อาหาร 8 ชนิดสร้างภูมิสู้…หวัด !!

July 28th, 2009 by womenblogs



การ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะอาหาร 8 ชนิดดังต่อไปนี้ที่เชื่อว่าอาจให้ผลในการช่วยเพิ่มภูมิต้านทานป้องกันหรือลด ความรุนแรงของหวัด ประกอบด้วย

1. อาหารรสเผ็ดรวมทั้งเครื่องเทศ เช่น กระเทียม พริก ลดอาการคัดจมูก ช่วยให้หายใจโล่งขึ้น

2. กระเทียม ช่วยลดอาการหวัด จะเติมลงในอาหารหรือเคี้ยวสดๆ วันละ 1 - 2 กลีบก็ได้

3. ดื่มน้ำมากๆ แทนที่จะดื่มกาแฟ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน อาจดื่มน้ำผลไม้คั้นสดบ้างเพื่อเสริมวิตามินซี เครื่องดื่มร้อนที่ช่วยได้ เช่น ชา น้ำมะนาวอุ่นๆ จะช่วยลดเสมหะได้

4. ซุปไก่ร้อนๆ ช่วยลดอาการคัดจมูก อาจเติมผักหลายๆ สี เพื่อเพิ่มสารแอนติออกซิแดนต์ ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี ซุปไก่ที่ผ่านกระบวนการตุ๋นเคี่ยวนานๆ จนโปรตีนย่อยสลายเป็นไดเปปไทด์ อาจช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายสดชื่น และยังให้โปรตีนที่ดีต่อร่างกายด้วย

5. สารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบต้าแคโรทีน (วิตามินเอ) วิตามินซี วิตามินอี ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ป้องกันการติดเชื้อ ผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น แครอท ผักใบเขียวจัด ส้ม ฝรั่ง องุ่น แคนตาลูป มะละกอสุก เป็นต้น

6. ผลไม้ตระกูลส้ม ซึ่งมีวิตามินซีสูง ช่วยลดความเสี่ยงการติดหวัดโดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่หรืออยู่ในแวดวงคนสูบ บุหรี่ บุหรี่เองเพิ่มความเสี่ยงการเป็นหวัดและทำให้ร่างกายต้องการวิตามินซีสูง ขึ้น

7. อาหารอื่นๆ ที่เป็นแหล่งวิตามินซี เช่น ฝรั่ง พริกหวาน สตรอเบอร์รี่ สับปะรด กะหล่ำปลี ล้วนแล้วแต่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน

8. ขิง ช่วยลดอาการหวัดและป้องกันหวัด น้ำขิงร้อนๆ ผสมกระเทียม 2 - 3 กลีบ ช่วยให้ระบบหายใจทำงานคล่องขึ้น

ที่มาเนื้อหาจาก kroobannok.com

เครดิต  women.mthai

อัมพาต เพราะน้ำอัดลม

July 28th, 2009 by womenblogs

อัมพาต เพราะน้ำอัดลม

ดร.โมเสส เอลิซาฟ อายุรแพทย์ หัวหน้าทีมวิจัยจากมหา- วิทยาลัยไอโออันนินา เผยว่า การดื่มน้ำอัดลมมากๆ (โดยเฉพาะ น้ำสีดำ) กำลังจะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะนอกจากทำลายฟัน ทำให้ กระดูกผุ ส่งผลถึงระบบเมตาโบลิซึม และเป็นสาเหตุของเบาหวานแล้ว ยังก่อให้เกิดภาวะไฮโปคาเลเมียหรือโพแทสเซียมในเลือดต่ำ ทำให้ กล้ามเนื้ออ่อนเพลีย ไม่มีแรง จนอาจถึงขั้นอัมพฤกษ์ อัมพาตอีกด้วย

จากการเก็บข้อมูลในผู้ป่วยที่ดื่ม น้ำ อัดลมวันละ 2 - 9 ลิตรต่อวันต่อเนื่อง เป็นประจำ พบว่า คนไข้มาพบหมอด้วย อาการเหนื่อยล้า กล้ามเนื้อไม่มีแรง ไม่อยากอาหาร คล้ายจะอาเจียนตลอดเวลา ผลการตรวจเลือดพบ โพแทสเซียมในเลือดต่ำและมีภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันร่วมด้วย แต่หลังจากให้หยุดดื่มน้ำอัดลมและหันมารับประทานอาหารที่อุดมไปด้วย โพแทสเซียมแล้ว พบว่า อาการป่วยดังกล่าวหายไป

ประมาณการกันว่า ในแต่ละปีคนทั้งโลกดื่มน้ำอัดลมราว 500 ล้านลิตร หรือประมาณ 80 ลิตรต่อ คน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะชาวอเมริกันที่ดื่มกันมากถึงคนละ 200 ลิตรต่อปี

รู้อย่างนี้แล้วลดปริมาณการดื่มลงบ้างเพื่อ สุขภาพที่ดีกว่าค่ะ

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก

เครดิต  women.mthai

4 ท่าบริหาร เพื่อหน้าท้องเพรียวสวย

July 28th, 2009 by womenblogs

ออกกำลังกาย

การไดเอ็ทสามารถช่วยให้หน้าท้องลดลงได้ แต่จะให้ดีต้องทำควบคู่กันไปกับการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องให้แข็งแรง และนี่คือท่าบริหารที่ช่วยกระชับหน้าท้อง ทำต่อเนื่องแบบไม่หยุดพัก 3 รอบ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง คุณน่าจะเห็นผลได้ใน 4 สัปดาห์

ท่าที่ 1 Chest press with Crunch มือแต่ละข้างถือดัมเบลล์หนักประมาณ 8-10 ปอนด์ นอนให้หลังนาบไปบนลูกบอลออกกำลัง เท้าวางราบที่พื้น ถือดัมเบลล์เหนือหัวไหล่ ค่อยๆ ยกดัมเบลล์ขึ้นตรงๆ ไปด้านบน เมื่อแขนเหยียดตรง เกร็งหน้าท้องยกแผงไหล่ขึ้นออกจากบอล ค้างไว้สักครู่ลดตัวกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 8-10 ครั้ง

ท่าที่ 2 Lateral Raise with Rotation มือแต่ละข้างถือดัมเบลล์หนัก 8-10 ปอนด์ ยืนกางขากว้างเท่าสะโพก งอแขนเล็กน้อย จากนั้น ยกดัมเบลล์ขึ้นจนแขนขนานกับพื้นหมุนลำตัวส่วนบนไปทางขวา หมุนกลับมาตรงกลาง ลดแขนลง ทำซ้ำหมุนไปอีกข้างนับเป็นหนึ่งครั้ง ทำซ้ำ 6 ครั้ง

ท่าที่ 3 Lunging Crunch จับเชือกจากเครื่องออกกำลังกายด้วยมือทั้งสอง หันหน้าออกจากเครื่อง ก้าวออกมาจนสายเคเบิลตึง ก้าวขาซ้ายมาด้านหน้าและย่อเข่าลงด้วยเท้าซ้าย พร้อมงอตัวลง เกร็งหน้าท้องไว้แล้วยีนขึ้น ทำ 8-10 ครั้งต่อขาหนึ่งข้าง หากไม่มีเครื่องออกกำลัง ให้ถือดัมเบลล์ไว้ด้านหน้าระดับหน้าอกแทนได้ค่ะ

ท่าที่ 4 Pull Up with Raise จับบาร์ดึงข้อไว้แบบหันฝ่ามือออก ไขว้ข้อเท้าไว้ด้านหลัง ดึงตัวขึ้นจนคางยกผ่านบาร์ ยกเข่าขึ้นมาทางหน้าอก เกร็งท้อง แล้วดึงขึ้นลง 10-12 ครั้ง ในกรณีนี้อาจโหนกับบาร์ชนิดอื่นที่แข็งแรงพอกันได้ ถ้าคุณต้องการทำที่บ้าน


ที่มาจาก women.thaiza.com

เครดิต  women.mthai

สารพัดเคล็ดลับด้วย ผงฟู

July 28th, 2009 by womenblogs

ผงฟู ดูแลบ้านเรือน

ผงฟู

เนื่องจากผงฟูมีอนุภาคเล็กเป็นรูปทรงผลึกที่อ่อนนุ่ม จึงช่วยในการขัดถู ยังมีสรรพคุณในการดูดกลิ่นเหม็น ดูดความชื่น ปรับค่าความเป็นกรดด่าง ฆ่าเชื้อโรค จึงสามาถนำมาใช้ประโยชน์ในบ้านเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพตามตำรับและสูตร ต่างๆ ดังต่อไปนี้



1. ขจัดคราบสกปรกบนขอบและบานหน้าต่าง ด้วยฟองน้ำเปียกๆ ที่โรยด้วยผงฟูเล็กน้อยใช้ล้างด้วยฟองน้ำและเช็ดแห้ง
2. ล้างหน้าต่างบานเกล็ดด้วยน้ำอุ่นที่ผสมผงฟู3/4 ถ้วยตวงราดน้ำให้เปียกทิ้งไว้สักครึ่งชั่วโมง ก่อนใช้แปลงขัดออก
3. ล้างหน้าต่างอลูมิเนียมและ Door Sereens โดยใช้แปลงเปียกๆ จิ้มผงฟูขัดออกใช้ฟองน้ำหรือผ้านุ่มๆ ล้างให้สะอาดทำความสะอาดงานไม้
4. ทำความสะอาดงานจากไม้ฝาผนังหรืออุปกรณ์เครื่องใช้ โดยการผสม น้ำส้มสายชู ? ถ้วยตวง ผงฟู ? ถ้วยตวง น้ำอุ่น 4.5 ลิตร
5. ถ้าพื้นผิวผนังสกปรกมีคราบเหนียวเหนะหนะให้ใช้แอมโมเนีย 1 ถ้วยตวง นำไปเช็ดให้ทั่วฝาผนังด้วยฟองน้ำหมาดๆ อย่าใช้ผ้าขนหนูเปียก ทิ้งไว้สัก 2-3 นาที ก่อนที่จะเช็ดคราบสกปรกออก (ควรจำไว้เสมอว่าเครื่องเรือนไม้มีลักษณะแตกต่างกันดังนั้นถ้าไม่แน่ใจให้ ทดลองเฉพาะพื้นที่เล้กๆ ก่อน)
6. รอยด่างเป็นวงหรือรอยจุดบนเฟอร์นิเจอร์ ไม้ หากเกิดความร้อนบางครั้งก็อาจขัดออกได้ด้วยการผสมยาสีฟัน และผงฟูในสัดส่วนเท่าๆ กันใช้ผ้านุ่มเช็ดออกเบาๆ ใช้ผลิตภัณฑ์ขัดเงาด้วยก็ได้หากจำเป็น
7. ขจัดคราบหยดน้ำบนพื้นไม้โดยการใช้ผงฟูกับกับผ้าขี้ริ้วหมาดๆ เช็ดออกจำไว้ว่าเครื่องเรือนที่ทำจากไม้ไม่ควรทำให้เปียก


1. ใช้ ฟองน้ำเปียกๆ เช็ดผงฟูเพื่อเช้ดคราบสีเทียนที่ติดบนผนังชนิดล้างๆด้ เช็ดถูเบาๆ วิธีนี้จะช่วยทำความสะอาดคราบสกปรกส่วนใหญ่อื่นๆ รวมทั้ง คราบน้ำมัน ดินสอ และปากกา มาร์คเกอร์ได้ด้วย
2. ใช้ผงฟูผสมน้ำเปียกๆ ข้นๆ เพื่อเช็ดถูคราบสกปรกที่เกิดจากการรอยลากไปมาบนพื้นเสื่อน้ำมัน
3. ขจัด คราบหรือหยดน้ำหมึกออกจากพื้น เสื่อน้ำมันโดยการใช้ผงฟูข้นๆ ป้ายบริเวณสกปรกทิ้งไว้จนแห้งสักครู่ก่อนจะเช้ดออกและใช้ผงฟูใหม่ๆ ขัดออกอีกครั้ง



1. ซัก พรมโดยใช้เครื่องโดยการเติมผงฟู ? ถ้วยตวงผสมกับน้ำอุ่น 1 แกลลอน หรือจะซักในถุงน้ำก็ได้ ถ้าคุณจะทำความสะอาดเฉพาะบริเวณที่มีคราบสกปรกโดยการแปลงด้วยมือ ให้โรยผงฟูเล็กน้อยลงบนรอยสกปรก ทิ้งไว้สักครู่ก่อนที่จะเช็ดออกด้วยฟองน้ำหรือผ้าโดยเฉพาะนั้นด้วยฟองน้ำ หรือผ้าขนหนู่ (ทดลองทำก่อนเพราะระวังเรื่องสีตก)
2. ขจัดคราบไวน์หรือ คราบสกปรกมันบนพรมโดยการโรยผงฟูบางๆ ทันทีที่มีรอยเปื้อนทำซ้ำหรือค่อยๆ เติมผงฟูใหม่อีกครั้งหากจำเป็น ควรทิ้งไว้สักครู่จนกว่าผงฟูจะดูดซับคราบสกปรก จากนั้นให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกให้หมด ทำความสะอาดคราบที่เกิดจากกรด (คราบสกปรกที่เป็นกรด โถชักโครกเปิดท่อระบายน้ำ (drain openers) กรดจากแบเตอรี่รวมทั้งอาจจะเกิดจากคราบอาเจียน หรือปัสสาวะ) ให้ทำความสะอาดโดยใช้น้ำเย็นซะออกแรงๆ จนท่วมโดยทันทีถ้าเป็นไปได้ จากนั้นทำให้เกิดสภาพเป็นกลางโดยใช้ผงฟู คุณอาจจะต้องยุ่งยากบ้างในการขจัดคราบของผงฟูออกจากพรมภายหลังเมื่อมันแห้ง แล้ว หลังจากที่คุณได้ดูแลรักษาเบื้องต้นโดยทันทีไปเรียบร้อยแล้ว โรยผงฟูพรมเป็นประจำทุกเดือน หรือเท่าที่จำเป็นโรยทิ้งไว้ก่อนคุณเข้านอน จากนั้นทิ้งไว้ข้ามคืนคุณอาจจะใช้ไม้กวาดหรือแปลงแข็งๆ ช่วยปัดให้ผงฟูเข้าไปติดทั่วพรม ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกในวันรุ่งขึ้น ลองทำอุปกรณ์ดูดกลิ่นพรม
ผงฟู    1ส่วน2  ถ้วยตวง
แป้งข้าวโพด (Cornstarch) 1ส่วน2 ถ้วยตวง
กลิ่นสกัดตามที่ชอบ  15 หยด



1. ทำ กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับครอบครัวด้วยตัวคุณเอง โดยใช้ผงฟูประมาณ 1 กล่อง ผสมกับน้ำมันกลิ่นบุหงาที่คุณชื่นชอบ หรือกลิ่นน้ำมันอบเชยสักเล็กน้อย จากนั้นโรยไปทั่วพรมแล้วดูดออกให้เกลี้ยง



1. โปรยผงฟูลงบนพรมหน้าบ้าน ซึ่งจะช่วยได้ทั้งการทำความสะอาดและดูดซับกลิ่นเหม็นอับ จากนั้นจึงค่อยดูดออก เพราะปรกติแล้วคุณใช้พรมเช็ดเท้าเพื่อดักจับฝุ่นดักความสกปรก ก็จะตกอยู่บนพรม แต่คุณมักจะไม่ค่อยได้สะบัดมันทิ้งไป
2. ขัดถูผงฟูลงบนพรมเช้ดเท้าด้านนอกด้วยไม่กวาดแข็ง จากนั้นใช้สายยางฉีดน้ำฉีดออก หรือคุณจะรอจนกระทั่งฝนตกแล้วชะมันออกไปเองก็ได้



1. ล้างผงฟูสัก 1 ถ้วยตวงลงในโถส้วมหรือท่อน้ำทิ้งเป็นประจำสัปดาห์ละครั้งจะช่วยคงสภาพความ เป็นกรด-ด่าง ระบบของถังบำบัดของเสีย สภาพความเป็นกรดด่างในระดับทที่เหมาะสมจะช่วยให้แบ็คทีเรียแตกตัวทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยป้องกันการอุดตันและตกค้างในแทงค์และท่อน้ำทิ้ง การใช้ผงฟูสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้แทงค์คอนกรีตหรือแทงค์ที่ทำจากโลหะผุ กร่อนง่าย โดยเฉพาะบริเวณฝาแทงคีที่ต้องสัมผัสกับไอระเหยที่ทำให้ผุกร่อนง่าย
2. ผสม ผงฟูกับน้ำเล็กน้อยให้เปียกๆ ข้นๆ เพื่ออุดรูตามผนังที่มีรอยปูนแตกร้าว เพื่อซ่อมแซมเป็นการชั่วคราว เมื่อมันแห้งแล้วจะดูกลมกลืนเข้ากับฝาผนังปูนพลาสเตอร์ขาว เมื่อต้องการซ่อมแซมอย่างถาวรให้ผสมมผลฟูกับกาว (ลาเท็กซ์) ซ่อมแซมสีขาวที่ใช้ตามบ้านเรือน
3. ทำความสะอาดผนังที่มีคราบดำขงอเขม่าควัน ด้วยการใช้เศษผ้าชื่นๆ และผงฟูละลายเข้มข้น
4. ทำ ความสะอาดอุปกรณ์ตกแต่งเครื่องเรือนโดยการโรยผงฟูให้ทั่วเครื่องตกแต่ง ทิ้งไว้สักครู่จากนั้นจึงดูดออก กลิ่นเขม่าควันจะถูกกำจัดออกจนหมอจด
5. ใช้ผงฟูทำความสะอาดเครื่องประดับลวดลายลูกไม้ประเภทต่างๆ
6. ทำความสะอาดแป้นพิมพ์ดีด ด้วยแปลงสีฟันขนอ่อนๆ ขัดโดยใช้ผงฟู 4 ชอนโต๊ะละลายกับน้ำ 1 ถ้วยตวง จากนั้นใช้กระดาษชำระเช็ดออก
7. แช่ ไม้ถูพื้นหรือไม้กวาดในน้ำ 1 ถัง ละลายผงฟู 4 ช้อนชา แต่ให้แช่หลังจากที่ชำระสิ่งสกปรกออกไปแล้ว วิธีนี้จะเป็นการกำจัดกลิ่นเหม็นอับตกค้างบนไม้ถูพื้นหลังแช่ตากให้แห้ง



1. ป้องกัน ไม่ให้ภาชนะกระเป๋าเดินทางขิงคุณมีกลิ่นเหม็นอับเหม็นชื้นจากเชื้อรา โยดการโรยผงฟูลงบนภาชนะข้าวของเครื่องใช้ก่อนที่จะเก็บเข้าที่เข้าทางอย่าง มิดชิด
2. โรยผงฟูในโถส้วม อ่างน้ำทิ้ง ใน อ่างล้างหน้า อ่างล้างจานชาม อ่างอาบน้ำ หรือโรยลงบนฟักบัวทิ้งไว้ ก่อนที่คุณจะหยุดใช้ชั่วคราว เพื่อไปพักร้อน วิธีนี้จะช่วยป้องกันกลิ่นเหม็นอับ กลิ่นเก่าเก็บตกค้าง
3. ขจัด กลิ่นเหม็นอับอกจากผ้านวม ฟ้าห่มหลังจากทที่คุณเก็บไว้นานๆ โรยผงฟูลงบนผ้านั้น ม้วนเก็บไว้สัก 2 ชั่วโมง จากนั้นสะบัดออกและตบให้ฟูหรือใช้ไดร์เป่าลมให้ฟูโดยไม่ใช้ความร้อนเป่า
4. นำผงปิดฝากล่องตั้งทิ้งไว้ในห้องที่โรงงาน เพื่อขจัดกลิ่นสี หรือกลิ่นสารระเหย หรือกลิ่นน้ำยาขัดเคลือบวัสดุต่างๆ
5. ช่วยลดกลิ่นตกค้างกันของบุหรี่ โดยการโรยผงฟูสักเล็กน้อยลงบนถาดเขี่ยบรี่
6. ขจัดกลิ่นตกค้างบนผ้าปูโต๊ะโดยการแช่ผ้าในน้ำสารละลายผงฟู



1. วางถุงหรือซองผงฟู ไว้ในรองเท้าผ้าใบหุ้มซ้น เพื่อไม่ให้รองเท้ามีกลิ่นอับเหม็นหลังการใส่และมีกลิ่นเหม็นตกค้างอยู่ใน ตู้รองเท้า วิธีนี้คุณอาจจะใช้ผงฟูผสมกับแป้งหอมกลิ่นที่คุณชอบผสมรวมกันไว้ในซองตามที่ ต้องการ
2. โรยผงฟูในรองเท้าผงฟูจะช่วยดูดซับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกไป ทิ้งไว้ข้ามคืน รุ่งขึ้นคุณแค่เคาะผงฟูออก

ขอบคุณที่มาจาก  variety.mcot.net

เครดิต  women.mthai

ที่บีบมะนาว แบบง่ายๆ

July 28th, 2009 by womenblogs

สังเกตได้ว่าที่บีบส่วนใหญ่หน้าตาไม่แตกต่างกัน ลักษณะคือมีด้ามจับเหมือนกัน ส่วนตัวบีบหรือหัวบีบจะแตกต่างกันไปตามการใช้งาน ชิ้นนี้เป็นที่บีบมะนาว ในมือจับด้านบนมีปุ่มเอาไว้กดชิ้นมะนาว ส่วนด้านล่างเป็นหลุมเซาะรูเล็กๆไว้ให้น้ำมะนาวไหลออกมา เวลาใช้ผ่าลูกมะนาวแล้วคว่ำลงไป กดด้ามด้านบนลงมาก็บีบน้ำมะนาวออกได้หมดจดมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องเลอะมือแสบมือ ถือบีบแบบง่ายๆ ก็ได้น้ำมะนาวง่ายๆด้วยเหมือนกัน ใช้เสร็จก็แค่ล้างน้ำธรรมดาให้ทั่วและอย่าให้มีคราบเหลือตรงช่องเล็กๆ เสร็จแล้วผึ่งลมไว้ให้แห้งก่อนเก็บ ง่ายแค่นี้เอง อ่านถึงตรงนี้คงสงสัยว่าไม่ธรรมดาตรงไหนแล้วเกี่ยวอะไรกับลดโลกร้อน ตามมาทางนี้เลยครับ

ที่ไม่ธรรมดาเพราะไม่ได้ทำจากสแตนเลสหรือพลาสติกแบบทั่วๆไป แต่ทำจากไม้ที่เหมาะกับมะนาวซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด และยังเป็นไม้สักที่มีคุณสมบัติปลอดมอด แมลงหรือเชื้อรา ทนทาน ไม้ไม่หด ไม่บิดหรือแตกร้าว ที่สำคัญเป็นไม้สักรีไซเคิลที่ช่วยลดการตัดต้นไม้ แถมยังทำด้วยมือทั้งชิ้นไม่ใช้เครื่องจักรอีกต่างหาก อินเทรนด์เข้ากับภาวะโลกร้อนจริง

เครดิต  women.mthai

ขนตาปลอม ติดยังไงให้เริ่ด

July 27th, 2009 by womenblogs

วิธีติดขนตาปลอม

ใครที่อยากติดขนตาปลอม วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีติดขนตาปลอมมาบอก…

ขนตาปลอม

วิธีการติดขนตาปลอม คือ เริ่มต้นจากดัดขนตาจริงให้งอนได้รูปก่อน จากนั้นใช้แหนบดึงขนตาออกจากกล่อง แล้วจัดแต่งทรงขนตาด้วยมือทั้ง 2 ข้าง บางทีขนตาปลอมจะยาวกว่าตามากๆ  ก็ต้องตัดปลายออก แต่ก่อนตัดเอามาทาบที่ตาก่อนว่าต้องการความยาวแค่ไหน แล้วค่อยตัด จะได้ขนตาที่พอดีกับตา

จาก นั้น ใช้คัตตอนบัดหรือปลายแปรงแต้มกาวสำหรับติดขนตา ทาให้ทั่วรากขนตาปลอม แล้วจึงนำมาติดบริเวณรากขนตา ใช้นิ้วแตะตรงกลางขนตาเบา ๆ จากนั้นกดด้านหัวตาและหางตาให้ขนตาปลอมแนบสนิทยิ่งขึ้น แต่ ก่อนติดเขียนอายไลเนอร์ที่ขอบตาก่อนก็จะดูสวยยิ่งขึ้น

รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าอยากติดขนตาปลอม ลองนำวิธีที่แนะนำไปติดขนตาปลอมกันดูได้

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก

เครดิต  women.mthai

กรีด…กราย…อายไลเนอร์

July 27th, 2009 by womenblogs

กรีด…กราย… อายไลเนอร์


อายไลเนอร์

การเปรียบเปรย อายไลเนอร์ ประดุจอาวุธความงามของผู้หญิง คงไม่เกินจริง แค่สะบัดมือเปลี่ยน เส้นสาย ก็สามารถสะท้อนบุคลิก อารมณ์ ความรู้สึกภายในของอิตถีเพศได้ฉมังขลังยิ่ง!

ความนิยมกรีดอายไลเนอร์ของสาว ๆ ยุคนี้ จึงไม่หยุดแค่สีดำ–สีน้ำตาล อัฐเมศร์ วัชรรัฐพันธ์ เมคอัพอาร์ติสต์แห่ง ชู อุเอมูระ จึงแนะนำสาวเฉี่ยวให้เปรี้ยวขึ้นด้วยเจลเขียนขอบตาเนื้อเนียนลื่น ชู อุเอมูระ เพนท์ติ้ง ไลเนอร์ สำหรับผู้เริ่มหัดเขียนอาจใช้ อายไลเนอร์ดินสอ ร่างเป็นโครงเขียนนำในแนวทางที่ต้องการ เพื่อให้เกิดความแม่นยำ หลังจากนั้นหากเลือกใช้ อายไลเนอร์เนื้อครีม ควรกำหนดขอบเขตขององศาความลาดเอียงของเส้นที่ปลายตา เริ่มลากอายไลเนอร์จากหัวตาไปสู่ปลายตาที่กำหนด โดยพู่กันปลายแบน ถือเป็นพู่กันอเนกประสงค์ช่วยแต่งหน้าสวยสมบูรณ์แบบในทุกโอกาส โดยเฉพาะใช้เน้นเส้นขอบตาให้โดดเด่น

อายไลเนอร์เจล


การกรีดอายไลเนอร์ แสดงออกถึงบุคลิกสาว ๆ สไตล์ “เบสิก” ของ ลุคคูล ไล้เปลือกตาด้วยอายแชโดว์สีน้ำตาลธรรมชาติ และ ลุคน่ารัก ดูสดใสด้วยเส้นอายไลเนอร์สีฟ้าสด ตามรูปตาจากหัวตาถึงปลายตาเพื่อให้รูปตาดูยาวขึ้น ไล้เปลือกตาด้วยอายแชโดว์สีสว่างสดใส

สไตล์ “โซฟิซิเคต” ให้อารมณ์สาวโฉบเฉี่ยว ในลุค เออร์บัน ชิค เน้นเพิ่มเทคนิคด้วยมิติ ด้วยการไล้อายแชโดว์แบบเนื้อครีมสีน้ำตาลทราย ผสานการลงอายแชโดว์ฝุ่น สีทอง แล้วใช้ปากกาไลเนอร์สีดำวาดจากหัวตาถึงปลายตา ตัดปลายที่หางตาและเส้นขอบตาล่างด้วย ปากกาไลเนอร์สีเงิน ส่วน ลุค โคเควททิช เหยาะความเซ็กซี่ด้วยการลงอายแชโดว์สีชมพูอ่อน วาดอายไลเนอร์ด้วยปากกาสีชมพูสด และ สีม่วง โดยไล้สีเป็นเส้นเดียว

การกรีดอายไลเนอร์ สไตล์ ดรามาติก ของ ลุค ซีดักทีฟ ด้วยสีสันสดใสของอายแชโดว์ครีมสีส้ม และ อายแชโดว์ฝุ่นสีชมพูและสีขาว ตัดขอบตาด้วยปากกาไลเนอร์สีม่วง และ สีน้ำเงิน พร้อมติดขนตาปลอม เพื่อความเก๋สมบูรณ์แบบ

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก

เครดิต  women.mthai


แต่งหน้า แก้ไขรูปหน้าให้สวยขึ้นด้วยตัวเอง

July 27th, 2009 by womenblogs


แต่งหน้า แก้ไขรูปหน้า

เพื่อเพิ่มความมั่นใจ โดยที่ไม่ต้องโบ๊ะหน้าให้เหมือนนางเอกลิเก วิธีการแต่งหน้าแบบน้อย ให้เป็นธรรมชาติ และแก้ไขรูปหน้าให้สวยขึ้น โดยคุณแทบจะไม่รู้สึกว่าแต่งหน้าเลยด้วยซ้ำ

+ จมูกไม่โด่ง

วิธีแก้ให้ดูจมูกโด่งขึ้นก็คือ ใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลอ่อนๆ ไล้ช่วงหัวคิ้วมากๆ เน้นนะว่าแค่เบาๆ เป็นเงาๆก็พอ อย่าหนักเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นหน้าอาจกลายเป็นงิ้วได้ จากนั้นไล้ตั้งแต่ช่วงหัวคิ้วลงมาด้านข้างของสันจมูกจนถึงปลายจมูก และค่อยๆ เกลี่ยให้เข้ากับปีกจมูก ทำเหมือนกันทั้งสองด้าน โดยให้สังเกตว่าเป็นเงาๆ ก็ใช้ได้แล้ว แต่ถ้าใครที่มีปลายจมูกยาวอยู่แล้ว ก็ไม่ควรไล้ให้ถึงปลายจมูก แต่ควรไล้ตัดปลายจมูกแทน

+ แก้มตอบ

แก้มตอบอาจทำให้คุณรู้สึกหน้าตาไม่สดชื่นได้ แต่จริงๆ อย่ากังวลกับจุดนี้มากไป วิธีแก้ง่ายมาก ขอแนะให้ใช้บลัชครีม หรือบลัชออนสีชมพู ชมพูอมส้ม หรือแดงเชอร์รี่ปัดแก้มเป็นวงกลมตรงส่วนที่นูนที่สุดของแก้มเหมือนกับเราดึง จุดเด่นของพวงแก้มออกมามากขึ้น อาจใช้บลัชออนแบบมีประกายกากเพชรนิดๆ เข้าไปด้วย จะทำให้แสงหักเหตรงพวงแก้มมากขึ้น แต่อย่าแรเงาตรงกรอบของขอบหน้าเด็ดขาด นั่นจะยิ่งทำให้แก้มดูตอบได้ แล้วเวลาเขียนอายแชโดว์ ไม่ต้องเขียนเส้นขอบตามากนัก มันจะยิ่งเน้นความคมสันของหน้า ให้ทาอายแชโดว์สีอ่อนๆ มีประกายทั่วเปลือกตาก็พอ ส่วนสีของปากให้ใช้ลิปสติกสีอ่อนๆ เข้าไว้ ถ้าใช้สีเข้ม เช่น สีน้ำตาล จะยิ่งทำให้หน้าเล็กลงไปได้อีก

+ แก้มเยอะ

แก้มยุ้ยๆ น่ารักออก แต่ถ้าอยากแต่งหน้าให้เล็กลงและหน้ายังดูสดใสอยู่ ควรเลือกใช้บลัชครีม สีแดงเชอร์รี่และให้ลองแต้มที่กึ่งกลางแก้ม แตะวนเป็นกลมๆและใช้ปลายนิ้วมือเกลี่ยบลัชครีมขึ้นไปในแนวทะแยงจนถึงไรผม ใกล้ๆขมับ เป็นการสร้างเฉดให้หน้า เงาตรงนี้จะทำให้หน้าดูเล็กลง และสีแดงของบลัชจะทำให้แก้มดูเหมือนมีเลือดฝาดแบบเด็กๆ น่ารักสดใสเป็นธรรมชาติ

+ ตาไม่ดึงดูด

อยากให้ตาดูมีเสน่ห์มากขึ้น หน้าทั้งหน้าจะได้ดูเด่นขึ้นไปด้วย แนะนำให้ใช้อายแชโดว์สีชมพูอ่อนๆจะเป็นแบบมีประกายสีเงินวาวๆซ่อยอยู่ด้วยก็ ดี ทาอายแชโดว์ไปตามแนวพับเพื่อเป็นการสร้างสีสันให้ดวงตา แล้วใช้อายไลเนอร์แบบดินสอ เลือกสีเขียวสดไปเลย เขียนให้ชิดเส้นขอบตาด้านบน เขียนให้เส้นโตๆหน่อย เพื่อทำให้ตาดูเด่นสะดุด แล้วปัดเฉพาะขนตาบนให้เด้งที่สุด ตาจะเก๋มีเสน่ห์ขึ้นมาทันที

+ คางเหลี่ยม และหน้าดูไม่มีมิติ

ให้ลงมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ก่อนเพื่อปรับสภาพผิวหน้า เพราะจะช่วยให้เกลี่ยบลัชครีมง่ายขึ้น ถ้าผิวเนียนอยู่แล้วไม่ต้องใช้รองพื้นเลย ใช้บลัชครีมโทนสีน้ำตาลเข้มหน่อยเพื่อให้หน้ามีแสงเงาขึ้น แต้มไปตามกรอบของหน้าโดยเน้นส่วนที่เป็นเหลี่ยมๆและส่วนของโหนกแก้มที่ทำให้ หน้าดูแข็ง อย่าลืมแต้มตรงกรอบหน้าที่ติดกับไรผมด้วยนะ เวลาแต้มบลัชตรงแก้มให้แต้มเริ่มจากขมับไล่ไปตามแนว 45 องศา เข้ามาในหน้าจนถึงระดับกลางตาดำ จากนั้นค่อยๆใช้นิ้วเกลี่ยเบาๆ ให้ดูกลืนกัน แค่นี้ก็จะเป็นการสร้างกรอบหน้าใหม่ให้ดูเข้ารูปและมีมิติขึ้นแล้ว

+ ตาเล็กและหนังตาตก

สามารถทำให้ตาคมโตขึ้นได้ง่ายๆ คือ เริ่มจากเลือสีอายแชโดว์สองสี สีอ่อนและสีเข้มมาใช้สร้างรูปตาของเราให้ดูมีชั้น ใช้อายแชโดว์สีอ่อนทาทั่วเปลือกตาตามรอยพับก่อน อย่าลืมทาตรงช่วงโหนกคิ้วด้วยนะ แล้วใช้อายแชโดว์สีเข้มไล้ช่วงหางตาขึ้นไปเป็นแนวโค้งของเบ้าตา ถ้าสงสัยว่าเบ้าตาอยู่ตรงไหน ให้ส่องกระจกแล้วเลิกคิ้วดู จะเห็นกระบอกตาที่ดูลึกเข้าไป นั่นล่ะเบ้าตา ก็ไล้ไปตามแนวนั้นได้เลย จากนั้นใช้อายแชโดว์สีเข้มอันเดิม แตะน้ำนิดหน่อย แล้วใช้พู่กันเขียนลงให้ชิดเส้นขอบตาบน เน้นช่วงตรงหางตา แค่นี้ก็ทำให้ตาดูคมโตขึ้นแล้ว

ขอบคุณที่มาบทความจาก www.ladytip.com

เครดิต  women.mthai

วิธี กรีด อายไลเนอร์

July 27th, 2009 by womenblogs

แต่งหน้า

การเขียนอายไลเนอร์นั้น หากเป็นการแต่งหน้าธรรมดา ก็เขียนแต่เพียงขอบตาบนก็พอ เพื่อให้ขอบตาชัดขึ้น ทำให้ดูตากลมโตขี้นค่ะ

ก่อนอื่นหลับตาข้างที่ต้องการจะเขียน
สำหรับ ขอบตาบนค่อย ๆ ลากเส้นอายไลเนอร์จากหัวตา ไม่ต้องติดหัวตามากนะคะ เว้นระยะไว้นิดนึง หรือ ลากมาจากเส้นขอบขนตา มายังหางตา และเขียนให้ติดขนตาให้มากทีสุด

เมื่อถึงหางตาก็ตวัดอายไลเนอร์ขั้นนิดนึง เพื่อให้หางตาดูสวยขึ้น
หากมีการเลอะของอายไลเนอร์ ให้ใช้คัดเติลบัชเช็ดอายไลเนอร์ที่เลอะออกได้ค่ะ แต่ต้องเร็วหน่อยนะคะ ก่อนที่อายไลเนอร์จะแห้ง

ทริปเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับสาว ๆ นะคะ

สาว ๆ ที่มีตาโตอยู่แล้วนั้น กรีดเพียงบาง ๆ ก็พอค่ะ ตาจะดูสวยซึ้งขึ้น

สาว ๆ ที่มีดวงดาเล็ก หรือสาวหมวยก็เขียนเป็นเส้นหนาขึ้นได้ค่ะ เพื่อให้ดวงตาดูโตขึ้น

ที่มาจาก TTT online

เครดิต  women.mthai

Perfect Foundation

July 27th, 2009 by womenblogs


แต่งหน้า เครื่องสำอางค์ รองพื้น ฟาวด์เดชั่น foundation

แต่งหน้า เครื่องสำอางค์ รองพื้น ฟาวด์เดชั่น foundation


นางแบบ: หัสสยา อิสริยะเสรีกุล
Make-up: วุฒิชัย ใจยงค์
เมคอัพอาร์ติสท์ฝีมือดีจากเครื่องสำอาง Bobbi Brown

ผิวหน้าสวยเนียนเรียบดูเป็นธรรมชาติไร้ที่ติเป็นสิ่งที่สาวๆ ทุกคนพึงปรารถนา
คุณเองก็สามารถมีได้เช่นกัน


แต่งหน้า เครื่องสำอางค์ รองพื้น ฟาวด์เดชั่น foundation

1. หยด Skin Foundation รองพื้นที่ปกปิดบางเบา 2 - 3 หยดลงบนปลายนิ้ว แล้วใช้แปรงชนิดแบน สำหรับทารองพื้นแตะเนื้อครีมเกลี่ยให้ทั่วใบหน้าอย่างเบามือเริ่มจากบริเวณ เเก้มไล่ไปถึงบริเวณไรผม

แต่งหน้า เครื่องสำอางค์ รองพื้น ฟาวด์เดชั่น foundation

2. เกลี่ยรองพื้นจากบริเวณกึ่งกลางหน้าผากออกไปด้านข้าง

แต่งหน้า เครื่องสำอางค์ รองพื้น ฟาวด์เดชั่น foundation

3. ปัดเเปรงจากสันจมูกออกไปด้านซ้ายเเละขวาทีละด้าน โดยเน้นบริเวณร่องปีกจมูกให้เนียนเป็นพิเศษ

แต่งหน้า เครื่องสำอางค์ รองพื้น ฟาวด์เดชั่น foundation

4. เกลี่ยบริเวณคาง โดยเริ่มจากกึ่งกลาง ผ่านบริเวณกราม ไล่ไปจนถึงใต้ใบหู

แต่งหน้า เครื่องสำอางค์ รองพื้น ฟาวด์เดชั่น foundation

5. ใช้ปลายนิ้วเเตะทั่วใบหน้าเบาๆ เพื่อให้รองพื้นติดเเน่นกับผิวเเละดูบางเบาเป็นธรรมชาติ

Tips:
-  ข้อดีของการใช้แปรงรองพื้นคือ ช่วยให้ดูบางเบาและประหยัดเนื้อครีม
-  สีของรองพื้นที่เหมาะสมคือ สีที่ใกล้เคียงกับลำคอที่สุด

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ในสกู๊ป BEAUTY step-by-step
No.625 (16 FEB 2009)

สุดสัปดาห์

เครดิต women.mthai

« Previous Entries Next Entries »