อยู่คนเดียวบ้างก็ดีนะ

July 3rd, 2009 by womenblogs

อยู่คนเดียวบ้างก็ดีนะ

เริ่มจากการใช้เวลาอยู่กับตัวเองวันละเล็กวันละน้อย เริ่มจากวันละ 1 นาทีจนเป็นชั่วโมง

” ฉันชอบอยู่บ้านคนเดียว ชอบดูทีวีคนเดียว กินข้าวคนเดียว หรือแม้กระทั่งไปดูหนัง เดินเล่นคนเดียวในวันหยุด” ถ้าเป็นคุณ คุณคิดว่าพฤติกรรมของสาวคนนี้ดูขมขื่นไปมั้ย

หากคำตอบ คือ ใช่ เราขอให้คุณเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะการอยู๋คนเดียวไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเป็นคนที่มีปัญหา ไม่มีคนคบ แต่นั่นอาจเป็นวิธีสำหรับคนฉลาดในการรู้จักให้เวลากับตัวเองก็ได้

” การอยู่คนเดียว” ในที่นี่ ไม่ได้หมายรวมถึงว่า คุณต้องปฏิเสธการสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นถือเป็นด้านหนึ่งที่สำคัญของชีวิต ขณะที่เราต้องรู้จักสร้างสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมคุณต้องรู้จักให้เวลากับตัวเองบ้าง

1. เพื่อค้นพบตัวเอง
การ ใช้เวลาอยู่กับตัวเองทำให้คุณมีเวลาพอที่จะค้นหาตัวตน และเข้าใจความเป็นตัวคุณมากที่สุด บางครั้งคนเรามัวแต่ชื่นชมกับศาสตร์ที่พยายามจะเข้าใจคนอื่น แต่ลืมไปว่าสิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ การเข้าใจตัวเองต่างหาก รู้ว่าจริงๆแล้วเราชอบหรือไม่ชอบอะไร โดยปราศจากอิทธิพลจากภายนอกมาเกี่ยวข้อง

2. เพิ่มความนับถือในตัวเอง

การ อยู่คนเดียวเป็นการเพิ่มอิสระให้กับตัวคุณ รวมทั้งยิ่งถ้าคุณได้ใช้ความเป็นตัวคุณเลือกและตัดสินใจอะไรด้วยแล้ว จะยิ่งเป็นการเพิ่มความมั่นใจในตัวคุณไปอีก ซึ่งมันจะค่อยแทรกซึมไปสู่การใช้ชีวิตด้านอื่นๆของคุณด้วย โดยเฉพาะเวลาที่คุณต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น

3.บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องใช้การประนีประนอม

บ่อย ครั้งที่คนเราพยายามใช้ความประนีประนอมเมื่อต้องอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น เรามักจะอดทนทำงานร่วมกับคนอื่นเพื่อให้บรรลุข้อตกลงหรือเป้าหมายใดๆ แทนการใช้เวลานั่งกินอาหารค่ำพร้อมดูรายการทีวีสุดโปรด เพราะบางครั้ง การใช้เวลากับตัวเองก็เหมือนการปล่อยให้เราได้ตามใจตัวเอง ทำในสิ่งที่ต้องการ หรือสิ่งที่เรารักโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ

4.ทำให้ตัวเองกลับไปเป็นเด็กวัยรุ่นอีกครั้ง

จะ มีซักวัยมั้ยที่คุณเลือกหลบหนีจากผู้คน เพื่อปลดปล่อยความเป็นตัวุณ ทิ้งความเครียดไว้เบื้องหลัง แล้วพักผ่อนอย่างเต็มที่ ซึ่งช่วงเวลานั้นเหมือนเป็นการ รีสตาร์ท เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวคุณได้เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง ซึ่งบางครั้งอาจเป็นสิ่งที่คนอื่นต่อต้าน

5.มีมุมมองที่สดใส

การ อยู่กับตัวเองทำให้คุณมีเวลาที่จะชำระล้างจิตใจ สลัดความคิดทั้งปวง และเป็นการเปิดให้เห็นความรู้สึกที่มาจากใจของคุณ โดยปราศจากอิทธิพลของคนอื่น เป็นช่วงเวลาที่คุณจะได้สะท้อนดูว่าอะไรรคือสิ่งที่สำคัญในชีวิตของคุณ และจริงๆแล้วคุณรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ในชีวิตประวันที่คุณต้องเผชิญเป็น ประจำ

6. เห็นคุณค่าในสิ่งที่คุณรักมากขึ้น

การ อยู่คนเดียวเป็นการปลดปล่อยตัวคุณให้มีช่วงเวลาที่จะได้ซาบซึ้งกับช่วงเวลา ที่ได้อยู่กับคนอื่น ยิ่งถ้าคุณไม่เคยมีเวลาที่อยู่กับตัวเอง คุณย่อมปรารถนามัน ซึ่งมันเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องหาสมดุลระหว่างมันให้ได้ เพราะหากคุณสามารถทำได้ คุณจะมีความสุขกับการมีความสัมพันธ์กับคนอื่นมากขึ้น

ใครที่ อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วพบว่าการใช้เวลาอยู่กับตัวเองเป็นเรื่องที่ยากและท้าทาย แนะนำให้คุณเริ่มจากการใช้เวลาอยู่กับตัวเองวันละเล็กวันละน้อย เริ่มจากวันละ 1 นาทีจนเป็นชั่วโมง และหลังจากรฝึกฝนไปเรื่อยๆ คุณจะพบว่ามันจะมาเองตามธรรมชาติในที่สุด

เครดิต  sanook.com

3 วิธีง่ายในการทำความรู้จักกับผู้หญิง

July 3rd, 2009 by womenblogs

3 วิธีง่ายในการทำความรู้จักกับผู้หญิง

ใครว่ามีแต่ผู้หญิงที่รู้สึกประหม่าเวลาเจอหนุ่มในฝัน แต่ผู้ชายเองก็มีปัญหาเหมือนกันเวลาที่เจอกับหญิงสาวที่ถูกใจ

พวกเขาจะทำอย่างไรเพื่อรวบรวมความกล้าที่มีแล้วตรงเข้าไปพูดคุยทำความรู้สึกกับนางในฝันอย่างไม่เก้อเขิน

และนี่คือ 3 ขั้นตอนง่ายๆสำหรับให้หนุ่มๆใช้แก้อาการเก้อเขิน เวลาที่ไม่รู้จะเข้าไปเริ่มต้นบทสนทนายังไง หรือจะคุยเรื่องอะไรดีเพื่อให้น่าเบื่อ

ขั้นแรก สังเกตดูว่าผู้หญิงที่คุณสนใจกำลังทำอะไรอยู่

ยก ตัวอย่างเช่น คุณพบผู้หญิงคนหนึ่งยืนเข้าแถวอยู่ด้านหลังคุณในซุปเปอร์มาร์เกต แม้ในมือของเธอจะไม่ได้ถือสัมภาระจากการช็อปปิ้งมากนัก แต่คุณลองสังเกตดูซิว่าเธอจะเลือกวางอะไรไว้บนสายพานก่อนนคิดเงินบ้าง หรือหากมีผู้หญิงอีกกำลังสั่งเครื่องดื่มที่่ร้านสตาร์บั๊คส ขณะที่คุณกำลังต่อแถวรออยู่ ลองสังเกตดูซิว่าเธอสั่งเครื่องดื่มอะไร ซึ่งการสังเกตทุกการกระทำของผู้หญิง เพื่อนำบริบทเหล่านั้นมาเป็นตัวบอกคุณว่าคุณควรจะพูดอะไร

“ผู้ชาย ส่วนมากมักเริ่มบทสนทนากับผู้หญิงด้วยการพูดเรื่องสัมเภเหระ โดยไม่มีการเตรียมตัวล่วงหน้า ซึ่งบางครั้งทำให้มันดูเป็นเรื่องไร้สาระในสายตาของผู้หญิง และกลายเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเธอรู้สึกขบขันจนมักเอาไปเม้าท์ในกลุ่มเพื่อนๆ ว่า “เธอต้องไม่เชื่แน่ๆว่าเขาเข้ามาหาฉันและพูดว่าอะไร”

ขั้นตอนที่ 2
ทำตามสิ่งที่ได้สังเกตมา

หลัง จากคณสังเกตพฤติกรรมคร่าวของเธอมาแล้ว คราวนี้ก็มาสู่ขั้นตอนของการปฏิบัติ โดยต้องเริ่มจากการเปิดเผยตัวตนของเธอ และ เปิดเผยความรู้สึก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณสังเกตว่าผู้หญิงข้างหน้าคุณสั่งกาแฟเอ็กซ์เพรสโซ 2 แก้ว สิ่งแรกที่คุณนึกถึงและปรากฏขึ้นในใจคุณ คือ “คุณชอบดื่มกาแฟเหรอ” ซึ่งอย่าลืมว่า คำถามนั้นจะนำไปสู่คำตอบแค่ว่าใช่หรือไม่ แต่ถ้าเป็นผู้ชายที่รู้จักพรีเซ็นต์ตัวเองแบบ100% จะเลือกถามว่า “เมื่อคืนคุณดื่มมาหนักหรือครับ หรือไม่ก็ วันนี้คงไปวันที่หนักมากสำหรับคุณ” จำไว้ว่าคุณจะเริ่มคำถามอย่างไร เพื่อให้คุณวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ หรืออยู่ในกระบวนการคิดของเธอ

มัน เป็นการง่ายกว่าที่คุณจะพูดคุยกับเธอในเรื่องที่ี่เธอมีประสบการณ์ร่วม เพราะผู้หญิงมักจะร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องทีอยู่ในหัวของเธฮ

อีก ตัวอย่างหนึ่ง หากคุณกำลังอยู่ในบาร์ และเห็นผู้หญิงคนหนึ่งด่าถออด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย และเกรี้ยวกราดใส่คนข้างๆเธอ คุณอาจจะเดินเข้าไปโดยตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่า สาเหตุที่เธอมีอาการเช่นนั้น อาจเป็นเพราะว่า “เพื่อนของเธออาจมาสาย” ซึ่งนี่อาจเป็นหนึ่งในวิธีการเปิดการสนทนาโดยอาศัยพื้นฐานจากเรื่องอารมณ์ และความรู้สึก เพราะผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเรื่องอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องสูง ซึ่งผู้ชายต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับอารณ์ของเธอ แต่จะทำอย่างไรเพื่อไม่เข้าไปอยู่วังวนในความไม่แน่นอนและขึ้นๆลงๆของอารมณ์ พวกเธอ” ซึ่งมันจะนำไปสู่ขั้นตอนที่ 3

ขั้นที่ 3
ฟังในสิิิ่งที่ผู้หญิงบอก เพื่อให้การสนทนาเป็นไปด้วยความราบรื่น และเพื่อผูกมัดความสัมพันธ์ของคุณ คุณต้องฟังใจในสิ่งทพวกเธอพูด เพราะการรับฟังจะทำให้ผู้ชายรู้ว่าควรพูดอะไรต่อไป ผู้ชายส่วนมากมักคิดว่าจะพูดอะไรต่อไปดี จนถึงขนาดมีสคริปอยู่ในหัวเลยว่าเมื่อไหร่ควรพูดอะไรดี ซึ่งการทำเช่นนั้นไม่เรียกว่าเป็นการสนทนา แต่มันเหมือนเป็นบทภาพยนตร์แย่ๆเรื่องหนึ่ง

บางครั้งผู้ชายก็มัก สับสนในบางเรื่องอย่างไม่มีเหตุผล ซึ่งไม่มีหนทางวิเศษใดที่จะบอกได้ว่าคุณควรพูดหรือปฏิยัติตัวเช่นไร แต่หลักความจริงข้อหนึ่งคือ ผู้ชายควรพูดกับผู้หญิงเหมือนกำลังคุยกับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ซึ่งมันอาจจะเป็นการสนทนาทสนุกสนาน ตลก เพราะผู้ชายเพียงต้องการจะผ่อนคลาย และรับฟังสิ่งที่ผู้หญิงพูด

เพียงคุณปฏิบัติตามขั้นตอนทั้งหมด และคุณจะพบกับบทสนทนาที่สุดเลิศ

ขอบคุณข้อมูลจาก David Wygant

เครดิต  sanook.com

10กฏเหล็กการเป็นศิราณี

July 3rd, 2009 by womenblogs

10กฏเหล็กการเป็นศิราณี

ความรัก
ศิราณี หรือที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นที่ปรึกษาปัญหาหัวใจนั้น นับว่ามีความสำคัญต่อชีวิตสาวๆ

หรือ ไม่ว่าใครต่อใครก็ต้องเคยพึ่งพา หรือตกที่นั่งเป็นศิราณี อย่างน้อยก็สักครั้งในชีวิต และบางครั้ง “ศิราณี” จำเป็นก็อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนเผลอทำร้ายจิตใจเพื่อนได้ง่ายๆ เหมือนกัน
มาลองดูกันค่ะว่า ศิราณีที่ดี ควรมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง เมื่อถึงคราวต้องรับบทที่ปรึกษา จะได้ทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

1. เป็นกระจกสะท้อนปัญหา
พยายาม ป้อนคำถามให้เธอ อาศัยช่วงเวลาที่เล่าปัญหาให้เราฟัง เป็นการคิดทบทวนไปในตัวด้วย เพื่อช่วยขุดไปจนเจอต้นตอของปัญหา และยังทำให้เธอเข้าใจความรู้สึกตัวเอง จนมองเห็น ทางออกได้ในที่สุด

2. ให้ทางเลือก ไม่ใช่ให้คำตอบ
อย่า ตัดสินใจแทนเพื่อน เพราะถึงอย่างไร เธอย่อมรู้ตื้นลึกหนาบางดีกว่าคุณอยู่แล้ว แถมบางทียังเล่าไม่หมด เพื่อหวังให้เราเข้าข้างอีกต่างหาก ทางที่ดี คุณก็เพียงชี้ทางให้เพื่อนได้รู้ว่า พอมีตัวเลือกอะไรบ้าง เพราะเธอย่อมหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับตัวเองได้อยู่แล้ว และในบางครา ทางออกที่ว่า ก็ไม่ได้อยู่ในตัวเลือกที่คุณเสนออีกต่างหาก

3. อย่าบังคับจิตใจ
อย่า บังคับจิตใจให้เธอทำตามเพราะเราหวังดี ถ้าไม่ทำจะงอน หรือคิดว่า ถ้าไม่เชื่อแล้วมาถามฉันทำไม (ถ้าคิดแบบนี้ให้กลับไปอ่านข้อ 1-2 ใหม่) เพราะจะกลับกลายเป็นการเพิ่มปัญหาให้เพื่อนเสียอีก แต่หากหวังดีจริงๆ ก็แค่อยู่เคียงข้าง คอยรับฟังเวลาที่เธอต้องการกำลังใจจะดีกว่า

4. ให้กำลังใจ อย่าซ้ำเติม
คุณ เองก็คงเคยมีอาการ “เตือนแล้วไม่ฟัง” เหมือนกัน และเมื่อทำพลาด คุณก็คงเสียใจพออยู่แล้ว วินาทีนั้น คุณอยากได้ยินคำว่าอะไรล่ะ นั่นล่ะ คือสิ่งที่เพื่อนเองก็กำลังอยากได้ยินจากคุณ

5. ทำตัวเป็นกลาง
ตอน ที่เพื่อนฟูมฟายก็ปลอบใจไปก่อน เมื่อเธอสงบแล้วค่อยชี้ให้เห็นจุดที่เธอผิดจริง แล้วค่อยลูบหลังว่า ถึงอย่างไรเราก็เข้าข้างเธออยู่ดี แต่เพราะรักก็ต้องบอกกันนะเพื่อนจ๋า

6. เก็บความลับไว้กับตัว
แม้ คุณอยากระบายให้ใครสักคนฟังว่า เพื่อนของฉันช่างน่าสงสารอะไรอย่างนี้ ก็ช่วยเก็บไว้ในใจ เพราะถ้าเรื่องส่วนตัวนั้นห่วนมาหาเพื่อนสาวเมื่อไร ก็อาจต้องเคลียร์กันยาว

7. อย่าอินเกินไป
เพื่อน คงเหวอเหมือนกัน ถ้ากำลังบ่นเรื่องชีวิตรักอันแสนรันทดอยู่ดีๆ แม่ศิราณีกลับน้ำตาซึมเสียก่อน ประมาณว่าอินจัด แล้วถ้าอารมณ์อ่อนไหวขนาดนี้ จะมีสติให้คำปรึกษาเพื่อนได้อย่างไร

8. อย่าใส่สีตีไข่
ไม่ ต้องไปย้ำว่า ที่เขาแอบไปเดินควงสาวอกตู้มคนนั้น ช่างหยามเกียรติลูกผู้หญิงสิ้นดี เธอช่างเป็น หญิงสาวผู้โชคร้ายอะไรขนาดนี้ ฟังแล้ว แทนที่ปัญหาจะคลี่คลาย กลับเป็นการทำเรื่องเล็กให้ดูเป็นเรื่องใหญ่โดยใช่เหตุ

9. อย่าขโมยซีน
เคย ไหม เวลาที่เราเล่าปัญหาไปได้สักพัก แล้วก็มีเสียงแทรก “เหมือนกันเลย ชั้นก็เคยเจอ แบบนี้ๆๆๆ” คุณคงจะหมดอารมณ์น่าดู แทนที่จะได้ระบายความอึดอัด กลับต้องมานั่งฟังปัญหาของอีกฝ่ายเสียนี่ รู้แล้วก็อย่าทำเองเสียล่ะ

10. อย่ายุส่ง
” ผู้ชายแบบนี้เลิกไปเลย” ประโยคแบบนี้ฟังคุ้นๆ หรือเปล่าคะ แต่ลองคิดถึงในเวลาที่เพื่อนกลับไปคืนดี กับแฟนหนุ่ม และเล่าให้เขาฟังว่า ตอนที่มีปัญหากัน เธอได้ไปปรึกษาใครมาบ้าง คุรคงเข้าหน้าเขาไม่ ติดไปอีกนาน หรือถ้าเธอต้องเลิกกับแฟนเพราะคำยุของเรา แล้วต้องมานั่งเสียใจว่า เธอยังรักเขาอยู่
คุณก็คงไม่แฮปปี้เท่าไรหรอก

ไม่ ว่าคุณจะหวังดีกับเพื่อนสักแค่ไหน แต่เธอก็ควรเป็นผู้ตัดสินใจในทางเลือกทางเดินของหัวใจด้วยตัวเอง และหากเพื่อนตัดสินใจผิดพลั้งไป เราก็เพียงคอยอยู่ข้างๆ เวลาเธอต้องการก็พอ

ที่มา : นิตยสารลิซ่า

เครดิต  sanook.com

รวมมุกเสี่ยวๆไว้จีบสาว

July 3rd, 2009 by womenblogs

รวมมุกเสี่ยวๆไว้จีบสาว

คุณๆขเยิบซ้ายหน่อยสิ ญ> ทำไมอ่ะค่ะ ช> หัวใจเราจะได้ตรงกันไง

รวมมุกเสี่ยวๆไว้จีบสาว


> คุณๆขเยิบซ้ายหน่อยสิ
ญ> ทำไมอ่ะค่ะ
ช> หัวใจเราจะได้ตรงกันไง

*********************

ช>กลัวโทรศัพท์ระเบิดจัง !!!
ญ>ทำไมอ่ะค่ะ
ช> ก้อมันอัดเเน่นไปด้วยความรักไง

**********************

คุย โทรศัพท์อยู่ อืม เธอใช้มือข้างไหนคุยโทรศัพท์อยู่อ่ะ (ข้างขวา/ซ้าย) เรารักเธอนะ อืมลองเปลี่ยนข้างดิ (อืมเปลี่ยนแล้ว) เราเกลียดเธอแล้ว (ทำไม) ก็เรารักเธอข้างเดียวอ่ะ

**********************

ชาย: เฮ้ย ผึ้ง
หญิง: อะไรผึ้งเผิ้งอะไร ฉั้นไม่กลัวหลอก
ชาย: ผึ้งจริงๆ
หญิง: พอเหอะก็บอกแล้วไงว่าไม่กลัว
ชาย: ผึ้ง…ผึ้งรู้ว่ารักเธอ

**********************

ช) หันอีกข้างมาไม่ได้หรอ
(ญ) ทำไมอ่ะ
(ช) ก็เราไม่อยากรักเธอข้างเดียวไง

***********************

ชาย: เธอเห็นอะไรบางๆรึเปล่า
หญิง: อะไรเหรอ
ชาย: สายใยที่เชื่อมระหว่างเราสองคนเอาไว้ด้วยกันไง
(อ่า นะ)

***********************

++ : ทำไงดีอ่า..เราตาบอดสีอ่ะ
++ : โห..จิงอ่ะ แน่ใจเหรอ?
++ : อืมม..แน่ใจดิ.. ก็เราเห็นโลกเป็นสีชมพูอ่ะ

***********************

ชาย: รักของเธออยู่ที่ไหน
หญิง: แล้วทำไมหละ
ชาย: จงออกมามอบตัวกับเราเสียโดยดี….ตอนนี้”ความคิดถึง”ล้อมไว้หมดแล้ว
หญิง: เล่นซ้ะ

**********************

ชาย: ได้ยินเสียงอะไรป่าว
หญิง: เสียงอะไรไม่เห็นได้ยินเลย
ชาย: ก็เสียงของเราที่ก้องร้องอยู่ในหัวใจเธอทุกนาทีไง
(เอื้อ!)

************************

ชาย: ผมยาวจัง
หญิง: แล้วจะทำไมเหรอ
ชาย:เปล่าหลอก ว่าจะยืมมามัดใจหน่อย

***********************
ชาย: รู้มั้ยว่าวันทุกๆวันผมจะคิดถึงคุณแค่ 2 ครั้ง
หญิง: ตอนกินข้าว กับอยู่กับแม่เหรอจ๊ะ(เคยโดนแบบนี้หละ)
ชาย: เปล่าก็แค่ตอนที่หลับกับตอนที่ตื่นอยู่เอง
(Work นะจะบอกให้)

*****************************
เพือน2 กำลังง่วนกับการหาอะไรบางอย่างอยู่
ทำหน้าตาเครียดซะด้วย
เพื่อนหนึ่งเลยถามไปว่า
เพื่อน1: หาอะไรอยู่วะ
เพื่อน2: หารักแท้
เพื่อน1:

*************************
อยากเป็นเบอร์ดี้จัง(ทำไมอะ)ก็จะได้เป็นหนึ่งในใจคุณไง
ถ้าชอบไงก้อบอกนะ

************************

ช) บ้านคุณไฟดับรึป่าว
ญ)ไม่ดับ ทำไมเหรอ
ช) บ้านผมไฟดับ
ช)ผมเพิ่งรู้ว่าถ้าไฟดับผมอยู่ได้ แต่ถ้าผมขาดคุณผมคงอยู่ไม่ได้

************************

1.สะกดคำว่า”เลิฟ” ซิ = ขอบคุนน่ะที่ทำไห้รุ้จักคำว่ารัก
2.พุ่งนี้ว่างมั้ยจะชวนมานั่งไนไจด้วยกัน
3.ระวังลื่นน่ะ = ไจละลาย
4.อยากเป็นกาแฟ= ที่หนึ่งไนไจคุน
5. 1+1 เป็นเท่าไร = เท่าไรก้อไม่สำคันเท่ากับไจที่ฉันมีไห้เทอ
6.ชอบเล่นบาสมั้ย = เดี๋ยวจะเป็นห่วงไห้
7.หน้าคมจัง = บาดไจ
8.คิดไนไจบ่อยมั้ย เราอ่ะโคตรบ่อยเลย เพราะเราคินอกไจไม่เป็น
9. ทามมัยมองอะไรไม่ค่อยเห็นเลย = ความรักบังตา

*****************************
ที่มา : forward mail

เครดิต  sanook.com

10 วิธีทำให้คนอื่นชอบคุณ

July 3rd, 2009 by womenblogs

10 วิธีทำให้คนอื่นชอบคุณ

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน การได้เป็นที่รัก ที่ชอบพอของคนรอบตัวนั้น ก็นับเป็นสิ่งประเสริฐที่ทุกคนปรารถนา

แต่ ต้องคำนึงถึงความถูกต้องดีงามเป็นพื้นฐานด้วย ไม่ใช่ทำทุกวิถีทางเพื่อให้คนอื่นพอใจรักใคร่ ทั้ง 10 ข้อที่จะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นสูตรปรุงเสน่ห์ ซึ่งทำได้ไม่ยาก แต่ท้าทายให้ทุกคนใส่ใจและทดลองปฏิบัติ ที่เห็นว่าเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ถึงเวลา หากสำรวจเข้าจริงๆ บางคนก็ขาดไปหลายข้อเหมือนกัน เพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องเส้นผมบังภูเขา ง่ายเสียจนเราละเลย ลืมให้ความสำคัญ ลืมปฏิบัติกันให้เป็นนิสัย

1. จำชื่อเขาให้ได้

ถ้ายังจำชื่อใครต่อใครไม่ได้ หรือจำผิดจำถูก แสดงว่าคุณไม่ใคร่สนใจไยดีหรือให้ความสำคัญในตัวเขานัก คุณรู้ไหมว่า ชื่อคนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความรู้สึกของคนอย่างมากมาย รีบจำชื่อเขาให้ได้ และเรียกให้ถูกนะคะ

2. รู้จักทักทาย

การทักทายใครต่อใครก่อน เป็นความน่ารักอย่างหนึ่ง สะท้อนให้เห็นความมีมิตรจิตมิตรใจ ทำให้ผู้ถูกทักทายรู้สึกดีว่าได้รับความใส่ใจ มีคนให้ความสำคัญ เราจะจำชื่อคนให้ได้ไปทำไมกันคะ ถ้าจำได้แล้วไม่รู้จักทักทายกัน?

3. วางตัวสบายๆ ได้หรือเปล่า

จงเป็นคนที่วางตัวสบายๆ เสมอ เพื่อผู้อื่นจะได้ไม่รู้สึกเครียดเมื่ออยู่ใกล้ๆ คุณโปรดเป็นกันเอง อย่าถือเนื้อถือตัว อย่าเจ้ายศเจ้าอย่าง เพราะมันจะน่ารำคาญ น่าเกลียดน่ากลัว มากกว่าน่าเข้าใกล้

4. มีนิสัยง่ายๆ

นิสัยง่ายๆ เป็นคนละเรื่องกับมักง่าย หากคุณเป็นคนง่ายๆ มีความยืดหยุ่นสูง และรู้จักผ่อนปรนอารมณ์ของคุณก็มักจะคงที่ ไว้ใจได้ ทำนายได้ ไม่แปรปรวนจนยากแก่การควบคุมหรือไว้ใจ คนง่ายๆ มักยอมรับและเข้าใจได้ แม้กับคนที่น่ารำคาญที่สุด ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้กับคนที่อารมณ์คงที่ ยืดหยุ่น และถือสาใครต่อใครน้อยมาก เพราะอะไรคะ เพราะว่าบางครั้ง เราก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเราเองมีอะไรที่น่ารำคาญบ้าง ง่ายๆ วางใจ ไม่ถือสากันนี่ละ ดีที่สุด

5. อย่าอวดตัวเอง

จงระวัง อย่าแสดงว่าคุณรู้อะไรๆ ไปหมดเสียทุกเรื่อง ไม่มีใครอยากจะชอบพอกับคนที่ฉลาดไปเสียทุกเรื่องหรอก บางเรื่องเขาก็อยากฉลาดบ้างเหมือนกัน ดังนั้นโปรดวางตัวตามธรรมชาติ (คือมีทั้งเรื่องที่รู้และไม่รู้) ถ่อมตน และสุภาพตามกาลเทศะจะดีกว่า

6. จงมีนิสัยร่าเริง

เพื่อคนทั้งหลายจะได้ชอบอยู่ใกล้ และ “ติด” ในความร่าเริงที่คุณมี แล้วคุณจะได้รับความรู้สึกดีๆ ได้เรียนรู้ในสิ่งดีๆ จากคนเหล่านี้ เมื่อคบค้าสมาคมด้วย

7. จงพยายามแก้ไขความเข้าใจผิด

คุณอาจเคยมองใครในแง่ร้ายๆ ไปบ้าง คุณอาจเคยถือสาการกระทำครั้งโน้นครั้งนี้ของเขา หากคุณมีเวลา จงพยายามแก้ไขความเข้าใจผิดหรือความถือสาที่เคยมี รวมทั้งที่กำลังมีอยู่ให้หมดไป มิตรภาพไม่อาจก่อเกิดหรืองอกงามได้ ท่ามกลางความระแวงแคลงใจ จงขจัดความขุ่นข้องหมองใจ ความไม่ชอบใจ และความเจ็บใจให้หมด แล้วคุณจะเป็นคนน่ารักที่ไม่มีใครผูกใจเจ็บ

8. ทิ้งมันไป…นิสัยเสียๆ

บางทีเราก็ไม่รู้หรอกว่า เรามีนิสัยอะไรที่เป็นข้อบกพร่องอยู่ในตัวบ้าง การเงี่ยหูฟังจากคนรอบข้าง จะช่วยให้เรารู้ เมื่อเรารู้แล้ว เรามีหน้าที่ต้องกำจัดนิสัยที่ทำให้คนอื่นตั้งเป็นข้อรังเกียจออกไป แม้ว่านิสัยบางอย่างนั้น อาจมีอยู่หรือทำไปโดยที่เราไม่ได้รู้ตัวมาตลอดก็ตาม

9. จงหัดชอบคนอื่นบ้าง

น่าประหลาด… คนบางคนเกลียดใครต่อใครได้ไวมาก ลองหัดชอบคนอื่นจนกลายเป็นนิสัยดีไหมคะ ชอบที่เขาเป็นอย่างนั้น ชอบที่เขาคิดอย่างนี้ ชอบในสิ่งที่เขาพูดจา ฯลฯ พึงท่องคาถาประจำใจเอาไว้ให้ตลอดเภิดว่า “ข้าพเจ้าไม่เคยพบกับบุคคลที่ข้าพเจ้าไม่รู้สึกชอบเลย”

10. ชมเชยให้เป็น

อย่าละทิ้งโอกาสที่จะกล่าวคำชมเชย เมื่อใครคนใดคนหนึ่งใกล้ๆ ตัวคุณ ได้กระทำในสิ่งที่ดี เป็นแบบอยางต่อผู้อื่น หรือทำอะไรได้สำเร็จสักอย่างหนึ่ง ในเวลาเดียวกัน ก็ต้องรู้จักแสดงความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ ในความทุกข์ร้อนและความผิดหวังของพวกเขาด้วย พูดง่ายๆ ได้ว่า หัดเป็นคนมีหัวใจซะบ้าง!

เครดิต  sanook.com

ไว้อ่าน…เมื่อทะเลาะกับแฟน

July 3rd, 2009 by womenblogs

ไว้อ่าน…เมื่อทะเลาะกับแฟน

ชีวิตคนเรามีอะไรมากมายที่ผ่านเข้ามาให้ซึมซับรับรู้

ในชีวิตคนเรามีผู้คนมากมายที่ผ่านเข้ามาให้รู้จักมักคุ้น
แต่ในผู้คนมากมายเหล่านั้น
อย่างน้อยคงต้องมีใครบางคนที่ทำให้เรารู้สึก “ไม่ธรรมดา”
ที่จะนึกถึง เรียกว่าเป็น “ความพิเศษ”
ที่เราจะยกเว้นเอาไว้จากความปกติทั่วไปของจิตใจ
ก็ในเมื่อคำว่า “พิเศษ” หมายถึงความจำเพาะ ความแปลกแยก ความดีงาม ความอบอุ่นในหัวใจ
กระนั้นทำไมเราไม่ปฏิบัติต่อเขาให้ตรงกับที่ใจคิด

ให้ “ความรู้สึกดีดี” จากจิตใจที่ดีดี
ให้ “ความอาทรถึง” จากจิตใจที่นึกถึง
ให้ “ความห่วง” จากจิตใจที่เป็นห่วง
ให้ไปเถอะ ให้ไปอย่างดีดี แต่มี “สติ”
ให้ไปเถอะ ให้ไปอย่างอบอุ่น แต่ไม่ “คุกรุ่น”
ให้ไปเลย ให้ไปเท่าไหร่ก็ได้ แต่เมื่อให้ไปแล้วต้อง “ไม่ร้อนรุ่มกลัดกลุ้ม”

และหากเมื่อใดจิตใจอาจระส่ำระสาย สะดุดกับอะไรขึ้นมาบ้าง
ก็จงหยุดพักตรึกตรอง อย่าปล่อยให้พายุอารมณ์โถมพัด
“สิ่งดีดี” จนกระจัดกระจาย
เพราะ “การให้ความหมาย” ไม่ใช่ “การตั้งความหวัง”
คนสองคนให้ความหมายซึ่งกันและกัน แต่คนสองคน
“จะไม่ตั้งความหวังในกันและกัน”
เพราะการตั้งความหวังมักนำพาซึ่ง “การเรียกร้อง”
“ความอยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ” โดยที่ไม่รู้ตัว
มันร้อนนัก หนาวนัก และไม่เป็นสุข
เราต้องไม่ลืมปรับอุณหภูมิจิตใจเอาไว้ที่องศาอุ่นๆ
หากเริ่มรู้สึกตัวว่า ความร้อนเริ่มทวีขึ้น เราต้องค่อยๆ
เดินออกมาสูดอากาศเย็น
หากตรงกันข้ามเราก็ต้องหลบเร้นจากความหนาวมาหาไอแดดเช่นกัน
และอย่าลืมว่า “ความพิเศษ”
ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นพิเศษมากหรือพิเศษสุด
หรือพิเศษอย่างยิ่งในคนคนเดียว
ทั้งเราและเขาอาจจะมีคนพิเศษในวิถีชีวิตได้หลายลักษณะ
พิเศษในเรื่องนั้น พิเศษในเรื่องนี้
ในเมื่อหัวใจเป็นของเรา
เราก็ย่อมเลือกให้ความพิเศษกับใครก็ได้ที่เราจะไม่ต้องแลกกับความทุกข์อย่างพิเศษกลับมา

จงให้ “ความพิเศษ” เป็นชีวิตชีวา
เป็นแววตาที่แจ่มใส
เป็นความห่วงใยที่เมื่อนึกถึงทีไรก็ยิ้มได้
ไม่วิ่งหนี แต่ไม่วิ่งตาม
ไม่หักห้าม แต่ไม่กระโจนใส่
ไม่เป็นน้ำตาลที่หวานอ่อนไหว
แต่เป็นความอบอุ่นในหัวใจและเอื้ออาทร
จงเป็นความแจ่มใสในอารมณ์ของตัวเอง เป็นความชุ่มชื่น สดใส เช่นสายน้ำ
เป็นสีสันงดงามเช่นมวลผกา เป็นสีเขียวของใบไม้
ที่เย็นที่ตาและที่ใจ
และที่ตรงนี้ จะอีกนานเท่าใด ไม่ว่า “คนพิเศษ” คนนั้นจะอยู่ใกล้หรือต้องจากกันไกล
“ความพิเศษ” นั้นก็จะคงอยู่อย่างมีคุณค่า ณ ที่เดิม ที่ซึ่งใจข้างซ้ายตรงกัน

ขอบคุณบทความจาก FW

เครดิต  sanook.com

วิธีลืมคนรัก

July 3rd, 2009 by womenblogs

วิธีลืมคนรัก

ใครที่เพิ่งจะผิดหวังกับความรัก และอยากจะลืมคนรัก วันนี้เรามีวิธีลืมคนรักมาฝาก…

* นึกว่าเหตุที่ต้องลืมเขาเพราะอะไร คงไม่ใช่ส่วนดีของเขาแน่ ๆ
* หลังจากนั้นให้พยายามย้ำความคิดนั้น เพื่อจะไม่ให้เกิดความ อาลัยอาวรณ์เขามากไป
* พยายามหลีกเลี่ยงการเจอเขาแบบตัวต่อตัว เพราะเกิดเขาเผลอมาทำดีกับเรา เราจะยิ่งไขว่เขว แต่ถ้าเขามากับแฟน จะดีมาก จะได้ช้ำทีเดียว
* หลีกเลี่ยงไปซ้ำที่เดิม ๆ ที่เคยไปกับเขา
* หากิจกรรมที่ต่างจากเมื่อคบเขา เช่น เขาและเราชอบฟังเพลง ป๊อบ ให้เปลี่ยนใหม่ มาฟังเพลงร็อกแทน
* อย่าทำให้ตัวเองว่าง ให้อยู่กับเพื่อน ๆ เข้าไว้ จะเป็นช่วงหนึ่งเท่านั้น หลังจากนั้น จะสามารถอยู่คนเดียวได้ ไม่ต้องห่วง
* ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ เช่นลงเรียนเพิ่ม ไปเรียนทำขนม ไปเรียนร้องเพลง ฯลฯ จะได้มีโอกาสเจอเพื่อน ๆใหม่ด้วย
* อย่านั่งมองท้องฟ้าตอนเย็น ๆ เพราะมันจะเหงามาก เคยมีคนพบว่าบรรยากาศตอนเย็นคนจะอยากฆ่าตัวตายมากที่สุด
* อย่านั่งมองฝนตก เหมือนถ่ายมิวสิกวีดีโอ เพราะจะยิ่งทำให้อยากร้องไห้
* อย่าหาเรื่องกินจนอ้วน เพราะมันจะทำให้คุณหมดความมั่นใจไปกว่าเดิม

ใครที่อยากลืมคนรักได้เร็ว ๆ ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้

เครดิต  sanook.com

กฎเหล็กสำหรับเพื่อนรัก

July 3rd, 2009 by womenblogs

กฎเหล็กสำหรับเพื่อนรัก

เรื่องบางเรื่องที่ไม่ควรพูดก็ไม่จำเป็นต้องพูด เช่น การนินทาคนอื่น นิสัยเม้าท์

ช่วง นี้ก็มีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียวเกี่ยวกับปัญหาของบรรดานักร้องนัก แสดงที่มีข่าวออกมาแนวเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดอะไรประมาณนี้เยอะแยะมากมาย เต็มไปหมด วันนี้เราจะข้อแนะนำสำหรับคนที่ต้องการมีเพื่อนรักและต้องการให้เขาเป็น เพื่อนของเราตลอดไปมานำเสนอจ๊ะ

พูดให้มาก
ถ้า เราจะคบใครสักคนให้ยืนยาว การพูดคุยกันอย่างเปิดอกนับเป็นเรื่องที่สำคัญอันดับแรกที่ไม่ควรละเลย เพราะมนุษย์สื่อสารกันด้วยการพูดจา ดังนั้น ถ้าคุณอยากให้เพื่อนรู้ความรู้สึก รู้ว่าคุณคิดอะไร พอใจ ไม่พอใจ การพูดออกไปยอมเป็นวิธีที่ดีที่สุด
เม้าท์ให้น้อย
เรื่อง บางเรื่องที่ไม่ควรพูดก็ไม่จำเป็นต้องพูด เช่น การนินทาคนอื่น นิสัยเม้าท์ หรือช่างนินทา เพราะเวลาเราอยู่กับเพื่อน มันเป็นเรื่องสนุกสนาน ออกรสออกชาติ แต่ถ้าเราบ่มเพาะอาการคันปากเอาไว้มากๆ สักวันหนึ่งเรื่องที่นินทานั้นจะวกกลับเข้ามาที่คนกลุ่มนั่นเอง เม้าท์ได้แต่ให้น้อยจะพลอยงาม เรื่องงามๆยังมีให้คุยอีกเยอะ
อย่าริหุ้นกัน
เขา ว่ากันว่าเป็นเพื่อนกันอย่าทำธุรกิจร่วมกัน เพราะการที่เงินมามีบทบาทในมิตรภาพนั้น ทางร้าวฉานย่อมมองเห็นอยู่รำไร เรื่องเงินนั้นไม่เข้าใครออกใคร นอกจากเรื่องเงินแล้วเรื่องแรงก็สำคัญ บางคนทำมาก บางคนทำน้อย คนทำมากก็อาจจะคิดว่าฉันต้องได้มาก ยายนั่นไม่เคยมาดูแลกิจการเลย ได้แค่นั้นก็พอ ถึงแม้เราจะไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่ว่าคนรอบๆตัวย่อมก่อตัวยุยงส่งเสริม ปัจจัยรายล้อม ไม่ว่าอะไรก็ตามจะคืบคลานเข้ามาบั่นทอนมิตรภาพของคุณ

ผู้ชายของเพื่อน
ผู้หญิง ทุกคน ไม่ว่าจะสนิท ใจดีหรือรักเพื่อนขนาดไหน แต่ก็ไม่มีใครชอบที่จะเห็นเพื่อนสาวของเราทำตัวสนิทกับแฟนของเรามากเกินไป เพราะคนที่ช้ำจะกลายเป็นคุณกับเพื่อนนั่นเอง ผู้ชายเขาไม่มารับรู้อะไรด้วย เพื่อนสาวที่ดีย่อมเข้าใจเพื่อน ยอมรับคนที่เพื่อนรักและทำความรู้จักในระดับหนึ่ง อะไรที่เกินกว่านั้นให้เพลาๆไว้ อันนี้คือเพื่อนที่ดีประเภทที่หนึ่ง
ประเภท ที่2 พวกหึงหวงเพื่อน แบบนี้ไม่ดีเพราะดูเจ้ากี้เจ้าการ เพื่อนต้องมีแฟนแบบนั้นแบบนี้ คนนั้นไม่ดี คนนี้ไม่เอา เจอแฟนเพื่อนแล้วทำหน้าเหม็นใส่ คบไม่ได้ ไม่อยากคุย
ประเภทที่3 พวกชอบของเพื่อน เห็นผู้ชายของเพื่อนแล้วอยากขอยืม อยากแบ่งปัน อันนี้อันตรายที่สุด นอกจากจะเสียเพื่อนแล้ว ยังเสียใจในอนาคตอีกด้วย
ก๊อบปี้ เกิร์ล
เพื่อน มีอะไรฉันต้องมีด้วย ในตอนแรกๆเพื่อนคุณอาจจะชอบ อาจจะสนุกไปด้วยที่ได้ทำอะไรเหมือนๆกัน แต่ถ้ายิ่งนานวันการก๊อบปี้ของคุณคือการเลียนแบบเธอหมดทุกอย่าง เพื่อนอาจรำคาญและอยากหนีคุณไปให้พ้นๆก็ได้ เพราะ ลึกๆในใจของผู้หญิงก็อยากดูเด่น ดูสะดุดตา แต่ถ้าอยู่ๆวันหนึ่งของใช้ทุกชิ้นมีคู่แฝด…เพื่อนคุณคงไม่ชอบใจแน่ๆ
ให้มากกว่ารับ
กฏข้อ สำคัญสำหรับการเป็นเพื่อน เพราะการให้ไม่ว่าจะเป็นน้ำใจ ความช่วยเหลือหรือสิ่งของ อะไรก็แล้วแต่ ย่อมทำให้ผู้รับมีความสุข หลายคนอาจจะชอบที่จะรอรับอย่างเดียว โดยลืมคิดไปว่าคนอื่นอาจจะรอน้ำใจเล็กๆน้อยๆ จากคุณเช่นกัน เพื่อนที่รู้จักแบ่งปันย่อมเป็นที่รักมากกว่าเพื่อนที่หวัง จะรับโดยไม่เคยให้อะไรใครเลย

อย่าอวด อย่าข่ม
นิสัย ขี้อวด เป็นนิสัยที่แย่ที่สุดในการคบหากัน แน่นอนว่าคนเราย่อมมีความสามารถและโอกาสไม่เท่ากัน บางคนเกิดมารวย บางคนทำงานเก่ง บางคนใช้เงินเยอะ บางคนใช้เงินน้อย เราซื้ออะไรมาไม่จำเป็นต้องเอามาอวดทุกอย่างไปการคบเพื่อนในวันนี้ คือการมอบสิ่งที่ดีให้แก่กัน ไม่ใช่การแข่งขันประชันเหมือนสมัยเราเป็นเด็กอีกต่อไป

เครดิต  sanook.com

4 สิ่งที่ควรทำสำหรับคนอกหัก

July 3rd, 2009 by womenblogs

4 สิ่งที่ควรทำสำหรับคนอกหัก

นี่คือ 4 เคล็บลับสำหรับที่สาวๆที่เพิ่งโดนหักอกมา หรือใครที่ยังมีรักเก่าฝังใจไม่ลืม ถ้าพร้อมแล้วก็มาเริ่มกันเลย

1.จดบันทึก

จด และจด ทำรายการบันทึก 5 สิ่งที่ี่คุณทนได้และทนไม่ได้สำหรับคนที่จะมาแฟนใหม่ของคุณ  แม้ว่ามันจะดูเป็นเรื่องงี่เง่าที่คุณจะเขียนว่า ต้องการเดทกับใครบางคนที่รักการเต้น หรือจริงจังกับใครบางคนที่ซื่อสัตย์กับคุณก็ตาม

2.ปฏิวัติการสร้างความสัมพันธ์แบบใหม่

พยายาม หาให้ได้ว่าอะไรคือ สิ่งที่มีที่มีอิทธิพลและเป็นสิ่งที่คุณอันเป็นผลมาจากความสัมพันธ์ครั้ง ก่อน เพื่อค้นพบต้องพยายามสลัดมันออกไป เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะไม่ให้ความกลัวนั้นมาทำลายความสัมพันธ์ครั้งใหม่ ยกตัวอย่างเช่นความสัมพันธ์ครั้งก่อนทำให้คุณเสียความเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้นคุณต้องคิอตั้งแต่ตอนนี้ว่าคุณจะทำอย่างไรเพื่อให้คุณเสียความเป็น ตัวของตัวเองเมื่อคุณมีความสัมพันธ์ครั้งใหม่

3.ตอบคำถามของตัวเอง

คุณ ต้องไม่หนี หรือเลี่ยงที่จะตอบคำถามเหล่านี้ “ทำไมคุณถึงยังอยู่กับตัวเองนานขนาดนี้” “คุณเห็นว่าสถานการณ์ที่คุณเป็นอยู่นี้มันเวิร์กมั้ย?” และ “คุณจะจัดการกับมันอย่างไร” และ ”คุณจะทำอะไรที่แตกต่างไปจากที่เป็นอยู่ หากคุณกลับมาสู่สถานการณ์เช่นนี้อีก”

4. ปลดปล่อยตัวเองบ้าง

เปิด โอกาสให้้ตัวเองได้ปลดเปลื้องความเศร้าโดยวิธีที่ี่เหมาะสมกับตัวคุณ เช่น คุณอาจนั่งฟังเพลงเศร้าทั้งคืน หรือออกไปนัดบอดเพื่อหาทางพัฒนาความสัมพันธ์นั้นให้ไปในทางที่ดี

ข้อมูลโดย Andrea Syrtash, ONDating

เครดิต  sanook.com

ทำไมต้องใช้ ‘หัวใจ’ แทนคำว่ารัก

July 3rd, 2009 by womenblogs

ทำไมต้องใช้ ‘หัวใจ’ แทนคำว่ารัก

ใครเคยสงสัยไหมว่า ทำไมมนุษย์เราถึงใช้สัญลักษณ์รูปหัวใจสีแดงแทนคำว่า “รัก”

เรื่อง นี้มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานสมัยคริสตกาล เนื่องจากชาวคริสต์จะต้องใช้เหล้าองุ่นบรรจุลงไปในจอกศักดิ์สิทธิ์ เพื่อนมัสการพระเจ้าด้วยความจงรักภักดี แต่เผอิญจอกเหล้าดังกล่าวมีสัญลักษณ์รูปหัวใจสีแดงติดอยู่ที่แก้ว
อีกทั้งเหล่าอัศวินในยุคกลางขณะกล่าวสาบานตนจะใจเต้นแรง ประจวบเหมาะกับผู้ที่กำลังมีความรักจะรู้สึกเขินอายและหัวใจเต้นแรงกว่าปกติ
ด้วยเหตุผลทั้งหลายแหล่นี้เอง ทำให้เป็นที่มาของสัญลักษณ์รูป “หัวใจ” แทนคำว่า “รัก” ใช้สืบเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน

เครดิต sanook.com