สาวบริสุทธิ์… เขาดูกันยังไงนะ?

October 18th, 2009 by womenblogs

สาวน่ารัก 

     มาดูวิธีสังเกตุสาวๆ ที่บริสุทธิ์ ผุดผ่องกัน ว่าเขาจะมีอาการยังไงกัน เมื่อสาวๆ ที่คุณๆ ดูไว้มีอาการแบบนี้รับรองได้ว่าเขาหรือเธอต้องบริสุทธิ์แน่นอนจริงอะเปล่าเนี้ย?

     สาวๆ ที่ไม่เค้ย…ไม่เคย มีเพศสัมพันธ์มาก่อน หรือที่โสดซิง ซิง นั้นพวกหล่อนจะมีลักษณะดังนี้


+ เมื่อชายหนุ่มจ้องหน้าจะไม่กล้าสบตา

+ แต่จะแอบชำเลืองมองถ้าชายคนนั้นเป็นคนที่เธอแอบฝันถึง

+ เจ้าหล่อนจะเขินอาย ไม่กล้าสบตา ไม่ค่อยพูดจา เวลาคุยกันชายหนุ่ม

+ ถ้าผู้ชายเข้ามาใกล้สาวที่ไม่เคยผ่านมือชายจะรีบขยับหนีทันที

+ ถ้าชายหนุ่มแอบจับมือหรือกอด จะรีบดึงมือออก หรือไม่ก็ผลักผู้ชายออกไปอย่างแรง

+ เวลาที่คุณเธอเดินผ่านผู้ชาย จะกระมิดกระเมี้ยน เดินตัวลีบทันที

+ สาวๆ ใสๆ พวกนี้ยังชอบเล่นเหมือนเด็กๆ ชอบกระเซ้าเย้าแหย่

+ คุณเธอจะชอบดึงเสื้อกระโปรงเพราะกลัวว่าจะโป๊

+ สังเกตุท่านั่ง เวลาเจ้าหล่อนนั่งจะหนีบขาชิดกัน ยิ่งมีคนมองยิ่งหนีบขาแน่น

+ นอกจากนี้เวลาที่เธอเดิน จะเดินช้าๆ ค่อยๆ ไม่แกว่งแขน หรือส่ายไปส่ายมา

+ และเวลาจะหยิบของ เธอจะเอามือปิดอกเสื้อ หรือถ้าใส่กระโปร่งสั้นก็จะดึงกระโปร่งไว้

     แล้วมาดูกันต่อครับว่า…สาวโสดซิง ซิง เมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกแล้วจะมีอาการดังนี้

 

+ คุณเธอจะแข็งขืนเมื่อถูกกอด และจะดึงมือออกเมื่อชายหนุ่มพยายามถอดเสื้อผ้า

+ เมื่อมีเพศสัมพันธ์แล้วเธอจะเอามือปิดอกหรือหนีบขาไว้แน่น

+ จะผลักออกเมื่อชายกอดหรือขึ้นทับ และไม่กระดุกกระดิก,ไม่ตอบสนองใดๆ ปล่อยให้ผู้ชาย
ปฏิบัติฝ่ายเดียว

+ ไม่ให้เปิดไฟสว่าง…ไม่ส่งเสียงร้อง อย่างมากก็ครางนิดๆ และมีอาการเจ็บไม่มากก็น้อย

+ เมื่อชายเสร็จและจากออกเธอจะรีบเอาผ้าปิดและนอนเฉยไม่เข้าห้องน้ำในทันที

+ หลังจากเสร็จสิ้นการมีเพศสัมพันธ์แล้วเธอจะสวมเสื้อผ้ามิดชิดและนอนหันหลังให้

women.mthai

 

แตกเนื้อสาว เรามีอะไรเปลี่ยน?

October 18th, 2009 by womenblogs

สาวโสด แตกเนื้อสาว

      

     เมื่อร่างกายเจริญเติบโตขึ้นจนอายุราว 11 - 15 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่เด็กหญิงกำลังเข้าสู่วัยสาว ร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เช่น หน้าอกขยาย สะโพกผายขึ้น เสียงเปลี่ยน (บางคน) เป็นสิว มีขนขึ้นที่รักแร้และอวัยวะเพศ เป็นต้น

  หน้าอกและหัวนม

     นี่เป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษเลยล่ะ การเปลี่ยนแปลงบริเวณหน้าอกก็คือ จะมีอาการเสียวหรือคันที่หน้าอกและหัวนม และจะหายไปเองเมื่อหน้าอกโตเต็มที่แล้ว ผู้หญิงแต่ละคนจะมีลักษณะ ขนาด และรูปร่างของหน้าอกหลายแบบหรือหลายขนาด อาจจะนิ่มหรือกระชับก็ได้ และบางคนหน้าอกทั้ง 2 ข้างอาจมีขนาดแตกต่างกันเล็กน้อย ทั้งนี้เป็นไปตามกรรมพันธุ์และธรรมชาติของแต่ละบุคคล
    
    
นอกจากนี้ หัวนมของแต่ละคนก็อาจมีสีแตกต่างกัน บางคนอาจมีสีคล้ำ บางคนก็สีสดตามลักษณะผิว เป็นเรื่องธรรมชาติและไม่จำเป็นต้องซื้อยามาทาเพราะอาจทำให้เกิดการแพ้หรืออักเสบได้

  สะโพก
 
    
เมื่อเข้าสู่วัยสาว สะโพกของผู้หญิงทุกคนจะผายออก เพราะร่างกายมีการขยายตัว และมีการสะสมของไขมันบริเวณกล้ามเนื้อ หากสาวใดต้องการให้สะโพกของตนกระชับ ฟิตเปรี๊ยะ ก็ต้องคอยหมั่นบริหารร่างกายเป็นประจำ

     นอกจากนี้ บริเวณอวัยวะเพศภายนอกและระบบสืบพันธุ์จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นด้วย แต่เราจะไม่ค่อยรู้เลยเพราะมันเป็นเสมือนดินแดนลึกลับที่ผู้ใหญ่มักจะบอกกับเราว่า ไม่ควรไปสนใจหรือไปยุ่งกับมันมากนัก ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือเรื่องที่เราควรต้องเรียนรู้และเข้าใจให้มากทีเดียว เพราะมันไม่ใช่แค่อวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายเราเท่านั้นแต่ยังเป็นช่องทางที่จะนำความสุข หรือความทุกข์มาสู่ชีวิตเราก็ได้

women.mthai

วิธีเดทแบบประหยัด

October 18th, 2009 by womenblogs

คู่รักคู่ไหนที่อยากออกเดทแบบประหยัด วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีมาเสนอ…


คนโสด คู่รัก ความรัก ออกเดท

1. จูงมือกันเดินเล่นรอบหมู่บ้านตอนเย็น ๆ มองตากันซึ้งเวลาพระอาทิตย์ตก

2. ขี่จักรยานเที่ยวด้วยกัน

3. ไปปิกนิกในสวนสาธารณะตอนวันหยุด อย่าลืมทำอาหารไปกินเอง มีน้ำ มีเสื่อไปให้ครบ จะได้ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม

4. ไปเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ทางรถไฟแบบเช้าไป/เย็นกลับ ได้เห็นวิวสวย ๆ แปลกตา งบต่ำ แต่ได้ความรู้ใหม่ ๆ อีกเพียบ

5. เปลี่ยนจากเดินช้อปปิ้งห้างใหญ่ ๆ มาเดินตลาดนัดหรือจตุจักร ได้ของเก๋ ๆ แล้วยังแข่งกันต่อราคาอีกด้วย

6. เปลี่ยนจากดินเนอร์มื้อค่ำมาเป็นจิบกาแฟตอนบ่าย ๆ หามุมเงียบสักมุม นั่งอ่านหนังสือด้วยกัน บรรยากาศในร้านกาแฟ

7. ลองโทร. เข้าไปเล่นเกมชิงตั๋วหนัง ได้ดูหนังฟรี แบบมีลุ้น สนุกกว่าเดิมอีกเยอะเลย

8. ขึ้นรถไปเที่ยวนอกเมืองด้วยกัน แวะกินข้าวร้านอาหารริมทาง ไม่แพงแต่ได้บรรยากาศดี

9. แพ็คกระเป๋าหาทริปแบบโฮมสเตย์ ราคาเป็นกันเอง แถมยังได้สัมผัสชีวิตชาวบ้านอย่างที่ไม่เคยรู้จักอีกด้วย

10. ไปดูนิทรรศการงานศิลปะ ได้ทั้งอาหารตา และอาหารใจ แบบไม่ต้องเสียเงิน

อ่านแล้วถูกใจวิธีไหน ลองนำไปใช้กับคู่ตัวเองเลย

women.mthai

 

วิธีเข้าหาหนุ่มที่แอบปิ๊ง

October 18th, 2009 by womenblogs

สาว ๆ คนไหนที่กำลังแอบปิ๊งหนุ่มแปลกหน้า และอยากรู้จัก วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์ มีวิธีเข้าหาหนุ่มที่แอบปิ๊งมาบอกกัน…

คู่รัก คนโสด ปิ๊ง ตกหลุมรัก

>>>สบตาเข้าไว้

เริ่มด้วยการยืนใกล้ ๆ แค่พอให้เริ่มบทสนทนาได้ อย่าประชิดจนผู้ชายไร้ทางหนี จากนั้นประสานสายตาพร้อมกับยิ้มให้เขาแว่บเดียว แต่ต้องเป็นยิ้มสุดกระจ่างสว่างใจ แล้วนิ่งรอรอยยิ้มตอบกลับประมาณ 1-2 วินาที จึงมองไปทางอื่น หากเขายิ้มให้และสบตาเราตรง ๆ แสดงว่าเขาเปิดทางสู่บทสนทนา แต่ถ้าเขาหลบตาแล้วส่งยิ้มมุมปากเครียดๆ มาให้ ท่าทางจะยาก

>>>พูดอะไรก็ได้

ให้สนทนาไปเรื่อยเปื่อย ควรพูดถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในขณะนั้นซึ่งไม่ท้าทายหรือก้าวร้าวเกินไป หากกำลังยืนอยู่ในร้านเบเกอรี่ ให้ระงับอกระงับใจไม่หลุดปากถึงความหล่อล่ำของเขา สิ่งที่ควรพูดคือ “คุณเคยกินแซนวิชร้านนี้ไหม ฉันตัดสินใจไม่ถูกระหว่างแซนวิชไก่หรือทูน่า” ข้อควรจำคือ บทสนทนายิ่งธรรมดาเท่าไรก็ยิ่งเวิร์คเท่านั้น

>>>ทำยังไงดีถ้านึกอะไรไม่ออก

หากไม่รู้จะพูดอะไร ให้นึกถึงว่ามี ใคร อะไร เมื่อไร ที่ไหน และทำไม ตัวอย่างเช่น ถ้าเรากำลังอยู่ในงานเปิดนิทรรศการภาพถ่ายของใครคนหนึ่ง ลองเริ่มว่า “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ… คุณรู้จักแป๋ม(ชื่อช่างภาพ)หรือแค่ติดตามผลงานคะ” “รถติดไหมคะ วันนี้ฉันมาสายเลย” “ภาพถ่ายพวกนี้เยี่ยมมากเลยนะคะ” “คุณคิดยังไงกับผลงานของแป๋ม ฉันเป็นเพื่อนสนิทค่ะ แต่คุณพูดตรง ๆได้ เพราะเธอชอบคำวิจารณ์”

>>>สังเกตปฏิกิริยา

ถ้าเขายินดีสานบทสนทนาต่อไป รอยยิ้มของเขาจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ แถมยังขยับตัวเข้ามาใกล้และชะโงกตัวเข้าหาเราอย่างเห็นได้ชัด อย่าเพิ่งยอมแพ้หากผู้ชายไม่ทำท่าอะไรเลยในทันทีทันใด อารมณ์วิตกกังวลจะทำให้เราแปลความตื่นเต้นของเขาเป็นความเขินอายหรือหยิ่งขี้เก๊ก ผู้ชายก็ตื่นเต้นเป็น

>>>ไม่ให้ขาดตอน

เมื่อเปิดฉากสนทนาได้อย่างดีแล้ว ลองก้าวไปไกลกว่าเดิม โดยเปลี่ยนจากการสนทนาแสนสุภาพตามมารยาทสังคม ไปสู่การพูดคุยกันจริง ๆ ด้วยการถามถึงความรู้สึกหรือเหตุผล เช่น “คุณรู้สึกอย่างไรถ้า…” หากวิธีนี้ไม่ราบรื่นอย่างที่หวัง นั่นแสดงว่าเขาไม่สนใจ แถมยังไม่หลวมตัวไปกับเรา หรือไม่เราก็ถามคำถามปิดเกินไป คำถามเปิดคือคำถามที่ต้องการคำอธิบาย เช่น “คุณคิดยังไงกับร้านนี้” คำถามปิดคือคำถามที่ตอบแค่ใช่หรือไม่ เช่น “คุณมาที่นี่บ่อยไหมคะ” แต่ไม่ว่าจะยังไงต้องยิ้มเข้าไว้ ธรรมชาติของมนุษย์จะชอบคนที่มาแสดงออกว่าติดเนื้อพึงใจอย่างเห็นได้ชัด หากแสดงออกว่าเราแฮปปี้ที่ได้คุยกับเขา เขาก็จะเพลิดเพลินในการคุยกับเรา

>>>แค่มารยาทหรือเปล่า

เป็นไปได้ว่าการที่เขาพูดคุยกับเราอย่างสุภาพบุรุษที่สุดในโลก เขาอาจเป็นฝ่ายจบการสนทนาทันทีที่มีโอกาส ของแบบนี้ต้องทดสอบดู ลองขอตัวออกมากลางคันสัก 2-3 นาที แล้วดูว่าเขาชะเง้อชะแง้คอยเรากลับมาหรือเปล่า “ฉันจะไปหาอะไรดื่มสักหน่อย คุณอยากได้อะไรไหมคะ” ถ้าสนใจเราอยู่เขาจะตอบโอเคถึงแม้จริง ๆแล้วไม่อยากดื่มอะไรเลย แต่ถ้าเขาตอบว่า “ไม่เป็นไรครับ ผมไปเอาเองดีกว่า” หรือ “ผมคิดว่ารอเพื่อนมาก่อนดีกว่า” ถ้าเป็นอย่างนี้ เขาแค่มีมารยาท ไม่ได้ใยดีเราสักนิด

women.mthai

 

กรุ๊ปเลือด กับ การปฏิบัติตัว

October 18th, 2009 by womenblogs

 

 

กรุ๊ปเลือด A สิ่งที่ควรทำฝึกฝนการใช้ความคิดสร้างสรรค์และรู้จักแสดงความรู้สึกออกมาบ้าง 
 
กรุ๊ปเลือด A

สิ่งที่ควรทำ
1.ฝึกฝนการใช้ความคิดสร้างสรรค์และรู้จักแสดงความรู้สึกออกมาบ้าง
2.วางแผนการที่จะทำในแต่ละวัน
3.หาเวลาพักระหว่างวันทำงานอย่างน้อย 2 ช่วงๆ ละ 20 นาที ใช้เวลานั่งคิดไตร่ตรองสิ่งต่างๆ
4.รับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อ
5.บริโภคโปรตีนเพิ่มมากขึ้นในมื้อเช้าและลดปริมาณลงในมื้อเย็น
6.ไม่ควรกินเมื่อรู้สึกหงุดหงิด
7.เปลี่ยนมารับประทานอาหารมื้อเล็กๆ 6 มื้อ ต่อวัน แทน 3 มื้ออย่างเคย เพราะจำนวนครั้งที่ถี่มาก ขึ้นช่วยให้ระบบการเผาผลาญทำงานดีขึ้น
8.หาเวลาครึ่งชั่วโมงฝึกจิตใจให้สงบสัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์
9.หมั่นตรวจร่างกายเป็นประจำเพื่อป้องกันโรคมะเร็งและหัวใจ
10.เคี้ยวอาหารให้ละเอียดเพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

กินอย่างไร
คนที่มีกรุ๊ปเลือด A ควรงดนมสดรวมทั้งผลิตภัณฑ์จากนม เช่น เนยและชีส เพราะจะทำให้รู้สึก แน่นท้อง เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หันมารับประทานผักใบเขียวและใบเหลืองอย่างฟักทอง แครอท ผักขม บร็อคโคลี่ และพืชตระกูลถั่ว โดยเฉพาะถั่วเหลืองซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีนสูงและ ช่วยป้องกันโรคมะเร็งด้วย

ไม่ควรบริโภคเนื้อสัตว์มากเกินไปเพราะผู้ที่มีหมู่เลือดนี้ จะไม่ค่อยมีเอนไซม์และกรดในกระเพาะอาหารที่จำเป็นต่อการย่อยโปรตีนจากเนื้อสัตว์

ดื่มชาเขียวเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้ ควรจำกัดน้ำตาล คาเฟอีน และแอลกอฮอล์ เพราะสิ่งเหล่านี้จะไปเพิ่มความเครียด และทำให้กระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกายทำงานช้าลง

อาหารเช้าควรอุดมด้วยโปรตีน สำหรับคนกรุ๊ปเลือด A อาหารเช้าถือเป็นมื้อสำคัญที่สุด และไม่ควรอดอาหารเพราะจะก่อให้เกิดความเครียดได้ ออกกำลังกาย

คนกรุ๊ปเลือด A จะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดสูงมาก เนื่องจากร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาในปริมาณสูง แต่ฮอร์โมนดังกล่าวสามารถลดลงถ้าได้ทำกิจกรรมที่ร่างกายต้องจดจ่ออยู่กับสิ่งๆหนึ่ง อย่างโยคะ ไทชิ หรือฝึกสมาธิกำหนดลมหายใจ

จัดการกับอารมณ์
1. ระบายความรู้สึกออกมาถ้าต้องการอย่าเก็บกดเอาไว้
2. ก่อนจะเริ่มกิจกรรมหรืองานอื่นต้องจัดการสิ่งที่ยังคั่งค้างอยู่ให้เสร็จ
3. เด็ดเดี่ยว กล้าตัดสินใจการผัดวันประกันพรุ่งจะทำให้เกิดความเครียดได้
4. ใน 1 เดือน หาเวลา 1 วัน อยู่เงียบๆ เพียงลำพัง
5. หากออกกำลังกาย อย่าหักโหมต้องหยุดพักก่อนถึงขีดจำกัดของร่างกาย

กรุ๊ปเลือด B

สิ่งที่ควรทำ
1. สำหรับคนที่มีกรุ๊ปเลือดนี้จิตนาการเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่จะพาไป สู่ความสำเร็จได้ในยามว่างควรฝึกใช้จินตนาการเพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย
2. สังสรรค์สมาคมกับเพื่อนๆ คนรอบข้างหรือร่วมกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น สิ่งนี้จะเป็นโอกาสช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในกลุ่มให้กับคุณ
3. จงทำตัวให้เป็นธรรมชาติ

กินอย่างไร
ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด B ควรบริโภคเนื้อสัตว์ที่ปลอดสารปรุงแต่งเจือปนและไม่ติดมัน หลายๆ ครั้งใน 1 สัปดาห์เพราะคนหมู่เลือดนี้สามารถเผาผลาญโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ดี

ไม่ควรบริโภคอาหาร ประเภทคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป และหลีกเลี่ยงเนื้อไก่ แต่นมและผลิตภัณฑ์จากนมกลับเหมาะสำหรับคนกรุ๊ปเลือด B เป็นอย่างมาก ออกกำลังกาย ผู้มีกรุ๊ปเลือด B ควรออกกำลังกายประเภทท้าทายร่างกายและจิตใจ

กิจกรรมที่เหมาะต้องเป็นประเภทที่ใช้สมาธิควบคู่กับการออกแรงมาก เช่น เทนนิส ศิลปะการต่อสู้ ปั่นจักรยาน เดินทางไกล และกอล์ฟ

จัดการกับอารมณ์
คนกรุ๊ปเลือด B เมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะสมดุล ก็จะสามารถขจัดความเครียด และความวิตกกังวลลงได้ แต่เมื่อใดที่ไม่อยู่ในสภาวะสมดุลระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลจะเพิ่มสูงขึ้น และทำให้มีโอกาสที่จะติดเชื้อไวรัส เกิดอาการเหนื่อยล้าเป็นเวลานาน จิตใจมัวหมองและภูมิคุ้มกันบกพร่อง สิ่งที่ต้องทำ คือ ลดฮอร์โมนคอร์ติซอล ที่ร่างกายหลั่งออกมาเพื่อตอบสนองต่อสภาวะเครียด ด้วยการทำสมาธิและการใช้จินตนาการหากิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิดสมาธิ ซึ่งไทชิจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดนอกจากช่วยลดความเครียดแล้วยังลดความดันโลหิต และทำให้รู้สึกผ่อนคลายช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น และอาจฟังดนตรีแนวที่ช่วยลดความเครียดหรือเพลงที่ทำให้เกิดจินตนาการ

กรุ๊ปเลือด AB

สิ่งที่ควรทำ
1. ฝึกฝนนิสัยเป็นมิตรของคุณโดยเปิดรับสิ่งใหม่ๆ รอบตัว และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่มีการแข่งขันสูง
2. เลิกหมกมุ่นกับปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมได้หรือไม่ได้มีผลกระทบต่อคุณ
3. ฝึกใช้จินตนาการเป็นประจำทุกวัน
4. มีแผนการที่ชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายที่ต้องการบรรลุโดยกำหนดเป็นรายปีเดือน สัปดาห์หรือต่อวัน
5. ค่อยๆ เปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่าพยายามจัดการกับทุกสิ่งในเวลาเดียวกัน

กินอย่างไร
ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB ต้องจำกัดปริมาณเนื้อสัตว์สีแดงและไม่ควรรับประทานเนื้อไก่ เนื่องจากร่างกายมีกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะอาหารและน้ำย่อยในลำไส้มีปริมาณน้อย ทำให้ย่อยอาหารได้ยากเปลี่ยนมาบริโภคผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ปลา ไข่ไก่ และผักแทน

อาหารที่ควรเลี่ยง สำหรับคนกรุ๊ปเลือด A และ B ก็ควรจะเลี่ยงในผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB ด้วยกัน เช่น ไม่ควรบริโภค คาเฟอีน และแอลกอฮอล์มากเกินไป เพราะคาเฟอีนจะไปกระตุ้นให้ร่างกาย หลั่งสารอะดรีนาลีน และนอร์อะดรีนาลีน ซึ่งคนกรุ๊ปเลือด AB มีมากอยู่แล้ว ไม่ควรอดอาหารเพราะจะทำให้เกิดความเครียด

ออกกำลังกาย
ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB ควรทำกิจกรรมทั้งประเภทที่ก่อให้เกิดความสงบนิ่งและใช้แรงมาก เช่น โยคะและ การเต้นแอโรบิค

จัดการกับอารมณ์
1. วางแผนล่วงหน้าว่าจะทำอะไรเพื่อช่วยลดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันและไม่ให้เกิดความเร่งรีบจนทำอะไรไม่ถูก
2. หยุดพักในวันทำงานด้วยการทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะถ้างานของคุณต้องนั่งอยู่กับที่ เพราะจะช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น
3. ปลีกเวลาไปตอบแทนสังคมบ้างเพราะคนกรุ๊ปเลือดนี้มีพื้นฐานเป็นคนใจบุญสุนทาน และเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมโลกซึ่งอาจใช้วิธีบริจาคเงินหรือสิ่งของให้แก่ผู้ยากไร้

กรุ๊ปเลือด O

สิ่งที่ควรทำ
1. มีแผนการที่ชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายที่ต้องการบรรลุ โดยกำหนดเป็นรายปี เดือน สัปดาห์หรือต่อวัน
2. หลีกเลี่ยงการตัดสินใจในเรื่องใหญ่ๆ และอย่าใช้เงินเมื่อเกิดความรู้สึกเครียด
3. หากรู้สึกเครียดหรือหงุดหงิดพยายามทำให้ร่างกายเกิดความเคลื่อนไหว
4. เมื่อเกิดความอยากเหล้า บุหรี่ น้ำตาล และยานอนหลับ สิ่งเหล่านี้จะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารที่ทำให้เกิดความสุขในระยะแรกเท่านั้น ควรหากิจกรรมอย่างอื่นแทน

กินอย่างไร
อาหารประเภทโปรตีนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด O ควรรับประทานเนื้อสัตว์ต่างๆให้มาก ยกเว้นหมู นมและผลิตภัณฑ์จากนมให้บริโภคแต่น้อย เพราะร่างกายจะย่อยได้ยาก จำกัดปริมาณการบริโภคถั่ว รับประทานผักผลไม้ให้มากและเปลี่ยนมาดื่มชาเขียวแทนกาแฟ

ออกกำลังกาย
คนมีกรุ๊ปเลือด O ที่ออกกำลังสม่ำเสมอจะมีการตอบสนองต่ออารมณ์ดียิ่งขึ้น การเต้นแอโรบิค วิ่งหรือปั่นจักรยาน ครั้งละ 30 - 45 นาที ประมาณ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยให้เกิดสภาวะสมดุลของอารมณ์

จัดการกับอารมณ์
1. กำหนดแผนการว่าจะทำอะไรเพื่อลดความซ้ำซากจำเจ เพราะเมื่อคนกรุ๊ปเลือด O รู้สึกเบื่อพวกเขามักทำอะไรเสี่ยงๆ

2. ฝึกรับมือกับความโกรธด้วยวิธีการดังนี้เมื่อรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมอารมณ์โกรธ ไปเดินเล่นสักพัก ดื่มน้ำ ออกกำลังหรือเขียนระบายความรู้สึกออกมา รอจนกว่าจะหายโกรธแล้วค่อยกลับมาจัดการกับปัญหา อีกวิธีคือเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา บ่อยครั้งความโกรธมีสาเหตุมาจากการเสียความสามารถในการควบคุม
เมื่อคุณเลือกที่จะแก้ปัญหามากกว่าจะระเบิดอารมณ์โกรธออกมา ก็จะสามารถควบคุมระดับความเครียดในร่างกายให้คงที่ได้

women.mthai

ดวงตาทายนิสัย

October 18th, 2009 by womenblogs

 

 

ดวงตาทายนิสัย

ดวงตา


 ลองสังเกตดวงตาของแต่ละคนดูสิ แล้วจะรู้ว่าเขาหรือเธอมีนิสัยอย่างไร
ตายาว และมีประกายแวววาว ตามตำราว่า จะเป็นผู้ที่มีบุญวาสนา
ตาขาวมากกว่าตาดำ สาวๆ ที่มีตาขาวมากกว่าตาดำ มักเป็นคนที่มีนิสัยดุร้ายนักแล หนุ่มใดที่ได้เป็นแฟนต้องระวัง เพราะเธออาจเจี๋ยนคุณได้ถ้านอกใจ
ตาโต ดำขลับ และมักมองตรงๆไม่วอกแวก ดวงของสาวคนนี้ จะส่งเสิรมให้สามีเจริญรุ่งเรือง และตัวเองก็มีความสุขจนแก่เฒ่า
ตาดำและตาขาวแจ่มใส สาวคนนี้เป็นคนซื่อสัตว์ รักเดียวใจเดียว หากแต่งงานก็จะจงรักภัคดีต่อสามีไปจนตาย
ขอบตาดำ และมีขนตาดกหนา ตาเยิ้มหวาน มักเป็นสาวไฟแรงสูง ไม่ยอมอยู่ในกรอบสังคม เธอมักทำตามอำเภอใจ และแหวกม่านประเพณีได้ง่ายๆ
ตาเล็ก เบ้าตาลึก คนที่มีตาลักษณะนี้มักเป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหวง่าย โกรธง่าย อารมณ์ร้อน อย่าได้พูดผิดหูเชียวนะ
ตาซ้ายเล็ก ผู้ชายที่มีตาซ้ายเล็กกว่าตาขวามักเป็นคนกลัวเมีย แต่ถ้าตาเล็กและตาดำขุ่นมัว มักเป็นคนจิตใจรวนเร
ดวงตามีประกายแข็งกล้า ไม่หวั่นเกรง นัยว่าเป็นคนทะนงตน แต่ถ้าชอบชำเลืองมองคนด้วยหางตาละก็ มักเป็นคนใจคอโหดเหี้ยม หากชอบชำเลืองมองคนด้วยหางตา แถมตาเขด้วย มักเป็นคนโลภมากไปทุกเรื่อง มีนิสัยเจ้าชู้


ตาโปนและแวววาว ส่อนิสัยว่าเป็นคนเจ้าชู้ ดังนั้น ถ้าสาวๆเจอหนุ่มลักษณะนี้ ต้องระวังถูกฟันแล้วทิ้ง แต่ถ้าตาโปนแฝงประกายาดุดัน ส่อว่าจะมีอายุสั้น แต่ถ้าตาโตโดยที่มีหน้าตาสดใส มีสง่าราศีแสดงว่าเป็นคนทำมาหากินขึ้น

 

women.mthai

ความรักต้องการความชัดเจนและสม่ำเสมอ

October 18th, 2009 by womenblogs

 

  วันก่อนผมไปงานแต่งงานอดีตกิ๊ก (ที่ไม่ได้แปลว่าชู้… แต่เป็นคนที่มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน) เราไม่ได้เจอกันมาเกือบปีจากการเจอกันครั้งสุดท้าย… ด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้ แต่ผมพยายามนึกเองว่า

  วันก่อนผมไปงานแต่งงานอดีตกิ๊ก (ที่ไม่ได้แปลว่าชู้… แต่เป็นคนที่มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน) เราไม่ได้เจอกันมาเกือบปีจากการเจอกันครั้งสุดท้าย… ด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้ แต่ผมพยายามนึกเองว่า

 

เป็นเพราะงานเยอะ ไม่มีเวลา… ที่ทำให้เราห่าง ๆ กันไป 

   ผมยังจำได้… วันที่เราเจอกันครั้งแรก ผมไปหาเพื่อนที่คณะของเธอ เราอยู่สถาบันเดียวกัน แต่คนละฝั่งถนน ผมเห็นเธอเล่นกับหมาสกปรก ๆ ตัวนึง ภาพนั้นยังชัดเจนอยู่เลย ผู้หญิงผมยาว หน้าตาน่ารัก เล่นกับหมามอมแมม เธอเอาลูกชิ้นปิ้งมาให้น้องหมากิน ลูบหัวลูบหูมันแบบไม่รังเกียจ ผมไม่เคยจีบผู้หญิง จีบไม่เป็นด้วย แต่ผมขอให้เพื่อนแนะนำเธอให้รู้จัก แสดงให้เห็นว่าผมสนใจเธอ ไม่รู้เรียกว่าจีบหรือเปล่า เราคุยกันถูกคอเรื่องหมา เรื่องหนัง เรื่องเพลง เรื่องนินทาเพื่อนของเรา และเรื่องการเรียนที่เธอสนใจการเรียนของคณะผม และผมสนใจการเรียนคณะเธอซึ่งเป็นคนละสาย

   ความสัมพันธ์ก่อตัว… เราอาจจะเป็นมากกว่าเพื่อน แต่ก็ไม่รู้จะใช้คำว่าแฟนได้ไหม เราไปกินข้าวด้วยกันทุกวัน ผมเดินไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์ทุกเย็น เราโทร.คุยกันบ่อย ๆ ถึงจะไม่บ่อยมาก วันหยุดเรานัดไปดูหนังด้วยกัน ผมถือของให้เวลาเธอไปชอปปิ้ง แต่เราไม่เคยบอกว่าต่างคนต่างรู้สึกยังไง ไม่เคยบอกใครและไม่เคยบอกกันว่าตกลงเราเป็นแฟนกัน ไม่เคยมีคำพูดหวานๆ หรือการกระทำที่มันพิเศษมากไปกว่านี้

   จนเราเรียนจบ… พอเริ่มทำงาน สังคมก็เริ่มเปลี่ยน เวลาและความวุ่นวายหน้าที่การงานทำให้ความกระตือรือล้นที่จะเจอกันน้อยลง ความถี่ในการโทรหากันห่างขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจำไม่ได้ ว่าครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน กินข้าวกัน ดูหนังด้วยกัน และโทรศัพท์คุยกัน คือ เมื่อไหร่ ผมไม่คิดถึงเธอหรือเปล่า… ก็ไม่เชิง เพียงแต่มันมีเรื่องอื่นให้คิดมากกว่า จนเหมือนหลง ๆ ลืม ๆ เธอไป…


   เรามาเจอกันอีกที… ตอนงานแต่งงานเพื่อนคนที่แนะนำให้เรารู้จักกัน หลังจากเรียนจบหลายปี เรายังคุยกันเหมือนเดิม แต่เหมือนระยะห่างมากขึ้น เราไม่ถามกันว่าแต่ละคนหายไปไหนมา ถามแต่ว่ากำลังทำงานอะไรอยู่ เป็นไงบ้าง แล้วเราก็ห่างหายกันไปอีกครั้ง…

   แล้ววันนึง… เธอก็โทรมาหาผม บอกว่ากำลังจะแต่งงานกับชาวต่างชาติ ที่ทำงานที่เดียวกันกับเธอ ผมบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง เราห่างกันจนผมไม่ควรจะหวงเธอแล้ว… แต่ผมก็รู้สึกใจหาย มันรู้สึกแปลก ๆ เหงา ๆ หัวใจหวิว ๆ ยังไงไม่รู้ ผมไปงานแต่งงานของเธอ… บอกตรงๆ ว่าตอนอยู่ในงาน ผมนึกในใจว่าทำไมผู้ชายที่ยืนข้างเธอไม่ใช่ผม แต่วันนั้นผมก็ได้แสดงความยินดีกับเธอไปอย่างเต็มใจ

   เมื่อคืน เธอโทรมาหาผม… เราคุยกันมากขึ้นกว่าตอนที่ห่างหาย ที่จริงผมเริ่มทำใจได้บ้างแล้วล่ะ ก็เลยแกล้งบอกเธอไปว่า…

 
     “เนี่ย พอบีแต่งงานไปโอเลยไม่รู้จะแต่งกับใคร” เธอหัวเราะ ถามว่า
     “นี่โออยากแต่งงานกับบีด้วยเหรอ นึกว่าไม่อยาก” ผมก็
     “อ้าว ทำไมล่ะ โอดูไม่ชอบบีเหรอ” เธอนิ่งไปแป๊บนึง แล้วก็ถามแบบเสียงซีเรียส
ว่า…
     “ถามจริงเถอะ บีอยากรู้มานานแล้ว ว่าที่ผ่านมาโอคิดยังไงกับบี” ผมถามย้อนกลับว่า
     “ที่เราไปกินข้าว ดูหนัง
กันเนี่ย มันไม่ได้หมายความว่าชอบเหรอ ไม่เคยทำแบบนี้กับใครเลยนะ” 

   จากนั้นผมถึงได้รู้ว่า เธอรู้สึกไม่เข้าใจว่าผมคิดไงมาตลอด เพราะเราไปไหนมาไหนด้วยกันทุกวัน คุยกันทุกวัน แต่ผมไม่เคยมีอะไรหวานๆ ไม่เคยแสดงความห่วงใยเป็นพิเศษ ไม่เคยบอกว่าชอบเธอ ไม่รู้ว่าเราเป็นแฟน… หรือเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก ซึ่งสิ่งที่เธออยากรู้คือผมชอบเธอระดับไหนแค่คนควงเล่นหรือมากกว่านั้น (ผมดูเหมือนคนคบผู้หญิงไว้ควงเล่นขนาดนั้นเลยเหรอ…) เพราะเป็นผู้หญิง… ทำให้เธอไม่เคยกล้าถาม แต่วันนี้ถามฐานะ เพื่อนเก่า  ตอนนั้นผมเองก็ไม่ได้พูด เพราะพูดไม่เป็น แล้วก็ไม่นึกว่าผู้หญิงจะต้องการการแสดงออกที่ชัดเจนมากกว่านี้ ยิ่งพอเรียนจบ ผมเหมือนหายไปเลย… ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน ผมรู้สึกเหมือนกับว่า หัวข้อการคุยหลังจากนั้น คือ เราต่างเสียดายที่เราไม่เปิดเผยความรู้สึกให้อีกฝ่ายมากกว่านี้ในตอนนั้น ถึงเราจะคุยกันเหมือนเป็นเรื่องน่าขำ…

   หลังจากวางสาย… ผมรู้สึกเหงา ๆ หวิว ๆ ยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าเธอจะแต่งงาน มันเหมือนอะไรบางอย่างที่เราควรจะรักษาไว้ แต่กลับรักษาไม่ได้ แล้วตอนนี้มันก็สายเกินไปที่จะเรียกกลับมา ก็หวังว่าความเหงาแบบนี้มันคงจะผ่านไป… ไม่กี่วันหลังงาน ผมได้รูปแต่งงานของเธอมา (ผมขอรูปเจ้าสาวที่เธอไปถ่ายติดหน้างานไว้) ผมดูแล้วก็ยิ้ม ๆ ทุกครั้ง ใช่ครับ… ถึงมันจะเศร้า แต่อย่างน้อยเธอก็เป็นความทรงจำที่ดี ตอนที่ผมเห็นรูปนี้ครั้งแรก ผมไม่เคยฝันว่างานแต่งงานผมจะเป็นไง… เจ้าสาวผมจะเป็นใคร หน้าตาแบบไหน ไม่เคยคิดด้วยซ้ำ… ว่าตัวเองจะแต่งงานหรือเปล่า แต่รูปถ่ายผู้หญิงปล่อยผมยาว ยิ้มกว้าง แต่งหน้าอ่อนๆ ใส่ชุดสีขาวสบายๆริมสระน้ำ… ทัดดอกไม้สีขาวที่หู รูปนี้ ผมรู้สึก เสียดายจริง ๆ ที่เธอไม่ใช่เจ้าสาวของผม ไม่ได้ใส่ชุดนี้เพื่อผม ในแต่งงานของเธอ ทุกครั้งที่มองเธอ ผมถามตัวเองตลอด… ว่าทำไมผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างเธอวันนี้ไม่ใช่ผม แต่คำตอบของสิ่งที่ผมถามตัวเอง… ผมก็รู้ว่าเพราะอะไร

   เหตุการณ์นี้คงเป็นบทเรียนนะครับ ซึ่งไม่รู้ผมจะมีโอกาสได้แก้ตัวอีกหรือเปล่า เรื่องของคนที่ไม่ชัดเจน ไม่สม่ำเสมอ และเข้าใจยาก อย่างผม อยากเอามาเล่าสู่กันฟัง ไม่อยากให้เกิดกับใคร… ใครที่ยังมีสิ่งที่ตัวเองหลงลืมลองย้อนหันกลับไปมอง และเอาใจใส่ให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นอีกนิดนะครับ จะได้ไม่ต้องมานึกเสียดายทีหลัง… ถ้าสิ่งนั้นพลาด หรือหลุดลอยไป หรือถ้าพลาด อย่างน้อยก็ยังรู้สึกว่าได้ทำเต็มที่แล้ว ไม่ใช่พลาด เพราะปล่อยปละละเลย

อย่าลืมนะครับ…ขอย้ำอีกทีว่า

women.mthai

“ประโยคน้ำเน่า” ที่ผู้ชาย “อยากได้เรา”

October 18th, 2009 by womenblogs


 

       ถึงแม้หลายคนจะบอกว่าผู้หญิงเดี๋ยวนี้รู้ทันผู้ชายไปซะทุกเรื่อง แต่อย่าลืมว่าผู้ชายเค้าก็มีมารยาเหมือนกัน และมารยาของเค้าก็สามารถทำให้คุณมาสยบข้างกายของเค้าได้ ลองดูซิว่าผู้ชายแบบนี้จะมีเล่ห์เหลี่ยมอะไรแอบแฝงมาบ้าง ?

     “ชีวิตนี้ผมจะไม่ขอรักใครอีก นอกจากคุณคนเดียว” (ผู้ชายร้อยละ 90 พูดโกหก)

แหม…ได้ยินประโยคนี้แล้ว แทบจะอ้วกเหมือนว่ากำลังดูละครน้ำเน่าอยู่ แล้วถ้าได้ยินคำนี้อย่าคิดว่าเค้าจะรักตามที่พูดได้นะ เพราะว่าถ้าเค้ารักคุณมากได้ เค้าก็สามารถรักคนอื่นมากได้เช่นกัน

     “เธอจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักมากที่สุด” (ผู้ชายร้อยละ 85 พูดโกหก)

ยิ่งประโยคนี้ ฟังแล้วชวนเลี่ยน เพราะว่าถ้าเค้าบอกว่าคุณเป็นผู้หญิงคนเดียวที่รักที่สุดในโลก อ้าว!! แล้วแม่ย่ายายป้าอาน้าบุพการีที่เป็นผู้หญิงล่ะ เค้าไม่รักเหรอ?

     “ผมไม่เคยยอมใครขนาดนี้มาก่อน” (ผู้ชายร้อยละ 83 พูดโกหก)

ผู้ชายพูดคำๆ นี้ออกมา แสดงว่าเค้าจะทำให้ทุกอย่างให้คุณยอมเค้าให้ได้ ด้วยวิธีแบบละมุนละไมและได้ใจคุณมากที่สุด ซึ่งถ้าคุณเผลอใจไปนั่นแหละเท่ากับคุณได้พ่ายแพ้เค้าแล้ว

     “ให้อภัยผมเถอะ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว” (ผู้ชายร้อยละ 65 พูดโกหก)

การให้อภัยนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่แหม…ถ้าทำแบบนี้หลายๆ ครั้ง ซ้ำไปซ้ำมา แล้วจุดจบก็คือกลับมาให้อภัย ทั้งๆ ก็เตือนแล้ว เรียกว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป อนาคตที่จะแต่งงานกันก็เลิกคิดไปได้เลย

     “คิดถึงจนทนไม่ไหวแล้ว ออกมาเจอกันหน่อยนะ” (ผู้ชายร้อยละ 88 พูดโกหก)

เป็นประโยคที่ริเริ่มการล่อลวงคุณสาวๆ ให้หลงเชื่อก่อน แล้วต่อจากนั้นคุณก็จะตกไปอยู่ในกำมือของเค้าแบบไม่ทันตั้งตัว ระวัง!! ถ้าคุณออกไปหาเค้า เดี๋ยวเค้าจะคิดว่าคุณง่ายจริงๆ

     “ขอนอนกอดเฉยๆ ก็พอ” (ผู้ชายร้อยละ 89 พูดโกหก)

ถ้าใครเชื่อประโยคนี้ ถ้าไม่เป็นบ้าก็ต้องยาสั่งแน่ๆ ผู้ชายเกือบทั้งร้อยจะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอดของตัวเองหลุดมือหรอก เพราะว่าถ้าคุณยอมเค้า ผู้ชายประเภทนี้ ได้คืบเดี๋ยวจะเอาศอกต่อ ไม่เชื่อลองวัดใจดูซิ

     “ผู้หญิงคนนั้น เป็นแค่เพื่อนจริงๆ” (ผู้ชายร้อยละ 65 พูดโกหก) 

เค้าอาจจะพูดจริงก็ได้ แล้วถ้าเอาให้ชัวร์ เวลาที่เราเจอผู้หญิงคนนั้นพร้อมกับเค้า ดูซิว่าเค้าจะแนะนำเราว่าอยู่ในฐานะอะไร แต่ก็ไว้ใจไม่ค่อยได้ คุณอย่าลืมซิว่าผู้ชายมักจะอ่อนไหวง่ายกว่าผู้หญิงโดยเฉพาะเรื่องแบบนี้

     “อยากเจอจะตายไป แต่ผมไม่ว่างจริงๆ” (ผู้ชายร้อยละ 85 พูดโกหก)

ก็ขอให้มันเป็นดั่งคำที่พูดออกมาจากใจแล้วกัน แต่ถ้ารักกันจริง มันก็ต้องหาเวลาว่างมาเจอหน้ากันบ้าง ไม่ใช่อ้างว่าไม่ว่างตลอดเวลา และสิ่งที่อ้างว่าไม่ว่าง คุณผู้ชายของคุณอาจจะไปเฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนๆ หรือถ้าเลวร้ายกว่านั้น อาจจะอยู่กับกิ๊กใหม่ก็ได้

     “ถ้าวันไหนต้องเลิกกัน ผมยังห่วงคุณเหมือนเดิม” (ผู้ชายร้อยละ 95 พูดโกหก)  

ฟังแล้วซึ้งกินใจเหมือนว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงในนิยาย แต่ฟังดูดีๆ คุณเองอาจจะยังไม่ได้เลิกกับเค้า แล้วเค้าจะพูดแบบนี้ทำไม หรือว่าจะทำคะแนนเรียกร้องความสงสาร ผู้ชายแบบนี้ น่ารำคาญ…

women.mthai

น้องสาวเรา ยังสบายดีอยู่มั้ย?

October 18th, 2009 by womenblogs

 

 

 

       ใครว่าผู้หญิงไม่มีจุดยุทธศาสตร์ที่ต้องดูแลเหมือนหนุ่มๆ ขอเถียงสุดใจขาดดิ้นเลย สาวๆ เค้าก็มีเหมือนกันจ๊ะ ถ้าไม่ดูแลให้ดีก็อาจทำให้น้องเจ็บตัวกันได้ง่ายๆ บางลีลา บางจังหวะ อาจทำร้ายส่วนสำคัญนี้อย่างที่คุณไม่รู้ตัว ก็บริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมนั้นเป็นจุดรวมของเส้นประสาทที่ไวต่อความรู้สึกจำนวนมาก บางครั้งอาจจะรู้สึกเจ็บขึ้นมาได้ง่ายๆ และเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ อย่างที่เราคาดไม่ถึงเชียวล่ะ

 

     การใส่สเตย์ ชุดชั้นใน หรือกางเกงยีนส์คับติ้ว


เรื่องการแต่งตัวก่อนเลย สาวๆ รู้มั้ย การใส่สเตย์ ชุดชั้นใน หรือกางเกงยีนส์คับติ้ว สุดแสนจะรัดจนน้องแทบหายใจไม่ออก สาวๆ เลิกซะทีเถอะในการทรมานน้องด้วยวิธีนี้น่ะ

 

 

     การไม่ค่อยเปลี่ยนผ้าอนามัยในเวลามีรอบเดือน


ในหนึ่งวัน สาวๆ ควรจะเปลี่ยนผ้าอนามัย 3-4 ชั่วโมง/ครั้ง ไม่ใช่วันละครั้งสองครั้งนะ ถ้าไม่เช่นนั้นผลที่ตามมาอาจใหญ่หลวงกว่าที่คิดไว้ก็ได้ นั่นก็คือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ หรือการก่อเกิดเชื้อโรคต่างๆ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนล่ะ

 

 

     การนั่งในอิริยาบถเดิมนานๆ


สาวๆ ที่ต้องนั่งในอิริยาบถเดิมนานๆ สาวออฟฟิศที่ต้องทำงานติดเก้าอี้อยู่เกือบทั้งวัน ความเปลี่ยนอิริยาบถบ้างก็ดีนะ ลุกขึ้นมาเดินเหินซะบ้าง ยืดเส้นยืดสายซะหน่อย เพื่อสุขภาพของน้องคุณ และยังเป็นการผ่อนคลายในการทำงานอีกด้วย

 

 

     การที่จะเล่นกีฬาที่โลดโผนต่างๆ


ผู้หญิงอย่างเราๆ การที่จะเล่นกีฬาที่โลดโผนต่างๆ เช่น ขี่ม้า ยิมนาสติก หรือกสนเดินขึ้นบันได ก็ควรต้องระวังให้ดีๆ นะจ๊ะ อาจพลาดพลั้ง เจ็บจุดยุทธศาสตร์และอับอายเสียสวยเชียวล่ะ

 

 

     การนิยมสักที่ตรงส่วนนี้


แฟชั่นสมัยนี้ก็ยิ่งล้ำ เจาะได้แม้กระทั่ง… อย่างที่บอก บางคนนิยมสักที่ตรงส่วนนี้ ให้ระวังหน่อยก็ดีนะ เพราะเป็นบริเวณที่เจ็บที่สุดของร่างกายเลยล่ะ ก็มันเป็นจุดศูนย์รวมเส้นประสาทนี่ อย่าเห็นเป็นเรื่องท้าทายหรือความสวยงามเพียงชั่วครู่ คิดก่อนทำก็แล้วกัน สงสารน้องเค้าหน่อย  อิอิ

 

 

         เห็นมั้ยล่ะว่า อวัยวะส่วนนี้บอบบางกว่าที่เราคิดไว้มาก ควรระมัดระวัง และดูแลส่วนนี้ให้ดีๆ อวัยวะทุกส่วนในร่างกายต่างมีความสำคัญทั้งนั้น จะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไปก็ไม่ได้ ยิ่งถ้าเป็นส่วนนี้…แค่คิดก็หนาวววว…แล้ว

women.mthai

8 วิธี บำบัดอาการอกหัก by miss climax

October 18th, 2009 by womenblogs

 

    กลับมาพบกันอีกครั้งนะคะกับ มิสไคลแม็กซ์ ช่วงนี้มิสพัก “เรื่องรักๆ ใคร่ๆ” เพราะเห็นมีสาวๆ อกหักรักคุด  กันเป็นแถว หลายคู่ที่เปลี่ยนสถานภาพจาก “คู่รัก” กลายมาเป็น “คู่ร้าง” มิสก็เลยอยากจะมาช่วยแนะนำวิธีบำบัดอาการอกหัก ให้สาวๆ ลองเอาไปใช้กันดูค่ะ วิธีไหนถูกใจ เคยใช้แล้ว หรือยังไม่เคยใช้ ก็มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้นะคะ เพื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อนหญิงร่วมโลกของเรา

 

 

 

เศร้า

  

1. ไปเที่ยวทะเล เดินเท้าเปล่าบนหาดทรายสีขาว สัมผัสน้ำทะเลสีฟ้าใส แนะนำให้ไปเกาะหรือหาดที่มีผู้คนไม่มากนักนะคะ เพราะเป็นสถานที่ที่เหมาะที่สุดกับการสงบสติอารมณ์ที่อยู่ในช่วงฟุ้งซ่าน ลองชวนเพื่อนๆ ไปกันเยอะๆ จะได้ลืมเรื่องที่ทำให้คุณเศร้า  อาจจะพกกล้องถ่ายรูปซักตัว ไปถ่ายรูปเล่นกันก็ยังได้   

 

 

 

2. ท่องโลกอินเตอร์เน็ต  อาจจะเล่นอยู่ที่บ้าน แต่ถ้ากลัวจะเบื่อและฟุ้งซ่านไม่หาย  ก็ออกไปหาร้าน อินเตอร์เน็ตคาเฟ่เก๋ๆ ซักร้าน นั่งจิบกาแฟไป เล่นไปดีกว่า ท่องเวบไปเรื่อยๆ แต่ขอแนะนำว่าอย่าเข้า HI5 ของเค้าเป็นอันขาด อย่าไปอยากรู้เรื่องเค้าอีกเลยค่ะ จนกว่าคุณมั่นใจว่าทำใจที่จะรับรู้เรื่องใหม่ๆ ของเค้าได้ เพราะเกิดไปเจอรูปเค้ากับสาวคนใหม่เข้า คุณจะยิ่งเสียใจเปล่าๆ 

 

 

 

3. ตกแต่งห้องนอน แวะไปร้านขายของตกแต่งแบบที่ถูกใจ กลับบ้านมาก็มาจัดๆๆๆ ถือโอกาสเปลี่ยนบรรยากาศในห้องซะใหม่ ลองเปลี่ยนที่วางของในห้อง เอานู่นสลับกับนี่ ตกแต่งโต๊ะ เตียง ตู้  แล้วอย่าลืมเอารูปเค้าออกให้หมดด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นรูปเดี่ยวของเค้า หรือรูปที่ถ่ายคู่กับคุณ และบรรดาของที่เค้าเคยให้มาสมัยที่รักยังหวานชื่น ก็เก็บเข้าลังให้หมด กันการนึกถึงเรื่องเก่าๆ ในอดีตค่ะ     

 

 

4. ดูซี่รี่ย์เกาหลี กำลังฮิตเลยค่ะ วิธีนี้รับรองว่าจะช่วยให้เวลาผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว จนคุณลืมคิดถึงเรื่องอื่นๆ ไปเลย เพราะคุณจะติดอยู่กับหน้าจอ ชนิดที่ว่าลุกไปไหนแทบไม่ได้ เพราะเดี๋ยวไม่ต่อเนื่อง แต่แนะนำให้ดูเรื่องที่น่ารัก กุ๊กกิ๊ก แนวโรแมนติก-คอมเมดี้ค่ะ ยิ่งเรื่องที่พระเอกหล่อ ล่ำนี่นะคะ จะช่วยให้คุณลืมแฟนเก่าของคุณได้ง่ายขึ้นด้วย อิอิ แต่อย่าไปดูแนวดราม่านะคะ เดี๋ยวจะเครียดกันไปใหญ่  

 

 

 

5. นวดฝ่าเท้า ไปสปาผ่อนคลายความเครียดดีกว่า นอนบนเก้าอี้นุ่มๆ เอนให้เต็มที่ อาจจะหลับไปเลยก็ได้นะ แล้วให้พนักงานนวดฝ่าเท้าให้คุณ กลิ่นในสปามักจะเป็นกลิ่นที่ช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดด้วย อย่างน้อยก็ซัก 1-2 ชั่วโมง ที่จะช่วยให้คุณดีขึ้น

 

6. ช้อปปิ้ง  เป็นของคู่กับสาวๆ อย่างเราอยู่แล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องช้อปของแพงๆ นะคะ อาจจะแค่ซื้อนิดๆ หน่อยๆ มาบำบัดหัวใจก็พอ หรืออาจจะแค่ออกไปเช็คเทรนด์ ว่าสมัยนี้เค้าฮิตอะไรกัน ก็สนุกดีนะคะ เค้าว่ากันว่า พอผู้หญิงหมกมุ่นอยู่กับเรื่องแฟชั่น การแต่งตัว ความสวยความงาม ก็จะลืมเรื่องอื่นไปโดยปริยาย    

 

 

 

7. แต่งหน้าสวย เอาเครื่องสำอางค์ทั้งหมดที่มีออกมาเทกองไว้ ชวนเพื่อนสาวของคุณมาแต่งหน้าเล่นกัน ดูว่าแต่งหน้าลุคไหนเหมาะกับคุณ หรือจะทำเนียนๆ ไปลองแต่งตามเคาน์เตอร์เครื่องสำอางค์ที่คุณเคยไปอุดหนุนก็ได้นะคะ อย่ามัวแต่เศร้ากับเรื่องแย่ๆ  จนลืมดูแลตัวเอง ปล่อยให้หน้าตาโทรม ซีดเซียว ดูไม่ได้ ต้องทำให้ตัวคุณดูดีขึ้น เพื่อเริ่มอะไรใหม่ๆ  

 

 

 

 

8. เหล่หนุ่ม อย่าลืมว่าในโลกนี้ยังมีผู้ชายน่ารักๆ อยู่อีกเป็นโขยง แต่เอาแบบพอกิ๊บเก๋ กิ๊วก๊าวพอนะคะ อย่าเป็นจริงเป็นจังมาก เพราะอย่าลืมว่าคุณเพิ่งอกหักมา ดังนั้น ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่คุณกำลังเหงา เพราะยังไม่ชินกับการอยู่คนเดียว และอาจจะแค่ต้องการใครซักคน มาดามหัวใจเท่านั้น อย่าให้หนุ่มคนใหม่เข้ามาเป็นเหยื่อความเหงาของคุณ รอจนกว่าคุณจะเจอคนที่ใช่คนต่อไป สำหรับคุณดีกว่าค่ะ แล้วค่อยเริ่มต้นใหม่

 

women.mthai

« Previous Entries Next Entries »