‘นก-อุษณีย์’ รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป
October 18th, 2009 by womenblogs

กำลังตกเป็นข่าวประเด็นร้อนแรงเลยทีเดียว สำหรับนางร้าย หน้าหวาน นก-อุษณีย์ วัฒฐานะ ที่เพิ่งจะเลิกราแยกทาง กับพระเอกหนุ่มสุดฮอตอย่าง วี-วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ มาหมาด ๆ วันนี้ “ดาวต่างมุม” เลยดึงสาวนกมานั่งเปิดอกถึง “รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป” ทั้ง ๆ ที่ “แผลรัก” ยังสด ๆ อยู่ เอ้า! ไปฟังเรื่องราวจากปากของเธอกันเลยดีกว่าว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง
เข้ามาวงการได้อย่างไร
- นกเข้ามาประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ตอนปี 2548 ได้ตำแหน่ง “มิสป๊อปปูลาร์” ก็เป็นเหมือนใบเบิกทางในการทำงานในวงการบันเทิงของนก เราได้เซ็นสัญญากับทางช่อง 7 โดยอัตโนมัติ พอประกวดเสร็จได้อาทิตย์หนึ่งก็ได้เล่นละคร “เกิดแต่ตม” ตอนนั้นนกดีใจมาก เพราะมันเป็นความฝันและความตั้งใจของเราอยู่แล้วที่จะเข้ามาทำงานตรงนี้
แต่ภายนอกดูเป็นคนขี้อาย
- นิสัยส่วนตัวจะเป็นคนนิ่ง ๆ แต่ถ้าสนิทแล้วก็จะรู้ว่านกเป็นคนสนุก บ้า ๆ นกจะเป็นคนขี้อายในบางเรื่อง แต่ถ้าขึ้นเวทีหรือไฟส่องหน้าเมื่อไหร่ เราก็จะเปลี่ยนบุคลิกไปเลย
กับเรื่องงานตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
- ตั้งแต่เข้าวงการมา 3 ปี นกมีงานตลอด โชคดีที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส ถามว่าเหนื่อยมั้ย มันเหนื่อยเป็นบางช่วงมากกว่า เวลามีงานปุ๊บก็จะมีงานเข้ามาตลอด แต่พอมีเวลาว่างนกก็จะเริ่มฟุ้งซ่านแล้ว นกเลยอยากทำงานมากกว่า ถึงเหนื่อยแต่เราก็สนุก พอทำงานได้เงินเราก็จะหายเหนื่อยไปเอง
ช่วงหลังรับบทร้ายตลอด
- มันสลับกันมากกว่า แต่บังเอิญว่าช่วงหลังนกเล่นร้าย 3 เรื่องติด แต่หลังจากนี้ก็จะเล่นเป็นคนดีอีก 2 เรื่องติด ค่อนข้างชอบนะที่ได้เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แต่โดยส่วนตัวนกชอบเล่นร้ายมากกว่า เราได้ทำอะไรที่ชีวิตจริงเราทำไม่ได้ เช่น เวลาเราโกรธใครในสังคมจริง ๆ เราคงไม่สามารถอยู่ดี ๆ เดินไปด่าหรือตบคน ๆ นั้นแบบในละครได้ ต้องคิดถึงเรื่องกฎหมายและความถูกต้อง เล่นบทร้าย ๆ มันได้ปลดปล่อยดี ขณะเดียวกันนกก็รู้สึกว่าการเล่นเป็นคนดีมันยากสำหรับนกนะ ส่วนมากบทคนดีมักจะอ่อนแอ ร้องไห้กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ตัวนกเองค่อนข้างจะเป็นผู้ใหญ่ เรารู้สึกว่ากับเรื่องแค่นี้เราคงไม่เสียใจ กว่าจะเรียกน้ำตาได้แทบเหงื่อตกกันเลย

3 ปีที่ทำงานละคร คิดว่าฝีมือเราพัฒนาไปถึงไหน
- เราพยายามทำให้มันพัฒนา นกพยายามดูผลงานของตัวเอง เพื่อ เช็กแอ๊คติ้ง เสื้อผ้า หน้าและผม ค่อย ๆ พัฒนาทุก ๆ ด้าน แต่นกจะพยายาม เล่นให้ไม่ซ้ำ สมมุติเล่นร้ายพร้อมกัน 3 เรื่อง แต่เราก็จะพยายามแยกคาแรกเตอร์ตัวละครให้ชัด เขาอยากให้เราเล่นแบบไหนเราก็จะเล่นแบบนั้น
พอเข้ามาทำงานในวงการ ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมั้ย
- เปลี่ยนไปเยอะ อย่างแรกเลยชีวิตนกมีความสุขขึ้น เหมือนกับว่าเราได้ทำความฝันของตัวเองสำเร็จ ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรักและรอมาตลอดทั้งชีวิต ที่ผ่านมานกทำทุกอย่างเพื่อค้นหามัน ซึ่งตอนนี้เราเจอมันแล้วและทำทุกอย่างเพื่อประคองมันไว้ นกมุ่งมั่นมาตั้งแต่เด็ก จำได้ว่าเคยถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เราบอกว่าอยากเป็นดารา ครูและเพื่อนก็ขำ แต่พอถึงวันนี้ เวลาเจอเพื่อนเก่า เขาก็จะมาพูดกับเราว่าในที่สุดแกก็ทำได้นะ นอกจากนี้ยังให้โอกาส อื่น ๆ ในชีวิต เมื่อก่อนครอบครัวนกจนมาก ครอบครัวค่อนข้างแย่ เราต้องหาเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่เด็ก การได้เข้าวงการทำให้ชีวิตเราดีขึ้น จากแต่ก่อนมาอยู่กรุงเทพฯแบบไม่มีอะไรเลย มีแค่กระเป๋าเสื้อผ้าใบเดียว เดี๋ยวนี้มีบ้านมีรถ อาชีพนี้ไม่ได้ช่วยแค่นกคนเดียว ช่วยครอบครัวและญาติ ๆ นกด้วย เพราะตอนนี้นกเหมือนเป็นหลักให้กับครอบครัวและญาติ ๆ
ที่บอกว่าครอบครัวลำบากนั้น ลำบากขนาดไหน
- พ่อนกเสียตั้งแต่นกยังเด็ก เหลือแต่แม่คนเดียว แม่ก็ต้องเลี้ยงดูลูก 3 คน นกเป็นคนกลาง มีพี่ชาย 1 คน และน้องสาว 1 คน แต่ก่อนบ้านเราอยู่จันทบุรีมีสวน แต่พอพ่อตาย แม่ต้องทำงานคนเดียว บ้านก็มีหนี้สิน ช่วงนั้นแม่จะดื่มหนักมาก นกก็จะมีปัญหากับแม่เพราะไม่อยากให้แม่ดื่ม จนกระทั่งตอนที่นกเรียนมัธยมปลายจำได้ว่าแม่ต้องขายสวน ขายบ้าน สมบัติเหลืออยู่นิดเดียว ตอนนั้นวิกฤติมาก แม่เครียดจนหนีหายไปจากบ้าน พี่ชายนกเอนทรานซ์ติด มหาวิทยาลัย และสอบชิงทุนได้ เขาก็มาอยู่กรุงเทพฯและหางานพิเศษทำ แต่ตัวนกเอนทรานซ์ไม่ติด ตอนนั้นก็เจอแม่แล้ว แม่ก็บอกว่าแม่ดีใจนะที่นกเอนท์ไม่ติดไม่งั้นแม่คงส่งไม่ไหว นกเสียใจมากที่ได้ยินคำนี้
ตอนนั้นนกอยากมาอยู่กรุงเทพฯมาก มันเป็นความฝันของเรา แต่แม่ก็ให้นกไปเป็นแคชเชียร์ที่ จ.ตราด ซึ่งเราไม่ชอบงานนี้ ช่วงนั้นมีปัญหาไม่ค่อยคุยกับแม่ ตอนนั้นเราก็พยายามทำทุกวิถีทางให้ได้มาอยู่กรุงเทพฯ พอดีมีพี่ที่รู้จักคนหนึ่งเป็นคนขายเครื่องสำอาง เขาก็ชวนเราไปขายเครื่องสำอาง เราก็ถูกจับไปฝึกงานที่จันทบุรี 3 เดือน จากนั้นก็ได้ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ พอทำงานนั้นได้ปีกว่า ๆ ก็ลาออก เพราะมีเพื่อนชวนให้มาเป็นพริตตี้ มีรายได้เยอะกว่า เดือนนึงมีรายได้หลายหมื่นบาท แต่ด้วยความที่เรามุ่งมั่นอยากเข้าวงการมาก ก็เลยรู้สึกว่าถ้าเราอยากทำงานตรงนี้ เราก็ควรจะเรียนต่อ เลยไปเข้าเรียน คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พอเรียนอยู่ปี 3 ก็สมัครประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ก็เลยได้มาทำงานตรงนี้อย่างที่เราฝัน
นกได้อะไรจากความลำบากที่ผ่านเข้ามาในชีวิตบ้าง
- เยอะเลยนะ ที่ผ่านมาชีวิตนกเจอความลำบากมาเยอะ มันทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ ตอนที่แม่ไม่ส่งให้เราเรียน นกก็โกรธแม่นะ อารมณ์แบบเด็ก ๆ ใจนึงเราก็เข้าใจแม่ แต่อีกใจนึงก็เสียใจที่ชีวิตเป็นแบบนั้น แต่พอทุกวันนี้เราได้เป็นฝ่ายให้เขา ทำให้แม่ภูมิใจ เราก็ดีใจที่ได้ทำอะไรดี ๆ ให้กับครอบครัว
วกเรื่องความรักบ้าง ที่ผ่านมา วีออกมาพูดตรง ๆ เลยว่าเลิกแล้ว แต่นกกลับบอกว่าแค่ห่าง ๆ เหมือนว่าเรายังทำใจไม่ได้
- เราห่างกันจริง ๆ แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะเอายังไงดี ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ถามว่าวินาทีนั้นใครเป็นคนบอกเลิกก่อน คือมันไม่ได้มีใครบอกเลิกก่อนหรอกค่ะ เราสองคนมานั่งคุยกันเลย นกก็จะไป เขาก็พอแล้ว ต่างคนต่างรู้กัน
เสียใจมั้ยกับสิ่งที่เกิดขึ้น
- มันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว เสียใจ ผิดหวัง และโกรธ พี่วีน้ำตาตกใน แต่นกน้ำตาตกนอกนะ แต่ด้วยความที่เราเหนื่อย เราเลยยอมแพ้ มันไม่ใช่ จู่ ๆ เลิกกัน เรื่องมันสะสมมานานแล้ว เราก็เตรียมใจเอาไว้แล้วด้วย ก็เลยรับได้ส่วนหนึ่ง
women.mthai
- No Comments »
- Posted in Single







