แต่งลูกตา วิธีเพิ่มความสวยแนวใหม่

July 4th, 2009 by womenblogs

เดี๋ยว นี้ความสวยที่เกิดจากการแต่งหน้า แต่งตัว แต่งผมดูจะธรรมดาไปแล้ว เพราะวัยรุ่นยุคนี้ก้าวลึกไปกว่านั้น เห็นได้จากพฤติกรรมของสาวๆ ยุคใหม่ที่หันมานิยมแต่งลูกตาให้สวยเก๋ ดูโดดเด่น

แต่งลูกตา!!

ความ แปลกที่ว่านี้เห็นได้ตามตลาดวัยรุ่น ซึ่งจะเห็นคอนแทคเลนส์แฟชั่นที่พิมพ์ลายดอกไม้ พิมพ์ลายดวงดาว พิมพ์ลายพระจันทร์ ลายประกายเพชร รวมทั้งยังมีแบบเลนส์โทน 3 สี อย่างสีน้ำตาลและสีเหลืองตัดขอบด้วยสีดำ เมื่อใส่ในดวงตาแล้ว คนที่มองก็จะเห็นลวดลายเหล่านั้นปรากฏอยู่บนลูกตา

“แพร” นางสาวอรณิชา เดชคำลณกุล คนขายคอนแทคเลนส์ย่านวัยรุ่น เล่าถึงคอนแทคเลนส์แต่งลูกตาว่า ตอนนี้คอนแทคเลนส์แบบแฟชั่นกำลังฮิต เพราะพฤติกรรมการเลียนแบบการ์ตูนญี่ปุ่น เกาหลี ที่อยากให้ดวงตาโดดเด่น และแปลกกว่าคนอื่น ใส่แล้วทำให้ดูตาบ๊องแบ๊ว ยิ่งมีการพิมพ์ลายเข้าไปด้วยก็ยิ่งทำให้ฮิตกันมากขึ้น แต่ที่กำลังฮิตและมาแรงนั้นต้องยกให้ “คอนแทคเลนส์คอสเพลย์” ที่ทำเลียนแบบจากตัวการ์ตูน ซึ่งจะเป็นเพียงเลนส์ธรรมดา ไม่ใช่เลนส์สายตา ใส่เพื่อความสวยงามเท่านั้น

“แพร” บอกอีกว่า คอนแทคเลนส์คอสเพลย์นั้น ลายเลียนแบบมาจากการ์ตูน อย่างลายคอสเพลย์รูปวงรี คอสเพลย์ตาขาว คอสเพลย์ตาแดง ใส่แล้วดวงตาจะเป็นสีแดง หรือคอสเพลย์สีขาวที่ใส่แล้วดูเหมือนหนังผี ซึ่งจะทำให้ตาน่ากลัวกว่าเดิม และจะมีแบบเลนส์คอสเพลย์รูปวงแหวนการ์ตูนอิทาจิ หรือเลนส์คอสเพลย์เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาจะมีลายเฉี่ยวกว่านิดนึง และมีเลนส์แบบเนตรวงแหวนเป็นลายวงๆ ซึ่งเลนส์คอสเพลย์จะเรียกอีกอย่างว่าเลนส์แฟนตาซี

“เลนส์คอสเพลย์จะ มีราคาสูงกว่าเลนส์ปกติทั่วไปถึงหลักพัน เพราะเป็นเลนส์ที่แปลก และไม่ได้เป็นเลนส์สายตา เพียงแต่ใส่เล่นให้ดูเก๋ ดูแปลกแตกต่างจากคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่จะใส่ไปงานปาร์ตี้ หรือเที่ยวเล่นกับเพื่อน คนคอสเพลย์กลุ่มนี้จะไม่เน้นสวยงาม จะออกแนวชอบแปลกๆ มาจากการ์ตูนญี่ปุ่น เกาหลี เพราะการ์ตูนเหล่านั้น คือ ฮีโร่ในดวงใจของพวกเขา คนคอสเพลย์เลยอยากเลียนแบบ ซึ่งไม่ใช่แค่เลียนแบบการแต่งตัว เลียนแบบพฤติกรรมแม้กระทั้งลูกตาก็ยังเลียนแบบ”

แต่อย่างไรก็ตาม แพร ยังบอกอีกว่า แฟชั่น คอนแทคเลนส์จะไม่มีที่สิ้นสุด โดยเฉพาะในเด็กวัยรุ่นที่เป็นคนมีเงิน ชอบแต่งตัว ซึ่งตนก็อยากให้วัยรุ่นคำนึงถึงเงินในกระเป๋าและความปลอดภัยด้วย

” แฟชั่นเราสามารถเดินตามได้ แต่อยากให้ทุกคนระมัดระวังเหมือนกัน แม้ว่าคอนแทคเลนส์เหล่านี้เมื่อใส่แล้วจะทำให้เปลี่ยนลักษณะ บุคลิกได้ แต่คนใส่ต้องมีวินัยในการรักษาความสะอาด ดูแลรักษา และถ้าจะซื้ออยากให้คิดถึงเศรษฐกิจ และเงินในกระเป๋าด้วย เพราะค่อนข้างแพง ดังนั้นถ้าคิดจะตามแฟชั่น วัยรุ่นก็ควรจะคิดถึงเงินในกระเป๋าเรา กระเป๋าพ่อแม่ด้วย”

เครดิต  sanook.com

คอสเพลย์ คืออะไร ทำไมวัยรุ่นฮิตแต่งกันนัก

July 4th, 2009 by womenblogs

คอส เพลย์ แต่เดิมนั้น การแต่งคอสเพลย์ยังไม่มีคำระบุเรียกลักษณะการแต่งกายเลียนแบบตัวละครจากใน เกม, การ์ตูน อย่างชัดเจน คำๆนี้ถูกใช้และเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้การเขียนคอลัมน์ในนิตยสาร My Anime เมื่อปี พ.ศ. 2525 โดย โนบุยุกิ ทากาฮาชิ ซึ่งมาจากการนำคำ 2 คำมาผสมกัน คือคำว่า Costume และ Play ซึ่งนิยามของคอสเพลย์ในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่แค่การแต่งกายเลียนแบบตัวละคร ที่มาจากประเทศญี่ปุ่น เท่านั้น แต่กินความหมายรวมไปถึงการ์ตูน เกม และเพลงจากชาติอื่นๆ รวมถึงวงการเพลงที่มีการเลียนแบบการแต่งกายของวง J-Rock และ J-Pop ที่มีรูปแบบแตกต่างจากการแต่งกายแบบปกติอย่างชัดเจน ซึ่งอาจจะมีการรวมกลุ่มกันเพื่อร้องเพลงหรือการเต้น Cover ตามศิลปินที่ชื่นชอบนั้นอีกด้วย และการแต่งกายแบบย้อนยุค อย่างเช่นสมัย Gothic เป็นต้น

สำหรับในประเทศไทยนั้น จุดเริ่มต้นของกิจกรรมการแต่ง Cosplay ส่วนหนึ่งจะมาจากผู้ที่ชื่นชอบ J-Rock ในสมัยที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงปี 30 กลายๆ อีกส่วนหนึ่งคือผู้ที่ชื่นชอบการ์ตูนญี่ปุ่นและติดตามข้อมูลโดยตรงจากทาง ญี่ปุ่น ก็ได้มีการรวมกลุ่มเล็กๆเพื่อจัดงานขึ้นมาเมื่อประมาณ พ.ศ. 2541 หลังจากนั้นสำนักพิมพ์การ์ตูนญี่ปุ่นต่างๆ เองก็ได้เริ่มให้ความสนใจจัดกิจกรรมเพื่อตอบสนองความชื่นชอบในลักษณะของการ ประกวด Cosplay ขึ้นมาบ้าง ซึ่งจุดที่ทำให้ Cosplay เป็นที่รู้จักกันมากขึ้นในสังคมไทย เห็นจะเป็นกระแสของเกมออนไลน์ต่างๆ ที่เริ่มเข้ามาเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2545 โดย Cosplay ก็ เป็นกิจกรรมหลักๆ ที่ผู้นำเข้าเกมส์ทุกบริษัทจะจัดขึ้นมาเพื่อสร้างความคึกคักให้กับตัวงาน โดยเฉพาะเกมส์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอย่าง Ragnarok Online ซึ่งสื่อต่างๆ ก็ได้นำเอาเรื่องของ Cosplay ไปเผยแพร่ จึงมีผลทำให้บุคคลทั่วๆไปได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้น จากที่แต่เดิมนั้นจะเป็นรู้จักเฉพาะในวงแคบๆ เท่านั้น นับเป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่ง

เครดิต  sanook.com

บลายธ์ ลูมิ บาร์บี้ 3 ตุ๊กตา ไฮโซยอดฮิตพ.ศ.นี้

July 4th, 2009 by womenblogs

ช่วง นี้บ้านเราสาวๆ กำลังนิยมเล่นตุ๊กตากันมากๆ ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตายอดฮิตของผู้หญิงทั่วโลกอย่าง บาร์บี้ (Barbie) หรือ ตุ๊กตาหัวโต น่ารัก น้องบลายธ์ (Blythe) และล่าสุดตุ๊กตาสัญชาติเกาหลี ลูมิดอลล์ (Lumi doll) ที่หน้าตา น่ารักราวกับเจ้าหญิง

เพื่อ ไม่ให้ตกเทรนด์ วันนี้ S! Campus จึงนำประวัติคราวๆของตุ๊กตาไฮโซทั้ง 3 ตัวมาให้เพื่อนๆได้อ่านกัน พร้อมชมแกลอรี่ภาพน่ารักๆ ของตุ๊กตาที่เพื่อนๆชื่นชอบ ชอบตัวไหนก็เก็บเงินซื้อกันเองนะ แต่ทางที่ดียืมเพื่อนเล่นดีกว่า จะได้ไม่เปลืองเงิน อิอิ

1. Blythe


BLYTHE, บลายธ์
BLYTHE, บลายธ์
BLYTHE, บลายธ์
BLYTHE, บลายธ์
BLYTHE, บลายธ์
BLYTHE, บลายธ์
BLYTHE, บลายธ์
BLYTHE, บลายธ์
BLYTHE, บลายธ์
BLYTHE, บลายธ์
BLYTHE, บลายธ์
BLYTHE, บลายธ์

กำเนิดอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.1972 จากโรง Kenner สหรัฐอเมริกา ในตอนแรกได้จัดทำตุ๊กตาออกมาถึง 4 แบบคือ Blythe, Karess, Willow และ Skye ต่อมาทางโรงงานก็ได้จ้างดีไซน์เนอร์มาช่วยออกแบบให้ ซึ่งทำให้ตุ๊กตาสามารถเปลี่ยนสีลูกตาได้ แถมมีเครื่องแต่งกายมากมายที่สลับสับเปลี่ยนกันแทบไม่รู้จบ อย่างไรก็ตาม แต่แทนที่จะไปได้สวยกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะหน้าตาและสีสันของมันทำให้เด็กกลัวมาก จนต้องหยุดผลิตทั้งที่เปิดตัวได้เพียงแค่ปีเดียว ไม่นานนักก็เลิกใจการไปถึง 30 กว่าปี

หลังจาก 30 ปีผ่านไป ตุ๊กตาไบลทธ์ก็กลับมาอีกครั้ง และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากการที่ Gina Garan โปรดิวเซอร์สาวชาวอเมริกาได้รับมอบตุ๊กตาจากเพื่อน และเธอก็พาไบลทธ์ไปกับเธอแทบทุกที่ทั่วโลก และถ่ายภาพจากกล้อง SLR โดยมี Blythe เป็นนางแบบ ภาพของเธอถูกนำมารวมเป็นหนังสือชื่อ This is Blythe และ Finecracker Altemative Book ผลก็คือ Gina Garan โด่งดังและนำพาให้ตุ๊กตาไบลทธ์ก็กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง และเมื่อบริษัท Tokoro ของประเทศญี่ปุ่นได้ลิขสิทธิ์ผลิตตุ๊กตา จึงทำการประชาสัมพันธ์จนทำให้ไบลทธ์เป็นที่รู้จักมากมาย ด้วยการยกให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดัง และทำให้มีส่วนร่วมกับวงการแฟชั่นด้วยการหาแบรนด์เนมต่างๆ มาสนับสนุนทำให้วันนี้ไบลทธ์ กลายมาเป็นตุ๊กตาที่มีราคาขึ้นมาทันที ปัจจุบันราคาอยู่ที่หลักหลักพันจนไปถึงหมื่นบาทขึ้น

2. Barbie

BARBIE, บาร์บี้
BARBIE, บาร์บี้
BARBIE, บาร์บี้
BARBIE, บาร์บี้
BARBIE, บาร์บี้
BARBIE, บาร์บี้
BARBIE, บาร์บี้
BARBIE, บาร์บี้
BARBIE, บาร์บี้
BARBIE, บาร์บี้
BARBIE, บาร์บี้
BARBIE, บาร์บี้

กำเนิดอย่างเป็นทางการในปี 1959 ในงานอเมริกันทอย แฟร์ หลังจากมีการก่อตั้งบริษัท แมตเทล ในปี 1944 โดยเอลเลียด แฮนด์เลอร์ และ ฮาโรลด์ แมคสัน ซึ่งภายหลังแมคสันขายเลอร์หุ้นส่วนหนึ่งของตัวเองให้แฮนด์เลอร์ ทำให้แฮนด์เลอร์กับภรรยาของเขาเข้ามาทำธุรกิจนี้อย่างเต็มตัว ในงานของเล่นที่นิวยอร์ก เมื่อปี 1959 แมตเทลจึงออกผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า “บาร์บี้” เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นตุ๊กตานางแบบวัยรุ่นที่สวมชุดว่ายน้ำลายขาวดำ พร้อมกับแว่นกันแดดสุดเปรี้ยว รองเท้าส้นสูง ตุ้มหูห่วงสีทอง และผมหางม้าสูง 29 เซนติเมตร หนัก 11 ออนซ์ โดยชื่อบาร์บี้นั้นมาจากชื่อลูกสาวของแฮนด์เลอร์

ต่อมาตุ๊กตาบาร์บี้ ได้รับความนิยมอย่างสูง จึงทำให้มีสร้างเป็นเรื่องราวออกมาว่าบาร์บี้เกิดที่ เมืองวิลโลว์ ที่วิสคอนชิน มีชื่อจริงว่า บาร์นี้ มิลลิเซ็นต์ โรเบิร์ดส์ เป็นบุตรสาวของ มาการ์เร็ด โรเบิร์ดส์ กับ โรเบิร์ด โรเบิร์ดส์ โดยมีน้องสาว ชื่อว่า สกิปเปอร์ ทูตติสเคซี และเคลลี พร้อมเพื่อนสนิทอย่างมิดจ์ บาร์บี้ได้เข้าเรียนในระดับไฮสคูลที่โรงเรียนวิลโลว์ ในเมืองวิลโลว์ รัฐวิสคอนชิน และเริ่มออกเดทกับเคนในปี 1961 ทั้งสองเป็นคู่รักที่สวีทกันมาตลอดว่า 40 ปี แต่แล้วความเปลี่ยนแปลงก็มาถึง กระแสของการแสวงหารักใหม่เข้ามามีบทบาทเหมือนคนจริงๆ เพราะสาวบาร์บี้แอบมีกิ๊กจนเลิกกับเคนในปี 2005 หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตสาวโสดอย่างสนุกสนามตามเทรนด์แฟชั่นที่เข้ามาในแต่ละ ปี

การผลิตเสื้อผ้าให้ตุ๊กตาบาร์บี้นั้นมีแบบต่างๆ ให้เลือกมากกว่า 500 แบบ จำหน่ายในกว่า 150 ประเทศ มียอดจำหน่ายมากกว่า 1 พันล้านตัว ราคาบาร์บี้สำหรับเด็กประมาณตัวละ 400-500 บาท หากเป็นรุ่นสะสม ก็จะมีราคา 1,100 บาทขึ้น แต่ถ้าเป็นรุ่นเก่าหายาก ก็จะมีราคาตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทขึ้นไปครับ

3. Lumi doll


LUMI,ลูมิ
LUMI,ลูมิ
LUMI,ลูมิ
LUMI,ลูมิ
LUMI,ลูมิ
LUMI,ลูมิ
LUMI,ลูมิ
LUMI,ลูมิ
LUMI,ลูมิ
LUMI,ลูมิ
LUMI,ลูมิ
LUMI,ลูมิ

Lumi doll เป็นตุ๊กตาอีกรุ่นของ Ball Jointed Dolls หรือตุ๊กตาแบบที่มีข้อต่อที่ขยับได้หลายท่า เป็นตุ๊กตาสัญชาติเกาหลี ผลิตโดยบริษัท Latidoll อาจแตกต่างจากตุ๊กตาทั่วไปตรงที่ไม่ได้ทำมาจากพลาสติก แต่ทำจากวัสดุโพลียูรีเทน (Polyurethane) ซึ่งมีความทนทาน ความยืดหยุ่น เนื้อของตุ๊กตาจะคล้ายๆ กับเรซิ่นเกรดดี มีความเงางามในตัว แลดูเสมือนคนจริงๆ ที่สำคัญใช้แรงงานคนในการผลิต เพราะมีข้อต่อเยอะ อีกทั้งยังต้องขัดแต่งส่วนประกอบต่างๆให้สมบูรณ์ ก่อนจัดส่งให้ลูกค้า ทำให้ต้องใส่ใจกับรายละเอียดต่างๆ ค่อนข้างมาก ดังนั้น Lumi doll จึงมีราคาแพงกว่าตุ๊กตาปกติทั่วไป เนื่องจากเป็นงานแฮนด์เมด

Lumi doll มีให้เลือกหลายรุ่น หลายแบบ หลายสไตล์ มีลักษณะเป็นตุ๊กตาแก้มป่อง ตากลมโต รูปร่างสมส่วน สีหน้าและแววตาแสดงความรู้สึกบ่งบอกอารมณ์ได้เป็นอย่างดี สามารถตกแต่งได้ทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า ใบหน้า วิกผม รองเท้า และมีเครื่องประดับมากมายให้แต่งตัวตุ๊กตากันได้ไม่เบื่อ เช่น ถุงน่อง รองเท้า หมวก ก็ปรับเปลี่ยนตามแต่ใจเราต้องการ ที่สำคัญสามารถเปลี่ยนสีตาได้มากกว่า 1 สี

ทั้งนี้ Lumi doll ยังมีฝาแฝดอีกหนึ่งตัวคือ Lami Doll โดย Lami และ Lumi มีความแตกต่างกันที่ Lami จะดูออกแนวเข้มแข็ง เป็นสาวสปอร์ตเกิร์ล ชอบออกกำลังกาย ดูเป็นสาวร่าเริงสดใจ มีเพื่อนเยอะ ในขณะที่ Lumi จะดูบุคลิกเป็นเด็กเงียบๆ เรียบร้อย หน้าตาอ่อนโยน รักสันโดษ ชอบของสวยงาม ออกแนวคุณหนู มีความสามารถทางด้านศิลปะ ชอบสะสมเครื่องประดับ เครื่องสำอาง และของสวยๆ งามๆ

สนนราคาเริ่มต้นราวๆ ตัวละ 10,000 บาท (ราคา lumi ประมาณ 6,000 บาท บวกค่านำเข้าประมาณ 4,000 บาท) ขอบอกว่าเจ้า Lumi ยังไม่มีวางขายในประเทศไทย ต้องสั่งให้นำเข้าจากประเทศเกาหลีเท่านั้น ใครที่อยากมีไว้ครอบครองต้องอดใจรอกันหน่อยนะ

เครดิต  sanook.com

Indy Ideas เครื่องประดับ 4 แนว ฝีมือของเด็กมีไอเดีย

July 4th, 2009 by womenblogs

Indy, Ideas, แฟชั่น, ไอเดีย, งานฝีมือ, indy in town

Issue นี้ขอลำเอียงไปเอาใจสาวๆ หน่อยแล้วกัน เพราะ Indy Ideas จะพาสาวๆ ทั้งหลายไปเพลิดเพลินกับของสวยๆ งามๆ 4 แบบ 4 สไตล์ กับเครื่องประดับ 4 แนว โดยฝีมือของเด็กมีไอเดีย

แจน-ลีลาวดี ผ่านสุวรรณ จากรั้ว ม.รังสิต

Indy, Ideas, แฟชั่น, ไอเดีย, งานฝีมือ, indy in town

เริ่มแรกขอเอาใจสาวหวานที่ชื่นชอบของแหววก่อนเลยกับร้านของน้องแจน ร้านนี้มีสินค้าหลายประเภทเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าใส่มือถือ กระเป๋าใส่เงิน สร้อยคอ พวงกุญแจ ต่างหู ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นสีลูกกวาดทั้งนั้น

Indy, Ideas, แฟชั่น, ไอเดีย, งานฝีมือ, indy in town

อย่างว่าแหละก็เจ้าของออกจะหน้าหวานแอ๊บแบ๊วซะขนาดนี้ ของที่ขายก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกัน ความโดดเด่นอีกอย่างคือ วัสดุที่ใช้จะเป็นผ้าทั้งหมด เพราะจะได้ช่วยลดภาวะโลกร้อนด้วยจ้า

ฟลุ๊ค-นฤนาท จั่นสังข์ จาก ม.หอการค้าไทย

Indy, Ideas, แฟชั่น, ไอเดีย, งานฝีมือ, indy in town

สาวๆ คนไหนที่ข้อมือโล่งแล้วรู้สึกเหมือนว่าชิวิตขาดอะไรสักอย่าง ดิ้นพล่านทนไม่ได้ Indy Ideas ขอเสนอกำไลอเนกประสงค์ ใส่ได้ใส่ดี ใส่ได้ทุกวัน

Indy, Ideas, แฟชั่น, ไอเดีย, งานฝีมือ, indy in town

ร้าน นี้ซึ่งมีกำไลให้เลือกมากมายหลากหลายแบบเลยทีเดียว ไม่ว่าวันนี้คุณจะใส่ชุดแบบไหน ร้านนี้เขาก็มีกำไลให้เพื่อนๆ ได้เลือกสรรกันเต็มที่ ทั้งแบบกลม แบบเหลี่ยม แบบเส้น อู้ย….เยอะแยะ!!

กิฟท์-อาลดา พึ่งสุข ม.ศิลปากร

Indy, Ideas, แฟชั่น, ไอเดีย, งานฝีมือ, indy in town

ร้าน นี้น้องกิฟท์มีไอเดียเก๋ๆ อย่างเครื่องประดับทองเหลืองมาฝาก ไม่ว่าจะมองไปมุมไหนก็ดูดีไซน์ทั้งนั้น ด้วยความครีเอทที่นำภาพการ์ตูน หรือภาพธรรมดาที่หลายคนมองข้ามมาตัดตรงนี้นิด ดัดแปลงตรงนี้หน่อย นำมา Mix & Match จนได้สินค้าสุดเดิร์นที่สาวๆ เห็นจะต้องหลงใหล

Indy, Ideas, แฟชั่น, ไอเดีย, งานฝีมือ, indy in town

เห็นสินค้าไอเดียขนาดนี้ขอบอกว่าไม่แพงอย่างที่คิดนะ อย่างที่บอกว่าร้านน้องกิฟท์เป็นเครื่องประดับทองเหลือง ดังนั้นความโดดเด่นของสินค้าคือ ทองเหลืองทั้งหมด ทั้งแหวน สร้อยข้อมือ และสร้อยคอ

นิว-ปณิตา เพิ่มศิริ จากรั้ว มศว.ประสานมิตร

Indy, Ideas, แฟชั่น, ไอเดีย, งานฝีมือ, indy in town

สุดท้ายและท้ายสุดสำหรับร้านเครื่องประดับแนวๆ ร้านนี้ ด้วยวัสดุที่แตกต่างทำให้สินค้ามีความเก๋ ผสมกับความมีศิลปะที่เป็นลวดลายสุดเท่ จริงๆ

Indy, Ideas, แฟชั่น, ไอเดีย, งานฝีมือ, indy in town

สินค้าร้านนี้ไม่ได้เจาะจงไปที่สาวประเภทไหนโดยเฉพาะ เพราะทุกชิ้นงานมีความแตกต่างกันออกไปซึ่งเหมาะกับชาวอินดี้สุดๆ เลย

เป็น ไงบ้างสำหรับเครื่องประดับ 4 แบบ 4 สไตล์ 4 แนว ที่ Indy Ideas นำมาฝาก ตกลงปลงใจได้หรือยังว่า สงกานต์นี้จะเลือกเครื่องประดับแบบไหน

เครดิต  sanook.com

เลือกแว่นกันแดดโดนใจ รับซัมเมอร์

July 4th, 2009 by womenblogs

แดด เปรี้ยงๆๆๆ และเปรี้ยงขนาดนี้ อย่ามัวแต่หลงระเริงไปเลือกเสื้อผ้าที่จะทำให้คุณๆ สวยเพียงอย่าเดียวล่ะ แอ็คเซสซอรี่ที่ขาดไม่ได้ในหน้าร้อนนี้ ที่คุณจะลืมไม่ได้ และไม่ควรลืมเลย คือ แว่นตากันแดด

อย่าอาย!!! ถ้าใส่แว่นกันแดดออกเดินตามท้องถนน แล้วใครๆ จะมองเราด้วยสีหน้าที่ว่า “เวอร์ สะเหร่อ แรง บ้า” อันนี้คุณๆ ไม่ต้องไปแคร์นะค่ะ ท่องไว้แค่ว่า มั่นใจ เราสวย/หล่อ และที่สำคัญเรารักสุขภาพดวงตาของเรา

แว่นตากัน แดดในปัจจุบันมีขายอยู่เกลื่อนเต็มไปหมด มีตั้งแต่ตลาดนักเล็กๆ ในหมู่บ้าน ไปจนถึงห้างไฮโซๆ ในเมือง ราคาที่ทิชชี่เคยเห็นต่ำสุดก็ตั้งแต่ 29 บาท ไปจนถึง หลักหมื่นบาทก็มี ดีไซน์ของแว่นตากันแดดก็มีหลากหลายแบบให้เลือก ทั้งแบนกลม แบบแบน แบบใหญ่ แบบเล็ก หลายสี หลากสันให้คุณเลือก ถูกใจแบบไหนก็เลือกซื้อมาไว้ในครอบครองได้เลย

แต่ก่อนจะเลือกซื้อ แว่นตากันแดดดีๆ มาใส่เพื่อปกป้องดวงตาของเราสักอัน เราก็ควรคำนึกถึงคุณภาพและราคาให้มากๆ นะค่ะ ไม่ใช่ว่าแว่นตาราคาแพงๆ ซื้อมาใส่แล้วเราจะบินได้ หรือแว่นตากันแดดราคาถูกๆ ที่ใส่แล้วไม่สามารถปกป้องดวงตาคู่น้อยๆ ของเราได้เลย เพราะฉะนั้น ทิชชี่มีคำแนะนำง่ายๆ ก่อนการเลือกซื้อแว่นตากันแดดมาฝากค่ะ

การเลือกแว่น, แว่นกันแดด, แว่นตา

แว่นกันแดดที่ดีควรมีลักษณะเป็นอย่างไร?

แว่นกันแดดมีหน้าที่ป้องกันนัยน์ตา จากสิ่งต่อไปนี้ รัง สีอุลตร้าไวโอเลต แสงที่มีความเข้มสูง แสงจ้า (glare) ที่เกิดจากการสะท้อน ของแสงบนผิววัสดุ ที่มีความมันวาว และอาจทำให้เกิดอาการตาพร่าชั่วขณะ รวมถึงเพิ่มความตัดกัน (contrast) ของการมองเห็นในบางภูมิประเทศด้วย แว่น ที่ดีควรมีสมบัติดังกล่าวนี้ ครบถ้วนหรือมากที่สุด แว่นกันแดดที่ไม่มีคุณภาพ นอกจากจะไม่ช่วยป้องกัน นัยน์ตาของคุณแล้ว ยังอาจทำให้เกิดอันตรายมากขึ้น เช่น แว่นกันแดดบางชนิด อาจป้องกันได้เฉพาะแสงสว่าง แต่ไม่ป้องกันรังสีอุลตร้าไวโอเลต เมื่อสวมแว่นชนิดนี้ ม่านตาจะสามารถเปิดรับแสงมากขึ้น ซึ่งทำให้รังสีอุลตร้าไวโอเลต เข้าสู่นัยน์ตามากขึ้นตามไปด้วย โดยทั่วไป หลักใหญ่ๆ ในการเลือกซื้อแว่นกันแดด ได้แก่

วัสดุที่ใช้ทำเลนส์ ปัจจุบันมีทั้งเลนส์แก้วและเลนส์พลาสติก เช่น เรซินแข็ง โพลิคาร์บอเนต เลนส์พลาสติก มีน้ำหนักเบา และทนต่อการกระแทก ได้ดีกว่าเลนส์แก้ว แต่มีความแข็งต่ำ เกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย จึงต้องมีการเคลือบผิว เพื่อป้องกันการขีดข่วน ซึ่งทำให้ราคาสูงขึ้น

คุณภาพเชิงทัศนศาสตร์ เลนส์ที่ดีต้องไม่ทำให้เกิดความบิดเบี้ยว หรือกระจายสีรุ้ง วิธีการตรวจสอบ ความบิดเบี้ยวทำได้ง่ายๆ โดยการจ้องมองเลนส์ข้างหนึ่ง ไปยังภาพวัตถุที่เป็นเส้น (เช่น แนวเส้นกระเบื้องปูพื้น) จากนั้นขยับแว่นช้าๆ เลนส์ที่ดีต้องไม่ทำให้เส้นตรงดังกล่าว เกิดการคดงอในขณะที่ขยับแว่น

การ ตัดแสง ปัจจุบันสามารถผลิตเลนส์ที่สามารถลดความเข้มแสงได้สูงถึง 97% ซึ่งเหมาะกับการใช้งาน ที่ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่มีความสว่างมาก เช่น นักปีนเขาหรือผู้เล่นสกีหิมะ สำหรับการใช้งานทั่วๆ ไป เช่น การเดินเล่นตามชายหาด หรือขับรถ เลนส์ที่ตัดแสงได้ 70-90% ก็นับว่าเพียงพอแล้ว

สีของเลนส์ เลนส์แว่นกันแดดมีให้เลือกหลายสี ซึ่งแต่ละสีก็เหมาะกับ การใช้งานในสภาพต่างกันไป เช่น เลนส์สีชา (amber) และสีเทาดำ เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไป เลนส์สีเหลืองหรือทอง เหมาะกับการใช้ ในภูมิประเทศที่มีหิมะ ขณะที่เลนส์สีม่วงหรือสีกุหลาบ เหมาะกับใช้ในการเดินป่าล่าสัตว์ หรือเล่นกีฬาทางน้ำ เป็นต้น

หวังว่าข้อมูลนี้ คงช่วยให้คุณๆ สามารถเลือกซื้อ แว่นกันแดดที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณได้นะค่ะ

(คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

เมื่อเลือกแว่นกันแดดได้ตามความต้องการ และเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดแล้ว มาดูกันต่อดีกว่า ว่าแว่นตาทรงแบบไหนที่จะเข้ากับคุณ แว่นแบบไหนที่จะทำให้คุณดูมีบุคลิกที่ดี ดูสวย/หล่อ ขึ้นเป็นกองที่สุด คนหน้าเหลี่ยม หน้ากลม หน้าแบน ไม่ต้องน้อยใจในรูปหน้าของตัวเองนะค่ะ แวนตากันแดดสามารถช่วยอำพรางใบหน้าของคุณได้ส่วนหนึ่งเช่นกัน แต่แว่นแบบไหนจะเหมาะกับใบหน้าของคุณที่สุด อันนี้รีบมาเช็คค่ะ

คนมีรูปหน้ากลม
แม้ ว่าเพลงยาวของหนุ่มไทยจะชมความงามของหญิงสาวว่างามราวดวงจันทร์ ก็ไม่ได้หมายถึง ความกลมสวยเหมือนพระจันทร์ แต่หมายถึงความงามที่ดูแล้วนุ่มนวลดั่งแสงจันทร์ดังนั้นเวลาที่คุณเลือกแว่น ตา ควรจะเลือกทรงที่ช่วยทำให้รูปหน้าของคุณดูยาวขึ้นก็คือกรอบทรงเหลี่ยม ไม่ว่าจะเหลี่ยมไหนๆ หรือเป็นลักษณะเหลี่ยมๆ มุมๆ สักหน่อยก็ได้ กรอบแว่นก็ควรจะมีสีค่อนข้างเข้ม เช่น น้ำตาลเข้ม แดงเข้ม น้ำเงินเข้ม หรือลายกระก็ได้ เพราะสีเข้มของกรอบจะช่วยนำสายตาของคนอื่นให้ไปหยุดอยู่ที่กรอบแว่นเหลี่ยม แทนที่จะป็นหน้ากลมๆ ของคุณ

คนมีรูปหน้าหัวใจ หรือสาวรูปหน้าแบบสามเหลี่ยมหัวกลับ
ก็ คือสาวหน้าผากกว้าง-คางแคบ ต้องพยายามหาแว่นที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างพื้นที่กว้างที่สุดและแคบที่สุดบน ใบหน้าคุณ แว่นตาที่เหมาะกับใบหน้าคุณควรจะเป็นทรงกลมหรือวงรี ยาว มนและกรอบแว่นต้องบาง มีสีอ่อน ข้อสำคัญคือ อย่าเลือกกรอบขนาดใหญ่เกินไป เพราะจะไปเน้นหน้าผากกว้างๆ ของคุณให้ชัดขึ้น

คนมีรูปหน้าสี่เหลี่ยม
สาว ประเภทนี้มักจะเป็นคนที่มีกรามใหญ่ มีโหนกแก้มนูนสูง ซึ่งนี่แหละที่เป็นปัญหา นอกจากจะต้องเลือกทรงของแว่นตาให้มีลักษณะกลม โค้งมน หรือรูปวงรีเพื่อช่วยให้หน้าของคุณเรียวยาวแล้ว คุณยังต้องเลือกกรอบแว่นที่เวลาสวมแล้วอยู่ในระดับเดียวกับโหนกแก้ม เพื่อปิดบังความนูนสูง ทำให้ไม่เห็นเหลี่ยมบนใบหน้าจนเด่นชัด เพราะช่วงความโค้งของกรอบแว่นจะเป็นเส้นนำสายตาให้ลืมความเหลี่ยมบนใบหน้าไป เลย

คนมีรูปหน้าสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง
จัด ว่าเป็นคนรูปหน้ายาว แต่ก็ยาวแบบสี่เหลี่ยมหรือความกว้างของแก้มและคางแทบจะเท่ากัน เหมือนกรอบประตู-หน้าต่างแคบๆ ดังนั้น หน้าคุณแม้จะยาว แต่ก็แคบด้วย แก้ได้โดยเลือกหยิบเอาแว่นทรงเหลี่ยม เรขาคณิต ในทางขวางมาสวม จะข่วยทำให้ใบหน้าของคุณดูสั้นลง สมส่วนขึ้น

คนมีรูปหน้าทรงไข่
เอา ล่ะ ถ้าคุณมีรูปหน้าเช่นนี้ ก็จงภูมิใจไว้เถอะว่า ทำบุญมาดี โชคดีอย่างสุดๆ เพราะรูปหน้าอย่างคุณ ไม่ว่าแว่นทรงไหนๆ ก็หยิบมาวางบนดั้งได้อย่างสบายๆ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดก็คือ กรอบทรงรี เพราะจะเน้นใบหน้ารูปไข่ของคุณให้สวมคมยิ่งขึ้น ข้อสำคัญคือขนาด ต้องให้รับกับใบหน้าของคุณ ง่ายๆ เท่านี้เอง

แว่นสมัยนี้ มีดีไซน์แปลกๆ เก๋ๆ ออกมาเพียบ อีกข้อหนึ่งที่ขาดไม่ได้ และเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดคือ ต้องลองสวมใส่ด้วยตัวเองด้วยนะค่ะ เพื่อเช็คดูว่าทรงไหนเข้ากับเรามากที่สุด

นอกจาก กันรังศีจากแดดเปรี้ยงๆ ที่กระทบมากับดวงตา กันลม และกันฝุ่นแล้ว แว่นตากันแดดยังช่วยเสริมบุคลิกของเราให้ดูดี และเริ่ดขึ้นอีกเป็นกองๆ

ไม่ว่าเอาจะเอามาใส่บนใบหน้าก็ดูดี…….
(คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

เอามาคาดประดับเก๋ๆ ที่หัว ก็ดูดี…….
(คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

เอามาเหน็บที่เสื้อยืดเรียบๆ ก็ดูดี……
(คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

โอ๊ยยยยยยย ดูดีไปหมด ถูกใจแบบไหนก็นำมาพลิกแพงกันได้เลยนะค่ะ

เครดิต  sanook.com

อาดิดาส สตรีทแฟชั่น

July 4th, 2009 by womenblogs

สัปดาห์ นี้ อินเทรนด์ อัพเดท พาผู้อ่านหนุ่ม-สาว ที่ชื่นชอบการแต่งกายตามสไตล์สตรีทแฟชั่น มาอัพเทรนด์แต่งสวย หล่อ กับ อาดิดาส ออริจินัลส์ ที่เพิ่งฉลองครบรอบ 60 ปีไปเมื่อเร็ว ๆ นี้

เห็นเครื่องแต่งกายของอาดิดาสคุ้นหูคุ้นตามาก็นาน ใครจะรู้บ้างว่า อาดิดาส ถือกำเนิดเมื่อปี ค.ศ.1949 โดย ‘อาดิ ดาสเลอร์’ หนุ่มชาวเยอรมัน ที่ต้องการถ่ายทอดความหมายของการใช้ชีวิตผสมผสานกับแฟชั่น

ADIDAS, อาดิดาส, สตรีทแฟชั่น, แฟชั่น, การแต่งกาย

สำหรับคอลเลคชั่นรับฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน 2009 นี้ ถูกรังสรรค์โดย 3 ดีไซเนอร์ชั้นนำ แห่งวงการสตรีทแวร์ ในคอลเลคชั่น ‘O by O’

ADIDAS, อาดิดาส, สตรีทแฟชั่น, แฟชั่น, การแต่งกาย

‘เจเรมี สกอตต์’ ออก แบบโดยใช้โครงชุดแนวสปอร์ตคลาสสิคมามิกซ์เข้ากับเนื้อผ้าที่ตกแต่งด้วยราย ละเอียดแบบแฟชั่นระดับสูง ผสมผสานสิ่งที่ขัดแย้งกันให้กลายเป็นสตรีทแฟชั่นที่มีความแปลกใหม่อย่างไม่ เคยปรากฏ โดยใช้ลายของเสือดาวมาประยุกต์ใช้กับเสื้อแจ็คเก็ต หรือการจับเอาทักซิโด้มาอยู่ในสปอร์ตแวร์

ADIDAS, อาดิดาส, สตรีทแฟชั่น, แฟชั่น, การแต่งกาย

ส่วน ‘อัลยาชา’ เลือก ออกแบบจากตัวตนของอเมริกันชน ด้วยความสนุกสนานของลวดลายและสีสันกราฟฟิค ผสานเข้ากับสไตล์วินเทจ กลายเป็นสปอร์ตคลาสสิคที่เก๋ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่าง แจ็คเก็ตหนังสีดำ คอปกเล่นระดับตกแต่งด้วยกระดุมเหล็ก ลายเส้นของซิปเอียงทำมุมกับกระเป๋าตรงอกเสื้อ

ADIDAS, อาดิดาส, สตรีทแฟชั่น, แฟชั่น, การแต่งกาย

ด้าน ‘คาซูกิ’ ดีไซเนอร์ ร่วมทีมอีกคน ตอบสนองไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของผู้ชื่นชอบสตรีทแวร์ที่มักกระโดดโลดเต้น และไม่หยุดนิ่ง ด้วยการนำเทคนิคขั้นสูงรวมกับความทันสมัย กับเสื้อผ้าไร้แนวตะเข็บสวมใส่สบาย

ADIDAS, อาดิดาส, สตรีทแฟชั่น, แฟชั่น, การแต่งกาย

ADIDAS, อาดิดาส, สตรีทแฟชั่น, แฟชั่น, การแต่งกาย

ใครนิยมการแต่งกายสะท้อนความเป็นตัวตนไม่ซ้ำใคร อย่าลืมมองหาเสื้อผ้าสไตล์สตรีทแฟชั่นมาใส่รับร้อนกัน.
เครดิต  sanook.com

บลายธ์หลบไป… ลูมิมาแล้ววววว!

July 4th, 2009 by womenblogs

ใคร เป็นนักสะสมตุ๊กตาไม่น่าพลาดสาวน้อย ลูมิ จากค่าย Lati Doll ของเกาหลี ที่พกพาเอาความสวยหวาน น่ารัก เต็มพิกัด มาแรงแซงโค้งด้วยราคาเหยียบหมื่น.. แจ่มไม่แพ้น้อง Blythe ตาโตเลยทีเดียว…. อยากรู้จักเธอกันแล้วใช่มั๊ยล่ะ….

ลูมิ เป็นตุ๊กตาสัญชาติเกาหลี อายุ ประมาณ 5-7 ขวบ ในซีรีส์ Yellow ของบริษัท Lati ที่จะแบ่ง ตุ๊กตาออกเป็น 6 ซีรีส์ เท่าช่วงอายุคน ตั้งแต่หนูน้อยวัยเบบี๋ ไปถึงสาวๆ รูปร่างหน้าตาสวยเซ็กซี่เหมือนกับดาราเกาหลีเลยทีเดียว ตุ๊กตาลูมิ จะดูเรียบร้อย อ่อนโยนกว่า ลามิ ตุ๊กตาฝาแฝดของเธอ ที่จะออกแนว sporty girl สดใสร่าเริงกว่า

ตุ๊กตาลูมิ กำลังก้าวเข้ามาครองใจคนรักตุ๊กตา เพราะ นอกจากจะมีใบหน้าสวยหวาน แก้มป่อง แถมขนตายาวเป็นแพ สีหน้าแววตาบอกอารมณ์โรแมนติกสุดฤทธิ์แล้ว เธอยังสามารถรับการตกแต่งได้ทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หน้า ผม รองเท้า และยังเครื่องประดับสวยๆ อีกมากมายก่ายกอง หรือจะ “โม” เปลี่ยนคอนแทค เปลี่ยนวิกผม หรือต่อแขนขาให้ยาวขึ้นก็ยังได้

อยากได้ มากอดกันแล้วใช่มั๊ยคะ สาวน้อยคนนี้ มีค่าตัว ที่เวอร์ชั่นธรรมด๊า.. ธรรมดา อยู่ที่ประมาณ 6000 บาท ที่เกาหลี ถ้าส่งมาขายที่เมืองไทย ตอนนี้ก็จะอยู่ราวๆ 10,000 บาท

งานนี้ใครอยากได้แต่ไร้ทรัพย์ ก็คงต้องเช็ดน้ำลายกันไปก่อนล่ะจ้ะ

ภาพน่ารักๆ ของตุ๊กตา ลูมิ
(คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

เรื่อง : นู๋นุ้ย
ภาพ : ภาพจากอินเตอร์เน็ต

เครดิต  sanook.com

‘hi 5′ ดาบสองคม เล่นอย่างมีสติ

July 4th, 2009 by womenblogs

ฮิตกันมาหลายปีแล้ว สำหรับ “hi 5” เพราะ ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ลูกเด็กเล็กแดงก็เล่นกันเต็มไปหมด ด้านคนบันเทิงก็เล่นกันอยู่หลายคน เนื่องจากเป็นช่องทางการสื่อสารกับบรรดาแฟนคลับได้เป็นอย่างดี ทั้งได้แชร์รูป อัพเดทตัวเองให้กับเพื่อนและแฟนคลับของตัวเอง แต่สิ่งของในโลกทุกสิ่งทุกอย่างมีคุณก็ต้องมีโทษ เพราะบางคนก็นำ “hi 5” ไปทำอะไรที่มันส่วนตัวมากเกินไป อย่างบรรดารูปส่วนตัวดาราส่วนใหญ่ก็หลุดมาจากเว็บนี้แทบทั้งสิ้น

แต่ ล่าสุดมีดาราหลายต่อหลายคนเอาความในใจต่าง ๆ มาระบายลงในเว็บนี้ เช่น เกลียดใครไปโพสต์ด่าคน ๆ นั้นในบริเวณพื้นที่ของตนเอง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ถูกกระทำเป็นอย่างมาก วันนี้ “แซสซี่ เกิร์ล” เลยจะลองไปถามความเห็นของคนในแวดวงบันเทิงซะหน่อยว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์แบบนี้

เริ่มที่ แพท-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา กล่าวว่า “ตอน แรก ๆ เลยจะเล่นไฮไฟว์บ่อยมาก เพราะเราสามารถติดต่อกับเพื่อนได้อย่างเพื่อนบางคนอยู่เมืองนอก เราก็สามารถทิ้งข้อความติดต่อเราได้ตลอด ก็ประ หยัดดีกว่าไปโทรศัพท์หากัน หรือบางทีเราก็แชร์รูปให้เพื่อน ๆ หรือแฟนคลับได้ดู เราก็ได้อัพเดทเรื่องราว ต่าง ๆ ในชีวิตเราได้ เพียงแต่ว่าตอนนี้มีบางคนไม่พอใจกันก็ไปเถียงต่อว่ากันใน พื้นที่ไฮไฟว์ ซึ่งแพทว่าถ้าเราไม่ชอบกันก็ไม่ควรจะมาระบายกันในนั้น น่าจะโทรฯ ไปเคลียร์กันตัวต่อตัวมากกว่า เพื่อนหนูก็เคยทำแบบนี้ ก็ยังเตือนเพื่อนไปเลยว่ามันดูไม่ดีนะ เรื่องส่วนตัวของเรากลายเป็นเรื่อง สาธารณะไปเลย จริง ๆ ไฮไฟว์เป็นเว็บที่เป็นประโยชน์นะ ถ้าเราใช้ให้ถูกทางค่ะ”

ฟาก ว่าน-รัชชุ สุระจรัส เผยว่า “แรก ๆ ก็เห่อเล่นครับ แต่หลัง ๆ ไม่ค่อยได้เล่นเท่าไหร่ เพราะบางทีไม่ค่อยมีเวลาด้วย ผมชอบใส่เรื่องโน้นเรื่องนี้ลงไปไฮไฟว์ อย่างเช่น ประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดีที่ตัวผมเจอเองในชีวิต เพราะผมอยากจะแชร์สิ่งที่เราได้รู้ได้เห็นให้คนได้รับรู้ไว้ แต่อย่างบางคนมีโพสต์ว่ากันไปว่ากันมาในเน็ต ผมก็เข้าใจนะมันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เราต้องคำนึงถึงกาลเทศะด้วย จริงอยู่ถึงไฮไฟว์จะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเรา แต่มันก็ยังมีคนอื่นเข้ามาแจม กับเราอยู่ดี คนเข้ามาเขาก็จะเห็นข้อความ ต่าง ๆ ของเรา ดังนั้น เวลาจะโพสต์ข้อความอะไรลงไปในนั้นเราก็ควรระมัดระวังด้วย”

ด้าน กระแต-ศุภักษร ไชยมงคล กล่าวว่า “กระแต เล่นไฮไฟว์บ่อยนะ แรก ๆ ก็เล่นกับเพื่อน ๆ แต่ตอนหลังมีแฟนคลับมาขอเป็นเพื่อนด้วย เราก็จะให้เขาเข้ามาดู มาชมไฮไฟว์ของเราได้ หลัง ๆ ก็เลยกลายเป็นเหมือนเว็บไซต์ที่เราเอาไว้ติดต่อกับแฟนคลับ เราก็ จะคอยอัพเดทข้อมูลตัวเอง ได้แซวเพื่อนหรือติดต่อเพื่อน ๆ ได้ แต่เดี๋ยวนี้มีบางคนเอาไฮไฟว์มาเขียนว่ากันไปว่ากันมา เรื่องนี้คงห้ามไม่ได้อยู่แล้ว แต่กระแตอยากบอกว่าถ้าเราจะทำแบบนั้นอย่าทำเลยดีกว่า การไปเขียนประจานว่าใครในนั้น มันไม่ดีหรอก อย่าเอาความสะใจอย่างเดียว บาปกรรมมีจริง คนเราทำอะไรก็ได้อย่างนั้น ก่อนทำอะไรควรคิดนิดนึง”

ปิดท้ายที่ ดีเจ-อิคคิว-พีระพล เสนาคุณ เผยว่า “ส่วน ตัวแล้วอิคคิวก็เล่น ไฮไฟว์ นะ พอมาเล่นแล้วก็ได้เพื่อนใหม่ ๆ เยอะแยะเลย บางทีก็เอาไว้ติดต่อเพื่อนที่ไปเรียนต่างประเทศ เมาท์หากันไปมา ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน ซึ่งก็เป็นประโยชน์มาก เรียกว่าย่อโลกให้เราติดต่อสื่อสารกันได้ง่าย ๆ มากครับ แต่หลัง ๆ เริ่มมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น จากการเล่นไฮไฟว์อย่างที่ได้ยินมา เช่น ข่าวที่ผู้ชายหลอกลวงผู้หญิงไปทำมิดีมิร้าย หรือมีการเม้นท์ต่อว่ากัน ฟังแล้วก็รู้สึกเป็นห่วง ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ยังไงก็อยากฝากเตือนพี่ ๆ น้อง ๆ ที่เล่นก็ต้องระมัดระวัง อย่าไปเชื่อภาพที่เห็นมากนัก บางคนในไฮไฟว์หน้าตาอาจดีจริง แต่จริง ๆ อาจจะไม่ใช่ก็ได้ ส่วนเรื่องการเม้นท์ต่อว่ากัน ไฮไฟว์ เป็นพื้นที่สาธารณะ ทำอะไรทุกคนก็เห็นกันหมด จะทำอะไรก็ต้องระวังนะครับ ของทุกอย่างเป็นดาบสองคม มีทั้งให้คุณและให้โทษ”.

แซสซี่ เกิร์ล

เครดิต  sanook.com

มารู้จักการแต่งตัวแบบญี่ปุ่น vs เกาหลีกัน

July 4th, 2009 by womenblogs

แต่ ก่อนนั้น เรื่องแฟชั่นเราต้องยกให้ชาวญี่ปุ่นเค้า ไม่ว่าจะแต่งหวานๆ แต่งแปลกๆ แต่งเท่ๆ เก๋ไก๋ แต่ทุกวันนี้เรารับกระแสเกาหลีเข้ามาตั้งแต่ แดจังกึม ฟูลเฮ้าส์ ดงบังชินกิ วันเดอร์เกิล์ล ฯลฯ ดังนั้นหากพูดถึงเรื่องแฟชั่นแล้ว ปัจจุบันนี้คงจะหนีไม่พ้นแฟชั่นที่มาแรงแซงทางโค้ง นั่นก็คือ “แฟชั่นสไตล์เกาหลี” กระแสนิยมที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน

แฟชั่นในยุคนี้ “เทรนด์เกาหลี” เริ่ม เข้ามาในสังคมไทยเรามากสุด ๆ เมื่อพูดถึงคำ ๆ นี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักนะคะ กระแสที่มาแรงทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมทางด้านการบันเทิง ดารา นักร้อง ซีรี่ส์ต่าง ๆ ในด้านของภาษาก็เป็นที่นิยมไม่น้อยหน้ากันเลยทีเดียว เดี๋ยวนี้มีจำนวนนิสิตนักศึกษาไม่น้อยที่สนใจและเลือกเรียนภาษาเกาหลีมาก ขึ้น พวกเราเริ่มรู้จักวัฒนธรรมเกาหลีกันมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหารการกิน การทักทาย และแฟชั่นเสื้อผ้า เพราะว่าคนเกาหลีเน้นสวมเสื้อผ้าตามฤดูกาลแตกต่างกันไป แต่ละฤดูมีลักษณะการแต่งกายที่ไม่เหมือนกัน เช่น

ฤดูใบไม้ผลิ หรือที่ภาษาเกาหลีเรียกว่า “พม” ฤดูนี้เสื้อผ้าจะเน้นสีเสื้อผ้าที่ฉูดฉาด สดใส เสื้อผ้ามีหลากหลายสไตล์ด้วยกัน

ฤดูร้อน หรือ ที่ภาษาเกาหลีเรียกว่า “ยอรึม” ในฤดูนี้เสื้อผ้าจะเน้นสีสดใสเช่นกัน แต่โทนสีอ่อนลงมากกว่า ลักษณะเสื้อผ้าจะเป็นเสื้อกล้าม เสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น กางเกงสามส่วน เป็นต้น

ฤดูใบไม้ร่วง หรือที่ภาษาเกาหลีเรียกกันว่า “คาอึล” ในฤดูนี้เสื้อผ้าจะเน้นเสื้อผ้าสีทึบ ๆ มืด ๆ เช่น สีน้ำเงิน สีน้ำเงินเข้ม สีกรมท่า สีน้ำตาล

ฤดูหนาว หรือ ที่ภาษาเกาหลีเรียกกันว่า “คยออูล” ฤดูนี้เสื้อผ้าส่วนใหญ่เน้นสีดำเป็นหลัก เสื้อแขนยาวสีเข้ม เสื้อกันหนาวสีดำ เสื้อไหมพรมใส่คู่กับผ้าพันคอสีเข้ม ๆ

เสื้อสไตล์เกาหลี โดย ส่วนใหญ่แล้วจะใส่เสื้อสองตัวซ้อนกัน เหตุเป็นเพราะว่าอากาศในประเทศเกาหลีค่อนข้างหนาวเย็น เพราะฉะนั้นจึงเน้นเสื้อตัวยาว ๆ โทนสีอาจตัดกันหรือเป็นโทนเดียวกัน ขึ้นอยู่กับความชอบ ส่วนกางเกง มักเป็นกางเกงประมาณเข่า มีผ้าผูกเอวประดับแทนเข็มขัด ในฤดูหนาวจะเป็นกางเกงขายาวแทน

สำหรับผู้หญิง ก็จะเป็นกระโปรง ส่วนใหญ่แล้วออกแนวหวาน ๆ น่ารัก ๆ หากเป็นกระโปรงสั้น นิยมใส่เล็กกิ้งไว้ด้านใน แต่ส่วนมากผู้หญิงเกาหลีนิยมใส่ชุดแซ็ก

รองเท้า ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นหลัก หรือรองเท้าบู๊ต อาจจะเป็นเพราะสภาพอากาศ ลักษณะสีสันออกโทนสีพื้น ๆ

เครื่องประดับ ส่วนใหญ่ใช้เพชรคริสตัลเป็นส่วนประกอบ ลักษณะเหมือนทองคำขาว เงิน ไม่นิยมนำทองมาเป็นส่วนประกอบนะคะ

ทรงผม เน้นความเป็นธรรมชาติ นิยมดัดเป็นลอน ๆ คลื่น ๆ ทำผมให้ดูยุ่ง ๆ เป็นธรรมชาติ ทรงนี้สามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

เครื่องประดับผม ที่กำลังเป็นที่นิยมกันในตอนนี้ คือ “ที่คาดผมแบบทูอินวัน” (คาดหนึ่งอันแต่ดูเหมือนมีสองอัน) มีลักษณะแยกเป็นสองแฉกด้วยกัน มีสีสันสดใส มีลักษณะเป็นเพชร วับ ๆ หรือตามวัสดุที่ประดิษฐ์มา หรือเป็นกิ๊บติดผมแนวน่ารัก ๆ กุ๊กกิ๊ก

รวมไปถึง “แฟชั่นการแต่งหน้าแบบเกาหลี” ที่ เป็นกระแสมาแรงสุด ๆ ในตอนนี้ การแต่งหน้าแบบเกาหลีจะเน้นแบบธรรมชาติเป็นหลัก การแต่งหน้าแบบนี้คนไทยเราก็กำลังฮิตกันมาก ๆ ลักษณะการแต่งหน้าแบบนี้ นอกจากจะดูสวยอย่างธรรมชาติแล้ว ยังให้ความรู้สึกที่สดใสอีกด้วย

1. คนเกาหลีเวลาแต่งหน้าจะเน้นที่ “ดวงตา” เป็นหลัก อาจ เป็นเพราะว่าคนเกาหลีมีจุดอ่อนที่ตา หมายถึง ตาตี่ และมีชั้นเดียว สามารถลังเกตได้จากการที่คนเกาหลีทำศัลยกรรม ส่วนใหญ่แล้วคนเกาหลีเน้นทำตาสองชั้นเป็นหลัก แต่สำหรับคนที่ไม่ทำศัลยกรรมจะมีการแต่งดวงตาให้ดูคมชัดขึ้นและเป็นธรรมชาติ โดยเลือกสีอายแชโดว์ให้เข้ากับสีผิว หรือสีขนตา และควรใช้ประมาณ 3 สี โดยทาไล่ตามเฉดโทนอ่อนที่สุดไปจนถึงเข้มที่สุด และลงสีที่หนึ่งที่เป็นโทนสีอ่อนสุดบริเวณเปลือกตา ทาสีที่สองลงตรงบริเวณจุดกึ่งกลางของตา และเกลี่ยขึ้นข้างบน แล้วไล่สีที่สามจากหางตามาถึงบริเวณกึ่งกลางตาแล้วเกลี่ยขึ้น ลงสีที่เข้มที่สุดตามแนวชิดขอบตาอีกครั้ง และเกลี่ยให้เรียบเนียน

2. ถ้าอยากให้ดวงตาดูสวยคมชัดยิ่งขึ้น อย่าลืมเขียนขอบตาด้วย แต่ ควรเป็นชนิดเค้กอายไลเนอร์ เพราะดูซอฟต์เป็นธรรมชาติมากกว่า และไม่ควรเขียนแบบตวัดปลายขึ้น เขียนสีดำเฉพาะขอบตาบนเท่านั้น ซึ่งจะลากให้เป็นเส้นเล็กที่สุดโดยแทรกเข้าไประหว่างขนตา ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไป จากหัวตาจนถึงหางตาเท่า ๆ กัน และใช้แปรงเกลี่ยเพื่อไม่ให้เห็นเป็นเส้นขอบวาด

3. ส่วนขอบตาล่าง ให้ใช้สีขาวเขียนที่ขอบตา โดยเขียนที่ขอบตาด้านใน อีก เทคนิคที่ทำให้ดวงตาดูมีเสน่ห์น่าค้นหามากยิ่งนั่นคือใส่ขนตาปลอม ซึ่งนิยมแซมขนตาแบบที่เป็นช่อ เพราะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเป็นแผง การดัดขนตาให้งอนเริ่มจากโคนไล่ขึ้นไปที่ปลายและปัดมาสคาร่าทั้งขนตาจริงขน ตาปลอมพร้อมกัน วิธีนี้ทำให้ขนตาจริงกับขนตาปลอมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน ดูเป็นธรรมชาติ

แฟชั่นญี่ปุ่น

ส่วน การแต่งตัวแบบชาวญี่ปุ่น ก็ยังไม่ได้หายไปไหน แต่บางคนอาจไม่รู้ว่า ที่เค้าแต่งๆ กันนั้น เรียกว่ายังไง วันนี้เย็นตาโฟรวบรวมมาให้อ่านกันค่ะ

แฟชั่นญี่ปุ่น
แฟชั่น วัยรุ่นสไตล์ญี่ปุ่นตอนนี้ที่มาแรงสุดๆ ก็คงจะเป็น เสื้อผ้า ประเภท Gothic & Lolita และ Punk เรามาเริ่มรู้จักกันเลยดีกว่าว่าแต่ละสไตล์เป็นอย่างไร…

Gothic (โกธิค)
แฟชั่น แนวนี้ส่วนมากจะเน้นไปในเรื่องของโทนสีที่ดูครึมๆ ลึกลับๆ ซึ่งเป็นแฟชั่นแบบ “Dark Style” มักจะเป็นสีดำซะส่วนใหญ่ แต่ก็อาจจะมีส่วนประกอบเป็นสีขาว หรือสีแดง ตามแต่สไตล์ของแต่ละคน

ที่ มาของแฟชั่นแนวนี้มาจากทางยุโรปเหนือและแถบอังกฤษค่ะ ซึ่งต้นกำเนิดอยู่ที่ชาวพื้นเมือง เรียกว่า “ชาวโกธิค” ซึ่งเราจะเห็นแฟชั่นสไตล์นี้ในหนังผี เช่น พวกท่านเคาน์, แวมไพร์ หรือพวกแม่มดในเทพนิยายที่ดูเรียบแต่หรูนั่นเอง หรือถ้าใครเคยอ่านหนังสือการ์ตูนเรื่อง “หนุ่มหล่อเฟี้ยว แปลงโฉมสาว” (Yamatonadeshiko) ก็จะเห็นการแต่งการสไตล์ Gothic ในเรื่องด้วยนะคะ

Lolita หรือ Lolita Baby (โลลิต้า)
ส่วน มากแฟชั่นแนวนี้จะเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นสาวๆ มากกว่า เพราะจะออกแนวหวานแหว๋วเหมือนตุ๊กตาน่ารักนะคะ เสื้อผ้าในแนวนี้จะเน้นไปทางลูกไม้ ระบาย และสีผ้าที่ดูหวานๆ เช่น สีชมพู สีขาว ซะส่วนใหญ่แฟชั่นแบบ Lolita คือการนำเอาแบบชุดของตุ๊กตาของเด็กผู้หญิงและชุดของเชื้อพระวงศ์ (พวกเจ้าหญิงน่ะคะ)นำมาประยุกต์ใช้กันให้เหมือนเจ้าหญิงน้อยๆในเทพนิยาย แฟชั่นแนวนี้เป็นที่นิยมมากในผู้ดีสมัยก่อนในแถบยุโรป เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส และได้แพร่หลายไปในอีกหลายประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่น

Neo Lolita (นีโอโลลิต้า)

Neo Lolita (นีโอโลลิต้า) Neo Lolita เป็นการนำสไตล์ Lolita มาประยุกต์ให้เป็นแบบที่ทันสมัย แต่ยังคงความคลาสสิกเอาไว้ เป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่นโดยเฉพาะสาวๆ เพราะโทนสีจะหวานๆ นอกจากนั้นยังใช้ผ้าลายสก็อตมาตกแต่งอีกด้วย

Gothic & Lolita

Gothic & Lolita แฟชั่นสไตล์ Gothic & Lolita คือ การนำเอาแฟชั่นแนว Gothic และ Lolita มารวมกัน โดยนำเอาความลึกลับของแนว Gothic และความหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของแนว Lolita มาผสมผสานกันทำให้เกิดเป็นแนวใหม่ คือ Gothic & Lolita ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคงจะเป็นเสื้อผ้าของ Mana วง Malice Mizer

Punk

Punk หรือ UK.Punk (พังค์) แฟชั่นสไตล์ Punk เริ่มตั้งแต่ยุคปลายของปี’60 และถิ่นกำเนิดของแฟชั่นแนวนี้คือประเทศอังกฤษ สมัยนั้นจะเริ่มในกลุ่มเล็กในยุคที่มีการปฏิวัติและเหตุจลาจลกลางเมือง ซึ่งแนวนี้จะออกแนวรุนแรง เช่น มีการเจาะตามร่างกาย การเพ้นท์หรือสัก แฟชั่นแนวนี้จะเน้นโทนสีดำเป็นหลัก นิยมทั้งผู้หญิงและผู้ชาย นิยมแต่งหน้าและเขียนตากับปากด้วยสีดำ โดยจะมีส่วนประกอบของผ้าที่เป็นตาข่าย และเศษผ้าลุ่ยๆ ส่วนเครื่องประดับส่วนใหญ่จะเป็นเข็มขัด โซ่และหมุดเหล็ก โดยจะเห็นได้จาก วงร็อกของอเมริกานั่นเอง

Punk หรือ UK.Punk (พังค์)

JAP’Punk (เจแปนพังค์) เป็นพังค์ที่ประยุกต์ให้เข้ากับสไตล์ของญี่ปุ่น ต้นแบบมาจาก UK.Punk และการ์ตูนเรื่อง NANA ของ Ai Yazawa พังค์ในแบบญี่ปุ่นบางทีก็จะอาศัยประยุกต์ระหว่างผ้าลายญี่ปุ่นมาบวกกับการ ออกแบบในแนวพังค์

เด็กแนวสไตล์ญี่ปุ่น

แฟชั่น Gal
พูดถึงแฟชั่นญี่ปุ่นยุคแรกๆ เลย ใครๆ ก็ต้องนึกถึงสาวน้อยหน้าใส ใส่ถึงเท้ายาวๆ ย่นๆ ที่เรียกว่า
Loose Socks .. ถือว่าเป็นแฟชั่นของเด็กวัยรุ่นยุคดั้งเดิมเลยทีเดียว (ราวๆ ก่อนปี 1998) ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีแต่งกันอยู่ แฟชั่นแบบนี้ เราเรียกว่า Gal โดยมีกฎง่ายๆ เพียงแค่

1. มีความมั่นใจในความน่ารักของตัวเอง
2. แต่งตัวออกใสๆ น่ารักไว้ก่อน
3. พูดด้วยน้ำเสียงสูงหวาน
4. นุ่งมินิสเกิร์ต (แม้จะเป็นชุดนักเรียน) พร้อม Loose Sock เรียกได้ว่า ขายความใสล้วนๆ เลยก็ว่าได้

แฟชั่น Gankuro
สาวๆ จะนิยมทาหน้าทาตัวให้ดำ และย้อมผมสีทอง ใส่ไมโครสเกิร์ตและรองเท้าบูต ซึ่งเราจะเรียกว่า แฟชั่น Gankuro-หน้าดำ ซึ่งนับว่า เป็นแฟชั่นที่หลุดโลกมากทีเดียว

แฟชั่น Manba
สไต ลื Manba นั้น ดูเผินๆ จะคล้ายกับกังคุโระมากทีเดียว เพราะจะทาผวิและหน้าสีดำเหมือนกัน แต่จะต่างกันตรงที่ Manba นั้นมักย้อมผมสีขาว (หรือไม่ย้อมผม) แต่งขอบตา ขอบปากให้เป็นสีขาวมากๆ และจะไม่แต่งตัวเน้นความเท่ แต่จะเน้นความน่ารักแทน นิยามสีชมพู และมักมี Accessory น่ารักติดตัวเสมอ มักพูดลงท้ายด้วยคำว่า nyan (คล้ายเสียงแมวร้อง) ซึ่งถ้าเป็นกลุ่มผู้ชาย เราจะเรียกว่า Center Guy ซึ่งจะเน้นความน่ารักไม่แพ้กัน

5 กฎเหล็ก Japanese Make Up Style
1. ผิวหน้าจะต้อง เนียน กระจ่างใส ไร้ริ้วรอย
2. ปัดแก้มด้วยสีชมพูเรื่อ หรือ สีพีช
3. ตาจะต้องดูกลมโ ต ขอบตาชัด มีประกายวิ้ง วิ้ง ขนตายาว หนา และงอน
4. คิ้วโก่งเป็นเอกลักษณ์ สีคิ้วเดียวกับสีผม
5. ปากอวบอิ่ม สีนู้ดบางใส และเคลือบกลอสเป็นเงา

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ เหล่านี้จาก
- http://www.siamkane.com/content.php?id=108
- นิตยสารแคนดี้ เล่มเดือนมกราคมค่ะ

เครดิต  sanook.com

แต่งลูกตา วิธีเพิ่มความสวยแนวใหม่

July 4th, 2009 by womenblogs

เดี๋ยว นี้ความสวยที่เกิดจากการแต่งหน้า แต่งตัว แต่งผมดูจะธรรมดาไปแล้ว เพราะวัยรุ่นยุคนี้ก้าวลึกไปกว่านั้น เห็นได้จากพฤติกรรมของสาวๆ ยุคใหม่ที่หันมานิยมแต่งลูกตาให้สวยเก๋ ดูโดดเด่น

บิ๊กอายส์, เกาหลี, แต่งลูกตา, คอนแท็กต์เลนส์, ดารา, นักร้อง, แฟชั่น

บิ๊กอายส์, เกาหลี, แต่งลูกตา, คอนแท็กต์เลนส์, ดารา, นักร้อง, แฟชั่นแต่งลูกตา!!

ความ แปลกที่ว่านี้เห็นได้ตามตลาดวัยรุ่น ซึ่งจะเห็นคอนแทคเลนส์แฟชั่นที่พิมพ์ลายดอกไม้ พิมพ์ลายดวงดาว พิมพ์ลายพระจันทร์ ลายประกายเพชร รวมทั้งยังมีแบบเลนส์โทน 3 สี อย่างสีน้ำตาลและสีเหลืองตัดขอบด้วยสีดำ เมื่อใส่ในดวงตาแล้ว คนที่มองก็จะเห็นลวดลายเหล่านั้นปรากฏอยู่บนลูกตา

“แพร” นางสาวอรณิชา เดชคำลณกุล คนขายคอนแทคเลนส์ย่านวัยรุ่น เล่าถึงคอนแทคเลนส์แต่งลูกตาว่า ตอนนี้คอนแทคเลนส์แบบแฟชั่นกำลังฮิต เพราะพฤติกรรมการเลียนแบบการ์ตูนญี่ปุ่น เกาหลี ที่อยากให้ดวงตาโดดเด่น และแปลกกว่าคนอื่น ใส่แล้วทำให้ดูตาบ๊องแบ๊ว ยิ่งมีการพิมพ์ลายเข้าไปด้วยก็ยิ่งทำให้ฮิตกันมากขึ้น แต่ที่กำลังฮิตและมาแรงนั้นต้องยกให้ “คอนแทคเลนส์คอสเพลย์” ที่ทำเลียนแบบจากตัวการ์ตูน ซึ่งจะเป็นเพียงเลนส์ธรรมดา ไม่ใช่เลนส์สายตา ใส่เพื่อความสวยงามเท่านั้น

บิ๊กอายส์, เกาหลี, แต่งลูกตา, คอนแท็กต์เลนส์, ดารา, นักร้อง, แฟชั่น“แพร” บอกอีกว่า คอนแทคเลนส์คอสเพลย์นั้น ลายเลียนแบบมาจากการ์ตูน อย่างลายคอสเพลย์รูปวงรี คอสเพลย์ตาขาว คอสเพลย์ตาแดง ใส่แล้วดวงตาจะเป็นสีแดง หรือคอสเพลย์สีขาวที่ใส่แล้วดูเหมือนหนังผี ซึ่งจะทำให้ตาน่ากลัวกว่าเดิม และจะมีแบบเลนส์คอสเพลย์รูปวงแหวนการ์ตูนอิทาจิ หรือเลนส์คอสเพลย์เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาจะมีลายเฉี่ยวกว่านิดนึง และมีเลนส์แบบเนตรวงแหวนเป็นลายวงๆ ซึ่งเลนส์คอสเพลย์จะเรียกอีกอย่างว่าเลนส์แฟนตาซี

“เลนส์คอส เพลย์จะมีราคาสูงกว่าเลนส์ปกติทั่วไปถึงหลักพัน เพราะเป็นเลนส์ที่แปลก และไม่ได้เป็นเลนส์สายตา เพียงแต่ใส่เล่นให้ดูเก๋ ดูแปลกแตกต่างจากคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่จะใส่ไปงานปาร์ตี้ หรือเที่ยวเล่นกับเพื่อน คนคอสเพลย์กลุ่มนี้จะไม่เน้นสวยงาม จะออกแนวชอบแปลกๆ มาจากการ์ตูนญี่ปุ่น เกาหลี เพราะการ์ตูนเหล่านั้น คือ ฮีโร่ในดวงใจของพวกเขา คนคอสเพลย์เลยอยากเลียนแบบ ซึ่งไม่ใช่แค่เลียนแบบการแต่งตัว เลียนแบบพฤติกรรมแม้กระทั้งลูกตาก็ยังเลียนแบบ”

บิ๊กอายส์, เกาหลี, แต่งลูกตา, คอนแท็กต์เลนส์, ดารา, นักร้อง, แฟชั่นแต่อย่างไรก็ตาม แพร ยังบอกอีกว่า แฟชั่น คอนแทคเลนส์จะไม่มีที่สิ้นสุด โดยเฉพาะในเด็กวัยรุ่นที่เป็นคนมีเงิน ชอบแต่งตัว ซึ่งตนก็อยากให้วัยรุ่นคำนึงถึงเงินในกระเป๋าและความปลอดภัยด้วย

” แฟชั่นเราสามารถเดินตามได้ แต่อยากให้ทุกคนระมัดระวังเหมือนกัน แม้ว่าคอนแทคเลนส์เหล่านี้เมื่อใส่แล้วจะทำให้เปลี่ยนลักษณะ บุคลิกได้ แต่คนใส่ต้องมีวินัยในการรักษาความสะอาด ดูแลรักษา และถ้าจะซื้ออยากให้คิดถึงเศรษฐกิจ และเงินในกระเป๋าด้วย เพราะค่อนข้างแพง ดังนั้นถ้าคิดจะตามแฟชั่น วัยรุ่นก็ควรจะคิดถึงเงินในกระเป๋าเรา กระเป๋าพ่อแม่ด้วย”

แม้กระทั่งลูกตาก็ยังมีเครื่องประดับตกแต่ง

เครดิต  sanook.com