เมโกะคลินิก ฉลองสาขาใหม่ ที่เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2

July 11th, 2009 by womenblogs

นพ. มนัส ฉายาวิจิตรศิลป์ และ พญ. สุธาสินี ปิ่นปราณี 2 ผู้บริหาร จัดฉลองความสำเร็จที่ร่วมกันขยายเมโกะคลินิก ศูนย์ศัลยกรรม สัดส่วน ผิวพรรณ และเลเซอร์ความงามครบวงจร ล่าสุดเป็นสาขาที่ 8 ภายใต้คอนเซ็ปท์ Total Make Over นวัตรกรรมความงามใหม่ เพื่อย้อนกาลเวลา หวนสู่ความเปล่งปลั่ง และอ่อนเยาว์ ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 โดยได้รับเกียรติจากแขก และเหล่าดารานักแสดง มาร่วมแสดงความยินดีมากมาย


เครดิต  women.sanook

ลงตัว ลูกเกด โบนัส และ กีต้าร์ คว้าตำแหน่งตัวแทนภาคกลาง Sexy Leo Girl Season 4

July 11th, 2009 by womenblogs

หลัง จาก Sexy Leo Girl Season 4 ระดับภูมิภาคได้เปิดฉากความเซ็กซี่ที่ จ.อุดรธานีเป็นแห่งแรก คราวนี้มาถึงการคัดเลือก 3 สาวตัวแทนจากภาคกลางเพื่อร่วมประชันความเซ็กซี่ ภายใต้คอนเซ็ปท์ Sexibility Me : โดดเด่นด้วยความเซ็กซี่ เหนือกว่าด้วยความสามารถ ในรอบต่อไป

7สาวผู้เข้าประกวดคัดเลือกตัวแทนภาคกลาง SEXY LEO GIRL
7สาวผู้เข้าประกวดคัดเลือกตัวแทนภาคกลาง

คณะกรรมการนำโดย ลูกเกด เมทินี และ 5 สาวฮ๊อตได้แก่ เป้ย ปานวาด, ไอซ์ อภิษฎา, แพร พรรัมภา,ลูกตาล อาริษา และ มาริษา แอนนิต้า ต่างมีมติเป็นเอกฉันท์ยกมือให้ 3 สาวคือ นางสาวกัลยารัตน์ เปี่ยมพิบูลย์ (ลูกเกด), นางสาวสมหทัย เหรียญทอง (โบนัส) และ นางสาวฉัตรชนก สิงห์สถาน (กีต้าร์) ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนจากภาคกลางผ่านเข้ารอบ 15 คน ด้วยความเซ็กซี่ที่มาพร้อมกับความสามารถ โดยทั้ง 3 สาวได้เผยว่ารู้สึกดีใจมากที่การแสดงโชว์ของตนเองโดนใจคณะกรรมการจนได้รับ เลือกเป็นตัวแทนของภาคกลาง

3สาวตัวแทนภาคกลาง SEXY LEO GIRL
3สาวตัวแทนภาคกลาง

หลัง จากองศาแห่งความเซ็กซี่ได้ไล่ระดับขึ้นก็ถึงคิวของวง กรู๊ฟไรเดอร์ และ ตุล อพาร์ตเม้นต์คุณป้า ที่มาช่วยโหมองศาฮ๊อตให้เป็นค่ำคืนที่ร้อนแรงสมกับเป็นวันพิเศษของเหล่าสาว เซ็กซี่ตัวแทนจากภาคกลาง

คณะกรรมการ 5 สาวฮ๊อต
คณะกรรมการ 5 สาวฮ๊อต
คุณชลวิทย์ สุขอุดม ผจก.ฝ่ายการตลาด สิงห์ คอร์เปอเรชั่น มอบรางวัลให้กับ 3 สาวผู้โชคดี
คุณชลวิทย์ สุขอุดม ผจก.ฝ่ายการตลาด สิงห์ คอร์เปอเรชั่น มอบรางวัลให้กับ 3 สาวผู้โชคดี
โชว์ของสาวลูกเกด
โชว์ของสาวลูกเกด
โชว์ของน้องกีต้าร์
โชว์ของน้องกีต้าร์
โชว์ของน้องโบนัส
โชว์ของน้องโบนัส

โดยก่อนหน้านั้นในช่วงกลางวัน ลูกเกด เมทินี ได้นำทีม 5 สาวฮ๊อตของคณะกรรมการตัดสิน Sexy Leo Girl Season 4 และน้องๆ อาสาสมัครจากสถาบันต่างๆ ไปทำกิจกรรมดีๆ ด้วยการทำเก้าอี้เปเปอร์มาเช่ให้น้องๆที่พิการของสถาบันราชานุกูล ดินแดง

ร่วมถ่ายภาพที่ระลึก
ร่วมถ่ายภาพที่ระลึก
ลูกเกดลุขใจกับการทำบุญครั้งนี้
ลูกเกดลุขใจกับการทำบุญครั้งนี้
ลูกตาลขณะกวนกาวแป้ง
ลูกตาลขณะกวนกาวแป้ง
สาวๆช่วยกันแปะกระดาษบนโครงของเก้าอี้
สาวๆช่วยกันแปะกระดาษบนโครงของเก้าอี้
ไอซ์ตั้งใจกับการทำเก้าอี้เปเปอร์มาเช่
ไอซ์ตั้งใจกับการทำเก้าอี้เปเปอร์มาเช่

สำหรับสาวๆ ในภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ อดใจรออีกไม่นาน ลีโอเบียร์ จะนำทีมกรรมการสาวสุดเซ็กซี่ไปคัดเลือกคุณๆ กันถึงที่แน่นอน ระหว่างนี่ก็เตรียมเนื้อเตรียมตัวให้พร้อมไว้ ไม่แน่ ตำแหน่ง‘เซ็กซี่ ลีโอ เกิร์ล ซีซั่น 4 และตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ลีโอเบียร์ อาจเป็นของคุณ!

เครดิต  women.sanook

โหวตเลย…โหวตเลยลุ้นรับน้อง Blythe ฟรี ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. – 15 ส.ค.

July 11th, 2009 by womenblogs

แบรนด์ วีต้าพรุนขอขอบคุณเกิร์ลแก๊งสวยใสทุกทีมที่ส่งรูปถ่าย น่ารัก สุดเดิ้น มาร่วมสนุกกับกิจกรรม VETA The Purple Stage “Shine for Blythe” กัน ถึงกว่า 400 ทีม
ติดตามเกิร์ลแก๊งที่ผ่านเข้ารอบ 20 ทีมสุดท้ายได้ที่ www.brandworld.co.th/vetathepurplestage

และร่วม โหวตเชียร์เป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆกันต่อพร้อมลุ้นรับตุ๊กตาบลายธ์ไปนอนกอด กัน ฟรีๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฏาคม – 15 สิงหาคม 2552 นี้รายละเอียดเพิ่มเติมคลิ๊ก www.brandworld.co.th/vetathepurplestage หรือโทร Bug 1113

งาน เนี๊ย!!! วีต้าเค้าใจดี สำหรับเพื่อนๆทางบ้านที่ร่วมโหวตเกิร์ลแก๊งโดนใจ ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับน้อง Blythe รุ่น Bow Wow Trad ได้เหมือนกัน

เริ่มโหวตได้ตั้งแต่ วันที่ 5 กรกฎาคม ถึง 15 สิงหาคม ศกนี้

VETA The Purple Stage Shine for Blythe
VETA The Purple Stage Shine for Blythe

เครดิต  women.sanook

12 ปี แปลน ฟอร์ คิดส์ 12 ปี แห่งความภูมิใจ และ 12 ปี แห่งการพัฒนาคุณภาพเด็กและครอบครัว

July 11th, 2009 by womenblogs

ริสรวล อร่ามเจริญ, ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย
จากซ้าย 1.ริสรวล อร่ามเจริญ 2.ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี 3.พิชัย อร่ามเจริญ

เปิดประตูสู่จินตนาการ สู่โลกด้วยนิทานดีๆ … ริสรวล อร่ามเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด เปิดตัว 12 โครงการ ฉลอง 12 ปี แปลน ฟอร์ คิดส์ ผู้ ผลิตหนังสือและสื่อคุณภาพ เพื่อการพัฒนาศักยภาพและทักษะการเรียนรู้สำหรับเด็กและครอบครัว พร้อมได้รับเกียรติจากท่านศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ร่วมปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “มิติใหม่กับการเรียนรู้ของเด็กไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” และพูดคุยกับ 2 ครอบครัวคนดัง ครอบครัวตุ๊ก-ชนกวนัน วัชรคุณ และครอบครัวปิ๊บ-รวิชญ์ เทิดวงส์ เกี่ยว กับการใช้หนังสือนิทานกับลูกตัวน้อย โดยมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ภายในงานยังได้เปิดตัว 3 แอมบาสเดอร์ขวัญใจเด็กๆ น้านกฮูก, เด็กน้อยมงกุฎ และกุ๋งกิ๋ง ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัล เวิลด์

ริสรวล อร่ามเจริญ
ริสรวล อร่ามเจริญ กับผลงานสร้างสรรค์เพื่อเด็กๆ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี องค์ปาฐก ได้แสดงวิสัยทัศน์ว่า “จากหัวข้อ มิติใหม่กับการเรียนรู้ของเด็กไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน นี้ จะขอเสนอเป็น 2 แนวคิด คือ แนวคิดแรก ควรจะเลี้ยงลูกอย่างไร เราต้องรู้ก่อนว่า เด็กๆ และเยาวชนของเราสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้จากที่ไหนบ้าง บ้าน ‘อยู่เย็นเป็นสุข’ สอนให้เด็กมีความรู้ และการใช้ชีวิต โรงเรียน ‘แหล่งคุณธรรมความรู้’ สอนทักษะในการทำงาน คือ ความรู้ต่างๆ ที่จะนำไปประกอบอาชีพ โบสถ์-วัด-มัสยิด ‘เผยแพร่ศาสนธรรม’ วิชา ชีวิต เรียนรู้ที่จะสร้างสันติภาพ และความสุขให้กับสาธารณะ และชุมชนสีขาว วิถีชีวิตของชุมชน ที่เราเตรียมแต่สิ่งที่ดีๆ ตัวอย่างดีๆ ให้พวกเขาการเรียนรู้ก็คือการศึกษา ซึ่งเราต้องเน้นในเรื่องของการสร้างอุปนิสัยอันงดงาม และการยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม อย่างประเทศอังกฤษ เขาจะเน้นให้เด็กสามารถแยกสิ่งดี และสิ่งไม่ดีออกจากกันให้ได้ มีความซื่อสัตย์ รู้จักสำนึกในหน้าที่ รู้จักอดทน ยึดมั่นในกฎเกณฑ์เสมอกัน เอาใจเขามาใส่ใจเรา และมีเมตตาธรรม สิ่งต่างๆ เหล่านี้เขาจะปลูกฝังกันตั้งแต่เล็กๆ

ดร.สิริกร  และ ริสรวล  กับ แอมบาสเดอร์แปลน ฟอร์ คิดส์
ดร.สิริกร และ ริสรวล กับ แอมบาสเดอร์แปลน ฟอร์ คิดส์

สำหรับ คนไทย เราต้องรู้ว่า เราต้องการปลูกฝังอะไรให้กับเด็กของเรา แล้วจึงเตรียมพร้อมในสิ่งต่างๆ เหล่านั้น เอาสิ่งดีๆ มาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับเด็กของเรา แนวคิดที่ 2 เราจะนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเลี้ยงลูกดีมั๊ย ก่อนที่เราจะสอนอะไรให้กับลูก ตัวเราต้องรู้ก่อนเช่นกันว่า เศรษฐกิจพอเพียง คือ อะไร เศรษฐกิจพอเพียง คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผลที่สามารถอธิบายได้ตามหลักกฎเกณฑ์ ตามกฎหมาย ตามหลักศีลธรรม และเศรษฐกิจพอเพียง ยังเป็นภูมิคุ้มกันทั้ง 4 ด้าน วัตถุ, สังคม (การศึกษา), สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม (ความรักชาติ) วัตถุประสงค์ของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นหลักปฏิบัติสำหรับบุคคล ครอบครัว องค์กร ชุมชน และประเทศ โดยให้ยึดทางสายกลาง เพื่อให้สามารถรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ทั้งภายใน และภายนอก ต้องก้าวทันโลก และเรียนรู้ที่จะก้าวนำโลก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็ต้องเรียนรู้ และรู้จักประยุกต์ เพื่อสอนให้เด็กๆ เข้าใจ ในหลวงท่านเคยเตือนว่า ผู้ใหญ่มีหน้าที่ที่จะสั่งสอน และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็ก และเมื่อเด็กโตขึ้น พวกเขาก็ต้องทำหน้าที่นี้ต่อไป คือ สั่งสอน และเป็นตัวอย่างที่ดี เพื่อความยั่งยืน และความผาสุก ผมอยากจะฝากไว้ว่า เด็กและเยาวชน เขาเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ในครรภ์ ถึงแม้เขาจะยังพูดไม่ได้ แต่พวกเขาเรียนรู้ได้ คุณใส่อะไรให้เขา เขาก็จะบันทึกไว้ ผมจึงอยากให้ทุกคนช่วยกันใส่ความงาม ความดี ความจริง กันให้เยอะๆ เด็กๆ เขาจะได้มีความงาม ความดี และความจริงติดตัว และเมื่อพวกเขาโตขึ้น เขาจะได้สอนคนรุ่นต่อๆ ไปในสิ่งดีๆ เหล่านี้”

ตุ๊ก-ชนกวนัน, รวิชญ์
จากซ้าย 1.แทนคุณ 2.ตุ๊ก-ชนกวนัน 3.ดาริกา 4.รวิชญ์

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับข้อคิด และเทคนิคดีๆ ในการเลี้ยงลูกจาก 2 ครอบครัวคนดัง ตุ๊ก-ชนกวนัน และน้องแพรว-แพรวพิชชา วัชรคุณ คุณ แม่คนสวย ได้เปิดเผยว่า “พี่บ๊วยเขาจะเริ่มอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่ตอนที่ลูกยังอยู่ในท้อง ทำให้เขาชอบหนังสือ แล้วหนังสือนี่แหละที่ทำให้น้องแพรวเขาคลานได้ เพราะพี่บ๊วยจะใช้หนังสือล่อ เขาก็จะคลานตามหนังสือจนเขาคลานได้คล่อง และหนังสือยังเป็นของเล่นชิ้นแรกๆ ที่เขาจะหยิบจับเสมอ ตุ๊กว่า หนังสือนิทานสมัยนี้ เป็นหนังสือนิทานที่มีคุณภาพ รูปภาพสีสันสดใสดึงดูดเด็กๆ เนื้อหาต่างๆ ก็จะไปด้วยกันกับภาพ เพียงแต่หนังสือนิทานต้องการเสียงของพ่อแม่ที่จะคอยเล่าให้ลูกฟังซ้ำๆ ให้เขาค่อยๆ เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากรูปภาพ และเรียนรู้คำศัพท์ต่างๆ จากการอ่านของพ่อแม่ สำหรับตุ๊กหนังสือนิทานยังทำให้น้องแพรวติดตุ๊กมากขึ้น เขาจะชี้ๆ ทำตาโตๆ ให้รู้ว่า เขาอยากให้เราอ่านให้เขาฟัง มันเหมือนเป็นการเสริม ความอบอุ่น ความรักให้กับครอบครัว และเมื่อไรที่เขาได้รับความอบอุ่น และความรักอย่างเต็มที่แล้ว เขาก็จะเริ่มก้าวออกเดินไปได้อย่างมั่นคง และบางครั้งหนังสือนิทานก็จะเป็นการเล่าด้วยเนื้อเพลง ยิ่งทำให้ลูกผูกพันกับเรามากขึ้นอีกด้วย เราสละเวลาเพียงวันละ 3 – 5 นาทีให้กับลูก ปลูกฝังให้เขารักหนังสือ รักการอ่าน เพราะการอ่านเป็นคลังความรู้ที่ดีที่สุด ทำให้เขามีอนาคตที่ดี และยังช่วยให้เขาพัฒนาด้านอื่นๆ ต่อไปได้อย่างดี”

ครอบครัวเทิดวงศ์
ครอบครัวเทิดวงศ์ กับมุมของเล่นเสริมทักษะ

คุณพ่อรวิชญ์ คุณแม่ดาริกา และน้องพิพ-ธรณ์ธันย์ เทิดวงส์ ครอบ ครัวที่มีหนังสือนิทานเป็นส่วนหนึ่งในการเลี้ยงลูกเหมือนกัน เปิดเผยว่า “ครอบครัวเราค่อนข้างอ่านหนังสือให้เขาฟังบ่อย ปลูกฝังกันตั้งแต่เล็กๆ พิพเขาก็จะชอบหนังสือตั้งแต่เล็กๆ แล้ว เด็กๆ เริ่มจากการกรีดหน้าหนังสือ เริ่มให้ความสนใจหนังสือการ์ตูน และตอนนี้เขาก็หันมาสนใจพวกหนังสือป๊อปอัพ อย่างตอนนี้ น้องพิพ 3 ขวบแล้ว เขาเริ่มที่จะเข้าใจพลอตเรื่องต่างๆ ได้มากขึ้น และเริ่มเลือกหนังสือนิทานที่เขาชอบ รู้จักปฎิเสธเล่มที่ไม่สนใจ คุณพ่อก็จะเน้นเรื่องรูปภาพที่สวยงาม ส่งเสริมศิลปะไปพร้อมๆ กัน ส่วนคุณแม่จะอ่านหนังสือ เน้นเป็นคำพูดมากกว่า ถึงเขาจะยังไม่รู้ทุกคำ แต่เขา ก็ได้ฟัง ได้เรียนรู้คำศัพท์จากการอ่าน การฟัง ซึมซับกันไปเรื่อยๆ และหนังสือนิทานที่มีภาษาดีๆ สวยๆ ก็ยังช่วยให้ภาษาเขาดีขึ้น แต่ในบางครั้งการเล่านิทานก็ต้องอาศัยน้ำเสียงในการเล่าเช่นกัน เพื่อจูงใจให้เขาคล้อยตามเรื่องราวต่างๆ เพราะเด็กสมาธิเขาจะค่อนข้างสั้น พ่อแม่จึงต้องช่วยกันสร้างบรรยากาศให้การอ่านหนังสือ ให้ไม่น่าเบื่อ เขาจะได้สนใจ อย่างนิทานบางเรื่องแพรวก็จะเป็นคนแต่งให้เขาเอง เราอยากจะสอนอะไรลูก เราก็สามารถใส่ลงไปในเนื้อเรื่องของนิทานได้ ตัวละครก็จะซ้ำๆ ตัวเดิมๆ แต่เพิ่มเติมเนื้อหา อาจจะให้เข้ากับสิ่งต่างๆ ที่เขาพบเจอมาในแต่ละวัน เขาจะได้เรียนรู้ และจำจด ตอนนี้พิพเขาเริ่มที่จะมีจินตนาการบางแล้ว เราอ่านนิทานเรื่องเดิมๆ ให้เขาฟัง เขาก็เริ่มที่จะแต่งเติมเอง เริ่มต่อยอดเนื้อเรื่องแบบที่คิด ถือได้ว่าพัฒนาการที่มาจากการอ่านหนังสือที่ชัดเจน สำหรับหนังสือนิทานในสมัยนี้ จะเห็นได้ชัดถึงความแตกต่างจากสมัยก่อน ที่จะเป็นการเอานิทานจากต่างประเทศมาแปล ตัวหนังสือเป็นภาษาไทย แต่รูปภาพเป็นรูปภาพของประเทศนั้นๆ แต่สมัยนี้หนังสือนิทานของเรา เราก็ผลิตเอง วาดรูปเอง แต่งเนื้อเรื่องได้เอง ให้เข้ากับเด็กไทยของเรา และคุณภาพหนังสือนิทานของเราก็เทียบเท่ากับของต่างประเทศ ทำให้เด็กสมัยนี้มีโอกาสที่จะเรียนรู้มากขึ้น หนังสือนิทานไม่ใช่แค่หนังสือเล่มหนึ่ง แต่หนังสือนิทานยังช่วยสร้างสมาธิให้กับเด็ก ฝึกการเรียนรู้จากรูปภาพที่มีสีสันสดใส และ ยังทำให้เกิดความผูกพันกันในครอบครัว ช่วยสร้างความอบอุ่น และช่วยให้เด็กโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ได้อีกด้วย”

ตุ๊ก-ชนกวนัน
คุณแม่ตุ๊ก-ชนกวนัน และ น้องแพรว

เพื่อฉลอง 12 ปี แปลน ฟอร์ คิดส์ ได้ จัดเตรียม 12 กิจกรรมพิเศษ สำหรับเด็กๆ และครอบครัว ได้แก่ โครงการ My First Book, โครงการจัดอบรมหลักสูตรพัฒนาพ่อแม่ด้วยหนังสือและสื่อ, โครงการพัฒนาศักยภาพครูปฐมวัยเพื่อส่งเสริมพลังการเรียนรู้เด็กในสถานศึกษา, โครงการนิทานคัดสรรของนักอ่านตัวน้อย, โครงการนิทานแสนรักของนักเขียนเอก, โครงการนักเขียนตัวจิ๋วไอเดียแจ๋ว, โครงการคลิปละครนิทานหรรษา, โครงการละครนิทานตระการตา, โครงการแฮปปี้คิดส์ เฟสติวัล, โครงการร้านค้าต้นแบบ และโครงการ เพื่อเด็กด้อยโอกาสในสังคมอย่าง โครงการ 12 ปีสู่การแบ่งปันกับกิจกรรมสร้างรอยยิ้มให้กับเด็ก 12 สถานสงเคราะห์ และโครงการสร้างหนังสือเสียง…สู่ผู้บกพร่องทางการมองเห็น

สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมดีๆ พัฒนาทักษะด้านต่างๆ ของลูกรัก ทาง www.planforkids.com หรือ โทร. 0-2575-2559

เครดิต  women.sanook

น้องจูเลียต เดินทางกลับจากการประกวด Miss Italia nel Mondo 2009

July 11th, 2009 by womenblogs

มาเรีย จูเลียตต้า, สาวงาม

เช้าวันนี้เวลา 05.55 น. นางสาวมาเรีย จูเลียตต้า คอนเซนติโน หรือ “น้องจูเลียต” ตัวแทนสาวไทยเชื้อสายอิตาเลี่ยนได้เดินทางกลับจากการประกวด Miss Italia nel Mondo 2009 หรือ Miss Italy in The World 2009 ณ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG941 และได้เข้าพบและขอบคุณผู้บริหารโรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์ กรุงเทพ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักในการเดินทางไปประกวดครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ทางโรงแรมยังได้เอื้อเฟื้อสถานที่ให้ใช้ในบันทึกเทปรายการ Thailand Report ของสถานีโทรทัศน์ Thailand Global Network โดยคุณดำฤทธิ์ วิริยะกุล และคุณกิ่งเพชร บุญยงค์ อีกด้วย

น้องจูเลียตได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประสบการณ์การประกวดครั้งนี้ว่า “เหนื่อยและสนุกมากๆ ภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนไปเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยด้วย ทุกคนในกองประกวดรวมถึงชาวเวนิสส่วนใหญ่เมื่อเจอจูเลียตก็จะยกมือไหว้และ กล่าวคำสวัสดี เพื่อนจากทุกประเทศต่างเอ็นดูเหมือนจูเลียตเป็นน้องสาวคนเล็ก ชื่นชอบในความสุภาพเรียบร้อยอ่อนน้อมถ่อมตนแบบผู้หญิงไทยและการได้รับ การอบรมสั่งสอนที่ดีจากครอบครัว สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือมิตรภาพที่ดีที่ได้รับจากเพื่อนร่วมการประกวด อีก 49 ประเทศ และยังได้รับคะแนนโหวตจากชาวอิตาลีให้เข้ารอบ 15 คนสุดท้ายของการประกวด Miss Italia nel Mondo 2009 นอกจากนี้ยังเป็นผู้เข้าประกวดเพียงคนเดียวที่ได้รับเลือกจากกองประกวดให้เดินทางไปถ่ายทำสารคดีแนะนำการท่องเที่ยวของเมือง Verona ซึ่งเป็นสถานที่ที่ปรากฏในวรรณกรรมก้องโลก Romeo & Juliet ก่อนเดินทางกลับสู่ประเทศไทย”

ภาย หลังเสร็จสิ้นภารกิจในวันนี้น้องจูเลียตก็ได้เดินทางกลับบ้านที่จังหวัด ภูเก็ตทันที เพื่อเข้าศึกษาและตามบทเรียนให้ทันเพื่อนๆ ที่โรงเรียนสตรีภูเก็ตต่อไป

เครดิต  women.sanook