<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	>

<channel>
	<title>WomenBlogs : เรื่องราวที่น่ารู้ของ ผู้หญิงผู้หญิง</title>
	<atom:link href="http://www.freewomenblogs.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.freewomenblogs.com</link>
	<description>ผู้หญิง แฟชั่น เคล็ดลับสุขภาพ ศัลยกรรม ความงาม เซ็กส์ ความรัก</description>
	<pubDate>Mon, 30 Nov 2009 04:15:38 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.7.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>มือนุ่มด้วยน้ำมะนาว</title>
		<link>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Nov 2009 04:15:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>womenblogs</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Health]]></category>

		<category><![CDATA[women.mthai]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.freewomenblogs.com/?p=2879</guid>
		<description><![CDATA[
 
 
             วันนี้เรามาเสนอสูตรถนอมมือให้นุ่มนวลด้วยน้ำมะนาวค่ะ เริ่มเตรียมเลยนะคะ มีน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ และ น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะเท่านั้นเองค่ะ แต่อย่าเพิ่งเปรี้ยวปากเผลอทานไปก่อนนะคะ 


             เริ่มด้วยการนำน้ำมะนาวผสมกับน้ำตาลเลยค่ะแล้วเอามาถูกับมือประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นกับสบู่หอมๆ เช็ดให้แห้ง แล้วตามด้วยโลชั่นสำหรับมือ เท่านั้นก็จะสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของมือแล้วล่ะค่ะ อย่าลืมทำเป็นประจำนะคะ
women.mthai
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="style41" align="center"><span style="font-size: x-small; color: #666666;"><img style="width: 300px; height: 216px;" src="http://content.mthai.com/upload_images/0-jaja/Beauty/October/a309.jpg" border="0" alt="มือ นิ้วมือ มือนุ่ม" hspace="0" /></span></p>
<p class="style41" align="center"> </p>
<p class="style41" align="center"> </p>
<p><span style="font-size: x-small; color: #666666;">             วันนี้เรามาเสนอสูตรถนอมมือให้นุ่มนวลด้วยน้ำมะนาวค่ะ <strong><span style="color: #3399cc;">เริ่มเตรียมเลยนะคะ มีน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ และ น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะเท่านั้นเองค่ะ</span></strong> แต่อย่าเพิ่งเปรี้ยวปากเผลอทานไปก่อนนะคะ </span></p>
<p><span style="font-size: x-small; color: #666666;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: x-small; color: #666666;">             เริ่มด้วยการนำน้ำมะนาวผสมกับน้ำตาลเลยค่ะแล้วเอามาถูกับมือประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นกับสบู่หอมๆ เช็ดให้แห้ง แล้วตามด้วยโลชั่นสำหรับมือ เท่านั้นก็จะสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของมือแล้วล่ะค่ะ อย่าลืมทำเป็นประจำนะคะ</span></p>
<p><span style="font-size: x-small; color: #666666;">women.mthai</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ผมร่วง ในผู้หญิง !!!</title>
		<link>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87-2/</link>
		<comments>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Nov 2009 04:15:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>womenblogs</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Health]]></category>

		<category><![CDATA[ปัญหาผมร่วง]]></category>

		<category><![CDATA[ผมร่วง]]></category>

		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.freewomenblogs.com/?p=2877</guid>
		<description><![CDATA[ 

    
     ไม่เฉพาะผู้ชายเท่านั้นที่ประสบปัญหาผมร่วง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ยิ่งของผู้ชายทีเดียว ผู้หญิงเองก็เกิดผมร่วงได้ไม่น้อยไปกว่าผู้ชายนะคะ โดย 2 ใน 3 ของผู้หญิงก็เคยประสบปัญหาผมร่วงมาแล้ว และในจำนวนนี้เป็นผมร่วงถาวรเสียด้วย แต่สาเหตุผมร่วงของผู้หญิงบางอย่าง สามารถแก้ไขได้ค่ะ
     โดยทั่วไปคนเราจะมีเส้นผมอยู่ประมาณ 100,000 เส้น และเส้นผมจะงอกอย่างสม่ำเสมอทุกๆ วัน ในแต่ละวันจะมีผมร่วงได้วันละ 50 ถึง 100 เส้นถือว่าปกติ เส้นผมจะงอกยาวประมาณ 1/2 นิ้ว ต่อเดือน โดยผมแต่ละเส้นจะอยู่บนศีรษะนาน 2 –6 ปีทีเดียว และระหว่างนี้ผมก็จะงอกยาวเรื่อยๆ
     เมื่อเส้นผมแก่ตัวขึ้น ก็จะหยุดงอก แต่ก็จะยังคงอยู่บนศีรษะ เพียงแต่จะไม่งอกอีกเท่านั้น และสุดท้ายก็จะร่วงไป แล้วเส้นผมใหม่ก็จะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นภายใน 6 เดือน แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่สามารถหยุดยั้งกระบวนการทั้งหมดของเส้นผมนี้
  1. อายุและฮอร์โมน ส่วนใหญ่ผมจะร่วงเมื่ออายุมากขึ้น โดย อายุ ฮอร์โมน และพันธุกรรม จะเป็นสาเหตุให้ผมร่วงได้มากกว่าปัจจัยอื่นๆ และผู้ชายจะพบปัญหานี้มากกว่าผู้หญิงมากซึ่งการผมร่วงนี้จะเริ่มเกิดขึ้น เมื่ออายุ 25-30 ปี สำหรับผู้หญิงจะผมร่วงโดยเริ่มจากการที่ผมเส้นเล็กลง และสั้นเมื่อลูบผมก็จะมีผมเส้นบางและสั้นติดมือมาสาเหตุผมร่วงชนิดนี้เป็น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://women.mthai.com/views_Beauty-Tip-Trick_11_44_40277_1.women"><img style="width: 450px; height: 298px;" src="http://content.mthai.com/upload_images/0-te/te_oct_2009/beauty/hairfall/hairfall_001.jpg" border="0" alt="ผมร่วง" hspace="0" /></a><strong><span style="font-size: x-small; color: #ff3300; font-family: Tahoma;"> </span></strong></p>
<p><span style="color: #333333;"><br />
<span style="font-size: x-small; font-family: Tahoma;">    <br />
    <span style="color: #ff3366;"><strong> ไม่เฉพาะผู้ชายเท่านั้นที่ประสบปัญหาผมร่วง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ยิ่งของผู้ชายทีเดียว ผู้หญิงเองก็เกิดผมร่วงได้ไม่น้อยไปกว่าผู้ชายนะคะ โดย 2 ใน 3 ของผู้หญิงก็เคยประสบปัญหาผมร่วงมาแล้ว และในจำนวนนี้เป็นผมร่วงถาวรเสียด้วย แต่สาเหตุผมร่วงของผู้หญิงบางอย่าง สามารถแก้ไขได้ค่ะ</strong></span></p>
<p>     </span></span><span style="font-size: x-small; color: #333333; font-family: Tahoma;">โดยทั่วไปคนเราจะมีเส้นผมอยู่ประมาณ 100,000 เส้น และเส้นผมจะงอกอย่างสม่ำเสมอทุกๆ วัน ในแต่ละวันจะมีผมร่วงได้วันละ 50 ถึง 100 เส้นถือว่าปกติ เส้นผมจะงอกยาวประมาณ 1/2 นิ้ว ต่อเดือน โดยผมแต่ละเส้นจะอยู่บนศีรษะนาน 2 –6 ปีทีเดียว และระหว่างนี้ผมก็จะงอกยาวเรื่อยๆ</p>
<p>     </span><span style="font-size: x-small; color: #333333; font-family: Tahoma;">เมื่อเส้นผมแก่ตัวขึ้น ก็จะหยุดงอก แต่ก็จะยังคงอยู่บนศีรษะ เพียงแต่จะไม่งอกอีกเท่านั้น และสุดท้ายก็จะร่วงไป แล้วเส้นผมใหม่ก็จะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นภายใน 6 เดือน แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่สามารถหยุดยั้งกระบวนการทั้งหมดของเส้นผมนี้</p>
<p></span><span style="font-size: x-small; color: #333333; font-family: Tahoma;"><img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/1138529136.gif" alt="" /> <span style="color: #ff6600;"><strong> 1. อายุและฮอร์โมน</strong></span> ส่วนใหญ่ผมจะร่วงเมื่ออายุมากขึ้น โดย อายุ ฮอร์โมน และพันธุกรรม จะเป็นสาเหตุให้ผมร่วงได้มากกว่าปัจจัยอื่นๆ และผู้ชายจะพบปัญหานี้มากกว่าผู้หญิงมากซึ่งการผมร่วงนี้จะเริ่มเกิดขึ้น เมื่ออายุ 25-30 ปี สำหรับผู้หญิงจะผมร่วงโดยเริ่มจากการที่ผมเส้นเล็กลง และสั้นเมื่อลูบผมก็จะมีผมเส้นบางและสั้นติดมือมาสาเหตุผมร่วงชนิดนี้เป็น สาเหตุชนิดเดียวที่มักจะทำให้เกิดผมร่วงถาวร หรือหัวล้านนั่นเอง</p>
<p></span><span style="font-size: x-small; color: #333333; font-family: Tahoma;"><img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/1138529136.gif" alt="" />  <span style="color: #ff6600;"><strong>2. ยา</strong></span> ยาบางชนิดโดยเฉพาะที่ใช้รักษามะเร็งทำให้ผมร่วงได้ นอกจากยารักษามะเร็งแล้วยารักษาความดันโลหิต, ยาต้านการซึมเศร้า,ยาคุม และวิตามินเอขนาดสูง ก็ทำให้ผมร่วงได้ แต่เป็นการร่วงชั่วคราวเท่านั้น</p>
<p></span><span style="font-size: x-small; color: #333333; font-family: Tahoma;"><img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/1138529136.gif" alt="" />  <span style="color: #ff6600;"><strong>3. เมื่อลูบผมก็จะมีผมเส้นบางและสั้นติดมือมา</strong></span> สาเหตุผมร่วงชนิดนี้เป็นสาเหตุชนิดเดียวที่มักจะทำให้เกิดผมร่วงถาวร หรือหัวล้านนั่นเองค่ะ</p>
<p></span><span style="font-size: x-small; color: #333333; font-family: Tahoma;"><img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/1138529136.gif" alt="" /> <span style="color: #ff6600;"><strong> 4. อาหาร</strong></span> อาหารโปรตีนน้อย รวมทั้งธาตุเหล็กน้อย จะทำให้ผมร่วงได้</p>
<p></span><span style="font-size: x-small; color: #333333; font-family: Tahoma;"><img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/1138529136.gif" alt="" />  <span style="color: #ff6600;"><strong>5. ความเครียด หรือ การเจ็บป่วย</strong></span> จะทำให้ผมร่วงได้ 1-3 เดือน เลยทีเดียว</p>
<p></span><span style="font-size: x-small; color: #333333; font-family: Tahoma;"><img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/1138529136.gif" alt="" />  <span style="color: #ff6600;"><strong>6. การคลอดลูก</strong></span> ผู้หญิงหลังคลอดจะมีผมร่วงได้ภายใน 2-3 เดือนหลังคลอด</p>
<p></span><span style="font-size: x-small; color: #333333; font-family: Tahoma;"><img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/1138529136.gif" alt="" />  <span style="color: #ff6600;"><strong>7. เป็นโรคไทรอยด์</strong></span> ก็ทำให้ผมร่วงได้เชื้อราของหนังศีรษะ ซึ่งต้องรักษาโดยแพทย์ผิวหนัง สำหรับการรักษานั้นก็ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเกิดผมร่วงยกเว้นสาเหตุเดียว ที่มักจะเป็นผมร่วงถาวร คือสาเหตุจากอายุและพันธุกรรม ซึ่งต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่อาจจะเลือกการใส่ วิกผม, รับประทานยากระตุ้น, และผ่าตัดปลูกถ่ายผม<br />
women.mthai</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87-2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>หน้าใสปิ๊ง แก้สิว ด้วยมะนาว</title>
		<link>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Nov 2009 04:14:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>womenblogs</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Health]]></category>

		<category><![CDATA[มะนาว]]></category>

		<category><![CDATA[สิว]]></category>

		<category><![CDATA[หน้าใส]]></category>

		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.freewomenblogs.com/?p=2875</guid>
		<description><![CDATA[
 
สาวๆ หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าแค่มะนาวจะมาช่วยเรื่องความสวยความงามได้อย่างไร&#8230;
 
      สูตรแก้สิว 
  
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา 
 
ผสมไข่ขาว 1 ช้อนชา
 
วิธีทำ ตีจนเป็นเนื้อเดียวกัน แต้มที่ตุ่มสิว ทิ้งไว้ 30 นาที ล้างออกด้วยสบู่อ่อนๆ สิวจะหายไปในที่สุด
 
 
       สูตรหน้าใสปิ๊ง  

น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
 
 
 
น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ 
 
วิธีทำ  คนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้สักครู่  ล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วซับให้แห้ง ทำอาทิตย์ละครั้ง ผิวหน้าจะดูสดใสดูอ่อนวัย แบบไม่ต้องพึ่งครีมพอกหน้าราคาแพงๆ เลย &#8230;
women.mthai
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img style="width: 320px; height: 250px;" src="http://content.mthai.com/upload_images/0-jaja/Beauty/November/3200.jpg" border="0" alt="สาว เกาหลี" hspace="0" /></p>
<p align="center"> </p>
<p><span style="font-size: x-small; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;">สาวๆ หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าแค่มะนาวจะมาช่วยเรื่องความสวยความงามได้อย่างไร&#8230;</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: x-small; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><span style="color: #ff6600;"><strong>    </strong><span class="style42"><span style="color: #333333;"><span style="color: blue;"><span class="txtOrangeBlackBold12"><span style="font-size: 20pt; color: #3366ff;"><span lang="TH"><span style="font-size: x-small;"><span style="font-size: 14.5pt; color: #3366ff; font-family: 'Cordia New';" lang="TH"><strong><img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/983606.gif" alt="" /></strong><span style="font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;">  </span></span></span></span></span></span></span></span></span><strong>สูตรแก้สิว</strong></span> </span></p>
<p><span style="font-size: x-small; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;">  <br />
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา </span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: x-small; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;">ผสมไข่ขาว 1 ช้อนชา</span></p>
<p><span style="font-size: x-small; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"> </span></p>
<p><span style="font-size: x-small; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #ff3399;">วิธีทำ</span></strong></span> ตีจนเป็นเนื้อเดียวกัน แต้มที่ตุ่มสิว ทิ้งไว้ 30 นาที ล้างออกด้วยสบู่อ่อนๆ สิวจะหายไปในที่สุด</span></p>
<p> </p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: x-small; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><span style="color: #3366ff;"><strong>     </strong><span class="style42"><span style="color: #333333;"><span style="color: blue;"><span class="txtOrangeBlackBold12"><span style="font-size: 20pt; color: #3366ff;"><span lang="TH"><span style="font-size: x-small;"><span style="font-size: 14.5pt; color: #3366ff; font-family: 'Cordia New';" lang="TH"><strong><img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/983606.gif" alt="" /></strong><span style="font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;">  </span></span></span></span></span></span></span></span></span><strong>สูตรหน้าใสปิ๊ง</strong></span>  </span></p>
<p><span style="font-size: x-small; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><br />
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา</p>
<p><font face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" size="2"> </p>
<p></font></span> </p>
<p><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></p>
<p><span style="font-size: x-small; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;">น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ </span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: x-small; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff3399;">วิธีทำ</span></span></strong>  คนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้สักครู่  ล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วซับให้แห้ง ทำอาทิตย์ละครั้ง ผิวหน้าจะดูสดใสดูอ่อนวัย แบบไม่ต้องพึ่งครีมพอกหน้าราคาแพงๆ เลย &#8230;</span></p>
<p><span style="font-size: x-small; font-family: Tahoma;">women.mthai</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เตรียม ผิวสวย รับ ลมหนาว</title>
		<link>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7-2/</link>
		<comments>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Nov 2009 04:13:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>womenblogs</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Health]]></category>

		<category><![CDATA[ผิว]]></category>

		<category><![CDATA[ผิวสวย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.freewomenblogs.com/?p=2873</guid>
		<description><![CDATA[
      สาวๆที่กำลังกังวลเรื่อง &#8220;ผิวแห้ง&#8221; ในช่วงหน้าหนาว วันนี้เรามีเคล็ด (ไม่) ลับ  มาแนะนำให้สาวๆ เตรียมผิวให้สวยรับลม หนาวอย่างมั่นใจ  ด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้
1.พออากาศเริ่มหนาว สิ่งแรกที่ต้องหลีกเลี่ยง คือการอาบน้ำอุ่น เพราะเป็นสาเหตุของผิวแห้ง แต่ถ้าทนไม่ได้หลังอาบน้ำเสร็จให้เช็ดตัวไม่ต้องแห้งมากแล้วทาครีมบำรุงทันที
2.หาผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับผิวแห้งโดยเฉพาะ ที่มีเนื้อครีมมีลักษณะเข้มข้นหรือที่เป็น Oil Base มาใช้ เพื่อให้ผิวชุ่มชื่นยิ่งขึ้น ส่วนครีมที่ใช้ในช่วงหน้าร้อนให้เก็บไว้ก่อนคะ
3.แต่สำหรับคนที่ชอบขัดผิวเป็นประจำ ควรขัด2-3สัปดาห์ เพื่อไม่ให้ผิวแห้งเป็นขุย  ถ้าชอบมากจริงๆแนะนำให้ผ่อนคลายด้วยการแช่ตัวในน้ำอุ่น ประมาณ 10 นาที  แล้วอย่าลืมหยดออยล์หรือครีมน้ำนมลงในอ่างน้ำด้วย
4.เคล็ดลับฟื้นฟูผิวแห้งเป็นขุยเบื้องต้น ให้นำผ้าขนหนูหรือสำลีชุบนมรสจืดเย็นๆ มาวางบนผิวหนังส่วนที่แห้ง ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก กรดแล็กติกในนมจะลอกเซลล์ผิวหนังที่ตายออก และเติมความชุ่มชื่นให้ผิวหนังแทน    
          
5.ในระหว่างวันให้ใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีด บริเวณผิวหน้าหรือส่วนที่ต้องการ จะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นมากยิ่งขึ้น  
                    
6.ควรดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่ควรดื่มครั้งละหลายๆแก้วในทีเดียว เพราะช่วงหน้าหนาวผิวเราจะต้องการน้ำในร่างกายมากและต้องกินอาหารที่ประกอบด้วยวิตามินเอ บี และซีให้มากๆ ซึ่งจะช่วยได้มากทีเดียวwomen.mthai
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img style="width: 250px; height: 383px;" src="http://content.mthai.com/upload_images/0-fon/11-52/6-11/beautypic-01.jpg" border="0" alt="ผิวสวย" hspace="0" /></p>
<p>      สาวๆที่กำลังกังวลเรื่อง &#8220;<strong>ผิวแห้ง&#8221; </strong>ในช่วงหน้าหนาว วันนี้เรามีเคล็ด (ไม่) ลับ  มาแนะนำให้สาวๆ เตรียมผิวให้สวยรับลม หนาวอย่างมั่นใจ  ด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้<br />
<span class="style42"><span style="color: #333333;"><span style="color: blue;"><span class="txtOrangeBlackBold12"><span style="font-size: 20pt; color: #3366ff;"><span lang="TH"><span style="font-size: x-small;"><span style="font-size: 14.5pt; color: #3366ff; font-family: 'Cordia New';" lang="TH"><strong><img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/983606.gif" alt="" /></strong></span></span></span></span></span></span></span></span>1.พออากาศเริ่มหนาว สิ่งแรกที่ต้องหลีกเลี่ยง คือการอาบน้ำอุ่น เพราะเป็นสาเหตุของผิวแห้ง แต่ถ้าทนไม่ได้หลังอาบน้ำเสร็จให้เช็ดตัวไม่ต้องแห้งมากแล้วทาครีมบำรุงทันที<br />
<span class="style42"><span style="color: #333333;"><span style="color: blue;"><span class="txtOrangeBlackBold12"><span style="font-size: 20pt; color: #3366ff;"><span lang="TH"><span style="font-size: x-small;"><span style="font-size: 14.5pt; color: #3366ff; font-family: 'Cordia New';" lang="TH"><strong><img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/983606.gif" alt="" /></strong></span></span></span></span></span></span></span></span>2.หาผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับผิวแห้งโดยเฉพาะ ที่มีเนื้อครีมมีลักษณะเข้มข้นหรือที่เป็น Oil Base มาใช้ เพื่อให้ผิวชุ่มชื่นยิ่งขึ้น ส่วนครีมที่ใช้ในช่วงหน้าร้อนให้เก็บไว้ก่อนคะ<br />
<span class="style42"><span style="color: #333333;"><span style="color: blue;"><span class="txtOrangeBlackBold12"><span style="font-size: 20pt; color: #3366ff;"><span lang="TH"><span style="font-size: x-small;"><span style="font-size: 14.5pt; color: #3366ff; font-family: 'Cordia New';" lang="TH"><strong><img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/983606.gif" alt="" /></strong></span></span></span></span></span></span></span></span>3.แต่สำหรับคนที่ชอบขัดผิวเป็นประจำ ควรขัด2-3สัปดาห์ เพื่อไม่ให้ผิวแห้งเป็นขุย  ถ้าชอบมากจริงๆแนะนำให้ผ่อนคลายด้วยการแช่ตัวในน้ำอุ่น ประมาณ 10 นาที  แล้วอย่าลืมหยดออยล์หรือครีมน้ำนมลงในอ่างน้ำด้วย</p>
<p><span class="style42"><span style="color: #333333;"><span style="color: blue;"><span class="txtOrangeBlackBold12"><span style="font-size: 20pt; color: #3366ff;"><span lang="TH"><span style="font-size: x-small;"><span style="font-size: 14.5pt; color: #3366ff; font-family: 'Cordia New';" lang="TH"><strong><img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/983606.gif" alt="" /></strong></span></span></span></span></span></span></span></span>4.เคล็ดลับฟื้นฟูผิวแห้งเป็นขุยเบื้องต้น ให้นำผ้าขนหนูหรือสำลีชุบนมรสจืดเย็นๆ มาวางบนผิวหนังส่วนที่แห้ง ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก กรดแล็กติกในนมจะลอกเซลล์ผิวหนังที่ตายออก และเติมความชุ่มชื่นให้ผิวหนังแทน    </p>
<p>          <br />
<span class="style42"><span style="color: #333333;"><span style="color: blue;"><span class="txtOrangeBlackBold12"><span style="font-size: 20pt; color: #3366ff;"><span lang="TH"><span style="font-size: x-small;"><span style="font-size: 14.5pt; color: #3366ff; font-family: 'Cordia New';" lang="TH"><strong><img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/983606.gif" alt="" /></strong></span></span></span></span></span></span></span></span>5.ในระหว่างวันให้ใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีด บริเวณผิวหน้าหรือส่วนที่ต้องการ จะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นมากยิ่งขึ้น  </p>
<p>                    <br />
<span class="style42"><span style="color: #333333;"><span style="color: blue;"><span class="txtOrangeBlackBold12"><span style="font-size: 20pt; color: #3366ff;"><span lang="TH"><span style="font-size: x-small;"><span style="font-size: 14.5pt; color: #3366ff; font-family: 'Cordia New';" lang="TH"><strong><img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/983606.gif" alt="" /></strong></span></span></span></span></span></span></span></span>6.ควรดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่ควรดื่มครั้งละหลายๆแก้วในทีเดียว เพราะช่วงหน้าหนาวผิวเราจะต้องการน้ำในร่างกายมากและต้องกินอาหารที่ประกอบด้วยวิตามินเอ บี และซีให้มากๆ ซึ่งจะช่วยได้มากทีเดียวwomen.mthai</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7-2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อาบน้ำลดต้นขา</title>
		<link>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2-2/</link>
		<comments>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Nov 2009 04:13:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>womenblogs</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Health]]></category>

		<category><![CDATA[ขาใหญ่]]></category>

		<category><![CDATA[ลดต้นขา]]></category>

		<category><![CDATA[ออกกำลังกาย]]></category>

		<category><![CDATA[อาบน้ำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.freewomenblogs.com/?p=2871</guid>
		<description><![CDATA[
 
       สาวคนไหนชอบนอนแช่อ่าง คงสุขสบายหาใดเหมือนจริงไหม แต่รู้บ้างไหมแทนที่ว่าจะมัวนอนแช่อ่างเฉยๆ การอาบน้ำในอ่างยังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเป็นไปอย่างถูกขั้นตอน โดยตอนแรกจะเป็นท่าลดต้นขาก่อนเลยนะคะ แต่ก่อนอื่นต้องเตรียมน้ำในอุณหภูมิที่พอเหมาะก่อน ควรเป็นน้ำอุ่นประมาณ 40 องศากำลังดี
:: Step 1 ::
งอขาในท่านั่งเอนกายเล็กน้อย ดันฝ่าเท้าขึ้น


:: Step 2 ::
งอขาในท่านั่งเอนกายเล็กน้อยในท่าเดิม เหยียดฝ่าเท้าลง ทำ 2 Step นี้ซ้ำกันอย่างละ 5 ครั้ง
:: Step 3 ::
นั่งกางแขน งอศอกเข้าหาลำตัว จับไว้ที่หัวเข่า ดันเข่าเข้า
:: Step 4 ::
นั่งกางแขน งอศอกเข้าหาลำตัว จับไว้ที่หัวเข่า แยกเข่าออก ทำ 2 Step นี้ซ้ำกันอย่างละ 5 ครั้ง
ท่านี้นอกจากจะช่วยผ่อนคลายต้นขาแล้ว ยังช่วยให้ฝ่าเท้าผ่อนคลายด้วย
แต่อย่างไรก็ตามนะคะ ควรจะทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอื่นๆ ด้วยนะคะ
women.mthai

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="style41" align="center"><span style="font-size: x-small; color: #666666; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><img style="width: 350px; height: 200px;" src="http://content.mthai.com/upload_images/0-jaja/Beauty/November/0078_1.jpg" border="0" alt="อาบน้ำ ลดต้นขา ขาใหญ่ ออกกำลังกาย" hspace="0" /></span></p>
<p class="style41" align="center"> </p>
<p><span style="font-size: x-small;"><span style="color: #666666;"><span style="font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;">       สาวคนไหนชอบนอนแช่อ่าง คงสุขสบายหาใดเหมือนจริงไหม แต่รู้บ้างไหมแทนที่ว่าจะมัวนอนแช่อ่างเฉยๆ การอาบน้ำในอ่างยังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเป็นไปอย่างถูกขั้นตอน โดยตอนแรกจะเป็นท่าลดต้นขาก่อนเลยนะคะ แต่ก่อนอื่นต้องเตรียมน้ำในอุณหภูมิที่พอเหมาะก่อน ควรเป็นน้ำอุ่นประมาณ 40 องศากำลังดี</p>
<p><strong><span style="color: #ff6699;">:: Step 1 ::</span></strong><br />
งอขาในท่านั่งเอนกายเล็กน้อย ดันฝ่าเท้าขึ้น<br />
</span></span></span></p>
<p><span style="font-size: x-small;"><span style="color: #666666;"><span style="font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><br />
<strong><span style="color: #ff6699;">:: Step 2 ::</span></strong><br />
งอขาในท่านั่งเอนกายเล็กน้อยในท่าเดิม เหยียดฝ่าเท้าลง ทำ 2 Step นี้ซ้ำกันอย่างละ 5 ครั้ง</p>
<p><strong><span style="color: #ff6699;">:: Step 3 ::</span></strong><br />
นั่งกางแขน งอศอกเข้าหาลำตัว จับไว้ที่หัวเข่า ดันเข่าเข้า</p>
<p><strong><span style="color: #ff6699;">:: Step 4 ::</span></strong><br />
นั่งกางแขน งอศอกเข้าหาลำตัว จับไว้ที่หัวเข่า แยกเข่าออก ทำ 2 Step นี้ซ้ำกันอย่างละ 5 ครั้ง<br />
ท่านี้นอกจากจะช่วยผ่อนคลายต้นขาแล้ว ยังช่วยให้ฝ่าเท้าผ่อนคลายด้วย<br />
แต่อย่างไรก็ตามนะคะ ควรจะทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอื่นๆ ด้วยนะคะ<br />
women.mthai</p>
<p></span></span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2-2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีดูแลรอบดวงตา เมื่อใต้ตาหมองคล้ำ</title>
		<link>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83/</link>
		<comments>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Nov 2009 04:12:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>womenblogs</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Health]]></category>

		<category><![CDATA[ดวงตา]]></category>

		<category><![CDATA[ตาคล้ำ]]></category>

		<category><![CDATA[นวด]]></category>

		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.freewomenblogs.com/?p=2869</guid>
		<description><![CDATA[ 
 
        นำช้อนกาแฟที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวัน นำไปจุ่มในถ้วยกาแฟ และนำไปแช่ในช่องฟิตของตู้เย็นจากนั้นทิ้งช้อนไว้ประมาณ ครึ่งชั่วโมงแล้วจึงนำออกมา ครอบไว้ที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างจนหมดความเย็น ทำทุกวันหลังล้างหน้าเสร็จแล้วดวงตาที่หมองคล้ำของคุณก็จะสดใสไร้ความหมองคล้ำ 

วิธีนวดใต้บริหารรอบดวงตา

    ใช้ปลายนิ้วกลางและนาง ยืดคิ้วออกด้านข้าง 3 ครั้ง
 
แล้วใช้นิ้วกลางของทั้งสองข้างหมุนวนรอบดวงตาพร้อม ๆ กัน โดยวนตามเข็มนาฬิกา 
 
    ทุกครั้งให้หยุดกดบริเวณหัวคิ้ว ทำแบบนี้ซ้ำ ๆ จำนวน 4-6 รอบ 
 
    ใช้นิ้วกลางกดจุดไล่ตั้งแต่หัวคิ้วถึงขมับ จำนวน 3 รอบ กดจุดไล่ลงมาที่บริเวณใต้ตา ไล่ตั้งแต่หัวตาถึงหางตา 3 รอบ ใช้นิ้วหลางนวดที่บริเวณขมับ หมุนเป็นรูปเลขแปด ทำซ้ำ อีก 6 รอบ 
 
    จากนั้นทำตามขั้นตอนข้างต้น ทั้งหมด อีก 3 รอบ จากนั้นนำมือทั้งสองปิดที่ดวงตา ลากน้ำหนักที่ปลายนิ้วออกไปที่ด้านข้างกรอบหน้า แล้วจึงค่อย ๆ ยกฝ่ามือออกจากหน้า
women.mthai
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong></strong><img style="width: 263px; height: 350px;" src="http://content.mthai.com/upload_images/0-jaja/Beauty/November/20090811-200906-.jpg" border="0" alt="ดวงตา ตาโต bigeye" hspace="0" /> </p>
<p align="center"> </p>
<p><span style="font-size: x-small; color: #666666; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;">        นำช้อนกาแฟที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวัน นำไปจุ่มในถ้วยกาแฟ และนำไปแช่ในช่องฟิตของตู้เย็นจากนั้นทิ้งช้อนไว้ประมาณ ครึ่งชั่วโมงแล้วจึงนำออกมา ครอบไว้ที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างจนหมดความเย็น ทำทุกวันหลังล้างหน้าเสร็จแล้วดวงตาที่หมองคล้ำของคุณก็จะสดใสไร้ความหมองคล้ำ </span><span style="font-size: x-small; color: #666666; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><br />
</span><br />
<span style="font-size: x-small; color: #666666; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><strong><span style="color: #ff6699;">วิธีนวดใต้บริหารรอบดวงตา</span></strong></span></p>
<p><span style="font-size: x-small; color: #666666; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><font face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" size="2" color="#666666"><br />
  <img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/z3.gif" alt="" />  ใช้ปลายนิ้วกลางและนาง ยืดคิ้วออกด้านข้าง 3 ครั้ง</p>
<p></font></span> </p>
<p><span style="font-size: x-small; color: #666666; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;">แล้วใช้นิ้วกลางของทั้งสองข้างหมุนวนรอบดวงตาพร้อม ๆ กัน โดยวนตามเข็มนาฬิกา </span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: x-small; color: #666666; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;">  <img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/z3.gif" alt="" />  ทุกครั้งให้หยุดกดบริเวณหัวคิ้ว ทำแบบนี้ซ้ำ ๆ จำนวน 4-6 รอบ </span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: x-small; color: #666666; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;">  <img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/z3.gif" alt="" />  ใ</span><span style="font-size: x-small; color: #666666; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;">ช้นิ้วกลางกดจุดไล่ตั้งแต่หัวคิ้วถึงขมับ จำนวน 3 รอบ กดจุดไล่ลงมาที่บริเวณใต้ตา ไล่ตั้งแต่หัวตาถึงหางตา 3 รอบ ใช้นิ้วหลางนวดที่บริเวณขมับ หมุนเป็นรูปเลขแปด ทำซ้ำ อีก 6 รอบ </span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: x-small; color: #666666; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;">  <img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/z3.gif" alt="" />  จากนั้นทำตามขั้นตอนข้างต้น ทั้งหมด อีก 3 รอบ จากนั้นนำมือทั้งสองปิดที่ดวงตา ลากน้ำหนักที่ปลายนิ้วออกไปที่ด้านข้างกรอบหน้า แล้วจึงค่อย ๆ ยกฝ่ามือออกจากหน้า</span></p>
<p><span style="font-size: x-small; color: #666666; font-family: Tahoma;">women.mthai</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ต้นแขน กระชับ โชว์ได้อย่างมั่นใจ</title>
		<link>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Nov 2009 04:11:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>womenblogs</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Health]]></category>

		<category><![CDATA[ต้นแขน]]></category>

		<category><![CDATA[ต้นแขนกระชับ]]></category>

		<category><![CDATA[บริหารต้นแขน]]></category>

		<category><![CDATA[ออกกำลังกาย]]></category>

		<category><![CDATA[เคล็ดลับความงาม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.freewomenblogs.com/?p=2867</guid>
		<description><![CDATA[

     ผ่านมามักแนะนำแต่ท่าบริหารหน้าท้องและต้นขา ถึงจะเป็นบริเวณที่สร้างความหนักอกหนักใจให้กับสาวๆ ก็เถอะ แต่  &#8220;ต้นแขน&#8221;  ก็เป็นบริเวณที่ห้ามหลงลืมนะคะ สาว ๆ หลายท่านอยากสวมเสื้อแขนกุด แต่อดกังวลกับกล้ามเนื้อต้นแขนที่ห้อยย้อยไม่ได้  วันนี้เราเลยหยิบ  3 ท่าบริหารง่าย ๆ ที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อต้นแขนของคุณกลับมากระชับ เพื่อจะได้สวมเสื้อแขนกุดโชว์ต้นแขนได้อย่างมั่นใจ
     หากบริหารอย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากจะลดการห้อยย้อยแกว่งไกวของต้นแขน ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วยค่ะ
     + ท่ายืดกล้ามเนื้อต้นแขน

A. นอนราบกับพื้น มือขวาถือดัมเบลล์ขนาดเหมาะมือ เหยียดแขนขวาตั้งตรง ใช้มือซ้ายยืดแขนขวาไว้ให้มั่นคง
B. พันเฉพาะปลายแขนขวาลงช้า ๆ (ช่วงต้นแขนตั้งแต่หัวไหล่ถึงข้อศอกอยู่ในแนวเดิม) โดยวาดมือไปยังหัวไหล่ซ้าย จากนั้นยืดแขนขึ้นสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 1-3 ชุด ชุดละ 8-12 ครั้ง แล้วสลับทำที่แขนอีกข้าง
     + ท่าต้นแขนเอียงลาด

A. นั่งบริเวณขอบเก้าอี้ มือจับขอบเก้าอี้ไว้โดยให้ช่วงมือห่างเท่าความกว้างของหัวไหล่ หันนิ้วมือไปทางด้านหน้า จากนั้นเลื่อนสะโพกโดยก้าวเท้าไป ข้างหน้าให้พ้นจากที่นั่ง กระทั่งเข่างอตั้งฉากกับพื้น 90 องศา
B. ลดระดับสะโพกลงซึ่งจะทำให้หัวไหล่ลดระดับลงด้วย ท่านี้จะทำให้ต้นแขนเอียงลาดและข้อศอกชี้ไปทางด้านหลัง จากนั้นกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 1-3 ชุด ชุดละ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img style="width: 320px; height: 375px;" src="http://content.mthai.com/upload_images/0-te/te_nov_2009/beauty/beautyarms/beautyarms_001.jpg" border="0" alt="ต้นแขน" hspace="0" /><br />
<span style="font-size: x-small; color: #000000; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"></p>
<p>     ผ่านมามักแนะนำแต่ท่าบริหารหน้าท้องและต้นขา ถึงจะเป็นบริเวณที่สร้างความหนักอกหนักใจให้กับสาวๆ ก็เถอะ แต่  <span style="color: #ff0066;"><strong>&#8220;ต้นแขน&#8221;  <span style="color: #ff3366;">ก็เป็นบริเวณที่ห้ามหลงลืมนะคะ สาว ๆ หลายท่านอยากสวมเสื้อแขนกุด แต่อดกังวลกับกล้ามเนื้อต้นแขนที่ห้อยย้อยไม่ได้</span></strong></span>  วันนี้เราเลยหยิบ <span style="color: #ff6699;"><strong> 3 ท่าบริหารง่าย ๆ ที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อต้นแขนของคุณกลับมากระชับ เพื่อจะได้สวมเสื้อแขนกุดโชว์ต้นแขนได้อย่างมั่นใจ</strong></span></p>
<p>     </span><span style="font-size: x-small; color: #000000; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;">หากบริหารอย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากจะลดการห้อยย้อยแกว่งไกวของต้นแขน ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วยค่ะ</p>
<p></span><span style="font-size: x-small; color: #000000; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><span style="font-size: medium; color: #669900;"><strong>     +</strong></span><span style="color: #669900;"><strong> ท่ายืดกล้ามเนื้อต้นแขน<br />
</strong></span></span><span style="font-size: x-small; color: #000000; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><strong><br />
A. </strong>นอนราบกับพื้น มือขวาถือดัมเบลล์ขนาดเหมาะมือ เหยียดแขนขวาตั้งตรง ใช้มือซ้ายยืดแขนขวาไว้ให้มั่นคง<br />
</span><span style="font-size: x-small; color: #000000; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><strong>B.</strong> พันเฉพาะปลายแขนขวาลงช้า ๆ (ช่วงต้นแขนตั้งแต่หัวไหล่ถึงข้อศอกอยู่ในแนวเดิม) โดยวาดมือไปยังหัวไหล่ซ้าย จากนั้นยืดแขนขึ้นสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 1-3 ชุด ชุดละ 8-12 ครั้ง แล้วสลับทำที่แขนอีกข้าง</p>
<p></span><span style="font-size: x-small; color: #000000; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><span style="font-size: medium; color: #669900;"><strong>     +<span style="color: #669900;"> </span></strong></span><span style="color: #669900;"><strong>ท่าต้นแขนเอียงลาด</strong><br />
</span></span><span style="font-size: x-small; color: #000000; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><strong><br />
A. </strong>นั่งบริเวณขอบเก้าอี้ มือจับขอบเก้าอี้ไว้โดยให้ช่วงมือห่างเท่าความกว้างของหัวไหล่ หันนิ้วมือไปทางด้านหน้า จากนั้นเลื่อนสะโพกโดยก้าวเท้าไป ข้างหน้าให้พ้นจากที่นั่ง กระทั่งเข่างอตั้งฉากกับพื้น 90 องศา<br />
</span><span style="font-size: x-small; color: #000000; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><strong>B. </strong>ลดระดับสะโพกลงซึ่งจะทำให้หัวไหล่ลดระดับลงด้วย ท่านี้จะทำให้ต้นแขนเอียงลาดและข้อศอกชี้ไปทางด้านหลัง จากนั้นกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 1-3 ชุด ชุดละ 8-12 ครั้ง</p>
<p></span><span style="font-size: x-small; color: #000000; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><span style="font-size: medium; color: #669900;"><strong>     +<span style="color: #669900;"> </span></strong></span><span style="color: #669900;"><strong>ท่าวิดพื้น<br />
</strong></span></span><span style="font-size: x-small; color: #000000; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><strong><br />
A. </strong>คุกเข่าโดยเหยียดแขนตรงตั้งฉากกับพื้น หัวเข่าอยู่ในแนวเดียวกับสะโพก และเกร็งหน้าท้องไว้<br />
</span><span style="font-size: x-small; color: #000000; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><strong>B. </strong>ลดระดับหน้าอกลงสู่พื้นโดยให้ข้อศอกแนบลำตัวไว้ตลอดเวลา ค้างไว้ชั่วครู่ จากนั้นกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 1-3 ชุด ชุดละ 8-12 ครั้ง</p>
<p>    <span style="color: #ff6699;"><strong> </strong></span></span><span style="font-size: x-small; color: #000000; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;"><span style="color: #ff6699;"><strong>ลองนำไปปฏิบัติกันดูนะคะ แต่ต้องกระซิบให้ทราบสักนิดว่าถึงจะบริหารให้กระชับยังไง โดยธรรมชาติแล้วกล้ามเนื้อหลังต้นแขนจะแกว่งเล็กน้อยเวลาที่คุณเคลื่อนไหวแขนไปมา จึงไม่ต้องวิตกกังวลนะคะ</strong></span><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: x-small; color: #000000; font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif;">women.mthai</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขจัดความมันบนใบหน้ากับสูตรดูแลผิวด้วยมะนาว</title>
		<link>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Nov 2009 04:10:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>womenblogs</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Health]]></category>

		<category><![CDATA[บำรุงผิว]]></category>

		<category><![CDATA[ผิวหน้า]]></category>

		<category><![CDATA[สูตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.freewomenblogs.com/?p=2865</guid>
		<description><![CDATA[
 
 
        เปรี้ยวจัดมากประโยชน์ ก็มะนาวไงล่ะคะ น้ำมะนาวเป็นกรดตามธรรมชาติที่มีประโยชน์ในการดูแลผิวไม่น้อยหน้าผลไม้อื่นๆและนี่คือสูตรการดูแลผิวแบบต่างๆด้วยมะนาว

 ผิวมัน บีบมะนาวใส่ชามที่มีน้ำแข็งใส่เอาไว้ก่อน แล้วใช้น้ำมะนาวเย็นๆ ชโลมใบหน้า นวดเบาๆ5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า
 ผิวหมองคล้ำและมัน ผสมน้ำมะนาวครึ่งช้อนชากับน้ำแตงกวาหนึ่งช้อนชา และน้ำกุหลาบ 2-3 หยด ทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำเปล่า
 ผิวแห้งและหยาบกร้าน ตีไข่แดงกับน้ำมะนาวสองสามหยดและน้ำมันมะกอกให้เข้ากันดี ทาส่วนผสมให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้จนผิวรู้สึกแห้ง ล้างออกด้วยน้ำเปล่า จากนั้นวักน้ำเย็นจัดราดหน้าเป็นการตบท้ายอีกที
 
women.mthai

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img style="width: 300px; height: 197px;" src="http://content.mthai.com/upload_images/0-fon/11-52/23-11/lemon1.jpg" border="0" alt="มะนาว" hspace="0" /></p>
<p align="center"> </p>
<p align="center"><strong></strong> </p>
<p><span style="font-size: x-small;">        <span style="font-size: small; color: #009966;"><strong>เปรี้ยวจัดมากประโยชน์</strong> <span style="font-size: x-small; color: #000000;">ก็</span><strong>มะนาว</strong><span style="font-size: x-small; color: #000000;">ไง</span></span>ล่ะคะ น้ำมะนาวเป็นกรดตามธรรมชาติที่มีประโยชน์ในการดูแลผิวไม่น้อยหน้าผลไม้อื่นๆและนี่คือสูตรการดูแลผิวแบบต่างๆด้วยมะนาว</span></p>
<p><span style="font-size: x-small;"><br />
 <img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/1138529035.gif" alt="" /><strong><span style="color: #006633;">ผิวมัน</span></strong> บีบมะนาวใส่ชามที่มีน้ำแข็งใส่เอาไว้ก่อน แล้วใช้น้ำมะนาวเย็นๆ ชโลมใบหน้า นวดเบาๆ5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า<br />
 <img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/1138529035.gif" alt="" /><strong><span style="color: #006633;">ผิวหมองคล้ำและมัน</span></strong> ผสมน้ำมะนาวครึ่งช้อนชากับน้ำแตงกวาหนึ่งช้อนชา และน้ำกุหลาบ 2-3 หยด ทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำเปล่า<br />
 <img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/1138529035.gif" alt="" /><strong><span style="color: #006633;">ผิวแห้งและหยาบกร้าน</span></strong> ตีไข่แดงกับน้ำมะนาวสองสามหยดและน้ำมันมะกอกให้เข้ากันดี ทาส่วนผสมให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้จนผิวรู้สึกแห้ง ล้างออกด้วยน้ำเปล่า จากนั้นวักน้ำเย็นจัดราดหน้าเป็นการตบท้ายอีกที</p>
<p> </p>
<p>women.mthai</p>
<p></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>นวดหน้าอก ด้วยตัวเอง</title>
		<link>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Nov 2009 04:08:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>womenblogs</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Health]]></category>

		<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>

		<category><![CDATA[นวดหน้าอก]]></category>

		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>

		<category><![CDATA[เต้านม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.freewomenblogs.com/?p=2862</guid>
		<description><![CDATA[ 

     หน้าอกของเราเป็นสิ่งที่เราควรดูแลรักษาอย่างดี เพื่อให้เลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดี และช่วยขจัดสารพิษออกไปด้วยค่ะ 
+ ใช้ฝ่ามือทั้งสองกุมทรวงอกแล้วนวดเบาๆ
+ ยกแขนซ้ายขึ้น ใช้มือขวาจับที่ด้านในของต้นแขนซ้าย แล้วนวดช้าๆ จากใต้รักแร้มาที่ด้านหน้าของอก พร้อมกับตบเบาๆ แล้วทำอีกข้างแบบเดียวกัน
+ ใช้แรงกดที่ช่องระหว่างซี่โครง เพื่อให้ก้อนบวมที่สะสมอยู่สลายไป กางนิ้วทั้งสิบออก กดกลึงทรวงอกจากด้านในตรงกลางออกไปด้านนอก แล้วกดกลึงด้านนอกเข้าด้านใน
+ กดตรงกลางของกระดูกหน้าอก เริ่มจากใต้คอผ่านจุดกึ่งกลางลงไปถึงลิ้นปี่
+ แกว่งแขนทั้งสองข้างไปข้างหลังช้าๆ เหมือนกับพายเรือแล้วเดิน ท่านี้ควรทำเป็นประจำ จะช่วยให้ขจัดก้อนบวมและการไหลเวียนของน้เหลืองดีขึ้น
+ ยกแขนขึ้นกางออกเหมือนผีเสื้อหรือนกกระพือปีก แล้วหายใจเข้าออกพร้อมกับร้องฮูฮา ไปด้วย ท่านี้จะช่วยกระชับทรวงอกได้ด้วยค่ะ

women.mthai

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://women.mthai.com/views_Beauty-Tip-Trick_11_44_40532_1.women"><img style="width: 400px; height: 270px;" src="http://content.mthai.com/upload_images/0-te/te_nov_2009/beauty/breastmas/breastmas_001.jpg" border="0" alt="นวดหน้าอก" hspace="0" /></a><span style="font-size: x-small; color: #ff3366; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p><span style="color: #333333;"></p>
<p><span style="font-size: x-small; font-family: Tahoma;">    </span><span style="font-size: x-small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong> หน้าอกของเราเป็นสิ่งที่เราควรดูแลรักษาอย่างดี เพื่อให้เลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดี และช่วยขจัดสารพิษออกไปด้วยค่ะ </p>
<p></strong><span style="color: #ff0000;"><strong>+</strong> ใช้ฝ่ามือทั้งสองกุมทรวงอกแล้วนวดเบาๆ</span><br />
<span style="color: #ff6600;"><strong>+</strong> ยกแขนซ้ายขึ้น ใช้มือขวาจับที่ด้านในของต้นแขนซ้าย แล้วนวดช้าๆ จากใต้รักแร้มาที่ด้านหน้าของอก พร้อมกับตบเบาๆ แล้วทำอีกข้างแบบเดียวกัน</span><br />
<span style="color: #ff0000;"><strong>+</strong> ใช้แรงกดที่ช่องระหว่างซี่โครง เพื่อให้ก้อนบวมที่สะสมอยู่สลายไป กางนิ้วทั้งสิบออก กดกลึงทรวงอกจากด้านในตรงกลางออกไปด้านนอก แล้วกดกลึงด้านนอกเข้าด้านใน</span><br />
</span></span><span style="color: #ff6600;"><span style="font-size: x-small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>+ </strong>กดตรงกลางของกระดูกหน้าอก เริ่มจากใต้คอผ่านจุดกึ่งกลางลงไปถึงลิ้นปี่<br />
</span></span></span><span style="font-size: x-small;"><span style="font-family: Tahoma;"><span style="color: #ff0000;"><strong>+</strong> แกว่งแขนทั้งสองข้างไปข้างหลังช้าๆ เหมือนกับพายเรือแล้วเดิน ท่านี้ควรทำเป็นประจำ จะช่วยให้ขจัดก้อนบวมและการไหลเวียนของน้เหลืองดีขึ้น<br />
</span><span style="color: #ff6600;"><strong>+</strong> ยกแขนขึ้นกางออกเหมือนผีเสื้อหรือนกกระพือปีก แล้วหายใจเข้าออกพร้อมกับร้องฮูฮา ไปด้วย ท่านี้จะช่วยกระชับทรวงอกได้ด้วยค่ะ</span><br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: x-small; font-family: Tahoma;">women.mthai</span><span style="font-size: x-small;"></span></p>
<p></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วัฒนธรรมการทำงาน</title>
		<link>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Nov 2009 04:06:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>womenblogs</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Work]]></category>

		<category><![CDATA[ทำงาน]]></category>

		<category><![CDATA[ออฟฟิศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.freewomenblogs.com/?p=2849</guid>
		<description><![CDATA[วัฒนธรรมการทำงาน
                      ที่มีประโยชน์มหาศาล
 

     ผมเองคิดมานานแล้วว่าจะเขียนพฤติกรรม หรือวัฒนธรรมการทำงานของสังคมที่ผมเคยทำงาานมา แต่เมื่อเขียนไปแล้ว อ่านยังไงก็เป็นการด่า หรือไม่ก็เป็นการระบายอารมย์ของผมเองในลักษณะการลำเอียง จนผมได้รับ เมลจากพรรคพวกกัน เกี่ยวกับพฤติกรรมการทำงานที่อ่านแล้ว ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกแบบที่ผมว่า จึงขอลอกเอามาให้อ่านกันบ้างจริง ๆ แล้วไม่รู้ว่าใครเขียน ยังไงก็ขอยกความดีนี้ให้นะครับ สำหรับเวอร์ชั่นของผมเองขอให้ผมอ่านคนเดียวไปก่อนนะครับ ถ้ายังไงลดความรุนแรงลงแล้วจะเอามาให้อ่านกันนะครับ ลองอ่านของคนอื่นไปก่อนนะครับ
     1. อย่าเดินไปไหนมาไหนโดยปราศจากเอกสารในมือ คนที่มีเอกสารในมือจะดูเหมือนว่าเป็นคนสำคัญที่กำลังจะเดินทางไปประชุมอะไรสำ คญๆ ซักเรื่อง คนที่เดินไปไหนมาไหนโดยปราศจากเอกสารในมือ จะถูกมองเหมือนว่ากำลังเดินไปหาอะไรกินที่โรงอาหาร หรือคนที่เดินไปไหนมาไหนโดยมีหนังสือพิมพ์ในมือ ก็จะถูกมองเหมือนกำลังจะไปนั่งอ่านมันในห้องน้ำ คุณต้องมั่นใจว่าคุณได้แบกเอกสารกองโตพอประมาณกลับไป(ทำที่)บ้านเพราะมันจะทำให้ทุกคนเข้าใจผิดคิดว่าคุณให้เวลากับงานมากกว่าที่คุณทำจริง
     2. ทำงานกับคอมพิวเตอร์ช่วยทำให้คุณดูยุ่งยิ่งกว่าเดิม เมื่อ่ใดก็ตามที่คุณใช้คอมพิวเตอร์ มันจะสร้างภาพลักษณ์ให้คุณว่าคุณคือคนทำ &#8220;งาน&#8221; ตัวจริง คุณสามารถทำอะไรก็ได้ที่ต้องเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ เช่น การรับ-ส่ง Email ส่วนตัว การคำนวณสถานะทางการเงินของคุณเอง หรือทำอะไรตามอำเภอใจถึงแม้ว่ามันไม่ได้เกี่ยวของกับงานแม้แต่นิดเดียวเนื่องจากยังไม่มีผู้ใดออกมายืนยันหรือให้ทรรศนคติถึงประโยชน์ที่มีต่อสังคมขอ ง การปฏิวัติเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ แต่มันก็ไม่เลวนะถ้าจะนำมันมาใช้เพื่อการนี้ แต่เมื่อใดก็ตามที่เจ้านายคุณจับได้ว่าคุณกำลังใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในทางที่ไม่ เกี่ยวข้องกับงานเลย ข้อแก้ตัวง่ายๆก็คือ คุณกำลังเรียนรู้การใช้ software ใหม่ด้วยตัวของคุณเอง ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมได้เพียบ
     3 . ทำโต๊ะให้รกเข้าไว้ ผู้บริหารระดับสูงสามารถกลับบ้านได้โดยที่โต๊ะนั้นสะอาด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #ff3300;">วัฒนธรรมการทำงาน<br />
                      </span><span style="color: #009900;">ที่มีประโยชน์มหาศาล</span></p>
<p><span style="color: #009900;"><img style="width: 336px; height: 336px;" src="http://content.mthai.com/upload_images/0-te/te_jul_2009/working/workcult/workcult_001.jpg" border="0" alt="ทำงาน" hspace="0" /></span></strong> </p>
<p align="left">
<p>     ผมเองคิดมานานแล้วว่าจะเขียนพฤติกรรม หรือวัฒนธรรมการทำงานของสังคมที่ผมเคยทำงาานมา แต่เมื่อเขียนไปแล้ว อ่านยังไงก็เป็นการด่า หรือไม่ก็เป็นการระบายอารมย์ของผมเองในลักษณะการลำเอียง จนผมได้รับ เมลจากพรรคพวกกัน เกี่ยวกับพฤติกรรมการทำงานที่อ่านแล้ว ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกแบบที่ผมว่า จึงขอลอกเอามาให้อ่านกันบ้างจริง ๆ แล้วไม่รู้ว่าใครเขียน ยังไงก็ขอยกความดีนี้ให้นะครับ สำหรับเวอร์ชั่นของผมเองขอให้ผมอ่านคนเดียวไปก่อนนะครับ ถ้ายังไงลดความรุนแรงลงแล้วจะเอามาให้อ่านกันนะครับ ลองอ่านของคนอื่นไปก่อนนะครับ</p>
<p><span style="color: #ff3300;"><strong>     1. อย่าเดินไปไหนมาไหนโดยปราศจากเอกสารในมือ</strong></span> คนที่มีเอกสารในมือจะดูเหมือนว่าเป็นคนสำคัญที่กำลังจะเดินทางไปประชุมอะไรสำ คญๆ ซักเรื่อง คนที่เดินไปไหนมาไหนโดยปราศจากเอกสารในมือ จะถูกมองเหมือนว่ากำลังเดินไปหาอะไรกินที่โรงอาหาร หรือคนที่เดินไปไหนมาไหนโดยมีหนังสือพิมพ์ในมือ ก็จะถูกมองเหมือนกำลังจะไปนั่งอ่านมันในห้องน้ำ คุณต้องมั่นใจว่าคุณได้แบกเอกสารกองโตพอประมาณกลับไป(ทำที่)บ้านเพราะมันจะทำให้ทุกคนเข้าใจผิดคิดว่าคุณให้เวลากับงานมากกว่าที่คุณทำจริง</p>
<p><span style="color: #009900;"><strong>     2. ทำงานกับคอมพิวเตอร์ช่วยทำให้คุณดูยุ่งยิ่งกว่าเดิม</strong></span> เมื่อ่ใดก็ตามที่คุณใช้คอมพิวเตอร์ มันจะสร้างภาพลักษณ์ให้คุณว่าคุณคือคนทำ &#8220;งาน&#8221; ตัวจริง คุณสามารถทำอะไรก็ได้ที่ต้องเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ เช่น การรับ-ส่ง Email ส่วนตัว การคำนวณสถานะทางการเงินของคุณเอง หรือทำอะไรตามอำเภอใจถึงแม้ว่ามันไม่ได้เกี่ยวของกับงานแม้แต่นิดเดียวเนื่องจากยังไม่มีผู้ใดออกมายืนยันหรือให้ทรรศนคติถึงประโยชน์ที่มีต่อสังคมขอ ง การปฏิวัติเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ แต่มันก็ไม่เลวนะถ้าจะนำมันมาใช้เพื่อการนี้ แต่เมื่อใดก็ตามที่เจ้านายคุณจับได้ว่าคุณกำลังใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในทางที่ไม่ เกี่ยวข้องกับงานเลย ข้อแก้ตัวง่ายๆก็คือ คุณกำลังเรียนรู้การใช้ software ใหม่ด้วยตัวของคุณเอง ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมได้เพียบ</p>
<p><span style="color: #ff3300;"><strong>     3 . ทำโต๊ะให้รกเข้าไว้</strong></span> ผู้บริหารระดับสูงสามารถกลับบ้านได้โดยที่โต๊ะนั้นสะอาด แต่ถ้าพวกเราทำอย่างนั้นบ้างนะเหรอ มันก็ดูเหมือนว่าเราทำงานหนักไม่พอนะสิ พยายามหาเอกสารมากองไว้รอบๆบริเวณที่คุณทำงาน งานของปีที่แล้วก็สามารถนำมากองรวมกันไว้ให้ดูเยอะๆได้นะ การกองควรจะทำให้สูงและกว้าง อ้อ ถ้าคุณรู้ว่าจะมีใครซักคนกำลังจะมาที่โต๊ะคุณ เอาเอกสารที่คุณของการใช้ ไปฝังไว้ซักครึ่งหนึ่งของชั้นเอกสารที่คุณมี จากนั้นก็ทำเป็นค้นหาเอกสารตัวนั้นตอนที่เขามาถึงพอดี</p>
<p><span style="color: #009900;"><strong>     4. ถ้ามีใครฝากข้อความถึงคุณ อย่าโทรกลับไปเด็ดขาด</strong></span> ไม่มีใครโทรหาคุณเพื่อที่จะเอาอะไรซักอย่างให้คุณโดยไม่ได้หวังอะไรจากคุณ พวกนั้นโทรมาเพราะว่าเขาต้องการให้คุณทำงานให้เขา คุณไม่มีทางรอดแน่ถ้าเป็นอย่างนั้น ตรวจสอบว่าใครบ้างที่ฝากข้อความถึงคุณ ถ้ามีใครฝากข้อความถึงคุณและมันดูคล้ายๆกับว่าเขามาทวงงานที่ค้างเอาไว้ โทรกลับไปหาเขาตอนพักกลางวันระหว่างที่เขาไม่อยู่โต๊ะทำงาน เพราะมันจะดูเหมือนว่า คุณหน่ะทำงานหนักซะเต็มประดา และยังเป็นคนเคร่งครัดในหน้าที่ถึงแม้ว่าคุณจะเจ้าเล่ห์ขนาดไหนก็ตาม ถ้าคุณนำวิธีการตรวจสอบโทรศัพท์และการโทรกลับไปตอนเขาไม่อยู่ไปใช้อย่างฉลาด มันจะเป็นตัวช่วยเพิ่มความได้เปรียบให้แก่ตัวคุณ เพราะผู้ที่โทรมาจะล้มเลิกความตั้งใจหรือหาทางออกทางอื่นที่คุณไม่ต้องเข้าไป เกียวข้องด้วย ข้อความที่ทำให้คุณรู้สึกดีที่สุดก็คือ &#8220;ไม่ต้องสนใจข้อความที่ผมฝากไว้นะ ผมจัดการมันเรียบร้อยแล้ว&#8221; ถ้าการฝากข้อความนั้นมีการจำกัดจำนวนข้อความ พยายามทำให้มันเต็มอยู่เสมอ ทางหนึ่งที่คุณสามารถทำได้ก็คือการไม่ลบข้อความใดๆออกเลย หรือถ้ามันจะต้องใช้เวลานาน ก็ส่งข้อความหาตัวคุณเองซักสองสามอันซิ คนที่โทรหาคุณก็จะได้ยินเสียงว่า &#8220;ขอโทษค่ะ ข้อความเต็มแล้ว&#8221; มันเป็นการแสดงให้เห็นว่าคุณเป็นพนักงานที่ทำงานหนักและเป็นที่ต้องการของเพื่อนร่วมงาน</p>
<p><span style="color: #ff3300;"><strong>     5. ทำตัวให้ดูเป็นคนหัวแข็งและไม่มีน้ำอดน้ำทน</strong></span> เพื่อทำให้เจ้านายคิดว่าคุณเป็นคนที่ยุ่งอยู่ตลอดเวลา</p>
<p><span style="color: #009900;"><strong>     6. มาทำงานช้าหน่อย (ใช้ได้กับบางที่เท่านั้น)</strong></span>  ออกจากที่ทำงานช้ากว่าคนอื่นเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เจ้านายยังอยู่ที่ที่ทำงาน ก่อนที่คุณจะออกจากที่ทำงาน คุณอาจจะอ่านนิตยสารหรือหนังสืออื่นๆที่คุณอยากอ่านแต่ไม่สามารถอ่านได้เนื่องจากไม่มีเวลาพอ แต่ต้องแน่ใจว่าคุณเดินผ่านห้องเจ้านายตอนที่คุณจะกลับบ้าน ส่งEmail สำคัญๆในช่วงเวลาที่ชาวบ้านเขาไม่ทำกัน เช่น สามทุ่มครึ่ง เจ็ดโมงเช้าและในวันหยุดต่างๆ</p>
<p><span style="color: #ff3300;"><strong>     7. ถ้ามีอะไรผิดปกติ แหกปากออกมาดังๆ</strong></span> โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่มีคนอยู่ใกล้ตัวคุณเยอะๆ เพื่อจะทำให้ทุกคนเห็นว่าคุณมีความกดดันสูง</p>
<p><span style="color: #009900;"><strong>     8. กลยุทธ์การสุม</strong></span> การสุมเอกสารบนโต๊ะอย่างเดียวอาจจะสร้างภาพพจน์ได้ไม่พอ วางหนังสือซักตั้งไว้ที่พื้น ขอยืมมาจากห้องสมุดก็ได้ เลือกที่มันหนาๆอย่างคู่มือการใช้คอมพิวเตอร์จะดีที่สุด</p>
<p><span style="color: #ff3300;"><strong>     9. สร้างคำศัพท์</strong></span>  ไปอ่านหนังสือประเภทนิตยสารคอมพิวเตอร์และหาศัพท์ที่ไม่รู้เรื่อง หรือสินค้าใหม่ๆ แปลกๆ มาคุยกับเจ้านาย จำไว้เลยว่า เจ้านายคุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจเรื่องที่คุณพูดคุณเพียงแต่ทำให้มันดูน่าประทับใจเท่านั้นเอง</p>
<p>women.mthai</p>
<p align="left"> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.freewomenblogs.com/women/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
