยต้องใช้ชื่อศิริน ในพาสปอร์ต ในบัตรประชาชน แต่ทุกคนก็เรียกชื่อคริส มันเหมือนเป็นชื่อคริสน่ะค่ะ ทำไมต้องมาเปลี่ยนชื่อกันด้วย

 

รู้ความหมายไหมว่า ศิรินแปลว่าอะไร
 กว้างใหญ่ ท้องฟ้า เหมือนความอิสระอะไรอย่างนี้ละค่ะ

 

ให้พูดโปรโมตหนัง ‘รถไฟฟ้า…มาหานะเธอ’ จะบอกอย่างไร
 ถ้าเกิดใครเป็นแฟนของพี่เคนอยู่แล้วเนี่ย คริสว่าเรื่องนี้มาดูพี่เคนกันเถอะค่ะ จะได้เห็นพี่เคนในอีกแบบหนึ่ง คาแร็กเตอร์อีกแบบหนึ่งซึ่งไม่เคยเห็นพี่เคนมาก่อน แต่น่ารักและหล่อเหมือนเดิม ตลอดทั้งเรื่องแล้วสำหรับผู้หญิงที่อาจมีความคล้ายกันกับตัวละคร‘เหมยลี่’ คริสรับรองว่าคุณจะต้องหัวเราะ ร้องไห้ หันไปสะกิดคนข้างๆ ว่านี่มันชีวิตของฉันแน่ๆ หรือว่าถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้วไปดู รับรองว่าคุณจะต้องมีเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มของคุณที่ประสบชีวิตแบบหมวยลี่แน่ๆ
 รับรองว่าสนุกค่ะ

women.mthai

มิน พีชญา นางเอกปลาบู่ทอง

November 18th, 2009 by womenblogs

มิน พีชญา นางเอกปลาบู่ทอง

ยุคนึ้ใคร ๆ ก็อยากเหมือน อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ สาวสุดฮอท

     ก่อนหน้านี้ “เอ-ศุภชัย เหมวิจิตร” ก็ปั้นนางเอกโคลนนิ่งหน้าคล้ายอั้ม ชื่อ น้องมิ้นท์ “เพชรา วงศ์วาสนา” จนช่อง 3 คว้าตัวไปเป็นนางเอกละคร เงารักลวงใจ ค่าย จ๋า-ยศสินี เครือ เจ๊จิ๋ม-มยุรฉัตร เรียบร้อยแล้ว

      ล่าสุดช่อง 7 ก็มี อั้ม2 ชื่อ “น้องมิน-พีชญา วัฒนามนตรี” นางเอกละครจักรๆวงศ์ๆ สุดฮิต ปลาบู่ทอง ในบท เอื้อย-อ้าย นั่นไง เช็คโปรไฟล์แล้วเป็นสาวขอนแก่น เคยคว้ารองอันดับ 1 Miss Teen Thailand 2006 และนางเอกมิวสิควีดีโอของ แดน-วรเวช ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่ ม.เอแบค ปี 2 คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ

เค้าว่า น้องมิน เหมือนอั้ม-พัชราภา ลองมาดูกันอีกทีว่าจริงป่ะ???  

มิน พีชญา  

 ”มิน พีชญา วัฒนามนตรี” นางเอกดาวรุ่งจากละครเรื่องปลาบู่ทอง

มิน พีชญา

มิน พีชญา วัฒนามนตรี นางเอกสาวสวยวัย 20 ปี ที่แจ้งเกิดด้วยการคว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 Miss Teen Thailand 2006 ตอนนี้เธอกำลังมีผลงานละครพื้นบ้านเรื่อง “ปลาบู่ทอง” กับบท “เอื้อย-อ้าย” พี่น้องหน้าเหมือน แต่ต่างบุคลิกกัน

มิน พีชญา แนะนำตัวนิดนึง
ชื่อมิน พีชญา วัฒนามนตรีค่ะ อายุ 20 ปี ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเอแบค ปี 2 คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจค่ะ

 ถ้าให้พูดถึงตัวเอง
ไม่ เรียบร้อยค่ะ แบบว่าห้าว เป็นคนห้าวๆ แต่บางทีก็นิ่งเหมือนกัน แล้วแต่อารมณ์แล้วแต่วันด้วย ถ้าวันไหนตื่นมาสดใสก็จะแอ็คทีฟหน่อยค่ะ

 เป็นเด็กกิจกรรมด้วย
ใช่ค่ะ แต่ก่อนมินเล่นบาสฯ เป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียน แล้วก็เป็นพิธีกรงานของโรงเรียนบ้าง คือ มีงานอะไรให้มินช่วยก็ช่วยนะคะ

 กับวงการบันเทิงล่ะ
ก็ สนใจอยู่ระดับนึงนะ คือ มินอยากลองอะไรหลายๆ แบบ อย่างงานละครก็ไม่เคยทำมาก่อน ปลาบู่ทองนี่ถือว่าเป็นเรื่องแรกเลย ก็คิดว่าน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีค่ะ

 ทำให้เราสนใจมาประกวด Miss Teen Thailand ด้วย หรือเปล่า
ไม่ เกี่ยวค่ะ คือ ตอนที่มาประกวด Miss Teen Thailand ตอนนั้นเด็กมาก ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร ไม่รักสวยรักงามด้วย เพราะว่าเป็นนักบาสฯ ไง ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับนางงามมาก่อน แต่เหมือนกับดวงพามา ก็เลยลองประกวดดู คือ มีคนมาหาเด็กไปประกวด Miss Teen Thailand ตอนนั้นมินเรียนอยู่ที่ขอนแก่น เค้าก็เข้ามาชักชวนที่โรงเรียน ตอนแรกตกใจ คิดว่าใครมาหลอก ก็กลัวอยู่เหมือนกัน เลยให้เค้าโทรศัพท์คุยกับคุณแม่ คุณแม่ก็บอกว่าลองดู ไม่เสียหายอะไร ก็เลยลองดูค่ะ

 จากนักบาสเกตบอลกลายมาเป็นนางงาม
มัน แปลกมากค่ะ ทุกคนที่เป็นญาติ หรือคนรู้จักก็งงกันหมดว่ามาได้ยังไง แต่ก่อนมีฉายาว่าสาวหล่อด้วย คือ ไม่สวย ไม่รู้จักแต่งตัวเลย แต่หลังจากประกวด Miss Teen Thailand ก็ทำให้เรารู้จักดูแลตัวเองมากขึ้น รักสวยรักงาม ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น จนทุกคนทักว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะปกติครีมก็ไม่ทา อะไรก็ไม่ทำเลย ผมก็ไม่ตัด ไม่หวี ปล่อยให้มันรุงรัง ตอนแรกเกือบจะอยู่กึ่งกลางระหว่างทอมกับผู้หญิงแล้วค่ะ

 

 

มิน พีชญา

 

 ทำศัลยกรรม
มีคนคิดว่ามินไปทำศัลยกรรมมาเหมือนกันนะ แต่มินเป็นคนกลัวเข็มมาก ไม่คิดจะทำอะไรเกี่ยวกับหน้าเลย กลัวค่ะ

 เป็นสาวหล่อแบบนี้ มีรุ่นน้องผู้หญิงมาจีบบ้าง หรือเปล่า
มี นะ จนได้ตำแหน่งฯ แล้ว ก็ยังมีรุ่นน้องมาบอกว่าถ้าพี่มินเป็นทอมนี่ จะยอมเป็นดี้เลย (หัวเราะ) คือ นิสัยเราห้าวอยู่แล้ว ทำให้รุ่นน้องหลายๆ คนชื่นชอบ แบบว่าผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงมีเยอะแล้ว แล้วมินแปลก อะไรอย่างนี้มั้ง? ก็เลยสนใจเป็นพิเศษค่ะ

 พอได้มาสัมผัสวงการบันเทิงจริงๆ
ตอน นี้ก็ถือว่าเพิ่งเข้ามานะ ยังไม่ได้เข้าไปเต็มตัว อาจจะยังไม่ชัดเจน ถามว่ารู้สึกยังไง? ก็รู้สึกสนุกดี เพราะเรามีเพื่อนอยู่เยอะ อย่างเอมี่ (อาเมเรีย จาคอป) หรือรุ่นพี่ Miss Teen Thailand ก็อยู่ในวงการเยอะ ไม่ได้รู้สึกเกร็งมาก ก็ตามๆ รุ่นพี่ไปค่ะ

มิน พีชญา มีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
ด้วย ความที่มินใหม่อยู่แล้ว ก็เลยต้องเรียนแอ็คติ้งก่อน พอได้ไปเรียนที่สปีดวัน ก็รู้สึกว่าได้พัฒนาตัวเองมากขึ้น คือ ตอนแรกเราอาจจะเล่นกับตัวเอง หรือมองตัวเองในกระจก ซึ่งมินว่ามันไม่ดี มันทำให้ตัวเองคิดว่าจะต้องทำหน้ายังไง แต่ที่สปีดวันเค้าจะสอนว่าการเล่นละครคือการไม่เล่นละคร เราต้องใส่ความรู้สึกเข้าไปจริงๆ แล้วการที่จะแสดงละครครั้งนึงต้องเสียพลังงานในร่างกายเยอะมาก วันไหนที่มินรู้ว่ามีงานที่ต้องแอ็คทีฟมากๆ จะต้องตื่นมาวอร์มอัพ อาจจะกระโดดตบสัก 100 ที ยืดร่างกาย แล้วค่อยไป ไม่งั้นจะรู้สึกว่าเกร็ง แล้วเล่นแข็งเป๊กเลยค่ะ

 ยังเล่นบาสเกตบอลอยู่ด้วย หรือเปล่า
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เล่นแล้วค่ะ เพราะทีมอยู่ที่ขอนแก่น ตอนนี้เล่นแบดฯ กับปิงปองมากกกว่า เพราะไม่ต้องใช้คนเยอะค่ะ

 กับบทเอื้อย-อ้ายในเรื่องปลาบู่ทอง
มิ นอยู่กึ่งๆ ระหว่างเอื้อยกับอ้ายนะ โดยนิสัยส่วนตัวแล้ว มินเป็นคนแบบว่าถ้ามีใครมาทำอะไร จะไม่ยอม แต่ตัวเอื้อยที่เป็นนางเอกเป็นคนอ่อนแอ ใครทำอะไรก็จะรับๆ ไม่สู้ ซึ่งต่างจากมินมาก เพราะมินจะสู้ แต่กับอ้าย อันนี้ก็แรงเกิน คือ มินไม่ได้รุนแรงขนาดนั้นค่ะ

 ความรู้สึกหลังจากได้เล่นละครเป็นเรื่องแรก
ก็ โอเคนะ สนุกดี ไม่ได้ยากเหมือนที่คิดไว้ ก็เล่นได้ ผู้กำกับก็ช่วยเยอะ รู้สึกว่ามินเล่นเป็นตัวอ้ายได้ดีมาก (หัวเราะ) แบบว่าจิกได้ดี แต่เล่นเป็นนางเอกไม่ค่อยอินเท่าไหร่ เพราะตัวเอื้อยเองต้องเรียบร้อย พูดช้ามาก ในขณะที่บุคลิกมินโผงผางอยู่แล้ว และเป็นคนพูดเร็วด้วย ก็ต้องปรับคำพูดมากเหมือนกันค่ะ

 มีเผลอเล่นสลับบทกันบ้างไหม
มีๆ ค่ะ วันแรกเลย หลุดไปคำโตเลย ตอนนั้นเล่นเป็นอ้ายอยู่ พูดแบบว่าก็เอื้อยจะ… คือ เอื้อยไปแล้ว สักพักพี่น้ำทิพย์ (น้ำทิพย์ เสียมทอง) ที่เข้าฉากด้วยกันก็บอกว่าอ้ายไม่ใช่เหรอ? คือ อันนั้นเป็นฉากแรกด้วย ก็เลยเกร็ง ประหม่าด้วย แต่หลังจากนั้นก็ไม่พลาดอีกเลยค่ะ

 สุดท้ายแล้วให้ฝากผลงานละกัน
ก็ขอฝากละครเรื่องปลาบู่ทองด้วยนะคะ เป็นละครเรื่องแรกของมินเลย ติดตามชมได้ทุกเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08:15 น. ทางช่อง 7 ค่ะ

 

 

มิน

 

 

มิน

 

มิน

women.mthai

« Previous Entries