ปัสสาวะบ่อย…อย่าปล่อยเนิ่นนาน

November 3rd, 2009 by womenblogs

ปัสสาวะบ่อย

ปัสสาวะบ่อย…อย่าปล่อยเนิ่นนาน (สวยด้วยแพทย์)

          ปัสสาวะบ่อย ๆ ไม่ใช่เรื่องน่าสนุก น่ารำคาญแถมยังสร้างความกังวลใจ เอ๊ะ…ฉันเป็นโรคอะไรหรือเปล่านี่ ?

          โดยปกติ ตอนกลางวันคนเราจะถ่ายปัสสาวะประมาณ 3–5 ครั้ง ส่วนตอนกลางคืน 0-1 ครั้ง แต่หากใครถ่ายปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ระบบทางเดินปัสสาวะกำลังมีปัญหาบางประการ หรือมีการระคายเคืองและไวต่อความรู้สึกของกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุหนึ่งต่อไปนี้ค่ะ

          การที่ความจุของกระเพาะปัสสาวะลดลง ซึ่งมีได้หลายสาเหตุ เช่น มีก้อนนิ่วขนาดใหญ่ เนื้องอก การติดเชื้อเรื้องรัง หรือการที่เส้นประสาทที่มาเลี้ยงกระเพาะปัสสาวะพิการ ทำให้กระเพาะปัสสาวะหดรัดตัวตลอดเวลา มีการอักเสบหรือระคายเคืองบริเวณชั้นเยื่อบุ รวมถึงกล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งการระคายเคืองจะส่งผลให้ประสาทไวต่อความรู้สึก ทำให้กระเพาะปัสสาวะหดรัดตัว และยังส่งผลให้ความยืดหยุ่นของกระเพาะปัสสาวะเสียไป ทำให้ถ่ายปัสสาวะบ่อย สาเหตุที่ทำให้กระเพาะปัสสาวะระคายเคือง ส่วนใหญ่เกิดจากการมีก้อนนิ่วหรือมีการติดเชื้อนั่นเอง

          การที่ไตขับน้ำปัสสาวะออกมามาก ทำให้ปริมาณน้ำปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ปัสสาวะบ่อยได้ ปัสสาวะจำนวนมากที่ไตขับออกมาอาจเกิดขึ้นชั่วคราว เนื่องจากการดื่มน้ำมาก แต่ในบางรายอาจเกิดขึ้นเป็นเวลานาน เช่น ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน หรือได้รับยาขับปัสสาวะ

          สำหรับการถ่ายปัสสาวะในตอนกลางคืน มักเป็นอาการแสดงของโรคไตที่เกี่ยวข้องกับการเสียหน้าที่ของไต และอาจพบในระยะแรกของผู้ป่วยโรคหัวใจวาย นอกจากนี้อาจเนื่องจากการดื่มน้ำมากในตอนเย็น การดื่มกาแฟ น้ำชา หรือเหล้า ก็อาจส่งผลให้ถ่ายปัสสาวะในตอนกลางคืนได้ค่ะ

          การถ่ายปัสสาวะบ่อย หากไม่ใช่เกิดขึ้นชั่วคราว เช่น จากการดื่มน้ำมาก ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุให้แน่ชัด หากพบความผิดปกติจะได้ทำการรักษาเสียแต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้โรคลุกลามจนเป็นอันตราย

          ใครที่เคยคิดว่าปัสสาวะบ่อยเป็นเรื่องขี้ประติ๋ว …เปลี่ยนความคิดเสียตั้งแต่ตอนนี้ก็ยังไม่สายค่ะ

รู้ได้อย่างไร ว่าเราแพ้เครื่องสำอาง

November 3rd, 2009 by womenblogs

รู้ได้อย่างไร ว่าเราแพ้เครื่องสำอาง (Labelle)

          การแพ้เครื่องสำอางนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย และสามารถเกิดขึ้นได้ทันทีที่สัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ (Allergen) หรืออาจมีอาการเกิดขึ้นในภายหลังก็ได้ ผู้ที่แพ้สารใดแล้ว เมื่อสัมผัสกับสารนั้นเพียงเล็กน้อยก็เกิดการแพ้ขึ้นได้ สารที่พบว่าก่อให้เกิดการแพ้ได้บ่อยเป็นอันดับต้น ๆ คือ สารแต่งกลิ่นน้ำหอม (fragrance/perfume) รองลงมาได้แก่ สารกันเสีย (preservatives) และสารป้องกันแสงแดด (Sunscreens) 

          ลักษณะการแพ้เครื่องสำอางมีด้วยกันหลายรูปแบบ ช่น เกิดการปวดแสบปวดร้อน หรือรูสึกคันยิบ ๆ อาการจะเกิดไม่เกิน 10 นาที บางครั้งก็เกิดอาการปรากฎเป็นผื่นแดงคัน ถ้าแพ้มากก็เป็นตุ่มแดงตุ่มน้ำหรือเป็นปื้นนูนแบบลมพิษ เคยสังเกตหรือไม่ว่า บางคนอายุมากแล้วก็ยังมีสิวเกิดขึ้นบริเวณใบหน้าอยู่ ก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเกิดจากการแพ้เครื่องสำอางได้เช่นกัน ผู้ที่รักสวยรักงามทุกคน คงไม่อยากเจอปัญหาแพ้เครื่องสำอางภายหลังการใช้เป็นแน่

          ดังนั้นเราต้องทดสอบการแพ้ ก่อนที่จะใช้เครื่องสำอางกับผิวหน้าของเรา โดยวิธีการดังนี้ คือ ให้ทาเครื่องสำอางตรงบริเวณท้องแขนทิ้งไว้ประมาณ 24-28 ชั่วโมง หากไม่พบความผิวปกติแล้วจึงค่อยใช้ หรืออาจทดสอบอีกวิธีหนึ่งก็ได้คือ ทาเครื่องสำอางที่ซื้อมาบริเวณข้อพับแขน วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ถ้าไม่มีผื่นแดงเกิดขึ้นแสดงว่าใช้เครื่องสำอางนั้นได้ งามช้าลงสักหน่อยแต่มั่นใจคงดีกว่างามเร็วแบบเสี่ยง ๆ นะครับ

          ผู้ที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธรรมชาติทาแล้วจะไม่เกิดอาการแพ้ เพราะทำมาจากธรรมชาติแล้วย่อมปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง ซึ่งไม่จริงเสมอไป ทั้งนี้ เนื่องจากการแพ้เป็นปฏิกิริยาที่ซับซ้อนเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันของร่างกายแต่ละคนจึงเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ประกอบกับเครื่องสำอางสมุนไพร เช่น แชมพู สบู่ โลชั่นทาผิวหรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมายที่ทำมาจากสมุนไพรเพียงอย่างเดียว แต่มีสารเคมีอื่นผสมอยู่ด้วย ดังนั้น จึงไม่สามารถรับรองได้ว่าใช้แล้วจะไม่ก่อให้เกิดการแพ้

“ดวงตา” กับพัฒนาการของลูกน้อย

November 3rd, 2009 by womenblogs

“ดวงตา”  กับพัฒนาการของลูกน้อย (คมชัดลึก)

          ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า “ดวงตา”   เป็นอวัยวะเล็ก ๆ ที่มีความสำคัญมากต่อชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังบอบบางและต้องการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดวงตาของลูกน้อยอันจะเป็นหน้าต่างบานสำคัญที่จะเปิดไปสู่โลกกว้าง และพัฒนาการเรียนรู้รอบด้าน ซึ่งจากผลการวิจัยในต่างประเทศพบว่า กว่า 90 %  ของข้อมูลที่เด็กได้รับรู้นั้นผ่านทางดวงตาทั้งสิ้น ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อพัฒนาการของเจ้าตัวเล็กนั่นเองเพื่อกระตุ้นให้คุณพ่อคุณแม่หันมาใส่ใจสุขภาพดวงตาของเจ้าตัวเล็ก ฝ่ายโภชนาการ บริษัท ไวเอท (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับเครือโรงพยาบาลพญาไท จัดงานเสวนา “ดวงตากับพัฒนาการเรียนรู้รอบดานของเจ้าตัวเล็ก” ขึ้นที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน

          พญ.รัติยา พรชัยสุรีย์ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคตาเด็ก แพทย์ที่ปรึกษาโรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า พ่อแม่ทุกคนควรหันมาใส่ใจให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพดวงตาของเด็ก เนื่องจากดวงตาเปรียบเสมือนหน้าต่างของสมอง เพราะในเด็กเล็กนั้นพัฒนาการและทักษะต่าง ๆ ยังไม่พัฒนาเต็มที่

          ดังนั้น เด็กจะรับรู้เรื่องราวผ่านการมองเห็นมากที่สุด โดยเฉพาะ 4 ปีแรก เด็กจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว ซึ่งหากเด็กมีปัญหาการมองเห็นไม่สมบูรณ์หรือการรับภาพไม่ชัดเจน ก็อาจส่งผลต่อการประมวลผลข้อมูลที่ส่งไปยังสมองและการกระทบต่อพัฒนาการด้านการเรียนรู้ของเด็ก

          “บางครั้งก็เป็นการยากต่อพ่อแม่ที่จะสังเกตได้ว่าลูกน้อยจะมีการพัฒนาการมองเห็นเป็นปกติหรือไม่ เนื่องจากเด็กตัวเล็กยังพูดไม่ได้หรือยังไม่เข้าใจ กว่าจะสังเกตความผิดปกติก็อาจจะสายเกินไป หรือการรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ฉะนั้นการดูแลดวงตาลูกน้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่างการให้เด็กได้รับนมแม่ การดูแลให้รับประทานอาหารครบหมู่อย่างเพียงพอ

          การปกป้องสายตาลูกจากอันตรายจากแสงสีฟ้าที่เชื่อว่าจะเป็นอันตรายต่อจอประสาทตาลูกได้ ซึ่งแสงสีฟ้านั้นสามารถพบได้ในหลายที่ เช่น แสงแดดจ้า แสงจากคอมพิวเตอร์ หรือแสงจากหลอดไฟ เป็นต้น สำคัญที่สุดคุณพ่อคุณแม่ควรมีเวลาพาลูกไปตรวจเช็กสุขภาพตาตามวัยอันสมควรจะเป็นการดีที่สุด” พญ.รัติยา กล่าว

          ด้าน พญ.อดิศร์สุดา เฟื่องฟู กุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เผยว่า

          พื้นฐานสำคัญการเรียนรู้ของเด็กจะผ่านการมองเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กหรือวัยอนุบาล และผลจากการศึกษาวิจัยตรวจวัดระดับสติปัญญาในเด็กที่มีความผิดปกติ ระหว่างเด็กตาบอดกับเด็กหูหนวกโดยควบคุมปัจจัยและเงื่อนไขให้เหมือนกัน พบว่าเด็กตาบอดจะมีพัฒนาการด้านสติปัญญาต่ำกว่าเด็กหูหนวก ซึ่งเป็นบทสรุปได้ว่าการเรียนรู้ของคนเราส่วนใหญ่มากจากการมองเห็นนั่นเอง

          ทั้งนี้ พญ.อดิศร์สุดา ยังให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่าเรื่องโภชนาการก็มีส่วนสำคัญ วงการแพทย์ในปัจจุบันมีการพูดถึงสารอาหาร “ลูทีน” ซึ่งเป็นสารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่พบมากในน้ำนมแม่ มีประโยชน์ในการปกป้องจอประสาทตา บริเวณที่เรียกว่า Macula of Lutea โดย “ลูทีน” เป็นสารอาหารธรรมชาติที่พบอยู่หนาแน่นบริเวณจอประสาทตา ซึ่งถือเป็นจุดที่สำคัญมากต่อการรับภาพและมองเห็นของคนเรา ลูทีนจะทำหน้าที่กรองแสงสีฟ้าที่เข้ามาทำลายจอประสาทตาทั้งยังทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระป้องกันไม่ให้เซลล์ในจอประสาทตาเสื่อม สารลูทีนร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้จะได้จากการรับประทานเท่านั้น พบมากในน้ำนมแม่และผักใบเขียวเข้ม

         
ดังนั้น การให้ลูกดื่มนมแม่ และส่งเสริมให้ลูกรับประทานผักใบเขียว ก็จะช่วยให้เจ้าตัวเล็กได้รับสารอาหารที่ช่วยปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายได้

3 เคล็ดเติมความสวย

November 3rd, 2009 by womenblogs

ผิวสวย

3 เคล็ดเติมความสวย (Lisa)

        ในยามที่ต้องใส่ชุดสวยที่อวดเนินเนื้อหน้าอกมากกว่าปกติ นอกจากขั้นตอนการดูแลผิวที่ปฏิบัติเป็นประจำแล้ว คุณยังสามารถเพิ่มความน่าดูและเซ็กซี่ให้แก่เนินอกของคุณได้ด้วยการใช้เมกอัพเพียงเล็กน้อย

         1.
ทารองพื้นแบบที่ไม่ลบเลือนได้ง่ายลงที่กึ่งกลางหน้าอกและเกลี่ยขึ้นข้างบนและออกทางด้านข้างด้วยแปรงสำหรับทารองพื้น มันจะช่วยพรางสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอและปกปิดริ้วรอยหรือข้อบกพร่องต่างๆ ให้จางลง ถ้าคุณมีรอยด่างของผิว อาจผสมบรอนเซอร์เล็กน้อยลงในรองพื้น เพื่อให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น รอ 10 นาทีเพื่อให้รองพื้นแห้งสนิทก่อนใส่เสื้อผ้า หรือคุณอาจฉีดผิวด้วยสเปรย์น้ำแร่และใช้กระดาษทิชชูชับ เพื่อกำจัดรองพื้นส่วนเกินและทำให้รองพื้นติดทนขึ้น

         2. ปัดแป้งฝุ่นแบบผสมชิมเมอร์ที่บริเวณไหปลาร้าและที่ด้านบนของหน้าอกมันจะทำให้หน้าอกดูเต็มอิ่มขึ้น

         3. คุณอาจใช้เทคนิคการแรเงาเพื่อให้หน้าอกดูอิ่มเอิบขึ้นด้วยการใช้แป้งสีเข้มกว่าสีผิวจริงหนึ่งเฉดหรือบรอนเซอร์ทาลงบริเวณร่องอก มันจะทำให้ร่องอกดูลึกลงและหน้าอกดูใหญ่ขึ้น

ยาต้านความชรามีจริงหรือ

November 3rd, 2009 by womenblogs

เคล็ดลับผิวสวย


ยาต้านความชรามีจริงหรือ
(มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค)

          ยาต้านความชรา เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่เรียกหา ในต่างประเทศ ตอนที่เป็นเด็กจะมีฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตซึ่งเรียกว่า โกรทฮอร์โมน..

           ริ้วรอยบนหน้าผาก รอบดวงตา ร่องแก้ม และถุงใต้ตาบนใบหน้าคือสัญลักษณ์ของคนมีอายุ นอกจากนั้นยังพบริ้วรอยตามผิวหนังลำตัว มือ แขน ขา และตามส่วนต่างๆ ของร่างกายที่ต้องสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมภายนอกโดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงแดด ความร้อน อากาศทั้งที่แห้งและร้อนชื้น

          ยาต้านความชรา เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่เรียกหา ในต่างประเทศ มีการวิจัยพบว่าร่างกายของคนเรา ตอนที่เป็นเด็กจะมีฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตซึ่งเรียกว่า โกรทฮอร์โมน (Human Growth Hormone) เมื่ออายุเราสูงวัยขึ้นเป็นอายุ 60 ฮอร์โมนชนิดนี้จะลดลงเหลือเพียง 20% ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น หย่อนยาน กล้ามเนื้อเหลว ไขมันลงพุง ความสดใสหรือกระปรี้กระเปร่าหดหาย ความเครียดความกังวลเข้าแทนที่ ผิวหนังซีด กระดูกบาง นอนไม่หลับ ฯลฯ ทางการแพทย์มีการฉีดฮอร์โมนชนิดนี้แก่คนไข้ที่มีปัญหาโกรทฮอร์โมนบกพร่อง ผลก็คือ ร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อแน่น ผิวหนังเต่งตึง อารมณ์แจ่มใส เฉกเช่นหนุ่มสาว

          อย่างไรก็ตาม ความพยายามที่จะนำโกรทฮอร์โมนมาเป็นยาต้านความชราในคนที่ร่างกายไม่เป็นโรคนั้น มีโทษมากกว่าคุณ เพราะจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงมากมาย เช่น ทำให้เกิดโรคเบาหวาน มะเร็งลำไส้ ฯลฯ ยาชนิดนี้ในปัจจุบันจะมีการผลิตออกมาเป็นเม็ด สะดวกสำหรับการกิน จะพบโฆษณาตามอินเตอร์เนท ยาชนิดนี้ถูกจัดประเภทเป็นยาควบคุม ไม่อนุญาตให้ใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับเป็นยาต้านความชรา แม้แต่คลินิกแพทย์ที่จ่ายยาชนิดนี้ให้คนไข้ด้วยวัตถุประสงค์ของการชะลอวัย ก็ถือว่าผิดกฎหมาย

          ถึงแม้ไม่ได้รับยานี้โดยตรง แต่นักวิทยาศาสตร์พบว่าหากเราต้องการให้ร่างกายได้รับโกรทฮอร์โมนเพิ่มขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ให้ร่างกายและจิตใจเป็นหนุ่มเป็นสาว เราสามารถช่วยตัวเราเองได้โดยการจัดโปรแกรมสำหรับกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเอง คือ ต้องเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตแบบเดิม ๆ

Mixed Yourself, Match Your Style @ Remixx

November 3rd, 2009 by womenblogs

 

Mixed Yourself, Match Your Style @ Remixx
     เสื้อผ้างานตัดเนี้ยบๆ แต่สวมใส่ง่าย แบบไม่ตามเทรนด์กับงานที่มีแนวทางการออกแบบไม่เหมือนใคร ด้วยผสานความเป็นตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน มีทั้งแนว ready to wear แฟชั่นสตรีทแวร์ ไปจนถึงชุดราตรี หาได้ไม่ยากหรอกในย่านสยามแสควร์ ณ ร้านนี้  Remixx !  ที่นี่ตอบโจทย์สำหรับสาวทันสมัยที่ไม่เรียบเกินไป รักสีสันรสมะนาวบ้างนิดหน่อยในชีวิตพอเป็นพิธี 

    ร้าน Remixx เปิดต้อนรับลูกค้ามา 2 ปีแล้ว ด้วยฝีมือการบริหารและการออกแบบของพี่ภูและพี่แอร์  ที่จะlaunch Collection ใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ ทุกๆ  2 ฤดู  คือ Spring/Summer และ  Autumn/Winter เรื่องเนื้อผ้ายิ่งไม่ต้องห่วง เพราะใช้เนื้อผ้าอย่างดี ยิ่งถ้าเป็นผ้าชีฟองด้วยแล้ว ที่นี่เลือกใช้ชีฟองญี่ปุ่นที่เหมาะกับอากาศและผิวพรรณของคนแถบเอเชีย 

women.mthai

ช้อปปิ้งไอเดีย @ Centerpoint Indy in Town

November 3rd, 2009 by womenblogs

Centerpoint Indy in Town

     วันนี้  women.mthai  จะพาไปดู แหล่งช้อปปิ้งของคนวัยมันส์ ที่นี่เลยค่ะ เซ็นเตอร์พ้อยท์ อินดี้ อินทาวน์ ที่นี่ เป็นที่ที่ให้น้องๆ นักเรียน นักศึกษาได้มาปล่อยของที่สร้างจากไอเดียเก๋ๆ ของพวกเค้า โดยจัดพื้นที่หน้าลานกว้างห้างเซ็นทรัลเวิลด์  มี Indy Shop (อินดี้ช็อป) กว่า 100 ร้านค้าให้เราได้มีเลือกช้อปกัน ของที่นำมาขายก็จะมีทั้งของ Hand Made (แฮนด์เมด) ที่น้องๆ นักเรียน นักศึกษา ทำกันเอง และก็มีของมือสอง ของน้องๆ เค้าด้วยนะคะ ที่น่าสนใจคือ มี Indy Show (อินดี้โชว์) วงดนตรีอินดี้สุดจี๊ดที่มาเรียกสีสันและบรรยากาศความคึกคักอีกด้วย อ้อ…ลืมบอกไปว่า Indy in Town มีที่ชั้น 7 บนห้าง เซ็นทรัลเวิลด์ ด้วยนะคะ แต่วันนี้  women.mthai  เก็บภาพบรรยากาศหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ มาฝากกันค่ะ

women.mthai

 

ซุกซน แสนหวาน @ ร้านสอง

November 3rd, 2009 by womenblogs

photo
photo
photo
photo
Next Image
จตุจักร, ร้านสอง, เสื้อผ้า, เครื่องประดับ
จตุจักร, ร้านสอง, เสื้อผ้า, เครื่องประดับ
จตุจักร, ร้านสอง, เสื้อผ้า, เครื่องประดับ
จตุจักร, ร้านสอง, เสื้อผ้า, เครื่องประดับ

ร้านสอง
  เราเหยียบย่างเข้าสู่ร้านสองด้วยความรู้สึกเหมือนก้าวเข้าสู่บ้านของเพื่อนสาว ไฟสีส้มส่องกระทบกับผนังร้านและเฟอร์นิเจอร์โทนสีขาวสบายตา สะท้อนแสงสู่เสื้อผ้าและเครื่องประดับในสไตล์ของสาวขึ้เล่น ซุกซน ที่จัดวางให้เราได้รื้อค้นตามใจชอบ  ใครที่นิยมของชิ้นเดียวก็จะถูกใจร้านนี้เช่นเดียวกับเราเพราะของเกือบทุกชิ้นในร้านจะมีเพียงแค่ไม่กี่ชิ้น เพราะเป็นงานแฮนด์เมดบ้าง และนำเข้าจากยุโรปบ้าง ซึ่งคุณเจี๊ยบและเพื่อนๆหุ้นส่วนได้คัดสรรมาแล้วอย่างดี รับรองว่าใส่ไปไหนก็จะไม่มีแฝดเดียวกันกับเรา ที่มาของชื่อร้านสองมาจาก ที่ตั้งร้านอยู่ที่จตุจักรโครงการ 2 ซ.2  อ้อ…เกือบลืมถ้าไปซื้อของร้านสองถึงปลายปีนี้ เพียงแค่บอกว่ารู้จักร้านจาก Shopping Guide ของ women.mthai.com รับส่วนลดจากร้านสองทันที  20 % ถึงปลายปีนี้เท่านั้นนะจ้ะ

women.mthai

Please Come Back ( @ ) Again !

November 3rd, 2009 by womenblogs

photo
photo
photo
photo
photo
Next Image
Again, ช็อปปิ้ง, สยามสแควร์, เสื้อผ้า
Again, ช็อปปิ้ง, สยามสแควร์, เสื้อผ้า
Again, ช็อปปิ้ง, สยามสแควร์, เสื้อผ้า
Again, ช็อปปิ้ง, สยามสแควร์, เสื้อผ้า
Again, ช็อปปิ้ง, สยามสแควร์, เสื้อผ้า

 
  Please Come Back ( @ )  Again !
   
     ถ้าใครเคยไปแวะเวียน เยี่ยมหน้าที่ร้านนี้มาบ้าง ก็คงจะติดใจกับสไตล์  Ready to Wear กันอยู่บ้าง ในคอนเซ็ปท์ในสไตล์น่ารัก น่าหยิก  ที่มิกซ์แอนด์แมทช์ กันได้ตามสบายแลใจรัก ดูเป็นสาวรีแลกซ์ ที่มีไลฟ์สไตล์ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน และเป็นตัวของตัวเอง  ถ้า  Again ไม่เด็ดจริงคงไม่อยู่มาได้ไถึง  8 ปี ที่เป็นเช่นนี้คงจะเป็นเพราะฝีมือการออกแบบและ  Service mind ที่ยอดเยี่ยมของพี่เอ๋ และพี่นุก เจ้าของร้าน ที่ทุ่มเทให้กับร้านนี้อย่างเต็มที่ในทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง จุดเด่นของร้านก็คงจะเป็นที่ กางเกงยีนส์
ขาเดฟ ที่ขายดิบขายดีมาตลอด จนเรียกได้ว่าเป็นหน้าเป็นตาของร้าน   ที่ขายหมดแล้วก็หมดเลย เพราะมีแบบละแค่  20 - 50 ตัวเท่านั้น! ก้อเนื้อผ้ายีนส์เป็นผ้าอย่างดีมาจากญี่ปุ่น ที่พี่ๆทั้งสองไปคัดเลือกมาเอง และออกแบบให้เป็นในสไตล์ของ  Again อย่างแท้จริง  แถมเสื้อผ้าแบบใหม่ๆก็ทยอยออกมาเรื่อยๆ เพื่อให้เราได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง !

     Again & Again ได้ตั้งแต่ บ่ายสอง - สองทุ่ม ที่ สยามสแควร์ ซ.4 ติดกับกาโตว์เฮ้าส์จ้า ถ้าไปไม่ถูกก็ โทร. (081) 318 - 4135 นะ 

women.mthai

สัดส่วนสวยๆ รูปร่างดีๆ ใครก็อยากได้ แต่ต้องทำยังไง?

November 3rd, 2009 by womenblogs

 สิ่งที่จะทำให้สาวมั่นทั้งหลายสามารถใช้ชีวิตได้อย่างโลดแล่น มีสีสัน และสนุกกับชีวิตได้อย่างเต็มที่ ไปพร้อมๆ กับการเป็นเจ้าของหุ่นสวย รูปร่างดี จนหนุ่มๆ ต้องเหลียวมอง และสาวๆ ด้วยกันต้องอิจฉา ทำได้ แค่ต้องรู้จักใช้ชีวิตให้เป็นระบบอย่างมีวินัย เช่น

 

1. เลือกทานอาหาร ที่มีประโยชน์ในปริมาณที่พอดีกับความต้องการของร่างกาย


2. เลือกทานอาหารประเภทไขมันต่ำ หรือที่ให้พลังงานต่ำ เช่น ผัก ผลไม้ หรืออาหารที่มีส่วนช่วยในการเผาผลาญ เช่น พริก ขิง เครื่องเทศต่างๆ
3. ดื่มน้ำผลไม้สด หรือ น้ำเปล่าให้มากๆ

 

  ออกกำลังกาย

 

4. ออกกำลังกาย ประมาณครั้งละ 30 นาที อย่างน้อยอาทิตย์ละ 4 ครั้ง เพราะนอกจากจะช่วยในการเผาผลาญ ควบคุมน้ำหนัก ยังได้เรื่องสุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย

กินอาหาร

 

 
5. กรณีน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง เนื่องจากกำลังอยู่ในช่วง วางแผนครอบครัว หรือการที่ยังไม่พร้อมจะมีบุตร ซึ่งผลจากการควบคุมดังกล่าวด้วยฮอร์โมนอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งอาจเป็นผลของ เอสโตรเจน ที่ทำให้เกิดการคั่งของน้ำและไขมันใต้ผิวหนัง หรือ เกิดจากฤทธิ์เสริมสร้าง (anabolic effect) ของฮอร์โมน โปรเจสโตรเจน ซึ่งจะทำให้มีความอยากอาหารมากขึ้น 

 

 

 

 

        ดังนั้น ควรพิจารณาเลือกใช้ฮอร์โมน เอสโตรเจน ที่มีขนาดต่ำๆ ควรอยู่ในปริมาณ 20-30 ไมโครกรัม และฮอร์โมน โปรเจสโตรเจน ที่ช่วยต้านการคั่งของน้ำ รวมทั้งควรเลือก โปรเจสโตรเจน ที่ไม่มีผลทางการเสริมสร้าง (anabolic effect)  หรือมีน้อย  จึงไม่เกิดความรู้สึกอยากอาหารมาก เมื่อไม่ทานอาหารเกินความต้องการของร่างกาย น้ำหนักตัวก็ไม่เพิ่ม ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ หรือ เภสัชกร เพื่อรับคำแนะนำถึงทางเลือกในการวางแผนครอบครัว เท่านี้รูปร่างดีๆ ก็ยังอยู่กับคุณ … ไปตลอด

 

 

 

 

 

อ้วนหรือไม่… ดูที่ตรงไหน?
     เรื่องความอ้วนไม่เข้าใครออกใคร การใช้ความรู้สึกส่วนตัวเป็นตัววัดว่าใครอ้วนไม่อ้วน จึงไม่สามารถบอกได้อย่างแท้จริง ผู้หญิงบางคนหุ่นกำลังพอดีก็อาจคิดว่าตัวเองอ้วนเกินพิกัด สาวชอบกินบางคนอ้วน ก็อาจยังคิดเข้าข้างตัวเองว่าเป็นแค่คนเจ้าเนื้อ เพราะฉะนั้นจึงมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เป็นดัชนีที่ดูความสัมพันธ์ระหว่างส่วนสูง และน้ำหนักตัว มาช่วยบอกว่าเราอยู่ในภาวะไหนกันแน่ ผอมไป ปกติ หรืออ้วนไป

 

ถ้าผลที่ได้ออกมา

    ตัวเลขดัชนีสูงกว่าค่ามาตรฐาน ก็แสดงว่าอยู่ในภาวะอ้วน ยิ่งตัวเลขสูงมากก็ยิ่งอ้วนมาก หรือดัชนีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แสดงว่ามีความสมดุลย์ที่ดีระหว่างการทานอาหาร และการออกกำลังกาย หรือถ้าค่าดัชนีต่ำกว่าค่ามาตรฐานก็แสดงว่าเริ่มผอมไป ยิ่งเลขต่ำมาก แสดงว่ายิ่งผอมมาก

women.mthai

 

 

 

« Previous Entries